ดูหนังอย่าง "เซียน"

ตอนที่ 13 : ขั้นตอนการเลือกหนังดูโรง2 เสียงวิจารณ์จากคนที่ดูมาก่อนสำคัญใช่เล่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 286
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    26 ก.ค. 57

เช่นที่ทราบกันนับวันค่าตั๋วหนังมีแต่จะแพงขึ้นสวนทางกับคุณภาพและบริการที่มีแต่จะแย่ลง ใครจะหาโรงหนังคุณภาพดีราคาถูกนั้นหรือ?หาไปเถอะเจอยากมาก เราจำเป็นต้องเลือกจากบริการที่ "แย่น้อยที่สุด"ไม่ใช่ "ดีที่สุด"เหมือนในอดีต ผู้เขียนเคยเจอโรงหนังบางแห่งเปิดแค่ปีสองปีลำโพงหลังไปเสียแล้วเสียงเซอร์ราวน์ไม่ออกบางแห่งแถมด้วยบริการยอดแย่แรกเปิดเราเป็นเหมือนพระเจ้า โปรโมชั่นทุกอย่างคิดถึงเราไปหมดทุกอย่างดูดีน่าชื่นชมชวนให้ไปบอกคนอื่นต่อ ผ่านไปไม่กี่เดือนความสำคัญเราเริ่มลดลงกระทั่งรู้ตัวอีกทีเราแทบต้องอ้อนวอนเขาขอซื้อตั๋วราคาเดิมหรือราคาประหยัดตามเงื่อนไขที่เคยโฆษณาไว้ เฉพาะอย่างยิ่งช่วงหนังดังบางเรื่องเข้าฉายเขาไม่ง้อเราแม้แต่น้อยยังดีที่เขาไม่แปะป้าย “เชฺิญไปใช้บริการที่อื่นหากไม่พอใจเรา”เขาอาจคิดและต้องการทำเหมือนกันเพียงแต่กลัวจะโดนประณามจึงยังไม่ทำ
 
 ทุกวันนี้เดินทางไปดูหนังหนึ่งเรื่องเราเสียค่าตั๋วเกิน 200บาท/ที่นั่ง(วันหยุด)ยังไม่รวมค่ากินและค่าเดินทาง ครั้นต้องการประหยัดไปดูคนเดียวเราก็กลัวเหงากลัวคนนั่งใกล้มองเราเป็นตัวประหลาด เราจะโดนกดดันตั้งแต่เริ่มจองตั๋ว "ถ้าซื้อที่เดียวขอเว้นระยะ 2 ที่ได้ไหมค่ะเหลือที่นั่งเดียวขายลำบากค่ะ” พนักงานขายขอร้องแกมบังคับเราไม่ทำตามมีบ่น(และอาจจะนินทาลับหลังแน่นอน)

     น้องจ๋าพี่อยากบอกน้องเหลือเกินว่า "หากคนๆนั้นว่างพี่คงไม่มาดูคนเดียวหรอกจ๊ะ เผอิญเวลาเราไม่ตรงกันพี่จำเป็นต้องดูคนเดียวก็คนมันอยากดูนี่หว่า ผิดด้วยหรือที่ตูต้องการนั่งตรงกลางแถวเป๊ะ" ใครมั่นใจว่าต้านทานแรงเสียดทานจากภายนอกไหวก็ดูคนเดียวเลือกที่นั่งตามใจตนไม่ต้องสนคำขอร้อง แต่ถ้าไม่ยังรู้สึกเราหน้าหนาไม่พอหรือบอบบางเกินกำลังคงต้องทำตามเขา ไม่เช่นนนั้นเราก็ต้องจำใจลากเพื่อนหรือคนใกล้ตัวไปดูด้วย หากเขาต้องการดูเหมือนเราหมดปัญหาต่างคนต่างจ่ายแต่หากไม่ใช่เราขืนใจเบียดเบียนเวลาเขาไปก็ต้องยอมจ่ายค่าตั๋วให้เขา ทีนี้ล่ะดูหนังเรื่องเดียวต้องจ่ายร่วม 500 บาทไม่ใช่แค่สองสามร้อยบาทอีกต่อไป ไม่เลือกไม่คัดกรองหนังบ้างคงจนกันพอดี
 
