พี่เลี้ยงคนนี้...หม่ามี้หนู

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,284 Views

  • 90 Comments

  • 161 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    56

    Overall
    7,284

ตอนที่ 36 : Chapter 34

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 241
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    29 ม.ค. 62

หลังจากที่ทั้งมาร์คและแบมแบมฟัดลูกสาวตัวน้อยจนพอใจแล้ว มาร์คจึงอาสาทำแผลให้กับคนตัวเล็กใหม่ โดยที่มีลูกสาวตัวน้อยคอยนั่งมองอย่างตั้งใจ มาร์คไม่ได้ทำอะไรกับแผลของแบมแบมมากนัก เพียงแต่ใส่ยาเพิ่มลงไปอีกนิดหน่อยเท่านั้น ก่อนที่จะหยิบเอาผ้าก็อตขึ้นมาถือเอาไว้จนคนตัวเล็กเองถึงกับแปลกใจ

"พี่มาร์ค แผลแบมแค่นิดเดียวเองนะครับ แค่พลาสเตอร์ก็น่าจะพอแล้ว" แบมแบมพูดขึ้นหลังจากที่มาร์คจัดการวางผ้าก็อตลงบนแผล
"ไม่ครับ ในเมื่อคุณอาต้องการแบบนี้ แล้วแบมก็ขอให้พี่ไม่เอาเรื่องคุณอา พี่ก็ขอแก้เผ็ดคุณอาด้วยวิธีของพี่แล้วกันนะครับ" มาร์คตอบทั้งที่มือและสายตาของเจ้าตัวไม่ได้เงยหน้าอีกคนเลยสักนิด
"แต่ว่าพะ..."
"ไม่มีแต่ครับ เราอยู่เฉยๆเดี๋ยวพี่จัดการเอง คนอย่างคุณอา ต่อให้ดีด้วยเขาก็ไม่ดีตอบหรอกนะแบม" มาร์คที่ปิดแผลขอคนตัวเล็กเสร็จพอดีเงยหน้าขึ้นมาพูดขัด จนคนตัวเล็กเองต้องเงียบฟังและพยักหน้ารับในที่สุด


หลังจากที่มิเกลฝากแผลและความเจ็บให้ไว้คนตัวเล็ก เธอก็ลงมายังห้องอาหารของโรงแรมเพื่อทานมื้อเข้ากับครอบครัว เจสันและติน่าที่ลงมาก่อนแล้วนั่งรออยู่ที่มุมในสุดใกล้กับป๊าม๊าต้วน และอีกหลายๆคนที่กำลังทานมื้อเช้าอยู่ด้วยเช่นกัน

"สวัสดีตอนเช้าจ๊ะทุกคน" มิเกลเดินเข้ามาทักทายทุกคนที่อยู่ภายในห้องอาหาร แต่เธอได้รับเพียงสายตาที่มองตอบกับมาเพียงคู่เท่านั้น จึงทำให้อารมณ์ที่เพิ่งเย็นลงเริ่มปะทุขึ้นมาอีกครั้ง
"นั่งลงได้แล้วคุณ อาหารจะได้มาเสิร์ฟเสียที ผมหิวแล้ว" เจสันพูดขึ้นพร้อมกับเตรียมพร้อมสำหรับมื้อเช้า ส่วนติน่าเองเธอก็ทำเพียงเงียบมองคนเป็นพ่อและคนเป็นแม่สลับไปมา พอดีกับบริกรเข้ามาเสิร์ฟอาหารพอดี

พักหลังมานี้พ่อกับแม่ของเธอมีปากเสียงกันอยู่บ่อยๆ ซึ่งมันผิดแปลกไปจากตั้งแต่จำความได้ เธอจะเห็นคนเป็นพ่อเงียบ ทำแต่งาน ไม่ว่าแม่เธอจะทำอะไรหรือบังคับให้เธอทำอะไร พ่อก็จะทำเพียงรับรู้เท่านั้น แต่ตั้งแต่ที่แม่ของเธอไปทวงสัญญาเรื่องแต่งงานระหว่างเขากับพี่มาร์ค พ่อของเธอมักจะค้านอยู่บ่อย แต่ก็ไม่เคยสำเร็จ จนสุดท้ายก็ต้องทะเลาะกัน และมันก็รุ่นแรงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นแยกกันอยู่แล้ว

