{FIC} วิมานจันทรา TAO x KAI x CHAEYEOL EXO

ตอนที่ 3 : :วิมานจันทรา: 3 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 246
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    20 ธ.ค. 57




:วิมานจันทรา: 3 
 
 
            หัวกลมทุยซบกับหน้าอกแกร่ง แสนอบอุ่น ฝ่ามือใหญ่ลูบผมอย่างเบามือ ทะนุถนอม โอนอ่อนกับร่างโปร่งบางที่นอนกอดเอวของเขาไม่ยอมลุกไปไหน มันช่างอบอุ่น มีความสุขเหลือเกิน
 
 
            ตั้งแต่ตื่นมาตั้งแต่ช่วงสายๆของวัน จงอินก็ได้แต่นอนกอดซบอกจื่อเทาไม่ยอมลุกออกจากเตียง  จื่อเทานอนโอบกอดร่างบางแววตา สีหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขในใจ สายตาคมเฝ้ามองดูคนในอ้อมอกไม่ละสายตา ริมฝีปากพรมจูบไปยังบนกลุ่มผมนิ่ม สายตาหวานช้อนขึ้นมามองอย่างเนิ่นนาน เหมือนมีคำถามคาค้างใจที่อยากจะถามออกไป
 
 
            "จงอินมีอะไรหรือเปล่าครับ" น้ำเสียงอบอุ่นเอ่ยถาม ฝ่ามืออันอบอุ่นนั้นพลางลูบผมอย่างช้าๆห่วงใย
 
 
            "ผมคิดว่าเรื่องเมื่อคืนมันต้องเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ยายเค้าเตือนผมเอาไว้" ความกลัว ความสงสัยมันทำให้จงอินอดจะคิดเรื่องนี้ไม่ได้ อาการเมื่อคืนมันเกิดขึ้นอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว พอร่างกายโดนแสนจันทร์แล้วมันทำให้จงอินรู้สึกต้องการกามารสมากขึ้นเป็นทุนเดิม  ถึงจื่อเทาจะทำให้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่จงอินก็ไม่รู้สึกพอ จนรู้สึกหมดแรงและความต้องการนั้นหายไปเมื่อฟ้าเริ่มสาง
 
 
            "ถ้าจงอินยังกลัว กังวลเรื่องนี้ เดี๋ยวพี่จะพาเราไปตามหายายคนนั้รที่ซุปเปอร์มาเกตที่เราไปเมื่อวาน" จงอินยิ้มน้อยๆ กับความใส่ใจ ความห่วงใยของจื่อเทาพร้อมที่จะทำให้เขาเสมอ
 
             "ขอบคุณพี่มากนะครับที่ทำเพื่อผมมาตลอด" บอกด้วยรอยยิ้ม ซบหน้ากับอกกว้าง แขนวาดกอดเอวหนาเอาไว้ จื่อเทาเฝ้ามองดูด้วยรอยยิ้มเอ็ดดู รักสุดหัวใจ ถึงแม้สิ่งที่เกิดเมื่อคืนจะไม่รู้สาเหตุก็ตาม แต่จื่อเทาก็มั่นใจเต็มร้อยว่าจงอินยอมเป็นของเขาทั้งตัวและหัวใจ 
 
 
 
 
 
 
            ช่วงบ่ายจื่อเทาพาจงอินมายังซุปเปอร์มาเกต มาดักรอคุณยายคนเมื่อวานหวังว่ายายจะกลับมาอีกครั้ง จงอินคิดว่าการที่ยายเข้ามาทักไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่เขาและยายจะมาเจอกันที่นี้ มันคงเป็นสิ่งที่ยายจงใจจะมาบอกมาเตือนให้ระวังตัวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง
 
    
            "สุดท้ายหนูก็ต้องกลับมาหายายอีกครั้ง" เสียงที่ดังขึ้นทำให้จงอิน จื่อเทารีบหันกลับไปมอง
 
 
            "ผมต้องการรู้ความจริงกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับผม ยายรู้ใช่ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับผม" คุณยายได้แต่ยิ้ม ทั้งที่ในใจของจงอินร้อนรุ่มเป็นไฟ
 
