B1B2❥ แฝด [แบคแบม]

ตอนที่ 13 : [SF] Happy Valentine's Day #MarkBam [End.]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 512
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    14 ก.พ. 59







Happy Valentine’s Day

#MarkBam

-    - - - - - - - - - - - - - -


-    - - - - - - - - - - - - - -




        “ พี่มาร์ค..แบมหิวข้าววว ว ~~ ” เสียงหวานของแฟนตัวเล็กร้องบอกผมพร้อมกับกลิ้งไปมาอยู่บนโซฟา ขณะที่ผมกำลังยุ่งอยู่กับงานในโน๊ตบุคส์


        “ ..ครับผมตอบเพียงสั้นๆและกลับมาสนใจงานของผมต่อ


        “ … ”


        “ … ”



        เป็นครั้งที่สิบแล้วที่มาร์คตอบผมกลับมาแบบนี้ ฮึ่ย!! นี่มันจะทุ่มนึงแล้วนะ และอีกอย่างท้องน้อยๆของผมยังไม่มีอะไรแตะลงท้องเลย ของในตู้เย็นห้องก็กินมาหมดแล้วนี่ถ้าแทะโต๊ะได้เขาทำไปแล้ว แล้ววันนี้พี่มาร์คก็เกิดบ้าคึกมาทำงานทั้งๆที่วันนี้ไม่ควรที่จะทำอะไรเลย แล้วทามไลน์จะอัพเดทอะไรนักหนาเนี้ย!! จะซื้อดอกไม้ตุ๊กตาให้กันก็ซื้อให้เฉยๆได้ป้ะ จะถ่ายอวดคนอื่นทำไม นี่มันแค่วันวาเลนไทน์หรือวันอวดแฟนกันแน่วะ! พูดละหงุดหงิด!!!!!

 



        หงุดหงิด หงุดหงิด หงุดหงิด !!!



 

       ได้ยินมั๊ยว่าแบมหงุดหงิด! และไม่ต้องคิดว่าแบมอิจฉาคนอื่นนะ แบมแค่หงุดหงิดเพราะหิวข้าวเฉยๆ เข้าใจไหมว่าแบมแค่หิว แบมแค่หิว!!!!!

 



        “ พี่มาร์ค!! ” ผมร้องเรียกคนตรงหน้าอีกครั้ง แต่ทว่าครั้งนี้มันไม่ใช่น้ำเสียงหวานรื่นหูแบบเดิม

        “ ?แฟนตัวโตเงยหน้าละขึ้นจากจอ ก่อนจะขมวดคิ้วเป็นเชิงถามผมว่าเรียกเขาทำไม      

        “ แบมกลับละนะผมเก็บของใส่กระเป๋าอย่างลวกๆด้วยท่าทางฟึดฟัด ก่อนจะลุกขึ้นและมองแฟนตัวโตของตัวเองอีกครั้ง

        “ … ”



        พี่มาร์คมองผม ผมเองก็มองพี่มาร์คตอนนี้พี่เขาคงรู้แล้วว่าผมไม่พอใจ



        “ ... ”


        “ … ”



        ผมนั่งมองแฟนตัวเล็กที่ตอนนี้ทำทีราวกับว่ากำลังจะกลับ แต่ก็ยังไม่กลับและก็เอาแต่จ้องผมเขม็ง ผมก็พอจะรู้นะว่าผมผิด แต่ทำไงได้ผมต้องรีบเคลียงานส่งอาจารย์พรุ่งนี้



        “ รอแปปดิ เดี๋ยวพี่ไปส่งผมบอกก่อนจะหันกลับมาทำงานต่อ เป็นไปตามที่ผมคิดพี่มาร์คบอกว่าจะไปส่งแล้วก็ก้มทำงานต่อ เขาเริ่มจะทนไม่ไหวแล้วนะ วันนี้พี่มาร์คทำกับเขามากเกินไป ปกติพี่มาร์คไม่เคยให้เขารอนานขนาดนี้


        “ แบมโทรบอกพี่แจ็คสันมารับแล้ว ผมบอกคนตรงหน้าออกไป แต่ทว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องจริงอะไร ที่ผมพูดออกไปเพราะเพียงแค่อยากให้พี่เขากลับมาสนใจผมเท่านั้น เวลาผมงอลผมก็ชอบเอาพี่แจ็คสันมาอ้างตลอดและมันก็ได้ผลทุกครั้ง



        ทันทีที่ผมได้ยินแฟนตัวเล็กพูดแบบนั้น ผมก็รีบหันขวับกลับมาหาเขาอีกครั้งด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจ



        “ โทรไปบอกมันว่าไม่ต้องมา

        “ แบมไม่อยากรบกวนเวลางานของพี่..แบมกลับละนะ

        “ แบม!! ”      

