ตอนที่ 31 : Chapter 30

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 423
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    14 ม.ค. 62


ผ่านไปสองวันหลังจากที่มาร์คได้บอกเล่าเรื่องราวของใครอีกคนที่อาจจะเข้ามามีบทบาทในชีวิตของเขาทั้งคู่ให้กับคนตัวเล็กได้เตรียมรับมือไปพร้อมกับเขา และวันนี้คือวันที่ครอบครัวของเขาและครอบครัวของพี่ชายของคนตัวเล็ก รวมไปถึงพนักงานในร้านทั้งสามคนที่เปรียบเสมือนคนในครอบครัวของเจบีต้องเดินทางไปไทยกันแล้ว

"พีี่เบลค๊าบบบ" เสียงเด็กชายที่คนเป็นแม่จูงมือเดินเข้ามาภายในสนามบินดังขึ้น ก่อนที่ร่างอวบจะวิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาหากัสเบลที่ยืนอยู่กับแบมแบมพร้อมสวมกอดพี่สาวที่หันมายิ้มให้ตามเสียงเรียก
"โอ๊ะ น้องเจ" กัสเบลตกใจที่ร่างอวบวิ่งเข้ากอด แรงกระแทกจากเจโร่ทำเอาร่างน้องๆของกัสเบลเซไปด้านหลังดีที่แบมแบมช่วยประคองหลังเอาไว้ กัสเบลจึงยังยืนรับร่างอวบของเจโร่ได้อยู่
"เจโร่ เบาๆสิครับ เดี๋ยวก็ได้พาพี่เบลล้มหรอกลูก" เสียงจินยองที่เดินตามเข้ามาปรามลูกชายตัวเองที่วิ่งเข้าใส่ร่างน้อยๆของกัสเบลจนตัวแทบปลิว
"แฮร่ๆ" เจโร่ปล่อยกอดออกจากพี่สาวก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มแห้งให้กับคนเป็นแม่ทันที

"สวัสดีค่ะป้าจินยอง สวัสดีค่ะลุงเจบี" กัสเบลที่หลุดจากกอดของน้องชาย ยกมาไหว้ทำความเคารพเจบีและจินยองแบบไทยๆตามที่แบมแบมสอนพร้อมกับรอยยิ้มน่ารัก
"สวัสดีค่ะน้องเบล หนูไหวสวยจังเลยน๊า แบบนี้ลุงว่าคุณยายได้หลงหนูตายแน่ๆเลยลูก" เจบีรับไหว้จากเด็กน้อย พร้อมกับอดชมการไหว้ที่สวยงานของเด็กน้อยไม่ได้ ก่อนที่จะลูบหัวทุยๆด้วยความเอ็นดู
"สวัสดีค่ะน้องเบล น่ารักจริงๆเลยลูก เจโร่หนูเห็นพี่เบลไหมครับ แล้วนี้สวัสดีผู้ใหญ่หรือยังเรา" จินยองเองที่รับไหวหลานสาวเสร็จก็อดที่จะชมเด็กน้อยไปด้วยอีกคนไม่ได้ ก่อนที่จะหันไปพูดกับลูกชายวัยสามขวบของตัวเอง

ร่างอวบของเด็กชายเดินเตาะแตะไปหาป๊าม๊าต้วน ก่อนที่มืออวบๆจะยกขึ้นพนมแต่ไม่ได้สวยงามนักพร้อมกับเอ่ยทำความเคารพผู้ใหญ่ทั้งสองคน สร้างความเอ็นดูให้กับป๊าม๊าด้วยได้ไม่น้อย

"สวัสดีครับลูก หนูชื่ออะไรเอ่ย บอกย่า เอ๊ะ หรือยาย ย่าล่ะกันเนาะ บอกย่าหน่อยได้ไหมครับ" ม๊าต้วนย่อตัวลงนั่งให้อยู่ในระดับเดียวกับเจโร่ก่อนจะถามชื่อของเด็กน้อยตรงหน้า
"น้องชื่อ เจโร่ ฮับ" เด็กน้อยบอกชื่อของตัวเอง ก่อนจะยิ้มจนตาปิดให้กับม๊าต้วน
"น้องเจโร่หรอครับ ย่าเรียกน้องเจได้ไหมลูก"
"ได้ฮับ"
"น่ารักจังเลยลูก ขอย่าอุ้มหน่อยนะครับ" พูดจบม๊าต้วนก็อุ้มเด็กน้อยขึ้นทันทีพร้อมกับหอมแก้มกลมๆนั้นด้วยความหมันเขี้ยว


