CONDOTEL 'YAI'

ตอนที่ 13 : # ห อ ม ข อ ง ใ ห ญ่ • C h a p t e r 1 2 (120 PER.)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 55,375
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,029 ครั้ง
    7 มิ.ย. 63

Hashtag on tw #หอมของใหญ่

"This novel contains sexual content and harsh language. It is only appropriate for adult readers"
Credit picture ; search engine ; etc.
● ● ● ● ● ● ● ●
S w i n g  b l a c k    W r i t e r


• C h a p t e r . 1 2 




ถึงตอนนี้อากาศจะไม่อบอ้าวเพราะฝนตก ทว่าบางสิ่งบางอย่างในตัวพี่ใหญ่กลับทำให้ฉันต้องเบี่ยงสายตาไปทางอื่นพร้อมกลืนความร้อนผ่าวลงคอ

“อื้อ” ชั่งใจสักพักจึงรับคำพร้อมยื่นผ้าเช็ดตัวไปให้เขา “ใช้อันนี้คลุมไว้แทนนะ”

มือเรียวยาวยื่นมารับไป ฉันหันหลังให้พลางเดินไปยังหน้าโซฟา ก้มตัวลงไปสำรวจถุงบรรจุของกิน พบว่าของบางอย่างถูกอุ่นไว้แล้ว แต่ระยะเวลาที่ยาวนานเกินไปก็ทำให้มันเย็นชืดเช่นกัน

ในครัวน่าจะอุ่นได้...

คิดได้อย่างนั้นจึงหยิบกล่องข้าวมาไว้ในมือ ยืดตัวขึ้นเพื่อจะเดินไปยังห้องครัว เป็นจังหวะเดียวกับที่พี่ใหญ่ซึ่งเปลือยท่อนบนเป็นที่เรียบร้อยเดินมาทางนี้พอดี

นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นเขาถอดเสื้อ และไม่คิดว่าบนร่างกายของเขาจะมีรอยสักแปลก ๆ อยู่ด้วย

ฉันผ่อนลมหายใจ บอกตัวเองให้ใจเย็นกับสิ่งที่เลือกทำ

เราก็แค่ตอบแทนน้ำใจเขาเท่านั้นเอง เขาไม่ได้คิดร้ายกับเรา ผู้ชายไม่ได้แย่ทุกคน

“ตะ ตอนเย็นพี่ใหญ่บอกว่าหิวมาก ตอนนี้ก็น่าจะยังไม่ได้กินอะไรเลยเพราะหอม เดี๋ยวหอมจะเอาไปอุ่นก่อน แล้วเอาจานมาแบ่งกันนะคะ” พยายามพูดให้เป็นธรรมชาติโดยไม่ถามความเห็นแล้วเดินลิ่วเข้าไปในครัวซึ่งอยู่ถัดจากโถงไปไม่ไกล

จัดการอุ่นข้าวกล่องเสร็จก็เอาออกมาวางไว้บนโต๊ะหน้าโซฟา

ทั้งที่รู้ว่าพี่ใหญ่นั่งเล่นสมาร์ตโฟนอยู่บนโซฟา แต่ก็หลีกเลี่ยงที่จะเงยหน้ามอง ทำแค่เดินกลับไปหยิบจานกับช้อนที่ยังพอมีอยู่ในครัวอีกรอบ จากนั้นเลือกนั่งคุกเข่าอยู่ด้านล่างเพื่อจัดแบ่งอาหาร...

“ในจานของพี่ใหญ่นะ” พึมพำแล้วก็แบ่งให้เขาเยอะหน่อย จะได้ไม่รู้สึกผิดที่ทำให้เขาเสียเวลา ไม่ได้กินข้าว ไม่ได้นอน เพราะต้องมาช่วยเหลือผู้หญิงอย่างฉัน

ในจังหวะนั้นก็รับรู้ได้ว่าพี่ใหญ่หันมาสนใจ รู้สึกได้ว่าเขามองจนต้องชะงักมือ 

“หอม” จนกระทั่งเขาส่งเสียงทุ้มต่ำชวนใจหวิวมาให้ได้ยิน ถึงได้ยอมเงยขึ้นไปมองสบกับดวงตาสีดำสนิทคู่นั้น ใบหูสองข้างฟังเขาพูดต่อ “เธอทำแบบนี้กับทุกคนรึเปล่า ?”

