คัดลอกลิงก์เเล้ว

พ อ ว า ✿

โดย Peangdao

‘มาได้กำเดียว ดาวก็ขึ้นเต๋มฟ้าเหียละ’ ‘อืม...งามขนาด’ ‘วันข้างหน้าเฮาต้องได้มาตวยกั๋นแหมเน้อหอมจั๋น’ ‘ต้องได้มาตวยกั๋นแหมแน่นอนเปื้อน’ ‘อู้ละเน้อบ่ดีคืนคำ’ ‘อื้อ! เฮาสัญญา’ ...

ยอดวิวรวม

23

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


23

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


1
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  12 มิ.ย. 61 / 23:28 น.
นิยาย ✿ พ อ ว า ✿ | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ชื่อเรื่อง : พอวา...จดหมายฉบับสุดท้ายถึงเพื่อนรัก 
เขียนโดย : เพียงดาว 






เรื่องสั้นเรื่องนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวิชาภาษาไทย
เราใช้เวลาแต่งเรื่องนี้อยู่นานพอสมควร ทั้งนี้นอกจากเพื่อนๆจะได้อ่านเรื่องสั้นแล้ว
ยังได้สัมผัสถึงบทกลอนที่เราตั้งใจแต่งมากๆด้วยนะ 
เลยอยากขอให้เพื่อนๆที่หลงเข้ามาอ่าน ช่วยคอมเม้นท์ว่าควรปรับแก้ตรงไหน
หรือควรเพิ่มเติมอะไร เราจะรีบปรับปรุงแก้ไขให้ดีที่สุด 
**โปรดใช้คำสุภาพ นักเขียนจิตใจบอบบาง**






เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน 
ความรักความคิดถึงที่มีต่อกัน และการดำเนินชีวิตไปของทั้งสอง
โดยผ่านจดหมายที่เขียนสื่อหากัน และได้กลิ่นอายของความย้อนยุคอยู่เล็กน้อย
เป็นเรื่องสั้นอ่านสบายๆ




cr.sqw

เนื้อเรื่อง อัปเดต 12 มิ.ย. 61 / 23:28



บทนำ

 

๒ มีนาคม ๒๔๙๖ ณ ต.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

ยามย่ำรุ่ง ท้องฟ้าแปรเปลี่ยนจากสีดำมืดมิดค่อยๆกลายเป็นสีส้มอ่อนอบอุ่น ไก่บ้านขันร้องบอกเวลาตามสัญชาตญาณของมัน กลิ่นไอดินเอย...กลิ่นพืชผักเอย... ลอยละล่องมาตามทางของสายลม บรรยากาศเย็นชื้นแต่งแต้มไปด้วยกลุ่มหมอกสีจางเผยให้เห็นภาพหมู่บ้านเล็กๆที่มีกระต๊อบเพียงไม่กี่หลังเรียงชิดติดกันเป็นขั้นบันได เป็นแบบนั้นเพราะที่แห่งนี้ตั้งอยู่บนเชิงเขาซึ่งห่างไกลความเจริญอยู่มาก ภาพรอบตัวบ่งบอกถึงความชนบท แต่อย่างไรเสียก็เต็มไปด้วยความรู้สึกอบอุ่นภายในใจ ชาวบ้านหลายคนเริ่มออกมาทำงานกันตั้งแต่เช้าตรู่ ทั้งไปรดน้ำต้นลำไยเอย ตั้งแคร่ขายผักหน้าบ้านของตนเอย ในยามเดียวกันนั้นปรากฏร่างเด็กสาวชาวเหนือที่ปั่นจักรยานมาอย่างความเร่งรีบด้วยความตั้งใจมาพบเพื่อนของตน

ป้อหนานคำ! พอวาลุกละยังเจ้าเด็กสาวเอ่ยด้วยความเหนื่อยหอบถามหาเพื่อน พ่อหนานคำเป็นพ่อของพอวาเพื่อนรักของเธอ และเป็นผู้ใหญ่ที่ใจดีมาก เจอกันทีไรก็มักจะตักข้าวตักแกงให้อยู่เรื่อย บ้างก็จอผักกาด บ้างก็แกงอ่อม จนบางครั้งเธอเองขอให้ยายมิ่งช่วยทำอาหารให้พ่อหนานคำเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน

อ้าว! หอมจั๋นหยังมาลุกเจ๊าขนาดพ่อหนานคำเอ่ยพอวามันลุกละ ซักผ้าอยู่หลังปู๊น หื้อลุงไปฮ้องหื้อก่อ?

บ่เป๋นหยังเจ้า เดี๋ยวน้องไปฮ้องคนเดียวพอวาน่ะเป็นคนที่ขยันไม่ว่าจะทั้งเวลาเรียนหนังสือหรือแม้กระทั่งเวลาทำงานบ้าน ตอนทำการบ้านข้อไหนไม่ได้ก็จะมีเพื่อนคนนี้นี่แหละที่คอยสอนอยู่เสมอ พอวาเป็นคนหัวดีแต่น่าเสียดายที่ไม่มีทุนพอที่จะเรียนต่อ ด้วยทั้งเรื่องพ่อที่อายุมากแล้ว ไหนจะงานที่พอทำได้ตอนนี้ก็มีแค่การขายของป่าช่วยพ่อเพียงเท่านั้น นานๆทีจะมีคนจ้างงานให้ปักเย็บชุดชาวดอยบ้าง ซึ่งนั่นไม่ได้มากพอที่จะสามารถพาตัวของพอวาไปให้ไกลได้มากกว่านี้ เพราะอย่างนี้เองพอวาถึงเคยบอกไว้เมื่อนานแล้วว่าหากเธอเรียนจบป.เจ็ด คงจะไม่เรียนต่อ และทำงานเลี้ยงดูพ่อเสียเลย น่าเสียดายจริงๆ...