"คุณคะ เด็กผู้ชายนี่ก็น่ารักดีเหมือนกันนะคะ เห็นแล้วฉันล่ะอยากได้หลานชายอีกสักคนจังเลยค่ะ" ม๊าต้วนที่ฟัดแก้มกลมของเด็กน้อยจนพอใจแล้วหันกลับไปพูดกับคนเป็นสามีเสียงดัง หวังให้ลูกชายและคนตัวเล็กได้ยิน
"คุณก็บอกไอ้ลูกชายคุณสิครับ ได้ยินไหมตามาร์ค แม่แกอยากได้หลานชายอีกสักคนน่ะ" ป๊าต้วนที่ในตอนแรกพูดกับภรรยาของตอน ก่อนที่จะหันมาพูดกับมาร์คที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก

คนตัวเล็กที่ได้ยินทั้งประโยคของม๊าต้วนและป๊าต้วนก็รู้สึกหน้าร้อนขึ้นมาทันที มือไม้ที่เคยวางอยู่ข้างตัวอยู่ๆก็รู้สึกระเกะระกะจนต้องยกขึ้นมาเกาท้ายทอยตัวเองแก้เขิน ใบหน้าหวานที่เริ่มขึ้นสีจนคนที่อยู่โอบล้อมต้องยกยิ้มเมื่อได้เห็น

"ป๊า ม๊า เลิกแกล้งน้องก่อนครับ น้องเขินจนหน้าแดงหูแดงหมดแล้วนั่นนะ" มาร์คพูดขึ้นก่อนที่จะเดินเข้าไปใกล้พร้อมกับดึงคนตัวเล็กมาโอบไว้
"ม๊าไม่ได้แกล้งนะ ม๊าอยากได้หลานชายอีกสักคนจริงๆนะลูก หนูแบม"
"ฮื้อออ พี่มาร์ค" ทันทีที่ม๊าต้วนเรียกชื่อคนตัวเล็กพร้อมกับส่งยิ้มให้อย่างมีเลศนัย คนตัวเล็กที่เขินอยู่แล้วกับเขินหนักยิ่งกว่าเดิมจนต้องถลาเข้าหาอกแกร่งของมาร์คทันที

เสียงหัวเราะจากทุกคนดังขึ้นเมื่อได้เห็นท่าทางของคนตัวเล็กตัวเล็ก รวมถึงมาร์คที่โอบกอดน้องเอาไว้ก็หัวเราะให้กับคนตัวเล็กในอ้อมกอดเช่นกัน ทุกคนยังคงยืนคุยกันอยู่อย่างนั้นก่อนที่สายการบินจะประกาศเรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่อง ทั้งหมดเลยเดินเข้าเกตไปกันทันที



จากเกาหลีไปไทยใช้เวลาเดินทางห้าชั่วโมงเครื่องบินที่มาร์คและทุกคนโดยสารก็แลนดิ้งสู่สนามบินสุวรรณภูมิ มาร์คต้องบินมาลงที่นี่ก่อนที่จะต่อเครื่องไปยังภูเก็ต และการต่อเครื่องไปยังภูเก็ตนี้จะไม่มีทางราบรื่นได้เลยหากไม่มีคนตัวเล็กและพี่ชายเป็นคนประสานงานให้

การเดินทางต่อเครื่องมาภูเก็ตใช้เวลาเดินทางอีกกว่าหนึ่งชั่วโมงทุกคนก็ถึงภูเก็ตโดยสวัสดิภาพ เด็กน้อยที่ไม่เคยเดินทางไปไหนไกลๆที่เดินทางมาด้วยทั้งสองก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมางอแงให้คนเป็นพ่อเป็นแม่ได้หนังใจอย่างที่กังวล หลังจากที่ทั้งกัสเบลและเจโร่เล่นกันบนเครื่องจนทั้งคู่เหนื่อยและหลับยาวมาจนถึงสนามบินภูเก็ต



จีฮุนและความหลินเดินทางมาถึงภูเก็ตก่อนหน้ามาร์คและทุกๆคนถึงหนึ่งสัปดาห์ ด้วยเพราะทั้งคู่ต้องมาบริหารที่โรงแรมแห่งนี้ จึงตัดสินใจเดินทางล่วงหน้ามาก่อน เพื่อศึกษาทุกๆมุมของโรงแรมให้ตัวเองได้คุ้นชินและเพื่อคุ้มการจัดงานเปิดตัวโรงแรมด้วยตัวเอง รวมถึงการจัดห้องพักให้กับทุกๆคนด้วยตัวเองอีกด้วย

