เล่ห์รัก เจ้าชายอสูร (ตีพิมพ์แล้ว กับสำนักพิมพ์ชูการ์บีท ในเครือสถาพรบุ๊คส์)

ตอนที่ 7 : บทที่ ๕ ความร้อน กับความหนาวเหน็บ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4925
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    4 ม.ค. 58

 

บทที่ห้าจานร้อน มาเสริฟ์แล้วนะก๊ะ 
เมื่อคืนตื่นมาเข้าห้องน้ำกลางดึกแล้วนอนต่อไม่หลับ คิดถึงไซรัสจัดค่ะ เลยลุกมานั่งรีไรท์ต่อจนจบบท 555+
ไม่รู้ยังมีอะไรแปลกๆ หลงหูหลงตาไหม แอบตาลายเบาๆ



 
 

อัยน์นาไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน รู้เพียงว่าตอนนี้ร่างกายเธอร้อนวูบไปทั่วจนครั่นเนื้อครั่นตัว แถมยังรู้สึกอึดอัดปนวาบหวามจนแทบทนไม่ไหว

ตอนนี้นัยน์ตาเธอพร่ามัว ร่างกายไม่ถึงกับไร้เรี่ยวแรง แต่ดูคล้ายมันจะตอบสนองต่อกล้ามเนื้อแข็งแกร่งกับกลิ่นอายราตรีดิบเถื่อนและโซ่ตรวนแสนอันตรายจากร่างกายคนตรงหน้าจนไม่อาจควบคุม ทั้งๆ ที่ที่ผ่านมา เรื่องการควบคุมตัวเอง เป็นเรื่องที่เธอแน่ใจว่าทำได้ดีที่สุด

เธอไม่โทษยานั่น ความจริงเธอเกือบจะลืมมันไปแล้วด้วยซ้ำ สิ่งที่เธอขัดใจคือแรงดึงดูดจากชายตรงหน้า ขัดใจจนอยากจิกเล็บให้เขาเจ็บกว่านี้ แต่ตอนนี้ส่วนลึกในใจเธอกลับอยากหยุดคิดทุกเรื่องแล้วสูดซับกลิ่นอายแปลกประหลาดชวนหลงใหลให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

“คุณหนู” เจ้าของกลิ่นอายแสนยวนเย้าเรียกด้วยน้ำเสียงดุเข้ม

อัยน์นารำคาญเสียงห้ามปรามนั้นนัก จึงเลื่อนส่วนเดียวที่ว่างอยู่ขึ้นปิดริมฝีปากหยักสวยทรงเสน่ห์นั่น แล้วทำตามเสียงสั่งลึกลับที่คอยกระซิบกระซาบอยู่ในใจ

เธอได้ยินเขาสบถบ่นไม่เป็นภาษาด้วยสำนวนสำเนียงคล้ายชนชั้นล่าง นั่นทำให้ภาพชายท่าทีสุขุมในชุดเรียบหรูสีดำสนิทตรงหน้าเธอยิ่งดูน่าสนใจ แถมยังชวนให้เธออยากปอกเปลือกนอกแสนหรูหรานั่นออกดู ว่าชายคนนี้เป็นชนชั้นสูงจริงดั่งการแต่งกาย หรือมีความลับอะไรซุกซ่อนอยู่

“...หยุด” เป็นอีกครั้งที่เธอได้ยินเสียงดุๆ นั่นออกคำสั่ง ต่างกันตรงที่ คราวนี้มันฟังดูแหบห้าว ก่อเกิดความรู้สึกคล้ายได้รับชัยชนะที่เธอไม่เข้าใจ เรียกรอยยิ้มฉ่ำเยิ้มให้ปรากฏบนริมฝีปากกระจุ๋มกระจิ๋ม

เธอดื้อรั้นทำตามใจอยู่นาน ในที่สุดฝ่ามือแข็งแกร่งที่ดุนดันไหล่เธอก็ไล้เลื่อนลงประคองเอวคอดกิ่ว ยอมเปิดทางให้เธอปิดปากเขาถนัดถนี่ ก่อนรั้งเอวเธอเข้าแนบชิดแล้วบดริมฝีปากจูบตอบด้วยชั้นเชิงที่เปลี่ยนให้ การปิดปาก จากเธอ กลายเป็นเพียงเรื่องล้อเล่นในหมู่เด็กตัวเล็กๆ