        “ อย่ามาร้องใส่แบมนะ! ”

        “ พี่บอกว่าจะไปส่งไง

        “ พี่ทำงานของพี่ไปเหอะ ไม่ต้องมาสนใจแบม!! ” ผมบอกด้วยอารมณ์โมโหก่อนจะเดินหนีไปยังประตู แต่ทว่าเดินไปได้ไม่เท่าไหร่พี่เขาก็ตามมาดึงแขนผมให้หันกลับไปหา

        “ เป็นไร

        “ สนใจแบมด้วยเหรอ.. ” ผมบอกพี่เขาด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะไม่ให้มันสั่นมาก เพราะตอนที่พี่เขาตะตอกใส่ผม จู่ๆใจผมมันก็สั่นผมรู้ว่าพี่เขาอาจจะเครียดกับงาน แต่พี่เขาก็ไม่เคยมาลงกับผมเหมือนครั้งนี้

        “ อย่างอแงดิ พี่ทำงานอยู่นะผมดึงแฟนตัวเล็กเข้ามาหา แต่น้องเขากลับผลักตัวเองออกจากผม

        “ แบมกลับละ..พี่ทำงานต่อเถอะผมบอกพี่มาร์คอย่างเข้าใจ ผมรู้ว่าพี่เขางานเยอะเพราะพี่เขาปีสี่แล้วใกล้ ผมมันก็แค่เด็กปีหนึ่งที่วันๆไม่ทำอะไร เอาแต่ตามพี่มาร์คไปโน่นนั่นนี่ ถ้าใครไม่รู้จักผมก็คงคิดว่าผมอยู่ปีสี่แบบพี่เขา

        “ เข้าใจพี่ใช่ไหม.. ” พี่มาร์คบอกพลางดึงมือผมขึ้นมากุมไว้พร้อมกับบีบเข้าที่มือผมเบาเบาราวกับให้ผมรู้ว่าพี่เขายังใส่ใจผมอยู่


        “ อื้อ..แบมเข้าใจ

 



         ใช่แบมเข้าใจแบมเข้าใจพี่มาร์คทุกเรื่อง แต่วันนี้แบมแค่หวังกับพี่เขามากไป..      

 



        “ ถ้าเขาใจแล้วรอพี่แปปนะ พี่ขอเวลาห้านาทีเดี๋ยวพี่ไปส่ง ไปกินข้าวร้านที่แบมชอบด้วยพี่มาร์คบอกด้วยท่าทีลุกลนก่อนจะกลับไปนั่งทำงานดังเดิม ทิ้งให้ผมยืนอยู่ตรงนั้น

 


         ใช่..ผมยืนอยู่ตรงนั้นไม่ไปไหน เพราะพี่เขาบอกเองว่าห้านาทีซึ่งจะให้ผมกลับไปนั่งที่โซฟาดังเดิมก็ไม่ใช่เรื่อง และไม่ต้องคิดว่าผมยินกดดันพี่เขานะ ผมไม่ได้คิดแบบนั้นจริงๆ ไม่ได้เสียงสูง แหน้ะ! ก็บอกว่าไม่ได้เสียงสูงไง!

 


        “ เสร็จยังพี่มาร์ค? ”


        “ เหลืออีกนิดหนึ่ง


        “ มันเลยห้านาทีแล้วนะ


        “ แบมช่วยไปหยิบชีสวิชานี้ในห้องให้พี่หน่อยดิ อยู่โต๊ะข้างๆเตียงอะ


        “ … ”


        “ นะๆ แบมไปเอามานี่ก็เสร็จเลย


        “ … ”


        “ งื้อออ T^T ” ผมฟึดฟัดขึ้นแต่ก็เดินไปยังห้องพี่มาร์คอยู่ดี พี่มาร์คนะพี่มาร์คไหนบอกห้านาทีไง แล้วนี่ยังจะมาเขาใช้อีก เดินไปได้ไม่เท่าไหร่ก็ถึงหน้าห้องพี่มาร์คเพราะความเคยชินอยู่ก่อนแล้ว ผมจึงไม่รอช้ารีบบิดลูกบิดเปิดประตูเข้าไปในทันที

 




 

        “ !!!!

 



        ทำไมห้องพี่มาร์คมืดจัง?

 



         อ๋อเราลืมเปิดไฟนี่เอง =.=

 




        ผมคิดดังนั้นจึงไม่รอช้าเอื้อมมือไปเปิดสวิทไฟเพื่อที่จะหาชีสบนโต๊ะให้พี่มาร์ค

 

 



         พรึ่บ~~!          

 




 

        (O_O?)





