พี่เลี้ยงคนนี้...หม่ามี้หนู

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,302 Views

  • 90 Comments

  • 161 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    74

    Overall
    7,302

ตอนที่ 19 : Chapter 18

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 501
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    8 ม.ค. 62


มาร์คจัดการแต่งตัวให้ลูกสาวตัวแสบอย่างตั้งใจกว่าทุกครั้ง เพราะรู้สึกประหม่าที่มีอีกคนนั่งมองเขาอยู่ไม่ห่าง บ่อยครั้งที่มาร์คจะหันไปเจอกับสายตาของคนตัวเล็กที่มองเขาอยู่ จนเจ้าตัวต้องหันหนีทุกครั้ง เสียงหัวเราะคิกคักที่ดังอยู่ใกล้ๆ ทำให้มาร์ครับรู้ว่า ทุกการกระทำของเขาอยู่ในสายตาของแบมแบมทั้งหมด

กระโปรงเอี้ยมถูกสวมทับกับเสื้อแขนยาวสีขาวที่ถูกสวมไปก่อนหน้า คนตัวเล็กที่นั่งมองอยู่ก่อนหน้านี้ เดินไปหยิบของที่อยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ก่อนจะเดินกลับมายืนอยู่ข้างๆมาร์คอีกครั้ง

"น้องเบลนั่งลงก่อนนะคะ เดี๋ยวหม่ามี้ทำผมให้" เด็กน้อยหันหลังให้กับคนตัวเล็กก่อนที่จะนั่งลงบนเตียง มาร์คจึงพาตัวเองไปนั่งลงข้างๆลูกสาวเพื่อหลบให้แบมแบมได้จัดการกับผมของลูกได้ถนัดยิ่งขึ้น

มือเรียวบรรจงรวบผมเด็กน้อยอย่างเบามือ รอยยิ้มน้อยๆของแบมแบมอยู่ในสายตาของมาร์คที่นั่งมองเล่นอยู่กับลูกสาวบนเตียงของลูกสาว ผมสีน้ำตาลเข้มถูกมัดเป็นหางม้า ก่อนที่แบมแบมจะม้วนมันให้กลายเป็นมวยอยู่กลางหัวทุยๆ หน้าม้าบางๆถูกหวีให้เข้าทรงเรียบร้อย

"เรียบร้อยค่ะ คราวนี้น้องเบลของหม่ามี้ก็สวยแล้ว" แบมแบมพูดขึ้นหลังจากที่จัดการทรงผมให้เด็กน้อยตรงหน้าแล้ว
"ขอบคุณคะหม่ามี้"เด็กน้อยเอ่ยของคุณคนตัวเล็ก ก่อนจะตามด้วยหอมแก้มกลมของคนแบมแบมแถมไปด้วย
"ลงไปข้างล่างกันเถอะครับ อาแจ็คกับอาแจรอนานแล้วน๊าา" มาร์คพูดขึ้นพร้อมกับคว้าตัวเด็กแสบขึ้นมาอุ้มเอาไว้แนบอก
"รอหม่ามี้ก่อนซี่ แด๊ดดี๊นิ หม่ามี้ขามาเร็วค่ะ"
เด็กน้อยบอกกับคนเป็นพ่อที่กำลังจะเดินออกจากห้องโดยไม่รออีกคนที่กำลังเดินตามมา ทำให้ขายาวหยุดลงตรงหน้าประตูห้อง แบมแบมถึงได้เดินมาหยุดอยู่ข้างๆมาร์ค มือหนาจึงคว้ามือนิ้มของแบมแบมมาจับเอาไว้ ก่อนจะจับจูงกันเดินลงไปข้างล่างทันที


แจ็คสันที่นั่งเล่นอยู่ในห้องนั่งเล่นกับคนรัก ยกนาฬิกาขึ้นมาดูเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ตั้งแต่มาร์คหายขึ้นไปปลุกแบมแบมกับลูกสาวของเขา จนป่านนี้ก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าคนที่หายไปจะลงมาเสียที

