คัดลอกลิงก์เเล้ว

HORMONES : Valentine Day : [Yuri] ก้อยดาว ออยปัง ขวัญสไปรท์

โดย SUNDAY

Valentine ของชาว Hormones จับโมเม้นใน ep.11 มาเป็นฟิควันชอทสั้นๆสามคู่ ;P

ยอดวิวรวม

5,393

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


5,393

ความคิดเห็น


17

คนติดตาม


74
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  3 ต.ค. 57 / 15:02 น.
HORMONES : Valentine Day : [Yuri] ก้อยดาว ออยปัง ขวัญสไปรท์ | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
VALENTINE DAY







HAPPY






VALENTINE






DAY
















ฟิคเรื่องแรกที่เอามาลง Dek-d ตื่นเต้นมาก55555

เกิดจากฉากเล็กๆใน ep.11 ทั้งนั้นเลย

ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยนะคะ

*ฟิคเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับซีรี่ย์ฮอร์โมน และไม่มีเจตนาจะทำให้นักแสดงเสียหาย

เป็นยังไงก็ฝากความคิดเห็นด้วยน๊า ^^

ชอบ บทเพลงกระซิบดาวก้อย มีใครสนใจทำออยปังกับขวัญไปรทฺไหมคะ555

cr.shl

เนื้อเรื่อง อัปเดต 3 ต.ค. 57 / 15:02

บันทึกเป็น Favorite


VALENTINE DAY
 
โรงเรียนนาดาวบางกอก : 18.45 น.
 



Valentine Day

แต่คำว่า Bad Valentine คงเหมาะหว่า รู้สึกเจ็บที่ใจแปลกๆแหะ ฉันไม่น่าไปแอบดูแกเคลียร์กับพี่ต้าเลยว่ะปัง 

ฉันแค่เป็นห่วงแก แต่ไม่คิดว่าแกจะรักพี่ต้ามาก  ถึงขนาดยอมทำแบบนี้….  ฉันค่อยๆเงยหน้ามองบนเพดาน
แต่มันก็ไม่ชัดเท่าไร เหมือนมีม่านอะไรใสๆบังตา น้ำตามันชอบไหลออกมาทั้งๆที่ฉันไม่อนุญาต
ทำไมอ่อนแอจัง ออยตอนนี้ขนมปังกำลังเสียใจ แกควรเข้มแข็ง แล้วอยู่เป็นเพื่อนเธอไม่ใช่รึไง
?



แอ๊ดดด


ผ่านไปสักพักประตูก็เปิดออกฉันรีบปาดน้ำตาทิ้งก่อนที่ใครจะเห็น
พี่ต้าเดินออกมาก่อนที่จะชายตามามองฉันเพียงเล็กน้อยก่อนจะขยับปากพูดเบาๆแล้วเดินผ่านไป


ฝากดูแลขนมปังด้วยนะ

          พี่ต้าเดินผ่านไปแล้ว ฉันได้แต่แม้มปากแน่น ความจริงฉันควรที่จะเข้าไปปลอบขนมปังก่อน
แต่ฉันกลับกำหมัดแน่นแล้วเดินไปกระชากแขนของพี่ต้าก่อนที่พี่แกจะเดินไปไกลกว่านี้ 
พี่ต้าเซมาทางด้านหลังเล็กน้อยก่อนจะหันหน้ามามองมือที่ฉันกระชากแขนของเขาไว้ 
ฉันรีบปล่อยมือออกแล้วแม้มปากก้มหน้าแทบจะชิดกับอก


ออย พี่รู้ว่าพี่ผิด พี่ไม่มีอะไรจะแก้ตัว พี่ขอ..”

พี่ต้าคะ!”      ฉันรีบตัดบทแล้วรวบรวมความกล้าตะโกนออกไป จ้องหน้าคนข้างหน้า
พี่ต้าดูตกใจเล็กน้อยเพราะปกติฉันก็ไม่เคยเสียงดังขนาดนี้มาก่อน

ถ้าพี่ต้าดูแลเพื่อนของออยไม่ได้ ก็ได้โปรดอย่ากลับมาอีกนะคะ..”


 





 

ออยขอ…”

.

..



….

……
 

        ฉันกำลังเดินช้าๆค่อยๆกลับไปหาขนมปัง พี่ต้ากลับไปแล้ว ไม่ต้องทายก็พอจะเดาออกว่าพี่แกคงจะไปหาพี่เต้ยใช่ความจริงฉันก็ดูออกว่าพี่สองคนนั้นดูมีใจให้กัน แต่ไม่คิดว่าพี่ต้าจะกล้ากระโดดลงจากเวทีไปหาพี่เต้ย
และบอกเลิกกับขนมปังในวัน
Valentine ขนาดนี้   ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าขนมปังเสียใจแค่ไหน เมื่อกี้พี่ป๊อปก็พึ่งโทรมาบอกว่าถ้าขนมปังโอเคขึ้นให้โทรบอก พี่แกจะกลับมารับแล้วก็วานให้คืนนี้ฉันไปนอนค้างเป็นเพื่อนกับขนมปัง
ซึ่งฉันตอบตกลง ถึงแม้จะยังไม่ได้โทรไปขอม๊าก็เถอะ ขอไม่ขอก็มีค่าเท่ากันที่บ้านไม่มีใครสนใจฉันสักคน
พี่วรรณก็ลาออกไปแล้ว ไม่มีใครเข้าใจฉันอีกแล้ว นอกจาก  ขนมปัง


