พี่เลี้ยงคนนี้...หม่ามี้หนู

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,284 Views

  • 90 Comments

  • 161 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    56

    Overall
    7,284

ตอนที่ 35 : Chapter 33

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 539
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    23 ม.ค. 62


มาร์คกระชับกอดคนที่ยังนอนซบเขาอยู่ด้วยความเหนื่อยอ่อน จมูกโด่งกดย้ำๆอยู่บนกลุ่มผมของคนตัวเล็กด้วยความรู้สึกเต็มรัก

"พี่มาร์ค เอามันออกสักทีเถอะครับ แบมอึดอัด อ๊ะ" คนตัวเล็กที่นอนซบอกแกร่งพูดขึ้นพร้อมกับขยับตัวนั่งชันเข่าเพื่อให้มาร์คได้ถอดแกนกายออกจากช่องทางรักของตน
"ครับๆ โอ๊ย" มาร์ครับคำก่อนจะจับสะโพกมนพร้อมกับสวนแกนกายแกล้งคนตัวเล็กไปอีกที จนโดนมือเรียวของน้องฟาดลงอกแกร่งเต็มแรง
"แบมเจ็บนะพี่มาร์ค เล่นอะไรของพี่เนี่ย" ปบมแบมดุใส่มาร์คก่อนที่เจ้าตัวจะลุกออกจากอ่างอาบน้ำไปยืนอยู่ใต้ฝักบัว

เสียงน้ำจากอ่างบอกให้คนตัวเล็กรู้ว่าคนในอ่างกำลังจะลุกตามเขามาหาเขา จึงหันกลับไปมอวพร้อมกับชี้นิ้วหยุดอีกคนที่กำลังจะก้าวขาออกจากอ่างอย่างไว

"หยุดอยู่ตรงยั้นเลยครับพี่มาร์ค ไม่ต้องตามแบมมา แล้วก็อาบน้ำของพี่ไปเลยครับ" ม่านใสสีขุ่นถูกดึงมากั้นเอาไว้ระหว่างคนตัวเล็กกับคนที่ยืนอยู่ในอ่างน้ำทันทีที่เจ้าตัวพูดจบ
"แบม แต่ว่า..."
"แต่ว่าอะไรอีกครับ ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น" ใบหน้าหวานโผล่ออกมาพูดขัดอีกคนที่ยังพูดไม่ทันจบประโยค
"พี่ยังไม่ได้เอานะ..."
"แบมจัดการเองดีกว่า ขืนปล่อยให้พี่ทำ มีหวังแบมไม่ได้ออกจากห้องน้ำแน่ แล้วก็ไม่ต้องแอบมาตรงนี้นะพี่มาร์ค ไม่งั้นแบมจะหนีไปนอนห้องพี่บีเลยคอยดู"

มาร์คถึงกับนิ่งชะงัก เมื่อได้ฟังคนตัวเล็กพูด ก่อนที่เขาจะชักขากลับเข้ามาในอ่าง และนั่งลงอย่างเดิม ไม่เสี่ยง มาร์คไม่ขอเสี่ยงกับเรื่องแบบนี้เด็ดขาด

ไม่นานนักทั้งมาร์คและแบมที่แยกกันอาบน้ำก็เดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกัน ก่อนที่ทั้งคู่จะได้เจอกับเด็กน้อยที่หลับไปก่อนหน้านี้แล้วนั่งขยี้หูขยี้ตาอยู่บนเตียงแบมแบมจึงรีบสาวเท้าเดินเข้าไปนั่งลงข้างๆลูกสาวทันที

"น้องเบลลูก หนูตื่นขึ้นมาทำไมคะ" แบมแบมถามออกไปพร้อมกับกัสเบลที่คลานมานั่งบนตักเขา
"น้องเบลโดนผลักค่ะ แล้วน้องเบลก็ตกจากที่สูงๆ น้องเบลเลยตื่นค่ะ" เด็กน้อยบอกความฝันของตัวเองที่เจ้าตัวยังไม่เข้าใจให้คนตัวเล็กฟัง พร้อมทั้งอิงซบเข้ากับอกของแบมแบม ตาปรือๆที่บ่งบอกให้รู้ว่าง่วงเต็มทนทำให้มาร์คที่ยืนมองอยู่ถึงกลับยิ้ม
"โธ่เอ่ย หนูแค่ฝันค่ะ ไม่มีอะไรหรอกนะลูก" แบมแบมพูดพร้อมกับลูบหัวทุยๆอย่างปลอบโยน
"แต่ตอนที่น้องเบลตกมันน่ากลัวมากเลยนะคะ น้องเบลเรียกแด๊ดดี๊กับหม่ามี้ แต่ไม่มีใครได้ยินน้องเบลเลย" กัสเบลช้อนสายตาขึ้นมามองหม่ามี้พร้อมทั้งบอกเล่าความฝันของตัวเองต่อ

