SF/OS : [VGA/TAEGI] By Taegientheworld

ตอนที่ 11 : SF - The Fool 1/3 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,721
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 186 ครั้ง
    9 ก.พ. 62

SF : The Fool (1/?)

  

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ yoongi gif 






 

เสียงบีทเพลงอันแสนหนักหน่วง พื้นที่ว่างถูกจับจองโดยผีเสื้อราตรีที่กำลังโยกย้ายท่ามกลางไฟหลากสี ชีวิตยามค่ำคืนของคนทั่วไปคือเวลาพักผ่อนและช่วงเวลาที่เงียบสงบที่สุดของวัน











แต่ไม่ใช่กับคนที่นี่








และยุนกิคิดว่าตัวเองเริ่มจะชินกับการใช้ชีวิตกลางคืนแบบนี้ไปเสียแล้ว เขาพยายามถามหาเหตุผลกับตัวเองเสมอว่า ทำไมทุกคืนเขาต้องพาตัวเองเข้ามาวนเวียนในสถานที่อโคจรที่เต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา แล้วเขาก็ค้นพบว่าเขาอาจจะแค่เหงา หรือไม่เขาก็แค่ไม่อยากทนอยู่ในห้องคอนโดที่เต็มไปด้วยความทรงจำในอดีตระหว่างตนเองกับแฟนเก่าที่พึ่งจะเลิกกันได้สองเดือนหลังจากฉลองครบรอบเจ็ดปีได้เพียงสามวันเท่านั้น






แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ตอนนี้ยุนกิกำลังเสพติดกับการใช้ชีวิตแบบนี้ไปเสียแล้วแล้ว ชีวิตกลางคืนที่มีแก้วเหล้าและเพื่อนคุยเล่นแก้เหงาที่เปลี่ยนหน้าทุกวัน










เมื่อคืนอีกคนหนึ่งวันนี้อีกคนหนึ่ง









และแต่ละคนที่เข้ามาหาเขาก็เหมือนกันทุกราย ยุนกิรู้ดีว่าไม่มีใครที่เข้ามาทำความรู้จักเขาเพียงแค่อยากจะ’รู้จัก’ตัวตนเขาจริงๆ สายตานักล่าที่จ้องมองมายามนั่งสนทนาด้วยกันมันทำให้ยุนกิรู้สึกอึดอัดไม่หยอก แต่จะทำไงได้ก็เขาเหงาจริงๆนี่นา อย่างน้อยคนพวกนี้ก็เป็นเพื่อนคุยที่ดีและช่วยคลายเหงาให้เขาได้








แม้จะเป็นเพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆก็ตาม








คืนนี้เองก็เหมือนคืนก่อนๆ ร่างเล็กที่แสนจะสะดุดตาท่ามกลางความมืดเพราะผิวขาวซีดของเจ้าตัวกำลังนั่งดื่มเงียบๆอยู่คนเดียวที่บาร์ รอคอยใครสักคนเข้ามาทักทาย




“สวัสดีครับ”

“......”

“ผมเห็นคุณนั่งคนเดียวมานานแล้ว ไม่เหงาเหรอ”





ชายแปลกหน้าที่เดินเข้ามาทักทายเขาคืนนี้ถูกใจยุนกิไม่น้อย หน้าตาแสนหล่อเหลาและน่ารักในเวลาเดียวกัน ใบหน้าที่น่ารักเหมือนเจ้าหมาซามอย









ช่างน่าเอ็นดูนัก










แม้ภาพลักษณ์ภายนอกของจะดูเป็นมิตรมากขนาดไหน แต่นัยแววตาของผู้ชายกลับแพรวพราว เจ้าเล่ห์ และมีเสน่ห์เหลือล้น




“คุณก็เลยจะมาอาสานั่งเป็นเพื่อนผมเหรอ”

“ถ้าคุณอนุญาต”




ยุนกิอมยิ้มให้กับคำตอบที่ยั่วยวนกันอย่างมีชั้นเชิง ก่อนจะพยักหน้าให้แทนคำตอบ




“ผมแดเนียล ‘คังแดเนียล’”



คู่สนทนารีบแนะนำตนเองทันทีเมื่อหย่อนก้นนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆคนตัวเล็กกว่า และแน่นอนว่ายุนกิเองก็แนะนำตัวเองกลับตามมารยาทที่พึงจะทำ



“ยุนกิ”



แดเนียลส่งยิ้มให้ยุนกิ ทำเอาเจ้าตัวรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าววิ่งมากองรวมกันที่แก้มของตนเอง ปฎิเสธไม่ได้เลยจริงๆว่ารอยยิ้มนั่นมันทำให้ยุนกิเขิน แถมยังเป็นครั้งแรกที่ยุนกิเขินคนแปลกหน้าในผับ ก็บอกแล้วไงว่าคังแดเนียลน่ะตรงสเป็คผู้ชายแบบที่ยุนกิชอบ แค่เจ้าตัวขยับตัวนิดหน่อยยุนกิก็มองว่ามีเสน่ห์อันแสนเหลือร้าย ยิ่งตอนที่เจ้าตัวยกมือขึ้นมาเสยผมแทบจะทำเอาคนตัวขาวใจหยุดเต้น



“ทำไมคุณถึงมาคนเดียวละ แฟนไม่มาด้วยเหรอ”



ยุนกิรู้ดีว่านี่คือการถามว่ามีแฟนแล้วยังทางอ้อม



“หึ ไม่มา”












“จริงๆคือไม่มีแฟน โสด”










พูดจบยุนกิก็ส่งยิ้มหวานๆปิดท้ายให้คู่สนทนาก่อนจะยกแก้วในมือขึ้นมากระดกรวดเดียวหมด จะหาว่าเขากำลังหว่านเสน่ห์คนตรงหน้าก็ได้ เพราะเขากำลังทำ

แบบนั้นจริงๆ






“ผมพึ่งเลิกกับแฟนน่ะ”

“ก็เลยเอาความเจ็บมาลงกับเหล้าเหรอ”

“........”

“น่าสงสารจังเลย”


แม้ปากของเจ้าตัวจะพร่ำบอกว่าสงสารกัน แต่นัยตาคู่สวยนั้นกลับไม่มีแววตาของความสงสารเลยสักนิด แต่เป็นแววตาของคนที่กำลังรู้สึกสนุกเพราะเจอของเล่นที่ถูกใจ










และยุนกินั่นละที่เป็นของเล่นชิ้นนั้น











“งั้นผมขอเลี้ยงเหล้าคุณละกัน ถือว่าปลอบใจคนอกหัก”

“ไม่ใช่ว่าคุณจะมอมเหล้าผมเหรอ”

“ฮ่าฮ่า”



คังแดเนียลหัวเราะชอบใจกับคำพูดรู้ทันของอีกฝ่าย ก่อนจะยื่นน้าเข้ามาใกล้ใบหน้าหวาน ใกล้มากจนยุนกิสัมผัสได้ถึงชมหายใจร้อนๆที่เจือกลิ่นแอลกอฮอลกับกลิ่นน้ำหอมแบรนด์เนมที่คนตัวโตใช้ และมันก็ช่างเป็นกลิ่นที่ช่างน่าหลงใหลเหลือเกินสำหรับคนดม



“ผมไม่ใจร้ายพอที่จะมอมคนน่ารักแบบคุณหรอก”



ยามที่อีกฝ่ายก้มหน้าลงมากระซิบข้างใบหูขนาดเล็กน่ารัก มันช่างชวนให้ใจสั่นเหลือเกิน ลมร้อนๆที่รดรินบนผิวขาวยามแดเนียลเอ่ยปากพูดมันทำให้เลือดลมของยุนกิทำงานดีขึ้นจนผิดปกติ








ดีมากเสียจนใบหูขาวแปรเปลี่ยนเป็นสีชมพู









“หึ ไม่เมาผมไม่เลิก เตรียมหมดตัวได้เลยคุณแดเนียล”

“ไม่เป็นไรครับ ผมรวย”



ใบหน้าหล่อยกยิ้มมุมปาก





“หรือคุณจะกินตัวผมไปด้วยก็ได้นะ รับรองเลยว่า’มัวเมา’คุณได้ยิ่งกว่าเหล้าในมือคุณอีก”










ร้ายเหลือเกินผู้ชายคนนี้










แล้วยุนกิก็ทำอย่างที่ตนเองพูดจริงๆ คังแดเนียลนั่งมองคนตัวขาวสั่งเครื่องดื่มแก้วแล้วแก้วเล่า ดื่มโดยไม่มีพักเบรคจนเจ้าตัวเริ่มออกอาการเมา เนื้อตัวที่เคยเป็นสีขาวซีดแปรเปลี่ยนเป็นสีชมพูอ่อนโดยเฉพาะตรงบริเวณแก้มใสที่ดูเหมือนว่าจะแดงกว่าบริเวณอื่น ยิ่งเจ้าตัวทำผมสีบลอนด์สว่าง มันช่างเสริมให้คนตัวเล็กเหมือนลูกแกะตัวน้อยน่าขย้ำสำหรับบรรดานักล่าทั้งหลาย



“คุณเมาแล้ว”




