พี่เลี้ยงคนนี้...หม่ามี้หนู

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,293 Views

  • 90 Comments

  • 161 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    65

    Overall
    7,293

ตอนที่ 32 : Chapter 31

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 470
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    15 ม.ค. 62

เสียงเอ๊ะอ๊ะโว๊ยวายที่เกิดขึ้นที่ล็อบบี้ดังออกมาให้คนที่เพิ่งลงจากรถอย่างจีฮุนได้ยิน จนเจ้าตัวต้องรีบสาวเท้าเดินเข้าไปด้านในโรงแรมทันที

'แกเงียบไปเลยยัยติน่า แกลืมไปแล้วหรือไงว่าแกเป็นว่าที่นายหญิงของที่นี่ ยังไงซะตามาร์คก็ต้องแต่งงานกับแก ไปนั่งรอแม่ที่เดิม ตรงนี้แม่จัดการเองไป'
'แต่คุณแม่ค่ะ น่า...'
'ฉันบอกให้แกกลับไปนั่งรอที่เดิมไง'

แต่เมื่อเข้ามาได้ยินกับประโยคของหญิงวัยกลางคนที่เขาไม่รู้จักพูดถึงพี่เขยตัวเองกับผู้หญิงอีกคนพอดี ขาทีกำลังจะก้าวเข้าไปยังล็อบบี้ก็ต้องหยุดชะงักลงทันที ทำเอาควานหลินที่เดินตามเข้ามาติดเป็นต้องหยุดเดินแล้วมองเข้าไปยังสองแม่ลูกที่ยืนอยู่หน้าเค้าเตอร์ล็อบบี้ และใช่เขาเองก็ได้ยินในสิ่งที่จีฮุนได้ยินเช่นกัน


"มีอะไรหรือเปล่าครับ" แบมแบมที่อุ้มกัสเบลเดินตามจีฮุนและความนหลินมาไม่ห่างนักถามนัก เมื่อเห็นว่าทั้งคู่ไม่ยอมเดินเข้าไปข้างในอย่างที่ควรจะเป็น
"มีอะไรกัน" มาร์คที่เดินเข้ามาพร้อมกับป๊าม๊าต้วนก็ต้องถามขึ้นด้วยเช่นกัน เมื่อเดินเข้ามายืนข้างๆคนตัวเล็ก ก่อนที่เสียงพูดคุยที่หน้าล็อบบี้จะดังขึ้น เรียกความสนใจให้ทุกทุกที่ยืนอยู่หันไปสนใจ



"เอ๋อ ที่คุณโวยวายเพื่อเข้าพักในชั้นวีไอพีให้ได้นี่ก็เพราะแบบนี้ใช่ไหมค่ะ" เนตรถามออกไปพร้อมรอยยิ้มที่คนฟังเองก็ไม่สามารถอ่านออกว่าเธอกำลังจะสื่ออะไรออกมาผ่านรอยยิ้นนั่น
"ใช่ ในเมื่อพวกเธอได้ยินกันหมดแล้ว ก็เข้าใจกันไว้ด้วยล่ะ ว่าฉันกับลูกเป็นแขกคนสำคัญของตามาร์ค" มิเกลยังคงยืนกอดอกเชิดหน้าพูดกับเนตรสิตางค์อย่างไม่ลดล่ะ
"แต่เท่าที่ฉันดูนี่เหมือนว่ามันจะไม่ใช่อย่างที่คุณบอกกับเรานะคะ รายชื่อแขกคนสำคัญของคุณมาร์ค ท่านแจ้งเข้าระบบของทางโรงแรมทุกคน และเดินทางมาพร้อมกับคุณมาร์คทุกคนเช่นกัน และถ้าคุณยังยืนยันว่าคุณคือแขกคนสำคัญของท่านประธาน ทางเราขอทราบชื่อคุณด้วยค่ะ เราจะเช็ดและให้คุณเข้าพักได้ หากคุณมีรายชื่อในระบบ"

ในเมื่อคนตรงหน้ายังคงดื้อดึงที่จะแสดงตัวว่าเป็นแขกคนสำคัญไม่เลิก เนตรสิตางค์จึงงัดไม้แข็งออกมาใช้ ถึงเธอจะไม่ได้เจอพี่ชายของเพื่อนมานาน แต่เขาก็ได้รู้เรื่องราวต่างๆของพี่มาร์คผ่านทางจีฮุนอยู่เสมอ เมื่อก่อนเธอเองก็เคยเป็นหนึ่งคนที่หลงเสน่ห์ของพี่มาร์ค แต่เมื่อเธอรู้ตัวเองว่าเธอไม้ได้ชอบผู้ชายอย่าที่ผู้หญิงทุกคนชอบ เธอก็เปรียบเสมือนน้องสาวอีกคนของมาร์คต้วนเช่นกัน

