ดูหนังอย่าง "เซียน"

ตอนที่ 10 : เขียนถึงหนังปี 2010(1) AVATAR บน IMAX และ หนัง 3D น่าดูเรื่องต่อไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 725
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    30 ก.ค. 53

 เขียนถึงหนัง Avatar "3D"และชวนให้คุณหาโอกาสดูหนัง 3D สักครั้ง

      บ่ายโมงนิดๆผมกับหลานนั่งรถ BTS ไปถึงสถานีสยาม หลังโบกไม้โบกมือกับพี่และพี่เขยที่ไม่สนุกกับการดูหนังบรรยายไทยเหมือนเรา "พี่จะไปเดินมาบุญครองนะดูหนังจบแล้วโทรเข้ามาแล้วกัน" หลังเขาแยกตัวไปเราเดินลิ่วไปยังทางเข้าห้างสยามพารากอนทันที

     แม้ห้างแห่งนี้จะเปิดตัวมานานแล้วแต่สารภาพตามตรงว่า "นี่เป็นครั้งแรกที่มาผมเยือนที่นี่ใจจริงอยากเดินดูสินค้าบ้างเหมือนกันแต่เวลาที่กระชั้นชิดและระดับราคาสินค้าที่เห็นแล้วไม่ธรรมดาทำให้ผมเลือกที่จะหยุดความคิดไว้แค่นั้น โอกาสพิเศษหรือต้องการสินค้ามีแบรนด์บ้างค่อยเจอกันแล้วกัน 

     ย้อนกลับไปสองสามวันก่อนน้องพนักงานบริษัทไทยทิคเกตเมเจอร์โทรมาแจ้งว่า "วันที่ 1 มกราคม 2553"บริษัทหยุดงานค่ะ คุณ...สะดวกที่จะมารับตั๋วก่อนไหมค่ะ" ผมอาศัยอยู่ต่างจังหวัดไม่สะดวกแน่นอนจะให้พี่มารับก็ค่อนข้างลำบากเลยปฎิเสธเธอไป น้องจึงแจ้งให้รับตั๋วกับเจ้าหน้าที่โรงภาพยนตร์IMAX ในวันรับชม กลัวอยู่เหมือนกันว่าจะเกิดปัญหาหรือเปล่า?

      ครั้นติดต่อรับตั๋วจริงทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ผมยื่นกระดาษปริ้นตอนจองตั๋วผ่านเวปแนบใบเสร็จรับเงินของเคาร์เตอร์รับชำระเงินที่ใช้บริการ ครู่เดียวตั๋ว 2 ใบในแถวนั่งที่น่าจะดีเป็นลำดับสองของโรงหนังก็มาอยู่ในมือผม ยอดรวมค่าตั๋วสองใบบวกค่าธรรมเนียมการชำระเงินออนไลน์ก็ 740 บาทเท่านั้น ถามว่า"แพงไหม" หลายคนว่าแพงแน่เพราะผมสังเกตเห็นอาการของคนที่ผมแจ้งราคาตั๋วไป "แพงขนาดนั้นเลยเชียว!!!"พวกเขาอุทานด้วยความตกใจ กับหนังเรื่องอื่นดูที่อื่นแพงแน่นอนและผมคงไม่สู้ราคา

     แต่เพราะนี่คือค่าตั๋วโรงหนัง IMAX โรงหนังจอขนาดใหญ่ยักษ์แห่งเดียวของเมืองไทยที่สำคัญ ผมดูหนังแห่งทศวรรษนะไม่ใช่หนังแห่งปีหรือแห่งเดือน หนังสร้างโดย เจม คาเมรอนผู้กำกับพันล้าน ถ่ายทำด้วยกล้อง3Dแท้ๆฉายก็ฉายในระบบ 3มิติ หนังยาวตั้ง 2 ชั่วโมง45 นาที ไม่ถือว่าแพงเลยในความคิดผม

      อย่างไรก็ตามด้วยกลัวรับตั๋วไม่ทันหรือเกรงจะเกิดปัญหากับการรับตั๋วผมไปถึงที่นั่นก่อนหนังฉายร่วม 40นาที เมื่อใช้เวลารับตั๋วจริงใช้เวลาไม่กี่นาทีเท่านั้นหลังจากนั้นทำอะไรละครับจะเดินดูของเราก็เจียมรายได้เหลือเกินหรือจะหาอะไรทานฆ่าเวลาดีไหม?