   เมื่อกี้ฉันแวะไปซื้ออิชิตันกับนมอัดเม็ดของโปรดของขนมปังที่ร้านหน้าโรงเรียนมา ที่ฉันไม่รีบกลับไปหาขนมปังทันทีเพราะฉันรู้ดีว่าเธอคงอยากอยู่คนเดียวสักพัก ฉันเดินไปเรื่อยๆตรงไปที่ห้องเรียนและด้วยตอนนี้ก็เย็นมากแล้วทำให้บริเวณโรงเรียนไม่ค่อยจะมีคนสักเท่าไร ซึ่งฉันชอบบรรยากาศแบบนี้นะมันดูสงบดี ไม่ค่อยมีคน ไม่น่าปวดหัว
ฉันคิดพลางมองไปรอบๆ ก่อนจะเห็น
……พี่ขวัญกับพี่สไปรท์เดินเข้ามา ฉันรีบก้มหน้าตัวสั่นแล้วค่อยๆเดินผ่านไป
ฉันรู้สึกได้ว่าพี่ไปรท์กำลังมองฉันอยู่ ฉันรีบเดินเร็วขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ต้องสะดุดเมื่อ



ออย!”


พี่สไปรท์เรียกชื่อฉันสะดังลั่น ฉันตัวสั่นรีบหันซ้ายหันขวาแล้วก้มหน้าหันกลับไปหาพี่สไปรท์

คะ

หยุดกลัวเราได้แล้ว ยังไงเธอก็น้องเราฉันตกใจรีบหันขึ้นไปมองพี่ไปรท์แล้วก็รีบก้มหน้ากลับลงไปใหม่
มือทั้งสองกำถุงขนมแน่น ก่อนจะได้ยินเสียงพี่สไปรท์หัวเราะคิกคัก คุยกับพี่ขวัญสองคน


แกล้งเด็กเอ่อไปรท์

เปล่านะขวัญใส่ร้ายอ่ะ-3-’

ป่ะๆรีบๆกลับบ้านเย็นแล้วเนี้ย

จ้า คุณแม่5555’

เดี๊ยวโดนๆ5555’

      พี่สไปรท์ทำปากยู่แล้วเดินกอดแขนพี่ขวัญออกไปก่อนจะหันมา แลบลิ้นใส่ฉัน
"เฮ้อออ"  ฉันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก้มมองถุงใส่ขนมในมือแล้วทำตาโต! เฮ้ยฉันปล่อยให้ขนมปังอยู่คนเดียวนานเกินไปรึเปล่านะ คิดได้ดังนั้นฉันเลยรีบวิ่งขึ้นตึกตรงไปที่ห้องที่ขนมปังอยู่ โถ่เอ้ย
ทำไมแกเป็นเพื่อนที่แย่แบบนี้ว่ะออย!!




'ตึก ตึก ตึก'

พลั่ก!’

แฮก แฮก!..”   ฉันรีบเปิดประตูเข้าไปแล้วกวาดสายตามองไปรอบห้องแต่ก็มองไม่เห็นแม้แต่เงาของขนมปัง
โถ่เอ้ย!”   ฉันปล่อยถุงขนมลงบนพื้นแล้วรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหมายจะโทรไปหาพี่ป๊อป แต่..

เอ๊ะ! ฉันเหลือบไปเห็นอะไรสักอย่างอยู่แถวๆหลังห้อง ฉันค่อยๆหรี่ตาลงเล็กน้อยเพ่งไปตรงเสาหลังห้องที่ติดหน้าต่าง ฉันเก็บโทรศัพท์ลงใส่ในกระเป๋า แล้วก้มหยิบถุงขนมขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

เฮ้อ ”  ฉันถอนหายใจออกมาเบาๆ รู้สึกโล่งอกที่ปังยังไม่ไปไหน ฉันค่อยๆเดินเข้าไปหาคนที่นอนหลับฟุ่บอยู่กับเสา ย่อตัวลงมานั่งใกล้ๆกัน แล้ววางถุงขนมลงข้างๆ ฉันจ้องหน้าขนมปังและดวงตาที่ยังมีคราบน้ำตาติดอยู่

ค่อยๆเขยิบเข้าไปหาแล้วใช้หลังมือ เช็ดให้เบาๆ ฉันยิ้มมุมปากเล็กน้อยเมื่อขนมปังขยับตัวเหมือนเด็กน้อย
ที่โดนแม่ปลุกตอนเช้า ก่อนจะพลิกตัวไปอีกด้านทำให้เสื้อนักเรียนที่เอามาคลุมตัวไว้เฉยๆ ตกลงมา
ฉันแม้มปากแน่น รู้สึกหน้าร้อนผ่าวและแดงขึ้นมานิดๆ เพราะเสื้อนักเรียนที่ตกลงไปทำให้ขนมปังเหลือ
แค่บราสีขาวกับตัวขาวๆที่ดูบอบบางที่สุด ออยส่ายหน้าไปมา ตบแก้มตัวเองแรงๆเรียกสติ ก่อนจะค่อยๆหลับตาเอื้อมมือไปหยิบเสื้อนักเรียนมาคลุมให้ใหม่ ฉันรู้แล้วก็เห็นทุกอย่างว่าทำไมขนมปังถึงได้มาอยู่ในสภาพนี้

นึกแล้วก็ขอบคุณพี่ต้าที่เป็นสุภาพบุรุษพอที่จะไม่ทำเกินเลยขนมปัง แต่ถึงยังไงถ้าพี่ต้าไม่หยุดไว้ก่อนเธอก็จะเข้ามาห้ามแน่ นี้มันในโรงเรียนและฉันก็ไม่ยอมให้ขนมปังทำอะไรโง่ๆให้คนที่ไม่เหมาะกับเธอแบบนี้หรอก ขนมปังเป็นคนน่ารัก เธอไม่เหมาะกับน้ำตาดังนั้น  คนที่ทำให้เธอร้องไห้จึงไม่เหมาะสมกับเธอ….



