พี่เลี้ยงคนนี้...หม่ามี้หนู

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,287 Views

  • 90 Comments

  • 161 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    59

    Overall
    7,287

ตอนที่ 21 : Chapter 20

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 500
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    8 ม.ค. 62


เวลาล่วงเลยจนมาถึงเวลาที่ยองแจและแจ็คสันเองต้องขึ้นเครื่อง ก่อนหน้านี้แจ็คสันและมาร์คได้จัดการนำสัมภาระทั้งกระเป๋าและของฝากต่างๆไปเช็คอินเรียบร้อยแล้ว จะเหลือก็แค่เพียงกระเป๋าใบเล็กที่สามารถเอาขึ้นเครื่องได้ที่ยองแจสะพายอยู่เท่านั้น

"แบม แจฝากดูแลกัสเบลกับพี่มาร์คด้วยนะ กลับมาเมื่อไหร่แจจะซื้อของมาฝากน๊าา" ยองแจหันกลับมาพูดกับคนตัวเล็ก เมื่อเดินมาถึงทางเข้าเกต
"ไม่ต้องห่วงนะยองแจ แบมจะดูแลสองคนนี้อย่างดีเลย เที่ยวพักผ่อนกันในสนุกนะ ส่วนของฝากไม่ต้องหิ้วกลับมาก็ได้"
"อย่าห้ามให้ยากเลยแบม รายนี้อ่ะเรื่องช็อปน่ะห้ามยาก ฝากน้องกูด้วยนะไอ้แจ็ค อย่าตามใจมากนักนะมึง" คนตัวสูงที่ยืนถือถุงขนมมากมายของลูกสาวตัวแสบอยู่ข้างๆคนตัวเล็ก หันมาพูดกับแบมแบมก่อนที่จะหันกลับไปพูดกับเพื่อนของเขา
"มึงกำลังหาเรื่องให้กูตายไหมล่ะไอ้มาร์ค" แจ็คสันพูดออกมาเพียงเท่านั้น หลังจากที่มาร์คพูดจบ แทนที่ยองแจจะหันไปด่าพี่ชายตัวเอง แต่กลับหันมามองทางเขา อย่างกับจะบอกเป็นนัยๆว่า 'ถ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป ก็เชิญขัดใจได้ตามสบายเลยจ้า'

ล่ำลากันได้ไม่นาน เสียงประกาศจากสายการบินที่ทั้งแจ็คสันและยองแจใช้เดินทางก็ประกาศเรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่อง แจ็คสันจึงพายองแจเดินเข้าเกตไป แต่ก่อนที่จะหายเข้าไปในเกต ทั้งคู่ก็ไม่ลืมที่จะหันกลับมาโบกไม้โบกมือให้กับมาร์คและแบมแบมอีกครั้ง

"เราก็กลับกันเลยไหมครับพี่มาร์ค" คนตัวเล็กที่อุ้มกัสเบลอยู่หันมาถามคนข้างหลังจากที่แจ็คสันและยองแจหายเข้าเกตไปแล้ว
"กลับเลยดีกว่า ดูท่าตัวแสบจะหมดฤทธิ์แล้วล่ะ" มาร์คพูดพร้อมกับยื่นมือไปขยี้กลุ่มผมของลูกสาวที่ตอนนี้เริ่มขยี้ตาตัวเองแล้ว
"ไม่เอาค่ะ ไม่ขยี้ตาแบบนี้นะคะ" ไม่ว่าเปล่ามือเรียวยังดึงมือป้อมของเด็กน้อยที่กำลังขยี้ตาตัวเองเอาไว้

มาร์คที่เห็นท่าทางง่วงนอนของลูกสาวตัวแสบแบบนั้นแล้ว ก็จัดการรวบถุงขนมมาถือไว้ในมือข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างที่ว่างอยู่ ก็รวบเอามือเรียวของคนตัวเล็กมากอบกุมเอาไว้ ก่อนที่จะพาเดินออกจากสนามบินไปยังอาคารจอดรถทันที