มิเกลกำมือแน่นเมื่อถูกหญิงสาวคราวลูกตอกหน้าต่อหน้าพนักงานอีกหลายคนที่ยืนมองเธออยู่ แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ในเมื่อเธอไม่ได้มีรายชื่อเป็นแขกคนสำคัญของมาร์คตามที่หญิงสาวตรงหน้าพูด แต่แล้วเธอก็ยิ้มออกเมื่อหันไปเจอกับร่างสูงของมาร์คที่กำลังตรงเข้ามาทางเธอ

"ว่ายังไงล่ะค่ะคุณ" เนตรสิตางค์ถามออกไปอีกครั้งเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงเงียบ
"หึ ถึงฉันไม่มีรายชื่ออย่างที่เธอบอก แต่ฉันก็สามารถเข้าพักได้สบาย เธอคอยดูล่ะกัน เนตรสิตางค์" มิเกลพูดกับหญิงสาวตรงหน้าพร้อมอ่านชื่อของเธอจากป้ายที่ติดอยู่ที่อกซ้ายเสียงเย็นก่อนที่จะแสยะยิ้มใส่


"เนตร" มาร์คเรียกเนตรสิตางค์ที่เป็นอีกคนที่เข้ามาช่วยงานเขาที่โรงแรมนี้ ด้วยเพราะเป็นเพื่อนคนไทยของจีฮุน และเป็นคนในพื้นที่นี้อีกด้วย
"พี่ เอ่อ คุณมาร์ค" เนตรสิตางค์ที่หันไปตามเสียงเรียกก็พบกับมาร์คที่เดินเข้ามาหาเธอ และเกือบเผลอเรียกอีกคนด้วยความสนิท
"เรียกพี่ปกติก็ได้ เป็นไงเราสบายดีใช่ไหม" มาร์คเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าคนที่เป็นเหมือนน้องสาวเขาอีกคน พร้อมถามถึงความเป็นไปด้วยนานแล้วที่ไม่ได้เจอกัน
"เนตรสบายดีค่ะ แต่ถ้าเป็นตอนนี้เวลานี้เนตรก็ไม่แน่ใจเหมือนกันพี่มาร์คว่าเนตร เฮ้ออ" เนตรตอบกลับคนพี่ด้วยความสนิทสนม ก่อนที่จะถอนหายอย่างเหนื่อยหน่ายเมื่อหันไปมองมนุษย์ป้าที่ยืนอยู่ำม่ไกลจากเขานัก


"ตามาร์คลูก เราเพิ่งเดินทางมาถึงหรอลูก" น้ำเสียงของมิเกลเปลี่ยนไปจากตอนแรกทันทีเมื่อร่างสูงเดินเข้ามายังล็อบบี้เรียกชื่อของเจ้าตัวแทรกขึ้นมา
"สวัสดีครับคุณอา มาถึงนานหรือยังครับ" มาร์คที่พอถูกถามขึ้นจากอีกคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก ก็หันไปทำความเคารพตามมารยาทที่เขาควรแสดงกับผู้ใหญ่ ก่อนที่จะถามกลับไปบ้าง
"อามาถึงสักพักแล้วล่ะ แต่ยังไม่ได้ห้องพักที่ถูกใจเลยตามาร์ค ช่วยดูให้อาหน่อยได้ไหมลูก" มิเกลใช้โอกาสนี้ให้ตัวเองได้เข้าห้องพักวีไอพีอย่างที่ตัวเองทันที

เนตรที่ยังยืนอยู่ในวงสนทนาพอได้ยินอย่างนั้นก็หันหน้าหนีมนุษย์ป้า พร้อมกันเบะปากมองบนใส่อย่างหมั่นใส้ ทำเอาคนที่ยืนแอบอยู่ที่ประตูทางเข้าได้เห็นอดที่จะขำให้กับอาการของเนตรสิตางค์ไม่ได้


