ตอนที่ 37 : Chapter 35

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 338
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    29 ม.ค. 62

มาร์คพานิคมและเอ็มเข้ามานั่งที่โต๊ะกับป๊าม๊า ที่มีเจสัน เจบีและจินยองนั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วย ไม่นานนักจีฮุนและควานหลินก็ตามเข้ามาด้วยเช่นกัน

"คุณอาครับ นี่จีฮุน น้องชายภรรยาผมครับ ส่วนนี่ก็ ความหลินสามีของจีฮุน ทั้งคู่จะมาดูแลที่นี่ครับ ผมฝากสองคนนี้ด้วยนะครับ ช่วยเอ็นดูน้องด้วยนะครับ" มาร์คแนะนำจีฮุยและควานหลินให้นิคมได้รู้จักทันทีทั้งคู่เดินมาถึง พร้อมกับฝากทั้งคู่ไว้ในความเมตตาของนิคมด้วย
"สวัสดีครับคุณนิคม ผมกับสามีขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ" จีฮุนโค้งให้นิคมด้วยความเคารพ ซึ่งควานหลินที่ยืนอยู่ข้างๆเองก็ทำเช่นเดียวกับภรรยาของตนเช่นกัน
"คุณเคินอะไรกัน เรียกอาอย่างที่ตามาร์คเรียกเถอะ ส่วนตามาร์คนี่ก็ยังไง ทำอย่างกับอาเป็นคนอื่นคนไกลที่จะต้องมานั่งขอร้องกันเสียอย่างนั้น" ในตอนแรกนิคมพูดกับจีฮุน ส่วนประโยคสุดท้ายกลับหันมาพูดกับหลานชายที่ขอให้เขาเอ็นดูเด็กสองคนนั้นที่เขาเพิ่งได้รู้จัก

"แล้วนายเป็นยังไงบ้างเจสัน ไม่ได้เจอกันเสียนานเลย" พูดกับหลานๆเสร็จก็หันมาพูดกับเพื่อนอีกคน ที่นานๆทีถึงจะได้เจอตัว
"ชีวิตฉันก็เรื่อยๆนั่นแหละ ให้เวลากับงานเสียส่วนใหญ่" เจสันตอบคำถามนิคมก่อนจะยกแก้วไวท์ขึ้นจบ
"แล้วนี่เมียกับลูกสาวนายไปไหนเสียล่ะ ตั้งแต่เข้ามาฉันยังไม่เห็นเลยนะ" นิคนถามพร้อมมองไปรอบงาน
"ยัยติน่าเห็นว่าลืมของน่ะ เลยกลับขึ้นไปเอาของ แต่นี่ก็นานแล้วยังไม่เห็นลงมาสักทีเลย ส่วนมิเกลผมไม่เห็นตั้งแต่เช้าแล้วเหมือนกัน แต่คงจะอยู่ที่ห้องนั่นแหละ เดี๋ยวก็คงลงมาเองนั่นแหละ"

ในคราวแรกที่ตอบเรื่องลูกสาว เจสันเองก็มองไปรอบๆเพื่อหาลูกสาวที่ขึ้นไปเอาของ เผื่อลูกสาวจะลงมาแล้วแต่ก็ยังคงไม่เห็น แต่พอเจสันต้องตอบคำถามที่เพื่อนถามถึงภรรยา เขากลับตอบอย่างไม่ค่อยใส่ใจนัก



ติ๊งงง

เสียงลิฟโดยสารที่จอดอยู่ที่ชั้นเป้าหมายดังขึ้น ก่อนประตูจะค่อยๆเปิดออกให้เห็นร่างบางของติน่าที่เพิ่งกลับลงมาจากที่ขึ้นไปเอาของสำคัญที่ตัวเองลืมเอาไว้
ติน่าเดินออกจากลิฟเพื่อที่จะเข้าไปในงานในทันก่อนที่พี่ชายของเขาขึ้นกล่าวขอบคุณแขกบนเวที แต่สายตาเจ้ากรรมดันไปเห็นชายกระโปรงคุ้นตาที่โผล่พ้นออกมาจากประตูฉุกเฉินที่อยู่ไม่ไกลจากห้องประชุมที่ใช้จัดงานหนัก ขาสวยเก้าเข้าไปยังจุดนั้นทันทีเพื่อให้ตัวเองมั่งใจว่า สิ่งที่เห็นไม่ใช่อย่างที่เธอคิด

