คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #13 : บทที่13 เพื่อผู้คน
ความเจ็บปวดยังคงตราตรึงให้มัวเรลล์รู้สึกทรมานจนไม่สามารถบรรยายออกมาได้...บางทีการตายไปก็คงเป็นสิ่งที่ดีสำหรับเธอในตอนนี้
ทุกอย่างจะกลายเป็นสีดำสนิทอีกครา ก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไรเลย...เธอนั้นสูญสิ้นความหวังและศรัทธาไปเสียแล้ว....มันหายไปกับความเป็นมนุษยธรรมที่เธอไม่ได้รับเลยแม้ตอนกองไฟจะท่วมร่างของเธอ...
เธอมีความรู้สึกมากมายที่ก่อเกิดขึ้นมาในใจในครานี้....มันมากมายมหาศาลเสียจนทำให้เธอสามารถฆ่าคนๆหนึ่งได้...ไม่สิ
มากกว่านั้นเสียอีก...แค่นึกถึงหน้าของเหล่าคนที่กระทำกับเธอ
ก็คล้ายเส้นเลือดในสมองของเธอจะตึงและพลุ่งพล่านขึ้น เธออยากฆ่าพวกมัน! จะฆ่าให้หมด! ทำให้พวกมันรู้สึกแบบเธอ...ว่ามันเจ็บมากแค่ไหน
“โชคดีจริงๆ
ที่นางยังมีลมหายใจอยู่! ถึงจะเบาบางมากก็เถอะ
นับว่านางใจแข็งมากๆเลยนะ ถ้าเป็นคนปกติล่ะก็โดนขนาดนี้สิ้นใจตายไปนานแล้ว”
เป็นเสียงของชายแก่คนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยความโล่งอกและประหลาดใจใกล้ๆเธอ...แสงสว่างและความอบอุ่นที่แปลกประหลาดครอบคลุมร่างกายร่างกายของเธอ...
สติอันน้อยนิดของเธอสัมผัสได้ว่ามันคือสิ่งเยื้อชีวิตของเธอ...ซึ่งหากมันเป็นตอนก่อนหน้านี้ล่ะก็...เธอคงยินดีกับมัน
แต่ไม่ใช่กับตอนนี้...
ร่างของเธอไหม้เกรียมเป็นสีดำและผอมแห้งราวกับร่างกายที่ขาดน้ำ....สภาพในตอนนี้ราวกับไม่ใช่คนที่ยังมีชีวิตอยู่
หากเรียกว่าเป็นศพจึงจะถูกเสียมากกว่าอีก...มันยับเยินเกินไป...
เธอยังคงเจ็บปวดจากบาดแผลที่เหลือล้นมากมายนี้....
เพราะฉะนั้นได้โปรดให้เธอตายๆไปเถอะ....เธอทนไม่ไหวแล้ว....
.
.
.
คล้ายคำขอนั้นจะไม่เป็นจริง....ร่างกายที่แสนน่าอดสูของมัวเรลล์ถูกใครสักคนเคลื่อนย้าย...ไม่สิ
เธอสัมผัสว่ามีมากกว่าหนึ่งคนอย่างแน่นอน...พวกเขาขนย้ายร่างกายของเธอไปที่ใดที่หนึ่งและนำร่างของเธอมาวางไว้ที่แท่นหินขนาดใหญ่...ซึ่งที่น่าแปลกคือโซ่ตรวนต่างๆที่ล่ามเธอเอาไว้นั้นก็ยังคงผูกติดมาด้วย...
และดูเหมือนพวกเขาจะพยายามเยื้อชีวิตเธอกันอย่างสุดความสามารถ....
เสียงของผู้คนมากมายที่กำลังเอ่ยร่ายเวทมนต์รักษาปนเปท่ามกลางอากาศ...ซึ่งมันสร้างความปวดหัวให้แก่มัวเรลล์เป็นอย่างมาก
เธอรู้สึกเจ็บเจียนตายยังไม่พอรึไง....อา หุบปากแล้วให้เธอตายอย่างสงบที...