"หมวย เฮียว่าเราต้องเปลี่ยนแผน ไปหาอะไรกินแล้วก็หาซื้อของไปฝากป๊าม๊าเราที่สนามบินกันแล้วล่ะครับ จนป่านนี้ไอ้มาร์คยังไม่ลงมาเลย" แจ็คสันหันมาพูดกับคนข้างที่กำลังนั่งคุยแชทกับน้องชายอีกที่อยู่แอลเออย่างยูคยอม
"ครับ เอาอย่างนั้นก็ได้เฮียเราจะได้มีเวลาเดินดูของมากหน่อย" ยองแจหันมาตอบคนรักด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่จะหันกลับไปกดยุกยิกต่อที่หน้าจอโทรศัพท์
"แล้วอีกอย่างนะเฮียเปลี่ยนไฟล์บินพาหมวยไปแอลเอก่อน เฮียยังไม่ได้บอกเราใช่ไหมครับ"
แจ็คสันที่นึกขึ้นได้ว่าเมื่อเช้าที่เขาจัดการเปลี่ยนวันเวลาเดินทาง ยังจัดการเปลี่ยนไฟล์บินจากตอนแรกที่ต้องบินไปฮ่องกงก็เปลี่ยนเป็นบินตรงไปแอลเอบ้านของยองแจก่อน เหตุเพราะว่าป๊าม๊าของเขาเองที่เพิ่งโทรมาหาเขาเพื่ออวดว่ากำลังออกทริปฮันนีมูนกันรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ที่มิลานนั่นแหละ

"อ้าวว ทำไมล่ะครับ" ยองแจที่ได้ยินอย่างนั้นก็หันมาถามด้วยความสงสัย
"ป๊ากับม๊าเฮียแอบไปฮันนีมูนกันรอบที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ ตอนนี้ก็คงเดินสวีทกันอยู่ที่ไหนสักที่ของมิลาน ดีนะที่เมื่อคืนม๊าโทรมาหาเฮียก่อน ไม่งั้นก็คงได่บินเก้อแล้วล่ะครับ"
"ฮ่าาา เฮียกำลังงอนป๊ากับม๊าเฮียอยู่หรอครับ ดูทำหน้าเข้าสิ ว่าแต่ป๊ากับม๊าเฮียจะกลับเมื่อไหร่หรอครับ"
ยองแจหัวเราะให้กับท่าทางของคนข้างๆที่แสดงออกมาอย่างชัดเจนว่ากำลังงอนคนเป็นพ่อและคนเป็นแม่ที่แอบหนีไปเที่ยวกันสองคน ทั้งๆที่เจ้าตัวอุตสาจะบินไปเซอร์ไพรท์ถึงฮ่องกงพร้อมกับเขาแล้วแท้ๆ

"ไม่ให้เฮียงอนได้ไงอ่ะหมวย เฮียอุตสาจะไปเซอร์ไพรท์แท้ๆ กว่าป๊ากับม๊าจะกลับก็สองอาทิตย์เกือบสามอาทิตย์นั่นแหละ สงสัยจะเที่ยวจนทั่วอิตาลีแน่ๆรอบนี้" หน้าบูดๆที่มาพร้อมกับคำพูดปนความประชดประชันของคนตรงหน้า ยิ่งทำให้ยองแจอดที่จะขำไม่ได้

"ฮ่าาา ไม่เอาสิครับ ปล่อยให้ป๊ากับม๊าไปเที่ยวกันเถอะครับ เพราะเฮียเองก็จะหนีเที่ยวกับแจสองคนอยู่แล้วนี่ครับ เดี๋ยวเราค่อยไปหาป๊ากับม๊าพี่ก็ได้นิ เดี๋ยวแจโทรหายูคยอมก่อนนะครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าจะไม่คนมารับเราที่สนามบิน" พูดจบยองแจก็จัดการโทรหาคนที่กำลังสนทนากันอยู่ก่อนหน้านี้ทันที

แบมแบมเดินนำสองพ่อลูกเข้ามาหาแจ็คสันและยองแจที่นั่งรอพวกเขาอยู่ในห้องนั่งเล่น มาร์คปล่อยลูกสาวลงจากที่เขาอุ้มอยู่เมื่อดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นแล้ว ร่างน้อยๆของกัสเบลจึงวิ่งดุ๊กดิ๊กไปหาคุณอาทันที