"หลิน เราไปรอรับพี่มาร์คที่สนามบินกันเถอะ พี่มาร์คส่งข้อความมาบอกว่าอยู่สุวรรณภูมิแล้ว กว่าจะมาถึงสนามบินภูเก็ตเราก็น่าจะไปถึงก่อนพี่มาร์คไม่นานเท่าไหร่" จีฮุนเดินเข้ามาหาควานหลินในห้องทำงานเอ่ยชวนขึ้นมาทันที
"มาถึงกันแล้วหรอครับ โอเค งั้นเนตรฉันรบกวนจัดรถตู้ให้ด้วยนะ สองคันนะครับ แล้วก็ฝากดูที่นี่ด้วย" ความหลินหันมาพูดกับจีฮุน ก่อนที่จะหันไปสั่งเพื่อนสาวของแฟนที่เข้ามาช่วยเป็นเลขาให้กับเขา ยืนรอแฟ้มเอกสารที่เขากำเซ็นอยู่
"โอเคได้ เดี๋ยวฉันจัดการให้" เนตรสิตางค์รับคำสั่งพร้อมกับรับแฟ้มเอกสาร ก่อนจะเดินออกจากห้องไป

ควานหลินลุกออกจากโต๊ะทำงานพร้อมกับคว้าเอาสูทที่พาดอยู่ที่พนักพิงเก้าอี้ขึ้นมาใส่ ก่อนจะเดินไปหาจีฮุนที่ยืนยิ้มรอเขาอยู่ มือสวยของจีฮุนยกขึ้นจัดสูทตัวหรูให้เขาที่ให้กับควานหลิน ไม่บ่อยนักหรอกที่เขาจะได้เห็นสามีของเขาในชุดสูทแบบนี้ ซึ่งเขายอมรับตรงๆเลยว่าสามีของเขาในชุดสูทแบบนี้ดูเป็นผู้ใหญ่และดูน่าเกรงขามไม่ต่างไปจากพี่มาร์คเท่าไหร่นัก และเขาก็ชอบความหลินในลุคนี้เอามากๆเสียด้วย

"เค้าเคยบอกหลินหรือเปล่านะว่า เวลาที่หลินใส่สูทแบบนี้ หลินดูเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ดูดีเอามากเลยนะ" ปากก็พูดมือก็ทำหน้าที่จับนั่นจับนี้ให้เข้าที่ ตาก็มองหน้าคนตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม
"เค้าดูดีแค่ตอนใส่สูทหรอจี แล้วตอนที่เค้าไม่ได้ใส่สูทแบบนี้ เค้าไม่ดูดีหรือไง" น้ำเสียงติดงอแงและสีหน้าที่งอง้ำส่งมาให้คนตรงหน้าต้องหลุดขำ ท่าทางที่แสดงออกมาไม่ต้องบอกก็รู้ว่าต้องการจแกล้ง
"เค้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นสักหน่อย หลินน่ะหล่อตลอดแหละสำหรับเค้าน่ะ แต่พอหลินใส่สูทมันยิ่งทำให้หลินหล่อขึ้นกว่าเดิมก็เท่านั้นเอง และที่สำคัญเค้าชอบนะ เวลาที่หลินอยู่ในลุคแบบนี้"

ก็รู้ทั้งรู้ว่าคนตรงหน้าเจ้าเล่ห์แกล้งแสดงอาการน้อยใจเพราะอยากฟังเขาชม แต่จีฮุนก็ยังเล่นตามคนตรงหน้า เพราะว่าก็ไม่บ่อยนักที่จีฮุนจะเอ่ยกับสามีของเขาแบบนี้

"หึ จำได้ไหมครับ ครั้งล่าสุดที่จีชมเค้าแบบนี้ จีลุกไม่ได้ไปเกือบสองวันเลยนะคะ...โอ๊ย"
ควานหลินที่ได้ฟังคำชมจากคนตรงหน้าก้มลงไปกระซิบเตือนความจำจีฮุนถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้นหลังจากที่เจ้าตัวชมเขาไปก่อนหน้านี้เมื่อหลายวันก่อน ก่อนที่จะโดนมือเล็กฟาดลงบนอกแกร่งทันที
"ไอ้บ้า หยุดพูดไปเลยนะ เค้าไม่พูดกับหลินแล้ว" จีฮุนที่ได้ยินคำพูดของสามีก็รู้สึกเขินเพราะภาพวันนั้นดันฉายชัดขึ้นในความคิดของเขาจนรู้สึกหน้าร้อน และเมื่อเขาได้เห็นสายตาเจ้าเล่ห์ของสามีก็ยิ่งทำตัวไม่ถูก จนต้องพาตัวเองหนีออกห่างจากควานหลินด้วยการเดินออกจากห้องทำงานไปทันที