"เนียร์ บีว่าจะปิดร้านสักอาทิตย์หรือสองอาทิตย์ เนียร์ว่าไงครับ" เจบีที่กำลังทำความสะอาดตู้โชว์ขนมหวานอยู่ใกล้ๆกับจินยองที่กำลังเคลียบัญชีอยู่ที่เคาร์เตอร์พูดขึ้น
"ปิดนานขนาดนั้น พี่จะไปไหนครับ" จินยองถามกลับ แต่ตายังคงจดจ้องอยู่ที่หน้าจอคอมอย่างเดิม
"พี่จะพาเรากับลูกบินกลับไทยไปเยี่ยมแม่พี่่น่ะครับ ถือว่าเป็นการพักผ่อนไปด้วย" เจบีหยุดมือที่กำลังเช็ดขอบตู้ ก่อนจะหันมาหาร่างบางของภรรยาของตัวเองพร้อมกับพูดไปตามสิ่งที่คิด
"จริงหรอครับ พี่จะพาเนียร์กลับลูกไปจริงหรือครับ งื้อออ เนียร์คิดถึงคุณแม่แล้วก็คิดถึงแปลงดอกไม้ที่ไร่ของคุณแม่ที่สุดเลยครับ แต่ว่าเราไปนานขนาดนั้น เราไม่ปิดร้านได้ไหมครับ เนียร์เสียดายรายได้ที่มันจะหายไปน่ะครับ เราฝากให้ แบคฮยอน ชานยอล แล้วก็จีมินดูแลแทนเราได้ไหมครับ"

จินยองที่ได้ยินในสิ่งที่เจบีเพิ่งพูดจบไป ก็ดีใจใหญ่ที่จะได้กลับไปที่ไร่ของคุณแม่ของเจบีที่เชียงใหม่อีกครั้ง เขาคิดถึงคุณแม่ คิดถึงแปลงดอกไม้ที่เขากับคุณแม่ช่วยกันลงต้นอ่อน ในตอนที่เจบีพาเขาบินกลับไปเยี่ยมคุณแม่ หลังจากที่เขาสองคนแต่งงานกันได้เพียงหนึ่งเดือน และที่นั่นเองทำให้เขาทั้งคู่มีพยานรักตัวน้อยๆออกมาวิ่งซนอย่างทุกวันนี้

"ได้ไงล่ะครับ พี่ตั้งใจจะพาสามคนนี้ไปด้วย ไหนๆก็ใกล้จะปีใหม่แล้ว เราจะกลับไปฉลองกันที่นั่นกันครับ" เจบีเดินเข้ามาใกล้จินยองมากกว่าเดิมพร้อมกับพูดในสิ่งที่เขาวางแผนเอาไว้เรียบร้อยแล้วให้กับร่างบางฟัง
"จริงหรอครับ/คะ พี่เจบี" เสียงของทั้งสามคนที่บังเอิญได้ยินสิ่งที่เจบีพูดกับจินยองดังขึ้นทันที
"พี่จะพาพวกเราไปด้วยจริงๆหรอคะ" จีมินสาวน้อยคนเดียวในร้านวิ่งมาเกาะเคาร์เตอร์ถามคนเป็นเจ้านายที่เขานับถืออย่างพี่ชายอีกครั้ง
"นั่นดีพี่" แบคฮยอนน้องรหัสของจินยองที่พอเรียนจบก็มาช่วยงานที่ร้านลากไม้ถูพื้นเข้ามายืนข้างจีมินทีี่เป็นเพื่อนร่วมคณะพูดเสริมขึ้นอีกคน
"อื้มม พี่จะพาพวกเราไปด้วย พี่จัดการทุกอย่างไว้ให้เรียบร้อยแล้ว พวกเราแค่เตรียมตัวให้พร้อมก็พอ" เจบีหันมาตอบทั้งคู่พร้อมรอยยิ้ม
"แล้วพวกเราจะเดินทางกันเมื่อไหร่ครับพี่เจบี พวกผมจะได้เตรียมตัวได้ทัน" ชานยอลที่ยืนพิงประตูห้องครัวถามขึ้นบ้าง
"อีกสองอาทิตย์น่ะ พวกนายน่าจะเตรียวตัวกันทัน อ้อ เตรียมเสื้อผ้าหนาๆไปด้วยล่ะ ที่นั้นอากาศค่อนข้างหนาว แต่ก็หนาวไม่เท่าที่นี้หรอก เตรียมเอาไปเผื่อไว้ก็ยังดีนะ" ทุกคนขานรับในสิ่งที่เจบีบอกไว้ ก่อนที่จีมินและชานยอนจะเดินไปนั่งเล่นกับ น้องเจโร่ ลูกชายของเจบีและจินยอง เพื่อรอแบคฮยอนที่กลับไปทำความสะอาดร้านต่อ