แบบนี้ หมายถึงยังไงเหรอ” เหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจเลย

“ใจดี ให้เข้าห้อง และ...” เขาค้างคำพูดไว้อย่างอ้อยอิ่ง ถึงไม่ได้ใช้น้ำเสียงกะลิ้มกะเหลี่ยแต่ก็ชวนให้รู้สึกแปลกไม่น้อย “น่ารัก”

“หอมไม่น่ารักหรอก” รีบปฏิเสธทันควัน หักใจลดตาลงต่ำ “แล้วหอมก็...”

เรื่องความใจดีจนให้เข้าห้องอะไรนั่นน่ะ

แน่นอนฉันไม่ได้ทำกับทุกคน ไม่ว่าจะผู้ชายหรือผู้หญิงก็ไม่ค่อยมีให้ได้แสดงความห่วงใยสักเท่าไหร่ อยู่กันสองคนตอนกลางคืนยิ่งไม่ต้องพูดถึง ตอนนี้คนเดียวที่พอจะทำด้วยได้คือดรีม ส่วนนันท์ถึงจะขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทมาตั้งแต่เด็ก ทว่าไม่อาจกล้าอยู่ด้วยกันสองต่อสองเพราะฉันเกรงใจดรีมมาก

ดูเหมือนผู้ชายที่ดูเร่าร้อนไปทุกอณูคนนี้จะเป็นกรณีพิเศษที่ยากจะเลี่ยงไปแล้ว

แต่คำถามของเขานี่สื่อถึงอะไร มีผู้หญิงทำแบบนี้กับเขาบ่อยเพื่อหวังจะได้ใกล้ชิด แล้วคิดว่าฉันจะทำแบบนั้นเหมือนกันรึเปล่านะ

“เธอก็ ?” เขาทวนคำราวกับรอให้ฉันพูดต่อ

มือฉันยังจัดแบ่งอาหาร ใช้สมองอันน้อยนิดใคร่ครวญเพื่อเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุด

“หอมแค่คิดว่าพี่ใหญ่มีน้ำใจมาก ก็เลยอยากมีน้ำใจกลับไป” ตอนที่ตอบก็เลื่อนจานไปตรงหน้าเขา “ถ้าไม่ได้ทำอะไรเลยจะรู้สึกผิดค่ะ มันจะรู้สึกไม่ดีมาก ๆ ถ้ามีคนช่วยเราแล้วเขาลำบาก พี่ใหญ่ไม่ได้กินข้าวเพราะหอม เสียเวลาเพราะหอม ตากฝนเพราะหอม”

“...”

“ถ้าใครมีน้ำใจกับหอม รู้สึกว่าลึก ๆ แล้วเขาเป็นคนดีจริง ๆ หอมก็จะตอบแทนค่ะ มันเป็นมารยาท แล้วหอมก็บริสุทธิ์ใจนะ”

ถือว่าเป็นคำตอบที่ดี ไม่ได้ทำให้ตัวเองดูแย่ด้วย

การชวนผู้ชายเข้ามาในห้อง ไม่ว่าจะในสถานการณ์ไหนก็ไม่ควร ฉันท่องจำคำนี้ไว้ในใจ ต่อไปจะต้องใช้สมองคำนวณให้มากกว่านี้ซะแล้ว

สุดท้ายก็ได้ยินพี่ใหญ่พึมพำด้วยเสียงทุ้มต่ำแผ่วเบา

“ก็แค่ตามมารยาท...”

“...”