รอยยิ้มปรากฎคนบนใบหน้าของควานหลินทันทีที่เขาสามารถแกล้งภรรยาตัวเองให้เขินได้ ก่อนที่ขายาวๆจะก้าวตามคนเป็นภรรยาออกจากห้องทำงานเพื่อรอรับพี่เขยและคนอื่นที่สนามบิน

กว่ามาร์คและทุกคนจะเดินทางมาถึงสนามบินภูเก็ตก็กินเวลาล่วงมาจนถึงเวลาเย็นแล้ว จีฮุนและความหลินที่มารอรับด้วนตัวเองจึงพาทุกคนแวะทานมื้อเย็นที่ห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองจังหวัดภูเก็ต ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังโรงแรมที่ตั้งอยู่ติดกับทะเล

ห้องวีไอพีของร้านอาหารจีนชื่อดังภายในห้างถูกจองเอาไว้ก่อนหน้าที่จีฮุนและทุกคนจะมาถึงด้วยฝีมือของเนตรสิตางค์เลขาคนสวยที่พ่วงตำแหน่งเพื่อนสนิทของจีฮุน พร้อมทั้งอาหารจีนที่ขึ้นชื่อของร้านที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้รอรับ
.
"ว้าววว ม๊าฮ่ะ ของจินเต็มเยย" เสียงของเด็กชายที่ถูกคนเป็นแม่อุ้มเข้ามาในห้องอาหารดังขึ้นเมื่อได้เห็นอาหารที่พนักงานกำลังยกขึ้นเสิร์ฟบนโต๊ะ
"ไอ้ตัวแสบ ไม่ต้องมาทำตาวาวแบบนี้เลยนะ ม๊ารู้แล้วลูกว่าหนูหิว" จินยองทีเห็นลูกชายทำตาลุกวาวหลังจากที่หันมาพูดกับเขาพูดขึ้นเบาๆกับเจโร่ ก่อนที่เจ้าลูกชายตัวแสบจะหันมายิ้มให้เขาจนตาปิด ซึ่งเจบีเองที่ยืนซ้อนหลังของจินยองเองก็อดไม่ได้ที่จะส่งมือไปขยี้กลุ่มผมของลูกชายตัวแสบของเขาด้วยอีกคน
"ฮื้อออ ป๊าาา อย่าทำน้องซี่ เดี๋ยวน้องไม่หย่อ เดี๋ยวพี่เบลไมยักน้อง" มืออวบของเจโร่จับมือหนาของผู้เป็นพ่อออกจากหัวตัวเองพร้อมกับพูดห้ามคนเป็นพ่อไปด้วย

คำพูดของลูกชายตัวแสบทำเอาทั้งจินยองและเจบีถึงกับเหวอไปในตอนแรก ด้วยไม่คิดว่านั่นคำพูดที่หลุดออกมาจากปากเด็กวัยสามขวบได้ แต่ทั้งคู่ก็ตกใจกันได้ไม่นานลูกชายตัวแสบที่จินยองอุ้มอยู่ก็ดิ้นขลุกขลักเป็นสัญญาณให้จินยองปล่อยเจ้าตัวลง ก่อนที่ร่างอวบของเจโร่จะวิ่งดุ๊กดิ๊กไปหากัสเบลที่นั่งยิ้มรออยู่โต๊ะอาหารข้างกับคนเป็นพ่อ

ร่างอวบๆปีนขึ้นเก้าอี้เด็กที่แบมแบมเป็นคนเอ่ยขอกับพนักงาน โดยมีแบมแบมและกัสเบลที่ช่วยกันจับเก้าอี้เอาไว้คนล่ะข้าง และมีมือของมาร์คที่ช่วยจับประคองซ้อนกัสเบลอีกชั้น ภาพนั่นทำให้เจบีและจินยองยิ้มกว้างที่ลูกชายตัวแสบของเข้าได้รับความรักความเอ็นดูจากทุกคนเช่นนี้