 
            "ยายว่าไปคุยกันที่บ้านยายดีกว่า เราต้องมีเรื่องคุยกันอีกมากมาย" คุณยายบอกออกมาและเดินนำเด็กทั้งสองตรงไปยังบ้านของตัวเอง ที่อยู่ไม่ไกลจากที่นี้นัก
 
 
             เมื่อมาถึงจงอิน จื่อเทามองรอบๆบ้านสำรวจความเป็นอยู่ของคุณยาย ที่ดูแล้วน่าจะอยู่คนเดียว ที่มันทั้งเงียบ ดูเว้งว้างอย่างไงชอบกล  สองมือต่างกุมกันแน่นให้กำลังใจกัน ไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกกลัวที่คุณยายนั้นมองเด็กทั้งสองด้วยรอยยิ้ม
 
 
            "นั่งก่อนซิ เดี๋ยวยายไปหยิบอะไรมาให้ดู" จงอิน จื่อเทาต่างมองหน้ากันและหย่อนตัวนั่งบนเก้าอี้สมัยโบราณ
 
      
            คุณยายเดินถือกล่องเล็กๆ ที่คงมีของสำคัญอยู่ในนั้นตรงมาที่โต๊ะตัวกลมที่จงอินและจื่อเทานั่งรออยู่ พร้อมเปิดกล่องหาอะไรสักอย่างในนั้น จงอิน จื่อเทาได้แต่มองตามอย่างสงสัยเมื่อเห็นสมุดเก่าๆหนึ่งเล่มที่ดูแล้วน่าจะมีอายุกว่าร้อยปี
 
 
            "นี้คือสมุดบันทึกของบรรพรุษยาย ท่านได้สั่งให้ลูกหลานเก็บเอาไว้และคัดข้อความเหล่านี้ลงเล่มใหม่ทุกๆรุ่น ท่านยังสั่งอีกว่าถ้าเจอคนที่ท่านตามหาให้เอาสมุดเล่มนี้ให้คนผู้นั่นและเตือนสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเขาให้รู้" 
 
 
            "แล้วทำไมยายคิดว่าเป็นผมละครับ" จงอินถามขึ้นอย่างสงสัย
 
 
            "มันมีบ้างอย่างทำให้ยายรู้ว่าเป็นเธอสองคน" มองเด็กทั้งสองกับความรู้สึกพิเศษที่หาคำตอบได้ด้วยตัวมันเอง
 
 
            "แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นกับจงอินมันคืออะไรกัน มันเกิดขึ้นได้อย่างไง" 
 
 
            "เธอสองคนอ่านในนั้นแล้วจะรู้ความจริงทั้งหมด" คุณยายส่งเล่มที่อ่านง่ายที่สุดให้กับเด็กทั้งสอง จื่อเทารีบเปิดอ่านที่มีจงอินนั่งอ่านอยู่ข้างๆด้วยความหวาดกลัวในใจ 
 
 
            'จงจินเหรินถ้าเจ้าได้อ่านจดหมายของข้าแล้ว เจ้าคงรู้ความจริงแล้วว่าเจ้าถูกองค์รัชทายาทสาปให้เจ้าอยู่ภายใต้ราคะ เสพสมกามา เจ้าจะทุกข์ทรมานกับกามา ราคะพวกนั้นทุกคืนในวันพระจันทร์เต็มดวง ชีวิตเจ้าจะวังวนอยู่ภายใต้ราคะ กามาคำสาปขององค์รัชทายาท การที่เจ้าต้องมาทุกข์ทรมานกับคำสาปเพราะว่าเจ้าและจื่อเทาทำผิดอย่างมหันต์กับการลักลอบเป็นชู้ ทั้งที่เจ้าเป็นถึงชายาขององค์รัชทายาทแต่เจ้ายังไปมีสัมพันธ์ชู้สาวกับจื่อเทา เจ้าถึงต้องเป็นเช่นนี้ ข้าอยากช่วยเจ้าแต่ข้าก็ช่วยเจ้าไม่ได้ สิ่งที่ข้าจะช่วยได้คือการบอกการแก้คำสาปให้กับเจ้า แต่การแก้คำสาปนั้นจะทำให้เจ้าเจ็บปวดไม่น้อย เพราะการที่เจ้าจะแก้คำสาปได้จะต้องมีองค์รัชทายาทแก้ให้กับเจ้าเท่านั้น เจ้าจะต้องมีสัมพันธ์ทางกามากับองค์รัชทายาทในคืนพระจันทร์เต็มดวงเท่านั้น คำสาปนั้นก็จะหายไปจากเจ้า ข้าได้แต่หวังว่าชาติภพหน้าเจ้ากับองค์รัชทายาทจะเป็นคู่รักกัน เพื่อที่เจ้าจะได้ไม่ต้องเจ็บปวดกับคำสาป แต่มันคงไม่มีทางเป็นไปได้อย่างที่ข้าขอ เพราะเจ้ากับจื่อเทาได้ให้คำมั่นสัญญากันเอาไว้ก่อนจะสิ้น ไม่ว่าทุกภพทุกชาติเจ้าสองคนจะเป็นของกันและกันตลอดไป  ที่ข้าคงช่วยเจ้าได้เท่านี้จงจินเหริน ข้าขอโทษที่ช่วยเจ้ากับจื่อเทาไม่ได้ ข้าขอโทษ' 
 
