พี่เลี้ยงคนนี้...หม่ามี้หนู

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,283 Views

  • 90 Comments

  • 160 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    55

    Overall
    7,283

ตอนที่ 38 : Chapter 36 (END)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 214
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    17 ก.พ. 62

โทรศัพท์เครื่องสวยถูกเก็บลงกระเป๋าอย่างเดิมก่อนที่เนตรสิตางค์จะเดินออกจากห้องน้ำ ภาพของคนที่นั่งตัวสั่นเทิ้มจากการร้องไห้หันหลังให้เธออยู่ที่พื้นห้องน้ำ น้ำตาเม็ดเล็กเอ่อคลอที่หน่วยตาของเนตรสิตางค์อีกครั้ง

เนตรยืนมองแผ่นหลังของติน่านิ่งอยู่เพียงคู่ ตาคู่สวยหลับลงเพื่อไล่น้ำตาที่คลออยู่ทิ้งไป ก่อนที่มือเรียงจะยกขึ้นเกลี่ยเม็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มทิ้ง ขาเรียวก้าวเข้ามายืนซ้อนหลังติน่าก่อนที่จะนั่งยองๆลงข้างๆ มือเรียววางแหมะลงที่บ่าเล็กเบาๆ

"คุณ!" ติน่าสะดุ้งเมื่อมีมือของใครวางลงบนบ่าตัวเอง ก่อนที่เธอจะหันไปมองเจ้าของมือนั้น และเมื่อเห็นว่าเป็นใคร เธอก็พุ่งเข้ากอดเต็มแรงทันที พร้อมกับปล่อยโฮออกมา
"ไม่เป็นไรนะ" เนตรสิตางค์รับเอาร่างของติน่าที่โผล่เข้ากอดเธอเอาไว้

แรงกระแทกทำเอาเธอตัองนั่งลงไปกับพื้น แขนเรียวกอดกระชับคนที่ร้องไห้จนตัวสั่นเทิ้มไว้ไนอ้อมกอด มือสวยลูบหลังปลอบคนในอ้อมกอดไม่หยุด

"ฮื้ออออ เนตร เขา ฮึก เขาไม่ใช่แม่ของน่า ฮึก ไม่ใช่ ไม่ใช่ ฮื้อออ" ติน่าพูดย้ำๆ ย้ำกับตัวเองว่าผู้หญิงใจร้ายที่คอยบงการชีวิตเธอคนนั้น แท้จริงแล้วไม่ใช่แม่ของเธอ
"................." ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากเนตรสิตางค์ เธอเงียบเพื่อเป็นฝ่ายรับฟัง
"คุณแม่น่าท่านไม่อยู่แล้ว ฮึก เพราะน่า ฮึก เพราะน่า ฮือออ" ติน่ายังคงพรั่งพรูสิ่งที่ตัวเองเพิ่งได้รับรู้ออกมาให้เนตรสิตางค์ได้ฟังซ้ำ
"ไม่ใช่หรอกนะน่า อย่าโทษตัวเองแบบนี้เลย ถ้าคุณแม่ของน่าท่ารับรู้ ท่านคงเสียใจมากกว่าน่านะ" 

เนตรสิตางค์ที่เงียบฟังอยู่นาน เมื่อเห็นว่าติน่าเอาแต่โทษตัวเองอย่าที่ผู้หญิงใจร้ายคนนั้นพูด ก็อดไม่ได้ที่จะรีบปลอบคนในอ้อมกอดให้เลิกโทษตัวเอง แต่ยิ่งปลอบติน่าก็ยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม

"ร้องออกมาเถอะ ร้องออกมาจนกว่าน่าจะรู้สึกดีขึ้น เนตรจะอยู่เป็นเพื่อนน่าเองนะ" แรงกระชับกอดของเนตรสิตางค์ที่กอดคนในอ้อมกอดเอาไว้ บอกได้เป็นอย่างดีว่า สิ่งที่เธอพูดคือสิ่งที่เธอจะทำมันจริงๆ


"แบมขอตัวไปห้องน้ำหน่อยนะครับ" แบมแบมพูดขึ้นอย่างขออนุญาต หลังจากนั่งฟังมาร์คกล่าวอยู่บนเวทีจบลง
"ไปเถอะลูก รีบไปรีบมาล่ะ เดี๋ยวตามาร์คบงมาไม่เจอเรา จะถามหาเราเอา" ม๊าหันมาพูดแซวแบมแบมก่อนที่เจ้าตัวจะตอบรับด้วยท่าทางเขินๆ พร้อมกับรีบลุกออกจากโต๊ะไปทันที


"คุณนี่นะ แกล้งน้องแบมอีกแล้ว" ป๊าต้วนหันไปพูดกับภรรยาตัวเองยิ้ม
"ก็ฉันชอบเวลาที่น้องแบมเขินนี่คะคุณ น่ารักดีออกค่ะ" ม๊าพูดพร้อมกัลมองตามแผ่นหลังเล็กที่กำลังเดินออกจากห้องประชุมไป
"นั่นแฟนตามาร์คใช่ไหม" นิคมถามขึ้นหลังจากได้ยินป๊าม๊าต้วนพูดคุยกัน
"ค่ะ หนูแบมเป็นแฟนตามาร์ค"