ติน่าค่อยๆแง้มประตูออกไปเพียงเล็กน้อยเพื่อไม่ให้คนข้างในได้รู้ตัว แต่สิ่งที่เข้าได้ยินก่อนที่จะได้เห็นคนสองคนที่กำลังยื่นบางสิ่งให้กับผู้หญิงอีกคน ก่อนที่ผู้หญิงคนนั้นจะขยับตัวเองหันเสี้ยวหน้ามาให้เธอได้เห็น

ตาโตเบิกกว้างเมื่อติน่าได้เห็นว่าคนที่เธอเห็นจะเป็นคนเดียวกับที่เธอคิด ความตกใจที่มีทำเอาเธอเผลอประตูฉุกเฉินเสียงดัง ก่อนจะวิ่งเข้าห้องน้ำหญิงที่อยู่ข้างๆกัน


หญิงสาวในชุดราตรียาวสีดำที่ยืนอยู่ใกล้ประตูที่สุดรีบเปิดประตูออกมาดูทันทีที่เสียงดังขึ้น ชายกระโปรงที่เห็นเพียงแวบเดียววิ่งหลบเข้าไปในห้องน้ำหญิง

"นายกลับไปได้แล้ว ขอบใจมาก" หญิงสาวคนดังกล่าวบอกพร้อมกับยื่นซองเล็กสีน้ำตาลที่บรรจุเงินจำนวนหนึ่งให้ชายปริศนา
"ครับ มีอะไรให้ผมรับใช้ติดต่อผมได้ตลอดเลยนะครับคุณผู้หญิง" ชายคนดังกล่าวพูดก่อนจะเดินลงบันไดไปทันที


หญิงสาวภายใต้ชุดราตรีสีดำก้าวผ่านประตูฉุกเฉิน มุ่งหน้าไปยังห้องน้ำหญิงที่อยู่ไม่ไกลนักอย่างใจเย็น ต่างจากอีกคนที่หลบอยู่ในห้องน้ำ เดินวนไปวนมาด้วยอาการร้อนใจ มือสวยทั้งของข้างกำเข้าหากันแน่นอย่างคนกังวน สิ่งที่เธอเห็นเธอควรจะบอกใครก่อนดี หรือเธอควรที่จะเป็นหยุดผู้หญิงคนนั้นด้วยตัวเธอเอง

แกร๊กก

เนตรสิตางค์ที่เข้าห้องน้ำอยู่ เปิดประตูออกมาพร้อมกับประตูห้องน้ำด้านหน้าถูกเปิดออกด้วยมือของใครบางคน จนเธอต้องรีบถอยกับเข้าไปอยู่ในห้องน้ำอย่างเดิม พร้อมกับแง้มประตูออกเพียงนิดเพื่อให้เห็นและได้ยินบทสนทนาของคนสองคนที่อยู่ด้านนอก

"คงเห็นทุกอย่างหมดแล้วสินะ" ขาเรียวเดินเข้ามาหยุดอยู่ต่อหน้าติน่าที่เดินวนกลับมาพอดี ก่อนที่จะเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ
"..............." ไม่มีเสียงตอบรับกลับไปจากติน่า เธอทำเพียงยืนนิ่ง มองคนตรงหน้าเธอด้วยความรู้สึกไม่เข้าใจกับสิ่งที่คนตรงหน้าเธอกำลังจะทำ
"สงสัยหรอ ว่าทำไมฉันถึงต้องทำขนาดนี้ หึ คนอย่างเธอน่ะ ต่อให้ฉันพูดไปเธอก็คงไม่เข้าใจ ไม่สิถ้าเธอรู้ความจริงแล้วเธออาจจะรับไม่ได้เลยต่างหาก" ประโยคยาวเหยียดที่หลุดออกมาจากป่กคนตรงหน้า ยิ่งทำให้ติน่านิ่งเงียบ เธอไม่รู้ว่าคนตรงเธอกำลังจะพูดอะไรกันแน่

