Love Cinema [สิงโต คริส Yaoi 18+]

ตอนที่ 35 : หนังสั้น 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,834
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    2 ก.ค. 60


หุหุ มาละ แต่งไปสัปหงกไป ฮ่าๆ วันนี้เดินช้อปขาลากเลย อาจจะมั่วๆ มึนๆ ไปบ้างนะ มะหวายละ นอนก่อน Good Night sweet dream 

******


“คริส”

ผมสะดุ้ง รีบยกมือขึ้นปาดเช็ดน้ำตา มันเป็นเสียงที่คุ้นหูที่สุดในชีวิต เพียงแค่มันหายใจผมยังจำได้เลย

เสียงฝีเท้าของมันใกล้เข้ามา แต่ตัวผมไม่อาจก้าวเดินไปข้างหน้า ได้แต่ยืนหลับตาปี๋อยู่อย่างนั้นด้วยความหวาดหวั่น เพราะเพลงที่ผมเพิ่งจะร้องไปเมื่อครู่ มันคือการบอกความในใจที่มีมาตลอด 12 ปีของผม

 

ขอโทษที่ฉันเอง

ไม่อาจเป็นเหมือนเดิม

อย่างที่เธอต้องการ

 

แค่เพื่อนเท่านั้น

พยายามเข้าใจ

แต่ทำไมในใจของฉันยังสั่น

 

เพียงแค่ท่อนแรก เสียงของผมก็สั่นจนควบคุมไม่อยู่ แล้วจู่ๆ น้ำตามันก็ไหล

 

เธอ

เธอคงไม่รู้ว่า

เพื่อนเธอคนนี้

ภายในใจนั้น

ข้างใน

ได้เปลี่ยนไปแล้ว

 

เปลี่ยนไปเป็นรัก

รักจนหมดหัวใจ

รักเพียงแต่เธอ

ขอเพียงให้เธอได้รู้

ไม่มีอีกแล้ว

เพื่อนที่เธอไว้ใจ

เหลือเพียงแต่คนๆหนึ่ง

ที่เก็บซ่อนความรักไว้ไม่ไหว...

 

จนถึงท่อนนี้ ผมก็ร้องต่อไปไม่ไหว น้ำตามันไหลไม่ยอมหยุดเลย เสียงของผมสั่นจนร้องต่อไม่ได้ ยิ่งมองเห็นมันยืนอยู่กับผู้หญิงคนนั้น ใจผมยิ่งเจ็บปวด ไม่อยากทนดูต่อไป นาทีนั้นผมคิดอะไรไม่ออก ในหัวมันอื้ออึง สุดท้ายก็โยนกีต้าร์ทิ้งแล้ววิ่งหนีลงเวทีมาทั้งอย่างนั้น

 

ผมไม่ได้คาดหวังอะไรทั้งนั้น ไม่คิดว่ามันจะตามมาด้วยซ้ำ เพราะมันก็อยู่กับแฟนมัน แต่ผม...ผม...

 

เป็นแค่เพื่อน

 

อาจจะเพราะเราอยู่ด้วยกันมานานเกินไป จนมันกลายเป็นความเคยชิน ผมไม่คิดว่าวันหนึ่งผมจะต้องเสียมันไป ไม่คิดว่าจะมีวันที่เราต้องแยกกันเดิน ต่างคนต่างมีชีวิตครอบครัวของตัวเอง ผมแค่อยากให้เรามีกันและกันแบบนี้ไปตลอด แม้ไม่ได้เป็นคนรักก็ไม่เป็นไร

 

แต่พอเห็นมันคบกับผู้หญิงคนนั้น ใจผมก็โหวงเหวงไปหมด ไม่รู้จะก้าวต่อไปทางไหน ไม่อยากปล่อยมือ อยากให้มันรับรู้ความรู้สึกของผมบ้างสักเล็กน้อยก็ยังดี

 

“คริส...” น้ำเสียงของมันอ่อนลงอีก มันเดินมาซ้อนอยู่ด้านหลัง ใกล้จนรู้สึกถึงไออุ่นจากร่างกาย มันหอบเล็กน้อย คงวิ่งมา