   
            จงอินอ่านข้อความในสมุดบันทึกจบ น้ำตาถึงกับรินไหลอาบแก้มทั้งสองทั้งเสียใจ ทั้งเจ็บปวดระทม จื่อเทาต้องวาดมือโอบกอดไหล่บางของคนที่รัก
 
 
            "แต่ยายเชื่อว่าความรักของเธอสองคนสามารถเอาชนะคำสาปนั้นได้ แค่เธอสองคนเชื่อมั่นในความรักที่มีต่อกัน คอยดูแลซึ่งกันและกันก็ไม่มีใครทำอะไรเธอสองคนได้" คุณยายพูดให้คำแนะนำ สอนเด็กทั้งสองที่ต้องมาเจอเรื่องราวแสนเจ็บปวด
 
 
            "คุณยายรู้ไหมครับว่าใครคือองค์รัชทายาท" 
 
 
           "อีกไม่นานเธอสองคนก็จะเจอเขา ยายไม่สามารถบอกเธอสองคนได้ในตอนนี้" มันเป็นสิ่งที่สวรรค์กำหนดมาแล้วและคุณยายไม่สามารถเปิดเผยออกไปได้ จื่อเทาและจงอินได้แต่สิ้นหวังที่ไม่รู้ว่าใครเป็นองค์รัชทายาทผู้จะมาแก้คำสาปแสนเจ็บปวดให้กับจงอิน
 
 
           ถ้าจื่อเทาได้รู้สักนิด เขาจะไม่มีทางให้จงอินได้อยู่ใกล้กับคนคนนั่นเด็ดขาด เขาจะไม่ยอมให้จงอินเป็นของใครเด็ดขาด จงอินจะเป็นของเขาเพียงผู้เดียว
 
 
            กลับออกมาจากบ้านคุณยาย จงอินถึงกับหมดเรี่ยวล้า หมดแรงที่จะก้าวเดินต่อไปจนจื่อเทาต้องเดินเข้ามากอดปลอบคนรักที่นั่งทรุดกับพื้นร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บปวดระคนเสียใจ หมดหนทางจะแก้คำสาปบ้าๆนั้นได้ 
 
    
            "ผมไม่อยากเป็นแบบนี้ ผมไม่อยากโดนคำสาปบ้าๆนั้น!!"ตวาดอย่างสุดกลั้น ที่ต้องมาเจอเรื่องบ้าๆ จื่อเทาได้แต่กอดปลอบ ลูบผมปลอบคนรักทั้งน้ำตา 
 
            จงอินเจ็บ เขาก็เจ็บไม่แพ้กัน....
 
 
            "กลับบ้านกันเถอะนะจงอิน กลับบ้านของเรากัน" น้ำเสียงอบอุ่นเอ่ยบอกกับคนรัก ค่อยๆประคองจงอินเดินมาที่รถ จงอินยังคงมีน้ำตาไหลลงมาจากนัยน์ตาคู่สวย ดวงตาคู่นั้นมองออกไปอย่างเหม่อลอย ไร้จิตใจ ไร้ความรู้สึกกับสิ่งที่เพิ่งได้รู้ความจริงมา
 