“เข้าใจแล้ว”

ฉันผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก เพราะคิดว่าเขาคงเข้าใจแล้วว่าฉันไม่ได้ชวนเขาเข้าห้องเพื่อหวังสิ่งอื่นใด

ระหว่างเราเงียบไปหนึ่งอึดใจ ฉันไม่รู้ว่าพี่ใหญ่กำลังคิดอะไรระหว่างมองจานข้าวที่ฉันแบ่งให้ ส่วนฉันน่ะมองไปโดยรอบอีกครั้ง ถึงห้องนี้จะกว้างมาก แต่ส่วนของโถงกลับมีโซฟาแบบนั่งได้สองคนแค่ตัวเดียว

ถึงพี่ใหญ่จะไม่ใช่ชายหนุ่มร่างกายถึกบึกบึน แต่เขาก็มีกล้ามเนื้อและสรีระที่แข็งแรง แล้วตอนนี้เขาก็นั่งเหลือบไปทางกึ่งกลางโซฟา ถ้านั่งด้วยกันจะอึดอัดเกินไปรึเปล่านะ

จำได้ว่าในครัวมีโต๊ะกับเก้าอี้อยู่อีกชุด ยังไงฉันไปนั่งตรงนั้นดีกว่า

ทว่ายังไม่ทันได้เอ่ยปาก ฝ่ามือเรียวยาวก็เคลื่อนมาดันจานข้าวในส่วนของตนเองมาทางฉัน

“เธอเอาจานนี้ไป” เขาบอกออกมาด้วยเสียงสงบนิ่ง คล้ายจะมึนตึงก็ไม่ใช่ คับข้องใจก็ไม่เชิง

มันบอกไม่ถูกน่ะ

“แต่ว่า...” ปากฉันตั้งท่าจะแย้ง

“ตัวเล็กเกิน” เขาเปรยมาอีก “กินให้เยอะหน่อย”

ฉันเหลือบตาขึ้นมองเขา ด้วยดวงตาคู่นั้นดูมีอิทธิพลในตัวเองแปลก ๆ จึงทำได้แค่พยักหน้า เอื้อมไปคว้าจานข้าวที่เขาดันมาให้ด้วยสองมือ ก่อนจะลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูง ตัดสินใจพูดออกไป

“งั้นหอมไปนั่งกินในครัวนะ”

“...?” คราวนี้เขาเงยหน้ามองเป็นเชิงตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมา

“ก็โซฟามันเล็กค่ะ” ตอบไปแบบนี้ไม่รู้เรียกว่าขายผ้าเอาหน้ารอดได้มั้ย “มันอาจจะอึดอัด”

“อึดอัดตอนอยู่ใกล้ฉัน ?” เขาถาม

อะไรทำให้เขากล้าถามอย่างตรงไปตรงมาขนาดนี้กัน

“ไม่ใช่นะ” ฉันส่ายหน้าโดยพลัน มือที่ถือจานเกร็งแข็งขึ้นเล็กน้อย นี่ฉันสื่อสารกับเขาไม่ค่อยเข้าใจสินะ การมีเพื่อนน้อยนี่ทำให้ความสามารถในการสื่อสารลดลงจริง ๆ “หอมแค่คิดว่าโซฟามันน่าจะแคบไป แล้วพี่ใหญ่ก็ตัวใหญ่ ถ้านั่งด้วยกันอาจจะเบียดจนอึดอัดค่ะ”

ซึ่งที่บอกออกไปมันอาจไม่ใช่ทั้งหมดหรอก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องโกหกนะ

ราวกับในช่วงเวลานี้ฉันได้เผลอสบตากับพี่ใหญ่นานผิดปกติ เราต่างคนต่างปล่อยให้อีกฝ่ายเสาะหาความรู้สึกและความจริงที่ซ่อนเร้นอยู่ในสายตา

และใช่ เขาพูดออกมา

“ฉันยังไม่เคยกินข้าวในห้องกับผู้หญิง” พร้อมกันนั้นก็เบนสายตาออกจากใบหน้าฉันก่อนเป็นครั้งแรก ถือเป็นปฏิกิริยาที่แปลกใหม่ไม่น้อย โดยปกติจะต้องมีแค่ฉันที่เสสายตาไปทางอื่นเวลาประหม่าหรือทำอะไรไม่ถูกไม่ใช่เหรอ “แบบสองต่อสอง”

“...”

“นี่ครั้งแรก”

น่าแปลกที่คำพูดนี้มันตรงกับสิ่งที่อยู่ในใจฉันพอดี

“อื้อ” และมันทำให้ฉันยอมที่จะพูดออกไป “หอมก็เหมือนกัน”

เพราะไม่เคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในชีวิต ฉันจึงไม่รู้ว่ามันจะเกร็งเกินไปมั้ยสำหรับคนสองคนที่ไม่ได้สนิทกัน มันจะเป็นยังไงถ้าต้องนั่งกินข้าวกับเพศที่ฉันไม่คิดสะสุงสิงด้วย

“คงไม่อึดอัดหรอก”

“...”