       ราคาก็นะห้างหรูร้านก็หรูราคาจึงหรูตามไปด้วย ยังมีรายจ่ายรอผมอีกเยอะในช่วงปีใหม่ ผมจึงชวนหลานตระเวณดูโปสเตอร์หนังแถวนั้นพร้อมด้วยชุดป็อปคอร์นและเครื่องดื่มในมือ เมื่อหนังเรื่องนี้ยาวเกินสองชั่วโมงเพื่อป้องกันอาการดูหนังไม่มีความสุข ก่อนเข้าโรงหนังเราจึงแยกย้ายกันเข้าห้องน้ำก่อน

       หลังจากมั่นใจว่าห้องน้ำไม่ใช่สิ่งที่เรานึกถึงอีกต่อไปเราก็ขึ้นไปรอหน้าประตูทางเข้า เรายืนเข้าแถวที่ไม่มีการกะเกณฑ์ให้ทุกคนต้องเข้าแต่ทุกคนก็เข้าในลำดับต้นๆ น้อยครั้งที่จะเห็นคนไทยเป็นอย่างนี้ให้ความรู้สึกดีมาก ไม่กี่นาทีถัดมาแว่นสามมิติที่เคลมว่า ทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอร์ทุกรอบฉายก็มาอยู่ในมือผม เลนส์แว่นไม่ได้เป็นสีแดงกับน้ำเงินจ๋าแบบแว่น3มิติที่เราคุ้นเคยน้ำหนักแว่นก็เบามาก ผมจับแว่นอย่างถนอมคาดว่าราคาน่าจะหลักพันบาทหากเสียหาย

      ก่อนหน้านี้ผมเคยไปเยือนโรงหนัง IMAXแล้วตอนดูสารคดีเกี่ยวกับเรือไททานิคซึ่งกำกับโดยเจมส์คาเมร่อนนี้ละ แต่ตอนนั้นโรงหนังยังอยู่เมเจอร์รัชโยธิน เมื่อย้ายมาที่ใหม่ผมจึงคาดหวังค่อนข้างสูง เพียงก้าวผ่านประตูทางเข้าแค่นั้น "ผมแปลกใจทันที" ไม่เห็นมีอะไรต่างจากที่โน่นเลย

       นึกว่าห้างใหญ่ขึ้นจอภาพจะใหญ่ขึ้นขณะเดียวกันที่นั่งและแถวนั่งเป็นอย่างที่หลายความเห็นว่าไว้ในห้องเฉลิมไทย แถวนั่งค่อนข้างเบียดกันมาก หลานเขาตัวเล็กเดินเข้าสบายตัวผมใช่ว่าจะอ้วนน้ำหนัก75เท่านั้นแต่เดินเข้าลำบากทีเดียว

     ดังนั้นหากท่านคิดจะดูหนังที่นี่และจองตั๋วที่นั่งกลางๆแนะนำให้เข้าก่อนจะดีที่สุด
เตือนอีกประการโปรดใจเย็นหากคนข้างหลังท่านเผอิญเตะเก้าอี้

     ระหว่างดูหนังผ่านไปหนึ่งชั่วโมงด้วยความเมื่อยผมขยับขาเพื่อเปลี่ยนอาริยาบทโดยไม่ทันระวัง(ให้มาก) ขากระแทกเก้าอี้ด้านหน้าคนนั่งตรงนั้นหันมองเชิงด่าเลยทีเดียว เมื่อเปลี่ยนอาริยาบทครั้งถัดไปผมต้องขยับขาแบบให้รู้สึกว่าน่องเราแนบอยู่กับเก้าอี้เลยเชียว

     แม้ภาพอลังการดี(เสียงไม่ประทับใจเท่าไร)แต่หากหนังไม่พิเศษจริงผมคงไม่ใช้บริการที่นี่อีก สงสัยครับว่าทำไมไม่ออกแบบเผื่อระยะห่างระหว่างแถวให้มากกว่านี้หรือมีข้อจำกัดในการออกแบบแถวนั่งให้เหมาะกับความสูงจอ? ตั๋วราคาสูงผู้ชมย่อมต้องการความสบายนะ 

       แล้วหนังสนุกไหม?แทบทุกคนคงได้ชมหนังเรื่องนี้ไปแล้วเจมส์คาเมรอนยังทำให้หนังดังมีอะไรดีๆให้พูดถึงบ้าง หนังเรื่องนี้ดีพอที่จะถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสกาส์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม แม้คะแนนไม่มากพอให้เป็นผู้ชนะแต่เรื่องรายได้เช่นที่ทราบกัน จะหาใครมาทำลายสถิติได้ละเนี่ย

      ตัวเขาเองกับหนัง Avatarภาค2ที่กำหนดฉายว่ากันว่าอาจเป็นปี 2013หรือ2014 โน่นจึงจะมีสิทธิ เมื่อหนังเปิดฉายตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ฉะนั้นผมไม่เขียนถึงเนื้อหาและความดีไม่ดีของหนังแล้วกัน จะเขียนถึงเหตุที่ทำให้ผมดูหนังเรื่องนี้และสิ่งที่ต้องการชักชวนท่านมากกว่า เช่นที่ท่านเข้าใจผมดูหนัง Avatar ในโรงหนัง IMAX เพื่อหวังชมภาพ 3D ขนาดใหญ่ยักษ์ ซึ่งระบบภาพ3D ในขณะนั้นเพิ่งเปิดตัวในตลาด Home theater เท่านั้นจอภาพก็ขนาดไม่เกิน 60 นิ้ว แต่ราคาสองสามแสน!! หากจะถามว่า "คุ้มและประทับใจไหม?"