หืมม ฉันรีบหันไปดูทางต้นเสียงขนมปังครางออกมาดูเหมือนเธอจะรู้สึกตัวขึ้นมาแล้วบ้างแล้ว เธอขยี้ตาเบาๆสองสามที แล้วปรือตาขึ้นมามองช้าๆ

พี่ต้า! กลับ มาหาปังแล้วใช่ไหม ขนมปังพูดดังลั่นแล้วพุ่งเข้ามากอดฉันทันที


เข้าใจผิดคิดว่าฉันเป็นพี่ต้าสินะ เจ็บดีแหะ ฉันยิ้มออกมาแล้วกอดตอบขนมปัง


เอ่อแก นิเราเองฉันได้แต่ยกมือขึ้นมาลูบหลังของขนมปัง เพราะดูเหมือนเธอจะร้องไห้อีกแล้ว….
ขนมปังฟุ่บลงกับไหล่ของฉันแล้วสะอื้น และกอดฉันไว้แน่น แต่ฉันก็ได้แต่ลูบหลังและผมของเธอเบาๆ
ไม่เอาสิปังฉันไม่อยากเห็นแกร้องไห้เลยว่ะ ฉันอยากเห็นแกยิ้มกลับมาเป็นปังคนเดิมสิ

ใส่เสื้อก่อนไหมแกเดี๊ยวจะไม่สบายเอา”   ฉันปล่อยให้ขนมปังร้องไห้สักพักจนเสียงสะอื้นเบาลงจึง ผละอ้อมกอดออกมาหยิบเสื้อนักเรียนมายื่นให้ตรงหน้า ขนมปังก้มหน้าลงเล็กน้อยแล้วใช้หลังมือเช็ดคราบน้ำตา

ใส่ให้หน่อย

เอ๋?”

ใส่ให้หน่อย ไม่ได้เอ่อขนมปังเงยหน้าขึ้นมาสบตากับฉันแก้มเธอดูแดงๆแต่คงสู่ฉันไม่ได้ที่ตอนนี้แก้มฉันแดงยิ่งกว่าแอปเปิ้ลอีก

โอเค ยกแขนขึ้นทีดิฉันอมยิ้มกับท่าทีเอาแต่ใจของขนมปัง อย่างน้อยตอนนี้เธอก็หยุดร้องไห้แล้วอ่ะนะ J

ออย แกยิ้มอะไรของแกเนี้ยขนมปังยิ้มจนตาหยีส่ายหัวไปมา แล้วก้มลงจดกระดุมเสื้อนักเรียน

ยิ้ม ที่แกไม่ร้องไห้แล้ว

ยัยบ้า..” ขนมปังบ่นงุบงิบก่อนจะยิ่งก้มหน้ามุดลงไปกับเสื้อนักเรียน ฉันยิ้มมุมปากก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบอิชิตันมาแกะ

อ่ะ กินนี้ก่อนฉันยื่นอิชิต้นแกะฝาพร้อมเสียบหลอดส่งให้ขนมปัง มันกลายเป็นงานประจำไปแล้วที่ถ้าเธอซื้ออิชิต้นมาจะต้องแกะฝาแล้วเสียบหลอดก่อนส่งให้ขนมปังเสมอ

ขอบคุณน๊าขนมปังยิ้ม แล้วยื่นมือมารับอิชิต้นไป แวบนึงที่ฉันแอบเห็นแววตาของขนมปัง….. ยังไม่หายเศร้าจริงๆสินะเนี้ย

ไม่เป็นไรฉันยิ้มแล้วนั่งกอดเข่าข้างๆกัน

ขอบใจนะที่มาอยู่เป็นเพื่อน..”

ฉันอยู่กับแกได้ตลอดแหละ









       ขนมปังเงียบไม่พูดอะไรต่อ ก่อนจะค่อยๆเอนหัวลงมาซบตรงไหล่ฉัน

เราสองคนเงียบกันไปสักพัก จนกระทั่งยัยขนมปังพูดขึ้น

แกซื้อนมอัดเม็ดมาด้วยป่ะฉันพยักหน้าขึ้นลงก่อนจะชี้มือไปตรงถุงพลาสติดสีใสที่วางอยู่ใกล้ๆ

อร๊ายย รักแกอ่ะขนมปังดี๊ด๊า รีบไปหยิบถุงนมอัดเม็ดมาแกะออกทันที ฉันส่ายหัวไปมาเล็กน้อยกับท่าทีของขนมปัง

เอ่อ รักแกเหมือนกันรักแกมากกว่าที่แกรักฉันอีกขนมปัง ฉันยิ้มแล้วเท้าคางมองขนมปังยัดนมอัดเม็ดใส่ปาก

อ่ะฉันมองนมอัดเม็ดที่ปังยื่นมาให้ ก่อนจะส่ายหัวแต่ขนมปังก็ยังจะยื่นเข้ามาใกล้มากกว่าเดิมแล้วพยักหน้าหงึกๆ ฉันเลยยิ้มตอบแล้วเอื้อมมือจะไปยิ้มนมเม็ดตรงหน้า

อ้าปากเอ๋ ฉันได้แต่ทำหน้างงคิ้วขมวดมองมือขนมปังที่ดึงนมเม็ดกลับไป

จะป้อนอ้าปากดิ หลับตาด้วยขนมปังทำปากยู่ก่อนจะสาธิตวิธีอ้าปากให้ดูว่าทำยังไง ฉันได้แต่กลั้นหัวเราะแล้วหลับตาอ้าปากตามคำสั่ง

ดีมากขนมปังหัวเราะคิกคัก ก่อนจะยัดนมเม็ดใส่ปากของฉัน ฉันหุบปากแล้วดันนมเม็ดไว้ข้างแก้ม ถึงว่าทำไมขนมปังชอบกิน หวานอร่อยดีเหมือนกันเหอะ