"นี่ ยัยน่า พอตามาร์คลงมา แกก็ไปดูพี่เขาด้วยล่ะ อย่าให้ฉันต้องคอยบอกบ่อยๆเข้าใจไหม" มิเกลพูดกับติน่าทันทีที่บริกรออกจากโต๊ะไป ทำเอาทั้งเจสันและติน่าต้องเงยหน้าขึ้นมามองหน้าเธอ
"พี่เขาโตแล้ว เขาดูแลตัวเองได้ แล้วก็คิดว่าพี่เราน่าจะมีคนดูแลอยู่แล้ว เราไม่ต้องทำตามที่แม่เราบอกหรอกลูก"

เป็นอีกครั้งที่เจสันเอ่ยค้านมิเกลออกมาอย่างไม่เกรงใจ จนเธอมองเขาด้วยความโกรธ แต่เจสันก็ไม่ได้สนใจ ลงมือทานอาหารหน้าตาเฉย
"นี่คุณ"
"คุณปู่ คุณย่า ขาา" เสียงเด็กน้อยที่วิ่งเข้ามาในห้องอาหารดังขึ้น ทำให้มิเกลที่กำลังจะต่อว่าคนเป็นสามีเงียบลงก่อนจะหันไปมองตามเสียงทันที


กัสเบลวิ่งนำคุณเป็นพ่อและคนตัวเล็กเข้ามาในห้องอาหาร ร่างน้อยๆวิ่งปรี่เข้าไปหาคุณปู่คุณย่าที่นั่งยิ้มรออยู่ที่โต๊ะอาหาร โดยไม่ได้ฟังเสียงปรามของคนเป็นพ่อที่เดินจูงมือมากับคนตัวเล็กตามเธอมาสักนิด จนคนเป็นพ่อสายหัวให้กับความดื้อของลูกสาวที่ไม่เคยปรามเรื่องวิ่งนี้ได้เลยสักครั้ง คงต้องรอให้พลาดเจ็บตัวขึ้นมาจริงๆนั่นแหละลูกสาวแสนซนถึงจะเชื่อเขาขึ้นมาบ้าง

มาร์คที่เดินคู่มากับแบมแบมสนใจแต่ลูกสาวตัวน้อยวิ่งดุ๊กดิ๊กไปหาคุณปู่คุณย่าจึงไม่ทันได้สังเกตเห็นมิเกลที่นั่งมองทั้งคู่ด้วยแววตาวาวโรจ สายตาที่เต็มไปด้วยความโกธรจ้องมองอยู่ที่คนตีวเล็กอีกคนที่เดินอยู่ข้างมาร์ค สลับกับจ้องมองมือหนาของมาร์คที่กอบกุมมือเรียวของอีกคนอย่างเปิดเผย

"ตามาร์คลูก" มิเกลตัดสินใจเรียกทั้งคู่เอาไว้ในตอนที่ทั่งคู่กำลังจะเดินผ่านโต๊ะของเธอไป
"อ้าวคุณอา สวัสดีครับ ผมขอโทษนะครับผมมัวแต่ดูลูกสาว ไม่ทันได้สังเกตเลยไม่ทันเห็นว่าคุณอานั่งอยู่ตรงนี้ ผมขอโทษจริงๆครับ" มาร์คหันกลับมาตามเสียงเรียกก่อนที่จะแกล้งตกใจเหมือนเพิ่งเห็นอีกคนทั้งๆที่เขาเห็นมิเกลตั้งแต่เดินเข้ามาในห้องอาหารแล้ว
"ไม่เป็นไรหรอกลูก ว่าแต่ทำไม่เพิ่งลงมากันเอาป่านนี้ล่ะ" มิเกลกำมือตัวเองแน่นเมื่ออีกฝ่ายบอกไม่เห็นตัวเองนั่งอยู่ที่นี่ด้วยไม่ทัก ก่อนที่จะถามหาเหตุที่ทั้งคู่ลงมาทานมื่อเช้าสายเอาป่านนี้