มือหนาพยายามยื้อแย่งแก้วเหล้าแก้วที่เท่าไม่รู้ในมือของคนตัวเล็ก แม้ยุนกิจะขัดขืนแต่ก็ไม่สำเร็จ ขนาดยามสติครบถ้วนยุนกิก็ไม่มีวันสู้ผู้ชายตัวใหญ่กล้ามแน่นแบบแดเนียลได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นตอนเมาแบบนี้อย่าได้หวัง



“เงินหมดแล้วล่ะซี่”



ยุนกิใช้นิ้วชี้จิ้มไปที่กระเป๋ากางเกงสเลคสีดำ เล่นเอาคนโดนคุกคามถึงกับสะดุ้ง เพราะเจ้าตัวดีเกือบจะจิ้มโดนสิ่งที่ไม่ควร



“เงินน่ะมีจ่ายพออยู่แล้ว แต่ตอนนี้อยากทำอย่างอื่นมากกว่า”

“อะ อะ ระ”



แดเนียลไม่รอฟังประโยคที่ยุนกิต้องการจะสื่อ ทันทีที่ตนเองพูดจบมือหนาก็กระชากร่างเล็กลุกขึ้นจากเก้าอี้ เมื่อคนเมาโดนฉุดดึงโดยไม่ทันได้ตั้งตัว มันทำให้ยุนกิถึงกับเซยืนไม่อยู่ โชคดีที่มีอ้อมแขนแกร่งกอดรัดเขาไว้ไม่งั้นเขาได้ล้มนอนปากจูบกับพื้นแน่ๆ ยุนกิปล่อยให้คนตัวโตกว่าลากตัวเองไปเรื่อยๆด้วยความเต็มใจไม่ขัดขืนแม้แต่น้อย ซึ่งมันแปลกมากจนเจ้าตัวเองก็ยังไม่เข้าใจตนเอง ยุนกิไม่เคยปล่อยตัวให้ใครมากขนาดนี้มาก่อน คนที่ผ่านมาก็แค่นั่งคุยด้วยแล้วก็จาก










อาจจะเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์










หรือไม่ก็เป็นเพราะผู้ชายคนนี้คือคังแดเนียล









ผู้ชายที่มีเสน่ห์เหลือล้น









แต่จะเพราะเหตุผลอะไรก็ตาม ยุนกิก็ไม่คิดจะหาคำตอบให้ตัวเองตอนนี้แน่นอน ร่างเล็กในอ้อมแขนแกร่งก้าวขาเรียวไปตามทิศทางการก้าวนำของคนตัวโตที่โอบตนเองไว้ จนในที่สุดทั้งคู่ก็หยุดลงตรงพื้นที่ว่างเล็กๆกลางฟลอร์ผับที่เต็มไปด้วยผู้คน พื้นที่เล็กๆกับคนจำนวนมาก ทำให้ทั้งสองร่างต้องเบียดชิดกันอัตโนมัติ เสียงดนตรีและคำตะโกนกเอนเตอร์เทนของดีเจในผับทำให้ยุนกิโยกตัวตามจังหวะบีทหนักๆด้วยความสนุกสนานอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ยามสติดีเขาชอบที่จะนั่งนิ่งๆมองดูผู้คนเต้นอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์เสียมากกว่า



แขนขาวเรียวยกขึ้นมาคล้องคอคนตัวสูงในขณะที่ฝ่ามือหนาก็ลูบไล้ไปตามลำตัวบอบบางกว่าผู้ชายทั่วไป ถึงแม้จะไม่ได้เป็นสัดส่วนนาฬิกาทรายแบบหญิงสาวแต่ก็น่าหลงใหลไม่แพ้กัน ฝ่ามือซุกซนลูบไล้ลงมาเรื่อยๆจนหยุดลงที่เอวบางก่อนจะค่อยๆออกแรงดันแผ่นหลังเล็กให้แนบชิดลำตัวตนเองยิ่งขึ้น หากเป็นยามที่ยุนกิมีสติครบถ้วนเขาคงผลักร่างของแดเนียลออก แต่นี่คงเป็นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอลหลายสิบแก้วที่เขาดื่มไปเมื่อกี้ เขาจึงไม่ปฏิเสธการคุกคามที่ได้รับแถมยังรู้สึกสนุกด้วยซ้ำ สนุกมากเสียจนเผลอตัวบดเบียดร่างกายของตนเองเข้ากับอีกคนจนแทบจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน










ถ้ายุนกิไม่ได้เมาเหล้า










เขาก็คงเมาผู้ชายที่ชื่อคังเดเนียล











ผู้ชายคนนี้สามารถมอมเมาเขาได้ดีเหมือนที่เจ้าตัวเคยกล่าวไว้












เสียงดนตรียังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่องและไม่หยุดพัก เช่นเดียวกับสองร่างที่กำลังฟัดกันนัวเนียนกลางฟลอร์ไม่สนใจว่ารอบกายทั้งคู่จะมีผู้คนมากมายรายล้อม ริมฝีปากบางสีชมพูถูกฉกชิมความหวานนับครั้งไม่ถ้วน ยุนกิหอบหายใจรวยรินและถี่ เจ้าตัวไม่รู้ว่าที่ตนเองเหนื่อยเพราะโยกสะโพกตามเสียงเพลงหรือเพราะโดนผู้ชายที่ชื่อคังแดเนียลดูดพลังกันแน่




แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่คิดที่จะห้ามปรามคนที่กำลังรุ่มร่ามกับร่างกายของตนเองเลยแม้แต่น้อย เรียกว่าไม่มีความคิดนั้นอยู่ในหัวเลยน่าจะดีกว่า












มีแต่ต้องการเพิ่มมากขึ้น















และมากขึ้นไปอีก














‘พลั่ก’



เสียงแผ่นหลังเล็กกระแทกกับกำแพงดังไม่เบา แต่ยุนกิก็ไม่มีอารมณ์จะใส่ใจกับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในเมื่อกามอารมณ์กำลังโหมสะพัดอย่างรุนแรง รสจูบที่มีความฝาดและขมของเหล้าติดตรงปลายลิ้นกำลังมัวเมาให้ยุนกิเผลอไผลและปล่อยตัวไปตามเกมส์รักของอีกคนที่ป้อนจูบให้เขาด้วยความเต็มใจ ใบหน้าหวานเชิ่ดขึ้นเพื่อเปิดทางให้คนตัวสูงคลอเคลียซอกคอของตนเองได้ ฝ่ามือขาวกำเสื้อเชิ้ตราคาแพงแน่นเพื่อระบายความรู้สึกร้อนรุ่มจนเกิดรอยยับตามเนื้อผ้าชั้นดี





“อะ อื้ออ”






น้ำเสียงห้าวที่ครางออกมา มันช่างหวานหูสำหรับคนฟังเหลือเกิน หัวใจของยุนกิเต้นรัวยามที่ฝ่ามือหนาร้อนสอดเข้ามาใต้ร่มผ้าลูบไล้ผิวเนียนนุ่ม บีบเคล้นตามเนื้อนิ่มจนเกิดรอยแดงรูปนิ้วมือ สัมผัสที่แสนหยาบโล้นและจาบจ้วง มันทำให้ยุนกิรับรู้ว่าผู้ชายตรงหน้าตนเองนั้นเป็นคนอารมณ์ร้อนและรุนแรงขนาดไหนยามร่วมรัก











และเขาก็ชอบมันซะด้วย






ยุนกิไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทที่ตนเองสวมใส่นั้นถูกปลดกระดุมออกหมดทุกเม็ด ยามเสื้อแหวกออกจากกัน เผยให้เห็นผิวขาวและสัดส่วนท่อนบนจนแทบทุกตารางนิ้ว ยุนกิเอียงหน้าซบกับกำแพงหอบหายใจรินรวยยามเพราะร่างกายของตนเองกำลังโดนคนตรงหน้าแผดเผาจนแทบยืนไม่อยู่






แต่ก่อนที่อารมณ์จะถูกปล่อยให้ไหลไปตามความต้องการ ยุนกิกลับได้สติขึ้นมาได้ ทันทีที่ฝ่ามือของแดเนียลสัมผัสเข้ากับสิ่งที่กำลังตื่นตัวใต้ร่มผ้ากางเกงยีนส์สีซีด คนได้สติก็รีบคว้ามือของอีกฝ่ายไว้ ก่อนที่สถานการณ์มันจะเลยเถิด










สิ่งที่เขาทำมันไม่ถูก











เขาไม่อยากมีเซ็กส์กับคนแปลกหน้า












“อะไรของคุณเนี่ย!”