แม่คนหมั่น ลุกเจ๊าขนาดเนาะ!’ หอมจันทร์เอ่ยแซวเพื่อน

วันนี้วันเสาร์บ่มีเฮียน ยิ่งลุกเจ๊าก็จะได้จ้วยป้อยะก๋านตั้งแต่เจ๊าหน่าก่าหอมเสียงใสเอ่ย หอมจันทร์ได้เพียงยิ้มอย่างประทับใจตอบกลับไปว่าแต่ตั๋วมายะอะหยัง

เฮาเป็นเปื้อนกั๋นมาก็เมินละหนา ยังบ่เกยไปแอ่วดอยตวยกั๋นซักเตื้อและนี่ก็เป็นจุดประสงค์หลักในการมาหาเพื่อนรักในวันนี้

อู้จะอี้ไค่ไปไหนก๋าพอวาพูดลองเชิง

ดอยหลวง! พอวา เฮาอยากไปดอยหลวงหอมจันทร์ตอบอย่างเริงร่า

ดอยหลวง... ไก๋ขนาด หนตางสีท่าจะลำบากน่าดู...พอวามีท่าทีนิ่งไป และกำลังคิดถึงสิ่งที่หอมจันทร์พูดเมื่อครู่ เป็นเรื่องจริงที่พวกเราไม่เคยมีโอกาสได้ไปเที่ยวที่ไกลๆด้วยซักเท่าไหร่ อย่างมากก็แค่ปั่นจักรยานรอบหมู่บ้าน หรือไปเก็บใบชาด้วยกันเพียงเท่านั้น หากคิดๆดูแล้วนี่อาจเป็นกาลดีที่อย่างน้อยพวกเราจะได้ใช้เวลาร่วมกันก่อนจบป.๗ ไปเสียก่อน เอาแล่ ว่าแต่เตวไปเมินก่อ?พอวาถาม

พอควรเลยล่ะ...หอมจันทร์ตอบพลางนึกไปถึงระยะทางจากหมู่บ้านเชิงเขาตรงนี้ หากเดินใช้เวลาค่อนวันทีเดียว แต่ถึงอย่างไรเด็กสาวจะไม่ยอมให้ความตั้งใจต้องล้มเหลวเพียงเพราะเรื่องนี้หรอก เฮาว่าเมินมันก็เมิน แต่ถ้าใจ๋เฮาว่าบ่เมิน
ก็บ่มีอะหยังเมิน
ตั๋วว่าก่อ? พอวา

                                                      สายลมเสียงทั่วหล้า       พัดโบก

                                               เห็นเหล่าโกสุมโยก              อ่อนพริ้ว

                                               สองเด็กวิ่งคลายโศก            มองป่า

                                               เริงร่ารีบไปหลิ้ว                 อยู่หน้า ดอยหลวง


ตะวันยอแสงสีแดงเข้มกำลังไล่ลงหลบหลังภูเขา เบื้องหน้าคือเด็กสาวสองคนที่นอนลงกับพื้น หอบหายใจแรงด้วยความเหนื่อยล้าจากการเดินทางอันแสนไกล สายลมในตอนเย็นพัดพาเอากลิ่นดอกไม้ และดอกหญ้ามาสูดดม... แสนเรียบง่าย แต่หอมหวาน... พลอยทำเอาความคิดกระเจิงลอยสู่ฟากฟ้าเข้าไปใหญ่ พอวาคิดถึงอนาคต อนาคตที่ไม่รู้ว่าจะไปในทิศทางไหน เธอกับหอมจันทร์จะยังนอนเล่นด้วยกันแบบนี้รึเปล่า หรือว่าเธอจะเป็นอย่างไรในอีกหลายปีข้างหน้า ชีวิตของพอวาเรียบง่ายไม่ได้มีอะไรพิเศษเหมือนกับชื่อของเธอ พอวาซึ่งหมายถึงดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์

          มาได้กำเดียว ดาวก็ขึ้นเต๋มฟ้าเหียละหอมจันทร์พูด ทำให้ความคิดที่กระเจิดกระเจิงของพอวากลับมาแต่ถึงจะอั้นก็ยังหันดอกไม้อยู่...เพราะแสงจันทร์ที่ทอดลงมายังไงล่ะ ถึงทำให้เห็นดอกไม้สวยงามเหล่านั้นได้ด้วยตาเปล่า บ่กึ๊ดเลยว่าจะงามขนาดนี้

อืม...งามขนาดพอวาตอบกลับ ความสวยที่ทั้งสองกล่าวถึงไม่ใช่ความสวยจากดอกไม้นานาพันธุ์ที่พรั่งพรู หากแต่เป็นความงามของสภาพภูมิประเทศเสียมากกว่า สถานที่ซึ่งอุดมไปด้วยต้นไม้เขียวชอุ่มสลับกับดอกไม้และหินผา ผืนหญ้าที่ปกคลุมไปด้วยเกร็ดน้ำแข็ง มองจากตรงนี้จะเห็นดอยพีระมิด และดอยสามพี่น้อง หลายคนมักบอกว่าหากอยากเห็นทะเลหมอกให้อยู่บนยอดดอยในตอน
รุ่งเช้า 
ผิดจากที่นี่เพราะถึงแม้เวลาพลบค่ำได้ย่างกรายเข้ามาแล้ว แต่ก็ยังเห็นทะเลหมอกอยู่อย่างชัดเจน รวมทั้งกลุ่มดาวมากมายที่ส่องแสงระยิบระยับลงมาอยู่เหนือดอยหลวงเชียงดาว ชื่อดอยหลวงเชียงดาวที่ถูกตั้งมาจากดอยหมายถึงภูเขา หลวงหมายถึงใหญ่ และเชียงดาวซึ่งเสียงเพี้ยนมาจากเพียงดาว... พอเอามารวมกันแล้วก็คือ ภูเขาใหญ่สูงเทียบเคียงดวงดาว เป็นชื่อที่มีความหมายไพเราะเชียวล่ะ

          ‘วันข้างหน้าเฮาต้องได้มาตวยกั๋นแหมเน้อหอมจั๋นพอวาว่าในขณะที่ดวงตามองไปบนท้องฟ้าอย่างอิ่มเอมใจ

          ต้องได้มาตวยกั๋นแหมแน่นอนเปื้อนหอมจันทร์ตอบ

          อู้ละเน้อบ่ดีคืนคำ

          อื้อ! เฮาสัญญา

...สัญญา

.

.

.

 

๙ พฤศจิกายน ๒๕๐๔

ตื่นเถอะจันทร์ เที่ยงแล้ว!” เสียงใสปลุกหอมจันทร์จากฝันในอดีต บรรยากาศและภาพรอบตัวแปรเปลี่ยนไป ที่นี่ถูกรายล้อมด้วยต้นไม้สูงเตี้ยต่างกันเหมือนเป็นป่าเก่ามาก่อน เสียงนกร้องเพลงผิวปากทั่วฟ้า เหล่ากระรอกพากันวิ่งไล่จับบนต้นไม้ เสียงฝีเท้าและบทสนทนาดังอื้ออึงของเหล่านักศึกษามากหน้าหลายตา ทำให้ฉันรู้สึกมีชีวิตชีวาทุกครั้งเวลาอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ตอนนี้ฉันกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่สองคณะศึกษาศาสตร์ ในมหาวิทยาลัยหนึ่งในเชียงใหม่ หากคุณกำลังคาดเดาก็คงไม่ผิดไปจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่หรอกใช่ไหม ฉันเข้ามาเรียนหนังสือในตัวเมืองตั้งแต่จบประถมเจ็ด แม่รับฉันมาอยู่ด้วยหลังจากที่ท่านพอจะเก็บเงินได้บ้าง ส่วนพ่อของฉันท่านเสียตั้งแต่ฉันยังเด็ก ยายมิ่งที่ดูแลฉันมาตอนอยู่เชียงดาวก็เสียมาได้หกเจ็ดปีแล้ว ทำให้ฉันเองก็ไม่ได้กลับไปที่หมู่บ้านแห่งนั้นอีกเลย...