“จะได้ไม่เหมือนอยู่คนเดียว” ในตอนที่พูดประโยคนี้ ร่างกำยำขยับไปทางด้านขวา เพื่อเว้นให้โซฟาฝั่งซ้ายว่าง เป็นการส่งสัญญาณให้ฉันไปนั่งด้วยกันโดยไม่บังคับ

ฉันลอบถามความเห็นตัวเองในใจอยู่หลายวินาที ในที่สุดความสมเหตุสมผลบางอย่างที่ผุดขึ้นมาในใจก็สั่งให้เดินไปนั่งเคียงข้างเขา สัมผัสได้ว่าอาการ 'บอกไม่ถูก' ที่พี่ใหญ่แสดงออกมาเริ่มเลือนหายไป

เราสองคนมีขนาดร่างกายแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด เป็นคนละเพศกัน ไม่ได้รู้จักกันดีอย่างลึกซึ้ง

ดังนั้นเราจึงทำแค่นั่งกินข้าวด้วยกันเงียบ ๆ โดยไม่ได้พูดคุย ไม่ได้หันไปมองหน้ากัน อาศัยใช้ใบหูฟังเสียงช้อนกระทบจานและการเคลื่อนไหวแผ่วเบาเพื่อยืนยันว่า เราไม่ได้อยู่คนเดียวเท่านั้น

จนกระทั่งข้าวหมดลง พี่ใหญ่ก็เปิดขวดน้ำเปล่าแล้วเอาหลอดใส่ ก่อนจะส่งมาให้

ฉันบอกขอบคุณพร้อมรับมาดื่ม โดยระหว่างนั้นพี่ใหญ่ก็ดื่มน้ำจากขวดใหม่ไปพร้อมกัน

“ก็ไม่ได้แย่...” ช่วงเว้นว่างจากการดื่มน้ำก็ได้ยินเสียงทุ้มต่ำอันแสนจะแผ่วเบา

“อื้อ” ทว่าเสียงฉันเบายิ่งกว่า แม้จะไม่รู้ว่าพี่ใหญ่หมายถึงรสชาติอาหารหรือการที่เรานั่งด้วยกันก็ตาม “ไม่ได้แย่จริง ๆ ค่ะ”

ไม่ได้รู้สึกอึดอัดแม้แต่นิดเดียว แล้วข้าวกล่องธรรมดาก็ดูจะอร่อยขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อย

คงเพราะฉันเริ่มรู้สึกว่าพี่ใหญ่ไม่เลวร้าย หรือไม่ก็... หิวมากจนมองข้ามความรู้สึกดังกล่าวไปล่ะมั้ง

ถัดจากนั้นฉันเป็นฝ่ายเอาจานไปเก็บในครัว ถือโอกาสล้างให้เรียบร้อยในคราวเดียว พอออกมาอีกทีพี่ใหญ่ก็กลับไปสวมเสื้อที่ยังเปียกชื้นตัวนั้นแล้ว

นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าเขาเตรียมตัวจะกลับ อืม... ดูเหมือนว่าเสียงฝนจากภายนอกจะเบาลงมาก คงไม่เป็นอุปสรรคอีกแล้ว

เรามองหน้ากัน คล้ายหยั่งเชิงว่าใครจะเป็นฝ่ายส่งเสียงก่อน

โดยปกติมันอาจเป็นพี่ใหญ่ที่พูดก่อนเสมอ แต่รอบนี้เขากลับลุกขึ้นยืนอย่างเงียบเชียบ จนฉันคิดว่าถ้ายังบื้อไม่ยอมพูดอะไรเลยคงน่าละอายใจมาก

“เสื้อเปียกน้อยลงมั้ยคะ” คำถามอะไรของเราเนี่ย มันจะดูเป็นห่วงเกินเหตุรึเปล่า ของแบบนี้ใช้ตาดูโดยไม่ต้องถามก็ได้ไม่ใช่เหรอ