"อ้าว แล้วหนูติน่าล่ะ เห็นมิเกลเธอพูดนิว่ากำลังจะแต่งงานกับตามาร์คนิ" นิคมพูดจบก็หันมามองทางเจสันที่นั่งสายหัวให้เป็นคำตอบแทน
"ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก มีแค่มิเกลเท่านั้นแหละที่ยังยึดติดกับคำพูดเล่นเมื่อหลายปีก่อน" เจสันพูดเสริม
"ถ้าอย่างนั้นก็แย่สิ พวกเรารู้อยู่แล้วว่ามิเกลเป็นยังไง ไหนจะหนูแบมอีก จะโดนอะไรบ้างหรือป่าว" นิคมพูดออกมา ทำเอาอีกสามคนที่นี่งฟังต่างมองหน้ากัน พร้อมกับคิดว่าอย่าให้เกิดเรื่องแย่ๆแบบนั้นขึ้นเลย



ครื้ดด ครื้ดด

แรงสั่นจากโทรศัพท์เครื่องสวยในขณะที่มาร์คกำลงเดินลงจากเวทีหลังจากขึ้นพูดเปิดงานแล้วขอบคุณแขกเรียบร้อยแล้ว มือหนาลวงหยิบเอาโทรศัพท์เจ้าปัญหานั้นขึ้นมาอ่านทันที

'คุณมิเกลกำลังเข้าไปในงาน เนตรได้ยินว่าจะไปจัดการม๊าพี่ อาจจะรวมถึงแบมด้วย อย่าปล่อยให้แบมอยู่ห่างจากพี่เด็ดขาดนะพี่มาร์ค'

ขายาวๆของมาร์ครีบก้าวกลับไปยังโต๊ะทันที แต่เมื่อมาถึงโต๊ะกลับไม่เจอคนที่ตัวเองห่วง สายตาคมจึงกวาดมองไปทั่วทั้งงาน 

"ม๊า แบมละครับ" มาร์คถามขึ้นทันทีเมื่อกลับมาถึงโต๊ะ
"น้องไปเข้าห้องน้ำลูก มาถึงก็ถามหาเชียวนะเรานี่" ม๊าตอบก่อนที่จะแซวออกมา

"มีอะไรหรือป่าวตามาร์ค ดูสีหน้าไม่ค่อยดีเลยนะเรา" ป๊าที่สังเกตเห็นสีหน้าและท่าทางของลูกชายจึงถามขึ้น
"นิดหน่อยครับป๊า จีฮุน พาทุกคนกลับขึ้นไปที่ห้องพี่เดี๋ยวนี้ พี่จะตามไปดูแบม พี่ฝากด้วยนะ" พูดจบก็วิ่งออกจากห้องประชุมทันที



"หึ ออกมาพอดีเลยนะ งั้นฉันขอจัดการแกก่อนเลยแล้วกัน" มิเกลที่เดินออกมาจากห้องน้ำ พอดีกับที่แบมแบมเดินออกมาจากห้องประชุมพอดีพูดขึ้นกับตัวเอง ก่อนที่จะก้าวเดินเข้าไปหาทันที

"อ๊ะ" แรกกระชากแขนจากคนที่เดินผ่านทำเอาร่างเล็กร้องออกมาด้วยความเจ็บก่อนที่จะหันไปมองเจ้าของมือที่จับกุมอยู่แขนของตัวเอง
"คุณมิเกล!!" แบมแบมอุทานออกมาเสียงเบาเมื่อเห็นว่าคนที่รั้งเขาไว้คือใคร
"หึ ไม่ตกใจเสียหน่อยหรือที่เห็นฉัน" มิเกลพูดขึ้นทั้งที่ไม่ได้หันมามองแบมแบใที่กำลังมองเสี้ยวหน้าของเธอที่ยืนอยู่ข้างกัน
"ทำไม่ผมต้องตกใจด้วยล่ะครับ กับอีแค่มาเจอคุณโดยบังเอิญแบบนี้" แบมแบมสวนกลับทันทีเมื่อไม่เห็นว่าคนตรงหน้าไม่ได้มีอะไรที่เขาต้องตกใจกลัวเลยสักนิด

มิเกลหันมามองหน้าอีกคน ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก เล่นเอาแบมแบมที่ได้เห็นแบบนั้นเป็นต้องสงสัยในท่าทางนั้น แต่ไม่นานนัก ความสงสัยที่คนตัวเล็กมี ก็ต้องถูกสลัดทิ้ง เมื่อวัตถุบางอย่างถูกยกขึ้นมาจ่ออยู่ที่เอวบางของตัวเอง

"แล้วถ้าแบบนี้ล่ะ พอจะทำให้คนอย่างนายตกใจได้หรือป่าว" มิเกลพูดขึ้นก่อนที่จะส่งยิ้มเย็นมาให้กับอีกคน
"นี่คุณกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่คุณมิเกล" คนตัวเล็กพูดขึ้นด้วยท่าทางนิ่งไม่มีทีท่าว่าจะกลัวอย่างที่มิเกลคาดเดาเอาไว้
"ก็กำจัดมารอย่างแกไง ถ้าไม่มีแกสักคน ทุกอย่างที่ฉันวางไว้คงไมพังแบบนี้หรอก" มิเกลตอบกลับเสียงแข็งด้วยแรงโทสะกำลังเริ่มครุกรุ่น เมื่อคนตรงหน้ายังคงนิ่งราวกับว่าสิ่งที่จ่ออยู่เอวเป็นเพียงปืนของเล่นเสียวอย่างนั้น 

"คุณคิดหรือว่า การที่คุณฆ่าผมให้ตายลงตรงนี้ คุณมาร์คจะยอมทำตามสิ่งที่คุณต้องการ คุณติน่าเองเช่นกัน คุณไม่สงสารคุณติน่าเลยหร้อครับ คุณถึงได้ทำแบบนี้กับเธอ" แบมแบมยังคงพูดออกมาอย่างไม่สนใจปืนที่ถูกขึ้นนกเอาไว้และพร้อมที่จะถูกมิเกลเหนี่ยวไกได้ทุกเมื่อ