"จีดูไอ้เนตรเพื่อนจีทำเข้าสิ ท่าทางเหม็นเบื่อน่าดู ฮ่าาา" ควานหลินที่เป็นคนพูดขึ้นก่อนกับท่าทางของเพื่อนแฟน พร้อมกับหัวเราะร่า
"นี่ดีเท่าไหร่แล้วที่ไอ้เนตรมันทำแค่นี้ ถือว่ามันให้เกียรติยัยป้านั่นมากอยู่นะ" จีฮุนที่ได้ยินทุกคำพูดของมิเกลเองก็นึกโมโหแทนเพื่อนตัวเองไม่ได้ นี่ถ้าเป็นเมื่อก่อนมีหวังได้ถูกไอ้เนตรจวกยับไปแล้ว
"อื้อ เค้าก็ลืมไป ว่าจีกับไอ้เนตรเมื่อก่อนนี่วีรกรรมเยอะขนาดไหน" เมื่อพูดจบควานหลินก็ต้องเจอกับสายตาพิฆาตจากจีฮุน พร้อมกับแรงฟาดลงบนท่อนแขนไปตามระเบียบทันที

เสียงหัวเราะเบาคนทุกคนที่ยืนอยู่ที่ประตูยังคงมีอยู่ เมื่อได้เห็นทั้งจีฮุนและความนหลินหยอดล้อกัน ต่างจากคนตัวเล็กที่อุ้มกัสเบลอยู่ มองนิ่งไปทางที่มาร์คยืนคุยอยู่กับคนที่เขาก็พอจะรู้ว่าเป็นใครนิ่ง
คำพูดและเสียงหัวเราะที่ดังอยู่ใกล้ๆไม่ได้เข้่สู่โสตประสาทของคนตัวเล็กสักนิด เมื่อแบมแบมเอาแต่จดจ้องและฟังในสิ่งที่ผู้หญิงอีกคนกำลังพูดกับมาร์ค จนเมื่อม๊าที่สังเกตุได้ถึงความนิ่งเงียบของว่าที่ลูกสะใภ้ จึงขยับเข้าไปใกล้คนตัวเล็กพร้อมกับว่างมือลงบนไหล่เล็กของแบมแบม

แรงสะดุ้งเบาๆของเจ้าตัวทำเอาม๊าต้านแอบกังวล กลัวว่าคนตัวเล็กตรงหน้านี้จะคิดมากกับสิ่งที่ตัวเองได้เห็น

"น้องแบมลูก หนูคิดอะไรอยู่คะ บอกม๊าได้ไหมลูก" ม๊าถามคนตัวเล็กที่ละสายตาจากทางล็อบบี้หันมามองเธอ ทำเอาทุกคนที่ยืนหัวเราะกันอยู่เงียบเสียงลงทันที
"แบมแค่กลัวครับม๊า ผู้หญิงคนนี้ถ้าเธออยากได้อะไรเธอก็จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มา แบมกลัวว่าเธอจะ..."
"น้องแบมลูก หนูไม่ต้องกลัวเลยครับ พี่มาร์ครักหนูมากนะลูก ม๊าเชื่อว่าพี่มาร์คจะไม่ทางให้เรื่องบ้านั้นเกิดขึ้นแน่นอนลูก รวมถึงม๊ากลับป๊าด้วย หนูไม่ต้องคิดมากนะลูกนะ"

แบมแบมที่ได้ฟังคำพูดของม๊าต้วนมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยก็พบกับความจริงจังที่ถูกส่งมาให้เข้ามั่นใจว่าเธอเองจะไม่ยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นเช่นกัน ก่อนที่จะหันไปมองป๊าต๊วนที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ได้รับการพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของคนเป็นภรรยา พร้อมกับส่งยิ้มเอ็นดูมาให้เขาด้วยเช่นกัน

"ป๊า ม๊า จีว่าเราออกไปหาพี่มาร์คกันเถอะครับ พวกเราจะได้ขึ้นไปพักผ่อนด้วย เดินทางกันมาทั้งวันแล้วครับ" จีฮุนพูดขึ้นทำลายความเงียบเมื่อเห็นว่าเจโร่ที่เริ่มจะงอแงใส่จินยองแล้ว
"ก็ดีเหมือนกันลูก ม๊าเองก็อยากพักเหมือนกัน" ม๊าที่เห็นด้วยกับจีฮุนพูดขึ้น ก่อนที่จะคว้าเอาข้อมือของคนตัวเล็กที่อุ้มหลานสาวตัวเองอยู่เดินตรงออกไปหาลูกชายทันทีโดยไม่รอใครทั้งสิ้น