“นิดหน่อย” เสี้ยววินาทีหนึ่งเหมือนเขาจะพอใจกับอะไรบางอย่าง ร่างกำยำเบนทิศไปยังประตูหน้าห้อง ระหว่างสวมรองเท้าก็ส่งเสียงพูดไปด้วย “ดึกแล้ว เธอรีบนอน”

“พี่ใหญ่จะไปแล้วใช่มั้ย” ฉันเดินตามเขาไปในระยะที่ไม่ห่างหรือชิดใกล้มากเกินจำเป็น

“อืม” เขาหันมาตอบ

“งั้นก็ขับรถระวัง ๆ นะคะ” ฝนตกอาจทำให้ถนนลื่นนี่นา แล้วอีกอย่าง... “ขอบคุณอีกครั้งนะ วันนี้พี่ช่วยหอมไว้เยอะมาก”

“...”

“หอมบอกจะเลี้ยงข้าวก็ไม่ได้เลี้ยง ต้องมาให้พี่ใหญ่เลี้ยงแทนอีก” นึกถึงความผิดพลาดทั้งหมดแล้วก็น่าตีแขนตัวเองจริง ๆ จะต้องขอบคุณเขาอีกกี่ครั้งกันเนี่ย

“ไม่ใช่เรื่องซีเรียส” ชายร่างกำยำกล่าวอย่างไม่ติดขัด ไม่มีทีท่าของการทวงบุญคุณแต่อย่างใด เขากวาดตามองฉันอย่างไม่ละลาบละล้วงอีกครั้ง ก่อนจะเป็นฝ่ายเปิดประตูเพื่อออกไปนอกห้องด้วยตัวเอง “ล็อกให้ดี”

“ค่ะ” ฉันพยักหน้า

“พรุ่งนี้จะมารับ”

“อื้อ ค่ะ” ฉันก็ยังพยักหน้ารับ

กว่าจะรู้ตัวว่าเผลอตอบตกลงนัดหมายกับผู้ชายข้างห้องก็เป็นตอนที่เขาเดินหายไปซะแล้ว

 

อาจเพราะเมื่อคืนนอนดึกมาก วันถัดมาจึงตื่นสาย ปกติฉันน่ะตื่นแปดโมง แต่วันนี้ปาไปสิบโมงถึงจะได้ลืมตา

ครั้นตื่นเต็มตาก็เลิกลั่กไปหมด เพราะมานึกได้ว่าช่างไฟฟ้านัดไว้ตอนช่วงเช้าเหมือนกัน แต่ดูสิ ตอนนี้สิบโมงแล้วฉันยังไม่ได้อาบน้ำแต่งตัวเลย

ปกติฉันจะตั้งนาฬิกาปลุกโดยใช้เสียงที่ดังมากตลอดถ้ามีธุระ แต่เมื่อคืนนี้เพลียมากไปเลยลืมซะสนิท แถมยังหลับยาวเพราะเหนื่อยอีกด้วย

ฉันรีบคว้าสมาร์ตโฟนขึ้นมาปลดล็อก เตรียมจะต่อสายหานิติคอนโดเพื่อถามไถ่ถึงเรื่องช่างไฟฟ้า ทว่าสายตามันสะดุดเข้ากับแชตของดรีมที่อยู่ในแท็บโนติฯ เข้าซะก่อน

I’m in Dream >> เรียบร้อยละ ปลอดภัยหายห่วง

I’m in Dream >> ถามจีงนะเพื่อนจ๋า น้องหอมของพี่ดรีมกับไอ้ใหญ่ใจห้าวนี่กับแอบจีบกันลับ ๆ อยู่ใช่ป้ะ

เดี๋ยวนะ

เรียบร้อยอะไร

แล้วฉันกับพี่ใหญ่ไปแอบจีบกันลับ ๆ ตอนไหนล่ะ ทำไมดรีมถึงถามแบบนี้ !