"อาแจ็คขาาา" แจ็คสันอ้าแขนรับเด็กแสบที่วิ่งมาหาเขา โดยไม่ฟังเสียงของเพื่อนเขาที่ปรามเรื่องวิ่งซนของเจ้าตัวเลยสักนิด
"อึ๊บบ วันนี้ตัวแสบของอาแจ็คสวยจังเลยครับ ฟอด ฟอด" ร่างน้อยๆถูกอุ้มขึ้นมานั่งบนตักแกร่งของคุณอาหนุ่ม พร้อมกับคำชมที่ส่งมาให้ ก่อนที่แก้มกลมจะถูกแจ็คสันฟัดไปอีกด้วย
"นั่นสิน๊าา ใครแต่งตัวให้ตัวแสบของอาแจกันน๊าา" มองก็รู้ว่าคงเป็นคนตัวเล็กที่จัดการทั้งเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมให้กับหลานสาวตัวแสบของเขา แต่ยองแจก็อยากได้ยินมันจากปากของหลานสาวตัวเอง
"แด๊ดดี๊เป็นคนแต่งตัวให้น้องเบลเองค่ะ แต่ชุดนี้หม่ามี้เป็นเลือกให้น้องเบลน๊า ผมน้องเบลหม่ามี้ก็เป็นคนทำให้ค่ะ" เด็กน้อยบนตักพูดไปยิ้มไปจนยองแจอดที่จะยื่นมืออวบๆของตัวเองไปบีบจมูกรั้นๆของหลานสาวเบาๆด้วยความหมันเขี้ยวไม่ได้

ต่างจากคนเป็นเจ้าของตักที่เพิ่งจะได้รับรู้ถึงสรรพนามของน้องชายที่นั่งยิ้มไปกับหลานสาวบนตักเขาใช้เรียก จนเขาเองต้องยกยิ้มมุมปากทันที

"กลายเป็นหม่ามี้ให้เด็กแสบไปแล้วสินะอาแบม เอ๊ะหรือว่าจะเป็นหม่ามี้ของแด๊ดดี้ไปด้วยแล้วอีกคน" คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของแจ็คสันเรียกให้คนตัวเล็กหันมาทำหน้าเหว่อไปชั่วขณะ
"มั่วน่าพี่แจ็ค แบมว่าเราไปกันเลยดีกว่าครับ ช้ากว่านี้รถได้ติดสาหัสแน่ครับ ไปค่ะน้องเบล เราไปกันดีกว่าค่ะ" เมื่อเห็นว่าตัวเองกำลังจะแซวโดยพี่ชายคนสนิท คนตัวเล็กก็เลือกที่จะหาทางพาตัวเองชิ่งหนีเอาดื้อๆ ทำเอาทุกคนในห้องนั่งเล่นอดที่จำหัวเราะให้กับคนตัวเล็กไม่ได้

แบมแบมพาเด็กน้อยเดินออกจากห้องนั่งเล่นไปแล้ว ยองแจจึงเลือกที่จะเดินตามคนตัวเล็กกับหลานสาวออกไปรออยู่ที่รถด้วยอีกคน พร้อมกับเช็คของอีกครั้งว่าไม่ได้หลงลืมอะไร และจะได้ไม่ต้องไปวุ่นวายหาที่สนามบิน