"นั่นมันไม่ใช่โกงการอะไรของแก ต่อให้ตามาร์คจะยอมทำในสิ่งที่ฉันต้องการ มันก็ไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับฉันอีกต่อไป ส่วนเรื่องยัยติน่า ฉันไม่ตำเป็นต้องสงสารลูกของศัตรูของฉันหรอก" มิเกลพูดพร้อมยกยิ้มก่อนที่จะกดปลายกระบอกปืนลงที่เอวบางหนักกว่าเดิมจนคนตัวเล็กแอบกัดฟันแน่นกับความเจ็บปวดนั้น

แบมแบมตัดความสนใจความเจ็บปวดนั้นทิ้งไปก่อนจะหันมาสนใจในสิ่งที่คนตรงหน้าเพิ่งพูดออกมา 'ลูกศัตรูอย่างนั้นหรือ อะไรคือลูกศัตรู คุณมิเกลต้องการจะบอกอะไรกับเรากันแน่'

"หมายความว่ายังไงครับ ลูกศัตรู?" แบมแบมขมวดคิ้วมุนเมื่อความสงสัยมีมากกว่าความเจ็บปวดกำลังแล่นอยู่ที่เอวบาง
"ลูกศัตรู ก็คือลูกศัตรู ไม่เห็นเข้าใจยากตรงไหน หรือแกต้องให้ฉันพูดมากกว่านี้" มิเกลตอบกลับ แต่คำตอบนั้นก็ไม่ได้ทำให้คนตัวเล็กเข้าใจอะไรมากไปกว่าเดิม


"หมายความว่า ติน่าไม่ใช่ลูกสาวของคุณอาอย่างที่ป๊ากับม๊าของผมกำลังสงสัยสิน่าครับ คุณอามิเกล" เสียงเรียบดังขึ้นด้านหลังของคนตัวเล็ก ก่อนที่คนตัวเล็กเองจะหันกลับไปมอง ทำให้กลายเป็นว่าตอนนี้แบมแบมยืนหันหลังให้กับมิเกล โดยมีกระบอกปืนจี้อยู่ที่แผ่นหลังบางส่วนเอว

"แต่ติน่า คือลูกสาวของคุณอานีน่า คนรักของคุณอาเจสัน ที่คุณอาพรากทั้งคู่ออกจากกัน เพียงเพราะคำพูดของคุณพ่อคุณแม่ของคุณอาเจสันและคุณพ่อคุณแม่ของคุณอาพูดเล่นกันในตอนที่คุณอาทั้งคู่ยังเป็นเด็ก คุณอาถึงได้จริงจังกับคำพูดของป๊าม๊าของผมมากขนาดนี้" สิ่งที่มาร์คได้รับรู้มาจากคุณอาเจสันและป๊าม๊าของเขาก่อนหน้านี้ไม่นานถูกเอ่ยออกมาให้มิเกลและคนตัวเล็กได้ฟัง

แบมแบมเมื่อได้ฟังสิ่งที่เขาเพิ่งได้ฟัง หันกลับไปมองทางคุณมิเกลที่กำลังขยกรามแน่นด้วยความโมโห แรงกดจากปลายกระบอกปืนทำเอาแบมแบมต้องแสดงความเจ็บปวดออกมาทางสีหน้า แต่ก็เป็นเพียงแค่แวบเดียว ทั้งมาร์คและมิเกลจึงไม่มีโอกาสได้เห็นมัน

"และการที่คุณอาทำอยู่ตอนนี้ ก็เป็นเพราว่า คุณอารู้ว่าป๊าม๊าของผมกำลังพยายามบอกเรื่องนี้กับคุณอาเจสันสินะครับ แต่เรื่องนี้แบมไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยเลยนะครับ ปล่อยน้องไปเถอะนะครับ แล้วถ้าคุณอาอยากจะทำคุณอาก็มาทำผมเถอะครับ" มาร์คนยังคงพูดความจริงที่เขารู้ออกมา ก่อนที่จะขอให้มิเกลปล่อยคนรักของตัวเองเสีย

"รักกันเหลือเกินนะ ปกป้องกันเหลือเกิน มาร์คบอกว่ามันไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ มาร์คคงลืมไปสินะว่า เพราะมันไม่ใช่หรือไงมาร์คถึงไม่ทำตามสิ่งที่อาต้องการน่ะ แล้วแบบนี้ มาร์คจะให้อาปล่อยมันไปอย่างงั้นหรอ" มิเกลกัดฟันแน่นระหว่างที่ตอบโต้กับมาร์คที่ยืนจ้องมองเธออยู่ตรงหน้า

สิ้นสุดถ้อยคำของมิเกล ก้อนน้ำลายเริ่มเหนียวขึ้นมาจุกอยู่ที่คอของมาร์คทันที ลมหายใจติดขัดขึ้นเมื่อเขารู้สึกได้ถึงความรู้สึกร้อนผ่าวที่กำลังเกิดขึ้นที่ตาคมของเขาเอง มาร์คกำลังร้องไห้ เขากำลังถูกกดดันให้พูดในสิ่งที่เขาไม่คิดที่จะพูด แม้ว่าคำพูดนี้จะให้คนตัวเล็กที่อยู่ตรงหน้ารอดพ้นจากสถานการณ์ตรงหน้านี้ไปได้ แต่เข้าก็ไม่อยากจะใช้วิธีนี้

