พี่เลี้ยงคนนี้...หม่ามี้หนู

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,284 Views

  • 90 Comments

  • 161 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    56

    Overall
    7,284

ตอนที่ 30 : Chapter 29

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 436
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    12 ม.ค. 62


ชามข้าวต้มปลาถูกยกมาวางต่อหน้าทุกคนบนโต๊ะอาหาร ป๊าม๊าต้วนที่มองชามข้าวต้มสลับกับการมองหน้าคนตัวเล็กที่นั่งยิ้มอยู่ข้างลูกชายอย่างมาร์ค ก่อนจะหันมามองหลานสาวที่ตั้งหน้าตั้งตากินข้าวต้มปลาทันทีที่ชามข้าวต้มถูกยกมาวางลงตรงหน้า

ภาพที่ทั้งคู่ได้เห็นและกลิ่มหอมๆชวนให้ทั้งป๊าและม๊าต้วนต้องลิ้มลองข้าวต้มปลาตรงหน้าบ้าง

"อื้มม ใช้ได้เลยนะเนี่ย" เสียงป๊าที่นั่งอยู่หัวโต๊ะเอ่ยขึ้นเมื่อข้าวต้มคำแรกถูกตักเข้าปาก
"ใช้ได้อะไรกันล่ะคุณ นี่มันอร่อยเลยต่างหากค่ะ มิน่าล่ะทั้งตามาร์คทั้งตัวแสบถึงได้ตั้งหน้าตั้งตากินกันขนาดนี้" ม๊าต้วนที่ก็ลิ้มลองรสชาติข้าวต้มปลาฝีมือคนตัวเล็กเอ่ยขัดคนเป็นสามีขึ้นมาบ้าง
"ไม่ใช่แค่อาหารนะคะคุณผู้หญิง แต่คุณแบมยังทำขนมอร่อยอีกด้วยค่ะ" เสียงของนาที่ยังคงยืนอยู่ในห้องอาหารเอ่ยรายงานกับม๊าต้วนอีกด้วย
" ใช่ค่ะคุณย่า หม่ามี้ทำขนมอร่อยมากเลย แล้วหม่ามี้ก็ทำให้น้องเบลกินทุกวันเลยค่ะ" เสียงเล็กจากหลานสาวเองก็บอกถึงความสามารถของคนตัวเล็กด้วยอีกคน

ทั้งป๊าและม๊าต้วนที่ได้ฟังแบบนั้นก็ยิ่งเอ็นดูคนตัวเล็กคนนี้เพิ่งขึ้นอีกเท่าตัว เมื่อลูกชายและหลานสาวของเขาทั้งคู่มีคนที่สามารถดูแลได้ดีอย่างคนตัวเล็กตรงหน้า เรื่องกังวลหลายๆเรื่องก็ถูกลบล้างออกไปได้บ้าง แต่อย่างไงทั้งคู่ก็อยากจะดูคนตัวเล็กคนนี้อีกสักหน่อย เวลาเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงไม่สามารถตัดสินทุกอย่างได้มากพอสำหรับป๊าม๊าต้วน

บนสนทนาบนโต๊ะอาหารยังคงมีอยู่จากการพูดคุยของสองย่าหลาน ทำให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารไม่ได้อึดอัดสำหรับคนตัวเล็ก แบมแบมเริ่มวางตัวถูกแล้วเมื่อเห็นว่าทั้งป๊าและม๊าท่านเป็นคนใจดี และยังเอ็นดูเขาอยู่บ้าง เขาจึงสามารถร่วมบทสนทนายนโต๊ะอาหารได้อย่างไม่เขอะเขิน