เสียงรถที่แล่นเข้ามาในบ้าน ทำให้นาที่กำลังเช็ดถ้วยจานอยู่ในครัวอยู่กับนิ่มและจุ๋ม วางผ้าลงบนโต๊ะแล้วเดินออกจากห้องครัวไป โดยที่เป็นนิ่มที่วางผ้าและเดินตามนาออกจากครัวไปด้วยเช่นกัน

ทั้งคู่เดินออกมายืนอยู่ที่ประตูหน้าบ้าน เห็นคนเป็นเจ้านายเดินอ้อมด้านหลังของรถมายังอีกฝั่ง ไม่นานนักคุณหนูของพวกเธอก็ถูกอุ้มออกมาจากรถ ก่อนจะเดินเข้ามาทางพวกเธอ

"ไปช่วยคุณแบมเอาของที่หลังรถด้วยนะ" ทันทีที่เดินมาถึงพวกเขา คำสั่งเสียงเบาเพราะกลัวว่าคุณหนูของพวกเธอที่กำลังหลับจะตื่นขึ้นมา หลุดออกมาจากคนเป็นนาย ก่อนที่จะเดินเข้าบ้านตรงขึ้นไปยังห้องนอนของคุณหนูทันที

เมื่อนาหันมาก็พบว่า คนตัวเล็กหรือว่าที่คุณผู้หญิงของบ้าน กำลังหอบหิ้วถุงมากมายจากรถ กำลังเดินตรงมาทางเธอ ไม่รอช้านาก็รีบวิ่งเข้าไปดึงเอาถุงทั้งหมดมาถือไว้ ก่อนจะหันไปแบ่งให้กับนิ่ม เมื่อรับรู้ถึงน้ำหนักของมัน

"พี่นา พี่มาร์คพาน้องเบลขึ้นไปข้างบนแล้วใช่ไหมครับ" แบมถามคนที่มาแย่งเอาถุงทั้งหมดในมือของเขาไปแบ่งให้นิ่มและถือไว้เอง
"ค่ะคุณแบม" คำตอบสั้นๆของนาที่ตอบกลับมาแบมแบมจึงทำเพียงพยักหน้ากลับไป ก่อนจะเดินนำทั้งนาและนิ่มเข้าไปในครัว

คนตัวเล็กจัดการเปิดตู้เย็นเพื่อเช็คดูของสำหรับการทำอาหารเช้าให้กับสองพ่อลูกเอาไว้ก่อน พรุ่งนี้เข้าจะได้ไม่ต้องวุ่นวายหา และถ้ามันขาดเหลือจริงๆเขาจะได้ให้พี่นาจัดการให้เรียบร้อย เมื่อเช็คทุกอย่างเรียบร้อย คนตัวเล็กก็หันกลับมาพูดคุยกับนาอีกครั้ง

"พี่นาครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้แบมจะลงมาจัดการเรื่องอาหารกับพวกพี่ด้วยนะครับ" คนตัวเล็กพูดพร้อมกับปิดตู้เย็นตรงหน้า ในมือถือขวดนมจืดก่อนจะเดินไปยังเคาร์เตอร์หยิบแก้วทรงสูงขึ้นมาเทนม แล้วเดินกลับมาเปิดตู้เก็บขวดนมไว้ในตู้เย็นอย่างเดิม
"ค่ะคุณแบม เอ่ออ แล้วคุณแบมจะให้พี่เตรียมอะไรไว้บ้างคะ แล้วคุณแบมจะทำอาหารไทยอีกหรือป่าวคะ"
"ใช่ครับ แบมจะทำอาหารไทยสักสองสามอย่างน่ะครับ พี่นาช่วยทำซุปสาหร่ายให้แบมก็พอครับ แบมไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่น่ะครับ แฮร่ๆ"