          “หลับไปแค่ยี่สิบนาทีเองหรอ แต่ความรู้สึกเหมือนหลับไปเป็นวันเลยแฮะเคยไหมที่ไม่ว่าคุณจะนอนเร็วมากเท่าไหร่แต่พอตื่นมาเช้าวันใหม่ก็ยังง่วงอยู่ดี ต่างจากตอนที่งีบหลับเพียงครู่เดียวแต่กลับตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น

          “แปลกคนจริงๆเลยนะแกเนี่ยคนที่ฉันคุยด้วยคือ สายธารเพื่อนที่ฉันสนิทด้วยที่สุดตั้งแต่ปีหนึ่งด้วยความที่ธารเป็นคนลุยๆ และค่อนข้างเข้ากับคนได้ง่ายทำให้เราสนิทกันได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นการที่ฉันเป็นเพื่อนกับธารทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก แต่ในขณะเดียวกันฉันก็รู้สึกเหงาอยู่เสมอเมื่อหวนนึกถึงใครบางคน

เที่ยงนี้ทานอะไรดีธาร 

อืม...ผักกาดจอดีไหม? ของชอบเธอหนิจันทร์ระหว่างเดินทางไปโรงอาหารของคณะ เราสองคนก็ปรึกษากันถึงเรื่องงานคู่ที่ต้องส่งอาจารย์ในอีกไม่กี่วันนี้ แต่เชื่อเถอะว่าสมองของฉันแทบไม่รับรู้อะไรเลย
ตอนคิดถึง...

ผักกาดจอ

 

หอมจั๋น! มากิ๋นผักกาดจอตวยกั๋น ลุงยะไว้กำลังฮ้อนๆอยู่เสียงพ่อหนานคำเอ่ยชวน ในขณะที่ตัวฉันเองกำลังจอดจักรยานอยู่ข้างๆกระต๊อบ

ของมักน้องเลยป้อหนานฉันตอบกลับก่อนจะนั่งลงข้างๆพ่อหนานคำ

ไปล้างมือก่อนเลยหอมจั๋นกำลังจะเอามือเปิปอยู่แล้วเชียวเดี๋ยวก่หลุต๊องแหมพอวามักจะใส่ใจฉันอยู่เสมอ เธอรู้ว่าฉันภูมิคุ้มกันต่ำเวลาทานอะไรไม่สะอาดฉันมักจะท้องเสียอยู่เสมอ

ได้ก่าเจ้าฉันตอบก่อนจะเดินไปล้างมือ หลังจากนั้นจึงทรุดตัวลงนั่งข้างๆกับเพื่อนรัก กลิ่นหอมจากกระเทียมเจียว กะปิ หอมแดง เกลือ และถั่วเน่าที่ถูกตำจนละเอียดผ่านน้ำร้อนๆซึมซาบเข้าไปในเนื้อหมูและผักกาดกวางตุ้งที่เปลี่ยนสีจากน้ำมะขามเปียกเพิ่มความเปรี้ยวได้ไม่น้อย ทำให้หัวใจของฉันพองโตทุกครั้งที่ได้ทาน

ผักกาดจอมีประโยชน์นักขนาดเลยเน้อ จ้วยสร้างภูมิคุ้มกั๋นตวยพอวาพูดในขณะที่ตักผักเข้ามาในจานของฉัน

บ่เอาพอวา เฮาขอจิ๊น ถึงผักจะมีประโยชน์ยังไงแต่ให้ตายเถอะ! ฉันขอเลือกเนื้อหมูเหนียวนุ่มนี่ดีกว่าจะได้แข็งแรงเหมือนหมูยังไงล่ะ โฮะๆ

ปอเลยหอมจั๋น ตั๋วเก่าสุขภาพบ่ดีอยู่ กิ๋นกะจิ๊นเดี๋ยวก็เมื่อยแหมนี่เพื่อนหรือแม่... เอาไปเลย
ตักผักใส่จานของฉันไม่พอยังตักเนื้อหมูใส่จานตัวเอง เอ๊ะ!นี่มันยังไงกัน

ขอบคุณนักๆ ฉันตอบกลับไปและนักเขี่ยผักในจานอยู่สองสามทีก่อนจะตัดสินใจตัดใส่ช้อนและกลืนลงไป แค่หมูชิ้นเดียวไม่เป็นไรหรอก...แต่ถ้าสองชิ้นว่ากันอีกที

 

 

คิดถึงจังเพื่อนรัก...

 


 ปึก!

ฉันถูกดึงออกจากภวังค์ด้วยเอกสารกองโตที่ถูกวางบนโต๊ะอย่างแรงด้วยฝีมือของ เมษา เพื่อร่วมคณะเดียวกัน ที่มักจะให้ฉันช่วยงานอยู่เสมอ ไม่สิ! เรียกว่าให้ฉันทำให้ทั้งหมดเลยถึงจะถูก เมษามักจะจ้างฉันทำงานให้อยู่เสมอ ด้วยความจำเป็นด้านการเงิน ฉันเลยจำต้องตกปากรับคำ ครั้นจะให้แบมือขอเงินแม่ก็คงใช่ที ทุกๆครั้งที่ฉันกลับไปหาแม่ฉันรู้สึกอยากจะร้องไห้ทุกครั้ง นัยน์ตาของฉันมองเห็นเพียงแค่ผู้หญิงอายุมากคนหนึ่งที่ต่อสู้อยู่คนเดียวตามลำพังมานานมากแล้ว ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงต้องลำบากขนาดนี้ ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงไม่มีชุดสวยๆเหมือนคนอื่นใส่ ทำไมผู้หญิงคนนี้ต้องโกหกฉันเสมอว่ากินข้าวแล้วทั้งๆที่บางวันก็ไม่ได้กินเพื่อเก็บเงินให้ฉันเรียน แล้วทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงไม่อยู่สุขสบายซักที ในเมื่อคนเราเกิดมาไม่เท่ากัน ฉันจึงทำทุกๆอย่าง ทั้งตั้งใจเรียน และรับงานพิเศษเพื่อที่อย่างน้อยวันหนึ่ง ผู้หญิงคนนี้จะได้สบายเหมือนคนอื่นเสียที