แดเนียลตะคอกใส่คนตัวเล็กที่ยืนหอบหายใจพิงกำแพงด้วยสภาพท่อนบนหลุดรุ่ย จังหวะกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มพอโดนปฎิเสธมันก็ทำให้แดเนียลหงุดหงิดไม่น้อย



“ผมจะกลับ”


ถึงแม้จะมีอาการปวดหัวตึบๆโลกหมุนจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ แต่เพราะสติที่ถูกดึงกลับมามันทำให้ยุนกิเลือกที่จะผลักไสอีกคนออกไปโดยไม่ลังเล



“จะไปไหน”



ร่างบางถูกกระชากแขนจนชนกับกำแพงเป็นครั้งที่สอง และคราวนี้มันก็เจ็บเสียจนยุนกิต้องนิ่วหน้า พอไม่มีอารมณ์กามปะทุ เขาก็รับรู้สามารถรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกับร่างกายตนเอง



“ปล่อยผม”



ยุนกิพยายามขัดขืนและผลักอกแกร่งของร่างสูงที่บดเบียดเข้ามา แม้จะออกแรงมากแค่ไหนแดเนียลก็ไม่รู้สึกสะทกสะท้านและล่าถอยห่างแม้แต่น้อย แรงคนเมาจะไปสู้อะไรได้กับแรงของชายหนุ่มที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ทั้งสองร่างยืนฟัดเหวี่ยงกันโดยไม่มีใครเข้ามาช่วยเหลือยุนกิที่กำลังตกอยู่ในชะตากรรมแสนยากลำบากเลยสักคน เพราะบริเวณที่ทั้งคู่ยืนอยู่เป็นบริเวณหลังร้านปลอดผู้คน



‘พลั่ก’



ร่างเล็กฮึดสู้ผลักอีกคนออกจากร่างได้สำเร็จพร้อมกับปล่อยหมัดเล็กใส่คนตัวโตโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว



‘ผั๊วะ”



ใบหน้าหล่อเหลาหันตามทิศทางของหมัด ร่างใหญ่โซเซถอยห่างจากตัวยุนกิ ถึงหมัดจะไม่ได้หนักมากแต่มันก็ทำให้แดเนียลเจ็บไม่น้อย แล้วหัวใจของยุนกิก็ต้องกระตุกวูบยามดวงตาเรียวเล็กตวัดกลับมามองตัวเองอย่างเครียดแค้น หมัดใหญ่สมขนาดตัวถูกกำขึ้นโดยมีเป้าหมายคือใบหน้าหวานของคนตัวเล็ก จะหนียังไงก็หนีไม่พ้นแน่ๆ ยุนกิจึงเลือกที่จะหลับตาปี๋ด้วยความกลัวเตรียมรับความเจ็บปวดที่ตนเองจะต้องเผชิญอย่าไร้หนทางสู้



‘เคร้ง’



แต่ก่อนที่แดเนียลจะได้ลงไม้ลงมือกับยุนกิตามที่เจ้าตัวปราถนา เสียงเตะกระป๋องก็ดังขึ้น แถมยังลอยกระแทกใส่สีข้างของแดเนียลเต็มๆ คู่กรณีทีกำลังทะเลาะกันอยู่หันไปมองตามทิศทางที่กระป๋องลอยมาเพื่อหาบุคคลที่สาม












ขอบคุณพระเจ้า











ยุนกิได้แต่คิดในใจ









“เห้ย โทษทีพี่ ไม่คิดว่าจะเข้ามาขัดจังหวะ”



เสียงนุ่มทุ้มดังขึ้นพร้อมกับการปรากฎตัวของร่างสูงคนหนึ่งจากความมืด แม้จะมองเห็นใบหน้าอีกฝ่ายไม่ชัดแต่ยุนกิก็พอจะมองเห็นความเบ้าหน้าดีของอีกฝ่ายจากความเลือนลาง



“พอดีตีนมันลั่นน่ะ”

“......................”

“อ่าว กำลังทะเลาะกันหรอกเหรอ”



ยุนกิสามารถสัมผัสได้ถึงความยียวนกวนประสาทของผู้ชายคนนั้นจากน้ำเสียง เมื่อมีบุคคลที่สามเข้ามาอยู่ร่วมในเหตุการณ์ แดเนียลค่อยๆปล่อยมือจากปกเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทของยุนกิ  คนตัวสูงผละออกจากร่างเล็กโดยดีแต่ก็ยังไม่วายส่งสายตาคาดโทษให้ก่อนจะล่าถอยไป



“นี่พี่ ลืมรูดซิบกางเกงอ่ะ”



ชายคนดังกล่าวจับแขนแกร่งของแดเนียลที่เดินชนไหล่ตัวเองไว้พร้อมกับใช้สายตาก้มมองตามคำพูดของเจ้าตัว



“ระวังหน่อยซี่”



แดเนียลกระตุกยิ้มมุมปากให้ ก่อนจะใช้แขนสะบัดฝ่ามือของชายแปลกหน้าออกอย่างแรง เมื่อสถานการณ์เข้าสู่โหมดปกติ ยุนกิก็ไม่สามารถประคองตัวเองได้อีกต่อไป คนที่เข้ามาใหม่รีบวิ่งเข้ามาดูอาการเมื่อร่างเล็กล้มฮวบลงกับพื้น



“คุณโอเคหรือเปล่า”



ดวงตาเรียวเล็กมองใบหน้าคนที่เข้ามาประคองตัวเองด้วยแววตาหยาดเยิ้ม น้ำตาใสที่คลอเบ้าเพราะความตื่นตระหนกเมื่อครู่ ทำให้ยุนกิมองไม่เห็นใบหน้าอีกฝ่ายได้ไม่ชัดอย่างที่ควรจะเป็น



“ขอบคุณ”



ประโยคขอบคุณกลายเป็นประโยคสุดท้ายที่ยุนกิพูดออกไปและใบหน้าเลือนลางก็เป็นสิ่งสุดท้ายที่ยุนกิมองเห็นก่อนที่โลกของเจ้าตัวจะมืดลง











=Taegientheworld=











ร่างเล็กที่กำลังนอนหลับสบายใต้ผ้านวมผืนใหญ่สีกรมพลิกกายหนีแสงแดดที่ส่องเข้ามาในห้องรบกวนเวลานอนอันแสนมีความสุข ยุนกิคิดว่าเมื่อคืนเขาคงจะเมามากจนลืมปิดม่านอย่างที่ทำเป็นนิสัยปกติก่อนนอน







คนเรามักจะเปลี่ยนสันดานเสมอยามเหล้าเข้าปาก







และสุดท้ายแล้วยุนกิก็ต้องเด้งตัวขึ้นมานั่ง เพราะทนไม่ไหวกับแสงที่รบกวนการนอนของเขา แดดกรุงโซลนี่มันร้อนและแรงขนาดนี้ตั้งแต่ตอนไหนกัน แต่นั่งได้ไม่ถึงหนึ่งนาที ไออาการปวดหัวเหมือนคนเอาค้อนมาทุบศรีษะตนเอง ไออาการแบบนี้จะเกิดขึ้นเสมอหลังจากดื่มหนักเกินลิมิต หรือที่เขาเรียกกันว่า ’เมาค้าง’นั่นละ



และตอนนี้อาการดังกล่าวกำลังเล่นงานยุนกิเข้าเสียแล้ว ยุนกิถึงกลับต้องล้มตัวนอนลงบนเตียงนุ่มอีกครั้ง พร้อมกับขย้ำผมสีบลอนด์ของตนเองระบายความทรมานที่เกิดขึ้นกับร่างกาย






สาบานเลยว่าเขาจะไม่ดื่มเยอะแบบนี้อีกแล้ว






หลังจากอาการปวดหัวเริ่มบรรเทาลงเล็กน้อย ย้ำว่าเล็กน้อยเพราะยุนกิยังรู้สึกเหมือนโดนบีบกระโหลกอยู่ตลอดเวลา ดวงตาเรียวเล็กค่อยๆลืมตาขึ้นมาช้าๆ และความคิดแรกที่แว๊บเข้ามาในสมอง มันทำให้ยุนกิต้องปวดหัวยิ่งกว่าเดิม








ชิบหายแล้ว!







เขามาโผล่ในห้องนอนของใคร???





เขาจำอะไรไม่ได้เลย เขาจำได้แค่ว่าเขากำลังมีความสุขกับชายแปลกหน้าสักคนที่ชื่อ ชื่ออะไรกันนะ?



แดเนียล



ใช่ เขากำลังเข้าด้ายเข้าเข็มกับผู้ชายที่ชื่อแดเนียล แต่สุดท้ายแล้วก็เป็นเขานั่นละที่ปฎิเสธสุดหล่อคนนั้น เราทะเลาะกันค่อนข้างหนักแล้วหลังจากนั้นก็มีพลเมืองดีเข้ามาช่วยเขา





แล้วยังไงต่อ?