"ไงละมึง ยิ้มจนแก้มจะแตกแล้วครับเพื่อน เป็นแฟนกันแล้วสิ แบมถึงยอมให้ตัวแสบเรียกหม่ามี้ขนาดนั้น" แจ็คสันหันมาถามเพื่อนที่เดินคู่กันออกมาจากห้องนั่งเล่น
"เป็นก็ดีดิว่ะ" คำตอบของมาร์คทำให้แจ็คสันอยากจะโบกมันไปสักที เขาล่ะเบื่อกับความซึนของเพื่อนคนนี้ที่สลัดไม่หลุดเสียทีนี่เหลือเกิน
"มัวทำไรอยู่ว่ะไอ้มาร์ค มึงก็บอกๆน้องมันไปตรงๆเลยดิว่ะ" แจ็คสันหยุดเดินก่อนจะหันมาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังกับคนเป็นเพื่อน
"กูบอกน้องไปแล้วไอ้แจ็ค ตอนนี้กูแค่กำลังทำให้น้องมั่นใจในตัวกูอยู่ กูไม่อยากเร่งรัดน้อง อีกอย่างกูกับน้องก็เพิ่งจะรู้จักกันไหม แค่กูบอกน้องไปกูก็กลัวน้องอึดอัดจะแย่แล้ว" คำพูดยาวเหยียดของมาร์คที่นานๆทีจะหลุดออกจากปากมาให้ได้ยินสักครั้ง ทำให้คนฟังต้องหลุดยิ้มเมื่อได้ฟังสิ่งที่เพื่อนของตัวเองพูดออกมา
"อ่าา ไอ้มาร์คคนซึนไม่มีแล้วจริงๆสินะ ฮ่าาา ไอ้มาร์ค กูจะบอกอะไรมึงอย่างนึงนะ จากที่กูกับแบมรู้จักกันมานาน คนอย่างแบม ถ้าน้องไม่ได้รู้สึกอะไรกับใคร น้องจะไม่เฉียบเข้าใกล้ หรือให้คนๆนั้นเข้ามาวุ่นวายกับน้องหรอกนะแล้วอีกอย่างนะความรักน่ะมันวัดกันที่ระยะเวลาไม่ได้หรอกเพื่อน ถ้ามึงรักน้องมันจริงๆก็ลุยให้มันเต็มที่ไปเลย แล้วกูก็หวังว่ากลับมากูจะได้ยินข่าวดีของมึงกับน้องนะ" มือหนายื่นไปตบบ่าเพื่อนอย่างคนให้กำลังใจ สิ่งที่เขาพูดไปมันอาจจะช่วยให้เพื่อนได้ตัดสินใจทำอะไรได้มากกว่านี้ก็ได้

บทสนทนาของคนที่ยืนคุยกันอยู่ในบ้านเมื่อสักครู่ มันชัดเจนและส่งผลให้จังหวะการเต้นของหัวใจของคนที่เดินกลับมายังตัวบ้านเพื่อพาตัวเองไปเข้าห้องน้ำอย่างแบมแบมได้เป็นอย่างดี แต่ก่อนที่จะมีอะไรมากไปกว่านั้น แบมแบมเลือกที่จะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้พร้อมกับหันหลังเดินกลับไปที่รถทัน ไม่นานนักทั้งมาร์คและแจ็คสันก็เดินตามมา ทั้งหมดจึงได้เวลาออกเดินทางไปยังสนามบินเสียที


- สนามบินอินชอน -

เกือบสองชั่วโมงกว่าทุกคนจะฝ่าการจราจรที่แสนจะติดขัดมาถึงสนามบิน เด็กน้อยที่นั่งอยู่บนตักของคนตัวเล็ก ยังคงส่งเสียงเจื้อยแจ้วไม่หยุด ทำให้บรรยากาศที่แสนน่าเบื่อภายนอกนั้นพอคลายลงได้บ้าง

มาร์ควนรถมาจอดในส่วนของอาคารจอดรถของสนามบิน เพราะเขายังต้องใช้เวลาอยู่ที่นี่อีกเกือบสามชั่วโมงได้ กว่าจะถึงเวลาที่ทั้งเพื่อนและน้องชายของเขาจะขึ้นเครื่อง

"แด๊ดดี๊ขา น้องเบล น้องเบลหิวจังเลยคะ" ทันทีที่ก้าวเข้ามาในส่วนของสนามบินได้ไม่เท่าไหร่ เด็กน้อยที่ใช้พลังงานไปเสียเยอะก่อนหน้านี้ก็บ่นหิวขึ้นมาทันที
"อึ๊บ หนูหิวแล้วใช่ไหมคะ งั้นเราไปทานข้าวกันก่อน แล้วค่อยไปเดินซื้อของฝากคุณปู่คุณย่าดีไหมคะ" มาร์คจัดการอุ้มลูกสาวขึ้นแนบอก ไปหน้าน่ารักของลูกสาวพยักขึ้นลงแทนคำตอบส่งให้คนเป็นพ่อ
"แสบครับ เราไปกินอาหารญี่ปุ่นกันดีกว่า" คุณอาร่างอวบเดินเข้ามาถามหลานสาว ด้วยเพราะตัวเองอยากกิน
"ไปค่ะ น้องเบลอยากกินซูชิ" พูดจบกัสเบลก็ผละออกจากมาร์คเพื่อให้ยองแจได้อุ้มตัวเองไว้แทน