ฝากด้วยนะจันทร์ ช่วงนี้ฉันยุ่งๆอยู่กับงานทางบ้าน ไม่จริงเลยวันๆได้แต่นั่งจับกลุ่มนินทาคนอื่นอยู่ตลอดจนบางทีก็ชักไม่อยากจะรับงานจากเมษาแล้ว ความคิดนี้ก็ได้แต่คิดในใจเท่านั้นแหละเพราะยังไงสุดท้ายแล้วฉันก็ได้แต่ตอบกลับไปเหมือนเดิมทุกที

ได้สิ แต่อาจช้าหน่อยนะ เพราะฉันต้องทำงานคู่กับธารให้เสร็จก่อน 

อย่าให้ช้ามากล่ะ อาจารย์เร่งฉันมาแล้ว

อืมถ้ารีบขนาดนั้นทำไมถึงไม่ทำเองล่ะเมษา!


          ฉันทุ่มตัวลงกับเตียงด้วยความเหนื่อยล้า หลังจากที่ผ่านคาบเรียนสุดโหดมาในยามบ่าย สิ่งที่ทำให้สบายใจหลังจากเรียนมาเหนื่อยๆคือการนอนถอนหายใจและมองไปรอบๆห้องสีขาวทรงลูกบาศก์อย่างไร้จุดหมาย สายตาสะดุดเข้ากับกองซองจดหมายหนาเตอะที่ถูกจัดเตรียมไว้ใช้เป็นประจำ

ครั้งนี้ก็เช่นกัน

ฉันเริ่มจรดปลายปากกาเขียนที่อยู่ผู้รับด้วยความเคยชิน เนิ่นนานมาแล้วที่ฉันไม่ได้กลับไปสถานที่แห่งนั้น ที่ที่มีแต่เรื่องราวดีๆ ที่ที่มีแต่ความเรียบง่าย ตื่นขึ้นมาก็เจอแต่หุบเขาและต้นไม้รอบตัว ที่ที่ไม่มีการแข่งขันชิงดีชิงเด่นอะไรเหมือนที่ที่ฉันอยู่ในตอนนี้ และเป็นที่ที่ฉันมีแต่ความทรงจำดีๆร่วมกับ...เพื่อนรัก คุณคงอยากรู้แล้วว่าหลังจากนั้นระหว่างฉันกับพอวาเป็นอย่างไร ตัวฉันเองก็ไม่มั่นใจนักว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ฉันจำวันนั้นได้ดี 
วันจบการศึกษาของพวกเรา

 

ครืน ครืน

เสียงฟ้าร้องดังสนั่นทั่วหมู่บ้าน ท้องฟ้าจากที่สดใสกลับหม่นหมองในทันตา คุณครูปิ่นแก้วครูเพียงคนเดียวในโรงเรียนเล็กๆแห่งนี้กำลังวิ่งวุ่นคุมเพื่อนๆไม่ให้ออกไปซน และจนถึงตอนนี้พอวายังไม่มาโรงเรียน ก่อนจะถึงเวลาที่ครูจะประกาศจบการศึกษา ยังพอมีเวลาที่จะรอให้พอวามาถึงที่นี่

ซ่า ซ่า ซ่า

เสียงสายฝนตกกระทบลงพื้นดินอย่างรวดเร็ว ไม่น่าเชื่อว่าภายในพริบตาเดียวเหล่าห่าฝนจะตกลงมามากขนาดนี้ ฉันหวังว่าพอวาจะปั่นจักรยานมาด้วยความระมัดระวังนะ ในทุกเช้าพอวาจะออกไปเก็บของป่าช่วยพ่อหนานคำเอาไปขายให้กับคนในเมืองที่มารับซื้อต่อ วันนี้เองก็เช่นกัน

อีก 10 นาทีครูจะประกาศจบการศึกษาแล้วนะคะเด็กๆครูปิ่นแก้วเอ่ยขึ้น คุณรู้ไหมว่าในใจฉันตอนนี้ร้อนรนมากขนาดไหนใจหนึ่งฉันก็กลัวว่าพอวาจะปั่นจักรยานฝ่าฝนจนเกิดอุบัติเหตุขึ้น

อีก 5 นาที

แต่อีกใจนึงฉันก็กลัวว่าพอวาจะมาไม่ทันก่อนที่จะฉันจะต้องบอกอะไรกับเธอ

อีก 3 นาที

ว่าแม่ฉันกลับมาเยี่ยมฉันหลังจากลงไปทำงานในเมืองครั้งล่าสุดเมื่อหลายเดือนก่อน

อีก 1 นาที

และวันนี้หลังจากที่เราจบการศึกษาแล้ว

เอาล่ะครูจะเริ่มแล้วนะคะ คนแรกเด็กชายกษิดิ์เดช

แม่จะมารับฉันไปอยู่ด้วยกัน

.

.

.

สุดท้ายเธอก็ไม่มา เธอหายไปไหน...พอวา


ถึงพอวาเพื่อนรัก...

ฉันเขียนจดหมายส่งถึงเธอเป็นฉบับที่สิบเก้าแล้ว ฉันไม่รู้ว่าเธอจะได้อ่านจดหมายจากฉันบ้างหรือเปล่า เอาเถอะมาอ่านเรื่องของฉันดีกว่า... ตอนนี้ฉันขึ้นปีสองแล้ว การเรียนก็กำลังไปได้ด้วยดี แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ค่อนข้างกังวลเกี่ยวกับอนาคตอยู่ไม่น้อย ผู้คนที่นี่ต่างก็แข่งขันกันเพื่อให้ตัวเองได้อยู่ในจุดที่สูงสุด จนทำให้บางทีก็เสียมิตรภาพไปโดยไม่รู้ตัว ฉันเองไม่ค่อยมีปากเสียงกับใคร และนั่นเป็นจุดอ่อนจนทำให้เพื่อนหลายคนมอบหมายงานที่หนักหน่วงมาให้ แต่ถึงอย่างนั้นเองฉันก็ไม่ได้โกรธเคืองอะไรพวกเขาหรอกนะ เพราะฉันคิดว่านี่อาจเป็นหนทางที่ทำให้ฉันมีเพื่อนมากขึ้น แต่เปล่าเลยพอวาไม่เคยมีใครอยากสนิทกับฉันนอกจากธารเพื่อนสนิทของฉันที่มักจะเขียนเล่าอยู่บ่อยๆเธอคงทราบแล้ว หนึ่งในเหตุผลนั้นอาจจะเพราะฉันไม่มีเงินมากพอ และคงไร้ประโยชน์ถ้าจะคบเป็นเพื่อน จนถึงตอนนี้เธอเป็นอย่างไรบ้าง สบายดีไหม แล้วทำไมเธอถึงต้องย้ายออกไปจากหมู่บ้าน หวังว่าเธอจะเล่าเรื่องของเธอกลับมานะ