หลังจากมื้อเช้าจบลง ป๊าม๊าตัวนก็พาหลานสาวมายังสวนสนุกอย่างที่บอกกับเจ้าตัวทันที่ โดยมีทั้งมาร์คและแบมแบมมาด้วยเช่นกัน ภาพของเด็กสาวที่เดินจูงมือกับคุณย่าและหม่ามี้เดอนไปตามทางเดินและชวนกันเล่นเครื่องเล่นที่ไม่ได้สร้างความหวาดเสียวมากนักตลอดเส้นทาง สร้างรอยยิ้มให้กับคนเป็นพ่อและปู่ได้ไม่น้อย
"มาร์ค แกจริงจังกับเด็กคนนี้มากแค่ไหน แกบอกป๊าได้ไหม" คำถามที่หลุดออกมาจากปากป๊าต้วนที่เดินคู่มากับมาร์คถามขึ้น
"มากแค่ไหนมาร์คก็ตอบป๊าไม่ได้หรอกนะครับ แต่มาร์คจริงจังกับของขนาดที่อยากใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับน้อง ป๊าถามมาร์คทำไมครับ" มาร์คถามกลับคนเป็นพ่อที่ยืนฟังคนตอบจากเขาด้วยหน้าตาจริงจัง
"แกจำน้องติน่าได้ไหมมาร์ค" ชื่อบุคคลที่สามถูกถามออกมา จนมาร์คเองต้องขมวดคิ้วตามด้วยความสงสัย
"ติน่า ลูกสาวคนเล็กอาเจสันเพื่อนป๊าหรือเปล่าครับ" มาร์คที่นึกออกว่ารู้จักและเคยสนิทกับลูกสาวของเพื่อนป๊าคนหนึ่งสมัยเรียนมัธยม จึงถามคนเป็นพ่อออกไปก่อนที่จะได้คำตอบเป็นการพยักหน้ามาแทน

ใบหน้าของชายวัยเกษียณที่มองมาทางลูกชายด้วยแววตาจริงจัง จนมาร์ครู้สึกถึงบางอย่างที่เขาคิดว่ามันไม่น่าจะใช่เรื่องดีเท่าไหร่นักสำหรับเขา

"มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับป๊า ป๊าบอกมาร์คมาตรงๆเถอะครับ" มาร์คตัดสินใจถามคนเป็นพ่อออกไปตรงๆ
"เฮ้อ มาร์ค เรื่องนี้ป๊ากับม๊าเคยพูดเล่นกับเจสันแล้วก็มิเกลตั้งแต่สมัยที่เรากับน้องยังเป็นแค่เด็กมัธยมแล้วล่ะ ว่าอยากให้เรากับน้องแต่งงานกัน แต่ป๊าไม่คิดว่ามิเกลเธอจะคิดจริงจังขนาดนี้" เรื่องราวที่มาร์คไม่เคยรู้เริ่มหลุดออกมาจากปากคนเป็นพ่อจนเจ้าตัวอย่างมาร์คถึงกับอ้าปากค้าง
"ตอนที่เราแต่งงานกับฮานิเธอเคยมาโวยวายใส่ป๊ากับม๊าครั้งหนึ่ง แต่เพราะตอนนั้นติน่ายังคงสนุกกับการเรียนอยู่เธอจึงปล่อยผ่าน แต่ช่วงสองปีที่ผ่านมาเธอมาถามเรื่องนี้กับม๊าเราบ่อยๆจนคิดจะส่งติน่ามาอยู่กับเรา แต่ม๊าเราขอเอาไว้เสียก่อน แล้วบอกเหตุผลไปว่าเรางานยุ่ง" เรื่องราวยังคงถูกเล่าออกมาให้มาร์คฟัง เจ้าตัวยังคงเงียบฟังอย่างใจเย็น

"แล้วที่วันนี้ป๊ามาบอกกับมาร์คนี่เพื่ออะไรครับป๊า มาร์คหวังว่าสิ่งที่ป๊าต้องการจะไม่ใจร้ายกับมาร์คและน้องนะครับ" มาร์คตัดสินใจพูดเข้าประเด็นสำคัญที่คนเป็นพ่อต้องการจะบอกกับ และถ้าเข้าคิดไม่ผิดก็คงไม่พ้นว่าเขาอาจจะต้องทำในสิ่งที่ผู้ใหญ่คุยกัน และถ้ามันใช่อย่างที่เขาคิด บอกเลยว่าเขาไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นแน่นอน
"ที่ป๊าบอกเราไม่ใช่ว่าป๊าจะมานั่งบังคับเราเรื่องนี้หรอกนะลูก ป๊าแค่อยากให้มาร์คเตรียมรับมือก็เท่านั้น เพราะงานที่ภูเก็ตครอบครัวนั้นจะมางานของเราด้วย ทางที่ดีเราควรจะบอกน้องนะตามาร์ค"

เมื่อสิ่งที่คนเป็นพ่อต้องการไม่ได้เป็นไปอย่างที่เขาคิด อย่างน้อยมาร์คก็เบาใจที่เรื่องแบบนั้นจะไม่ใช่สิ่งที่จะมาบั่นทอนความสัมพันธ์ของทั้งเขาและน้องได้ทั้งในตอนนี้หรือในอนาคต