จุ้บ


ฉันตกใจรีบลืมตาขึ้นมาก่อนจะเห็นหน้าขนมปังที่อยู่ห่างกันไม่เท่าไร ขนมปังจุ้บหน้าผากฉันงั้นเหรอ? ฉันเงยหน้ามองขนมปังที่กุมแก้มของฉันเอาไว้แล้วอมยิ้ม

ขอบคุณอีกครั้งที่มาอยู่ด้วยกัน

ก็บอกแล้วไง ฉันอยู่กับแกได้ตลอดแหละ J

“Happy Valentine / Happy ValentineDay ” ฉันกับขนมปังมองหน้ากันก่อนจะหัวเราะออกมาทั้งคู่ ดูก็รู้ว่าขนมปังมันยังไม่หายเศร้าเรื่องพี่ต้า แต่ตอนนี้แค่มันไม่ร้องไห้อีกก็พอแล้ว รอก่อนนะขนมปังสักวันฉันจะเป็นคนทำให้แกลืมพี่ต้าให้ได้ ฉันสัญญา J

 

 






โรงเรียนนาดาวบางกอกเวลาเดียวกัน ณ ลานโล่งล่างตึก
 




โถ่ขวัญญญญ ทำไมต้องมาลืมของตอนนี้คะ
            ฉันบ่นออกมาอย่างหัวเสียพลางเดินตามคนตัวสูงกว่าไปเรื่อยๆ ผมสีน้ำตาลดูมีเสน่ห์สบัดไปมาตามจังหวะการเดินของเจ้าตัว (ถึงแม้ฉันจะชอบขวัญผมดำมากกว่าก็เหอะ)

โทษทีนะไปรท์ เราเผลอวางมันไว้ใต้โต๊ะน่ะ
          ชวัญพูดถึงแม้จะไม่หันมามองฉันเลยก็ตาม แต่ฟังจากน้ำเสียงก็พอจะรู้ว่าขวัญรู้สึกผิดมากจริงๆ แต่ก็นะจริงๆก็ไม่ได้โกรธอะไรหรอกดีส่ะอีก จะได้ยืดเวลาในการอยู่กับขวัญให้มากกว่านี้ ก็วันนี้มันเป็นวันแห่งความรัก ไม่อยากจะอวดเลยว่าวันนี้ฉันกับขวัญยืนข้างกันตอนคอนเสิร์ต See Scape ด้วยนะขวัญอบอุ่นมากๆเลย  ว่าแต่….




ของที่ขวัญลืมไว้เนี้ยมันสำคัญมากขนาดนั้นเลยเหรอ?



   ชั่งเหอะ คิดมากเกินไปรึเปล่าของสำคัญสำหรับขวัญก็คงเป็นพวกสมุดโน้ตไม่ก็หนังสือติวสอบนั้นแหละไม่มีทางเป็นอย่างอื่นแน่ ฉันส่ายหัวและถอนหายใจ แรงส่ะจนขวัญหันมาทำคิ้วขมวดแล้วถามว่าเหนื่อยเหรอรอตรงนี้ก็ได้นะ ฉันก็ได้แต่รีบส่ายหน้าปฎิเสธว่าเปล่าเลยไม่ได้เหนื่อยแล้วก็จะไม่ปล่อยให้ขวัญไปคนเดียวเด็ดขาด ขวัญเห็นฉันทำปากยู่ก็ได้แต่หัวเราะแล้วก็ขยี้ผมของฉัน ก่อนจะคว้ามือไปกุมแล้วออกแรงให้เดินไปพร้อมกัน

 

 

 

ปึก ปึก

 

      เพราะโรงเรียนในตอนนี้เงียบมาก เสียงฝีเท้าตอนพวกเราเดินก้าวขึ้นบันไดเลยดูก้องเป็นพิเศษ ฟังแล้ววังเวงพิลึก เพราะรู้สึกกลัวฉันเลยกระชับมือที่จับกับขวัญไว้แน่นขึ้น ฉันแอบเหลือบมองหน้าขวัญที่ดูเหมือนจะแอบยิ้มมุมปากเล็กๆ ถามจริงแม่เคยบอกไหมคะว่าอย่าทำให้คนสวยใจเต้นแรงน่ะ -/-

 

 

 

 

 

 

        Room 6/1

เฮ้อถึงแล้วล่ะ ไปรท์รอหน้าห้องก่อนนะเดี๊ยวเรามา
        ขวัญหันมายิ้มให้ก่อนจะปล่อยมือฉันแล้วเดินเข้าไปในห้องตรงไปที่โต๊ะของตัวเอง

ฉันเห็นขวัญรื้อๆค้นๆใต้โต๊ะอยู่ ก็เลยล้วงกระเป๋าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นรอ กดไปดูฟีดข่าวของขวัญมองดูแล้วก็อมยิ้มเลื่อนลงมาเรื่อยๆก่อนจะสะดุดใจเข้ากับสเตตัสของขวัญเมื่ออาทิตย์ก่อน มันเป็นรูปจระเข้สีเขียวกำลังอ้าปาก
โชว์ฟันสีขาวหลายซี่ มันเป็นของเล่นที่ให้เอามือมาลองจิ้มๆฟันดูถ้าจิ้มถูกจระเข้ก็จะงับมือ ข้อนี้ฉันรู้แต่ประเด็นมันอยู่ที่ขวัญโพสมันว่า ขอบคุณสำหรับของขวัญ พร้อมกับแท็ก
……. วิน ชัยชนะ



 

 

 

 

อ่ะ เจอแล้ว
      ฉันรีบหันไปปั้นหน้ายิ้มโชว์ฟันขาวให้ขวัญที่ส่งยิ้มดีใจมา ก่อนรอยยิ้มจะค่อยๆหุบลงทันทีที่ขวัญเดินชูของสำคัญที่ลืมเอาไว้มาหากัน





ไอ้จระเข้สีเขียว




ไปรท์เป็นไรเปล่า ทำหน้าบึ้งทำไม ไม่ชอบจระเข้เหรอ
    ขวัญถามขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง แต่ฉันก็ได้แต่แม้มปากแน่นก่อนจะเบือนสายตาก้มมองลงด้านล่างแล้วกำหมัดแน่นข้างลำตัวแทน ขวัญเริ่มคิ้วขมวดก่อนจะเก็บจระเข้ฟันขาวไว้ด้านหลัง ค่อยๆก้มหน้าลงมา กระซิบเสียงเบาริมใบหู….