เหมือนเป็นโอกาสให้ร่างหนาที่ยื่นคิดหาจังหวะทำอะไรบางอย่างตามที่เขาคิดเอาไว้ เพื่อหวังให้อามิเกลเลือกยึดติดกับคำพูดและล้มเลิกที่จะทำทุกทางให้เขาแต่งงานกับลูกสาวอย่างติน่า การแสดงออกมาให้เห็นว่าเขากับแบมแบมมีความสัมพันธ์กัน นั้นคือทางเลือกหนึ่งที่มาร์คต้องการที่จะทำ และการที่เขาคว้ามือคนตัวเล็กเข้ามาจับไว้ก่อนเดินเข้ามาฝนห้องอาหารคือหนึ่งสิ่งที่จะทำให้อามิเกลรู้

"ผมกับตัวแสบมัวแต่ช่วยกันทำแผลให้น้องแบมอยู่น่ะครับ เลยลงมาช้า" มาร์คตอบออกมานิ่งๆ
"อ้าว น้องแบมไปทำอะไรมาล่ะคะถึงได้แผลมาน่ะ" มิเกลถามออกไปอย่างไม่รู้สึกอะไร แถมยังแสดงออกไปเหมือนตัวเองไม่ได้เป็นคนฝากรอยแผลเอาไว้กับคนตัวเล็ก ด้วยอยากจะรู้เหมือนกันว่าคนที่ยืนอยู่ข้างๆลูกชายของเพื่อจะบอกกับเจ้าตัวอย่างไรเรื่องแผลนั่น

มาร์คฟังคำถามของคนเป็นอาก่อนที่จะหันกลับมายิ้มให้กับคนตัวเล็กข้างๆ พร้อมกับกระชับมือน้องแน่น สายตาก็เหมือนจะบอกกับคนตรงหน้าว่า สิ่งที่เขากับน้องคุยกันก่อนที่จะลงมา ถึงเวลาที่ต้องใช้แล้ว

"ผมเป็นคนทำให้น้องได้แผลเองแหละครับคุณอา คนขี้งอนนิครับ ผมหมั่นเขี้ยวเลยง้อน้องแรงไปหน่อยนะครับ" คำตอบสองแง่สองง่ามหลุดออกมาอย่างตั้งใจ จนเขาเองได้เห็นสายตาโกธรจัดของคนเป็นอา รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคนตัวเล็กทันที

มิเกลกำหมัดแน่น ปากก็พูดไม่ออก ด้วยำใคิดว่ามาร์คต้วนที่เธออยากได้มาเป็นลูกเขยจะกล้าพูดเปิดเผยสถานะของเจ้าตัวกับอีกคนกับเธอตรงๆแบบนี้


"คุณมาร์ค ถ้าคุณจะรุนแรงกับน้องผมขนาดนั้น ระวังจะได้แฝดนะครับ ฮ่าาา โอ๊ยยย เนียร์ตีบี๋ทำไม" เจบีที่นั่งอยู่ไม่ไกลนักพูดแซวมาร์คกับน้องชายเสียงดังพอที่จะทำให้คนที่นั่งอยู่ใกล้ๆหันมามองทั้งคู่ได้ ก่อนที่จะโดนจินยองที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับลูกชายเอื้อมมือมาตีไหล่กว้างของเขาอย่างแรง
"มันใช่เวลามาแซวน้องไหมเนี่ยบี๋ ดูหน้าคุณมิเกลด้วยสิ งานจะเข้าน้องหนักกว่าเดินเอา คุณมาร์คนี่ก็ยังไงกันนะ ก็รู้อยู่ว่าคุณมิเกลเธอโมโหแรงขนาดไหน ยังจะพูดแบบนั้นอีก" จินยองบ่นสามีตัวเองออกมาก่อนที่จะบ่นแฟนน้องชายออกมาเบาๆด้วยความไม่เข้าใจ
"เอาน่าเนียร์อย่าห่วงเลย บี๋เชื่อว่าคุณมาร์คไม่ปล่อยให้ใครมาทำอะไรแบมได้หรอกครับ ส่วนคุณมิเกลเองถ้าคุณมาร์คไม่ทำอะไรสักอย่างเธอก็จะได้ใจ แล้วก็ไม่ยอมหยุดเสียที" เจบีเอ่ยออกมาอย่างจริงจังหลังจากได้เห็นแววตากังวลของภรรยาที่ส่งมาให้เขาชัดเจน พร้อมกับมือที่กุมลงบนมือสวยที่วางอยู่บน พร้อมกับแววตาที่เขาส่งไปบอกจินยองว่า ทุกอย่างจะเป็นไปตามที่เขาพูด