“อ่าว คุณตื่นแล้วเหรอ”



แต่ก่อนที่ความคิดของยุนกิจะเตลิดไปไกลกว่าที่ควรเป็น ก็มีเสียงนุ่มทุ้มแสนคุ้นหูดังขึ้นเรียกสติดึงเขากลับมาสู่โลกแห่งความจริง ดวงตาเรียวเล็กจึงค่อยๆหันมองไปตามเสียงจนพบกับร่างสูงของผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังยืนพิงประตูส่งยิ้มบางๆให้ยุนกิด้วยท่าทีสบายๆแต่โครตจะดูดี ในมือของเขาถือแก้วโกโก้ร้อน ที่ยุนกิรู้ว่าเป็นโกโก้ เพราะเขาได้กลิ่นๆหอมจากไอร้อนที่ลอยฟุ้งไปทั่วทั้งห้อง



แต่แล้วยุนกิก็ต้องหน้าแดงเมื่อสังเกตเห็นว่าผู้ชายคนดังกล่าวนั้นนั้นกำลังยืนเปลือยท่อนบนโชว์ผิวแทนสุดเซ็กซี่ สวมใส่เพียงกางเกงวอร์มขายาวสีเทาแบรนด์กีฬาชื่อดัง แถมยังดึงร่นต่ำจนน่าใจหวิว ต่ำเสียจนเห็นกระดูกเชิงกรางที่มีรอยสักรูปปีกนกสีดำเล็กๆ แต่ความเซ็กซี่และน่าค้นหาไม่เล็กตามขนาด







ให้ตายเถอะ







ยุนกิไม่ได้อยากจะสังเกตหรือสำรวจร่างกายคนอื่นอย่างเสียมารรยาทหรอกนะ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างของผู้ชายคนนี้ มันดึงดูดสายตาของยุนกิมากเกินไป และมากเสียจนละสายตาไม่ได้ ภาพลักษณ์สุดแสนจะเซ็กซี่ของผู้ชายคนนี้ทำเอาระบบเลือดลมยุนกิทำงานดีแต่เช้าเลยทีเดียว



“ห้องน้ำอยู่ไหน”



แต่ก่อนที่จะเขินไปไกล ยุนกิก็รับรู้ได้ถึงคลื่นบางอย่างที่ตีขึ้นจากช่วงท้องขึ้นมาตรงบริเวณลำคอ พ่อหนุ่มหน้าตาดีขมวดคิ้วด้วยสีหน้างงงวย แต่ก็ชี้นิ้วบอกทางแทนคำพูด เมื่อได้คำตอบที่ต้องการยุนกิรีบวิ่งไปตามทิศทางที่เจ้าของห้องบอก




‘ปัง’

“อ้วกกกกกกกกกก”



เสียงประตูกระแทกผนังห้องน้ำดังลั่นตามด้วยเสียงอาเจียนที่ดังไม่แพ้กัน ดูแล้วสถานการณ์ไม่ค่อยดีเท่าไร เจ้าของห้องตัดสินใจเดินไปดูอาการของคนตัวเล็กที่ตัวเองหิ้วปีกกลับมาเมื่อคืนด้วยความเป็นห่วง



“คุุณโอเคมั้ย?”

“.................”

“นี่ พูดอะไรหน่อยสิ”

“.................”

“คุณ”






“อ้วกกกกกกกกกกกก”






โอเค ‘แทฮยอง’ จะไม่ถามอะไรต่อละกัน















“ขอบคุณ”



ยุนกิเอ่ยขอบคุณเมื่อมือหนายื่นแก้วน้ำอุ่นให้ หลังจากยุนกิจัดการสำรอกทุกอย่างออกจากกระเพาะอาหาร เขาก็รีบจัดการธุระส่วนตัวของตัวเอง อาบน้ำสระผมเพื่อไล่อาการปวดหัวและเมาค้างที่แสนจะทรมาน ลำบากไปถึงเจ้าของห้องที่่ต้องหาผ้าขนหนู แปรงสีฟันและเสื้อผ้าชุดใหม่ให้ยุนกิสวมใส่ ผู้ชายเจ้าของห้องที่ชื่อว่า ‘แทฮยอง’ คอยดูแลยุนกิอย่างดี ดีมากจนยุนกิเกรงใจและไม่รู้จะขอบคุณยังไง



“คุณนี่ เมื่อคืนก็อ้วกใส่ผม ตื่นมายังอ้วกใส่โถผมอีก”



อีกฝ่ายเอ่ยด้วยน้ำเสียงสบายๆอย่างอารมณ์ดี แม้ยุนกิจะรู้ว่าอีกฝ่ายพูดแบบนั้นเพียงเพราะอยากจะแหย่เขาเล่น แต่มันก็ทำให้เขารู้สึกผิดขึ้นมาจริงๆ มันเป็นความรู้สึกที่แย่มากๆที่ตัวเองกลายเป็นภาระทำให้แทฮยองลำบาก









กลายเป็นภาระให้กับคนที่ไม่รู้จักกันเฉย










“อ่ะนี่  กินซะ”



แทฮยองที่เดินหายไปในห้องครัวกลับมาพร้อมถ้วยโจ๊ก ก่อนจะวางลงบนโต๊ะกาแฟตัวเตี้ยตรงหน้ายุนกิที่นั่งกุมขมับอยู่บนโซฟากลางห้อง



“ขะ ขอบใจ”

“กินไหวมั้ยนี่ย หรือต้องให้ป้อน”



แทฮยองก็ยังคงเป็นแทฮยองคนอารมณ์ดี คอยแกล้งเหย้าแหย่ยุนกิทุกครั้งที่สบโอกาส ยุนกิไม่รู้ว่าเจ้าตัวจะรู้มั้ยว่าการกระทำของตนเองนั้นมันโครตไม่ดีต่อใจยุนกิเอาซะเลย รอยยิ้มกว้างสี่เหลี่ยม ใบหน้าหล่อเหลาประหนึ่งรูปปั้นที่พระเจ้าสรรสร้างมาอย่างดี น้ำเสียงนุ่มทุ้มแห่บพร่าสุดแสนจะเซ็กซี่ ไหนจะนิสัยซุกซนขี้แกล้งของเจ้าตัวอีก ทุกอย่างที่ประกอบรวมเป็นแทฮยองมันช่างกระตุ้นให้หัวใจของยุนกิเต้นเร็วและแรงมากเสียจนยุนกิกลัวว่าก้อนเนื้อที่เรียกว่าหัวใจของตัวเองจะเด้งหลุดออกมา



“ไหวน่า คุณเลิกแกล้งผมได้แล้ว”








ก่อนที่ผมจะหัวใจวายเอาเพราะเสน่ห์แสนเหลือร้ายของคุณ










“ครับๆ ไม่แกล้งแล้ว”

“......................”

“กินเยอะๆนะ กินให้หมดจะได้กินยา”



แทฮยองทำสิ่งที่ทำให้ใจยุนกิเต้นรัวกว่าเดิมด้วยการวางฝ่ามือร้อนๆบนลุ่มผมนุ่มนิ่มสีบลอนด์สว่าง ไออุุ่นจากมือแทฮยองแผ่ซ่านไปทั่วตัวของยุนกิ พฤติกรรมที่แสนอ่อนโยนแบบที่ยุนกิไม่ได้รับมาตลอดสองเดือนเต็มที่เลิกกับแฟนเก่า มันทำให้คนตัวเล็กใจสั่นอย่างห้ามไว้ไม่อยู่









ผู้ชายคนนี้จะอันตรายต่อใจเกินไปแล้ว











ยุนกิคิดว่าตัวเองกลายเป็นคนใจง่ายไปเสียแล้ว เมื่อคืนมีความรู้สึกดีกับผู้ชายอีกคนดีมากจนปล่อยตัวปล่อยใจไปกับผู้ชายคนนั้น แล้วพอตื่นมาก็ใจสั่นกับผู้ชายอีกคน  







นี่มันนิสัยของคนหลายใจชัดๆ








“ทำไมเมื่อคืนคุณถึงปฎิเสธผู้ชายคนนั้นละ”


แทฮยองถามขึ้นมาตอนที่เจ้าตัวนั่งมองยุนกิตักโจ๊กทานตาแป๋ว


“ถามทำไม?”
“ก็เขาทั้งหล่อทั้งดูดี ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่คุณจะต้องปฎิเสธเขา”

“ฉันไม่อยากมีอะไรกับคนแปลกหน้า”


แทฮยองชะงักเล็กน้อยกับคำตอบของยุนกิิ ใบหน้าหล่อนิ่งสงบแต่เพียงแค่เสี้ยวนาทีก็แปรเปลี่ยนมาเป็นใบหน้ายิ้มแย้มเหมือนเดิม


“แต่ตอนเต้นในผับ คุณแทบจะรวมร่างกับเขาแล้วนะ”

“ก็ตอนนั้นฉันเมา”

“อ่าห๊ะ”

“พอสติกลับมาฉันก็คิดขึ้นได้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันไม่ดี”



แทฮยองทำได้เพียงพยักหน้าหงึกๆปล่อยให้ยุนกิพูดอธิบายสถานการณ์เมื่อคืน



“แต่เดี๋ยวนะ นายรู้ได้ไงว่าฉันเต้นกับเขา”

“...................”