     ขณะดูก็ระดับหนึ่งไม่ถึงกับทึ่งมาก ขณะที่ครั้งแรกที่ดูหนัง IMAX นั้นถึงขั้นโอ้โหเลยเชียว ในสารคดีเหมือนเรือสำรวจมาลอยอยู่ตรงหน้า ทว่าเมื่อหนังออกมาเป็น DVD และได้ดูแบบ2Dด้วยจอ LCD TV อีกครั้งความรู้สึก "โคตรแตกต่าง"ก็เกิดขึ้น เขียนไว้ตรงนี้เลยว่า "ความประทับใจความสวยงามความอลังการของหนัง Avatarหายไปร่วม70-80%หากไม่ได้ดูในระบบ 3D"

     โดยเฉพาะเมื่อผมดูโรง IMAX เทียบกับLCD TV ขนาด32 นิ้วที่บ้านและแม้ขนาดจอจะใหญ่ขึ้นเป็น60หรือ100นิ้วก็ตามที ไม่ว่าจอขนาดไหนไม่ต้องนำมาเทียบ เหมือนนำมือถือรุ่นจอขาวดำเทียบกับจอ IPAD อย่างไรอย่างนั้น(ว่าเข้านั่น) ความสวยงามและยิ่งใหญ่อลังการต่างกันมาก ฉากที่ติดใจเป็นพิเศษคือ "ฉากป่าเรืองแสงภาพระบบ3Dให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในความฝัน" บรรยายยากครับว่าสวยงามยังไงต้องสัมผัสเอง
 
     ขณะที่หนัง2D ไม่รู้สึกอะไรนอกจากฉากนี้แสงสีสวยเท่านั้น ฉากนี้ฉากเดียวก็คุ้มเกินคุ้มครับหนังยังมีดีอีกหลายฉาก เช่นฉากจับนกยักษ์ฉากถล่มบ้านต้นไม้ของชาวนาวีรวมถึงฉากปลุกชีวิตด้วยต้นไม้ฉากนั้น

    ผมจึงรู้สึกคุ้มค่าสมราคามาก ดีใจที่เราตัดสินใจถูก
    ก่อนหน้านี้ดูหนังจบไม่แม้แต่ครั้งเดียวที่เจ้าหลานตัวดีจะสนใจตั๋วหนังที่เราเพิ่งดูแต่กับหนังเรื่องนี้ "อาขอตั๋วหลานใบสิ" แน๊ะคงเอาไปโม้เพื่อนผมคิดขณะส่งตั๋วให้เขา "ใบเดียวนะอาจะเก็บไว้ใบ"ผมรู้สึกไม่ต่างจากหลานนัก ต้องการเก็บตั๋วไว้เป็นที่ระลึก1ใบ 

     ไม่ใช่เพราะการได้ดูหนังโรง IMAX เป็นสิ่งที่ผมภูมิใจนะ วันนี้วันหยุดที่จะถึงนี้ผมมาดูหนังที่นี่ได้อีก แต่ที่ทำให้ผมภูมิใจยิ่งกว่าคือการได้ดู Avatar ในระบบ 3D บนจอ IMAXหนังเรื่องนี้สร้างมาเฉพาะสำหรับฉายในระบบ3Dไม่ใช่แปลงภาพ2Dเป็น3Dเราต้องดูในโรงหนังที่ติดตั้งระบบ3Dเป็นการเฉพาะ นานๆครั้งที่จะมีโอกาสอย่างนี้ หลังจบจากหนัง Avatar ไม่มีหนังเรื่องใดอยู่ในรายชื่อที่ผมต้องการดูด้วยระบบ 3D อีกเลย

      กระทั่งวันนี้เจอเหยื่อรายต่อไปแล้ว(หรือเราเป็นเหยื่อเขาก็ไม่ทราบ) ไม่กี่วันข้างหน้า (12 ส.ค 53)Toy Story3 จะกลับมาพร้อมระบบ 3D เต็มตัว หนังผู้ใหญ่ดูได้เด็กดูสนุกเรื่องนี้สร้างโดยค่ายที่ผมเชื่อใจมาตลอด คะแนนโหวตใน IMDB ก็สูงมาก ดังนั้นไม่ว่าท่านจำเป็นต้องดูหนังเรื่องนี้แบบพากย์ไทยไหม แนะนำว่าต้องดูหนังเรื่องนี้ในระบบ 3D อย่างน้อย 1 รอบ

    เจมส์คาเมร่อนเคยพูดประมาณว่า "เขาคือราชาของโลก(ภาพยนตร์)"ขณะขึ้นรับรางวัลหนังยอดเยี่ยมออสการ์จากเรื่องไททานิค นำคำพูดเขามาดัดแปลงนิดหน่อย ถึงเวลา"3D ครองโลกใช่ไหมวู้ดดี้" แล้วเจอกันในโรงภาพยนตร์ 3D กับหนังฮิตเรื่องนี้

  

    

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

19 ความคิดเห็น