 






 

 

 











 

ขวัญเก็บแล้วนะ เงยหน้ามาพูดกับเราหน่อยสิ

 


 

ตึก ตึก ตึก โอ๊ยจะมาเต้นอะไรตอนนี้เล่า รู้สึกเลือดทั้งหมดในร่างกายถูกสูบฉีดขึ้นไปที่บริเวณใบหน้า โถ่เอ้ยขวัญต้องเห็นแน่เลยว่าฉันหน้าแดงขนาดไหน แต่ไม่ได้ๆ ขวัญยังไม่อธิบายเรื่องของที่วินให้มาเลยว่ามันสำคัญยังไงถึงขนาดที่ลืมไว้แล้วต้องรีบกลับมาเอา อย่าใจอ่อนนะสไปรท์ท่องไว้ๆ อย่าใจอ่อน


จะไปเข้าห้องน้ำฉันปรายตามองขวัญที่ดูจะเครียดหนักยิ่งกว่าเดิม เพราะคิ้วที่ยิ่งขมวดแล้วยิ่งขมวดกันเพิ่มขึ้นไปอีก


หมับ



เดี๊ยว…”



ปล่อย!..”



พลึบ



    ขวัญคว้าข้อมือของฉันเอาไว้ พยายามดึงให้กลับมาคุยกันดีๆ แต่ฉันก็ค้อนสายตาใส่ขวัญแล้วสะบัดมือหนี ก่อนจะรีบเดินตรงไปที่ห้องน้ำทันที

 

ฉันเดินเข้ามาในห้องน้ำ จ้องตัวเองในกระจก…. โถ่ไปรท์ อย่างี่เง่าหนา แกจะร้องไห้ทำไมว่ะขวัญยังไม่ได้อธิบายอะไรเลยนะโว๊ย ไปรท์แกอย่าคิดไปเองดิ แกต้องเชื่อใจขวัญป่ะว่ะ  

  

 


.

..

...

....

 

    ฉันมองตัวเองไปสักพักก็เปิดก๊อกน้ำใช้มือรอง กวักน้ำใส่หน้าตัวเองแรงๆให้เลิกคิดฟุ้งซ่านสักที ถูมือเข้ากับใบหน้าเช็ดขึ้นเช็ดลงจนเส้นผมด้านข้างเปียกชุ่มลู่ลงกับเรียวหน้า




ปึก กริ๊ก





ฉันหันไปมองทางประตูขวัญเดินเข้ามาพร้อมกับล็อกลูกบิด ขวัญขมวดคิ้วพร้อมกับเดินเข้ามาใกล้มากขึ้นๆเรื่อย

ทำไมช้า..”     ขวัญพูดเสียงเรียบจับมือฉันเข้าไปกุม พลางก้มสำรวจตัวของฉัน และคิ้วก็ขมวดกันมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อสายตาของขวัญมาสะดุดอยู่ที่บริเวณดวงตาของฉัน….




ไปรท์ร้องไห้เหรอร้องทำไม เพราะขวัญรึเปล่า ขวัญขะ..ขอ

      ขวัญยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาให้ฉัน สายตาที่ดูเป็นห่วงกันของขวัญกับยิ่งจะทำให้ฉันร้องไห้หนักมากกว่าเดิม ฉันแม้มปากแน่นก่อนจะพุ่งเข้าไปกอดขวัญ ฟุ่บหน้าลงกับไหล่คนตรงหน้า ขวัญดูตกใจเล็กน้อยเหมือนกัน แต่ก็ยกมือขึ้นมา
กอดตอบฉัน ขวัญปล่อยให้ฉันร้องไห้กับไหล่ของเธอจนพอใจ ปากบางก็พูดแต่คำว่าขอโทษข้างใบหูของฉัน

.

..

...


ขวัญ..”

หือ ว่าไง

ของที่วินให้…..มันสำคัญกับขวัญขนาดนั้นเลยเหรอ?”
     ให้ตายสิยิ่งพูดก็ยิ่งจะร้องไห้ฉันกำเสื้อของขวัญเอาไว้แน่น พยายามกลั้นน้ำตาที่กำลังไหล  

“……”


อึกอึกขวัญได้แต่เงียบไม่พูดอะไรนั้นยิ่งทำให้ฉัน ร้องไห้หนักเข้าไปอีก ยอมรับสักทีสิไปรท์ว่าแกแพ้









ฟุ่บ





ไปรท์ ไปรท์ฟังขวัญนะ ขวัญไม่รู้ว่าไปรท์หมายถึงอะไร แต่ของสำหรับที่ขวัญลืมเอาไว้ มันไม่ใช่ของที่วินเอาให้ขวัญนะ……

 

 

 












 

แต่มันเป็นของสำคัญที่ขวัญตั้งใจจะให้ไปรท์”    