รักและคิดถึง

หอมจันทร์


          ฉันพับกระดาษเก็บใส่ซองจดหมายอย่างเก่า สายตาเสมองไปทางกล่องเหล็กใบเล็กๆที่บรรจุจดหมายมากมายหลายฉบับ
ก่อนที่จะลุกเดินไปเก็บจดหมายฉบับนี้รวมเข้ากับเพื่อนๆของมัน นานมากแล้วที่ฉันไม่ได้รับจดหมายจากเพื่อนรัก และก็นานมากแล้วที่เราไม่ได้เจอกัน... ปลายนิ้วข้างหนึ่งชักคันฟืมไปมาเพื่อให้ได้เส้นฝ้ายสอดแน่น มืออีกข้างหนึ่งก็จัดผ้าฝ้ายให้เป็นระเบียบ ชีวิตตอนนี้ไร้จุดหมายพอควร หลังจากที่พ่อเสียไปด้วยอุบัติเหตุ ฉันก็อยู่คนเดียวมาตลอด ฝีมือด้านการถักทอผ้าที่พอมีอยู่เล็กน้อยนี้เป็นสิ่งเดียวที่ฉันสามารถใช้ในการประกอบอาชีพเพื่อดำรงชีวิตต่อไปได้ คุณเองคงกำลังสงสัยว่าตอนนี้ฉันคือใคร...
พอวานั่นคือชื่อของฉัน คุณอาจจะมีคำถามมากมายที่อยากถามฉัน แต่ถึงอย่างนั้นก็อยากให้ทุกอย่างค่อยๆเป็นค่อยๆไปถึงแม้ว่าฉันจะมีเวลาไม่มากแล้วที่จะอยู่กับคุณ 

วันเวลามักผ่านไปไวเสมอจนตัวคุณเองไม่อาจรู้ได้เลยว่าวันไหนจะเป็นวันสุดท้ายที่คุณจะได้อยู่กับคนที่คุณรัก จะเป็นวันพรุ่งนี้ หรือวันมะรืนนี้... มีเพียงสิ่งเดียวที่คุณรู้นั่นคือตอนนี้คุณยังอยู่กับเขา กอดและบอกรักเขาให้มากในตอนที่มีโอกาสแบบนี้ ไม่อย่างนั้นคุณอาจจะต้องเสียใจแบบฉันก็ได้นะ

 

ซ่า ซ่า ซ่า

 

ฝนตก

 

ฝนตกอีกแล้ว ฉันไม่ชอบบรรยากาศตอนฝนตกเท่าไหร่นัก เพราะมันทั้งเงียบและเหงา ตอนฝนตกเป็นตอนที่คุณจะได้อยู่กับตัวเองนานที่สุด เพราะนอกจากเสียงฝนแล้วคุณแทบจะไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย อีกสาเหตุที่ทำให้ฉันไม่ชอบตอนฝนตกอาจจะเป็นเพราะมันทำให้ฉันเสียพ่อไป หลายครั้งมันเหมือนกับฝันร้าย แต่มันก็เป็นฝันร้ายที่ทำให้ฉันเห็นหน้าพ่ออีกครั้ง เพราะอย่างนั้นต่อจะให้ฝันร้ายซักกี่ครั้งฉันก็อยากจะฝันถึงมัน... ในวันจบการศึกษาของฉัน ฉันตื่นเช้ามากกว่าทุกวันเพื่อจะได้ช่วยพ่อเก็บของป่าไปขายให้ได้มากที่สุดก่อนจะเตรียมตัวไปโรงเรียนให้ทันเวลา แต่ทุกอย่างก็เหนือการควบคุมเสมอ อยู่ๆฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก ฉันกับพ่อพากันวิ่งอย่างเร่งรีบ โชคร้ายพื้นที่เป็นดินแดงลื่นมากในเวลานั้น พ่อหงายหน้าลงกับพื้น ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นอุบัติเหตุเล็กน้อยถ้าไม่ใช่เพราะมีดที่พ่อถือด้วยเสียบแทงทะลุหน้าท้องของพ่อ เลือดที่ไหลออกมาเป็นเหมือนเครื่องยืนยันว่าพ่อโดนมีดเล่มนั้นแทงเอา ตอนนั้นฉันได้แต่ร้องขอให้ใครซักคนมาช่วยร้องจนเสียงแหบแห้ง ใจแทบจะขาดตายลงตรงนั้นอยู่แล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครมา สิ่งที่ฉันพอทำได้ในตอนนั้นคือให้พ่อขี่หลังกลับบ้านของเรา พ่อยังคงหายใจถึงแม้จะรวยรินมากแล้วแต่นั่นก็ทำให้ฉันมีความหวังว่าพ่อจะรอด พ่อบอกว่าพ่อจะยังไม่ไปไหนแต่สุดท้ายก็ผิดคำพูด มือที่จับไหล่ฉันไว้ปล่อยลงข้างลำตัวอย่างหมดแรง ฉันรู้อยู่เต็มอกว่าพ่อไม่อยู่กับฉันแล้วแต่ฉันก็ยังพูดกับพ่อต่อไปเหมือนกับคนบ้า ฉันถามว่าพ่อเหนื่อยไหมที่ต้องดูแลฉันมาลำพังมาโดยตลอด พ่อมักจะตอบว่าพ่อรักฉันเพราะงั้นพ่อไม่เคยเหนื่อยเลยที่ดูและฉันมาแต่ครั้งนี้ไม่มีเสียงของพ่ออีกแล้ว...ฝนหยุดลงตอนที่ฉันมาถึงหน้าหมู่บ้านพอดี การประกาศจบการศึกษาจบไปแล้วไม่มีใครอยู่ที่โรงเรียนต่างคนต่างแยกย้าย แม้กระทั้งหอมจันทร์เองที่ฉันเพิ่งรู้ในตอนหลังว่าเธอไม่ได้อยู่ที่นี่อีกแล้ว... วันนั้นฉันตัดสินใจฝังร่างของพ่อไว้ใต้ต้นจามจุรีหลังหุบเขา และใช้ชีวิตด้วยตัวลำพังตั้งแต่นั้นมา มีเพียงครูปิ่นแก้ว ป้าพะขิ่นที่ยื่นมือมาช่วยฉันทั้งเรื่องการเย็บผ้าและนำผ้าไปขายให้ และเรื่องหน้าเศร้าอีกเรื่องคือคุณครูปิ่นแก้วเพิ่งเสียไปเมื่อปีที่แล้วนี้เองด้วยโรคไข้ป่า