มาร์คจ้องมองใบหน้าของคนตัวเล็กตรงหน้า ใบหน้าเรียบเฉยของน้องที่แสดงออกมาให้เห็นนั้นมันช่างต่างจากดวงตาคู่สวยคู่นั้นที่คนตัวเล็กไม่รู้เลยว่ากำลังแสดงความเจ็บปวดออกมาให้เห็นชัดเจนเหลือเกิน กระบอกปืนที่จี้อยู่ที่เอวโผล่ออกมาให้มาร์คได้เห็นว่านั้นคือที่มาของความเจ็บปวดที่น้องพยายามปกปิดเขาเอาไว้ และนั่นทำให้มาร์คยอมที่จะเลือกทางออกเดียวที่มีอยู่ แม้ว่าการเลือกของเขามันอาจจะทำให้คนตัวเล็กตรงหน้าและตัวเขาเองจะต้องตายทั้งเป็นก็ตาม

"อย่างนั้น ถ้าผมยอมทำในสิ่งที่คุณอาต้องการ คุณอาจะยอมปล่อยแบมไปใช่ไหมครับ คุณอาจะไม่ทำร้ายแบมใช่ไหมครับ" น้ำเสียงสั่นเครือเอ่ยประโยคที่เป็นเหมือนมีดกรีดลงบนหัวใจของตัวเองและคนตัวเล็กตรงหน้าออกมาอย่างยากลำบาก น้ำตาลูกผู้ชายไหลอาบแก้มตอบทั้งที่ยังจดจ้องอยู่ที่ใบหน้าหวานของคนรัก  แววตาวูบไหวของคนตัวเล็กเหมือนท่อนเล็กแข็งที่ฟาดลงบนท่อนขาแกร่งของเขาจนต้องทรุดลงไปกับพื้นทันที

"พี่มาร์ค" เสียงแผ่วเบาเรียกชื่อคนตรงหน้าอย่างคนที่เค้นหาเสียงของตัวเองไม่เจอ น้ำตาเม็ดเล็กหลั่งไหลลงมาทันทีเมื่อภาพของคนตรงหน้ากำลังร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร


"คุณคะ ฉันทนมองมองลูกอยู่เฉยๆแบบนี้ไม่ไหวแล้วนะคะ" ม๊าต้วนพูดขึ้นมาหลังจากที่ทนมองทนฟังเหตุการณ์อยู่ไม่ไกลนัก
"รอดูอีกหน่อยเถอะคุณ มิเกลคงไม่ทำอะไรไปมากกว่ากดดันให้ลูกทำในสิ่งที่เธอต้องการหรอก" ป๊าต้วนพูดขึ้นพร้อมกับรั้งแขนของภรรยาเอาไว้ไม่ให้เดินออกไปพ้นประตู้ห้องประชุม

"เรื่องทั้งหมดมันเริ่มต้นที่ผม ผมก็ควรที่จะเป็นคนจบเรื่องนี้สิ" เจสันที่ยืนนิ่งอยู่ด้านหน้าพูดขึ้นหลังจากนิ่งฟังอยู่นาน
"มันไม่ใช่เพราะนายคนเดียวหรอกนะเจสัน ถ้ามันจะผิด มันก็คงผิดกันทั้งหมดนี่แหละนะ และพวกฉันจะไม่ยอมปล่อยให้นายแก้ปัญหาคนเดียวแน่" ม๊าต้วนพูดกับเจสัน พร้อมกับวางมือลงบนบ่าคนเป็นเพื่อนที่จะส่งแรงบีบเบาไปด้วย


"ฮ่าาา มายอมทำตามสิ่งที่อาต้องการตอนนี้มันคงสายเกินไปแล้วล่ะตามาร์ค อาไม่ได้ต้องการมันแล้ว ทุกอย่างมันพังไปหมดแล้ว เพราะแก เพราะแกคนเดียว แบมแบม" มิเกลหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นอย่างกับคนเสียสติ ก่อนที่จะพูดกับมาร์คและแบมแบม 

"อ๊ะ" ร่างของคนตัวเล็กถูกผลักจากมิเกลทันทีที่ดธอพูดจบ ด้วยความไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างของแบมจึงถลาออกไปข้างหน้า มาร์คที่ได้ยินเสียงร้องของน้องจึงเงยหน้าขึ้นมองพร้อมกับถลาเข้าไปรับร่างน้องเอาไว้ทันที

"ไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ" มาร์คที่รับร่างน้องไว้ได้ทันถามขึ้นพร้อมกับพลิกร่างของน้องไปมาอย่างสำรวจ
"ไม่ครับ พี่มาร์ครับแบมไว้ทันนี่ครับ แบมจะเจ็บได้ยังไง พี่มาร์คเถเะครับ เจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ" แบมแบมตอบกลับด้วยรอยยิ้ม แม้ใบหน้าจะยังเปื้อนคลาบน้ำตา แพรขนตนจะยังมีหยาดน้ำตาเกาะอยู่ก็ตาม

มาร์คสายหัวแทนคำตอบว่าตัวเองก็ไม่ได้เจ็บตรงไหนเช่นกัน ก่อนที่มือเรียวสวยจะยกขึ้นมาเกลี่ยเช็ดเอาคลาบน้ำตาบนแก้มตอบของเขาทิ้งไป มิเกลที่ยืนมองภาพตรงหน้าถึงกับกำปืนแน่น ความโมโหแล่นเข้าครอบคลุมอย่างสูงสุด แม้สถานการณ์เสี่ยงตายขนาดนี้คนทั้งคู่ตรงหน้าเธอยังสามารถแสดงความรักแก่กันได้มากขนาดนี้ ไม่มีทีท่าว่าจะกลัวแม้แต่น้อย