   
            รถคันหรูจอดหน้าบ้าน จื่อเทารีบเปิดประตูมาประคองจงอินเดินเข้ามานั่งโซฟากลางบ้าน
 
    
            "จงอิน..ฟังพี่นะ" ฝ่ามือใหญ่กอบกุมมือเล็กที่เงยหน้าขึ้นมาทั้งน้ำตา "ทุกคืนพระจันทร์เต็มดวงพี่จะอยู่กับจงอิน พี่จะไม่ปล่อยให้จงอินต้องอยู่คนเดียวทนกับความทุกข์ทรมานของมัน พี่จะเป็นคนปลดปล่อยความทุกข์ทรมานด้วยตัวของพี่เอง" น้ำเสียงหนักแน่น จริงจัง มือที่กุมเอาไว้ยิ่งทำให้จงอินกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่  "แล้วพี่ไม่ยอมให้ใครมาแก้คำสาปให้จงอินเด็ดขาด พี่ไม่ยอมให้จงอินเป็นของคนอื่น จงอินต้องเป็นของพี่คนเดียว พี่ไม่สามารถทนเห็นจงอินตกเป็นของคนอื่นได้ ต้องทนเห็นจงอินต้องเจ็บปวดกับการแก้คำสาปนั้น" จงอินถึงกับโผกอดจื่อเทาทั้งน้ำตา กายสั่นไหวสะอื้นอยู่ในอ้อมกอดของชายคนรัก
 
 
            "ผมยอมทุกข์ทรมานกับคำสาปนั้นผมยอมเป็นของพี่คนเดียวดีกว่าจะต้องให้ใครที่ผมไม่รักมาแก้คำสาปให้" บอกออกมาทั้งน้ำตา "ถึงผมต้องทุกข์ทรมานกับมัน แต่ผมก็มีความสุขกับมันถ้าเป็นพี่ทำให้" จงอินไม่คิดเสียใจถ้าความทุกข์ทรมานของเขาจะถูกรักษาแก้โดยชายคนรัก ถึงแม้จะไม่สามารถจะแก้คำสาปได้ แต่มันก็ทำให้จงอินมีความสุขที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของจื่อเทา ได้รักกับจื่อเทา แค่เป็นจื่อเทา จงอินก็ยินยอมแต่โดยดี
 
 
 
 
 
 
************************************

 
            จื่อเทาที่ถูกมารดาโทรตามให้กลับบ้านมาพบคุณชายใหญ่ที่กลับจากอังกฤษเมื่อคืน จื่อเทาจะขัดคำสั่งก็ไม่ได้ก็ต้องกลับบ้านตามคำสั่งของแม่ แต่ไม่ใช่เพียงจื่อเทากลับมาเพียงคนเดียว จื่อเทายังพาจงอินกลับมาด้วย โดยไม่ต้องการให้จงอินต้องอยู่บ้านเพียงคนเดียว เขาไม่อยากปล่อยให้จงอินอยู่คนเดียวตามลำพัง แต่ไม่รู้เลยว่าการพาจงอินมาที่นี้ด้วย มันจะเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้คำสาป จุดเริ่มต้นของคุณชายใหญ่ที่จะทวงทุกอย่างกลับคืนมา
 
 
            "กว่าจะกลับมาได้นะเจ้าตัวดี" พอเห็นหน้าลูกชายเท่านั้นคุณฮวางผู้เป็นมารดาอดจะต่อว่าไม่ได้
 
 
            "ผมขอโทษแม่ด้วยแล้วกัน พอดีผมไม่อยากปล่อยให้จงอินต้องอยู่คนเดียว" ชื่อของเด็กหนุ่มที่ลูกชายพูดถึงนั้น ทำให้สายตาที่เคลือบไปด้วยมาสคาลา รอบมองดูเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างหลัง ค้อมหัวอย่างอ่อนน้อม ถ่อมตนให้กับคุณนายคนที่สองของตระกลู 
 
 
            คุณนายฮวางโค้งรับตามมารยาท ทั้งที่ในใจไม่ค่อยชอบจงอิน ไม่อยากให้ลูกชายยุ่งเกี่ยวกับจงอินมากนัก แต่หล่อนก็ห้ามลูกชายไม่ได้ ในเมื่อมันเป็นความต้องการของสามีที่ฝากฝังให้ลูกชายทั้งสองช่วยดูแลจงอินแทน คุณนายฮวางจึงต้องยอมให้ลูกชายคอยดูแลจงอิน
 