 ฉะนั้นเพื่อให้เงินทุกบาท(ยุคนี้อย่าพูดถึงสตางค์เลยเหรียญบาทก็แทบไม่มีค่าแล้ว)คุ้มค่าที่สุดป้องกันอาการเจ็บใจประเภท “ตรูคิดผิดจริงๆที่ดูหนังเรื่องนี้ ขอเงินค่าตั๋วคืนได้ไหมเนี่ยไม่น่าดิ้นรนมาดูเลย"หนังบางเรื่องฟอร์มหนังและตัวอย่างตั่ดได้น่าสนใจจริงแต่หนังไม่ดีอย่างที่เราคิด?หนังอยู่ในระดับรอดูแผ่นที่บ้านดีกว่าหากทำได้แค่นี้ ดูในโรงหนังจัดว่าลงทุนมากไป หนังดีเท่านั้นที่เราเลือกดูในโรงหนัง

      ปัญหาก็คือ "หนังดีที่ว่าคือหนังยังไง"อย่างไรจึงเรียกว่าหนังดีของเรา
 
จะว่าไปแล้วเรื่อง "หนังดี"จัดเป็นปัญหาโลกแตกของคนดูหนังทีเดียวเนื่องจากจริตเราไม่ตรงกันทุกคนและทางในการดูหนังเราก็ไม่เหมือนกันทั้งหมดเช่นเดียวกัน หนังหลายเรื่องเราดูแล้วชอบเห็นว่าหนังดีแนะนำคนอื่นให้ไปดู พูดจบเขามองหน้าทำหน้าครุ่นคิดผ่านไป2วันเขาเดินมาบอก "ดีตรงไหนไม่สนุกเลยผมงี้แทบหลับ" เอ่อน้องที่พี่แนะนั่นหนังแนวดราม่าจะมันตรงไหนไม่ได้แนะนำให้ดูหนังแอ็คชั่นเสียหน่อย

     เป็นปกติธรรมดาที่หนังนับพันนับหมื่นเรื่องบนโลกนี้จะมีเรื่องที่เราว่าดีแต่คนอื่นว่าไม่ดีหรือคนอื่นเขาว่าดีแต่เราว่าไม่ดี เพื่อเป็นหลักประกัน(ความผิดหวัง)เราใช้อะไรวัดดี?
 
     ผู้เขียนพิจารณาจาก "ทางในการดูหนัง"ของเขานั่นเอง หากตรงกับเราก็พอเชื่อใจคำพูดเขาได้หากทางไม่ตรงกันตรวจสอบจากแหล่งข้อมูลอื่นดีกว่า

     ทว่าเราจะเจอคนที่ทางในการดูหนังคล้ายกันหรือแหล่งข้อมูลที่น่าสนใจได้จากไหนเมื่อไรช่องทางเหล่านี้คือคำตอบที่ผู้เขียนใช้เป็นประจำ
 
 1.บทวิจารณ์หนังจากนิตยสารรายปักษ์

     นิตยสารรายปักษ์การวางแผงก็ตามชื่อวางจำหน่ายช่วงกลางเดือนและสิ้นเดือนของทุกเดือน อันที่จริงนิตยสารรายเดือนก็น่าสนใจข้อมูลเขาจะแน่นและลึกกว่าแต่เหตุจากความล่าช้าในการอัพเดทหนังเข้าใหม่ก็ทำให้หนังสือขาดความน่าสนใจ หนังสือวางแผงหนังที่เขียนถึงก็ถอดโปรมฉายไปแล้วจึงไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสม ในอดีตนิตยสารหนังบางฉบับางแผงทุกสัปดาห์เสียด้วยซ้ำนับเป็นทางเลือกชั้นดีของผู้เขียนแต่หลังจากห่างหายการติดตามทั้งหัวนั้นและหัวอื่นไม่มีใครทำเช่นนั้นอีกนิตยสารรายปักษ์จึงเป็นทางเลือกเดียวที่เหลือ แม้ไม่เร็วปรูดปราดแต่ก็พออนุโลม 
 ผู้เขียนจะใช้งานแปลบทวิจารณ์นักข่าวต่างประเทศในนิตยสารดังกล่าวเป็นข้อมูลเบื้องต้นเฉพาะอย่างยิ่งจากคอลัมน์วิจารณ์หนังช่วงต้นฉบับ หากเขาว่าดีก็รับไว้พิจารณาเขาว่าไม่ดีเก็บข้อมูลไว้รอตรวจสอบอีกครั้งจากแหล่งอื่น ส่วนใหญ่บทวิจารณ์นักวิจารณ์ทั้งไทยและเทศพอเชื่อใจได้นิตยสารหนังทุกฉบับจะมีบทวิจารณ์เชิงนี้เพียงแต่นิตยสารรายเดือนจะเน้นวิจารณ์หนังที่ลาโรงไปแล้วมากกว่าข้อมูลจึงขาดความสดใหม่ บางคอลัมน์จะเป็นการเจาะเบื้องหลังเชิงลึกหรือเป็นบทสัมภาษณ์ดาราไม่เช่นนั้นก็เป็นผู้กำกับ อ่านเป็นความรู้นะพอได้แต่ใช้ประโยชน์ในแง่ช่วยเลือกหนังดูไม่ได้ 