แทฮยองไม่ตอบอะไร เจ้าตัวเพียงแต่เงยหน้าขึ้นมา ใจของยุนกิกระตุกวูบ มือไม้สั่นจนเกือบจะควบคุมไม่อยู่ เมื่อดวงตาคู่คมจ้องสบตาเขานิ่งๆครู่หนึ่ง ก่อนที่มุมปากหนาจะยกยิ้มขึ้น











รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์และแพรวพราว











“จะไม่รู้ได้ไงละ ในเมื่อผมแอบมองคุณอยู่ตลอด”







จะผิดมั้ยนะถ้ายุนกิจะคิดเข้าข้างตัวเองว่าแทฮยองสนใจในตัวเขา




















= Taegientheworld =

40%




















ถ้าหากให้ยุนกิลิสรายชื่อผู้ชายที่นิสัยดีที่สุดในชีวิต เขามั่นใจว่า ‘คิมแทฮยอง’ จะต้องเป็นหนึ่งในรายชื่อนั้นพร้อมขีดเส้นใต้ด้วยปากกาสีแดง




นิสัยดีและโครตดีต่อใจ



ไม่ว่าพ่อเทพบุตรหน้าตาดีคนนี้จะมีนิสัยกวนประสาทและขี้แกล้งมากขนาดไหน มันก็ไม่ได้ทำให้ยุนกิรำคาญแทฮยองเลย มิหนำซ้ำมันทำให้เขาชอบแทฮยองมากขึ้นไปอีก ที่เขาว่ากันว่าคนหล่อทำอะไรก็ไม่ผิด ทฤษฎีนี้สามารถใช้ได้จริงสามารถพิสูจน์ได้จากกรณีศึกษาผู้ชายทีชื่อว่า ‘คิมแทฮยอง’



หลังจากวันนั้นที่แทฮยองช่วยยุนกิจากเงื้อมือพ่อหนุ่มนักรักยามราตรีสุดหล่อที่ชื่อว่าแดเนียล ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาทั้งสองก็พัฒนาขึ้น แต่ไม่ใช่ไปในทางโรแมนติกอย่างที่ยุนกิแอบวาดฝันไว้ในใจ มันเป็นเพียงความสัมพันธ์เชิงคนรู้จักกัน แม้ว่าแทฮยองจะชอบหยอดคำหวานให้ยุนกิใจสั่นเล่น แต่ยุนกิก็รู้ดีว่าเจ้าตัวไม่ได้คิดอะไร



มันก็แค่ลมปากของคนคารมดีขี้แกล้ง




แค่นั้นเอง





และดูเหมือนยุนกิจะต้องประสบพบเจอกับประสบการณ์ความรักที่เรียกว่า ‘รักข้างเดียว’ เข้าเสียแล้ว




“เที่ยวไม่พักเลยนะ พ่อคุณทูนหัว”



เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยทักขึ้นเมื่อมองเห็นร่างของคนที่ตนเองรู้จักและคุ้นเคยกันดีเดินตรงมาที่เคาเตอร์บาร์ ยุนกิกระตุกยิ้มให้แทฮยองเล็กน้อยเป็นการทักทาย ภาพของคนตัวเล็กมานั่งเฝ้าพ่อหนุ่มบาร์เทนเดอร์สุดหล่อของร้านกลายเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทุกคืน เป็นเวลาเกือบสองอาทิตย์แล้วที่ยุนกิแวะมาวนเวียนที่บาร์แห่งนี้ ส่วนแรงจูงใจที่่ทำให้เขายอมลากสังขารตัวเองออกจากคอนโดน่ะเหรอ




ก็คือผู้ชายตรงหน้านี่ไง




“เครียดงาน”

“เครียดแล้วเอามาลงกับเหล้าทุกวันคงไม่ดีมั้ง”

“...............”

“ตับจะแข็งเอานะคุณ”


ยุนกิจ้องมองคนที่บ่นตัวเองเรื่องสุขภาพ แต่มือหนาของแทฮยองกลับเทของเหลวสีสดใสใส่แก้วแล้ววางมันลงตรงหน้าเขา



“นี่นายเป็นห่วงฉันจริงอ่ะ?”

“เป็นห่วงนะ”



ยุนกิเขิน ใครก็ได้ช่วยด้วย



“แต่อยากได้ทิปมากกว่า”



รอยยิ้มบนใบหน้าหวานอันตรธานหายไปทันทีที่ริมฝีปากหนาเอื้อนเอ่ยจบ แทฮยองยกยิ้มแล้วยักคิ้วใส่คนตัวเล็กที่ทำหน้ามุ่ยปากงอใส่ตัวเอง ก่อนคนขี้แกล้งจะเดินจากไปบริการลูกค้าที่เข้ามาใหม่



จริงๆแทฮยองก็เป็นห่วงละ แต่เขาแกล้งพูดไปแบบนั้นเพราะเขาชอบเวลายุนกิแสดงสีหน้าไม่พอใจ เจ้าตัวเล็กไม่รู้หรอกว่าใบหน้าหวานยามโกรธน่ะมันน่ามองและน่าแกล้งมากขนาดไหน



“รับอะไรดีครับ”



ยุนกิมองตามแผ่นหลังหนาที่เดินจากไป คิมแทฮยองกำลังให้บริการลูกค้าสาวแสนสวยสองรายที่มองแว๊บเดียวก็รู้ว่าเหตุผลที่ทั้งคู่เดินมาสั่งเครื่องดื่มนั้นคือต้องการที่จะสนทนากับบาร์เทนเดอร์รูปหล่อของร้าน



แทฮยองในเวลาทำงานนั้นดูดีและฮอตมากกว่าช่วงเวลาปกติเป็นสองเท่าตัว ร่างกายสูงโปร่งไม่หนาแต่ก็ไม่ผอมจนเกินไปส่งให้เจ้าตัวใส่ชุดอะไรก็ดูดี แม้จะสวมเพียงแค่เสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมเม็ดบนกับกางเกงยีนส์สีดำขาดเข่า คิมแทฮยองก็ยังดูหล่อเหลาและมีเสน่ห์เหลือล้น ไหนจะใบหน้าหล่อเหลามักจะยิ้มแย้มต้อนรับแขกเสมอ ยุนกิไม่แปลกใจเลยจริงๆว่าทำไมแทฮยองถึงป๊อปนักในหมู่นักเที่ยวกลางคืน


คนตัวเล็กนั่งเท้าคางจ้องมองแทฮยองทำงานด้วยความหลงใหล ทุกอย่างของแทฮยองมันช่างลงตัวและดึงดูดสายตา พระเจ้าช่างใจร้ายเหลือเกิน เพราะการสร้างผู้ชายที่โครตจะเพอร์เฟ็คและสมบูรณ์แบบไร้ที่ติแบบนี้ขึ้นมาบนโลก



มันเป็นการไม่ปราณียุนกิชัดๆ



ยุนกิพึ่งสังเกตเห็นว่าผมที่เคยสีน้ำตาลเข้มของแทฮยองถูกย้อมกลายเป็นสีน้ำตาลอ่อนคาราเมลจนเกือบทอง สีผมใหม่ที่ถูกเซตเข้าทรง มันช่างส่งให้ใบหน้าหล่อเหลาดูดีขึ้นอีกหลายเท่าตัว ว่าแต่แอบไปย้อมตอนไหนกันนะ เมื่อคืนยังผมดำอยู่เลยนี่นา



คนตัวเล็กจ้องมองร่างสูงพูดคุยกับลูกค้าสาวสองคนอย่างออกรสด้วยสีหน้านิ่งๆ เอาจริงๆก็ไม่พอใจนั่นละ แต่ยุนกิก็รู้ดีว่าตัวเองไม่มีสิทธิที่จะไปห้ามหรือหึงหวงอะไรแทฮยองอยู่แล้ว จึงทำได้เพียงแค่นั่งมองทั้งสามในมุมเงียบๆของตนเอง แต่อีกเหตุผลหนึ่งที่ยุนกิไม่ลุกขึ้นโวยวายเพราะเขารู้ดีว่าแทฮยองไม่สานสัมพันธ์กับผู้หญิงพวกนั้นอยู่แล้ว ตั้งแต่เขารู้จักแทฮยองเจ้าตัวไม่เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับลูกค้าไหนเลย



ซึ่งรวมถึงยุนกิด้วย



แม้มันจะน่าผิดหวัง แต่ก็เอาเถอะ เพราะอย่างน้อยถึงเขาไม่ได้แทฮยองก็ไม่มีใครได้เหมือนกัน



จะว่าไปแทฮยองค่อนข้างแตกต่างจากสิ่งที่เขาคาดคิดไว้ แทฮยองไม่มั่ว ไม่ใช่ผู้ชายล่าเหยื่อ ไม่เก็บแต้ม ไม่มีเซ็กส์กับใครง่ายๆถึงแม้ว่าจะมีคนมากมายเข้ามาเสนอตัวให้ก็ตาม













“นี่คุณบาร์เทนเดอร์”
“หือ?”



ตอนนี้บรรยากาศในผับเริ่มเงียบสงบ ผู้คนที่เคยหนาแน่นเริ่มเบาบางลง เข็มนาฬิกาบ่งบอกว่าอีกไม่ถึงยี่สิบนาทีก็จะเป็นช่วงเวลาของเช้าวันใหม่และผับแห่งนี้กำลังจะปิดในอีกไม่ช้า



“เลิกงานแล้วไปไหนมั้ย?”

“กลับคอนโด”

“ถ้าฉันจะชวนนายไปขับรถเล่น จะไปหรือเปล่า”





ใจของยุนกิสั่นและคาดหวังกับคำตอบ







“อื้ม ไปสิ”




แค่ตอบตกลงเฉยๆก็ได้ไม่ต้องยิ้มหวานให้








ใครก็ได้ช่วยสะกิดแทฮยองหน่อยว่าอย่ายิ้มให้คนใจง่าย











หลังจากแทฮยองเลิกงานเสร็จปุ๊ป แทฮยองและยุนกิก็มุ่งหน้าเดินตรงไปที่ร้านฟาสฟู๊ดสัญลักษณ์รูปตัวMที่เปิดบริการ24ชม.ตรงข้ามบาร์ที่แทฮยองทำงานอยู่ เพื่อจะหาอะไรรองท้องประทังความหิวก่อนที่จะไปขับรถเล่นตามความตั้งใจในตอนแรก ทั้งๆที่ยุนกิเป็นคนชวนแทฮยอง หมายมั่นตั้งใจว่าจะเป็นคนขับรถพาคนหน้าหล่อตระเวนรอบกรุงโซลยามคำคื่น แต่สุดท้ายแล้วคนตัวเล็กก็กลายเป็นตุ๊กตาหน้ารถนั่งข้างคนขับเสียเอง แทฮยองอ้างเหตุผลว่ายุนกิพึ่งจะดื่มมาดังนั้นจึงไม่ปลอดภัยสำหรับคนใช้ถนนร่วมกัน นอกจากนี้เจ้าตัวยังอ้างอีกว่าอยากมีจะมีชีวิตอยู่รอดจนถึงวันพรุ่งนี้ ยุนกิจะไม่หมั่นไส้เลยหากแทฮยองไม่พูดทุกประโยคกับเขาด้วยน้ำเสียงยียวนกวนเบื้องล่าง




นี่กะจะกวนกันไม่เลิกใช่มั้ยคิมแทฮยอง!!!