               จดหมายแหมแล้ว... ป้าพะขิ่นเอ่ยขึ้น

               เปื้อนเก่าน่ะป้าเป็นเรื่องจริงดังคำกล่าวที่ว่า มีวันพบก็ต้องมีวันจากลา และนั่นเป็นสิ่งที่ฉันกลัวมากที่สุดหากจะต้องจากลาจากคนที่ฉันรักอีก นั่นทำให้ฉันสร้างกำแพงต่อหอมจันทร์ ฉันคิดว่าสู้เก็บความรู้สึกดีๆไว้ในใจดีกว่าต้องมารู้สึกเสียใจเพราะต้องจากกันในภายหลัง แคกๆ

               ตั๋วบ่ได้กิ๋นยาก๋าพอวา

               ช่วงนี้งานผ้าล้นมือจ๋นน้องลืมไปเลยว่าต้องกิ๋นยา

               พอวา ตั๋วบ่สบายต้องกิ๋นยาพักผ่อนนักๆหนา

               เจ้าป้าหลังจากที่ป้าพะขิ่นเดินจากไปมือที่อ่อนล้าเต็มทีก็คลายออกปรากฏหยาดน้ำสีแดงข้นทั่วฝ่ามือ 
เป็นดั่งนาฬิกาที่ค่อยเตือนว่าเวลาของฉันคงมีไม่มากแล้ว...

 

 

เหลือเวลาไม่มากแล้วสินะ...

 

 

 

ณ โรงอาหาร

เมษา! เธอกำลังทำให้ฉันโกรธ!” ไม่เคยคิดเลยว่าการรับงานเมษามาตลอดจะเป็นการสร้างปัญหาใหญ่มาทีหลังมากขนาดนี้

เธอโกรธฉันทำไม ฉันก็จ่ายเงินตามที่เราตกลงกันไว้แล้วไง

แต่เธอสลับงานของฉันกับของเธอ!”

แล้วมันต่างกันตรงไหน ไม่ว่าจะงานของเธอหรืองานของฉันเธอก็เป็นคนทำไม่ใช่หรอ?!”

ฉันจะไม่รู้สึกอะไรเลยถ้างานที่เธอเอาไปมันเป็นงานที่ฉันกับธารช่วยกันทำขึ้นมา ไม่ได้ใช้แค่เงินแก้ปัญหาแบบที่เธอกำลังทำอยู่! แค่งานตัวเองยังไม่สามารถรับผิดชอบได้เลย ถ้าเธอเป็นครูก็คงเป็นครูที่ไร้ความรับผิดชอบที่สุด!” ฉันสวนไปทันควันนั่นทำให้หน้าของเมษาเริ่มแดงก่ำด้วยบันดาลโทสะ

 

เคร้ง!

เห้ย! เธอทำอะไรของเธอน่ะเมษา!” ธารที่เพิ่งกลับมาจากการไปเอาเอกสารที่ต้องส่งอาจารย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงตกใจที่เห็นฉันโดนน้ำต้มยำราดไหลลงบนหัวเป็นสาย

ไม่มีอันจะกินขนาดนี้แล้ว ยังจะเรื่องมากอยู่อีกหรอหอมจันทร์!”

เหยียดหยาม...นี่มันชักจะเกินไปหน่อยซะแล้วมั้ง ฉันทำท่าจะเดินไปหาเมษาแต่ถูกธารห้ามไว้เสียก่อน

ใจเย็นจันทร์ธารปรามฉันไว้ นี่มันน้ำต้มยำนะ เธอเป็นบ้าไปแล้วหรอเมษา! จะแกล้งกันเกินไปหรือเปล่า

ถังขยะก็มีไว้สำหรับใส่ขยะไม่ใช่หรอธาร และยิ่งคนแบบเธอเนี่ย...ยิ่งเป็นขยะ

!!!

หลายคนอาจจะคิดว่าฉันเข้าไปทำร้ายเมษาแบบตัวร้ายในหนังเรื่องรุ้งเพชรที่สมบัติ เมทินี กับ รัตนาภรณ์
อินกำแหงแสดง แต่เปล่าเลยฉันได้แต่กำหมัดแน่นและสงบสติอยู่ภายในใจเพราะฉันไม่อยากให้เรื่องที่ทะเลาะกับเมษาในวันนี้เข้าถึงหูอาจารย์เดี๋ยวจะพากันซวยไปหมด

          ไปล้างตัวที่หอก่อนเถอะธารว่าก่อนจะพาฉันลุกออกจากโต๊ะ เมษา...

          จะว่าอะไรฉันอีกล่ะธาร เมษาแสดงสีหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

          เปล่าหรอก...แต่ถ้าจะเทเศษอาหารลงถังขยะ วันหลังก็เทใส่ตัวเองซะนะฉันว่าเธอน่าจะ...เหมาะกว่า

!!!

สะใจอีช้อยนัก!

 

ถึงพอวาเพื่อนรัก...

นี่เป็นจดหมายฉบับที่ยี่สิบพอดี...วันนี้ฉันเหนื่อย เหนื่อยมากๆ ตอนเด็กฉันคิดเพียงว่าการที่ได้ตื่นขึ้นมา แวะไปหาเธอและพ่อหนานคำที่กระต๊อบทุกเช้า กินผักกาดจออุ่นๆท่ามกลางความหนาวเย็น จากนั้นก็ไปเรียนด้วยกันนั้นเป็นความสุขที่สุด แต่เปล่าเลยฉันกลับพบคำตอบว่าความสุขของฉันคือการที่มีเธอเป็นเพื่อนอยู่ข้างๆกันต่างหาก ฉันพยายามอย่างหนักเพื่อวันข้างหน้าจะได้เป็นครู และสอนพวกเขาให้ศรัทธาในมิตรภาพ สอนให้เขารักและกอดเพื่อนเอาไว้แน่นๆ สอนให้พวกเขายืนเคียงข้างกันในวันที่อีกคนหนึ่งเจอเรื่องร้ายๆ 
อย่างน้อยพวกเขาจะได้ไม่เป็นเหมือนเราในตอนนี้ ทุกครั้งที่ฉันหลับตาลงฉันคิดถึงแต่บรรยากาศเก่าๆ ภาพวิ่งเล่นเด็ดดอกไม้ ภาพวิ่งไล่จับกันในป่าที่พอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นแต่ใบไม้สีเข้มสลับกับท้องฟ้าสีจาง ภาพเหล่าผีเสื้อสีขาวที่บินอยู่รอบๆตัว ฉันคิดถึงภาพเหล่านั้น สุดท้ายแล้วไม่ว่าอย่างไรก็ตามฉันหวังว่าซักวันเราจะได้พบกัน จนกว่าจะถึงตอนนั้นฉันจะเขียนจดหมายหาเธอเรื่อยๆ และหวังว่าเธอจะยังจำฉันได้นะพอวา...