เสียงหัวเราะแหย่ๆของว่าที่คุณผู้หญิงทำเอาทั้งนาและนิ่ม ที่ยังคงอยู่ในครัวอดที่จะยิ้มให้กับคนเจ้าตัวไม่ได้ คุณแบมยิ้มตอบกลับพวกเธอ ก่อนที่จะยกแก้วนมในมือดื่มจนหมดแก้ว แล้วจัดการล้างแก้วที่เจ้าตัวใช้ แล้วคว่ำมันไว้ที่ถาดลองใกล้กับซิงค์อย่างเดิม โดยไม่ได้ฟังเสียงห้ามของทั้งนาและนิ้มเลยสักนิด

"คุณแบมต้องดื่มนมแบบนี้ทุกคืนเลยหรือเปล่าค่ะ" ด้วยความสงสัยนิ่มจึงเอ่ยถามออกไปในขณะที่ทั้งเขาและพี่นาเดินตามคุณแบมออกไปจากครัว
"ใช่ครับ แบมทำแบบนี้มาตั้งแต่เด็กๆแล้วล่ะครับ เพราะตอนเด็กแบมตัวเล็กกว่าเด็กรุ่นเดียวกันมากๆเลยล่ะครับ คุณแม่เลยให้แบมดื่มนมก่อนนอนทุกคืน มาถึงตอนนี้มันเลยติดเป็นนิสัยของแบมไปแล้วน่ะครับ" นิ่มที่เดินตามหลังเจ้านายคนใหม่พยักหน้าขึ้นลงช้าๆพลางคิดตามสิ่งที่คนตัวเล็กพูด ก่อนที่คนที่เดินนำพวกเขาอยู่จะหยุดเดินเอาเสียดื้อๆ จนนิ่มเองเกือบจะเดินชนแผ่นหลังเล็กของคุณแบม ดีที่พี่นาดึงเขาเอาไว้ได้ทันเสียก่อน

"พวกพี่ไปพักผ่อนกันเถอะครับ เหนื่อยกันมาทั้งวันแล้ว พรุ่งนี้เจอกันนะครับ ฝันดีครับพี่นา พี่นิ่ม" แบมแบมหยุดเดินแล้วหันกลับมาหานากับนิ่มเมื่อเดินมาถึงเชิงบันได ก่อนจะเอ่ยสิ่งที่ทั้งนาและนิ่มไม่คิดว่ามันจะออกมาจากคนตัวเล็กตรงหน้า
"ฝันดีเช่นกันค่ะคุณแบม" นาตอบออกไปแค่นั้นพร้อมกับยิ้มให้กับเจ้านายคนใหม่ของเธอ

แบมแบมเดินหายขึ้นไปที่ชั้นสองของตัวบ้านเรียบร้อยแล้ว แต่นากับนิ่มยังคงยืนมองทางที่คนตัวเล็กเดินไปไม่ยอมล่ะสายตาด้วยรอยยิ้ม จนกระทั้งเป็นนิ่มเองที่ทำลายความเงียบที่มีขึ้น

"พี่นา คุณแบมนี่น่ารักนะ พี่คิดเหมือนนิ่มไหม" นิ่มที่ทำเพียงแค่พูดแต่ตาก็ยังคงไม่ละไปจากเชิงบันไดด้านบนชั้นสองที่คนตัวเล็กเดินหายไปตรงนั้น
"น่ารักมากๆเลยล่ะ คุณมาร์คนี่เลือกคนไม่ผิดจริงๆ คุณหนูเองก็คงต้องมีความสุขมากๆแน่ ที่มีคุณแบมมาเป็นแม่เลี้ยงของเธอ" คำพูดของนาทำให้นิ่มที่ได้ฟังพยักหน้าเห็นด้วยอย่างไม่มีข้อสงสัยใดๆทั้งสิ้น
"งั้นเราไปนอนกันเถอะพี่นา พรุ่งนี้เช้าต้องตื่นมาช่วยคุณแบมทำมื้อเช้าด้วย คอยดูนะนิ่มจะขอให้คุณแบมสอนนิ่มทำอาหารไทย"
นาล่ะสายตาจากบันไดมาหานิ่มที่ยืนอยู่ข้างทันทีที่ได้ยินในสิ่งที่นิ่มพูดออกมา 'นั่นสินะ เขาก็คงต้องขอให้คุณแบมสอนเธอด้วยเหมือนกันแล้วล่ะ'