หัวสมองที่เบลอมากอยู่แล้วขาวโพลนในนาทีนั้น รู้ตัวอีกครั้งก็ตอนที่ริมฝีปากนั้นถอดถอน

ความเสียดายบังเกิดขึ้นเฉียบพลัน มันขับให้เธอเผลอมองตามริมฝีปากคู่นั้นด้วยแววตาเว้าวอน จากนั้น มนตร์สะกดแปลกประหลาดก็ชักนำให้เธอเผลอลิ้มรสสัมผัสชวนเมามายนั้นอีกครา

คราวนี้เธอไม่ยอมให้เขาแยกจากไปง่ายๆ และดูเหมือนเขาจะเต็มใจพาเธอด่ำดิ่งลงในจูบรสเมรัยไปพร้อมๆ กัน

ในตอนที่ทุกอย่างพร่ามัวยิ่งกว่าความฝัน เหลือเพียงสัญชาตญาณขับเคลื่อน เจ้าของฝ่ามือแข็งแกร่งก็ผละจากริมฝีปาก ซุกไซ้สูดดมไปตามปรางแก้ม กราม และลำคอ...ไล่ลงมาจนถึงเนินอกที่ตอนนี้โดนเสื้อผ้าเปียกปอนรัดรึงเน้นส่วนสัดอวดความอวบอัดอย่างชำนิชำนาญ ก่อเกิดความร้อนที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนจะหลอมละลายจนต้องกอดเกาะเขาไว้ต่างหลักยึด

ความวาบหวามแปลกใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้เธอไม่รู้ว่าเวลาเดินผ่านไปนานเท่าไหร่ รู้เพียงแค่แทบอยากโยนทุกเรื่องทิ้งไปให้หมด

อดีตที่ทนกดเก็บเจ็บปวดมานาน อนาคตที่เคยวาดภาพไว้ นาทีนี้ไม่มีอะไรสำคัญอีกต่อไป

เสื้อผ้าเปียกโชกคับแน่นไม่พอดีตัวที่ทั้งกดทั้งดันหน้าอกเธอจนแทบล้นทะลักไม่สำคัญ บิดาที่ไม่เคยเรียกเธอว่าลูกก็ไม่สำคัญ การพิสูจน์ตัวเอง การพิสูจน์และเสกสร้างศักดิ์ศรีให้มารดาที่ล่วงลับก็ไม่สำคัญ ที่สำคัญที่สุดในเวลานี้ คือเธอ คือเขา...ชายที่นัยน์ตาเธอพร่ามัวเกินกว่าจะเห็นหน้า และไม่แน่ใจว่าเคยรู้จักเขาหรือไม่...

ไม่!

จู่ๆ อีกเสียงในใจเธอก็กรีดร้องขึ้นมา ราวกับจะบอกว่าเรื่องที่คิดที่ทำอยู่เป็นสิ่งผิด

ความเย็นเยียบจนหนาวสั่นเริ่มเข้าขับไล่เพลิงอารมณ์ชวนปั่นป่วนในวินาทีนั้น

มันเกิดขึ้นพร้อมๆ กับที่ชายตรงหน้าจับสองมือเธอไว้มั่น แล้วดันร่างเธอออกห่างจากเขา

ตอนนี้สติสัมปชัญญะอัยน์นาเริ่มกลับมาแล้ว นัยน์ตาเองก็เริ่มจะมองเห็นอะไรต่อมิอะไรชัดเจนขึ้น ชัดเจนพอให้เห็นว่าที่ปรากฏตรงหน้าเธอในยามนี้ คือชายรูปร่างสูง ท่าที่เข้มขรึมดูภูมิฐานดั่งราชา แววตาสีเทาคู่คมทั้งดูลึกลับและน่าเกรงขาม เส้นผมสีดำสนิทยาวราวกลางหลังที่น่าจะเคยรัดรวบไว้ต่ำๆ หลุดลุ่ยออกจากปม ดูยุ่งเหยิงเหมือนโดนใครสักคนหรืออาจจะหลายคนดึงทึ้ง

อัยน์นาแทบไม่กล้ามองร่องรอยแดงๆ ตามคอและแผงอกกว้างประดับกล้ามเนื้อกระซับได้รูปที่ดูเหมือนกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดซึ่งเคยปกปิดส่วนนั้นจะหลุดหายไปราวสองเม็ด แต่สุดท้าย ความข้องใจก็ส่งให้สายตาเธอเลื่อนลงสำรวจทุกสัดส่วนอย่างช่วยไม่ได้

สิ่งที่เห็นกับความทรงจำพร่ามัวประติดประต่อ ทำให้เธอไม่แน่ใจ ว่าเมื่อครู่ ตัวเองกับชายคนนี้ ทำอะไรไปสักกี่มากน้อย...