     ขวัญจับไหล่ฉันผละออกจากอ้อมกอด ก่อนจะจ้องตาฉันพยายามสื่อ
ความหมายขยับปากพูดชัดๆทีล่ะคำ คิ้วที่ยังขมวดกันแน่นก็ยังไม่คลายลง  สายตาของขวัญที่มองมาด้วยความเป็นห่วงก็ยังคงชัดอยู่

 

ขวัญ อึก จะเอาไอ้จระเข้กิ๊กก๊อก ที่วินซื้อให้ขวัญ.. มาให้กับเราต่อเหรอ
     ฉันจ้องขวัญกลับไปด้วยแววตาตัดพ้อ พยายามดันไหล่ที่ถูกขวัญจับไว้ออก ขวัญได้ยินแบบนั้นก้ยิ้มมุมปากเล็กๆ กลั้นหัวเราะก่อนจะรั้งตัวของฉันเข้าไปในอ้อมกอด ยังจะมาหัวเราะอีกมันใช่เรื่องสนุกไหมขวัญ!

ฉันพยายามดิ้นให้หลุดจากอ้อมกอดแต่ขวัญก็รัดแน่นมากขึ้นเรื่อยๆ

เปล่าไม่ใช่อันนั้น..”
    ขวัญกระซิบให้ฉันฟังเบาๆ ก่อนจะล้วงเข้าไปในกระเป๋าแล้วหยิบกล้องสี่เหลี่ยมจัตุรัสสีชมพูขนาดเท่ากำปั้นยัดใส่มือของฉัน

อันนี้ต่างหาก
     ทันทีที่ชขวัญยกกล่องนั้นมาให้ฉัน ก็เอาหน้าฟุ่บอยู่ตรงไหล่ส่งเสียงบ่นอู้อี้   ควรบอกขวัญดีไหมนะว่าหูน่ะ มันแดงหมดแล้ว

อะไรเนี้ย ระเบิดเหรอ ฉันแสร้งทำเสียงกล้าๆกลัวๆทั้งๆที่ความจริงยิ้มแทบจะฉีกถึงหู

โอ๊ย!!”

ช็อคโกแลตย่ะ ไม่ใช่ระเบิดจะเอาหรือไม่เอา
    ขวัญหยิกเอวฉันก่อนจะผละใบหน้าออกจากไหล่ ทำคิ้วตกได้น่ารักมากเลยรู้ตัวป่ะเรา ทำหน้าแบบนี้แล้วอยากแกล้งต่ออ่า


แล้วไอ้จระเข้นั้นล่ะฉันเก็กเข้มยกมือขึ้นกอดอกก่อนจะส่งสายตาแบบเหวี่ยงสุดๆไปให้ขวัญ

มันอยู่ใต้โต๊ะ เลยก่ะจะเอามาให้ไปรท์เล่น ไม่มีอะไรมากกว่านั้น
     ขวัญยกมือขึ้นมาสองข้าง พยายามอธิบายให้ฉันใจเย็นลง คิ้วก็ขมวดกัน ขวัญชอบขมวดคิ้วเสมอเวลาใช้ความคิด 

 

แล้วเอามาให้เราทำไม” 
      ฉันยกกล่องสีชมพูขึ้นโชว์ตรงหน้า แกว่งไปมาดูปฎิกิริยาของขวัญ ที่เริ่มจะหน้าแดงลามไปถึงหู

กะ.. ก็ให้ไงขวัญหลบสายตาของฉัน ยกมือขึ้นมาเอาผมทัดหู

แล้วให้ทำไมอ่ะ

โถ่ ไปรท์

ตอบสิขวัญให้เราทำไม
        ฉันหรี่ตาจับผิด แกะกล่องหยิบช็อคโกแลตขึ้นมาชิมหนึ่งอัน อื้ม ขวัญซื้อร้านไหนมาแหะอร่อยดี


อร่อยไหม?”

ก็ดีนะ จะชิมไหมฉันตอบกลับไป ก่อนจะยักคิ้วกวน

“…”
     ขวัญไม่ตอบแต่แบมือยื่นออกมา เห็นแบบนี้แล้วยิ่งน่าแกล้ง ขวัญผิดเองนะที่ยั่วฉันอ่ะ



อื้มม


      ขวัญดูตกใจมากตอนที่ฉันสอดมือเข้าไปโอบรอบลำคอแล้วรั้งใบหน้าเข้าหา ประกบริมฝีปากของฉันเข้ากับตำแหน่งเดียวกันของคนตรงหน้า ขวัญค่อยๆยกมือขึ้นมาจับสะโพกของฉันไว้ ตอนที่ฉันพยายามดันเจ้าช็อคโกแลตในปากไปให้ขวัญลองชิม จากจูบที่อ่อนโยนกลายเป็นร้อนแรงมากขึ้นเรื่อยๆเมื่อขวัญยกตัวฉันขึ้นบนเคาร์เตอร์อ่างล่างมือแล้วเอียงใบหน้าให้ริมฝีปากแนบชิดกันมากกว่าเดิม







อื้ม มมเราจูบกันไปสักพักจนฉันเริ่มที่จะหลายใจไม่ทันจึงเป็นฝ่ายผละจากขวัญ

แฮก แฮก

ไม่กินต่อแล้วเอ่อ
    ขวัญยิ้มมุมปาก ยักคิ้วแล้วมองไปยังกล่องช็อคโกเลตที่วางอยู่ข้างตัว นี้คิดจะยั่วใช่ป่ะ คิดว่าคนอย่างไปรท์จะยอมง่ายๆเหรอ ไม่มีทาง


อ่ะ
      ฉันเอื้อมมือไปหยิบช็อคโกแลตขึ้นมาอีกชิ้นนึงคาบมันไว้ในปากเพียงเล็กน้อยก่อนจะรั้งต้นคอขวัญเข้ามาใกล้ๆ ขวัญยกยิ้มเขยิบหน้าเข้ามาหาหมายจะกินทั้งช็อคโกแลตที่อยู่ในปากและเจ้าของช็อคโกแลตที่ยั่วเธออยู่