ร่างอวบอุ้มหลานสาวเดินนำออกไปยังร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังภายในสนามบิน โดยมีร่างหนาของแจ็คสันลากกระเป๋าของเขาเองและของยองแจตามไปไม่ห่าง ทำเอาคนที่เดินสวนไปมาต่างต้องหันกลับไปมอง

มาร์คสังเกตคนตัวเล็กที่เดินอยู่ข้างๆกันตั้งแต่ออกมาจากบ้าน ดูเหมือนว่าแบมแบมมีบางอย่างในใจ จนเจ้าตัวเองก็ไม่รู้ว่าในบางครั้งก็เผลอแสดงออกมาอย่างชัดเจนจนเขาเองก็อดห่วงไม่ได้

"แบมครับ" คนตัวสูงเรียกพร้อมกับฉุดข้อมือของคนตัวเล็กเอาไว้เมื่อเห็นว่าอีกนิดเดียวเจ้าตัวก็จะเดินชนเก้าอี้ที่วางอยู่ตรงหน้าแล้ว
"ครับ?" แบมแบมหยุดเดินก่อนจะหันมาหาคนที่เรียกเขาเอาไว้
"แบมเป็นอะไรหรือป่าวครับ พี่เห็นเราดูเหมือนมีเรื่องอะไรในใจ ดูเหม่อๆตั้งแต่ออกมาจากบ้านแล้วนะครับ แล้วนี่ยังจะเดินเหม่อจนจะชนเก้าอี้แล้วนั่น" แบมแบมหันกลับไปมองตามทางที่มาร์คพยักเพยิดให้เขาดู จึงได้เห็นว่าอีกแค่เพียงสองก้าวเท่านั้นเขาก็จะชนเข้ากับเก้าอี้ยาวตรงหน้าแล้ว

ีคนตัวเล็กหันกลับมาหาคนข้างๆอีกครั้ง พร้อมกับสายตายของแบมแบมที่หลุบต่ำลงไปมองมือหนาที่ยังคงจับอยู่ที่ข้อมือเล็กของเขาไม่ปล่อย รอยยิ้มแต้มขึ้นบนใบหน้าหวาน สิ่งที่คนตัวเล็กคิดและกังวลถูกลบทิ้งเพียงเพราะการกระทำเพียงน้อยนิดของคนที่ยืนอยู่ข้างๆ คงไม่มีอะไรที่เขาต้องกลัวอีกแล้ว สำหรับการเริ่มต้นความสัมพันธ์ครั้งใหม่กับผู้ชายที่ชื่อ "มาร์ค ต้วน"

"ขอบคุณนะครับพี่มาร์ค" แบมแบมหมุนตัวมาเผชิญหน้ากับคนที่เคยยืนอยู่ข้างๆกันกับเขา ข้อมือเล็กที่ยังถูกมือหนาจับเอาไว้ถูกยกขึ้นมาก่อนที่มือเรียวอีกข้างจะวางทับลงบนหลังมือหนา สายตาที่ช้อนขึ้นมองใบหน้าคมด้วยรอยยิ้ม พร้อมเอ่ยคำขอบคุณออกมาให้ได้ยินกันเพียงสองคน