"ไม่มีอะไรแล้วนะคะคนเก่งของแด๊ดดี๊ หม่ามี้กับแด๊ดดี๊อยู่ตรงนี้แล้วไงคะ หื้มม" มาร์คที่ยืนมองอยู่นานขยับเข้ามาใกล้ๆลูกสาวตัวเอง พร้อมกับช่วยคนตัวเล็กปลอดลูกสาวคนเก่งก่อนที่จะยื่นมือหนาออกไปลูบหัวทุยๆของลูกสาวด้วย
"นอนเถอะนะคะคนดีของหม่ามี้ เดี๋ยวคืนนี้หม่ามี้นอนกอดหนูเอาไว้ดีไหมคะ หนูจะได้ไม่ตกลงมาจากที่สูงๆอีก" เด็กน้อยพยักหน้ารับทันทีเมื่อคนตัวเล็กพูดจบ

กัสเบลลงจากตักของแบมแบมก่อนที่จะล้มตัวลงนอนอีกครั้ง พร้อมกับพลิกตัวนอนหันหน้ามาหม่ามี้ที่นั่งยิ้มให้เธออยู่ แบมแบมหันไปปิดไฟหัวเตียงฝั่งตัวเองก่อนที่จะล้มลงนอน กัสเบลขยับเข้าใกล้คนตัวเล็กมากขึ้นพร้อมกับหนุนหัวลงบนแขนเรียว แบมแบมเองก็รวบเอาร่างน้อยๆนั่นเขามากอดเอาไว้เช่นกัน

มาร์คเดินอ้อมมาอีกฝั่งของเตียง สอดตัวเองเข้าใต้ผ้าห่มก่อนที่จะปิดไฟหัวเตียงในฝั่งของตนแล้วพลิกตัวหันหน้าเข้าหาสองแม่ลูก พร้อมกับรวบเอาทั้งสองร่างเข้ามาไว้ในอ้อมกอดเขา และไม่ลืมที่จะจุ๊บบอกฝันดีกับคนทั้งคู่ด้วยเช่นกัน



- เช้าวันต่อมา -

วันนี้เป็นวันงานเปิดตัวโรงแรมอย่างเป็นทางการของมาร์คแล้ว แบมแบมที่ตื่นขึ้นมาก่อนสองพ่อลูกที่ยังคงนอนกอดกันกลมอยู่บนเตียงกว้าง แต่เขากลับตื่นสายกว่าเวลาที่นัดกับเจบีเอาไว้ว่าจะเข้าไปช่วยทำอาหารคาวหวานที่จะใช้ในงานตอนเย็น เขาจึงรีบพาตัวเองเข้าห้องน้ำจัดการตัวเอง ไม่นานก็เรียบร้อย แบมแบมจึงเร่งออกจากห้องไป

ในจังหวะที่คนตัวเล็กออกมาจากห้องเป็นจังหวะเดียวกับที่มิเกลก็ออกมาจากห้องของตัวเองด้วยเหมือนกัน สายตาเชี่ยวมองจ้องคนที่ค่อยปิดประตูห้องก่อนที่พุ่งตัวเข้าไปกระชากท่อนแขนเรียวของแบมแบมอย่างแรง