ไม่มีบทสนทนาใดๆจากคนทั้งคู่อีก ทั้งนาและนิ่มต่างแยกย้ายกันไปดูความเรียบร้อยภายในบ้านและไล่ปิดไฟชั้นล่างทั้งหมด ก่อนที่จะเดินกลับมาเจอกันที่ประตูเล็กด้านข้างห้องครัว เพื่อเดินกลับไปยังที่พักของตัวเองเพื่อพักผ่อนกัน
แบมแบมเปิดประตูห้องนอนของกัสเบลอย่างเบามือ เขาเห็นพี่มาร์คที่นั่งอยู่ข้างเตียงลูกสาวกำลังเช็ดตัวให้กับลูกสาวที่ยังคงหลับปุ๋ยอยู่บนเตียง ร่างน้อยๆที่มีเพียงผ้านวนปกปิดแค่ช่างเอวลงไป เริ่มสั้นเล็กน้อยเมื่อถูกผ้าผืนเล็กลูบไปบนตัวบวกกับอุณหภูมิเย็นของแอร์ที่ปะทะเข้ากับร่างน้อยๆ ก่อนที่ร่างสูงจะหันมาเห็นเขาที่ยืนยิ้มให้กับถาพตรงหน้า

"อ้าวแบม ทำไมยังไม่อาบน้ำอีกล่ะครับ" มาร์คถามขึ้นเมื่อแบมแบมเดินขึ้นไปนั่งที่ปลายเตียงของกัสเบล
"แบมเพิ่งขึ้นมาครับ เลยเข้ามาดูพี่มาร์คกับลูกก่อน" แบมแบมตอบคำถามของมาร์คพร้อมกับมองคุณพ่อยังหนุ่มที่ยังคงเช็ดตัวให้กัสเบล
"หื้มมม ทำไมเพิ่งขึ้นมาครับ"
"แบมเช็คของที่จะทำมื้อเช้าในครัวอยู่น่ะครับ แล้วก็คุยเล่นกับพวกพี่นา เลยติดลมไปหน่อยครับ"

ครื้ดดด ครื้ดดด

ยังไม่ทันที่มาร์คจะพูดอะไรต่อ เสียงโทรศัพท์เครื่องสวยที่วางอยู่ที่โต๊ะหัวเตียงก็เรียกความสนใจจากมาร์คไปเสียก่อน

"เอ่ออ พี่ฝากแบมเช็ดตัวน้องเบลต่อได้ไหมครับ พี่ขอไปรับสายคุณศิก่อน" เมื่อเห็นว่าปลายสายเป็นเลขาคนสนิท ที่ไม่บ่อยครั้งนักที่จะโทรหาเขาดึกๆแบบนี้ มาร์คจึงหันมาขอความช่วยเหลือจากแบมแบมทันที
"พี่มาร์คไปคุยธุระเถอะครับ เดี๋ยวแบมจัดการต่อเองครับ" เมื่อเห็นแววตาเกรงใจของคนตรงหน้า แบมแบมจึงยิ้มรับ ก่อนจะตอบกลับออกไป ก่อนที่ร่างสูงจะกดรับสายคุณเลขาแล้วเดินออกจากห้องไป

แบมแบมจัดการเช็ดตัวให้เด็กน้อยต่อในทันที ด้วยกลัวว่าอุณหภูมิเย็นๆของแอร์จะทำให้เด็กน้อยป่วยเอาได้ และไม่นานนักชุดนอนรายการ์ตูนเรื่องโปรดของเจ้าตัวจะถูกใส่ให้เด็กน้อยด้วยฝีมือของคุณแม่หมาดๆ แบมแบมจัดท่านอนให้เด็กน้อยได้นอนสบายๆ ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างน้อยจนถึงคอ ก่อนที่จะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำเพื่อจัดการกับผ้าที่ใช้เช็ดตัวให้กับเด็กน้อย ไม่นานนักก็กลับออกมานั่งลงบนเตียงของลูกสาวอีกครั้ง