ความเงียบงันเข้าครอบคลุมอยู่นาน ในที่สุด คนเริ่มเรื่องก็กลั้นใจเงยหน้าขึ้นสบตาเขา

“ฉัน...” เธอคิดว่าควรจะพูดอะไรสักอย่าง แต่สับสนระคนอับอายจนพูดไม่ออก

“เป็นความผิดผมเอง ขออภัยที่เสียมารยาท” เขาแทรกขึ้น น้ำเสียงเฉียบขาด สีหน้าเครียดขึง กล้ามเนื้อแขนตึงจนเห็นเส้นเลือด ดูราวกับไม่พอใจอะไรสักอย่าง...หรืออาจจะหลายอย่าง

นี่ถ้าอัยน์นาเลื่อนสายตาลงต่ำกว่านี้สักหน่อย...เธอคงได้เห็น ว่าตอนนี้ ชายตรงหน้ากำมือแน่นเหมือนพยายามสะกดอารมณ์

“ฉัน...เมื่อครู่...เราไม่ได้...”

“ไม่” เขาตอบสั้นๆ แล้วขยับเข้าหา

อัยน์นาถอยหนีปฏิกิริยานั้นโดยอัตโนมัติ

แต่เพราะฤทธิ์ยา ร่างนุ่มๆ ที่เปียกปอนจึงเสียหลักล้มลงในอ้อมกอดเขา

เขาไม่ได้พูดอะไร ทำเพียงช่วยจัดแต่งเสื้อผ้าให้อย่างสุภาพและระมัดระวัง จากนั้นก็ช่วยประคองร่างเธอขึ้นจากสระ

ไม่ทันที่ทั้งคู่จะก้าวพ้นขอบอิฐสีขาว สองในสามของหญิงสาวที่อัยน์นาไม่อยากให้เห็นเธอในสภาพนี้ที่สุดก็เดินผ่านพุ่มไม้มาเห็นภาพนี้เข้าพอดี

“ไซรัส...!

ท่านหญิงพริสซิลล่ารีบปิดปากแอนนาเบลก่อนที่น้องสาวจะโวยวายอะไรออกมามากกว่านี้

ถึงจะยืนอยู่ห่างกันพอสมควร แต่ตอนนั้น อัยน์นาก็พออ่านปากออก ว่าแอนนาเบลโดนพี่สาวสั่งให้ หุบปาก

...ดูท่าชายคนนี้จะไม่ใช่คนที่พริสซิลล่าคาดหวังให้อยู่กับน้องสาวต่างมารดาอย่างเธอ...

“เกิดอะไรขึ้นคะ” ทายาทแกรนเทรนท์คนโตรีบจูงมือน้องสาวตรงมาหาเธอกับไซรัส

ไม่ทันที่อัยน์นาจะได้อ้าปากตอบอะไร ไซรัสก็เป็นฝ่ายชิงตอบให้เสียก่อน

“เธอหมดสติแล้วพลัดตกน้ำครับ ผมผ่านมาเห็นเข้า ก็เลยรีบช่วยเธอขึ้นจากสระ”

“แต่เสื้อผ้า...” แอนนาเบลโดนพริสซิลล่าถลึงตาใส่เพราะประโยคนั้น

“เสื้อผ้าคงโดนอะไรสักอย่างเกี่ยวตอนฉุกละหุกใช่ไหมคะ” พริสซิลล่าหันมาฉีกยิ้มให้เธอ “ดีจังเลยนะจ๊ะ อัยน์นา ที่มีคนมาช่วยไว้ทัน”