ตัวอย่างนิตยสารรายเดือนเมื่อมิถุนายน2556 ช่วงนี้อะไรก็ MAN OF STEEL 

      เฉพาะอย่างยิ่งหนังฮอลลีวู้ดเราจะได้อ่านบทวิจารณ์ก่อนหนังเข้าฉายในบ้านเรา 
ผู้เขียนเข้าใจว่านักวิจารณ์ต่างประเทศคงได้รับเชิญจากสตูดิโอให้ชมหนังก่อนออกฉาย เสียงวิจารณ์ออกมาในแนวใดสตูดิโอจะได้ปรับเปลี่ยนแนวทางในการทำการตลาดถูกบางเรื่องที่แย่หนักหรืออีกนิดก็สมบูรณ์แบบอาจถึงขั้นต้องถ่ายซ่อม นิตยสารรายปักษ์จะแปลบทวิจารณ์เชิงนี้มาเป็นข้อมูลให้เรา
ส่วนนักวิจารณ์ไทยจะได้รับเชิญจากบริษัทจัดจำหน่ายหรือสตูดิโอผู้สร้างเช่นเดียวกัน แต่ในเวลาใกล้เคียงกับวันลงโปรแกรมฉายบทวิจารณ์ส่วนใหญ่จะถูกนำมาลงในหนังสือพิมพ์รายวันหรือเวปไซต์ชื่อดัง ผู้เขียนเคยอ่านงานวิจารณ์จากหนังสือพิมพ์หัวสีบางฉบับ(เน้นตลาดชาวบ้าน)รู้สึกผู้วิจารณ์ไม่มืออาชีพสักเท่าไรจึงไม่นำมาเป็นข้อมูล นักวิจารณ์ต่างประเทศเขาจะเขียนตรงไปตรงมากว่าไม่ต้องเกรงใจใครอ่านแล้วจะทราบระดับหนึ่งว่าหนังเรื่องที่เราสนใจนั้นดีหรือไม่ดี 

    อย่างไรก็ตามเพราะบทวิจารณ์เป็นความเห็นของคนๆเดียวและนักวิจารณ์โดยส่วนใหญ่มักเน้นความเป็นดราม่าไว้ก่อน(เช่นเดียวกับผู้เขียน) เป็นไปได้ว่าทางในการดูหนังเขาอาจไม่ใช่ทางเราเพื่อเป็นข้อมูลเสริมจึงต้องใช้วิธีถัดไปเข้าช่วย
2.กระทู้และความเห็นในเวปบอร์ดเกี่ยวกับหนัง
  ในเมืองไทยผู้เขียนไม่ทราบว่ามีเวปไซต์ใดเปิดเวปบอร์ดเกี่ยวกับหนังบ้าง แต่เวปบอร์ดใหญ่สุดถูกหนังสือพิมพ์หรือรายการวิทยุนำไปอ้างอิงบ่อยสุดน่าจะเป็นเวปบอร์ดชื่อ “เฉลิมไทย “ในเวปไซต์พันทิพดอทคอม ผู้เขียนก็เป็นสมาชิกที่นั่นแต่มักเข้าไปอ่านเก็บความรู้หรือติดตามบทวิจารณ์ไม่โพสต์ความเห็น ระยะแรกที่ใช้บริการเขาผู้เขียนจะเข้าไปเยี่ยมชมและแสดงความคิดเห็นในห้องศุภชลาสัยเสียมากกว่า(ห้องฟุตบอลต่างประเทศ) ระยะหลังเมื่อทีมที่เชียร์หมดลุ้นแชมป์เสียตั้งแต่ต้นฤดูกาลทุกปีเลยเปลี่ยนมาแวะเวียนเฉพาะห้องเฉลิมไทยและลุมพินี(ฟิสเนส)สบายใจกว่าอย่างน้อยก็ทำให้หลับสบายขึ้น