"ถ้าคุณอาไม่มีอะไรแล้ว ผมขอพาแบมไปทานข้าวก่อนนะครับ" เมื่อไม่มีมีบทสนทนาจากคนเป็นอาตอบกลับมา มาร์คจึงขอตัวออกมาจากตรงนั้นทันที

มิเกลที่ไม่สามารถทำอะรได้ในตอนนี้จำต้องนั่งขบกรามนิ่งด้วยความโกรธ มองคนทั้งคู่ที่จับจูงกันเดินเข้าไปหาเพื่อนเธออย่างม๊าต้วน ที่นั่งมองทั้งคู่ด้วยรอยยิ้ม

หลังจากที่มาร์คพาคนตัวเล็กมานั่งที่โต๊ะที่ม๊าต้วนสั่งให้บริกรจัดเตรียมอาหารไว้รอแล้ว คนตัวเล็กเองก็ไม่ลืมที่จะจัดการกับมาร์ค ที่พูดจาสองแง่สองง่ามให้ทุกคนเข้าใจผิดกันไปใหญ่ ถึงแม้ว่าเหตุการณ์อย่างว่ามันจะเกิดขึ้นจริงก็ตาม แต่ที่ห้องอาหารแห่งนี้ก็ไม่ใช่สถานที่ที่พี่มาร์คจะพูดเรื่องแบบนี้ออกมาได้หน้าตาเฉย

สายตาคู่สวยมองเลยไหล่หนาของมาร์คไปยังโต๊ะของมิเกล ซึ่งเจ้าตัวเองก็นั่งจ้องมองมาทางเขาอยู่เหมือนกัน ตอนนี้จึงเท่ากับว่าทั้งคู่กำลังจ้องหน้ากันอยู่ มุมปากอวบอิ่มกระตุกยกยิ้มมาเพียงข้างส่งไปให้มิเกลที่นั่งคงขบกรามแน่น ก่อนที่เสียงของมาร์คที่คุยกับลูกสาวจะดังขึ้น เขาจะละสายตามาสนใจสองพ่อลูกที่กำลังพลัดกันป้อนอาหารกันอย่างสนุกสนาน


เสียงเลื่อนเก้ากี้ฝั่งตรงข้ามดังขึ้นหลังจากที่เหตุการณ์ก่อนหน้านี้จบลงไม่นานนั่ง เจสันและติน่าที่กำลังเอร็ดอร่อยกับอาหารตรงหน้าถึงกับต้องเงยหน้าขึ้นมามองยังต้นเสียง

"คุณจะไปไหน คุณยังไม่ได้ทานสักคำเลยนะมิเกล" เจสันเงยหน้าขึ้มมาเห็นภรรยาของเขากำลังจะลุกออกจากโต๊ะ ก่อนจะมองจานข้าวของภรรยาที่ไม่ได้ถูกตักทานเลยสักคำพูดจงขึ้น
"หึ ห่วงฉันด้วยหรือคะ ฉันไม่มีอารมณ์จะกินมันแล้วล่ะ เชิญคุณกับลูกมีความสุขกับมื้อเช้ากันต่อไปเถอะค่ะ" เสียงเย็นๆตอบกลับมา ก่อนจะหันกลับไปมองทางมาร์คและแบมแบมๆอีกครั้ง พร้อมกับเดินออกจากห้องอาหารไปทันที
"คุณพ่อขา คือว่า"
"ปล่อยแม่เขาไปก่อนเถอะลูก เรากินข้าวต่อเถอะ" เจสันที่รู้ว่าลูกสาวกำลังจะพูดอะไรกับเขา พูดขัดขึ้นมาก่อนที่จะทานอาหารต่อ ติน่าจึงทำได้เพียงทำตามคนเป็นพ่อบอกเท่านั้น