"คุณปู่ขา แด๊ดดี๊ขา" เสียงกัสเบลที่เพิ่งลงมาจากการขึ้นไปเล่นม้าหมุนกับม๊าต้วนและแบมแบมกำลังวิ่งดุ๊กดิ๊กๆมาหาป๊าต้วนและมาร์คที่ยืนเงียบกันอยู่ไม่ไกลจากเครื่องเล่นนัก
"ว่าไงคะ หนูเล่นเสร็จแล้วหรอลูก" มาร์คที่อุ้มลูกสาวขึ้นมาถามขึ้น พร้อมกับเช็ดเหงื่อเม็ดเล็กที่ไหลซึมอยู่ที่แนวไรผมของกัสเบลจากการวิ่ง
"ค่ะแด๊ดดี๊ น้องเบลหิวแล้วค่ะ น้องเบลอยากไปกินข้าวร้านนั้นค่ะ แด๊ดดี๊พาน้องเบลไปได้ไหมคะ"

เด็กน้อยที่วิ่งเล่นเครื่องเล่นตั้งแต่มาถึงสวนสนุกจนตอนนี้เวลาล่วงมาถึงช่วงบ่ายแก่ๆของวันเสียแล้ว คงเหนื่อยและหิวจึงได้วิ่งมาหาคนเป็นพ่อ มือน้อยชี้ไปยังร้านอาหารที่ตั้งเรียงรายอยู่ไม่ไกลนักประกอบกับคำพูดของเจ้าตัว ทำเอาม๊าต้วนและแบมแบมที่เดินตามมาอดที่จะสายหัวให้กับการกระทำน่ารักๆนี้ไปด้วยไม่ได้ มาร์คเองก็ไม่ได้ตอบลูกสาวแต่กลับก้าวเดินไปยังทิศทางที่เด็กน้อยบอก พร้อมทั้งไม่ลืมที่จะคว้าข้อมือเล็กของคนที่เพิ่งเดินมาหยุดยืนอยู่ข้างๆเขาให้เดินไปพร้อมๆกัน



- 22:40 pm.-

คนตัวเล็กเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับขนหนูผืนเล็กที่วางแหมะอยู่บนหัว ขาสวยหยุดลงเมื่อเห็นว่าคนที่นั่งพิงหัวเตียงนั่งมองตัวเองด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง คิ้วที่ขมวดเข้าหากันหน่อยๆบ่งบอกให้แบมแบมรับรู้ได้ทันทีว่า คนที่นั่งมองเขาอยู่บนเตียงกำลังมีเรื่องไม่สบายใจ ขาเรียวจึงไม่รอช้าที่จะก้าวเข้าไปนั่งลงข้างๆมาร์คบนเตียง

"พี่มาร์ค" ยังไม่ทันที่คนตัวเล็กจะได้ถามอะไรออกไป คนที่นั่งรออยู่ที่เตียงก็ดึงเขาเข้าไปกอดจนตัวลอย ยิ่งทำให้เจ้าตัวสงสัยในการกระทำของคนที่กอดเขาอยู่มากขึ้น
"แบมครับ แบมสัญญากับพี่ได้ไหมว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดเราจะผ่านมันไปด้วยกันให้ได้ เราจะไม่ปล่อยมือกัน" คำพูดของคนที่กระชับกอดร่างบางแน่นราวกับกลัวว่าเขาจะหนีหายไปไหน ทำให้คนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดต้องเงยหน้าขึ้นมามองหน้าเจ้าของประโยคเมื่อครู่ ที่ก็กำลังมองเข้าอยู่เช่นกัน

แบมแบมจ้องมองลึกเข้าไปในตาคมอย่างคนหาเหตุผลของคำพูดก็ต้องพบกับสายตาจริงจังที่จ้องมองเขาอย่างรอคำตอบ สงสัย เขาสงสัยเหลือเกินว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนตรงหากันแน่ และคนอย่างเขาก็ไม่เคยปล่อยให้ตัวเองต้องสงสัยไม่ว่ากับเรื่องอะไรนานๆตามนิสัยของเจ้าตัว จึงได้ตามมาร์คออกไปตรงๆ