"ไปลูก เราสองคนก็ไปนั่งทีีโต๊ะได้แล้วลูก" เสียงของม๊าต้วนที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักเรียกเจบีและจินยองให้เดินตามไปที่โต๊ะอาหาร
"ถ้าใครอยากได้อะไรเพิ่มก็สั่งเพิ่มกันได้เลยนะลูก ไม่ต้องเกรงใจป๊ากับม๊า ถือซะว่าเป็นการเลี้ยงขอบคุณที่พวกเราช่วยเป็นเชฟให้กับตามาร์ค" เสียงป๊าต้วนดังขึ้นเมื่อท่านเดินมานั่งลงที่โต๊ะ

จบคำพูดของป๊าต้วนทุกคนก็เดินเข้ามานั่งที่โต๊ะอาหารทันที เมื่อทุกอย่างพร้อมทุกคนก็จัดการลงมือทานมื้อเย็นรวมกันท่ามการบรรยาการเป็นกันเองที่ป๊าม๊าต้วนสร้างขึ้น

บนโต๊ะอาหารจึงมีแต่เสียงพูดคุยของผู้ใหญ่ สลับกับเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กน้อยทั้งคนเป็นระยะ ความอบอุ่น น่ารักของทุกคนสร้างรอยยิ้มให้กับพนักงานที่คอยอยู่บริการภายในห้องวีไอพีนี้ไปด้วยเช่นกัน



- โรงแรม MT Grand -

"นี่ ฉันบอกให้นายเปิดห้องพักวีไอพีชั้นบนสุดให้ฉันไง นายได้ยินไหม" เสียงโวยวายของหญิงวัยกลางคนดังขึ้นที่หน้าล็อบบี้
"เอ่ออ ทางเราต้องขอประทานโทษตัวนะคะ ทางเราไม่สามารถเปิดชั้นวีไอพีให้คุณผู้หญิงเข้าพักได้จริงๆค่ะ" เสียงของพนักงานต้อนรับหน้าล็อบบี้เอ่ยบอกอย่างสุภาพ
"ไม่ได้อย่างนั้นหรอ เธอรู้ไหมว่าชั้นเป็นใคร ถ้าเธอยังไมยอมทำตามที่ฉันบอก เธอก็เตรียมตัวออกจากที่นี้ไปได้เลย" ลูกค้าคนเดิมยังคงโวยวายไม่เลิก อีกทั้งยังขู่พนักงานสาวไปอีกด้วย
"เอ่ออ..."
"เกิดอะไรขึ้น เจน" เสียงใครอีกคนที่เดินเข้ามาภายในล็อบบี้เพราะเสียงมันดังออกไปถึงด้านนอกเรียกให้เจนจิราที่กำลังหนักใจต้องหันกลับไปมอง
"พี่เนตร คือลูกค้าท่านนี้เขาต้องการที่จะเข้าพักที่ชั้นวีไอพีนะคะ เจนพยายามอธิบายแล้วว่าทางเราเปิดชั้นนั้นให้เข้าพักไม่ได้ แต่เธอก็ยังยืนยันว่าจะเข้าพักให้ได้น่ะค่ะ"
เจนจิราบอกเล่าออกไปให้เนตรสิตางค์ได้ฟัง

"คือต้องขอโทษจริงๆนะคะคุณลูกค้า ตอนนี้ทางเราไม่สามารถเปิดชั้นวีไอพีให้คุณลูกค้าเข้าพักได้จริงค่ะ" เนตรสิตางค์เอ่ยขอโทษลูกค้าออกไปอีกครั้ง เมื่อไม่สามารถทำตามความต้องการให้กับผู้หญิงที่ยืนกอดอกมองเธอตรงหน้าไม่ได้
"แต่เท่าที่ฉันรู้มา ชั้นวีไอพีมันเปิดให้บริการลูกค้าแล้วนิ และที่สำคัญเปิดให้เฉพาะลูกค้าคนสำคัญเท่านั้น และบังเอิญฉันก็เป็นแขกคนสำคัญของเจ้าของโรงแรมนี้เสียด้วยสิ" หญิงคนดังกล่าวกอดอกพูดกับเนตรสิตางค์ พร้อมกับยกยิ้มอย่างผู้ชนะส่งให้เธออีกด้วย

คำผู้ของหญิงสาวตรงหน้าสร้างความแปลกใจให้กับเนตรสิตางค์ไม่น้อย แต่เธอก็ไม่ได้แสดงอาการใดๆออกไปนอกจากยิ้มรับคนตรงหน้าเพียงเท่านั้น