"แสดงความรักกันเสียให้พอ ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้ทำมันอีก" มิเกลพูดพร้อมกับยกกระบอกปืนขึ้นมาจ่อไปทางมาร์คและแบมแบมทันที
"ถ้าคุณอาจะยิง ก็ยิงผมเถอะครับ อย่าทำอะไรแบมแบมเลยนะครับ" มาร์คพูดพร้อมกับดึงคนตัวเล็กเข้ามาหลบข้างหลังตัวเอง
"ไม่พี่มาร์ค ไม่เอาแบบนี้นะครับ" แบมแบมเองที่ไม่ยอมเช่นกัน พยายามเอาร่างของตัวเองกันร่างของมาร์คเอาไว้เช่นกัน
"ตายแทนกันงั้นหรอ น่าซึ้งใจดีเหลือเกินนะ แต่พวกแกไม่ต้องแย่งกันตายหรอก เพราะยังไงแกทั้งคู่ก็ได้ตายพร้อมกันอยู่แล้ว" มิเกลพูดขึ้นขัดคนทั้งคู่ที่ฉุดรั้งกันอยู่ต่อหน้าเธอ

"ถ้าอย่างนั้นแล้วคุณอารออะไรอยู่ล่ะครับ ยิงผมเลยสิคะ..."

ปัง ปัง

"อึก" 

ยังไม่ทันที่มาร์คจะพูดจบ มิเกลก็ลั่นไกใส่มาร์คทันที กระสุนนัดแรกมิเกลเล็งไปยังไหล่กว้างของมาร์ค ส่วนกระสุนนัดที่สองมิเกลเล็งไปยังคนตัวเล็กที่นั่งหลับตาปี๋อยู่ข้างๆมาร์ค แต่ด้วยความไวของมาร์คต้วนที่เอี้ยวตัวมากันร่างของแบมแบมเอาไว้ได้ทัน ทำให้กระสุนนัดนั้นพุ่งเข้าฝังลงสะบักหลังขวาของมาร์คอย่างจัง

"พี่มาร์ค" แบมแบมตะโกนออกมาทันที เมื่อร่างหนาของมาร์คทับร่างของเขาจนต้องนอนลงไปกับพื้น ก่อนที่จะเรียกสติของตัวเองกลับมาพร้อมกับประคองร่างของมาร์คเอาไว้ในอ้อมกอดทันที

"ตามาร์ค หนูแบม" เสียงของม๊าต้วนที่วิ่งออกมาจากหลังบานประตูดังขึ้นด้านหลังมิเกล เธอจึงละสายตาจากมาร์คและแบมแบมหันกลับมามองทางม๊าต้วนแทน
"โผล่หัวออกมาแล้วสินะเพื่อนรัก" มิเกลพูดขึ้นพร้อมกับกอดออกมองม๊าต้วนก่อนที่จะยกยิ้มให้
"เธอยังกล้าใช้คำนั้นได้อีกหรอมิเกล" ม๊าต้วนพูดพร้อมกับขบกรามแน่นด้วยความโมโห
"นั้นสินะ ความจริงฉันสลัดคำนี้สำหรับเธอ ทิ้งไปตั้งแต่วันที่เธอพยายามจะบอกความลับของฉันกับเจสันแล้วล่ะเกรซ" มิเกลบอกออกสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจของเธอออกไปกับคนตรงหน้า

"ความลับงั้นหรอมิเกล เธอคิดว่าคนอย่างเจสันจะไม่สงสัยเลยหรือยังไง เรื่องที่ยัยติน่าไม่ใช่ลูกของเธอน่ะ" ม๊าต้วนพูดออกมา พร้อมกับจับจ้องไปยังมิเกลนิ่ง
"อย่างเจสันน่ะหรอจะสงสัยอะไร ถ้าไม่มีใครพยายามจะบอกเขาน่ะเกรซ" มิเกลตะคอกออกมาเสียงแข็ง แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้ม๊าต้วนแสดงอะไรออกมา นอกจากมองเธอนิ่งอย่างเดิม

"ถ้าคุณคิดแบบนั้น ผมก็ขอบอกให้คุณรู้ว่าคุณคิดผิด เพราะครอบครัวต้วนไม่ได้พยายามที่จะบอกอะไรกับผมแม้แต่น้อย มีแต่ผมที่เป็นฝ่ายของให้ครอบครัวต้วนเป็นธุระเรื่องตรวจดีเอ็นเองของคุณกับยัยติน่า" เสียงเรียบของเจสันดังขึ้นก่อนที่ร่างใหญ่ของเจสันจะเดินออกมาจากห้องประชุม
"ไม่จริง ถ้าไม่ใช่เพราะพวกมันพยายามบอกเรื่องนี้กับคุณ มีหรือที่คนบ้างานอย่างคุณจะนึกสงสัยเรื่องนี้ขึ้นมาน่ะเจสัน" มิเกลเดินอ้อมม๊าต้วนมายืนประจันหน้ากับคนเป็นสามีพร้อมถามขึ้น

"จริงอยู่ที่ผมเอาแต่ทำงาน แต่ผมก็อยู่กับคุณกับลูกมาตลอดยี่สิบกว่าปี มีหรือที่ผมจะมองไม่เห็นข้อแตกต่างระหว่างคุณกับลูกน่ะมิเกล และถ้าคุณลองคิดให้ดีอีกสักนิด คุณจะเห็นว่าตั้งแต่ช่วงที่ยัยน่าไปเรียนต่อที่ต่างประเทศจนถึงทุกวันนี้ ผมมีเวลาอยู่กับคุณมากขึ้นแค่ไหน" เจสันหยุดพูด ก่อนที่จะจ้องมองใบหน้าของคนเป็นภรรยานิ่ง สายตาที่สื่อความหมายว่าสิ่งที่เขาพูดคือความจริงส่งไปยังคนตรงหน้า