ผมไม่กล้าหันไปมอง แต่ก็ไม่กล้าวิ่งหนี ใจผมอยากจะเผชิญหน้ากับมัน

 

แม้ความสัมพันธ์ที่มีมาจะต้องแตกสลายกลายเป็นฟองอากาศ ก็ขอให้ได้รักมันอยู่แบบนี้ก็พอ

 

“คริสครับ” ผมตกใจกับน้ำเสียงและคำพูดสุภาพของมัน ตั้งแต่รู้จักกันมา พวกเราคุยกันด้วยคำหยาบคายต่างๆ นานาด้วยความเคยชิน

มืออุ่นๆ แตะลงบนบ่าของผม มือของมันสั่นเล็กน้อย คล้ายกับลังเลว่าจะแตะต้องผมดีไหม ทั้งที่ปกติก็ทั้งกอดทั้งซบ แล้วตอนนี้จะมาเกรงใจอะไรกะอีแค่แตะบ่า

“ทำไมถึงร้องไห้” มันถามผมอย่างที่ผมคิด

“ฝะ...ฝุ่น/ฝุ่นมันเข้าตา?” พวกเราพูดออกมาพร้อมกัน แล้วมันก็หัวเราะเสียงใส ไม่มีความคลุมเครือหรือลังเลในน้ำเสียงนั้นอีกแล้ว

“หันหน้ามาหน่อยได้มั้ย” ผมสะดุ้งโหยงและหันหน้าไปมองมันทันที เพราะมันดันก้มลงมากระซิบอยู่ข้างหู ผมรู้สึกเลยว่าหน้าร้อนฉ่า ยิ่งสบตากับมันยิ่งอายจนไม่รู้จะมองไปทางไหนดี เลยหรุบตาลง มันคว้าไหล่ผมทั้งสองข้างไว้แน่น ผมเลยขยับหนีหรือหันหลังไม่ได้อีก

“มีอะไรจะบอกกูมั้ยคริส” ผมเหลือบตาขึ้นมอง เห็นมันยืนยิ้มกว้างอย่างน่าโมโห ทั้งที่ผมทั้งอายทั้งเกร็งจนตัวสั่นมือสั่นไปหมด แต่มันกลับยิ้มอารมณ์ดีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“บอกอะไร...ไม่มี” ผมก้มหน้าลงตามเดิม แต่แล้วก็ต้องตกใจเป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ เมื่อจู่ๆ มันก็ก้มหน้าตามผมมา มันช้อนสายตาขึ้นมองหน้าผม พบตาเราสบกัน มันก็จ้องลึกเข้ามาราวกับจะค้นหาสิ่งที่อยู่ในใจของผม ผมเหมือนถูกดึงดูดด้วยดวงตาคู่นั้น จนไม่กล้าหลบตา แล้วมันก็หยิบมือถือขึ้นมา กดเปิดเพลงที่เล่นค้างไว้

 

'Cause all of me

Loves all of you

Love your curves and all your edges

All your perfect imperfections

Give your all to me

I'll give my all to you

You're my end and my beginning

Even when I lose I'm winning

'Cause I give you all of me

And you give me all of you

 

เป็นเพลงภาษาอังกฤษที่มันชอบเปิดให้ผมฟังบ่อยๆ ซึ่งผมก็ไม่ได้สนใจความหมายของมันมาก่อน แต่ตอนนี้ หัวใจของผมกำลังเต้นแรงมาก เราสองคนยังคงสบตากันนิ่งงัน เสียงเพลงบรรเลงต่อไปเรื่อยๆ จนเงียบหาย และทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบสงัดอีกครั้ง

 

“เราคบกันมากี่ปีแล้วนะ?” มันถามด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม

“ลืมอีกแล้วเหรอ” ผมย้อนมันกลับ มันหัวเราะเบาๆ

“เปล่า แค่อยากถามให้มึงตอบ”

“หัดนับเองมั่งสิวะ”

“ก็กูชอบให้มึงเป็นคนพูดไง”