"ได้ครับ เชิญคุณอากับครอบครัวที่ชั้นวีไอพีได้เลยครับ"
สุดท้ายแล้วมาร์คต้องให้มิเกลเข้าพักบนชั้นวีไอพีร่วมกับครอบครัวของเขาและครอบครัวของคนตัวเล็กแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยเต็มใจก็ตาม
"ขอบใจนะตามาร์ค ติน่าลูก มาขอบคุณพี่เขาหน่อยสิลูก" เมื่อได้ในสิ่งที่ต้องการ มิเกลก็เรียกให้ลูกสาวที่นั่งเบื่อหน่ายอยู่ที่โซฟาเข้ามาหา
"ขอบคุณค่ะพี่มาร์ค" คำขอบคุณที่มาพร้อมกับรอยยิ้มฝืนของติน่าทำให้มาร์คเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดได้ในทันที
"ไม่เป็นไรครับ ขึ้นไปพักผ่อนเถอะ แล้วเดี๋ยวขึ้นไปหาพี่ที่ห้องด้วยนะ แบม" มาร์คพูดกับติน่า มือหนายกขึ้นวางลงบนหัวของหญิงสาวพร้อมโยกไปมา ก่อนจะหันกลับมาเรียกคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักให้ขึ้นห้องไปพร้อมกัน

คำพูดและท่าทางของมาร์คที่แสดงออกกับติน่า ทำให้มิเกลยิ้มออกมาและคิดว่ามาร์คคงจะเอ็นดูลูกสาวของเธอ และต่อไปเธอจะทำอะไรก็ง่ายขึ้น เมื่อคิดได้อย่างนั้นก็หันมายิ้มกับม๊าต้วนที่กำลังเดินเข้ามาหาตน

"ฉันบอกเธอแล้วใช่ไหมเกรซ ว่าเธออย่าเพิ่งตัดสินอะไรเร็วไป เธอเห็นหรือยัง ตามาร์คน่ะดูท่าจะชอบยัยติน่าอยู่ไม่น้อยนะ" มิเกลพูดขึ้นเมื่อม๊าต้วนเดินมาหยุดอยู่ต่อหน้าเธอ
"เห็นสิ ฉันเห็นอะไรเยอะเลยล่ะมิเกล เธอคิดว่าสิ่งที่เธอพูดมานั่นมันคือสิ่งที่ตามาร์คคิดจริงๆหรอ อย่าลืมสิว่าฉันเป็นแม่เขานะ ฉันย่อมรู้ดีว่าลูกของฉันต้องการอะไร แล้วเธอล่ะ รู้บ้างหรือเปล่าว่ายัยติน่าต้องการอะไร ฉันเดินทางมาเหนื่อย ฉันของตัวก่อนแล้วกัน" ม๊าต้วนพูดประโยคยืดยาวกับคนตรงหน้าด้วยสีหน้านิ่งเรียบอย่างที่เจ้าตัวไม่ค่อยแสดงมันออกมาให้ใครเห็นเท่าไหร่นัก ก่อนที่จะตัดบทขอตัวแยกออกไปพักผ่อนโดยไม่รอให้เพื่อนของตัวเองได้พูดอะไรต่ออีก

มิเกลมองเพื่อนสนิทของตัวเองเดินไปยังลิฟโดยสารพร้อมกับอีกหลายๆที่เธอเองก็ไม่รู้จัก คำพูดของเกรซทำให้เธอฉุดคิดถึงลูกสาวของเธอที่ตลอดมาเธอบอกให้ทำอะไรก็ทำไม่เคยขัดเลยสักครั้ง ไม่ว่าจะเรื่องไหนก็ตาม และเรื่องแต่งงานกับมาร์คต้วนก็เช่นกัน แม้ว่าในคราวแรกลูกสาวเธอจะอิดออดแต่สุดท้ายลูกสาวก็ยอมทำในสิ่งที่เธอบอก ดังนั้นเธอก็ไม่จำเป็นที่จะต้องถามต้องการของลูก เพราะสิ่งที่เธอทำให้คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกสาวเธอทั้งสิ้น

"ในเมื่อได้ห้องพักที่คุณต้องการแล้ว ก็ขึ้นห้องคุณเสียที ผมเหนื่อย ผมอยากพัก" เจสันที่เดินเข้ามาหาภรรยาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เขาเหนื่อยที่ต้องเจออะไรแบบนี้เต็มทน และที่เขาเงียบมาตลอดใช่ว่าเขาจะเห็นด้วยกับสิ่งที่ภรรยาของเขาทำ เขาแค่ไม่อยากที่จะทะเลาะกับคนที่ไม่เคยฟังเหตุผลของใครอย่างคนตรงหน้าก็เท่านั้น