"เกิดอะไรขึ้นกับพี่มาร์คหรอครับ พี่บอกแบมได้ไหม" ประโยคคำถามมาพร้อมกับสายตาคู่สวยที่คอยจับจ้องไปยังคนพี่ พร้อมกับความห่วงใยที่แบมแบมส่งผ่านออกไปทางสายตา
"ถ้าพี่เล่าให้เราฟังแล้ว เราจะสัญญากับพี่ได้ใช่ไหม ว่าเราจะผ่านมันไปด้วยกัน" เป็นอีกครั้งที่มาร์คเอ่ยขอคำสัญญาจากคนตัวเล็กในอ้อมกอดของเขา

มาร์คยอมรับตรงๆเลยว่าเขากลัว กลัวว่าคนในอ้อมกอดของเขาจะถอดใจจากเขาหากได้ฟังเรื่องราวที่เขาเองก็เพิ่งได้รับรู้มันในวันนี้ แม้แต่ตัวเขาเองเขายังมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่บั่นทอนเขามากๆ แล้วคนตัวเล็กของเขาล่ะ จะเข้มแข็งและพร้อมที่จะผ่านเรื่องนี้ไปพร้อมๆกับเขาได้หรือเปล่า ถ้าคำตอบคือไม่เขาคงต้องยอมให้กับโชคชะตาของตัวเขาและลูก แต่หากคำตอบคือคนตัวเล็กพร้อมที่จะสู้ไปพร้อมกับเขา ต่อให้มันจะต้องแลกมันด้วยชีวิต เขาก็พร้อมที่จะทำทุกอย่างให้เรื่องบ้าๆนี่ไม่ต้องเกิดขึ้นแน่นอน

"ครับ แบมสัญญา" คำตอบสั้นๆของคนในอ้อมกอดทำเอามาร์คยิ้มออกมาจนเต็มแก้ม ชัดแล้วคำตอบที่ทำให้มาร์ครู้ว่าต่อจากวันนี้เขาควรทำอย่างไรต่อไป มันชัดเจนแล้ว

เรื่องราวที่เขารับรู้มาจากคนเป็นพ่อในวันนี้ถูกถ่ายทอดออกมาให้คนตัวเล็กได้รับรู้ทุกอย่างโดยไม่ปิดบัง แรงกอดกระชับที่มีอยู่ตลอดการบอกเล่าบอกให้แบมแบมได้รู้ว่า ผู้ชายคนนี้จะไม่ยอมปล่อยเขาไปอย่างที่ปากพูดแน่นอน และเพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่เขาจะฝากชีวิตที่เหลือและจับมือกับผู้ชายคนนี้ไปเจอกับทุกอุปสรรคในอนาคต


ประตูห้องนอนของมาร์คที่แง้มออกเล็กน้อยถูกปิดลงเบาๆด้วยฝีมือคนเป็นแม่ รอยยิ้มปรากฎบนใบหน้าของหญิงวัยกลางคนทันทีที่ทุกคำพูดและทุกการกระทำของทั้งลูกชายและว่าที่ลูกสะใภ้เธอได้เห็นและได้ยินมันทั้งหมด

ม๊าต้วนเดินกลับไปยังห้องนอนของตัวเองด้วยร้อยยิ้มใครที่ได้เห็นก็รับรู้ได้ทันทีว่าเธอมีความสุขมากแค่ไหน และทันทีที่ม๊าต้วนก้าวเข้ามาในห้องป๊าต้วนก็ต้องแปลกใจกับท่าทีที่ดูมีความสุขเอามากๆของภรรยาตัวเอง จนต้องเอ่ยถามออกไป

"อะไรกันที่ทำให้คุณดูมีความสุขได้มากมายขนาดนี้" ป๊าต้วนที่ในตอนแรกนั่งอ่านหนังสือที่ตัวเองพกตัวมาด้วยบนเตียงกว้างละสายตาจากหนังสือขึ้นมาถามภรรยา
"ไม่มีอะไรที่จะทำให้ฉันมีความสุขได้เท่ากับการที่ฉันได้เห็นลูกได้เจอคนที่รักและดูแลลูกเราได้ดี และการที่ได้เห็นลูกมีความสุขได้อีกแล้วล่ะคุณ" คำตอบยาวเหยียดของภรรยาที่มาพร้อมกับร้อยยิ้มทำให้ป๊าต้วนพอจะเดาออกได้ในทันทีว่าภรรยาของเขาคงไปแอบดูลูกชายกับคนตัวเล็กถึงห้องนอนมาแน่นอน