เราจ้องหน้ากันอยู่อย่างนั้น เพราะผมไม่ยอมตอบ

“จะตอกย้ำทำไมนักหนา” ในที่สุดผมก็ทนความเงียบต่อไปไม่ไหว เป็นคนเปิดปากพูดออกมาเอง เริ่มหงุดหงิดและอยากจะเดินหนี

“อย่าหนีนะ” มันรั้งผมไว้ด้วยประโยคคำสั่ง ไม่ใช่ขอร้องอย่างแน่นอน มือของมันบีบต้นแขนผมไว้

“มึงหนีอย่างนี้มา 12 ปีแล้ว รู้ตัวมั้ย”

ผมก้มหน้านิ่ง

“จะหนีต่อไปอีกเหรอ”

แล้วจะให้ทำยังไงได้อีกล่ะ ผมอยากจะถามมันกลับไปแบบนั้น แต่ปากมันสั่นจนพูดไม่ออก ถ้าเปล่งเสียงออกมาตอนนี้ ผมว่าน้ำตาผมต้องไหลแน่ๆ

“ไม่เข้าใจที่กูจะบอกเหรอ คริส” มันทำหน้ายุ่ง เกาหัวแกรกๆ ยื่นหน้าจอมือถือมาให้ผมดูเพลงที่มันเปิดให้ฟัง

 

All of me

 

“ต้องให้พูดตรงๆ สินะ” มันพูดงึมงำเหมือนพูดกับตัวเอง แล้วก็ถอนหายใจหนักๆ สูดลมหายใจเข้าแล้วก็ปล่อยออกมายาวๆ ทำแบบนี้อยู่หลายครั้ง จนผมต้องขมวดคิ้ว

“ไม่ว่ากูจะขออะไร มึงทำให้กูได้เสมอ เพราฉะนั้น ครั้งนี้ กูจะขอให้มึง...“ มันสูดลมหายใจอีกครั้ง “กูขอให้มึง...รักกู”

“ตลก” ผมเผลอโพล่งออกมา มันทำหน้างอ ไม่สิ หน้าบึ้งมากเลย

“ตลกพ่อง แค่บอกรักกูมันยากนักรึไง กูยังพูดได้เลยเนี่ย กูรักมึงๆๆๆๆ”

“ไอ้...” หน้าผมร้อนไปหมด รีบยกมือขึ้นปิดปากมันไว้ เกิดใครมาได้ยินเข้าทำไงวะเนี่ย

“มึงไม่ได้รักกูเหรอคริส?” มันจับมือผมออกจากปากมันแล้วทำหน้าจริงจัง ผมอึกอัก ก็มันน่าอายที่จะต้องพูดคำนั้น คำที่เก็บมาตั้ง 12 ปี แต่ผมไม่อยากหนีอีกแล้ว

ผมส่ายหน้าช้าๆ

“งั้นก็แสดงว่าเราใจตรงกันนะ เป็นแฟนกันเนอะ” มันสรุปเองแล้วก็ยิ้ม

“โครตมัดมือชก” ผมอดบ่นไม่ได้ มันชอบบังคับแกมขอร้องผมแบบนี้ตลอด ซึ่งผมก็ยินดีที่จะถูกบังคับ

“อย่างมึงต้องใช้วิธี้แหละ ไม่บังคับก็ปากหนัก ปากแข็งอยู่นั่น” มันเอานิ้วมาจิ้มหน้าผากผมอย่างแรงจนผมผงะจะหงายหลัง มันเลยดึงตัวผมเข้าไปกอดไว้แน่น

 

อบอุ่น

 

“กลับไปดีดกีต้าร์เล่นเพลงนั้นให้จบนะ มันเหมือนมึงกำลังบอกรักกู” มันหัวเราะอีกแล้ว อารมณ์ดีอะไรนักหนา

“ไม่เอา ไม่ได้เป็นเพื่อนกันแล้ว” ผมส่ายหน้า ก่อนจะรู้ตัวว่าเผลอพูดอะไรออกไป มันยิ้มร่า กอดรัดผมแถมยังหอมแก้มอีกฟอด