หลังจากมื้อเช้าจบลงทุกคนก็ต่างแยกย้ายกันไปทำงานในส่วนของตัวเองกันทันที เนื่องจากเย็นนี้คือวันงานเปิดตัวโรงแรม MT Grand อย่างเป็นทางการแล้ว ตอนนี้หน้าที่ในการดูแลสองแสบจึงเป็นหน้าที่ของป๊าม๊าต้วน และเจสันที่โดนความน่ารักของเด็กๆดึงให้เขาเข้ามาร่วมวงเล่นสนุกกับเด็กๆอยู่ที่ริมหาด

มาร์ค ควานหลิน มาคุมงานอยู่ที่ห้องจัดเลี้ยงชั้นสอง โดยมี่เจบีและชานยอลช่วยกันจัดในส่วนของโซนอาหารคาวหวานและเครื่องดื่มที่ใช้ต้อนรับแขกในคืนนี้ ส่วนคนตัวเล็กอย่างแบมแบมและจนยองก็เข้าครัวลงมือทำอาหารคาวหวานทุกชนิดด้วยตัวเอง โดยมีจีฮุน แบคฮยอน จีมิน ติน่า และเหล่าพ่อครัวของโรงแรมเป็นลูกมือ

ความวุ่นวายในการจัดเตรียมในวันสุดในส่วนของห้องจัดเลี้ยงไม่ได้วุ่นวายเท่ากับทีมในครัว ทำให้ในช่วงบ่ายมาร์คปล่อยให้ควานหลินได้ดูแลและตรวจสอบความเรียบร้อยเพียงคนเดียว ก่อนที่ตัวเอง เจบี และชานยอลลงมาอยู่ที่ครัวกันหมด


"เฮๆ ทางนั้นอ่ะ อาหารคาวนะ ระวังน้ำตาลที่มันจะร่วงลงอาหารกันหน่อย" เสียงเจบีที่กำลังช่วยภรรยาของตัวเองเคี้ยวน้ำลอดช่องอยู่ เอ่ยแซวมาร์คที่แย่งชิมต้มยำในมือน้องชายเขาที่กำลังจะส่งเข้าปากของตัวเองอยู่แล้ว
"นายก็ใช่ย่อยนะเจบี น้ำลอดช่องนะมันจะหวานเลี่ยนเกินไปนะ" มาร์คเองก็ไม่ยอมแพ้แซวเจบีที่เนียนจับมือของภรรยาตัวเองที่กำลังเคี้ยวน้ำลอดช่องอยู่เช่นกัน
"ฉัน ฉันทำไมมาร์ค ฉันทำอะไร" เจบียังคงตีเนียนทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนที่ถามมาร์คกลับไป
"ฉันว่า เขาเรียกอะไรนะแบม" มาร์คหันมาถามคนข้างๆถึงอุปกรณ์ในมือของจินยอง
"เขาเรียกกระบวยครับ" คนตัวเล็กยิ้มให้ก่อนจะตอบกลับมาร์ค พร้อมกับส่งสายตาล้อเลียนไปให้พี่สะใภ้
"อ่านั้นแหละ ฉันว่ากระบวยมันก็ไม่ได้หนักจะต้องช่วยกันถือกันขนาดนั้นนะ" ประโยคที่ตั้งใจเอ่ยแซวว่าที่พี่เขยออกไปทันทีที่เรียกสิ่งที่อยู่ในมือของทั้งคู่ถูก
"เอ่ออ น่าว่าพี่สองคนเลิกแซวกันก่อนดีไหมคะ ใกล้เวลาที่แขกจะมาแล้วนะคะ" ติน่าที่ยืนมองคนทั้งคู่เอ่ยห้ามขึ้น เมื่อเห็นว่าตอนนี้ใกล้เวลางานเริ่มแล้ว


ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงประตูห้องครัวถูกเคาะด้วยมือสายของม๊าต้วน ที่รู้จากความหลินว่าทุกคนมารวมกันอยู่ในครัว เดินเข้ามาตามลูกชายให้ขึ้นไปเตรียมเพื่อรอต้อนรับแขกในเย็นวันนี้