"โอ๊ยย" แบมแบมร้องเสียงหลงเมื่อแรงกระชากจากอีกคนกระแทกเขากับกำแพงฝั่งตรงข้ามอย่างจังจนรู้สึกจุก
"ทำไมแกถึงออกมาจากห้องตามาร์ค แกเข้าไปทำอะไรในห้องตามาร์ค" เสียงแหลมตวาดลั่นด้วยความโมโหที่ได้เห็นคนตรงหน้าเดินออกมาจากห้องคนที่ตัวเองจ้องจะจับให้แต่งงานกับลูกสาวของตัวเอง
"ผมว่าผมไม่จำเป็นต้องตอบคุณนะครับว่าผมเข้าไปในห้องพี่มาร์คทำไม" แบมแบมยันตัวเองจากกำแพงที่เขาพิงอยู่ขึ้นมายืนอย่างปกติพร้อมกับเลี่ยงที่จะตอบคนถามคนตรงหน้า
"หึ จองหอง ฉันถามแกก็ต้องตอบ อย่ามาเล่นลิ้นกับคนอย่างฉันนะ" เมื่อไม่ได้คำตอบมิเกลก็ขยับเข้าใกล้คนตัวเล็กพร้อมกับคว้าเอาแขนเรียวของคนตัวเล็กเอาไว้ ก่อนที่จะส่งแรงบีบลงไป
"ผมไม่ได้จองหอง ผมแค่คิดว่าไม่มีความจำเป็นอะไรที่ผมจะต้องตอบเรื่องส่วนตัวกับคนที่ผมไม่รู้จัก แล้วก็ช่วยปล่อยแขนผมด้วยครับ"

แบมแบมยังคงไม่ตอบคำถามของมิเกล ก่อนที่เขาจะต้องแอบกัดฟันแน่น เมื่อคนตรงหน้าที่เขาบอกให้เธอปล่อยแขน กลับลงแรงบีบพร้อมกับจิกเล็บลงบนเนื้อแขนของเขา

ความโมโหของมิเกลแล่นปรีเพิ่มมากขึ้น เมื่อคนตรงหน้าคิดจะตีฝีปากกับเธอ เธอจึงลงแรงบีมลงที่แขนของคนตรงหน้าเพิ่มขึ้นตามแรงอารมณ์ของเธอ พร้อมกับจิกเล็กยาวของเธอลงบนเนื้อแขนแถมไปด้วย แต่คนตรงหน้ากลับมองเธอนิ่งไม่แสดงอาการอะไรออกมา ยิ่งทำให้ความโมโหของเธอเพิ่มขึ้นเมื่อเธอทำอะไรคนตรงหน้าเธอได้

"แกคิดว่าแกเป็นใคร ถึงได้กล้ามาตีฝีปากกับฉันแบบนี้" มิเกลกัดฟันแน่นเพื่อเพิ่มแรงในการบีบให้ครตัวเล็กได้รู้สึกเจ็บ แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือใบหน้านิ่งเฉยของอีกคน ยิ่งทำให้เธอหัวเสีย
"ผมไม่ได้เก่งกล้ามาจากไหนหรอกครับ ผมแค่ไม่อยากตอบคำถามคุณ คุณที่ไม่ได้อยากฟังคำตอบจริงๆของผม แล้วถ้าทำร้ายผมพอใจแล้วก็ช่วยปล่อยแขนของผมด้วย เพราะกล้องวงจรปิดกำลังจับภาพการกระทำของคุณอยู่ และผมคิดว่าคงไม่ใช่เรื่องดีสำหรับคุณแน่ ถ้าหากพี่มาร์คมาเห็นแผลบนแขนผม"

คำพูดยาวเหยียดของคนตัวเล็กจบลง มิเกลถึงกลับต้องหันหลังกลับไปมองหากล้องวงจรปิดอย่างที่คนตัวเล็กว่า ก่อนที่จะต้องสะบัดแขนคนตัวเล็กทิ้ง เมื่อได้เห็นสัญญาณไฟสีแดงแสดงการทำงานของกล้อง

"ฉันขอเตือนแกไว้ว่าให้อยู่ห่างจากตามาร์คเอาไว้ ถ้าไม่อยากเจ็บตัวไปมากกว่านี้ จำเอาไว้" มิเกลทิ้งคำขู่ไว้กับคนตัวเล็กก่อนที่จะเดินกระแทกไหล่ออกไป