“ค่ะ” อัยน์นาสะกดกลั้นความไม่พอใจที่โดนวางยาเอาไว้ พยายามจะไม่พูดอะไร เพราะกลัวว่าอาการปวดหนึบผสมมึนงงที่หัวจะทำให้เผลอพูดอะไรที่ย้อนกลับมาแก้ไขไม่ได้ออกมา

“รีบแต่งเนื้อแต่งตัวเถอะค่ะ” พริสซิลล่ารีบบอกไซรัส “คุณพ่อทราบแล้วว่าอัยน์นาหายตัวไป ตอนนี้ใครหลายคนกำลังตามหาตัวเธอให้วุ่น ขืนใครมาเห็นสภาพนี้เข้าคงเอาไปติฉินนินทา”

อัยน์นาเหลียวมองไซรัสเล็กน้อยเพราะอยากรู้ว่าเขาจะทำตัวอย่างไร แต่ไม่ทันที่พ่อค้าจากต่างแดนคนนี้จะได้พูดอะไร พริสซิลล่าก็ดันตัวเธอออกไปแล้วปราดเข้าจัดแต่งเสื้อผ้าให้ชายร่างสูงด้วยท่าทีร้อนรน

คงเพราะฤทธิ์ยาตกค้าง เพียงโดนผลักเท่านั้น คนที่เพิ่งได้สติ แถมยังกล้ามเนื้ออ่อนแรงเพราะโดนจับแช่น้ำเย็นจัดเป็นเวลานานจึงทรุดลงไปนั่งกองที่ขอบสระหนากว้างได้ง่ายๆ

“เกิดอะไรขึ้น! เสียงดุเข้มแสนคุ้นหูดึงความสนใจจากทุกคนได้ในวินาทีนั้น

ไม่ทันที่ใครจะได้ขยับตัว ท่านเจ้ากรมการเมืองกับทหารในจวนเจ้าบ้านจำนวนหนึ่ง ก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างน่าตกใจ

ขุนนางสูงวัยรีบปราดเข้าถอดเสื้อคลุมกำมะหยี่คลุมร่างลูกสาวนอกสมรส แล้วประคองร่างเธอให้ลุกขึ้นยืน

“อัยน์นาตกน้ำค่ะ” พริสซิลล่าโพล่งออกมาเสียงดังลั่น “เธอตกน้ำ ลูกกับแอนนาเบลตามมาเจอพอดี ไม่รู้ว่าจะช่วยยังไง บังเอิญไซรัสผ่านมาเจอ เขาเลยช่วยเธอขึ้นจากสระ”

ท่านเจ้ากรมการเมืองมองสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิงและรอยฝ่ามือแดงเถือกบนใบหน้าธิดานอกสมรส แล้วเหลียวมองเนื้อตัวไซรัส

เคราะห์ดีที่พริสซิลล่าฉลาดพอจะดึงเสื้อคลุมปิดแผงอกไว้ แล้วใช้เส้นผมที่เปียกปอนปกปิดลำคอให้เขา ไม่อย่างนั้น วันนี้คงเป็นวันออกงานสังคมวันแรกที่น่าอับอายที่สุดในชีวิต สุภาพสตรี

หลังสำรวจสภาพการณ์ ท่านเจ้ากรมการเมืองก็หันกลับมามองหน้าพริสซิลล่าอีกครั้ง แล้วถามคาดคั้น

“แน่รึ?”

เพราะท่านหญิงพริสซิลล่าไม่กล้าตอบ อัยน์นาจึงเป็นฝ่ายพูดเสียเอง

“ค่ะ” เธอบอกเสียงสั่น ดูเหมือนพอสติกลับคืนมา ความหนาวเย็นจากการลงไปแช่น้ำในยามดึกก็เริ่มเล่นงานเธอจนเนื้อตัวแข็งเกร็งไปหมด

“แล้วทำไมต้องรอคนอื่น ทำไมพวกลูกไม่ช่วยน้อง แค่เรียกคนมาช่วยก็ยังดี” คำถามจากขุนนางสูงวัยไม่เพียงทำให้พริสซิลล่ากับแอนนาเบลหน้าซีดเท่านั้น มันยังส่งผลให้พลทหารที่ตามมามองสองศรีพี่น้องด้วยแววตาแบบเดียวกัน

แววตาของความข้องใจ...