ฟุ่บ’ 

    แต่ก่อนที่ขวัญจะอ้าปากงับช็อคโกแลตตรงหน้าฉันก็ยกมือขึ้นมากันไว้ส่ะก่อน ขวัญดูหัวเสียเล็กน้อยสังเกตจากคิ้วที่ขมวดกันเป็นปม โถ่ขวัญอ่าอย่างอนกันสิ ฟังฉันพูดก่อนแปปเดียวเอง

เราเลิกกับพอร์ซแล้วนะขวัญ
      ก็อยากบอกแค่นี้แหละแต่ดูขวัญจะไม่ตกใจสักเท่าไหร่ เพราะเธอเปลี่ยนสีหน้าจากขมวดคิ้ว มาเป็นยิ้มหวานแล้วค่อยๆโน้มใบหน้าเข้ามากัดช็อคโกแลตที่ริมฝีปากของฉัน




รู้ตั้งนานแล้ว ไม่งั้นทำแบบนี้หรอก Happy Valentine นะสไปรท์”    พูดจบขวัญก็ประกบริมฝีปากป้อนจูบร้อนแรงไม่จากจูบก่อนหน้านี้

“Happy Valentine เช่นกันนะขวัญ
      ฉันถอนหน้าออกมาเปล่งเสียงกระซิบข้างใบหูของขวัญพร้อมกัยงับเบาๆ ก่อนที่มือของขวัญค่อยๆเลิกกระโปรงของฉันขึ้นไป

ไม่ต้องพูดว่ารัก แต่ก็มองออกว่ารัก ฉันไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองแต่ฉันก็มั่นใจว่าเธอก็รักฉันเหมือนกันใช่ไหม
ฉันพร้อมสำหรับการเริ่มต้นใหม่เสมอ ถ้าคนๆนั้นเป็นเธอนะขวัญ




 

โรงเรียนเวลา 19.00 .

 



เฮ้อ ฉันเดินลงมาจากตึกเรียนอย่างช้าๆ คนอื่นๆในโรงรียนคงจะกลับกันไปตั้งนานแล้ว นึกล่ะก็อยากตบหัวตัวเองแค่เผลอนั่งคิดอะไรเพลินๆไม่คิดเลยว่ามันจะดึกถึงขนาดนี้ มือทั้งสองข้างกำกระเป๋าเอาไว้แน่น ตาก็มองลงไปตามพื้นฟุตบาท บรรยากาศแบบนี้สงบดีนะ ไม่อยากกลับบ้านเลย…..



แกล้งเด็กเอ่อไปรท์



เปล่านะขวัญใส่ร้ายอ่ะ-3-’



ป่ะๆรีบๆกลับบ้านเย็นแล้วเนี้ย



จ้า คุณแม่5555’



เดี๊ยวโดนๆ5555’



     ทันใดนั้นฉันก็ได้ยินเสียงเหมือนใครบางคนคุยกันมองไป ก็เห็นพี่สไปรท์กับพี่ขวัญ แล้วก็มีผู้หญิงคนนึงยืนอยู่ รู้สึกน่าจะเป็นน้องออยมอ.4 สินะ ฉันขมวดคิ้วก้มมองดูนาฬิกา นิก็เย็นมากแล้วยังไม่กลับบ้านกันอีกเหรอ

เพราะไม่อยากจะพบเจอกับใครสักเท่าไร ฉันเลยเลือกที่จะเดินเลี่ยงออกมา ตอนนี้ประตูข้างโรงเรียนจะยังเปิดอยู่ไหมนะ?

  ฉันค่อยๆเดินลัดมาทางโรงอาหาร ไม่คิดเลยนะเนี้ยว่าบรรยากาศโรงอาหารตอนเย็นๆมันจะน่ากลัวขนาดนี้
ฉันคิดพลางจินตนาการไปถึงสิ่งลี้ลับน่าขนลุก แต่ก็ต้องรีบส่ายหัวแรงๆ แล้วจ้ำเท้าเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่
….



ตรงหางตาของฉัน มันกลับหันไปมองทางสแตนสนามกีฬาที่ติดอยู่กับโรงอาหาร
 

ตรงนั้นเหมือนจะมีใครบางคนนั่งอยู่ นั่งอยู่คนเดียว….


.


 

..



 




 

….





 

……

 






      ยัยวิริยา เป็นคนดีเกินไปล่ะย่ะ ได้แต่บ่นใส่ตัวเองที่ทำไมมาอยากเป็นคนดีอะไรตอนนี้ ทำไมต้องมาสนใจยัยคนที่มานั่งคนเดียวเงียบๆแบบนี้ด้วยเหล่า แกควรจะกลับบ้านได้แล้ววิริยา ได้แต่บ่นไปมาในใจแต่สองเท้ามันก็ยังคงเดินเข้าไปยังสแตนที่มีผู้หญิงคนนั้นนั่งอยู่ เหมือน.... ยิ่งมาใกล้ๆยิ่งเหมือน


ฉันพยายามตั้งสติส่ายหัวไปมา ให้ตายสิ อุส่าห์ไม่นึกถึง แต่พอเอาเข้าจริงๆแค่เจอคนที่เหมือนแกฉันก็ร้องไห้ส่ะแล้วว่ะ น่าสมเพชชะมัดว่าไหม



ปานนี้แม่แกคงมารับกลับบ้านแล้วสินะ ดาว….