รักและคิดถึง

หอมจันทร์


๔ ธันวาคม ๒๕๐๗

          ที่นี่ยังคงเหมือนเดิมทุกอย่างทั้งเสียงลม เสียงเด็กๆ และเสียงชาวบ้านคุยกันอย่างสนุกสนาน ฉันเงยหน้ามองขึ้นไป ท้องฟ้ายังคงปลอดโปร่งและสบายตาเหมือนวันวาน แต่ในขณะเดียวกันก็ดูเหมือนว่าแดดจะแรงกว่าเมื่อก่อนอยู่ซักหน่อย อากาศในช่วงเดือนธันวาคมค่อนข้างเย็นจัดมีหมอกหนาปกคลุมทั่วทุกพื้นที่ที่เหยียบย่าง แม่คะนิ้งเกาะตามใบหญ้าเล็กใหญ่ที่ขึ้นเป็นตอเล็กๆ และเต็มไปด้วยผักสวนครัวที่ตอนนี้แข็งตัวเพราะอากาศหนาวจัด... ตอนนี้ฉันเรียนจบแล้วนั่นคงเป็นคำตอบว่าทำไมฉันถึงอยู่ที่นี่ คุณคงอาจจะมองว่ามันจะบังเอิญเกินไปรึเปล่ากับการที่ฉันได้กลับมาที่นี่ในฐานะครูอาสาชนบท แต่ก็นั่นแหละไม่ว่าอะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

          “หนู...มาหาไผก๋า?เสียงอ่อนแรงของคุณป้าเอ่ยถามฉันด้วยความสงสัย

หนูจื้อหอมจั๋น...มาหาพอวา ป้าฮู้จักก่เจ้าฉันย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้คุยกับคุณป้าได้สะดวกขึ้น

พอวา... ป้าความจ๋ำบ่ค่อยดี หนูไปพักบ้านป้าก่อนบ๋อ ตรงนี้อากาศหนาวขนาด

เจ้าอากาศหนาวแบบนี้ทำให้ฉันตอบกลับคุณป้าอย่างไม่ลังเล หลังจากที่เดินเข้ามาหมู่บ้านได้ไม่นานฉันมองไปบรรยากาศรอบข้างอย่างเหม่อลอย แม้อากาศจะหนาวจนแทบไม่อยากจะทำอะไรนอกจากแอบงีบหลับเสียหน่อยแต่ชาวบ้านหลายคนกลับมาเก็บผักที่ปลูกไว้บ้างก็กำลังสานผ้าฝ้ายแสดงถึงความขยันขันแข็งของคนที่นี่ อีกมุมหนึ่งฉันกลับรู้สึกว่ามันเป็นความอบอุ่น ที่ได้ออกมาทำอะไรซักอย่าง และถามสาระทุกข์สุขดิบกันและกันในทุกๆวัน

พะขิ่น จะไปไหนก๋าคุณป้าเอ่ยถามป้าพะขิ่นที่กำลังถือผ้าฝ้ายเดินไปไหนซักแห่ง

จะเอาผ้าหื้ออ้ายซอเอาลงไปขายน่ะ คำแก้ว

เด็กคนนี้เปิ้นมาหาคนจื้อพอวา ตั๋วฮู้จักก่ฉันมองไปทางคุณป้าพะขิ่นด้วยความหวังว่าอย่างน้อยท่านจะพอรู้ว่าตอนนี้พอวาอยู่ที่ไหน

...พอวาหนูคือหอมจั๋นแม่นก่อป้าพะขิ่นยิ้มด้วยความดีใจหลังจากที่ฉันตอบกลับไป ฉันเองก็ดีใจไม่น้อยที่ป้าพะขิ่นจำฉันได้

แม่นละเจ้า! ป้าพอฮู้ก่อว่าพอวาอยู่ตี้ไหน รอยยิ้มของป้าพะขิ่นดูจางลงแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงเป็นใบหน้าที่เปื้อนยิ้มไปด้วยความสุขใจ

พอวาย้ายไปอยู่ตรงเชิงเขาท้ายป่าแล้ว...ป้าจะพาหนูไปหาพอวาเองฉันยิ้มด้วยความดีใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ฉันตัดสินใจเดินตามป้าพะขิ่นไป ระหว่างทางเต็มไปด้วยต้นสักสูงชะลูดเหล่าเสียงจิ้งหรีดร้องระงมทั่วป่า และเสียงกบบรรเลงจังหวะอยู่หลายตัว หากย้อนกลับไปในวันวานฉันกับพอวาเรามักจะเดินเล่นกันในป่าท้ายเขาในช่วงพลบค่ำสิ่งที่พวกเรามักจะทำกันตลอดคือการจับหิ่งห้อยที่มีแสงกระพริบน่ามองมาไว้ในมือ จับมาได้แล้วก็ปล่อยไปวนเวียนอยู่อย่างนั้น... พอวาเป็นคนชอบปลูกดอกไม้มากเธอมักจะนำต้นอ่อนมาปลูกอยู่เสมอ กลับกันฉันชอบมองดูพระจันทร์บนท้องฟ้าเสียมากกว่าเพราะฉันรู้สึกว่าพระจันทร์เป็นสิ่งที่นำแสงมาสู่โลกในตอนกลางคืน ดังนั้นฉันมักจะนั่งมองพระจันทร์อยู่ข้างพอวาจนกว่าเธอจะปลูกดอกไม้ที่เธอรักจนเสร็จอยู่เสมอ...