"เฮ้อ วันนี้มันวันอะไรกันนะ เจ็บตัวแต่เช้าเลยเรา" แบมแบมก้มลงมองแขนตัวเองข้างที่โดนบีบเมื่อกี๊ ก่อนที่จะเห็นรอยเล็บที่จิกฝั่งอยู่ที่ท้องแขน เนื้อบางๆถลอกออกจนเห็นเลือดสีแดงฉานไหลซึมออกมาหน่อยๆ ขาเรียวจากที่จะก้าวออกไปยังครัวเพื่อช่วยพี่ชายอย่างที่ตั้งใจ ก็ต้องเปลี่ยนเป็นก้าวกลับเข้าไปในห้องอย่างเดิมเพื่อทำแผลเสียก่อน แม้ว่ามันจะเป็นเพียงแผลถลอก แต่ความเจ็บแสบมันก็ไม่ได้น้อยไปตามขนาดของแผลเลยสักนิด


แบมแบมเลือกพลาสเตอร์สีใสแปะลงบนรอยจิกที่ท้องแขน เพราะไม่อยากให้เป็นที่สังเกตให้มันเป็นเรื่องใหญ่ แต่คนตัวเล็กกลับลืมไปว่าคนอย่างมิเกลต่อให้เขาไม่อยากทำเรื่องให้มันวุ่ยวายยังไง เธอก็พร้อมจะสร้างเรื่องวุ่นวายให้เขาอยู่แล้ว

มือเรียวเก็บอุปกรณ์ทำแผลลงกล่องอย่างเป็นระเบียบ ก่อนที่จะลุกขึ้นเพื่อเอากล่องแฐมพยาบาลกลับไปเก็บไว้ที่เดิม แต่เขาก็ต้องตกใจจนเผลอทำกล่องอุปกรณ์ล่วงลงพื้น เมื่อเห็นคนที่เขาคิดว่ายังไม่ตื่นยืนจ้องเข้าอยู่ที่ประตูห้องนอนพร้อมกับลูกสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ ใจดวงน้อยๆเส้นระส่ำด้วยไม่รู้ว่าอีกคนยืนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่

ขายาวก้าวฉับเข้ามาหาคนตัวเล็กที่ยืนมองเขานิ่ง ใบหน้าตกใจของอีกคนยิ่งทำให้เขาอยากรู้ที่มาของแผลที่น้องเพิ่งแปะพลาสเตอร์ลงไป มาร์อุ้มกัสเบลขึ้นนั่งบนโซฟาตัวยาวก่อนจะหันมาคว้าแขนของแบมแบมข้างที่มีแผลขึ้นพลิกดู

"อ๊ะ พี่มาร์ค" แรกจับของมาร์คทำเอาคนตัวเล็กที่ยืนนิ่งสะดุ้ง ก่อนที่จะเรียกชื่อของคนเสียงแผ่ว
"เราไปโดยอะไรมา แล้วทำไมเลือกใช้พลาสเตอร์ปิดแผลแบบที่ไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกตแบบนี้" มาร์คมองพลาสเตอร์ยาก่อนที่จะช้อนสายตามาจ้องหน้าคนตัวเล็กอย่างจับพิรุจ
"แบม แบม เอ่อ แบมเดินไม่ระวังนะครับ แขนเลยไปเกี่ยวเข้ากลับกลอนห้องเข้า" แบมแบมเลือกที่จะโกหกคนตรงหน้าไปเพราะไม่อยากให้มันเป็นเรื่องราวใหญ่โต
"แบม รอยเกี่ยวจากกลอนไม่น่าจะอยู่สูงขนาดนี้นะพี่ว่า แล้วอีกอย่างแผลมันน่าจะอยู่ข้างแขน ไม่ใช่อยู่ใต้ท้องแขนแบบนี้ บอกความจริงพี่มาว่าใครทำอะไรเรา" มาร์คเอ่ยเสียงเข้มเมื่อจับได้ว่าคนตัวเล็กตรงหน้ากำลังโกหกเขา

แบมแบมลืมคิดไปเสียสนิทเลยว่าเรื่องที่เขาหยิบขึ้นมาโกหกคนตรงหน้ามันไม่มีความเป็นไปได้เลยสักนิดเมื่อเอามาเทียบกับตำแหน่งของแผล และก็เป็นไปตามที่คิดเมื่อคนตรงหน้าไม่เชื่อตามที่เขา จึงทำให้เขาต้องเจอกับสายตาจับผิดจากมาร์คที่ยืนจ้องเขา จนเขาต้องก้มหน้าหลบสายตาของคนพี่ด้วยไม่รู้ว่าจะตอบพี่มาร์คอย่างไรดี