กึก กึก

ฉันค่อยๆก้าวขึ้นไปบนสแตนทีล่ะขั้น ผู้หญิงคนนั้นนั่งเอาหน้าฟุ่บลงกับเข่าทำให้มองไม่เห็นว่าเป็นใคร รู้เพียงว่าเธอย้อมผมสีน้ำตาลและสั้นประมาณบ่า ฉันแม้มปากแน่นภาวนาไม่ให้เป็นคนที่นึกถึง คนที่ฉันไม่อยากเจอที่สุดในเวลานี้

อึก อึก


ร้องไห้? ฉันหยุดเดินและขมวดคิ้ว ได้ยินเสียงผู้หญิงคนนี้ร้องไห้ เสียงที่เหมือนกับเพื่อนของฉัน
เสียงที่เหมือนคนที่ฉันรัก เสียงที่เหมือนกับแก   ดาว


ฉันค่อยๆเขยิบเข้าไปใกล้เธอคนนั้นยืนอยู่ทางด้านหลังห่างกันประมาณหกขั้นบันได แต่ก็ใกล้พอที่จะได้ยินสิ่งที่เธอคนนั้นพูดออกมา




ก้อย.. อึก แกอยู่ไหนว่ะ
     เพียงแค่นั้นน้ำตาของฉันมันก็ไหลออกมาส่ะดื้อๆ ไม่อยากจะเชื่อว่าจะเป็นแกดาวไม่อยากจะเชื่อว่าแกจะถามถึงฉัน ไหนบอกไม่รักกันไง ไหนแกบอกว่าฉันเป็นฝ่ายไปชอบแกอยู่ฝ่ายเดียวว่ะ แล้วจะมาพูดถึงกันอีกทำไม ฉันได้แต่คิดตัดพ้อและใช้หลังมือปาดคราบน้ำตาที่ยังไหลออกมาไม่หยุด กลั้นเสียงสะอื้น ไม่อยากให้ได้ยิน ไม่อยาก ให้รู้ว่ามีคนๆนึงกำลังเจ็บปวดอยู่ตรงนี้ ว่าแต่….


ดาวแกมานั่งทำอะไรคนเดียวตรงนี้….









ก้อย อีก ทำไมแกไม่สนใจฉันเลยว่ะ


ไหนบอกจะอยู่ข้างๆฉันไง อึก



แก  อึก โกหก



ยัยบ้า!”



เคย คิดถึงฉันบ้างไหมห่ะ



เคยรับรู้ความรู้สึกของฉันบ้างไหม!”


         ฉันได้แต่กำหมัดแน่น มองดาวด้วยสายตาที่เจ็บปวด อยากจะเดินเข้าไปกอดไปปลอบแกว่าไม่ให้ร้อง
ไปบอกแกว่าฉันยังอยู่ข้างๆแก แต่ก็ทำไมได้เพราะยิ่งเข้าใกล้แกฉันก็ยิ่งรัก ยิ่งอยากจะดูแลแกมากขึ้นกว่าเดิม แต่มันเจ็บนะ  ถ้าแกไม่ได้รักฉันก็ได้โปรดอย่าทำแบบนี้เลยว่ะดาว ทำไมฉันต้องทนรักแกต่อไปทั้งๆที่แกไม่เคยจะสนใจกัน


ฉันปล่อยให้น้ำตามันไหลลงมาเรื่อยๆและเฝ้ามองดาวที่ก็ยังร้องไห้ไม่หยุดเช่นกัน


ฉันไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมไม่หันหลังกลับแล้วเดินออกจากตรงนี้ส่ะ จะยังมายืนอยู่ตรงนี้ทำไมทั้งๆที่อยู่ไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ทำไมว่ะ ทำไม


ทำไมฉันยังจะต้องเป็นห่วงแกด้วย





ก้อย ฮึก ฉัน…..”

    เร็วกว่าความคิดเมื่อสองเท้าของฉันก้าวเข้าไปใกล้มากขึ้น ดาวพูดอะไรสักอย่างที่ฉันก็ฟังไม่ถนัด เพราะเสียงร้องไห้ที่หนักมากขึ้นเรื่อยๆ

ตอนนี้ฉันยืนอยู่ข้างหลังดาว แต่เธอก็ยังไม่รู้สึกเธอเอาแต่ก้มหน้าร้องไห้ ไม่พูดไม่จา


ก้อยฮึก ฉันขอโทษ อย่าทิ้งฉันไป ฮึก ก้อย


อีกแล้วดาวเรียกชื่อฉันอีกแล้ว ดาวขอโทษฉันและอ้อนวอนให้ฉันไม่ทิ้งเธอไป

ดาวแกรู้ไหมฉันไม่เคยทิ้งแกไปไหน ฉันอยู่ข้างๆแกเสมอแต่แกไม่เคยรับรู้

แกไม่เคยมองฉันดาว แกกลัวแต่สายตาของคนอื่นแกแคร์ทุกคนที่อยู่รอบๆแก แต่แกไม่เคยแคร์ฉัน ไม่เคยรู้ถึงความรู้ฉันว่าฉันรู้สึกยังไง…..

แกทำเหมือนไม่รักฉันเลยด้วยซ้ำ

 
ฉันเข่าอ่อนแทบที่จะยืนไม่ไหวสองมือกำกระโปรงแน่นเงยหน้าหลับตาลงซ้อนแววตาของความเจ็บปวด เมื่อทั้งน้ำตาและความคิดความเสียใจมันพรั่งพรูออกมา เหมือนได้ระเบิดทุกอย่างจนหมด แต่แรงระเบิดกลับรับรู้ได้แค่ภายใน ความเสียหายจากแรงระเบิดทั้งหมดจึงมีแค่จิตใจของฉันที่รับรู้

ขอร้องดาวพูดออกมาให้ฉันยินสักครั้งว่าแกรักฉัน ฉันจะเชื่อแกและพร้อมที่จะจับมือแก ขอร้องดาว….