                                          หอมระเหยเชยชมดมบุปผา          พระพายพาบุหงันปลิวไสว

                                       แสงกระทบกายาจากแดนไกล          ขึ้นไศลสูงเสียดฟ้ามาเจอกัน

                                              คืนประดับดาราเมฆาแข          ส่องสว่างกระจ่างแท้แก่ตัวฉัน

                                     ชวนคิดถึงความรักความผูกพัน           มิเคยผันแปรเปลี่ยนเป็นอื่นเลย

พอวา...เปื้อนหนูมาหาแล้วลูกในตอนที่ป้าพะขิ่นเอ่ยขึ้นทำให้ฉันกลับมาสนใจในเรื่องตรงหน้าทันที

ภาพตรงหน้าปรากฏเหล่าก้อนหินหลายขนาดก่อทับกันเป็นยอดอยู่บนผืนดินที่นูนขึ้นเล็กน้อย... ไร้ซึ่งใบหน้าที่คุ้นเคย... ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ... เหลือเพียงแต่หลุมฝังศพเล็กๆปลายเขา หยดน้ำตาไหลอาบข้างแก้มอย่างไม่สามารถจะอดกลั้นความรู้สึกได้อีกต่อไป เสียงร้องไห้ดังลั่นเหมือนใจจะขาด การรอคอยที่แสนยาวนานหวังเพียงซักวันจะได้เจอเพื่อนรักแต่กลายเป็นว่าทุกอย่างกลับสูญเปล่า ใบหน้าหญิงสูงอายุเต็มไปด้วยคราบน้ำตาเช่นเดียวกันแต่เธอไม่สามารถจะร้องไห้เพื่อให้คนตรงหน้ารู้สึกอ่อนแอไปมากกว่านี้ได้ เธอดีใจที่สุดท้ายเพื่อนรักทั้งสองได้มาเจอกันถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาที่สายเกินไปแล้วก็ตาม...

จดหมายฉบับนี้เป๋นจดหมายฉบับแรก และฉบับสุดต้ายตี้พอวาเขียนก่อนจะสิ้นใจ๋ป้าพะขิ่นยื่นจดหมายที่พกติดตัวไว้ตลอดเพราะหวังว่าซักวันหอมจันทร์จะต้องมาหา และวันนั้นก็มาถึงจริงๆ


 

ถึงหอมจันทร์เพื่อนรัก...

          นานแค่ไหนแล้วที่เราไม่ได้เจอกันนะ?... เธอคงมีคำถามมากมายที่อยากถามฉัน ตัวฉันเองคงไม่มีอะไรจะเขียนไปนอกเสียจากจะบอกว่าความรู้สึกของคำว่าเพื่อนที่มีให้เธอสำหรับฉันมันไม่เคย
จางหายไปเลย ฉันยังคงคิดถึงเธอในทุกๆวันที่ตื่นขึ้นมา ฉันรู้ว่าเธอเองคงน้อยใจอยู่บ้างที่ฉันไม่ได้เขียนจดหมายตอบกลับไปหาเธอเลย แต่นั่นเป็นเพราะอะไรหลายๆอย่างที่ทำให้ฉันเลือกที่จะอยู่คนเดียวและไม่อยากให้เธอต้องลำบากในการติดต่อกับฉัน อย่างไรเสียฉันอยากจะบอกกับเธอว่ารักและคิดถึงอยู่เสมอ เธอจำได้ไหมตอนเด็กๆเรามักจะชอบเข้าไปเที่ยวเล่นในป่าเป็นประจำนั่นเพราะเธอรู้ว่าฉันชอบดอกไม้ ฉันเองก็รู้ดีว่าเธอชอบพระจันทร์เพราะงั้นทุกๆครั้งที่ฉันชวนเธอไปจับหิ่งห้อยในป่าจึงเป็นวันที่สามารถเห็นพระจันทร์ลอยอยู่บนท้องฟ้าให้เธอมองอยู่เสมอ... เธอชอบผักกาดจอมากฉันจึงบอกพ่ออยู่เสมอว่าช่วยทำผักกาดจอในทุกๆเช้าให้เธอกิน... เธอไม่ได้อยู่กับแม่เหมือนที่ฉันไม่มีแม่ฉันรู้ดีว่ามันรู้สึกยังไง ฉันไม่อยากให้เธอรู้สึกเหงาฉันจึงอยากเป็นที่พักพิงให้กับเธอยามที่เธอต้องการใครซักคน ทั้งหมดนี้เพราะเธอคือเพื่อนที่ดีสุดในชีวิตของฉัน ฉันอยากจะ
ขอโทษถ้าจะบอกว่าฉันคงมีลมหายใจรอเธอไม่ไหวเพราะอาการไข้ป่าที่รุมเร้าอยู่ตอนนี้เหมือนกำลังนับถอยหลังเวลาชีวิตของฉันลงทุกที ขอโทษที่สุดท้ายฉันทำให้เราไม่ได้เจอกัน นี่คงเป็นจดหมายฉบับแรกและจดหมายฉบับสุดท้ายถึงเพื่อนรัก ตอนแรกฉันเองคิดว่าจะเขียนไม่จบแต่สุดท้ายก็พยายามจน...

          ท้องฟ้าในยามราตรีช่างมืดมนมีเพียงแค่แสงจันทร์เท่านั้นที่สาดส่องลงมาให้ความสว่าง หลายคนไม่ชอบที่จะต้องอยู่คนเดียวในเวลาแบบนี้ แต่ฉันกลับชื่นชอบเวลานี้มากที่สุดเพราะทำให้ได้อยู่กับตัวเองโดยไม่ได้ยินเสียงอื่นใดนอกจากเสียงสายลมกระทบกับใบไม้ ยิ่งการได้มาอยู่บนภูเขาสูงมองทะเลหมอก และมองตรงไปข้างหน้าเห็นดอยพีระมิด และดอยสามพี่น้องนั้นยิ่งทำให้สุขใจ กลิ่นดินและดอกไม้ที่คุ้นเคยเป็นเหมือนเครื่องเตือนความจำที่ทำให้เรานึกถึงสถานที่ต่างๆที่เราไปเมื่อนานมาแล้ว...

เธอยังจำสัญญาที่เราเคยให้กันไว้ได้ไหม พอวา...

 

วันข้างหน้าเฮาต้องได้มาตวยกั๋นแหมเน้อหอมจั๋น

ต้องได้มาตวยกั๋นแหมแน่นอนเปื้อน

อู้ละเน้อบ่ดีคืนคำ

อื้อ! เฮาสัญญา

 

ฉันมองไปที่ดอกไม้สีขาวในมือ และจดหมายที่พกติดตัวอยู่เสมอ

.

.

.

ตอนนี้เราได้มาด้วยกันอีกครั้งแล้วนะ...เพื่อนรัก

 

 

 

 

จบบริบูรณ์



ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Peangdao จากทั้งหมด 1 บทความ

  • เรื่อง

    หมวด

    ตอน

    คนเข้าชม

    โพสท์

    คะแนน

    อัปเดต

  • ซึ้งกินใจ

    เรื่องสั้น

    0/23

    0

    0%

    12 มิ.ย. 61

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น