“พ่อถามพวกลูกอยู่ ตัวเย็บเฉียบขนาดนี้ ไม่ใช่เพิ่งตกลงไปแน่ๆ” ท่านเจ้ากรมการเมืองเนื้อตัวสั่นเมื่อเอ่ยประโยคเหล่านั้น

แม้จะไม่แน่ใจว่าชายสูงวัยขุ่นเคืองเรื่องใด แต่อัยน์นาก็แน่ใจว่าท่านเจ้ากรมการเมืองกำลังโกรธมากจริงๆ

“เอ่อ...” พริสซิลล่าทำท่าอึกอัก แอนนาเบลจึงเป็นฝ่ายตอบให้อย่างไร้สติที่สุด “เพราะอากาศมันหนาวน่ะค่ะ เราแพ้ความเย็น คุณพ่อก็รู้” ว่าจบ แอนนาเบลก็หันไปพยักพเยิดให้พริสซิลล่าเหมือนต้องการเสียงสนับสนุน แต่กลับโดนพี่สาวเบือนหน้าหนีด้วยท่าทีขุ่นเคือง

“คุณท่านคะ” อัยน์นาขยับริมฝีปากพูดออกมาเป็นคนแรกหลังจากที่ทุกคนนิ่งไปครู่ใหญ่ “ถ้าไม่ว่าอะไร ดิฉันขอไปรอที่รถม้าได้ไหมคะ” เธอถามริมฝีปากสั่น ดูน่าสงสารจับใจ

“เข้าข้างในไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าบ้านกันก่อนเถอะ คืนนี้อากาศเย็น กว่าจะกลับถึงคฤหาสน์แกรนเทรนท์เธอคงจับไข้เสียก่อน”

“ไม่ค่ะ” อัยน์นาปฏิเสธทันควัน “ผู้คนจะเอาไปเล่าลือ เสี่ยมเสียเปล่าๆ”

ท่านเจ้ากรมการเมืองนิ่งคิด สีหน้าหนักใจ

“ไม่...ความจริงก็คือความจริง” คนเป็นพ่อตอบอย่างเสียมิได้ “ตอนนี้สุขภาพลูกสำคัญที่สุด”

อัยน์นาถึงกับน้ำตาไหลเพราะคำว่าลูกที่ได้ยิน

“คุณก็ด้วย” ท่านเจ้ากรมการเมืองหันไปบอกไซรัส “เปียกปอนถึงเพียงนั้น มาด้วยกันเถอะ”

“ไม่ดีกว่าครับ” เขาปฏิเสธด้วยท่าทีสุภาพ “ถ้าคนเห็นเราเปียกปอนทั้งคู่จะพานเข้าใจผิดแล้วเอาไปเล่าลือจนคุณหนูเสียหาย งานเลี้ยงใกล้เลิกแล้ว ที่พักผมเองก็อยู่ไม่ไกล แยกตัวกลับออกไปเงียบๆ ทั้งอย่างนี้เลย คงเหมาะกว่า”

“เอาอย่างนั้นรึ?”

“ครับ ฝากขอโทษท่านเจ้ากรมการคลังด้วย บอกท่านว่าผมเสียใจอย่างสุดซึ้ง ที่เกิดติดธุระด่วน ไม่อาจไปลาท่านด้วยตัวเอง” ชายหนุ่มทำความเคารพขุนนางสูงวัยก่อนแยกจากไปทั้งอย่างนั้น ทิ้งให้พริสซิลล่ามองตามอย่างอาลัยอาวรณ์

ท่านเจ้ากรมการเมืองไม่ยอมให้เสียเวลา ชายสูงวัยรีบบอกทหารด้วยน้ำเสียงที่แม้จะฟังดูขึงขังอย่างขุนนาง แต่ก็แฝงไว้ด้วยความมีมิตรจิตมิตรใจ “ไปแจ้งท่านเจ้ากรมการคลัง ว่าครอบครัวแกรนเทรนท์ต้องการความช่วยเหลือเป็นการส่วนตัว”

ขุนนางชราเหลียวมองบุตรสาวคนโตกับคนรองเป็นเชิงสั่งให้เดินตาม จากนั้นก็ประคองร่างบุตรสาวคนสุดท้องเดินตามพวกทหารไปด้วยแววตาเศร้าสลดระคนเจ็บปวด