หากร้องไห้ออกมาได้อีก
มัวเรลล์ก็คงกรีดร้องและร้องไห้ออกมาอย่างบ้าคลั่งอย่างแน่นอน...ทว่าหยาดน้ำตาของเธอได้แห้งหายลับตาไปกับกองเพลิงเสียแล้ว....มีเพียงเนื้อดำที่ไหม้เกรียมเท่านั้นที่แสดงให้ผู้คนเห็นได้
ซึ่งเพียงไม่นานนักเสียงฝีเท้าของคนหลายคนแต่ไม่มากนักก็ดังขึ้นเรื่อยๆบ่งบอกถึงการมาของผู้คนอีกจำนวนหนึ่ง...และคล้ายเธอได้ยินเสียงผู้คนที่นี้ต่างคุกเข่าลงกับพื้นอย่างพร้อมเพรียงจนเกิดเสียงกระทบที่ดังมากพอให้หูพังๆของเธอยังรู้สึกว่าเสียงดัง
“พวกเราทำได้แค่เยื้อเวลาที่นางจะมีชีวิตอยู่...ไม่สิ
มีลมหายใจไปเรื่อยๆ....แต่ว่าไม่อาจรักษานางได้ บาดแผลพวกนี้มันเกินกว่าที่เวทย์รักษาจะเยียวยาได้แล้วพะยะค่ะ...องค์กษัตริย์คาเทียส”
เป็นเสียงชายแก่คนเดิมเอ่ยขึ้นด้วยความนอบน้อมและขลาดกลัว
เมื่อรับรู้ว่าความสามารถของตนนั้นมิอาจทำตามประสงค์ของผู้เป็นนายได้
แม้เขาจะเป็นถึงหัวหน้าหมอหลวงประจำราชสำนักก็ตาม...แต่ถ้าให้รักษาคนที่ใกล้ตายปานนี้
ก็คงมีเพียงแค่ยาชุบชีวิตเท่านั้นที่ช่วยได้....
ทางด้านมัวเรลล์ที่ได้ยินบ้างไม่ได้ยินบ้าง....แถมยังจับใจความไม่ได้เพราะสมองที่ฟอกช้ำ
แต่เมื่อได้ยินคำว่ากล่าวถึงกษัตริย์คาเทียสผู้เป็นบิดาตามสายเลือด
ทำให้เธอพยายามเยื้อสติเอาไว้....
ดวงตาที่ขุ่นมัวในตอนนี้ไม่เห็นอะไรนักนอกจากภาพอันเบาบาง...มันเบลอเสียจนแทบไม่เห็นหน้าหรือเห็นอะไรเลย
มีเพียงสีเท่านั้นที่พอเห็นได้....
“ข้าเห็นความพยายามของเจ้านะ...แต่ว่าชีวิตของเด็กคนนี้สำคัญต่อมนุษย์มากมายนัก
ดังนั้นข้าอยากให้เจ้าพยายามอีกทุกวิธีทางเถิดที่จะเยื้อชีวิตนาง....”