"แกนี่มันเหมือนแม่แกไม่มีผิดเลยนะยัยน่า เพราะความโง่ ความไม่ทันคนของแม่แกนั่นแหละ มันถึงได้เสียของรักอย่างพ่อแกไป" หญิงชุดดำเดินอ้อมมาหยุดยืนอยู่ข้างหลังของติน่า ก่อนจะหันหน้าเข้าหากระจกบานใหญ่

"เพราะเลือดแม่แกมันสูงมากจริงๆสินะ ฉันถึงทำให้แกเป็นอย่างที่ฉันอยากให้เป็นได้สักที ฉันอุตสาทำทุกอย่างเพื่อใหแกได้คนดีๆแล้วแท้ๆ แต่แกกลับโง่ โง่เหมือนแม่แก" หญิงชุดดำพูดพร้อมกับทำเพียงหันหน้ามามองติน่า ที่ก็หันกลับมามองทางเธอเช่นกัน
"มะ หมายความว่ายังไงกันคะคุณแม่" ติน่าเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เมื่อเธอเริ่มเข้าใจถึงสิ่งที่มิเกลต้องการจะบอกเธอ

"หึ ก็หมายความว่า แกมันก็แค่ลูกกาฝากที่ฉันอุตสาฉุบเลี้ยง หวังให้แกเป็นหมากตัวหนึ่งที่จะใช้ทำลายความสุขของครอบครัวต้วนไง ให้มันเหมือนอย่างที่พวกมันเคยทำกับฉัน แต่แกมันก็ดันเป็นคนดีเหมือนแม่แกไง คนที่พ่อแกรักนักหนามาจนถึงทุกวันนี้" มิเกลกำมือแน่นเมื่อภาพในอดีตเริ่มฉายชัดในความทรงจำ

"คะ คุณแม่ มะ หมายความว่า น่าไม่ใช่ละ"
"ใช่ แกไม่ใช่ลูกฉัน แต่แกเป็นลูกสาวของเพื่อนอีกคนของฉัน เพื่อนที่ฉันเกลียดมันที่สุดไงล่ะ แม่แกมันคือคนที่พ่อแกรัก ทั้งๆที่ฉันเป็นคู่หมั่นที่พ่อแกต้องแต่งงานด้วย" มิเกลขบกรามแน่นเมื่อต้องพูดถึงเรื่องราวในอดีต

"ทั้งๆที่แม่แกก็รู้อยู่เต็มอก แต่แม่แกก็ร่าน แอบคบกับพ่อแกลับหลังฉันจนมีแกขึ้นมานี่ไงล่ะ แต่ถึงยังนั้นก็เถอะท้ายที่สุด แม่แกก็ไม่ใช่คนที่ได้แต่งงานกับพ่อแกอยู่ดี เพราอะไรแกรู้ไหม เพราะฉันเองก็ดันท้องเหมือนกับแม่แกไงละ แต่ก็ไม่ใช่กับพ่อแกหรอกนะ ต้องขอบคุณความผิดพลาดของฉันเองที่สุดท้ายฉันก็แย่งพ่อแกมาจากแม่แกได้" มิเกลหยุดพูดไว้เพียงเท่านั้นก่อนจะหันมายิ้มกับติน่าด้วยความสะใจ เมื่อนึงถึงชัยชนะของเธอในอดีต

ติน่าที่อยู่ฟังอยู่นานเมื่อความจริงทุดอย่างปรากฏขึ้น ขาเรียวไม่สามารถพยุงให้เธอยืนอยู่ต่อได้ไหวจึงทรุดลงกับพื้นห้องน้ำ น้ำตาแห่งความเสียงใจไหลอาบแก้มเนียนไม่หยุด ก่อนที่เธอจะนึกขึ้นได้จึงได้เงหน้ากลับขึ้นมาถามมิเกลอีกครั้ง