 
            "ลูกขึ้นไปหาคุณชายใหญ่ก่อนเถอะ คุณชายใหญ่รอพบลูกมาตั้งแต่เช้าแล้ว" หันมาบอกกับลูกชาย จื่อเทาได้แต่พยักหน้าและหันมามองจงอิน
 
 
            "เดี๋ยวไปรอพี่ที่ห้องนะ เดี๋ยวพี่คุยกับพี่ชานยอลเสร็จแล้วจะตามไป"
 
 
            "ครับ" จงอินขานรับยิ้มๆ ไม่อยากทำตัวเรื่องมาก มีปัญหาให้จื่อเทาไม่สบายใจ ลำบากใจไปเพราะตน
 
 
            "คุณชายเล็กครับ คุณชายใหญ่ให้พาคุณจงอินขึ้นไปพบด้วยครับ" เลขาส่วนตัวเดินเข้ามาบอก จงอินมองหน้าคนรักอย่างระคนสงสัยว่าคุณชายใหญ่ต้องการเจอเขาด้วยเพราะอะไร
 
 
            แต่ด้วยเพราะเหตุผลอะไรก็ตาม จงอินก็ต้องเข้ามาพบคุณชายใหญ่ของตระกลู ผู้ที่มีบุญคุณไม่น้อยกับครอบครัวของเขา
 
 
            สองมือกุมกันแน่นมายืนอยู่หน้าประตูห้องทำงาน จื่อเทาบีบมือเล็กให้กำลังใจ ให้จงอินสบายใจ ไม่กังวลกับการเข้าพบคุณชายชานยอล
 
 
            ประตูถูกเปิดออกเมื่อได้รับอนุญาตจากเจ้าของเรา ความกลัว ใจเต้นรัวแรงรัว ความกลัวในใจกับการเจอคุณชายใหญ่ของตระกลู ที่ตลอดสิบปีจงอินไม่ได้เจอคุณชายชานยอลมาตลอด หลังจากคุณชายไปเรียนอังกฤษ
 
 
            ร่างสูงใหญ่ สง่างาม น่าเกรงขาม นั่งอยู่ตรงโต๊ะทำงาน สายตาคมนิ่งมองมายังเด็กหนุ่มทั้งสองที่กำลังเดินเข้ามาหา สำหรับจื่อเทาถือว่าเป็นเรื่องปกติ คุ้นชินกับท่าทาง บุคลิกของพี่ชายต่างมารดา แต่สำหรับจงอินมันดูน่ากลัวไม่น้อย
 
 
            "นั่งก่อนซิ" เสียงนิ่งเอ่ยบอกกับเด็กทั้งสอง จงอินน้อมศรีษะเล็กน้อยและค่อยนั่งลงตามจื่อเทา "พี่คิดว่าแกจะลืมพี่ไปแล้ว ถึงไม่ขึ้นมาหาพี่เลย" 
 
 
            "ผมขอโทษพี่ชานยอลด้วยแล้วกัน พอดีเมื่อวานวันเกิดจงอินผมเลยเลือกที่จะอยู่กับจงอินก่อน" ตอบตรงไปตรงมา สายตาคมนั้นเหลือบไปมองจงอินด้วยรอยยิ้ม
 
 
            "จงอินคงสำคัญกับแกมากซินะ" น้ำเสียงดูประชดเอ่ยถามกลับไปยังน้องชาย มันทำให้จงอินบีบมือตัวเองแน่น
 
 
            "ครับ จงอินสำคัญกับผมมาก จงอินเป็นคนรักของผมก็ต้องสำคัญกับผมเป็นธรรมดา" ชานยอลยิ้มอย่างถูกพอใจที่น้องชายเป็นคนตรงๆ
 
 
            "พี่ไม่ว่าแกหรอก ถ้าแกจะคบกับจงอิน แต่แกก็น่าจะรู้นิสัยของแม่แกดีว่าคงรับไม่ได้ถ้าแกรักผู้ชายด้วยกันเอง และผู้ชายคนนั้นยังเป็นจงอินอีก พี่ว่าความรักของแกไม่มีทางไปรอด" จื่อเทากุมมือจงอินแน่น ให้มั่นใจว่าเขาจะไม่ปล่อยจงอินไป ถึงแม่จะห้ามก็ตาม
 
 
            "แต่ถ้าพี่ช่วยพูดผมว่าแม่คงยอมฟังพี่ แม่นะเกรงใจพี่จะตาย"ชานยอลถึงกับหัวเราะอย่างชอบใจ 
 