แต่จะว่าไปนั่งเฉยๆ เปิดกระจกรับลมเย็นยามค่ำคืน









มันก็สบายดีนะ








หลังจากขับรถเล่นไปเรื่อยเปื่อยไร้จุดหมายจนหนำใจแล้ว แทฮยองก็หยุดรถตรงแถวบริเวณสวนสาธารณะริมแม่น้ำฮัน บรรยากาศยามค่ำคืน แสงไฟสีส้มสว่างสไวสะท้อนบนผืนน้ำ




มันช่างสวยงามและน่าดึงดูดเหมือนคนที่ยืนข้างกายยุนกิในตอนนี้



ทั้งสองร่างยืนพิงกระโปรงรถยุโรปสีขาวราคาแพงของคนตัวเล็ก โดยไม่มีใครเอ่ยเริ่มต้นบทสนทนา มีเพียงเสียงกิ่งไม้เกี่ยวกันยามลมพัดเบาๆเท่านั้น แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขาทั้งคู่รู้สึกอึดอัดเลยแม้แต่น้อย และทุกครั้งที่สายลมปะทะเข้ากับใบหน้าของยุนกิ เขาก็จะได้กลิ่นน้ำหอมที่ชวนให้ใจสั่นของแทฮยองโชยมาเสมอ



“คุณอยากดื่มอะไรมั้ย?”


เป็นแทฮยองที่เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ


“เบียร์เย็นๆสักกระป๋องก็คงดี”

“เมื่อกี้คุณพึ่งจะดื่มไปนะยุนกิ”

“ดื่มอีกสักกระป๋อง มันไม่ทำให้ฉันเมาหรอกน่า”

“ถ้าคุณเมาจนขับรถกลับไม่ไหวขึ้นมาจะทำยังไง?”

“นายก็ขับแทนฉันไง”

“ผมไม่ขับไปส่งคุณหรอกนะ ขี้เกียจ”




“ฉันนอนห้องนายก็ได้ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว”





“ไม่ให้นอนหรอก”

“.......................”

“กลัวอดใจไม่ไหวแล้วเผลอปล้ำคุณ”


พูดจบแทฮยองก็เดินจากไปพร้อมรอยยิ้มบางๆที่ปรากฎบนใบหน้าหล่อเหลา ทิ้งให้ยุนกิยืนนิ่งและเขินไปกับประโยคหยอดรุกแรงของเจ้าตัว แทฮยองมักจะทำแบบนี้กับยุนกิเสมอ พูดจาหยอกเหย้าด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแสนมีเสน่ห์ให้ยุนกิใจเต้นแรงแล้วก็เดินจากไป




ไอคนนิสัยไม่ดี!













ไม่นานนักร่างสูงก็เดินกลับมาพร้อมกับแก้วกระดาษในมือหนึ่งแก้วและถุงมินิมาร์ทหนึ่งถุง ยุนกิได้กลิ่นโกโก้ลอยตามลม มือขาวเอื้อมออกไปหมายมั่นจะรับแก้วกระดาษที่บรรจุของเหลวร้อนจากมือแทฮยอง แต่ก็ผิดคาดเพราะสิ่งที่แทฮยองยื่นให้เขากลับไม่ใช่โกโก้แต่เป็น



“นมกล้วย?”


ใช่ แทฮยองยื่นกล่องนมกล้วยสีเหลืองพาสเทลที่เจ้าตัวหยิบจากออกจากถุงมินิมาร์ทส่งให้ยุนกิ


“กินนี่ละ ดื่มนมก่อนนอนจะได้โตไวๆไงคุณ”

“ฉันว่าฉันหยุดโตสักพักละนะ”

“เหอะน่า กินๆไปเหอะ ไหนๆก็ซื้อมาละ เสียดาย”


แล้วคนผิวเข้มก็พูดตัดจบบทสนทนา ไม่เว้นว่างให้ยุนกิได้เอ่ยปากเถียงเจ้าตัวได้ ขายาวก้าวเดินผ่านหน้ายุนกิไปก่อนจะหย่อนก้นนั่งลงที่กระโปรงรถข้างกายคนตัวเล็กอย่างเดิม แล้วยุนกิจะไม่คิดอะไรเลยนะ จะไม่ใจสั่นไหว จะไม่คิดเข้าข้างตัวเอง ถ้าหากแทฮยองไม่เอามือหนาทาบทับลงบนมือของเขา








ฉวยโอกาสว่ะ








แถมยังชอบทำให้ใจสั่นอีกต่างหาก




เวลาที่เรามีความสุขมักจะผ่านไปเร็ว ยุนกิเชื่อประโยคนี้อย่างสุดหัวใจ เขากับแทฮยองนั่งดื่มโกโก้และนมกล้วยท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบและสวยงามของวิวแม่น้ำฮัน เขาแลกเปลี่ยนเรื่องราวของกันและกัน ทำความรู้จักกันมากขึ้นผ่านเรื่องเล่าของอีกฝ่ายอย่างสนุกสนาน รู้ตัวอีกทีตัวเลขบนหน้าจอโทรศัพท์ก็ปรากฎเลขสามเสียแล้ว



แทฮยองและเขาเห็นพ้องตรงกันว่าเวลานี้เราทั้งคู่ควรจะแยกย้ายกลับไปนอนพัก หลังจากที่ใช้พลังทำงานมาตลอดทั้งวัน ขากลับแทฮยองก็ยังคงรับหน้าที่เป็นสารถีเหมือนในตอนแรก แทฮยองขับรถยุนกิวนกลับมาที่บาร์เพื่อกลับมาเอารถของตนเองที่จอดทิ้งไว้ ทันทีที่ล้อรถจอดนิ่งสนิท ดวงตาคมที่เคยจับจ้องท้องถนนก็ละสายตาหันมามองคนที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับด้วยแววตาที่ยุนกิอ่านไม่ออก แต่อยู่ดีๆฮยองหันมาจ้องกันแบบนี้ มันทำให้ยุนกิทำตัวไม่ถูก


‘ตึกๆ’

‘ตึกๆ’


ยุนกิได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นรัวเป็นจังหวะแข่งกับเสียงเคาะนิ้วกับพวงมาลัยของคนที่จ้องหน้าเขานิ่ง


“หน้าแดง”


แทฮยองพูดแล้วขยับตัวเข้ามาใกล้ ส่วนคนที่โดนรุกคืบก็เขยิบหนีตามสัญชาตญาณ แต่ยุนกิคงจะลืมไปว่าตนเองไม่มีพื้นที่ให้หนีไปไหนไกล ทันทีหลังเล็กกระแทกกับประตูรถ ยุนกิก็รู้ทันทีว่าตนเองจนมุมเข้าเสียแล้ว ดวงตาเรียวเล็กจับจ้องใบหน้าแทฮยองที่ใกล้ชิดกับใบหน้าตัวเองมากเสียจนน่าใจหาย นี่เป็นครั้งแรกที่ยุนกิได้มองหน้าแทฮยองในระยะประชิด และมันทำให้เขารู้ว่าผู้ชายคนนี้ดูดีชนิดที่แบบไร้ที่ติ ทุกอย่างบนใบหน้าได้สัดส่วนดูดีไปเสียทุกมุม



ยิ่งมองใกล้ๆก็ยิ่งหล่อ



“ขอบคุณนะสำหรับคืนนี้”


ลมหายใจร้อนๆกระทบกับพวงแก้มใสสีแดงจัดยามที่ริมฝีปากหนาเอื้อนเอ่ย ไม่ไหวแล้ว ยุนกิรู้สึกว่าใจตัวเองเต้นเร็วจนจะทะลุออกมาเสียให้ได้


“อื้ม”


เสียงแหบห้าวขัดกับใบหน้าหวานเอ่ยตอบรับคำขอบคุณของแทฮยองในลำคอ


“ขยับออกไปได้มั้ย”


ยุนกิพูดเสียงแผ่วเบา ถึงปากจะบอกให้แทฮยองถอยห่าง แต่มือเล็กกลับกำเสื้อเชิ้ตสีขาวของแทฮยองแน่นแล้วก็ยิ่งแน่นเข้าไปอีกเมื่อปลายจมูกโด่งสัมผัสลงบนพวกแก้มใส




ไม่ไหวแล้ว




ยุนกิจะหัวใจวายตาย




“ทำไมอ่ะเขินเหรอ?”