"นี่ คุณอย่ามาทำเสียงแบบนี้ใส่ฉันนะเจสัน" มิเกลที่ได้ยินน้ำเสียงของสามีหันมาตวาดใสทันที
"ทำไมผมจะทำไมได้ คุณหยุดสักทีได้ไหม เลิกบังคับลูกให้ทำตามใจคุณสักที" เจสันที่หมดความอดทนเถียงกลับบ้าง
"คุณนั่นแหละที่ต้องหยุด คุณมันไม่เคยทำอะไรเผื่อลูกคุณเจสัน ที่ฉันทำก็เพื่อความสุขของลูกทั้งนั้น"
"คุณแน่ใจหรอว่านั้นคือความสุขของลูกจริง คุณเคยถามลูกบ้างไหมมิเกล ถึงผมจะทำงานจนแทบไม่มีเวลาให้ลูก ผมยังรู้จักและรู้ว่าลูกต้องการอะไรมากกว่าคุณเสียอีก และถ้าคุณยังไม่หยุด ผมนี่แหละจะเป็นคนหยุดคุณเองมิเกล" พูดจบเจสันก็เดินหันหลังให้กับคนเป็นภรรยาไปรับกุญแจห้องพักที่เขาจองเอาไว้ก่อนที่จะเดินทางมา ก่อนจะหันมามองภรรยาตัวเองอีกครั้งก่อนจะสายหัวให้แล้วเดินหนีไป

"คุณคิดว่าจะหยุดคนอย่างฉันได้อย่างนั้นหรอเจสัน หึ คุณรู้จักฉันน้อยไปแล้วค่ะ ขนาดคุณฉันยังแย่งมาเป็นของตัวเองได้ แล้วนับประสาอะไรกับตามาร์ค คุณคอยดูได้เลย" มิเกลยืนกำมือแน่นด้วยความโมโหหลังจากที่ได้ฟังสามีเธอพูด เธอจะไม่ยอมง่ายๆแย่ ในเมื่อเธอมาถึงขนาดนี้แล้ว เธอก็จะเดินหน้าต่อจนกว่าเธอจะได้ในสิ่งที่เธอต้องการ



ก๊อก ก๊อก ก๊อก

ติน่าเคาะประตูหน้าห้องของมาร์คต้วน เธอมาที่ห้องนี้ตามที่มาร์คบอกเธอก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันที่ล็อบบี้ รอไม่นานนักประตูห้องก็ถูกเปิดออกต้อนรับเธอ แต่เธอกับต้องตกใจเมื่อคนที่เปิดประตูห้องให้เธอ กลับไม่ใช่คนที่บอกให้เธอคนมาหา

"คะ คุณแบม" ติน่าอุทานชื่อคนที่ยืนยิ้มให้กับตัวเองอยู่ที่หน้าประตูห้อง
"เข้ามาก่อนเถอะครับ" เมื่อเห็นท่าทางตกใจของอีกคน แบมแบมจึงก้าวออกมาจับจูงให้เธอได้เข้ามาในห้อง
"เอ่อ คือ คือว่า" อยู่ๆก็ไม่มีคำพูดหลุดออกมาจากปากของคนที่ยังอยู่ในอาการตกใจ ได้แต่เดินตามอีกคนเข้ามายังโซนรับแขกที่มีมาร์คกัสเบลนั่งเล่นกันอยู่ แบมแบมจึงเดินอ้อมไปนั่งลงข้างๆกับกัสเบลที่นั่งยิ้มให้กับตัวเอง ก่อนที่เด็กน้อยจะปีนขึ้นไปนั่งบนตัก

"นั่งก่อนสิน่า แล้วก็เลิกทำหน้าตกใจแบบนั้นได้แล้ว" มาร์คที่เห็นน้องยังคงยืนนิ่งพร้อมกับทำหน้าตกใจกับสิ่งที่เห็นไม่เลิก
"ก็น่าไม่อยากเชื่อนี่ ว่าพี่กับคุณแบมจะ"
"มันน่าตกใจขนาดนั้นเลยหรือไงกัน" มาร์คพูดกับติน่า แต่กลับส่งแขนแกร่งไปวางลงพนักพิงด้านหลังคนตัวเล็ก อย่างกับโอบคนตัวเล็กเอาไว้
"น่าแค่ไม่คิดพี่จะ เอ่อ รักกับผู้ชายด้วยกัน ขอโทษนะคะคุณแบม" ติน่าพูดออกไปเสียงแผ่ว พร้อมกับเอ่ยขอโทษคนตัวเล็กที่ตนเองพูดออกไปตรงๆ