“ตกลงเป็นแฟนกูแล้วสินะ มึงนี่น่ารักจริงๆ”

“ก็มึงบังคับกู” ผมว่า

“แต่ถ้ามึงไม่เต็มใจ มึงก็ไม่ทำใช่มั้ยล่ะ” มันยิ้มอย่างรู้ทัน รู้ดีนักล่ะ “ครั้งนี้กูขอฟังเพลงก่อน ไว้คราวหน้า กูจะขออะไรใหม่ๆ”

“อะไรใหม่ๆ คือไร?” เหมือนมีเครื่องหมาย ? บนหน้าผม แล้วมันก็โน้มตัวมากระซิบตอบใกล้ๆ หูผม

“เดี๋ยวก็รู้”


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

311 ความคิดเห็น

  1. #171 PrincessDark (@neeranutdachopip) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 18:56
    พี่สิงร้ายนะคะเนี่ย
    #171
    1
    • #171-1 ichiichi (@takakanata) (จากตอนที่ 35)
      3 กรกฎาคม 2560 / 22:41
      ไม่น้า สัยๆออกอิๆ
      #171-1
  2. #168 Rin (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 19:08
    WOW!!!!! สุดยอดค่ะ โล่งไปได้เยอะ!!! ค่อยมีกำลังใจหน่อย...เป็นโรคแพ้ความหวานค่าาาา

    เราว่ามันสนุกดีนะ เพลงก็เป๊ะเว่อร์เลย ลงดัวมาก

    ว่าแล้วก็รอไรท์เขียนตอนต่อไปนะคะ.....

    ปล. ไรท์น่ารักมากกกกกก.....
    #168
    1
    • #168-1 ichiichi (@takakanata) (จากตอนที่ 35)
      2 กรกฎาคม 2560 / 20:26
      คริๆ ขอบคุณค้าบบบ
      #168-1
  3. #166 Nabhat (@Nabhatrapee) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 08:15
    น่ารักจริง ๆ เขินแทนว้อยยยยยยย แหม ๆๆๆๆ เป็นแฟนกันแบบมัดมือชก แล้วถ้าเค้าไม่ขอ ก็ร้องไห้ขี้มูกโป่งอยู่นั่นมั้ยล่ะ 555

    TBC หรือจบแค่นี้คะ ขออะไรใหม่ ๆ ไม่รู้ ๆ จริง ๆ นะ มาต่อค่ะ มาต่อ
    #166
    3
    • #166-2 Nabhat (@Nabhatrapee) (จากตอนที่ 35)
      2 กรกฎาคม 2560 / 10:21
      ฮึ่ยยยย ยังมาหยอดอีก ต่อสิคะ รออัลไล

      จะเดินทางแล้วนี่นา เด๋วขึ้นเกาะ ก็ต้องกลับไปเรื่องหลักละ

      รออออออ แบบฟินนนนน ๆ ทั้ง 3 เรื่อง lost love ด้วยค่ะ
      #166-2
    • #166-3 ichiichi (@takakanata) (จากตอนที่ 35)
      2 กรกฎาคม 2560 / 20:33
      เด่วทยอยมาต่อน้า ช่วงนี้ออกมาช้อปของไปเกาะ
      #166-3
  4. #165 roykam (@roykam) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 06:44
    น่ารักอะ เพลง All of me คือดีมาก
    #165
    1
    • #165-1 ichiichi (@takakanata) (จากตอนที่ 35)
      2 กรกฎาคม 2560 / 20:34
      เพลงโปรดของแฟนเราอ่า 55เขิล
      #165-1
  5. #164 wanichapd (@wanichapd) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 05:51
    กรี๊ดดดดดดดดด น่ารักกก ร้องเพลงเพื่อนรักไม่ได้เพราะไม่ได้เป็นเพื่อนแล้ววว >< แบบนี้ก็ได้แหะ

    #164
    1
    • #164-1 ichiichi (@takakanata) (จากตอนที่ 35)
      2 กรกฎาคม 2560 / 20:32
      คิดสดมากอ่ะมุกนี้
      #164-1