"หรือต้องให้พี่ไปตามหาคำตอบเองครับ แบมรู้ใช่ไหมว่าถ้าเป็นแบบนั้นมีนจะเกิดอะไรขึ้น" น้ำเสียงราบเรียบส่งมากดดันคนน้องที่ยืนเม้มปากแน่นพร้อมกับก้มหน้าหลบสายตาเขา
"พี่มาร์ค ไม่เอาแบบนี้สิครับ" แบมแบมเงยหน้าขึ้นมาพูดทันทีเมื่อมาร์คพูดจบ
"ไม่เอาแบบนั้นก็บอกพี่มาใครทำอะไรเรา" คำถามเดิมถามออกไปอีกครั้งก่อนที่มาร์คจะเห็นน้องเม้มปากก่อนที่จะถอนหายใจยาวเหยียด

"เมื่อกี๊คุณมิเกลเธอเห็นแบมเดินออกจากห้องพี่ไป เธอเลยเข้ามาถาม แต่แบมไม่ได้ตอบเธอไปตรงๆ เธอเลยโมโหนะครับ เธอเลยเผลอบีบแขนแบมแรงไป ไม่มีอะไรหรอกครับ โอ๊ยย พี่มาร์ค แบมเจ็บนะครับ" แบมแบมยอมบอกเล่าเหตุการณที่เพิ่งผ่านไปให้คนตรงหน้าไป ก่อนที่จะต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บ เพราคนตัวสูงตรงหน้าดึงพลาสเตอร์ที่ปิดแผลเขาไว้ออกอย่างแรง

รอยแผลที่เกิดจากเล็บสี่รอยปรากฏต่อสายตาของมาร์ค รอยจิกสีแดงเข้มลึกจนเนื้อบุ๋มลงไปตามแนวเล็บ รอยถลอกที่กินเนื้อบางๆจะเกิดเป็นสีแดง ซึ่งให้เขาเดาหลังจากวันนี้ไปรอยจิกสีแดงเข้มจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงเพราะเกิดการช้ำ รอยถลอกที่กินเนื้อนั้นก็คงจะค่อยๆตกสะเก็ด คิดได้แบบนั้นมาร์คก็ขบกลามแน่นขึ้นมาทันที

"พี่มาร์ค พี่จะไปไหนครับ" แบมแบมคว้าแขนมาร์คที่ปล่อยแขนเขาพร้อมกับกำลัง้ดินไปที่ประตูห้อง
"ก็ไปจัดการกับคนที่ทำกับเราแบบนี้ไงครับ" มาร์คหันกลับมาตอบคนที่วิ่งตามมารั้งแขนเข้าเอาไว้เสียงเรียบ

แบมแบมแอบกลื้นก้อนน้ำลายเหนียวลงคออย่างยากลำบาก ตั้งแต่รู้จักและอยู่ด้วยกันนานเกือบสองเดือนแล้ว แบมแบมไม่เคยเห็นมาร์คโกธรหรือถูกมาร์คใช้น้ำเสียงนี้ด้วยเลยสักครั้ง

"ช่างเถอะครับพี่มาร์ค แบมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อยพี่ก็เห็น" คนตัวเล็กที่ไม่อยากให้มันเป็นเรื่องใหญ่เอ่ยขอกับคนพี่ ที่มองตัวเองนิ่ง
"ครับพี่เห็น แต่ถึงยังไงพี่ก็ควรจะทำอะไรที่จะทำให้คุณิารู้ว่าท่านไม่มีสิทธิ์มาทำกับเราแบมนี้" มาร์คบอกความคิดของตัวเองให้คนตัวเล็กได้รู้
"อย่าทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่เบยนะครับพี่มาร์ค ยิ่งพี่ตอบโต้เธอไปเธอจะยิ่งทำแบมนะครับ แผลแค่นิดเดียวไม่กี่วันก็หายแล้วครับ" แบมใช้น้ำเสียงนุ่มพยายามพูดให้มาร์คปล่อยผ่านเรื่องเล็กน้อยนี้ไป พร้อมกับช้อนตามองหน้าคนตัวสูงอย่างกับจะบอกว่าเขาไม่เป็นอะไรจริงๆ
"แต่ว่าแบม..."
"นะครับพี่มาร์ค แบมขอร้อง" เมื่อยังำม่สามารถขอให้อีกคนทำอย่างที่ตนขอได้ ไม้สุดท้ายที่เขาไม่เคยใช้กับใครนอกจากพี่ชายของเขาก็ต้องถูกงัดออกมาใช้ทันที