ติน่ามองคนตัวเล็กที่หันมามองเธอ หลังจากที่เธอพูดออกไปตรงๆ ไม่มีท่าทีว่าคนตัวเล็กจะไม่พอใจกับสิ่งที่พูด ไม่มีคำพูดโต้ตอบกลับมา ไม่มีอะไรเลยนอกจากรอยยิ้ม รอยยิ้มที่เขาเองก็ต้องหลงรัก นี้ถ้าคนตรงหน้าไม่ใช่คนรักของพี่มาร์คเขาบอกเลยว่าเขาจะจีบให้มาแฟนให้ได้เลย

"นี่ๆๆ ยัยน่า เลิกมองเมียพี่ด้วยสายตาแบบนั้นเดี๋ยวนี้นะ" มาร์คที่เห็นน้องสาวมองคนรักของตัวเองไม่วางตาก็ต้องหยิบเอาตุ๊กตาของลูกสาวปาใส่ทันที
"ขี้หวง น้องมองนิดมองหน่อยก็ไม่ได้ แต่ว่าคุณแบมนี่น่ารักจังเลยนะคะ พี่มาร์คน่าขอได้ไหมอ่ะ ฮ่าาา" ติน่าสะดุ้งเมื่ออยู่ๆตุ๊กตาที่หลานเขาเคยเล่นลอยมากระทบใบให้ด้วยพี่มือของพี่ชายที่นั่งทำหน้ายักษ์ใส่เธอ เห็นแบบนั้นก็อดที่จะแกล้งไม่ได้
"แกคงอยากตายคาโรมแรมนี่สินะ น้องเบลลูกอาติน่าของหนูจะแย่งหม่ามี้หนูแล้วนะลูก" มาร์คกดเสียงเรียบใส่คนน้องก่อนที่จะหันไปใช้ตัวช่วยอย่างลูกสาวขิงตัวเองที่หวงคนตัวเล็กมากกว่าเขาให้ช่วย
"ไม่ได้นะ นี่หม่ามี้น้องเบล น้องเบลไม่ให้นะคะ" เด็กน้อยที่ได้ยินคนเป็นพ่อพูดก็ลุกขึ้นกอดคอแบมแบมแน่น ก่อนที่จะหันมาพูดกับติน่าที่นั่งอาปากค้างที่เห็นว่ามาร์คหันไปฟ้องลูกสาว

ิติน่าไม่ได้ตอบอะไรคนตัวเล็กกลับไป แต่เธอกลับนั่งยิ้มมองหลานสาวที่ยังคงกอดคอคนตัวเล็กไม่ยอมปล่อย ดูแล้วมันน่ารักมากๆสำหรับคนที่รักเด็กอย่างเธอ ติน่าละสายตาจากแบมแบมและหลานสาวของเธอมามองคนเป็นพี่อย่างมาร์ค ก็เห็นว่ามาร์คเองก็นั่งมองคนทั้งคู่อยู่ด้วยเช่นกัน แววตาและรอยยิ้มของคนเป็นพี่บอกกับเธอให้รู้ว่าความสุขของพี่ชายคือคนตัวเล็กคนนี้และลูกสาว แล้วแบบนี้เธอจะยอมให้คนเป็นแม่ทำลายความสุขของพี่ชายเธอลงได้อย่างไร




----------------------------------------------------------
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #73 Aon Meyjforever (@aon_meyj4ever) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 05:18
    แบบนี้ตัวปัญหาก็คือยัยป้ามหาภัยมิเกลคนเดียวล่ะสิ ในเมื่อติน่าไม่ได้เล่นด้วยกับแม่นาง
    #73
    0
  2. #72 NokSan (@noknok18) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 01:54
    น้องเบลหวงหม่ามี้
    #72
    0
  3. #71 WWaraporn (@WWaraporn) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 22:28

    ดีใจที่ติน่ารู้ว่าความสุขของพี่มาร์คคือแบมกับน้องเบล และไม่คิดจะทำลายความสุขของพวกเขา

    #71
    0