 
            "ถ้าแกมั่นใจพี่ขนาดนั้น พี่ก็จะช่วยแกเท่าที่จะช่วยได้แล้วกัน" ชานยอลเป็นพี่ชายที่แสนดีเสมอ แต่ในเรื่องของจงอินเขาคงไม่แสนดี ไม่ยอมเสียจงอินไปง่ายๆ แต่เขาต้องเล่นบทพี่ชายแสนดีให้กับน้องชายไปก่อน ถึงแม้ว่าในใจจะนึกเจ็บก็ตามที่ต้องเล่นคนที่ตัวเองรัก เฝ้ามองมาตั้งแต่เด็กไปรักกับคนอื่นก็ตาม
 
 
           "มีอีกอย่างที่ผมจะขออนุญาตพี่" ชานยอลพยักหน้าให้น้องชายพูดในสิ่งที่ต้องการ "ผมจะขอย้ายออกไปอยู่กับจงอิน ผมไม่อยากปล่อยให้จงอินต้องอยู่คนเดียวตามลำพัง"
 
 
           "ข้อนี้พี่คงจะให้แกไม่ได้" จื่อเทาถึงกับหน้าเสีย สีหน้าจงอินก็เศร้าลง "พี่จะปล่อยให้น้องชายคนเดียวไปอยู่ข้างนอกได้อย่างไงกัน ทั้งที่บ้านเราใหญ่โต มีพร้อมทุกอย่างแต่จะปล่อยให้น้องชายไปอยู่อย่างลำบาก" ว่าออกมาที่เขาไม่เห็นด้วยกับข้อนี้ แต่ในใจนะมีแผนการทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว "ถ้าแกไม่อยากให้จงอินต้องอยู่ข้างนอกคนเดียว แกก็พาจงอินมาอยู่ที่นี้กับเรา มาอยู่ที่นี้ยังมีคนคอยดูแล คอยรับใช้ทุกเมื่อ" จื่อเทา จงอินหันมามองกันอย่างไม่คิดว่าคุณชายชานยอลจะยอมให้เขาสองคนอยู่ด้วยกัน "ถ้าจะพาจงอินมาอยู่ด้วย พี่จะยกเรือนวิมานจันทราให้เป็นของจงอินกับแก" จื่อเทาถึงกับยิ้มออกมาอย่างดีใจ ยิ้มขอบคุณพี่ชายที่ช่วยเหลือ ยอมช่วยเหลือเขาตลอดทั้งที่ไม่รู้เลยว่าความใจดีนั่นมีความนัยน์แอบแฝง
 
 
           ชานยอลยกยิ้มร้ายในใจ สายตาเต็มไปด้วยรอยยิ้มความร้าย เจ้าเล่ห์ที่ทอดมองเด็กหนุ่มทั้งสองที่ต่างยิ้มออกมาให้กันอย่างดีใจเต็มไปด้วยความสุข โดยไม่รู้เลยว่ามันเป็นกับดักร้ายที่จะล่อให้เหยื่อติดอยู่ในกับดักนั้น
 
  
 
            เมื่อพี่ชายอนุญาต จื่อเทาก็พาจงอินมายังเรือนวิมานจันทรา เรือนไม้หลังตึกใหญ่ที่ภายในนั้นจะมีสระน้ำอยู่ติดกับระเบียงหน้าบ้าน ภายในเรือนถูกตกแต่งอย่างสวยงาม ด้านฝั่งสระน้ำติดด้วยกระจกใสให้เห็นสระน้ำ เห็นดอกไม้นานาชนิดที่ถูกปลูกให้สวยงาม หน้ามอง
 
 
            เรือนวิมานจันทราหลังนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณชายชานยอล ไว้พักผ่อนหย่อนใจพักผ่อนเป็นการส่วนตัว ถ้าเดินเข้ามาสังเกตุดีๆจะเห็นได้ว่าเรือนหลังนี้จะมีกำแพงลายล้อมและยังมีต้นไม้ ดอกไม้นานาชนิดลายล้อมอีกที
 
 
            "คุณชายเล็กครับ คุณแม่ให้มาตามไปพบค่ะ" สาวใช้เดินเข้ามารายงาน จื่อเทาพยักหน้าเป็นคำตอบว่าจะตามไป 
 