เออเขิน



น้ำเสียงทุ้มแห่บพร่ากระซิบใกล้ ใบหน้าหล่อเอียงเล็กน้อยก้มมองลูกแมวในกำมือที่ก้มหน้าลงไม่กล้าเงยขึ้นสบตา


“อึดอัดต่างหาก”

“หึ”


แทฮยองหัวเราะในลำคอกับคำตอบแก้เขินของยุนกิ




คนอะไรช่างน่าหมั่นเขี้ยว




น่าขย้ำขนาดนี้





แทฮยองยังคงแกล้งยุนกิไม่หยุด ใช้ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนตามใบหน้าหวานทุกครั้งที่ยุนกิขยับหนี ริมฝีปากหนายกยิ้มขึ้นอย่างร้ายกาจ เสือหนุ่มรู้สึกสนุกในใจไม่น้อยยามไล่ต้อนเหยื่อตัวน้อยที่ไร้หนทางสู้ ไร้ทิศทางหนีแต่ก็ยังรั้นที่จะหนี และทันทีที่ลูกแมวตัวน้อยหยุดนิ่ง ยอมศิโรราบ คิมแทฮยองก็เลือกที่จะจัดการละเมียดละไมชิมความหวานของเหยื่อตรงหน้า




โดยเริ่มจากริมฝีปากสีชมพูสดแสนเย้ายวน




ยุนกิตัวนิ่งแข็งทำอะไรไม่ถูก เมื่อตนเองถูกแทฮยองจู่โจมโดยไม่ทันได้เตรียมใจ ริมฝีปากหนาบดเบียดเข้ามาแนบชิดเสียจนใจกระตุกวูบ ลิ้นร้อนๆไล้เลียริมฝีปากเนื้อนิ่มอวบอิ่มของยุนกิอย่างละเมียดละไม เป็นการขออนุญาตเข้าไปสำรวจโพรงอุ่น แล้วยุนกิก็เต็มใจเปิดปากให้แทฮยองแม้ว่าสมองของตนเองจะว่างเปล่าและไม่สามารถประมวลความคิดใดๆได้ เสียงริมฝีปากดูดดึงกันดังขึ้นอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความเงียบสงบ มือหนายกขึ้นมาประคองใบหน้าหวานให้ปรับมองศาตามที่ตนเองต้องการเพื่อรับสัมผัสได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น




แม้มันจะไม่ใช่จูบแรกของยุนกิ





แต่มันก็ทำให้ใจเต้นรัวได้ไม่แพ้กัน




ดวงตาเรียวเล็กคู่สวยปิดลงแสดงถึงความสมยอมคนที่กำลังป้อนสัมผัสลึกซึ้ง ให้ตนเอง มือขาวจากทีเคยกำเสื้อของแทฮยองแน่นก็เปลี่ยนเป็นลูบไล้ตามแผงอกแกร่งอย่างเผลอไผล ปล่อยตัว ปล่อยใจไปตามความรู้สึกหวาบหวามที่อีกฝ่ายป้อนให้โดยไม่มีท่าทีว่าจะหยุด



“อืมม”


เสียงทุ้มต่ำของแทฮยองครางในลำคอยามที่ฝ่ามือขาวลูบไล้เข้าไปใต้เสื้อเชิ้ตตนเอง สัมผัสแผงอกแน่นตรงๆไม่มีเนื้อผ้าขวางกั้น ดูเหมือนเจ้าแมวตัวน้อยของเขาจะเริ่มเครื่องติดเสียแล้ว แถมเจ้าตัวก็ยังมือไวมากจนน่าใจหวิว



‘พลั่ก’



เสียงแขนเรียวขาวกระแทกกระจก ยุนกิโดนแทฮยองรวบแขนไว้ด้วยมือข้างเดียวของเจ้าตัว แล้วริมฝีปากหนาก็ละออกจากอวัยวะเดียวกันของคนตัวเล็ก แต่ก็ไม่ได้จะล่าถอยห่างไป จมูกโด่งไล้ลงตามพวงแก้มใสลงมาเรื่อยๆจนถึงซอกคอขาว ลมหายใจร้อนที่เป่ารดรินผิวหนังทำเอายุนกิถึงกับเกร็งหน้าท้อง ร่างเล็กบิดไปมาด้วยความทรมานและเสียวซ่านที่เกิดขึ้นกับร่างกายตนเอง


“อย่ายั่วกัน เดี๋ยวจะเลยเถิด”


แล้วไอการที่ใช้จมูกซุกไซ้ลำคอเขา พร้อมกับริมฝีปากร้อนที่พรมจูบไปทั่วนี่ไม่เลยเถิดจริงดิคิมแทฮยอง?


“งั้นก็ อื้ม ยะ ยะ หยุด เซ่”


เอ่ยห้ามปรามเสียงกระเส่าเพราะโดนคุกคามอย่างหนัก ริมฝีปากที่เคยซุกซนอยู่แถวบริเวณซอกคอเริ่มไล้ต่ำลงเรื่อยๆจนถึงแผงอกขาว มือข้างที่ว่างอยู่ก็ทำหน้าที่ปลดกระดุมเสื้อของคนตัวเล็ก แต่เมื่อเครื่องของแทฮยองกำลังร้อนและรู้สึกว่าการไล่ปลดทีละเม็ดนั้นช้าเกินไป มือหนาก็จัดการดึงจนกระดุมหลุดออกทั้งแผง



สถานการณ์เริ่มอันตราย




เสี่ยงต่อการเสียตัวบนรถเหลือเกิน




“อะ อ๊ะ อื้ออ”


เสียงแหบห้าวครางออกมาอย่างเหลืออด ยามที่ยอดอกสีชมพูถูกครอบครองด้วยโพรงปากร้อน แขนขาวขยับดิ้นด้วยความเสียวซ่าน แต่เพราะถูกฝ่ามือหนามัดไว้แน่นเนื้อตัวของยุนกิที่ซีดเซียวแปรเป็นสีแดงรูปรอยนิ้วมือของแทฮยอง ไออาการบิดเร้าและลำตัวอยู่ไม่นิ่งทำให้แทฮยองรู้ดีว่ายุนกิกำลังทรมาน



เเละเขาเองก็เป็นเหมือนกัน



แขนเรียวโอบรอบลำคอของแทฮยองทันทีที่โดนปล่อยให้เป็นอิสระ ฝ่ามือหนาสีแทนค่อยๆลูบไล้จากแผงอกขาวที่กระเพื่อมแรงตามอัตราการหายใจที่ถีกว่าปกติของคนตัวเล็กลงมาเรื่อยจนถึงท้องน้อย ส่วนฝ่ามืออีกข้างก็ดึงเสื้อเชิ้ตของยุนกิลงมากองตรงช่วงแขน แม้ท่อนบนจะไม่ได้เปลือยหมดแต่มันก็มากพอที่จะโชว์ให้เห็นสัดส่วนขาวเนียนหน้าหลงใหลให้แทฮยองได้เชยชม ใบหน้าหวานเชิ่ดกระตุกขึ้นอย่างแรงจนศรีษะกระแทกกับกระจกรถยามที่คนขี้แกล้งจงใจใช้นิ้วชี้ปัดผ่านยอดอกที่ชูชันขึ้นสู้มือ



“ฮะ อะ ฮือออ”



ทันทีที่ได้ยินเสียงครางทรมานของคนโดนกระทำ ยิ่งทำให้ไฟกามอารมณ์ในตัวแทฮยองโหมสะพัดสูงขึ้น ริมฝีปากร้อนพรมจูบทั่วร่างกายขาวเนียนแสนเย้ายวนแล้วค่อยๆเลื่อนต่ำลงมาเรื่อยจนถึงหน้าท้องบางที่มีกล้ามเนื้อเล็กน้อยยามที่เจ้าแมวตัวขาวกระตุกตัวเกร็ง



ปฎิเสธไม่ได้เลยจริงๆว่าแทฮยองชอบทุกอย่างของยุนกิ ชอบร่างกายอ้อนแอ้นกว่าชายปกติที่แสนจะบอบบางแต่กลับนุ่มนิ่มไปทุกส่วนที่ได้สัมผัส เรียกได้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นยุนกิช่างปลุกปั่นอารมณ์ดิบของแทฮยองได้ดีเหลือเกิน



และดีจนเกินไปด้วย



“แฮ่กๆ”


ริมฝีปากสีชมพูหอบหายใจอย่างอ่อนแรง ยุนกิรู้สึกเหนื่อยเหมือนกับตนเองพึ่งวิ่งรอบสนามบอลเสร็จยังไงยังงั้น ทั้งๆที่ตัวเองแค่นั่งเฉยๆให้อีกฝ่ายเล่นสนุกกับร่างดาย



“แท ทะ แท อื้อ แทฮยอง”



เสียงห้าวครางชื่อคนที่กำลังเติมเต็มความสุขให้ตนเองซ้ำไปซ้ำมาราวกับคนเสียสติ มือขาวสอดเข้าไปใต้ลุ่มผมสีน้ำตาลคาราเมลก่อนจะใช้เล็บสั้นขบจิกทึ้งผมแทฮยองอย่างแรง ยามความเสียวซ่านตีขึ้นมารวมกันตรงบริเวณหน้าท้องที่โดนลิ้นร้อนไล้เลียจนเปียกชุ่ม



“อ๊ะ อื้อ แทๆ”