"ผมรู้เรื่องนี้มาตลอดหลายปี แต่ผมก็ไม่เคยโวยวายหรือเอาเรื่องคุณ เพราะผมคิดว่านั้นคือสิ่งที่ผมไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขมันได้แล้ว ผมพยายามที่จะชดเชยและไถ่โทษในสิ่งที่ผมทำผิดกับคุณให้กับคุณทุกอย่าง แต่คุณไม่เคยสนใจหรือมองเห็นมันเลยสักนิด คุณเอาแต่พยายามทำลายครอบครัวต้วนที่เขาคอยช่วยเหลือผมมาตลอด จนผมอดที่จะอยู่เฉยอย่างที่ผ่านมาไม่ได้ แต่สุดท้ายผมก็ไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากยืนมองสิ่งที่คุณทำลงไป อย่างที่มันเป็นอยู่ตอนนี้ไงมิเกล" พูดจบเจสันก็ทรุดลงกับพื้นทันที

"เกรซ ฉันขอโทษที่ฉันทำมากกว่านี้ไม่ได้ ฉันขอโทษเกรซ ฉันขอโทษ" เจสันก้มลงมอบลงกับพื้นอยู่อย่างนั้นซ้ำๆ จนป๊าต้วนที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักต้องเดินเข้ามาห้ามพร้อมทั้งประคองเจสันให้ลุกขึ้น
"พอใจเธอหรือยังมิเกล ถ้ายัง เธอก็เอาปืนนั่นยิงฉันอีกคนเลย เรื่องทุกอย่างมันจะได้จบลงเสียที" ม๊าต้วนที่นั่งปลอบคนตัวเล็กยืนขึ้นเต็มความสูงหลังจากที่ตัวเองพูดจบ ก่อนที่จะเดินเข้ามาหามิเกลอีกครั้ง

ทุกอย่างสงบลงหลังจากสิ้นเสียงของม๊าต้วน เสียงร้องเรียกคนในอ้อมกอดสลับกับเสียงสะอื้นเหมือนคนกำลังจะขาดใจของคนตัวเล็กดังไปทั่วบริเวณ ทำเอาบีมหัวใจของทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ จีฮุนที่เห็นว่าทุกอย่างเป็นปกติแล้วรีบวิ่งเข้าไปหาคนตัวเล็กทันที ส่วนควานหลินเองก็วิ่งไปยังห้องน้ำหญิงทันทีเช่นกัน

ไม่นานนักเหล่าพยาบาลที่จีฮุนโทรเรียกก็มาถึงพร้อมื้งรีบเข้ามาปฐมพยาบาลร่างที่นอนจมกองเลือดอยู่ทันที มิเกลเองที่ยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้านิ่ง ปืนที่เคยอยู่ในมือล่วงหล่นลงกับพื้นก่อนที่จะตามด้วยร่างของเธอทรุดนั่งลงตรงนั้น

ร่างของมาร์คถูกส่งไปยังโรงพยาบาลของเจสันทันทีโดยที่มีติน่าที่ออกมาจากห้องน้ำได้แล้วอาสาเป็นคนผ่าเอากระสุนออกจากร่างมาร์คเอง แบมแบมเองก็ไม่ยอมห่างจากมาร์คด้วยเช่นกัน

เจ้าหน้าที่ตำรวจสามสี่คนรุดเข้ามายังที่เกิดเหตุตามการแจ้งเหตุจากเจสันเอง ก่อนที่นายตำรวจสองนายจะตรงเข้าคุมตัวมิเกลที่นั่งนิ่งอยู่กับพื้น เจ้าหน้าที่อีกคนเข้ามาเก็บปืนของกลาง และเจ้าหน้าที่อีกคนก็เข้ามาเชิญคนที่เหลือไปให้ปากคำที่โรงพักทันที


เสียงสะอื้นไห้ของคนตัวเล็กยังคงไม่หยุดลง ทำเอาคนปลอบอย่างม๊าต้วนอดห่วงไม่ได้ว่า คนตัวเล็กจะเป็นอะไรไปอีกคน แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งกอดปลอบคนตัวเล็กอยู่อย่างนั้น จีฮุนเองก็เดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องผ่าตัดไม่หยุด จนกระทั้งประตูห้องผ่าตัดเปิดออกด้วยมือของคนที่หายเข้าไปนานเกือบสี่ชั่วโมงอย่างติน่า

"น้องแบม/แบม" เสียงของคนทั้งสามตะโกนออกมาพร้อมกันทั้นทีที่อยู่คนตัวเล็กที่ลุกขึ้นทันทีที่เห็นติน่าออกมาทรุดลงไปเฉยๆ ดีที่ม๊าต้วนและจีฮุนวิ่งเข้ามารับเอาไว้ได้ทันเสียก่อน จึงได้เรียกบุรุษพยาบาลพาเข้าไปยังห้องฉุกเฉินข้างๆห้องผ่าตัดทันที

"น้องแบมเป็นอะไรมากหรือเปล่าหนูติน่า" เสียงของม๊าต้วนถามขึ้นทันทีหลังจากติน่าตรวจอการคนตัวเล็กเสร็จ
"ไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะคุณป้าแค่ร่างกายอ่อนเพลียจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ แล้วยังต้องมาร้องไห้หนักอีก เลยทำให้วูบไปอย่างที่เห็นเท่านั้นค่ะ ให้แบมนอนพักที่นี่สักหน่อยก็ดีขึ้นแล้วค่ะคุณป้า" ติน่าหันมาตอบม๊าต้วนด้วยรอยยิ้ม
"เห้ออ ป้าค่อยโลงอกหน่อย คิดว่าน้องแบมจะเป็นอะไรไปอีกคน ถ้าเป็นอย่างนั้นคงแย่ แล้วตามาร์คล่ะลูก" ได้ฟังสิ่งที่ติน่าบอกม๊าต้วนก็สบายใจ ก่อนที่จะถามถึงลูกชายของตัวเอง
"แบมไม่เป็นอะไรหรอกค่ะคุณป้า แต่ต่อไปคงเราคงต้องดูแลแบมให้พักผ่อนมากกว่านี้นะคะ ส่วนพี่มาร์คเองน่าก็เอากระสุนออกทั้งสองจุดเรียบร้อยแล้วค่ะ เหลือก็แค่รอให้พี่มาร์คฟื้นขึ้นมาเท้านั้นค่ะคุณป้า" ติน่าย้ำอาการของคนตัวเล็กอีกครั้งก่อนจะบอกถึงอาการของพี่มาร์คที่ตอนนี้ย้ายขึ้นไปพักฟื้นที่ห้องวีไอพีเรียบร้อยแล้ว