ตอนแรกฉันคิดว่าจะละทิ้งข้อความของดรีมแล้วจัดการเรื่องคอนโดให้เรียบร้อยก่อน แต่นิ้วดันลั่นกดเข้าไปในแชตซะอย่างนั้น ส่งผลให้ได้เห็นข้อความทั้งหมดไปโดยปริยาย

I’m in Dream >> สรุปทำให้แล้วนะ

I’m in Dream >> ใหญ่นางไปเอาคีย์การ์ดสำรองให้แล้ว

I’m in Dream >> บอกจะเฝ้าให้ตอนที่ช่างทำ

I’m in Dream >> หอมตื่นแล้วก็ลองคอลกลับไปหาใหญ่ดูนะ มีเบอร์กันแล้วนี่

ข้อความข้างต้นถูกส่งมาให้ตอนช่วงแปดโมง ถัดขึ้นไปด้านบนยังมีสายโทรเข้าทางไลน์ของดรีมที่ฉันรับสาย (?) อยู่ด้วย

แปลว่าดรีมโทรไลน์มาหาฉันตอนเช้า แล้วฉันก็รับสายด้วยงั้นเหรอ อืม... อาจจะเป็นไปได้นะ เพราะตอนที่ยังหลับอยู่ฉันเหมือนจะได้ยินเสียงเรียกเข้าอะไรสักอย่าง แต่มันคลุมเครือมากจนคิดว่าละเมอน่ะ

ส่วนสองข้อความสุดท้ายที่มีใจความว่าเรียบร้อยแล้ว และมีการตั้งคำถามว่าฉันกับพี่ใหญ่จีบกันรึเปล่านั้นเพิ่งส่งมาได้แค่ไม่ถึงยี่สิบนาทีด้วยซ้ำ

ฉันรีบโทรไลน์กลับไปหาดรีมในทันที ซึ่งไม่นานเธอก็รับสาย

<ว่าไงจ๊ะเธอ ตื่นแล้วเหรอ ไฟในห้องเดินสายเสร็จแล้วนะ กลับไปอยู่ได้แล้วจ้า>

“อื้อ” ฉันครางรับอ้อมแอ้ม ก่อนจะตัดสินใจถาม “เรื่องที่ดรีมพิมพ์มา อธิบายให้เราฟังหน่อยได้มั้ย เรื่องที่ซ่อมไฟในห้องน่ะ”

<อ้าว ทำไมถามเหมือนจำไรไม่ได้เลย>

“ก็แบบ แหะ ๆ” ได้แต่หัวเราะด้วยเสียงฝืด ๆ

<แป๊บนะ หลบนันท์ก่อน> ดรีมเงียบหายไปพักใหญ่แล้วเริ่มกลับมาส่งเสียงอธิบายอีกครั้ง <ก็ดรีมคอลหาหอมตอนเช้า แล้วหอมรับแบบงัวเงียไง คือตอนแรกจะถามว่าที่ใหญ่บอกดรีมว่า จะเอาคีย์การ์ดไปเปิดห้องให้ช่างแทนหอม เขาบอกว่าคอลหาหอมแล้ว ตกลงกันแล้วนี่มันจริงมั้ย แล้วพอดรีมคอลไปถามหอมก็ตอบว่าอื้อ ๆ ๆ นั่นแหละที่มา>

“เดี๋ยวนะ” ฉันกะพริบตาปริบ ๆ อย่างสับสนงุนงง “พี่ใหญ่บอกแบบนั้นเหรอ แต่เรา...”

จะพูดต่อว่า จำไม่เห็นได้เลยว่าพี่ใหญ่โทรมาก็ไม่กล้า รู้สึกไม่ไว้ใจตัวเองยังไงไม่รู้

<ใช่ดิ ไม่งั้นจะคิดเหรอว่าหอมกับใหญ่แอบจีบกันอะ> ดรีมแสร้งทำเสียงสูง นึกภาพออกเลยว่าเธอต้องจีบปากจีบคอหัวเราะคิกคักอยู่แน่ <ดู ดู๊ ดู ดูเธอทำ ถึงขั้นมีเบอร์กันแล้วนะเนี่ย ปกติคนอย่างไอ้ใหญ่มันเคยทำแบบนี้กับใครที่ไหน มีแต่คิดจะจีบเท่านั้นแหละถึงได้ทั้งแจกเบอร์ทั้งเทคแคร์>

“ดรีมอ่า ไม่ใช่แบบนั้นนะ เราก็แค่...” ฉันคิดจะแก้ตัวว่าไม่ได้ให้เบอร์กัน พี่ใหญ่ไม่มีเบอร์ฉัน เป็นฉันต่างหากที่มีเบอร์เขาฝ่ายเดียว ทว่า...