เป็นกษัตริย์คาเทียสที่เอ่ยกับหมอแก่ที่แม้ผลลัพธ์ของเขาจะไม่ดีตามที่ต้องการ
แต่น้ำเสียงก็ไม่ได้แสดงความไม่พอใจแต่อย่างใด
จะมีเพียงประโยคคาดคั่นในช่วงท้ายเพราะชีวิตของเด็กผู้นี้มันคือเรื่องสำคัญ
ซึ่งกษัตริย์คาเทียสก่อนเดินทางมายังที่นี้
เขาซึ่งได้รับรายงานถึงการเห็นควันไหม้จากส่วนพื้นที่ต้องห้าม
จึงรีบส่งคนไปตรวจสอบและก็ต้องตกตะลึงเมื่อได้ยินว่าเป็นเด็กต้องสาปที่กำลังถูกเผาในกองเพลิง....จึงไม่รอช้ารีบส่งคนไปรักษาในทันที
พลางขบคิดอย่างไม่พอใจที่ใครกันที่กล้าล่วงล้ำเข้าไปทำเรื่องเกินเลยอย่างไม่น่าให้อภัยเช่นนี้...หากเด็กต้องสาปผู้นี้ตายลง
ผลกระทบมากมายจะตกลงมาที่อาณาจักรวาสติน ไม่สิ...มนุษยชาติ
เพียงแค่คาเทียสนึกถึงผู้กระทำผิดก็สร้างความเดือดดาลให้แก่กษัตริย์ผู้ได้ชื่อว่าเมตตาอย่างแท้จริง...เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆเลยแม้แต่น้อย
“แต่ที่ข้าทำได้อย่างเต็มที่คือการเยื้อเวลาของนางเท่านั้น...มิอาจสามาถทำให้ร่างกายของนางกลับมาเป็นสภาพดีได้พะยะค่ะ”
ชายแก่ผู้เป็นหัวหน้าหมอหลวงกล่าวความจริงที่ตนสามารถเท่านั้น
ร่างกายของเด็กต้องสาปผู้นี้นั้นสาหัสยิ่งเสียกว่าหญิงสาวที่โดนล่าแม่มดเสียอีก
จากที่ดูแล้วคงถูกทรมานก่อนเผาด้วย...เพียงคิดก็ขนลุกแล้วกับการที่เด็กอายุเพียงแค่นี้โดนกระทำขนาดนี้กลับยังใจแข็งมากมายเสียจนมาถึงตอนนี้
หากไม่นับว่าเป็นเด็กต้องสาป...เขาคงเชิดชูในความเข้มแข็งของใจนางที่แข็งแกร่งเสียยิ่งกว่าทหารในกองทัพ
ซึ่งความจริงแล้วมัวเรลล์ไม่ได้ต้องการความชื่นชมอะไรแบบนั้นเลยแม้แต่น้อยและเธอก็ไม่ต้องการให้พวกเขาเยื้อชีวิตเธอด้วย...เพราะสิ่งที่พวกเขาทำนั้นคือการเยื้อเวลาของเธอเท่านั้น...ซึ่งมันจะทำให้เธอต้องเจ็บปวดต่อไปเรื่อยๆไม่มีวันจบ...
ดังนั้นมัวเรลล์จึงใช้ความพยายามอีกครั้งหนึ่ง....ฝืนร่างกายที่น่าจะใกล้ไร้ชีวิตนี้เพื่อเอ่ยกับกษัตริย์ผู้อยู่เบื้องหน้า
เธอเพียงหวังความเมตตาจากเขา....
“อ....อยาก...ตาย...”
ร่างกายที่คล้ายศพที่ถูกไฟคลอกนั้นขยับปากของตนอีกครั้งโดยฝืนกลั้นต้านความเจ็บปวดเพื่อหวังร้องขอจุดจบของตน
ซึ่งแม้เพียงอ้าปากเล็กน้อยก็สร้างความเจ็บปวดให้กับมัวเรลล์แสนยิ่งยวด
จนเธอต้องหยุดชะงักลงในที่สุด...
และเสียงของเด็กหญิงผู้น่าสมเพชอย่างเธอที่ถูกวางลงบนแท่นนั้นก็สร้างความตกตะลึงให้แก่ทุกคนที่ได้ยินเป็นอย่างมาก
แม้มันจะเบาบางมากก็ตาม....ดวงตาของกษัตริย์ผู้ยึดมั่นในความเที่ยงธรรมหยุดสายตาของตนลงที่เด็กต้องสาปผู้น่าสงสาร
และสีที่มัวเรลล์เห็นในตอนนี้คือสีอรุณ....ใช่....สีดวงตาของกษัตริย์ศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้....ช่างคล้ายคลึงกับเธอ....
แววตาของกษัตริย์ผู้นั้นหยุดนิ่งและจ้องมองเธอ....มัวเรลล์ไม่อาจรับรู้ถึงอารมณ์ทางสายตาของเขาได้เนื่องจากดวงตาของเธอเองที่ขุ่นมัว
หากแต่เธอก็ยังคงรอคำตอบของเขา...
คาดหวังให้มันเป็นดั่งวันสิ้นโลกที่พิพากษาเธอในตอนสุดท้าย...