      ข้อดีของการติดตามบทวิจารณ์จากเวปบอร์ดจะทำให้เราได้เห็นความคิดเห็นสดใหม่ความคิดเห็นหลากหลายไม่อิงกับคนๆเดียวเหมือนการอ่านบทวิจารณ์จากคอลัมน์นิสต์ชื่อดัง ใช้เวลาประมาณ 20ถึง30นาทีกาแฟยังไม่ทันหมดแก้วเพื่อนบางคนยังไม่เปิดอ่านLineที่เราส่งไปเราก็พอจะทราบว่า "หนังเรื่องที่เราต้องการดูนั้นดีหรือไม่ดีเหมาะที่จะเสียเงินไปดูหรือไม่"

    ที่นี่ประหยัดค่าตั๋วให้ผู้เขียนบ่อยหลังเป็นสมาชิกมาร่วมสิบปีผู้เขียนรู้สึกเสมอว่า "ทางในการดูหนัง"สมาชิกโดยส่วนใหญ่คล้ายกันเราจะให้ความสำคัญกับเนื้อหาเนื้อเรื่องมากกว่าองค์ประกอบอื่นยากที่หนังจะหลอกเงินเรา ทันทีที่หนังเข้าฉายกระทู้ริวิวจะถูกตั้งเป็นการแสดงความเห็นตามพื้นฐานความรู้ความรู้สึกของผู้ริวิวเขาเสียเงินจริงดั้นด้นไปดูมาแล้วจริงๆ เมื่อเขาดูหนังมาก่อนเราชอบไม่ชอบเขาก็มาเล่าให้เราอ่าน เราเห็นด้วยความคิดเห็นที่ตามมาแทบทั้งหมดไปในทิศทางเดียวกับเขาเราก็สามารถยึดกระทู้เขาความเห็นเขาเป็นข้อมูลในการตัดสินใจ 

     ถึงแม้นเช่นนั้นเนื่องจากเวปบอร์ดเป็นชุมชนออนไลน์ขนาดใหญ่จึงมีบุคคลหลายกลุ่มหลายอาชีพหลายนิสัยใจคอเป็นสมาชิก ทำให้ กระทู้(หรือความคิดเห็น)จำพวก spoil (เปิดเผยเนื้อหาสำคัญของหนัง)โดยลืมหรือจงใจไม่แจ้งให้เราทราบโผล่ให้เราเห็นบ่อย หนังดังที่มีการหักมุมตอนหนังใกล้จบมักเป็นเหยื่อเราไล่อ่านต้องระวังกระทู้หรือความเห็นประเภทนี้ให้ดี หนังบางเรื่องเรารอคอยมาเป็นปีบทถูกเขียนอย่างมีชั้นเชิงเขาล่อหลอกคนดูให้ลุ้นตามหนังสนุกเป็นที่จดจำก็เพราะจุดนี้เจอพวกเฉลยเซ็งกันข้ามปีเลยทีเดียว 


    อีกสาเหตุที่ชอบอ่านกระทู้เนื่องจากหากใครมั่วข้อมูลไม่อิงกับความเป็นจริงจะมีสมาชิกท่านอื่นมาหักล้างข้อมูลช่วยให้เราได้ข้อมูลที่แท้จริง
          ด้วยข้อดีด้านความหลากหลายและรวดเร็วนี่เอง ช่วยให้ผู้เขียนไม่ต้องรอบทวิจารณ์จากนิตยสารรายปักษ์เช่นเมื่อก่อนระยะหลังหนังเข้าเมื่อไรรอไม่เกินหนึ่งวันอ่านความเห็นจากเวปบอร์ดได้ทันทียอมเสียเวลาเราจะไม่เสียดายตังค์