“ไม่เป็นไรแล้ว...ไม่เป็นไร” ชายสูงวัยตบแขนเธอเบาๆ พลางเอ่ยคล้ายต้องการปลอบใจ

ความอ่อนโยนใส่ใจเกินคาดหมายที่ได้รับจากบิดาหลังผ่านเรื่องเลวร้าย ทำให้อัยน์นาถึงกับทนกลั้นน้ำตาไม่ไหว ต้องยกมือขึ้นปาดน้ำตาป้อยๆ เป็นระยะ


 

 


 

แม้ชื่อเสียงอัยน์นาจะได้รับการปกป้อง แต่ดูเหมือนชื่อเสียงของท่านหญิงพริสซิลล่ากับท่านหญิงแอนนาเบลจะยิ่งตกต่ำอย่างเห็นได้ชัด เพราะถึงแม้คืนนั้นจะไม่มีใครรู้เห็นเรื่องนี้เพิ่มเติมนอกจากเจ้าบ้านอย่างท่านเจ้ากรมการคลังกับสาวใช้อีกสองราย แต่หลังจากตอนนั้น ดูเหมือนพวกทหารในเหตุการณ์และคนรับใช้ที่ท่านเจ้ากรมการคลังส่งมาช่วยอำนวยความสะดวกให้ท่านเจ้ากรมการเมือง จะเอาเรื่องที่เกิดขึ้นไปเล่าต่อให้ครอบครัวกับคนใกล้ชิดฟัง แล้วคนเหล่านั้นก็เอาไปเล่าลือต่อพลางใส่สีตีไข่จนเกิดเนื้อเรื่องบทใหม่แทรกเสริมในนิทานเพลงเรื่องเก่า บทเดียวกับที่เหล่าผู้สืบเชื้อสายแกรนเทรนท์โดนเจ้าบ้านคนปัจจุบันเรียกตัวมานั่งฟังอยู่ในขณะนี้

หนนี้อัยน์นาไม่ได้ใส่ใจรายละเอียดในเรื่องเล่าเท่าไหร่นัก เพราะมีเรื่องอื่นรบกวนจิตใจ ทั้งยังเคยได้ยินหญิงรับใช้ในคฤหาสน์ซุบซิบนินทากันมามากแล้ว

รายละเอียดเรื่องราวก็เหมือนเคย คือเรื่องที่กวีเปรียบเปรยเธอกับสิ่งบริสุทธิ์สวยงามทั้งหมดทั้งมวลในโลกนี้ ในขณะที่ยกบทบาทร้ายกาจน่ารังเกียจให้ท่านผู้หญิงเธลม่า แกรนเทรนท์ และพี่สาวต่างมารดาทั้งสอง จะพิเศษอยู่หน่อยก็ตรงที่หนนี้มีเรื่องงานเลี้ยง ชุดราตรีที่โดดเด่นสะดุดตา ตลอดจนชายหนุ่มรูปงาม และการตบตีแล้วแกล้งผลัก ท่านหญิงกุหลาบทะเลทราย ลงสระน้ำเย็นจัดเพราะความริษยา

สุดท้าย...ท่านหญิงแกรนเทรนท์ พริสซิลล่า และแอนนาเบล ก็ กลั่นแกล้งอย่างโง่เง่าจนเรื่องราวเลวร้ายย้อนกลับเข้าหาตัวเหมือนเคย

 

“งามหน้าไหมล่ะ” ท่านเจ้ากรมการเมืองเอ่ยเสียงเข้มทันทีที่นักขับลำนับและสหายนักดนตรีคู่เดิมก้าวขาพ้นประตูห้อง

ประโยคสั้นๆ ประโยคนั้นเป็นประโยคที่ตรงใจอัยน์นาที่สุด นี่ถ้าเธออยู่ในสถานะที่พูดอะไรได้บ้าง และถ้าไม่ได้ร่วมมือกับพริสซิลล่าบิดเบือนความจริงที่เกิดขึ้น เธอคงจะเอ่ยประโยคนี้แล้วถามออกไป ว่าเรื่องน่ารังเกียจที่เกิดขึ้นนี้ เป็นแผนการของท่านหญิงพริสซิลล่าคนเดียว หรือมีใครอื่นรู้เห็นเป็นใจ