 
            "จงอินอยู่คนเดียวไปก่อนนะ เดี๋ยวพี่มา" จงอินยิ้มน้อยๆให้กับจื่อเทาสบายใจ ไม่ต้องเป็นห่วง 
 
 
            จื่อเทาเดินออกไปยังตึกใหญ่ จงอินจึงเดินดูรอบๆบ้านอย่างสนอกสนใจ ชอบบรรยากาศที่นี้ไม่น้อย รู้สึกคุ้นเคย เคยชินกับเรือนหลังนี้เป็นอย่างดี
 
 
            รอยยิ้มบางๆ ฉายประกายเต็มไปด้วยความสุขกับความสวยงาม เย็นสบาย เงียบสงบของที่นี้
 
 
            "เรายังเหมือนเดิมเลยนะ" เสียงทุ้มใจดี อบอุ่นเอ่ยขึ้นจากด้านหลัง จงอินถึงกับสะดุ้งตกใจไม่ทันได้มองถึงกับสะดุดขาตัวเองจะล้ม ดีที่ว่าคุณชายชานยอลเข้ามาคว้าตัวไว้ทันให้อยู่ในอ้อมแขนไม่ให้จงอินต้องหน้าคะม่ำกับพื้น
 
 
            เหมือนว่าโลกหยุดหมุน คนทั้งสองจ้องมองสบประสานตากันกับความชิดใกล้
 
 
            "เดินดีๆซิจงอิน ถ้าฉันมารับไม่ทันเธอได้หน้าจูบพื้นไปแล้ว" เอ่ยกระเซ้ากับเด็กซุ่มซ่ามที่ได้แต่ก้มหน้า เม้มปากด้วยความไม่กล้า ชานยอลได้แต่ยิ้มๆมองดูอย่างเอ็ดดู แตกต่างกับจากอยู่ในห้องทำงานสิ้นเชิง
 
 
            "ขอบคุณมากนะครับ" เป็นประโยคเดียวที่จงอินกล้าพูดกับคุณชาย
 
 
            "ไม่เห็นแสบ ไม่เห็นกล้าเหมือนตอนเด็กๆเลยนะ" เอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มที่หันหลังให้จงอินสายตาทอดมองดูสระน้ำ จงอินคิ้วขมวดอย่างสงสัยกับคำพูดของคุณชาย
 
            "เธอคงจำไม่ได้ซินะว่าตอนเด็กนะ เธอแสบน่าดู เล่นฉันซะปวดหัวไปเลย" ชานยอลเอ่ยขึ้นอย่างไม่ต้องรอจงอินถามอะไร จงอินคงลืมเรื่องราวในวัยเด็กไปหมดแล้ว  "แต่ก่อนเธอนะแสบมาก แสบจนฉันต้องยอมตามใจทุกอย่าง ความแสบ ความซนของเธอก็ทำให้เธอเจ็บตัวจนได้" เล่าด้วยรอยยิ้มเมื่อนึกถึงอดีต จงอินได้แต่ตั้งใจฟังเรื่องราวในอดีตที่เขาจำไม่ค่อยได้แล้ว "เธอหนีพ่อของเธอมาเล่นที่นี้และยังปีนป่ายต้นไม้จนตกลงมา ดีที่ฉันมารับไว้ทันไม่งั้นเธอคงไม่ได้มารักกับจื่อเทาได้อย่างวันนี้" หันกลับมามองเด็กแสบแสนซนในวัยเด็กด้วยรอยยิ้มแฝงไปด้วยความเศร้า "ฉันไม่คิดว่าเด็กแสบคนนั้นที่ฉันดูแลจะมาเป็นคนรักของน้องชายฉันๆดีใจด้วยนะจงอิน" ถึงปากบอกจะดีใจแต่ในใจมันเต็มไปด้วยความเจ็บผิดหวัง อิจฉาน้องชายต่างแม่ที่ได้ความรักจากจงอินไป
 
 
            จงอินยังคงสับสน ความทรงจำในวัยเด็กเลอะเลือน จำช่วงเวลาในวัยเด็กไม่ได้ 
 
 
 