"ครับ ถ้ายังไงเดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะเข้าไปจัดการเองครับคุณศิ เอกสารทั้งหมดคุณช่วยเอาไปไว้ในห้องผมเลยนะครับ ครับ ครับ" สายถูกตัดไปทันทีเมื่อมาร์คสั่งงานอย่างสุดท้ายให้กลับเลขาคนสนิทเรียบร้อยแล้ว

มาร์คเดินกลับเข้ามาในห้องนอนของลูกสาวอีกครั้งหลังจากที่ออกไปคุยงานกับเลขาคนสนิทอยู่นานสองนาน แต่เมื่อเดินเข้ามาใกล้เตียงนอนของลูกสาว ก็ต้องทำให้เขาหลุดหัวเราะออกมาเมื่อคนตัวเล็กที่เขาให้เช็ดตัวลูกสาวต่อจากเขาก่อนหน้านี้ ตอนนี้ได้นั่งพิงหัวเตียงลูกสาวของเขา หลับคอพับตามลูกสาวของเขาไปอีกคนแล้ว นี่คงจะมานั่งลูบหัวมองหน้าลูกสาวของเขาจนตัวเองหลับตามไปสินะ

มาร์คเดินมาหยุดอยู่ข้างๆเตียงของกัสเบส จมูกโด่งเป็นสันฝังลงบนแก้มกลมของลูกสาวทั้งสองข้าง ตามด้วยหน้าผาก และริมฝีกเล็กของลูกสาว คือสิ่งที่มาร์คทำมันทุกวันหลังจากที่เขากล่อมให้กัสเบลหลับไปแล้ว

มือหนาจัดการปิดโคมไฟที่หัวเตียง ก่อนที่จะช้อนคนตัวเล็กขึ้นมาไว้ในท่าเจ้าสาว ขายาวค่อยก้าวผ่านความมืดภายในห้องที่เข้ายังไม่ค่อยชินตาเท่าไหร่ด้วยความระมัดระวัง คนตัวเล็กในอ้อมแขนขยับตัวนิดหน่อยเมื่อรู้สึกถึงบางอย่างทำให้มาร์คหยุดเดินแล้วมองใบหน้าหวานผ่านความมืด เมื่อมั่นใจแล้วว่าคนในอ้อมแขนไม่ได้ตื่นขึ้นมาก็เดินออกจากห้องนอนลูกสาวไปทันที

ความพยายามของร่างสูงที่จะเปิดประตูเข้ามาในห้องของตัวเองทำให้คนในอ้อมกอดขยับตัวหาท่าที่สบายให้ตัวเองอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับทำให้ร่างสูงแทบลืมหายใจ เมื่อสัมผัสได้ถึงลมหายใจของคนตัวเล็กที่กำลังรินรดอยู่บริเวณลำคอแกร่งของตัวเอง ขายาวรีบสาวไปยังเตียงกว้างก่อนที่จะวางร่างบางของคนตัวเล็กลงอย่างเบามือ ลมหายใจติดขัดก่อนหน้าถูกผ่อนออกมายาวอย่างคนโล่งใจ

มาร์คนั่งมองลงบนเตียงข้างๆแบมแบม สำรวจใบหน้าหวานของคนที่หลับตาพริ้มอยู่บนเตียงกว้าง มาร์คเลือกที่จะพาแบมแบมเข้ามานอนในห้องของเขามากกว่าที่จะพาไปที่ห้องตรงข้าม มือหนาไล่ปลดกระดุมเสื้อเชิตของตัวเอง พร้อมกับเดินไปยังห้องน้ำเพื่อจัดการกับตัวเองเสียที แต่แล้วขายาวๆของมาร์คก็ต้องหยุดชะงัก ลมหายใจที่เพิ่งหายใจคล่องก็ต้องกลับมาติดขัดอีกครั้ง เมื่อนึกขึ้นได้ว่าคนตัวเล็กที่หลับปุ๋ยอยู่บนเตียงก็ยังไม่ได้อาบน้ำเช่นกัน



-----------------------------------------------------------
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #51 GandaManeetaem (@GandaManeetaem) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 22:05
    ละมุนสุดๆไปเลยชอบจัง
    #51
    0