หากแต่คำตอบที่เธอได้รับกลับมานั้นช่างกรีดลึกและฝังลงใจของเธออย่างถึงที่สุด....หมดสิ้นแล้วถึงมรณา
“ขอโทษนะ
ข้ามิอาจให้เจ้าตายอย่างที่ปรารถนาได้...เพื่อเผ่าพันธุ์มนุษย์”
เป็นกษัตริย์หนุ่มผู้ทรงเกียร์ติที่ก้มหัวของตนลงเพื่อแสดงความขอโทษต่อเด็กสาวตัวเล็กๆอย่างซื่อตรง
ทำให้เหล่าข้ารับใช้ที่แม้จะรับรู้ดีว่านายของตนนั้นช่างมองทุกอย่างเท่าเทียมมากเพียงใดก็อดไม่ได้ที่จะไม่ชินกับมัน
ซึ่งทางฝั่งของคาเทียสก็รับรู้ดีว่ามันเป็นเรื่องโหดร้ายและไม่ยุติธรรมสำหรับเด็กต้องสาปคนนี้...นางจะต้องมาทรมานต่อไปเรื่อยๆเพื่อผู้คนที่นางไม่ได้เกี่ยวข้องเลยด้วยซ้ำ
เป็นดั่งแพะรับบาปที่ไร้มลทิน....หากแต่เพราะเขาเป็น’กษัตริย์’...จึงต้องเมินเฉยต่อความรู้สึกผิด ไม่สิ...ความไม่เที่ยงธรรมนี้ เพื่อ’ประชาชน’
“อำนาจที่ไร้อิสระน่ะ....สุดท้ายมันจะเฉาตายเอานะ
พระบิดา”
คล้ายคำกล่าวของบุตรชายผู้หนึ่งของตนลอยขึ้นมาในหัวของคาเทียส....บางทีที่เขาเกลียดบุตรชายผู้นั้นอาจไม่ใช่เพราะความเกเรหรือความแปลกแยกของบุตรชายผู้นั้นอย่างเดียวก็ได้...อาจเป็นเพราะเป็นบุตรชายผู้นั้นที่มีอิสระอย่างที่เขาไม่เคยเป็นและคำพูดทุกคำของบุตรชายผู้นั้นล้วนจี้จุดเขาเสมอ..
และทางด้านมัวเรลล์ที่ได้ยินเช่นนั้น...ก็คล้ายมีเรื่องน่าแปลกประหลาดเกิดขึ้น
ร่างที่แสนอดสูใกล้ตายนี้กำลังหลั่งน้ำตา....ดวงตาที่ปิดสนิทไปข้างหนึ่งและใกล้ปิดนั้นมีน้ำไปไหลออกมา
การก้มหัวของกษัตริย์เบื้องหน้าเธอไม่ได้ทำให้เด็กหญิงรู้สึกดีต่อเขาขึ้นเลย...มันไม่ได้ลดความโกรธของเธอ
มันไม่ได้บั่นทอนความเศร้าของเธอ และมันก็ไม่ได้ทำให้เธอหายจากความเจ็บปวดนี้...
เพื่อเผ่าพันธุ์มนุษย์อย่างนั้นเหรอ?...น่าขัน
แล้วเธอไม่ได้เป็นมนุษย์คนหนึ่งรึไง?
.
.
.
คอมเมนต์ด่าพี่จอมมารเต็มไปหมดเลย5555
ใจเย็นๆกันนะคะ----
อย่างที่บอกไปเรื่องนี้ตัวละครไม่ได้ขาวสะอาดอะไรเลยค่ะ
เป็นแค่คนหนึ่งๆเท่านั้นแหละค่ะ
ใครคาดหวังให้พี่จอมมารดีเลิศประเสริฐศรีเหมือนพระเอกเรื่องอื่น โดนพี่แกยำภาพฝันเละแน่ค่ะ555
ปล.ทุกตัวละครมีเหตุผลของตัวเองเสมอ
แต่แค่ไม่ได้อยู่ในหลักความถูกต้องเสมอเท่านั้นเองค่ะ(?)
ความคิดเห็น