"ละ แล้วแม่ ฮึก แม่ของน่าอยู่ที่ไหนค่ะ ฮึก" ติน่าถามออกไปด้วยน้ำตา นั่นยิ่งทำให้มิเกลนึกสมเพชคนตรงหน้านี้มากกว่าเดิม
"หึ ถามหาแม่แกนะหรอ ฟังดีละ แม่แกน่ะตายตั้งแต่วันที่แกลืมตาดูโลกล่ะ แม่แกตายเพราะแกไง ส่วนสาเหตุที่แกได้มาอยู่กับฉันเพราะลูกฉันมันไม่มีบุญ ตายไปพร้อมกัยแม่แกไง ฉันเลยสั่งให้คนที่ฉันสั่งให้คอยตามแม่แก พาแกมาอยู่กับฉันไงละ"

เนตรสิตางที่ได้ยินทุกอย่างถึงกลับยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองเอาไว้ น้ำตาแห่งความสงสารคนตัวเล็กที่นั่งร้องไห้ปานจะขาดใจอยู่ที่พื้นห้องน้ำ

"ในเมื่อเรื่อง ฮึก เรื่องทั้งหมด มันเป็น ฮึก เรื่องระหว่างคุณ ฮึก กับคุณแม่ แล้วทำไม ฮึก คุณจต้องทำแบบนั้นกับ ฮึก ครอบครัวของคุณป้าอีกละค่ะ" เมื่อเรื่องทั้งหมดไม่ได้เกี่ยวข้องกับครอบครัวต้วน ติน่าจึงไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร ผู้หญิงคนนี้ถึงจ้องจะทำร้ายครอบครัวต้วนด้วย จึงถามออกไป
"นั้นไม่ใช่เรื่องที่ฉันต้องบอกแก เอาล่ะ ฉันเสียเวลากับแกมากเกินไปแล้ว ในเมื่อแกรู้แกเห็นมุกอย่างแล้ว ฉันจำเป็นที่จะต้องทำแบบนี้กับเธอแล้วล่ะ ถ้าเธอโชคดี ก็คงจะมีคนมาช่วยเธอล่ะนะ"

พูดจบมิเกลก็เดินเข้าไปคว้าเอากระเป๋าถือของติน่าที่วางเอาไว้บนอ่างล้างหน้า ติน่าที่เห็นอย่างนั้นก็ไม่ยอมวิ่งเข้าไปแย่งกระเป๋าของตัวเองคืน แต่ด้วยที่ติน่าใส่ส้นสูงที่สูงมากเกินไปบวกกับแรงผลักของมิเกล ทำให้เธอเสียหลักตกจากส้นสูงจนต้องล้มลงไปนั่งอยู่ที่พื้นอย่างเดิม เธอพยายามที่จะลุกขึ้นมาแย่งกระเป๋าเธอคืนอีกครั้งแต่เธอก็ทำไม่ได้ เพราความเจ็บปวดที่ข้อเท้าขวาจากการตกจากส้นสูงจนเธอไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้ด้วยตัวเอง เมื่อเห็นแบบนั้น มิเกลก็หันหลังเดินออกจากห้องน้พไปทันที ไม่สนใจติน่าที่นั่งบีลนวดข้อเท้าตัวเองด้วยความเจ็บแม้แต่น้อย และไม่ลืมที่จะหยิบเอากุญแจที่คล้องอยู่ที่ประตูห้องเก็บอุปกรณ์ขึ้นมาล็อกประตูห้องน้ำหญิง ก่อนที่จะโยนลูกกุญแจทิ้งลงถังขยะอีกด้วย



-----------------------------------------------
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #85 WWaraporn (@WWaraporn) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 11:41
    เธอมันร้ายอะมิเกล..แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวพี่มาร์คอีก
    #85
    0