 

        และทันทีที่ผมเปิดไฟขึ้นภาพที่เห็นตรงหน้ามันควรจะเป็นห้องนอนโทนสีดำที่ผมเห็นมันอยู่บ่อยๆ แต่ทว่า..มันกลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะภาพตรงหน้าตอนนี้ของผมนั่นก็คือ..

 


 







 

 

          นี่ผมกำลังฝันอยู่เปล่า พี่มาร์คทำอะไรแบบนี้ให้ผมเหรอ พี่มาร์คทำให้ผมจริงๆใช่ไหม? ตอนนี้ผมได้แต่ยืนมองภาพตรงหน้าอยู่ในภวังค์ ผมไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีโมเม้นท์แบบนี้เหมือนกับคนอื่นเขา และผมก็ไม่รู้ว่าตอนนี้หน้าผมบานเท่าไหนแล้ว แต่ที่แน่ๆผมแม่งโคตรมีความสุขเลย

 




         หมับ!





         จู่ๆผมก็ถูกสวมกอดจากด้านหลัง และคงไม่ต้องเดาให้ยากว่าเป็นใคร  




 

        “ แบมไม่ได้ฝันไปใช่มั๊ยผมเงยหน้าขึ้นถามคนที่สวมกอดผมอยู่ พี่มาร์คกอดผมแน่นขึ้นก่อนจะโน้มตัวลงมาราวกับกำลังจะบอกอะไร



 

         ฟอดด ด~ <3



 

         พี่มาร์คกดจมูกเข้าที่แก้มอมชมพูของผมอย่างหนัก อีกทั้งยังเอาปลายจมูกถูคลอเคลียไปที่แก้มผมไปมา

 



        “ งื้อออออ อผมพยายามเบี่ยงหน้าออกจากพี่เขา แต่จะหนียังไงก็หนีไม่พ้นเพราะพี่มาร์คเล่นกอดผมไว้แน่นซะขนาดนี้


        “ แล้วคิดว่าไงหละ?^^ ”


        “ พี่มาร์คทำให้แบมจริงๆเหรอ?ผมยังคงถามต่อ เพราะไม่รู้จะพูดอะไรกับพี่เขาตอนนี้แล้ว เอาจริงๆก็คือเขินอ่ะ >////<


        “ เปล่า.. ” พี่มาร์คบอกพร้อมกับทำหน้าเฉยชา นั่นทำให้ผมหน้าชาไปชั่วขณะ พี่มาร์คอ่ะอย่ามาล้อเล่นงี้ดิกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มแล้วเชียว


        “ T^T ”      


        “ พี่ไม่ได้ทำให้แบม… ” ผมบอกทั้งๆที่ยังคงกอดคนตัวเล็กเอาไว้ และดูเหมือนว่าคนตัวเล็กจะไม่พอใจกับคำพูดผมซะเท่าไหร่ เพราะตอนนี้หน้าน้องเขางอแข่งกับปลาทูในเข่งแล้ว


        “ ปล่อยเลย ไม่ต้องมากอด! ” ผมบอกพร้อมทั้งพยายามใช้อันแรงอันน้อยนิดดันตัวพี่เขาออก กำลังดีอยู่แท้ๆเขาเป็นงี้ตลอด ไม่เคยจะทำให้ผมดีใจจนถึงขีดสุดสักครั้ง ผมรู้นะว่าพี่เขาเป็นประเภทรักนะแต่ไม่แสดงออกงี้ แต่นี่มันวันวาเลนไทน์นะทำให้แบมสักครั้งหน่อยเถอะ!


        “ พี่ไม่ได้ทำให้แบม.. ”


        “ รู้แล้วไม่ต้องมาย้ำ!! ”


        “ พี่ทำให้.. ”


        “ ปล่อยเล.. ”


        “ …คนที่พี่รัก

 

        “ !!!?

 





        กรี๊ดดดดดดด ด นี่พี่มาร์คบอกว่ารักผมเหรอ? %$Y^%&UHRG ตั้งแต่เป็นแฟนกันพี่เขาไม่เคยบอกผมเลย ถึงผมจะรู้อยู้แก่ใจว่าพี่เขารักก็เถอะ แต่ผมก็ยังอยากจะได้ยินคำนั้น โอ๊ยยยย พี่มาร์คบอกรักผม โอ๊ยยย กรี๊ดดดด ด ด~~~~~

 





        “ ใครอ่ะ คนที่พี่รัก?ผมหันมาหาพี่เขาตรงๆทำฟอร์มแกล้งถามคนตรงหน้าทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจ        

        “ นี่ต้องให้บอกอีกเหรอ

        “ บอกสิ แบมจะได้รู้ว่าพี่รักใคร

        “ อยากรู้จริงๆเหรอพี่เขาหรี่ตามองผมอย่างมีเลสนัย ทำท่าราวกับครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