       เท่าที่ผ่านมาหนังเรื่องใดความเห็นสมาชิกในห้องเฉลิมไทยเป็นไปในทิศทางเดียวกันเชื่อขนมกินได้ว่าน่าจะ 60-70
%ที่หนังจะโดนใจเรา ในทางกลับกันหากความเห็นในห้องค่อนข้างตำหนิไม่พอใจเสียดายเงิน(เช่นที่เกิดกับเรื่อง AFTER EARTH ในตอนนี้)หรือไม่มีใครกล่าวถึงหนังเงียบมากมั่นใจได้ว่าหนังไม่ดีจริงหรือไม่ดีพอเช่นที่เราคิด ขณะเดียวกันกับหนังที่เราต้องการชมหรือมั่นใจว่าน่าจะดีเจอบางความเห็นบ่นหรือด่าแทบไม่มีชิ้นดี ผู้เขียนจะนำ "ทางในการดูหนัง"นั่นละมาใช้ ถามเขาหน่อยว่าหนังเรื่องที่เขาว่าดีนั้นเรื่องอะไรบอกหน่อย หากทางในการดูหนังเขาคล้ายเราจะได้ไม่เสี่ยงไปดูโรงรอแผ่นดีกว่า หากไม่ใช่ก็ปล่อยผ่านไปแค่คนชอบหนังบางแนวมาบ่นให้อ่าน
        จากที่ติดตามมานานหลายปีผู้เขียนพบว่าหากชาวเฉลิมไทยชื่นชอบหนังเรื่องใด กระทู้เกี่ยวกับหนังจะเยอะมาก สมาชิกจะขยันหาเรื่องโน้นเรื่องนี้ฉากนั้นฉากนี้มาตั้งเป็นกระทู้ตามอ่านกันจนเบื่อ(แต่เราก็เต็ใจอ่าน)แทบทุกวันจะมีกระทู้ประเภท “ตอนนี้รายได้หนังไปถึงไหนแล้ว ใกล้100ล้านหรือยัง ทำลายรายได้หนังเรื่องก่อนของค่ายหรือยัง?”ให้ได้เห็นเป็นประจำ อย่างล่าสุด(ปี2556)ตอนหนังพี่มากพระโขนงฮิตระเบิกนั้นคำถามเรื่องรายได้เปลี่ยนกันแทบไม่ทันเมื่อวานถาม 100 ล้านหรือยังถัดไปสองวัน 200 หรือยังตามด้วย 300 400 500 ล้านบาทหนังนับเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการหนังไทย

        กระทู้ที่ตั้งนั้นผู้เขียนมั่นใจ100%ว่าผู้ตั้งไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือได้รับส่วนแบ่งรายได้จากค่ายเจ้าของหนังแต่เกิดจากความรักความต้องการให้หนังประสบความสำเร็จเราจึงพากันสนับสนุนและเอาใจช่วยหนังตลอดโปรแกรมฉาย ไม่ใช่เรื่องเกินเลยหากจะกล่าวว่า "กระทู้ในเวปบอร์ดเป็นแหล่งข้อมูลชั้นหัวกะทิของผู้เขียน"

      
     ทุกวันนี้หนังทุกเรื่องที่ผู้เขียนตัดสินใจดู "ไม่แม้แต่เรื่องเดียวที่ผู้เขียนไม่เข้ามาอ่านความคิดเห็นจากเวปบอร์ด ยกเว้นหนังเรื่องนั้นเข้าฉายวันแรกและผู้เขียนดูรอบแรกๆไม่มีใครเขียนความเห็นในรอบ press (รอบสื่อมวลชน)ให้อ่าน ผู้เขียนจะใช้ข้อมูลจากแหล่งอื่น 

     ลองหาเวลาแวะเวียนเข้าไปเยี่ยมผู้เขียนเชื่อว่าท่านจะได้ประโยชน์จากเวปบอร์ดไม่น้อยเช่นกัน 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

19 ความคิดเห็น