<เวรละ นันท์เดินมา นันท์อะคิดว่าใหญ่เจ้าชู้รอบจัด ถ้ารู้เรื่องนี้ต้องแง่ง ๆ แน่ นี่ก็บ่นอยู่ว่าถ้าหอมอยากมีแฟนจะติดต่อพี่โดมให้ เมาท์ต่อไม่ได้แล้ว บายนะ>

สายถูกวางไปอย่างรวดเร็วอีกครั้ง ฉันนั่งรวบรวมสติอยู่ชั่วครู่ ตัดสินในกดออกห้องแชตดรีม และมาที่หน้าแชตรวม ถึงได้เห็นว่าในหน้านั้นมีห้องแชตที่ชื่อว่า พี่ใหญ่ตามการเมมเบอร์โผล่ขึ้นมา

กดเข้าไปดูด้วยปลายนิ้วที่ร้อนผ่าว ก็เห็นว่ามีสายโทรเข้าจากแอพพลิเคชันเช่นกัน แถมฉันยังรับสายตั้งเกือบห้านาทีด้วย

ดรีมพูดเรื่องจริงสินะ พี่ใหญ่โทรไลน์หาฉันจริง และฉันคงเผลอครางอืออาจนทำให้คนที่โทรมาเข้าใจว่าคือการตกลงจริง ๆ

ฉันกลั้นใจส่งแชตไปหาเขา อย่างน้อยควรโต้ตอบอะไรสักอย่าง

HomS >> พี่ใหญ่คะ

HomS >> หอมเพิ่งตื่น เหมือนจะจำไม่ค่อยได้เลยว่าคุยอะไรกับพี่ใหญ่ไปบ้าง

HomS >> ก็คือทำให้พี่ใหญ่ลำบากอีกแล้ว

HomS >> // สติกเกอร์ขอโทษ

เพราะอีกฝ่ายไม่ได้ตอบกลับมาในทันที ฉันจึงแชตไปแก้ตัวเรื่องจีบกับอธิบายเรื่องมีเบอร์พี่ใหญ่ให้ดรีมเข้าใจ ก่อนจะไปอาบน้ำแต่งตัว หนึ่งชั่วโมงผ่านไปก็ไม่มีการตอบกลับ ฉันจึงไม่ได้คิดอะไรมาก นอกจากตัดสินใจเรียกแกร็บมารับกลับคอนโดด้วยตัวเอง

ห้องที่เดินสายไฟใหม่แล้วไม่มีอะไรติดขัด ไม่มีข้าวของสูญหาย ทุกอย่างเรียบร้อยดีมาก ดีซะจนฉันต้องกดส่งแชตหาพี่ใหญ่อีกครั้ง

HomS >> พี่ใหญ่อยากให้หอมเลี้ยงข้าววันไหนบอกได้เลยนะคะ

เพียงแต่แค่... พี่ใหญ่ไม่ได้อ่านข้อความฉันเลย

สองสามวันผ่านไปก็ไร้วี่แววตอบกลับ แม้แต่การบังเอิญเจอกันหน้าห้องก็ไม่มีให้เห็น









120 P E R. )



 ●    ● ● ● ● ● ● ●
● T a l k 

30/5/2563 พี่ใหญ่หายไปไหน เกิดอะไรตอนน้องงึมงัมหรือเปล่าน๊าาา 
ดำมีการแก้ไขการเรียกใหญ่ของหอมแล้วนะ มีอะไรที่เอ๊ะ ๆ อื่น ๆ ก็แนะนำได้นะคะ ขอบคุณมากค่าาา
#2 อัพให้อีกรอบบบบบ ไถ่โทษที่หายไปหลายวัน 
ใครอยากอ่านต่อ ถล่มเม้นเป็นกำจัยหน่อยน๋ะะะะะ
29/5/2563 : #1ไม่เคยกินข้าวสองต่อสองกับผู้หญิงในห้อง เคยแต่...อิอิ 
ช่วงนี้ดำงานยุ่งมากๆ เลย ขอโทษทุกคนด้วยน้าาาา
26/5/2563 : อ้าวววว หงอยแน่เลยพี่ใหญ่เรา