คราวนี้เสียงเรียกชื่อกลับไม่ใช่เสียงครางกระเส่าแบบที่ผ่านมา ฝ่ามือขาวทุบรัวๆตรงหลังของแทฮยองเพื่อบอกให้อีกฝ่ายหยุดการกระทำทุกอย่างซะ เพราะยุนกิเห็นร่างของรปภ.กำลังเดินตรงมาที่รถของตนเอง



“พะ พะ พอก่อน”



“ฮืออออออ”



“มะ มีคนมะ มะ”



‘ก๊อกๆ’



เอ่ยห้ามไม่ทันเสียแล้ว รปภ.คนที่ยุนกิเห็นเดินเข้ามาเคาะกระจกรถพวกเขาเสียแล้ว เสียงขัดจังหวะทำให้แทฮยองได้สติกลับมาหยุดการกระทำทุกอย่าง



“ใส่เสื้อซะ”



แทฮยองสั่งยุนกิ โชคดีที่รถของยุนกิเป็นฟิล์มสีดำทึบและบริเวณที่จอดรถก็ค่อนข้างมืด ทำให้คนข้างนอกมองไม่เห็นข้างในชัด เห็นก็เพียงเงาลางๆเท่านั้น แต่ยังไงมันก็น่าอายอยู่ดีสำหรับยุนกิ


“คุณครับ ห้ามจอดรถค้างคืนนะครับ”

“อ๋อครับ ผมแค่แวะมาเอารถน่ะ”


แทฮยองยืดตัวเองให้ตัวใหญ่และสูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ระหว่างที่สนทนากับรปภ เพื่อบังร่างเล็กที่กำลังรีบใส่เสื้อตัวเองมือไม้สั่จนใส่ไม่เสร็จเรียบร้อยเสียที



“ขอบคุณครับ”



หลังจากที่เคลียร์กับรปภเสร็จเรียบร้อยแล้ว แทฮยองก็หันมาช่วยยุนกิจัดการเสื้อผ้าของเจ้าตัวให้ความเรียบร้อย มือหนาจัดปกเสื้อเชิ้ตให้คนตัวเล็กแล้วก็ฉวยโอกาสจุ๊บลงริมฝีปากสีชมพูแล้วผละอย่างรวดเร็ว ส่วนคนที่โดนฉวยโอกาสก็ได้แต่อ้าปากค้างพะงาบๆ



“กู้ดไนม์คิสครับ”






คิมแทฮยอง!!!!








ไอคนฉวยโอกาส!!!!!!!!




















= Taegientheworld =


























TALK W. ME

มาแปะก่อน40% พ่อพระเอกของเราเปิดตัวแล้ว

เปิดตัวได้หล่อมากเว่อร์ด้วย 5555555

กลายเป็นฮีโร่ขี่ม้าขาวมาช่วยนายเอกที่โดนรังแก

จะเป็นยังไงกันต่อไป ฝากติดตามด้วยนะคะ

ไปหวีด ขอฟิคสั้นกันได้ที่ #โลกของแทกิ ค่ะ


______________________________________



ตอนแรกตั้งใจจะแต่งเรื่องนี้เป็นOS

แต่แต่งไปแต่งมาเรื่องมันยาวเฉยเลย

ไรต์เลยตัดสินใจแบ่งเป็นSFสั้นๆ2ตอนค่ะ

นี่พยายามแล้วที่จะไม่แต่งให้มีฉากเรท

เพราะไม่อยากให้มีฉากอย่างว่าเยอะเกินไป

แต่สุดท้ายแล้วก็มีจนได้ ต้องโทษความบาปของตัวเอง

ส่วนพี่เสือนี่ต้องใจเย็นๆนะคะ เห็นนิ่งๆนี่ก็ร้ายไม่เบา

ร้ายมากจนจะจับเจ้าแมวลงท้องกลางพื้นที่สาธารณะ

ถ้าไม่มีคุณพี่รปภ.มาขัดก็คง………………….

อุ้ยยย ไปดีกว่ายิ่งอยู่ยิ่งกาม 5555

ขอบคุณทุกคนสำหรับคอมเม้นนะคะ รักรีดค่ะ


#โลกของแทกิ








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 186 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

246 ความคิดเห็น

  1. #243 Lalalalufy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 01:48
    กรี้ด ชอบมากกก ชอบคาแรกเตอร์แทแบบนี้มาก ไรท์บรรยายแทฮยองได้หล่อมากค่ะ อ่านไปเขินไป อย่าว่าแต่ยุนกิแพ้เลย ถามว่าใครไม่แพ้บ้างอะพ่อ งานดีขนาดนี้ ฮือ ซีนในรถก็คือ ตายก่อนนะคะ
    #243
    0
  2. #242 KimVseop (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 08:51
    ดีมากกกกกก
    #242
    0
  3. #165 purpleheart💜 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 02:56
    เปิดตัวมาอย่างหล่อดูไม่แพรวพราวอ่ะ ดูจะอบอุ่นด้วยซ้ำ แต่พออ่านไปเรื่อยก้ะคืออะโห ฮอตมากกกก ถ้ารปภ.ไม่มีนี่ว่าต้องเหมายาดมมาทั้งโรงงานแล้ว
    #165
    0
  4. #130 Loveyugyeom (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 06:47

    รปภ.บ้าที่สุดเลย
    #130
    0
  5. #123 Bom'mBam (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 06:24
    ขยันแกล้งงง พี่กิฉันหลงหัวปักหัวปำแล้ว55555
    #123
    0
  6. #114 Shawdy☆Lloyd (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 23:42
    เครื่องแรงกันจริงๆคู่นี้ อ่านไปหวิวไป ไอคนน่ารักก็น่ารักเหลือเกิน เอาจริงๆต่อให้ไม่ใช่แทฮยองที่อยู่ตรงนั้นก็ไม่มีใครทนไหว จะโทษพ่อเสือร้ายคนเดียวก็ไม่ได้เพราะเจ้าแมวขาวช่างยั่วอารมณ์ดีเหลือเกินแม้ไม่ได้อ่อย น่ารักจนอยากฟัดให้จมเขี้ยว ให้รู้ตัวสักทีว่าอย่าไปน่ารักใส่ใครที่ไหนอีก ไม่ไหวแล้ว ใจบาง
    #114
    0
  7. #113 Milldirrala J Solillan♥ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 18:46
    รู้นะคะว่าคุณเสือแอบรอวันนี้มานานกี้สๆๆๆ
    #113
    0
  8. #112 Akkan (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 13:21

    เครื่องติดง่ายกันนะคะ 555
    #112
    0
  9. #111 Myname_Way21012 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 23:04

    อุ้หู้วววขุ่นพระะะ กุมอกแพร่พ
    #111
    0
  10. #110 Jung Tien-In (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 19:57
    โว้ยยยย คิมแทฮยองงงงงง >///<

    เขินหนักมาก
    #110
    0
  11. #109 imo25 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 19:42

    -////-

    #109
    0
  12. #108 imo25 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 19:42

    -////-

    #108
    0
  13. #107 Pmj (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 13:19

    ฮือๆๆๆๆมันเขินไปหมดพี่เสือร้อนแรงมาก ไม่ผิดที่ยุนกิจะใจง่ายนะ☺

    #107
    0
  14. #106 myg_kk99 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 12:25

    ฮื้อออ เขินนนน
    #106
    0
  15. #105 k_922 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 12:01

    ยิ้มจนเหนื่อย
    #105
    0
  16. #104 ppakkizz_nm (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 07:49
    คิมแทฮยอง!!! ชอบแรงงงงง อ๊ากกกก เขินตามยุนกิเลย.
    #104
    0
  17. #103 Beunf (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 06:05
    แซ่บจริงๆ
    #103
    0
  18. #102 Pcpxsugx (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 01:31
    พี่เสืออออออ แซ่บกันจริงๆ ฮื่อ
    #102
    0
  19. #101 Jung Tien-In (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 18:45
    สนใจเค้าเหมือนกัน มองเค้าตลอดนี่มองตลอดคืนนั้นหรือทุกวันกันเนี่ย
    #101
    0
  20. #100 Akkan (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 13:44
    กรี้สสสสส เท่มากเลยค่า แง้ เขินๆๆๆ ;-; ไม่ไหวกับพิแทลุคนี้ หวั่นไหวววว
    #100
    0
  21. #99 Pcpxsugx (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 07:46
    กี้ดดดดดดด พิแทคือมานิ่งๆแบบรว้ายๆ ดูหล่อเท่แพรวพราวมากจริงๆ
    #99
    0
  22. #98 Shawdy☆Lloyd (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 02:40
    ร้ายยยยยย นี่มันเสือร้ายค่ะพี่ยุนกิ หนีไปค่ะ หนีไป! นางฟ้าของน้องไม่ปลอดภัยแล้ว หนีซามอยเจอเสือร้าย แง๊
    #98
    0
  23. #97 Beunf (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 21:42
    กรี้ดดร้องงง ค้างค่า มาต่อเร็วๆน้า
    #97
    0
  24. #96 Jung Tien-In (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 21:52
    รอออออออออออ
    #96
    0
  25. #95 Shawdy☆Lloyd (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 19:35
    อุ่ย อาจมีเนื้อหากระทบจิตใจ เตรียมตัวกุมใจ
    #95
    0