ตามาร์คลูก พาน้องแบมกับลูกขึ้นไปแต่งตัวกันได้แล้วล่ะ ม๊าเตรียมเสื้อผ้าไว้ให้เรียบร้อยแล้ว เจบีกับจินยองก็ด้วยน่ะลูก ติน่าด้วย ขึ้นไปเตรียมตัวกันได้แล้ว" ม๊าที่พอเข้ามาถึงห้องครัวก็บอกกับลูกชายและคนอื่นทันที
"ผมกับพี่เจบีด้วยหรอครับคุณน้า" จินยองที่ได้ยินอย่างนั้นก็ถามขึ้นทันที
"ใช้แล้วครับ เสื้อผ้าม๊าให้คนจัดขึ้นไปให้แล้ว ตัวแสบป๊าก็พาขึ้นไปรอเราที่ห้องแล้วล่ะ" ม๊าต้วนเองกหันมาตอบด้วยยิ้ม
"ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ไปเตรียมตัวกันเถอะครับ จีมิน แบมฝากทางนี้ด้วยนะ ไปครับพี่มาร์ค ไปครับน้องเบล" พูดจบแบมแบมก็เดินนำทุกคนออกจากห้องครัวไปทันที เมื่ออาหารทุกอย่าง เหลือเพียงแค่รอเวลานำออกไปต้อนรับแขกเท่านั้น



- 19:00 pm -
.
แขกในงานเริ่มทยอยเข้างานกันมากขึ้น เจบีและจินยองที่ลงมาพร้อมกับมาร์คและแบมแบมก่อนที่จะแยกออกไปดูความเรียบร้อยที่โซนอาหารที่มีน้องๆของเขาคอยยืนเติมอาหารอยู่

"เป็นไงบ้าง ทุกอย่างเรียบร้อยดีนะ" เสียงเจบีถามจีมินที่ยืนอยู่ไม่ห่างบาร์เครื่องดื่ม
"เรียบร้อยดีค่ะพี่เจบี ไม่ต้องหวงนะคะ" จีมินมองไปยังแบคฮยอน และชานยอล ที่แบ่งกันดูแลตามจุดของตัวเอง ก่อนที่จะได้รับสัญญาณจากทั้งคู่ จึงหันกลับมาตอบเจบี
"โอเค ถึงยังไงก็ดูกันดีๆนะจีมิน งานนี้แขกผู้ใหญ่เยอะ" เจบีพูดพร้อมกับมองไปรอบๆ

"ค่ะพี่เจบี ไม่ต้องห่วง พวกเราจะไม่ทำให้เสียชื่อสุดยอดเชฟฝีมือดีอย่างพีรเจบีกับพี่จินยองแน่นอนอนค่ะ" จีมินรัปคำเจบีหนักแน่น จนเจบีต้องจิ้มหน้าผากของคนตรงหน้าไปทีด้วยความหมันใส้กับความเล่นใหญ่ จนจีมินเองต้องลูบหน้าผากตัวเองปรอยๆพร้อมหัวเราเบาๆ


"สวัสดีครับคุณอานิคม สวัสดีครับคุณเอ็ม" มาร์คโค้งให้กับเพื่อนอีกคนของป๊า นักธุรกิจคนดังของไทย ที่เพิ่งจะวางมือให้ลูกชายขึ้นมารับช่วงต่อ ก่อนที่จะเอ่ยทักทายลูกชายของท่านด้วย
"อาขอแสดงความยินดีด้วยตามาร์ค เราทำอะไรก็ได้รับผลตอบรับดีจริงๆ อาขอให้เราประสบความสำเร็จยิ่งๆขึ้นไปเลยนะลูกนะ" นิคมเอ่ยขึ้นพร้อมยื่นมือออกไปวางมือบ่ามาร์ค
"ขอบคุณมากเลยนะครับคุณอา เชิญคุณอากับคุณเอ็มด้านในดีกว่าครับ" มาร์คเอ่ยขอบคุณผู้ใหญ่ ก่อนที่จะเดินนำทั้งคู่ไปยังโต๊ะที่ป๊ากับม๊าเข้านั่งอยู่ พร้อมกับแบมแบมที่อุ้มลูกสาวเขาทันที



-------------------------------------------------
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

0 ความคิดเห็น