            สายตาเศร้าๆ แต่ก็ยังมีรอยยิ้มให้กับจงอิน สายตา รอยยิ้มนี้มันทำให้จงอินรู้สึกหน่วงๆปวดหนึบในใจไม่น้อย ยิ่งบอกกับคำพูดของคุณชายชานยอลยิ่งทำให้จงอินปวดหนึบ เจ็บที่หัวใจและรู้สึกผิดไม่น้อยกับคุณชายชานยอล
 
 
            "ถึงเธอจะจำช่วงเวลาในวัยเด็กไม่ได้ แต่ฉันเชื่อว่าสักวันเธอจะจำช่วงเวลานั้นได้ จำพี่ชายที่แสนดีคนนี้ได้จงอิน ฉันจะรอวันนั้น วันที่เธอจำทุกอย่างได้" บอกด้วยรอยยิ้มแห่งความหวัง รอยยิ้มที่มันทำให้จงอินรู้สึกผิดไม่น้อย 
 
 
            รู้สึกผิดที่จำช่วงคุณชายใหญ่ไม่ได้ รู้สึกผิดที่จะให้ความรัก ความรู้สึกดีกับคุณชายใหญ่ไม่ได้ ในเมื่อตอนนี้หัวใจของเขาเป็นของจื่อเทาคนเดียว
 
 
 
             แต่สำหรับชานยอลถึงรู้ว่าจงอินเป็นคนรักของน้องชายก็ตาม แต่เขาก็จะขอทวงสิทธิ์ในตัวจงอินมาเป็นของเขา ถึงแม้จงอินยังไม่เปิดใจตอนนี้ แต่สักวันจงอินก็ต้องเปิดใจ ยอมให้เขาเป็นคนแก้คำสาปร้ายนั้น 
 
 
            เขาไม่อยากจะร้าย แต่ในเมื่อเขามาก่อนและมีสิทธิ์ในตัวจงอินมากกว่าจื่อเทา ชานยอลยอมร้ายเพื่อจะได้คนที่รักกลับคืนมาเป็นของตน
 
 
 
 
 
 Talk
 
            ครบ 100แล้ว  สุดท้ายแล้วจงอินกับจื่อเทาจะรู้กันตอนไหนว่าชานยอลเป็นองค์รัชทายาทผู้แก้คำสาปได้ 
 
            ถึงพี่ชานจะร้ายแต่ก็น่าสงสารนะคะ รักเขา มอบหัวใจให้เขา สุดท้ายก็ถูกหักหลัง ถูกทรยศต่อความรักที่มีให้อย่างบริสุทธิ์แต่กลับถูกทำร้าย ทรยศ พี่ชานถึงต้องร้าย 
 
            แต่ก็นะความรักไม่เข้าใครออกใคร พี่ชานรักคนไม่รักเราก็เจ็บเช่นนี้ แต่พี่ชานจะสมหวังไหม จะได้จงอินมาครอบครองมาหรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไปนะคะ 
 
 
            ตอนนี้ไรต์มีเกมมาเล่น แค่รีดเดอร์ติดแท๊ก #ฟิคจันทราtkc ในทวิต ว่าคุณเชียร์ใครระหว่างชานยอลหรือจื่อเทา พร้อมเหตุผล 5 คนแรกที่ไรต์เลือกจะได้ปฎิทินแบบพกพาของฟิคเลือกนี้ไป 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

39 ความคิดเห็น

  1. #35 babyhf (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 เมษายน 2558 / 22:48
    นี่อยู่ทีมชานยอลได้ไหมค่ะเนี่ย 5555555555555555555อารมณ์ประมาณแบบสงสารพี่ชานมากอยากให้น้องตกเป็นของพี่ชาน? 55555555555555555555
    #35
    0
  2. #30 poppoka (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2558 / 14:52
    อ่านแล้วสงสารยอลนะที่ถูกทรยศเนี่ย
    #30
    0
  3. #21 P.KiM.K (6188) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2557 / 08:48
    เฮ้อออ พี่ชานน่าสงสารจัง
    #21
    0
  4. #20 moslolo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2557 / 23:51
    เทาจะคนดีไปไหนยิ่งอ่านยิ่งสงสารชานยอล
    #20
    0
  5. #17 ดุ๊กดิ๊ก (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2557 / 23:07
    Okตามไรท์เลย แต่พี่ชานนี่ผูกใจเจ็บมาร้อยปีเชียวนะ ตามเค้ามาโธ่น่าสงสาร
    #17
    0