"ป้าต้องขอบใจเรามากเลยนะยัยน่าที่ช่วยตามาร์คเอาไว้" ม๊าต้วนคว้ามือของขึ้นมากอบกุมเอาไว้พร้อมขอบคุณคนตรงหน้า
"ไม่เป็นรัยค่ะคุณป้า พี่มาร์คก็เป็นเหมือนพี่ชายแท้ๆของน่าคนนึง เกิดอะไรขึ้นน่าก็พร้อมช่วยเต็มที่เท่าที่น่าทำได้ คุณป้าอย่าคิดมากเลยนะคะ" ติน่าดึงมือข้างนึงของตัวเองออกกานที่จะเปลี่ยนเป็นฝ่ายกอบกุมมือของอีกฝ่ายเอาไว้ พร้อมกับพูดออกมาตามความรู้สึกของเธอ
"ถ้าอย่างนั้นป้าฝากน่าดูน้องแบมก่อนได้ไหม ป้าจะขึ้นไปดูตามาร์คก่อน" ม๊าต้วนถามออกมาก่อนที่จะได้รับคำตอบจากติน่า ถึงได้ออกจากห้องฉุกเฉินนี้ไปทันที


ร่างบางที่หลับไปนานตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เปือกตาสีมุขค่อยลืมขึ้นมาเจอกับแสงภายในห้องฉุกเฉิน ก่อนที่จะกระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับสายตาให้ชินกับแสง

"ตื่นแล้วหรอแบม" ติน่าที่นั่งอยู่ข้างเตียงถามขึ้นเมื่อเห็นคนที่หลับไปเสียนานตื่นขึ้นมาเสียที
"คุณติน่า พี่มาร์ค" แบมแบมหันมามองยังต้นเสียงก่อนที่จะเห็นอีกคนนั่งยิ้มให้ตัวเอง ถึงได้นึกขึ้นได้ว่าตัวเองมาที่นี่เพราะอะไร
"ค่อยสิแบม ลุกขึ้นปุ๊บปั๊บแบบนี้เดี๋ยวก็ได้วูบไปอีกรอบหรอก" ติน่าเอ็ดคนบนเตียงที่อยู่ๆก็เด้งลุกขึ้นมานั่งเอาดื้อๆ
"น่า พี่มาร์คล่ะ พี่มาร์คเป็นยังไงบ้าง" คนตัวเล็กไม่ได้สนใจสิ่งที่คนตรงหน้าเอ็ดแม้แต่น้อย แต่กลับถามหาอีกคนที่เขากำลังเป็นห่วง
"ตอนนี้พี่มาร์คปลอดภัยแล้ว แล้วน่าก็ย้ายขึ้นไปพักฟื้นที่ห้องเรียบร้อยแล้ว" ติน่าตอบคำถามคนตรงหน้าออกไป แบมแบมถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโลงอก
"ถ้าอย่างนั้นน่าพาแบมขึ้นไปหาพี่มาร์คหน่อยได้ไหม นะน่านะ" แบมแบมพูดพร้อมกับเขย่าแขนเล็กของอีกคนอย่างขอร้อง
"น่าพาแบมไปแน่ แต่ตอนนี้เรามีเรื่องต้องคุยกัน และไม่ใช่ที่นี่แบมตามไปคุยกับน่าก่อนได้ไหม แล้วน่าจะพาแบมขึ้นไปหาพี่มาร์ค" ติน่าพูดออกมาพร้อมกับสีหน้าที่ดูเปลี่ยนไป
"ได้ๆ น่ามีเรื่องอะเรื่องอะไรจะคุยก็คุยมาเลย แบมอยากไปหาพี่มาร์คแล้ว" เมื่อได้ยินคำตอบของคนตัวเล็กติน่าเข้าไปประคองคนตัวเล็กลงจากเตียงก่อนที่จะเดิน นำออกไปจากห้องฉุกเฉินทันที


ตลอดสามวันเต็มที่มาร์คยังไม่ฟื้นขึ้นมา คนตัวเล็กที่คอยเฝ้าอยู่ไม่ห่าง ม๊าเองก็คอยมาเปลี่ยนให้คนตัวเล็กได้ทานอะไรบ้าง และพักผ่อนบ้าง แต่แบมแบมเองก็ไปไกลสุดแค่โซฟาที่ห่างจากเตียงไปเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น

ร่างเล็กของแบมแบมที่เพิ่งตื่นขึ้นมาหลังจากงีบหลับไปเพียงครึ่งชั่วโมง กลับมานั่งแหมะอยู่ที่เก้าอี้ข้างเตียงอย่างเดิม ม๊าต้วนเองก็เพิ่งขอออกไปทานมื้อกลางวันเมื่อครู่นี้เอง