มาร์คถึงกับต้องถอนหายใจอย่างยอมแพ้คนตัวเล็ก เมื่อตัวเองถูกคนตัวเล็กงัดลูกอ้อนที่เขาไม่เคยเห็นออกมาใช้ แก้มเนียนที่ถูไปมาอยู่ที่แขนแกร่งราวกับแมวน้อยกำลังคลอเคลียกับคนเป็นนายเพื่อขอของกิน ถ้าตอนนี้ไม่มีลูกสาวตัวแสบนั่งยิ้มอยู่ทีโซฟา เขาคงจับคนตัวเล็กข้างนี้ฟัดให้สมกับที่คนตัวเล็กทำตัวน่ารักใสเขาแน่นอน

"เฮ้อออ โอเคๆ พี่ไม่เอาเรื่องคุณอาแล้วก็ได้ครับ ส่วนเราก็หยุดทำตัวหน้ารักใส่พี่สักที ถ้าไม่อยากโดนพี่ฟัดต่อหน้าลูก" ทันทีที่มาร์คพูดจบ แมวน้อยที่อ้อนเขาอยู่เมื่อกี๊ก็กระโดดกนีเขากลับไปนั่งแหมะอยู่ข้างๆกับลูกสาวบนโซฟาเรียบร้อยแล้ว


"หม่ามี้ขา หม่ามี้เจ็บไหมคะ" กัสเบลปีนขึ้นมานั่งตักคนตัวเล็กที่เพิ่งจะนั่งลงข้างๆเธอ พร้อมกับแตะลงไปที่แผลของคนตัวเล็กอย่างเบามือ
"หม่ามี้ไม่เจ็บหรอกคะ แผลนิดเดียวเองลูก" แบมแบมตอบกลับเด็กน้อยบนตักด้วยรอยยิ้มเต็มแก้ม
"แด๊ดดี๊ขา น้องเบลโตขึ้นน้องเบลจะเป็นคุณหมอค่ะ" เด็กน้อยมองหน้าแบมแบมก่อนจะหันไปพูดกับคนเป็นพ่อจนมาร์คและแบมแบมต้องหันมามองหน้ากันที
"ทำไมหนูถึงอยากเป็นคุณหมอล่ะครับ" มาร์คเดินเข้ามานั่งลงอีกฝั่งข้างคนตัวเล็ก พร้อมถามลูกสาวตัวน้อยที่อยู่ก็บอกกับเขาว่าอยากเป็นหมอเสียอย่างนั่น
"น้องเบลจะได้ทำแผลให้แด๊ดดี๊กับหม่ามี๊ไงคะ" กัสเบลหันมาตอบคำถามคนเป็นพ่อเสียงใส จนคนที่ได้ฟังทั้งคู่ต่างก้มลงฟัดแก้มกลมของลูกสาวยกใหญ่ จนเจ้าตัวส่งเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากเสียงดังลั่นห้อง



------------------------------------------------
Talk
      หายไปหลายวันเพราะไรท์แอบไปรวมเล่มพี่เลี้ยงเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เปิดพรีให้โอนกันแล้วนะคะ ใครที่สนใจติดต่อไรท์ได้ที่เพจไอจี @fic.markbam9294
       กระซิบบอก ตอนจบเรามีให้อ่านแค่ในเล่มพร้อมตอนพิเศษอีก 3 ตอนนะคะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #78 WWaraporn (@WWaraporn) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 14:12
    บางทีก็ทำเกินไปนะคุณมิเกล
    #78
    0
  2. #77 NokSan (@noknok18) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 13:04
    น่าร้ากกกกกกกกกกกกก
    #77
    0