"คุณคะ ตามาร์คบอกฉันว่าหลังจากงานเปิดตัวโรงแรมที่ภูเก็ตแล้ว ตามาร์คจะอยู่เที่ยวต่อที่เชียงใหม่ ซึ่งเป็นไร่ของแม่หนูแบมเอง คุณว่าเราไปเที่ยวกับลูกด้วยเลยเป็นไงคะ" ม๊าต้วนที่นั่งยิ้มอยู่อีกฝั่งของเตียงหันมาถามคนเป็นสามีที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ข้างๆกัน
"คุณคงไม่ได้แค่คิดว่าจะไปเที่ยวหรอกใช่ไหมครับ" ป๊าต้วนถามกลับอย่างรู้เท่าทันความคิดของภรรยาที่นั่งยิ้มรอคำตอบจากเขา
"คุณล่ะก็ รู้ทันฉันไปหมดเลยนะคะ แล้วคุณคิดว่าไงล่ะคะ มันจะดูเร็วไปหรือเปล่าคะ"

ม๊าต้วนที่เริ่มพูดคุยกับสามีอย่างจริงจัง เมื่อคนเป็นสามีเองก็รู้ถึงสิ่งที่เธอกำลังคิด ยิ่งในตอนนี้ลูกชายเธอกำลังเผชิญกับเหตุการณ์ที่แม้แต่ตัวเธอเองก็คาดไม่ถึง และเธอเองก็จะไม่ยอมให้คำพูดที่ทั้งเธอและสามีเคยพูดเล่นกับเพื่อนในอดีตมาทำลายความสุขของลูกด้วยเช่นกัน

"ถ้าลูกเรารักและจริงจังกับหนูแบมจริงๆ ผมว่าการที่เราจะไปคุยกับผู้ใหญ่ฝ่ายนั่นเอาไว้ มันก็เป็นเรื่องที่เราควรทำนะคุณ ส่วนเรื่องอื่นก็คงต้องให้เป็นการตัดสินใจของเด็กๆเขานั่นแหละ แต่คุณก็อย่าลืมนะว่า ตอนนี้มันคงไม่ง่ายอย่างที่เราคิดนะคุณ"

คำพูดของคนเป็นสามีทำให้เธอฉุกคิดได้ว่าผู้หญิงอย่างมิเกลเพื่อนที่สนิทกันมากว่ายี่สิบปีคนนี้ ถ้าเธออยากได้อะไรเป็นต้องไป แม้ว่าสิ่งที่เธอต้องการต้องทำทุกอย่างเพื่อแย่งมันมาเป็นของตัวเองเหมือนอย่างเจสันสามีของเธอก็ตาม

"แล้วยังไงคะคุณ ต่อให้เธอเป็นเพื่อนสนิทของฉัน ฉันก็ไม่มีทางบังคับให้ลูกแต่งงานกับคนที่ลูกไม่ได้รักหรอกนะคะ" น้ำเสียงหนักแน่นของคนเป็นภรรยามาพร้อมสายตาแน่วแน่ส่งผ่านมาให้ป๊าต้วนได้รับรู้ได้ว่า ต่อให้เธอต้องแตกหักกับเพื่อนที่สนิทกันมากว่ายี่สิบปี เธอก็ยอมถ้ามันจะต้องแลกมาเพื่อความสุขของลูกชายของเธอ
"ครับผมรู้ว่ายังไงคุณก็ไม่ยอมให้เรื่องแบบนั้เกิดขึ้นแน่ เอาไว้เราค่อยหาทางรับมือกับมิเกลกัน ส่วนวันนี้ดึกมากแล้วพักผ่อนเถอะคุณ" ป๊าต้วนพูดกับคนเป็นภรรยาก่อนที่จะชวนกันพักผ่อน เมื่อเห็นว่ามันดึกมากแล้ว และพรุ่งนี้เขาจะต้องเข้าบริษัทไปพร้อมกับมาร์คตั้งแต่เช้าอีกด้วย



-----------------------------------------------------------
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #67 WWaraporn (@WWaraporn) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 22:57

    ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเราจะผ่านมันไปด้วยกันนะ..สู้ๆคะพี่มาร์คน้องแบม

    #67
    0
  2. #66 milkemiky (@milkemiky) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 22:31
    ไม่ดราม่าน้าา ขอแบบน่ารักใสๆแบบนี้จนจบเลยน้าา
    #66
    0
  3. #65 SN95 (@SN95) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 22:20
    หวังว่าทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี ไม่มีมารผจญนะ
    #65
    0