คำพูด น้ำเสียง และสายตาที่แบมแบมส่งไปให้คนตัวสูง ไม่ใช่เพียงแค่คำขอบคุณที่พี่มาร์คฉุดเขาไว้ไม่ให้เขาต้องเจ็บตัวเพราะความไม่ระวังของตัวเองเท่านั้น แต่เป็นคำขอบคุณจากคนตัวเล็ก ที่อยากขอบคุณสำหรับทุกอย่างทุกการกระทำของพี่มาร์คที่มีให้กับเขา แพ้แล้ว แบมแบมแพ้ให้กับผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว ถ้าหากพี่มาร์คเอ่ยปากขอเขาเป็นแฟนอีกครั้ง เขาก็จะยอมตกลงโดยไม่มีข้อแม้อะไรอีกแล้ว เพราะข้อแม้และเงื่อนไขที่เขาเป็นคนสร้างขึ้น มันถูกพี่มาร์คทำลายลงไปหมดแล้ว

"แบมไม่ต้องขอบคุณพี่หรอกนะครับ แบมก็น่าจะรู้ว่าทุกอย่างที่พี่ทำให้แบม พี่ทำมันไปเพราะอะไร เมื่อไหร่ที่แบมแย่พี่ขอแบมแค่อย่างเดียว ขอแค่แบมคิดถึงพี่ก็พอแล้วครับ" ไม่ต้องการแล้ว แบมแบมไม่ต้องการที่จะพิสูจน์อะไรไปมากกว่านี้อีกแล้ว เพียงเท่านี้มันก็เพียงพอแล้ว สำหรับสิ่งที่เขาตัดสินใจจะทำมันลงไปหลังจากนาทีนี้

"พี่มาร์ค พี่จะไม่ทำให้แบมเสียใจใช่ไหมครับ ถ้าแบมจะยอมให้มือคู่นี้จับมือแบม แล้วพาแบมเดินไปข้างหน้า แบมจะไม่เสียใจใช่ไหม ถ้าแบมเลือกที่จะฝากชีวิตที่เหลือของแบมไว้กับพี่"

ไม่มีคำพูดใดตอบกลับมาจากคนตรงหน้า จะมีก็แค่เพียงมือหนาที่เคยจับอยู่ที่ข้อมือเล็กได้เปลี่ยนตำแหน่งไปจับมือเรียวของแบมแบมเอาไว้ แรงกระชับที่ไม่ได้แน่นจนแบมแบมรู้สึกอึดอัดและไม่ได้หลวมจนรู้สึกโดดเดี่ยว ถูกส่งผ่านมามันเป็นคำตอบที่ชัดเจนมากเสียกว่าคำตอบที่เป็นคำพูดเสียอีก

"ความจริงพี่ไม่ได้อยากสัญญาอะไร แต่พี่อยากให้แบมให้โอกาสให้พี่ได้ทำมันให้แบมได้เห็นมากกว่าครับ"
"ถ้าอย่างนั้น ก็ช่วยทำให้แบมเห็นด้วยนะครับ ว่าการตัดสินใจของแบมครั้งนี้ แบมให้โอกาสคนไม่ผิด" คำตอบของคนตัวเล็กที่มาร์คเองก็ไม่คิดว่าวันนี้เขาจะได้ยิน ทำเอาคนฟังอย่างเขาถึงกับพูดไม่ออกทำอะไรไม่ถูก จนกระทั้งแรงสวมกอดของคนตัวเล็กเรียกสติของเขากลับมาอีกครั้ง แขนแกร่งจึงกระชับกอดตอบคนตรงหน้าพร้อมกับก้มลงไปหอมกลุ่มผมของคนในอ้อมกอด เพื่อตอกย้ำกับตัวเองว่า นี่ไม่ได้เป็นเพียงความฝัน ที่เขาเฝ้ารอวันที่มันจะเป็นจริงอย่างที่ผ่านมา


-----------------------------------------------------------
Talk
        อร๊ายยยยย น้องยอมเป็นแฟนกับพี่แล้วน๊าาาา พี่มาร์คพี่ต้องดูแลน้องอย่างดีแล้วนะคับ อย่าทำให้น้องต้องเสียใจรู้ไหม
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #48 WWaraporn (@WWaraporn) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 19:25
    สัญญานะพี่มาร์คว่าจะไม่ทำให้แบมเสียใจ
    #48
    0
  2. #47 0868593757 (@0868593757) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 17:10
    กลางห้างสุดยอดอ่ะ
    #47
    0