"เมื่อไหร่พี่จะตื่นขึ้นมาหาแบมสักทีครับ ปล่อยให้แบมรอนานเกินไปแล้วนะครับ" คนตัวเล็กพูดจบก็จับเอามือหนาของคนที่นอนหลับไหลอยู่บนเตียงขึ้นมาวางแนบที่ข้างแก้มของตัวเอง
"................" เสียงจังหวะการเต้นของหัวใจที่ดังออกมาจากเครื่องวัดชีพจรยังคงดังเพื่อบงบอกว่าคนที่หลับอยู่นั้นอยู่ในภาวะปกติ
"ตื่นขึ้นมาคุยกับแบมได้แล้วนะครับ แบมเหงามากเลยนะพี่มาร์ค ทำไมพี่ใจร้ายกับแบมจังเลยครับ ฮึก" ทันทีที่พูดจบเสียงสะอื้นที่คนตัวเล็กพยายามเก็บกันเอาไว้ก็หลุดออกมาทันที
"....................."
"คงเหลือทางสุดท้ายแล้วสินะครับ ถ้าปาฏิหารย์มีจริง มันอาจจะทำให้พี่ตื่นขึ้นมาหาแบมก็ได้เพราะงั้น แบมจะลองดูนะครับ"

แบมแบมลุกจากเก้าอี้ที่ตัวเองนั่งอยู่ มือหนาที่เคยวางแนบอยู่ข้างแก้มเนียน ถูกเปลี่ยนตำแหน่งมาวางลงบนหน้าท้องแบนราบของคนตัวเล็กแทน ไม่มีคำพูดใดออกมาจากปากของแบมแบมนอกจากเสียงสะอื้น แบมแบมยังคงยืนนิ่งจับมือหนาที่วางอยู่บนหน้าท้องอย่างเดิม สายตาก็จับจ้องอยู่ที่ไปหน้าคน

ไม่นานนักแรงขยับเบาจากมือที่วางอยู่บนหน้าท้องของคนตัวเล็กสองสามครั้งติด ก็ทำเอาคนตัวเล็กถึงกับปล่อยโฮออกมาด้วยความดีใจ มืออีกข้างก็ทำหน้าที่กดออดเรียกพยาบาลให้เข้ามาดูอากอารของคนที่กำลังลืมตาตื่นขึ้นมาตรงหน้า

ปาฏิหารย์มีจริง ปาฏิหารย์จากอีกหนึ่งชีวิตน้อยๆที่กำลังกรอกำเนิดอยู่ภายในท้องของคนตัวเล็ก สายใยจากลูกพาพ่อของเขากลับมาให้แม่ได้จริงๆได้อย่างที่เขาคาดหวัง

"ขอบคุณนะครับตัวเล็ก ขอบคุณที่พาแด๊ดดี๊กลับมาหาหม่ามี้กับพี่กัสเบลนะครับ" แบมแบมถอยออกมานั่งลงที่โซฟาเพื่อให้พยาบาลได้ตรวจอาการของมาร์ค ก่อนที่จะก้มหน้าลูบหน้าท้องแบนราบพร้อมกับพูดกับตัวเล็กในท้องของเขาเบาๆ



                  ------------------  END ------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #88 patchyy2 (@patchyy) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:32
    งื้อยากอ่านตอนฟื้นอ่าไรท์
    #88
    0
  2. #87 TOIEY-got7 (@TOIEY-got7) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:35
    รออ่านอยู่นะค่ะ เปิดให้อ่านเร็วน้าาาา
    #87
    1
    • #87-1 N.Thanyalak (@tahyalak1992) (จากตอนที่ 38)
      17 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:50
      เปิดให้อ่านแล้วน๊า
      #87-1
  3. #86 WWaraporn (@WWaraporn) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 11:42
    มาเปิดให้อ่านต่อเร็วๆน๊าาาา อยากเห็นจุดจบขของยัยมิเกล
    #86
    1
    • #86-1 N.Thanyalak (@tahyalak1992) (จากตอนที่ 38)
      17 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:50
      เปิดให้อ่านแล้วจร้าา
      #86-1
  4. #84 lovenevermild (@loveside) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 10:53
    ยังไม่ได้อ่านเลยอ่ะ

    มาเปิดตอนไวๆๆๆๆๆๆๆนะ
    #84
    1
    • #84-1 N.Thanyalak (@tahyalak1992) (จากตอนที่ 38)
      17 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:51
      เปิดให้อ่านแล้วคร้าา
      #84-1
  5. #82 thanaps (@thanaps) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 07:22
    นั่นสิทำไมรีบปิด เด็กดีเพิ่งขึ้นก็ปิดแล้ว อุตสาห์ตามอ่าน
    #82
    1
    • #82-1 N.Thanyalak (@tahyalak1992) (จากตอนที่ 38)
      17 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:52
      เปิดให้อ่านแล้วคร้า
      #82-1
  6. #81 chutima yawirat (@nuy6) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 06:55
    ยังไม่ได้อ่านเลย
    #81
    1
    • #81-1 N.Thanyalak (@tahyalak1992) (จากตอนที่ 38)
      17 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:52
      เปิดให้อ่านแล้วคร้า
      #81-1
  7. #80 Jennymylove (@Jennymylove) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 06:20
    ค้างมากกกก
    #80
    1
    • #80-1 N.Thanyalak (@tahyalak1992) (จากตอนที่ 38)
      17 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:52
      เปิดให้อ่านแล้วคร้า
      #80-1
  8. #79 farreena (@farreena) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 06:17
    ปิดทำไมอ่ะ..ค้าง~~
    #79
    1
    • #79-1 N.Thanyalak (@tahyalak1992) (จากตอนที่ 38)
      17 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:52
      เปิดให้อ่านแล้วคร้า
      #79-1