        “ ตอบมาสิพี่มาร์ค แบมรอฟังอยู่..อื้ออ!! ”



         ผมยังพูดไม่ทันจบพี่เขาก็จัดการปิดปากผมโดยการเอาริมฝีปากตัวเองทาบลงมายังกลีบปากผม โดยที่ผมไม่ทันตั้งตัวพร้อมทั้งรั้งผมเข้าไปใกล้แนบชิดจะอะไรต่อมิอะไรเบียดชิดกันไปหมด

 

        ผมดึงคนตัวเล็กเข้ามาแนบแน่นก่อนจะค่อยๆเริ่มจูบซับที่กลีบปากบาง ผมค่อยๆเป็นค่อยๆไป ก่อนจะเริ่มขบเม้มเข้าที่เรียวปากเล็กที่ยังแนบสนิท และดูเหมือนว่าน้องเขาตอนนี้จะยังพร้อมอาจจะเพราะผมไม่เคยทำอะไรแบบนี้กับน้องเขามาก่อน น้องเขาจึงพยายามที่จะออกแรงดันผมออก

 

       แต่ถึงจะให้ออกแรงแค่ไหนก็ไม่เป็นผลเพราะผมได้โอบกอดน้องเขาไว้แน่น แบมแบมตอนนี้ได้แต่จะผลักผมออกอีกทั้งยังเดินถอยหลังราวกับจะหาหนทางหลีกหนี แต่ทว่า..

 

 



         ตุ้บ!

 



 

         น้องเขาสะดุดขาตัวเองและล้มลงที่เตียงเป็นผลทำให้ผมต้องล้มตามอย่างปฏิเสธไม่ได้ เป็นอันว่าตอนนี้ผมคร่อมน้องเขาอยู่

 

         ผมจ้องมองคนใต้ร่างที่ตอนนี้เอาแต่หลบสายตาผม ผมรู้นะว่าน้องเขาเขินแต่เมื่อกี้ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ถ้าจะให้ทำต่อก็จะแลดูว่าผมกามอีกแหละ

 

        และตอนนี้ผมก็ได้แต่สำรวจมองใบหน้าที่น่ารักของแฟนตัวเอง ไม่ว่าจะมองมุมไหนแบมแบมก็น่ารักสำหรับผมเสมอ ผมเอามือเกลี่ยเข้าที่เส้นผมที่ปรกตาหวานอย่างอ่อนโยน จ้องมองคนที่เอาที่หลบสายตาผม

       

        “ แบม.. ”

        “ … ”

        “ แบม.. ”      

        “ … ”

        “ พี่รักแบมนะ

        “ … ”

        “ ได้ยินที่พี่พูดไหม.. ”

        “ … ”      

        “ ถ้าไม่ตอบพี่จูบนะผมไม่พูดเปล่าโน้มใบหน้าลงหาคนตัวเล็ก หวังจะทำตามที่พูด แต่พอเข้าไปใกล้ได้ไม่เท่าไหร่ น้องเขาก็ร้องขึ้นซะก่อน      

        “ ดะ ดะ ได้ ได้ยิน! ”

        “ ได้ยินว่าไง

        “ เอ่อ… ” ก็ได้ยินพี่มาร์คบอกว่ารักแบม แต่จะให้แบมพูดออกไปแบมก็เขินเป็นนะ! ไม่ใช่แค่พี่มาร์คที่ไม่เคยบอกรัก แบมเองก็ไม่เคยบอกรักพี่มาร์คเหมือนกัน

        “ ว่ายังไง..ได้ยินพี่บอกว่าอะไร

        “ พี่.. ”

        “ ?

        “ ..รักแบม

        “ … ”

        “ … ”

        “ แล้วแบมหล่ะ?

        “ ?

        “ รักพี่ไหม..?ผมถามพร้อมกับโน้มลงเข้าไปหาน้องเขาเรื่อยๆ

        “ รัก รัก รักสิ! ”

        “ จุ๊บ <3 ” ผมจูบเบาๆเข้าที่ริมฝีปากน้องเขาก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาถามย้ำน้องเขาอีกรอบ

        “ มากไหม?

        มะ มาก..อื้อออ!!” 






End... eiei ^^


คงไม่ต้องบอกว่าSFเรื่องี้ได้แรงบันดาลใจมาจากอะไร^^

ปล.แต่งมาร์คแบมไม่ค่อยได้ ได้แต่ทำOPV อิอิ ชอบกันไหม???


     


         


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

107 ความคิดเห็น

  1. #91 Kibibiza (@Mat_AnGel) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:33
    มาร์คแบมนี่คือที่สุดแล้วล่ะ
    เรื่องจิงไม่ต้องเมคเลย
    #91
    0