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.029K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,319 ความคิดเห็น

  1. #10041 TEAR (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 กันยายน 2563 / 14:10
    ไม่สบายแล้วป่าวว
    #10,041
    0
  2. #8254 Jakkaran55 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2563 / 01:42
    ป่วยแน่ๆ
    #8,254
    0
  3. #6733 Airzaa1810 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 19:42
    พี่ใหญ่หายไปไหนนะ
    #6,733
    0
  4. #4812 แพมพิ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 00:33

    พี่ใหญ่~~~

    #4,812
    0
  5. #4762 paryploy32 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 20:40
    อ่าว พี่ใหญ่หายไปไหนแล้ว
    #4,762
    0
  6. #4727 Cream_2546 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 10:53
    พี่ใหญ่หาย??
    #4,727
    0
  7. #4720 P-PinDenluck (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 00:54
    พี่ใหญ่...หายไปไหน แงT T
    #4,720
    0
  8. #4718 SuANINga_ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 00:37
    พี่ใหญ่ไปเจอไรมานะ?
    #4,718
    0
  9. #4707 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 21:26
    แจ้งความคนหายคร้าคุณตำหนวดดดดดด
    #4,707
    0
  10. #4691 อารี (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 17:41

    พี่ใหญ่งอนค่ะ

    #4,691
    0
  11. #4667 kaykai2005 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 13:37
    เเอดมาอัพเร็วน้าา อารมณ์มันค้างงง
    #4,667
    0
  12. #4666 kaykai2005 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 13:36
    พี่ใหญ่หายไปไหน??
    #4,666
    0
  13. #4664 ::ANNABELL:: (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 13:21
    พี่ใหญ่เปียกฝนเลยไม่สบายป่าว
    #4,664
    0
  14. วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 11:36
    สงสัยเลยนะเนี่ย ตอนคอลกันน้องงัวเงียคุยอะไรไป
    #4,628
    0
  15. #4619 CcOnesie (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 11:24
    พี่นันท์สั่งเก็บใหญ่แน่เยยยย 55555
    #4,619
    0
  16. #4570 Aof12132716ward (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 07:53

    เคาะประตูห้องเรียกพี่ใหญ่เลยหอมเอ้ย

    #4,570
    0
  17. #4569 byuntp (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 07:26
    พี่ตากฝนไม่สบายหรือเปล่า
    #4,569
    0
  18. #4568 ParamiWashi32 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 07:11
    เป็นไง รอสาวมาเยี่ยมไข้หรือป่าวอะ
    #4,568
    0
  19. #4567 Unknown_Love (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 05:10
    พี่ใหญ่ไม่สบายหรือเปล่าคะ
    #4,567
    0
  20. #4566 eeaxroni (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 02:00
    หอมต้องโทรตามแล้วไหม
    #4,566
    0
  21. #4565 LILI_S (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 01:41
    เกิดอะไรขึ้นกับพี่ใหญ่
    #4,565
    0
  22. #4564 msasivimon11 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 00:47
    งุ้ยยยย น้องคิดถึงพี่ใหญ่ป่าวน้าาา
    #4,564
    0
  23. #4563 Asterisaom (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 00:44
    อุแงงงงงอดใจไม่ไหวแล้ววว อยากรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นน
    #4,563
    0
  24. #4562 Ppppppppp1 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 00:37
    พี่ใหญ่หายไปไหน ><
    #4,562
    0
  25. #4561 สมีนเอง (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 00:32
    ในความคิดหอมถ้าเปลี่ยนเป็นเรียกพี่ใหญ่ด้วยก็จะดีมากเลยค่ะ จะอ่านลื่นขึ้นด้วย ไม่รู้สึกขัด ๆ หมือนหอมรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ ทั้งแสดงออกและในความคิดค่ะ ^^
    #4,561
    3
    • #4561-2 Hope___(จากตอนที่ 13)
      31 พฤษภาคม 2563 / 00:57
      ++ค่าาา
      #4561-2
    • #4561-3 Unknowww (จากตอนที่ 13)
      31 พฤษภาคม 2563 / 01:02
      เห็นด้วยค่าา
      #4561-3