"ใช่ตามที่คุณผู้หญิงกล่าวค่ะ และเหตุที่ทางเราไม่สามารถเปิดห้องวีไอพีให้กับคุณผู้หญิงเข้าพักได้ เพราะว่าห้องวีไอพีทั้งหมดคุณมาร์คเปิดให้แขกคนสำคัญที่ทางเรากำลังเดินทางไปรับที่สนามบินเข้าพักแล้วค่ะ และคาดว่าอีกไม่นานคุณมาร์คและแขกทุกท่านก็คงมาถึงแล้วล่ะค่ะ"
เนตรสิตางค์อธิบายทุกอย่างกับหญิงสาวตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม ต่างจากเจ้าตัวที่ยืนกำมือแน่นเมื่อรับรู้ได้ว่าตัวเองไม่ได้ถูกเชิญมาที่นี่เป็นกรณีพิเศษ แต่เพราะเธออยากจะใช้โอกาสในงานแถลงข่าวนี้ทำให้เพื่อนของเธอได้ทำตามสิ่งที่เคยได้ลั่นวาจาเอาไว้เมื่อหลายปีก่อน แต่ก็ใช่ว่าเธอจะยอมแพ้เสียเมื่อไหร่ ยังไงแล้วเธอก็จะต้องได้เข้าพักในชั้นวีไอพีนี้ให้ได้

"คุณแม่คะ พอเถอะค่ะ ถึงเราจะไม่ได้พักที่ห้องวีไอพี ก็ยังมีห้องอื่นนี่คะ อย่างห้องสูทที่อยู่ชั้นรองจากชั้นวีไอพีไงคะคุณแม่" หญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกับเนตรสิตางค์อีกคนเดินเข้ามาช่วยพูดอีกคน หลังจากที่นั่งมองคนเป็นแม่โวยวายใส่เหล่าพนักงานอยู่กับคนเป็นพ่อไม่ไกลเท่าไหร่นัก
"แกเงียบไปเลยยัยน่า แกลืมไปแล้วหรือไงว่าแกเป็นว่าที่นายหญิงของที่นี่ ยังไงซะตามาร์คที่ต้องแต่งงานกับแก ก็ต้องจัดการที่พักที่ดีที่สุดให้ว่าที่เจ้าสาวอยู่แล้ว กลับไปนั่งรอแม่ที่เดิม ตรงนี้แม่จัดการเองไป"
"แต่คุณแม่คะ น่า..."
"ฉันบอกให้แกกลับไปนั่งรอที่เดิมไง" มิเกลตวาดลูกสาวกลับไปทันที เมื่อรู้ว่าลูกสาวของเธอต้องการจะพูดอะไรออกไป

เนตรสิตางค์ที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ด้วยเข้าใจได้ในทันทีว่าลูกค้าคนนี้คือใคร และกำลังต้องการอะไรจากนายใหญ่ของเขา แต่ก็อดที่จะสงสารหญิงสาวที่ถูกดุไปเมื่อคู่ไม่ได้ เมื่อเธอได้เห็นแววตาเสียใจจากเธอที่ส่งมาให้เธอได้เห็นเพียงคู่ ก่อนที่เธอจะเดินกลับไปนั่งยังโซฟารับแขกภายในล็อบบี้ตามคำสั่งของคนเป็นแม่




---------------------------------------------------------
Talk
เอาแล้วไง มารตัวเบอเร่อมาโผลแล้วสิ ป้าแกวีนแตกตั้งแต่มาถึงเลย ส่งสารคนที่ต้องรับมือกับยัยป้าอย่างเจนจิรากับเนตรสิตางค์จังเลย
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #70 patchyy2 (@patchyy) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 20:58
    ตัวมารชัดๆ
    #70
    0
  2. #69 WWaraporn (@WWaraporn) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 15:57

    แหมๆๆๆ มาถึงก็เบ่งเชียวน๊าายัยป้า ดูมั่นใจซะเหลือเกินนะว่าพี่มาร์คเค้าจะแต่งงานกับลูกสาวป้าอ่ะ

    #69
    0
  3. #68 SN95 (@SN95) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 13:11
    มารมาตัวใหญ่จริงๆ แต่เชื่อเถอะว่าจะปราบอยู่เพราะครอบครัวเอ็นดูแบมอยู่แล้ว ยัยป้ามหันตภัยระวังตัวไว้นะ
    #68
    0