“มองอะไรยะ” พริสซิลล่าหันมาแหวใส่เธอทันทีที่รู้ตัวว่าโดนมอง

“พริสซิลล่า!” คนเป็นพ่อปรามเสียงเขียว

นั่นทำให้บุตรสาวคนโตหมดความอดทน

“เลิกโอ๋มันเถอะค่ะ!” พริสซิลล่ากระแทกแก้วชาในมือเสียงดังปึง “เอาอย่างนี้ ถ้าคุณพ่ออยากให้คนเขาพูดถึงในทางที่ดีขึ้น ลูกมีข้อเสนอ”

“ว่ามา” เจ้าบ้านยอมสงบสติอารมณ์แล้วรับฟังอย่างเต็มที่

“ง่ายๆ เลยค่ะ จะยากอะไร ขั้นแรกก็อัญเชิญแม่นี่ขึ้นเรือนใหญ่เสียสิ” พริสซิลล่าตวัดตาค้อนขวับ บ่งบอกว่ากำลังพูดประชด

“ดี แล้วมีอะไรอีก”

“แล้วก็เรียกมันว่าลูก!

พอถึงตรงนี้ ท่านผู้หญิงเจ้ากรมการเมืองก็ถึงกับตวาดใส่ลูกสาวอย่างลืมตัว “เหลวไหล! บ้าไปแล้วรึ!

“หึ คุณแม่ไม่รู้อะไร คืนที่เกิดเรื่องคุณพ่อยังเผลอเรียกมันว่าลูกอยู่เลย” ธิดาคนโตของตระกูลเหลียวมองหน้าอัยน์นาเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ ก่อนเอ่ยต่อ “แล้วแม่นี่ก็สำออย เรื่องออดอ้อนออเซาะคนนี่เก่งนัก!

ท่านผู้หญิงเธลม่า แกรนเทรนท์ เบิกตากว้าง ทั้งตกใจทั้งโกรธปนกัน แต่ไม่มีใครใส่ใจ

“ที่พูดนั่นคิดดีแล้วใช่ไหม” ขุนนางสูงวัยถามลูกสาวคนโตอย่างสะกดอารมณ์

“คงไม่ต้องคิดแล้วมั้งคะ” พริสซิลล่าตอบโดยไม่ต้องคิด “ไม่ดีเหรอคะ อย่างน้อยคนเขาจะได้เลิกพูดเรื่องที่พวกเราดีแต่สร้างภาพแก้ข่าว ทั้งๆ ที่ปล่อยให้แม่นี่ไปกินนอนกับคนรับใช้ อ้อ...อย่าลืมสั่งตัดชุดให้แม่นี่ด้วยนะคะ คนเขาจะได้เลิกพูดว่าคุณแม่กับลูกอนุญาตให้แม่นี่สวมใส่ได้เฉพาะเสื้อผ้าเก่าๆ เหลือเดนๆ จากลูกกับแอนนาเบล!

“ดี! ท่านผู้หญิง เธอได้ยินที่ลูกพูดแล้วใช่ไหม!

“บ้า! บ้าไปแล้ว!” ดูท่าเธลม่าจะอยากโวยวายมากกว่านั้น แต่ตอนนี้นางนึกได้แค่คำนั้นจริงๆ

“ไม่ดีเหรอคะ คุณพ่อยิ่งเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงเรื่องล้มเลิกระบอบกดขี่ทางชนชั้นอยู่ด้วยนี่คะ ก่อนจะปฏิวัติสังคม ก็เริ่มจากที่บ้านนี่ล่ะ!” พริสซิลล่ากระแทกเสียงใส่มารดา จนท่านผู้หญิงแกรนแทรนท์ทำหน้าไม่ถูก “จัดให้แม่นี่ตามนี้เถอะค่ะ จะได้จบๆ ไป กลัวอะไรคะ ใช่ว่ามันจะได้ใช้สกุลเราสักหน่อย!

“ดี พูดได้ดี” ท่านเจ้ากรมการเมืองเอ่ยเสียงเข้ม “ใครอยู่ข้างนอก เข้ามาให้หมด!

จบคำ สาวใช้สองนางกับทหารยืนยามอีกสองนายก็ก้าวเข้ามาในห้องหนังสือทันที

“ได้ยินที่ท่านหญิงพริสซิลล่าพูดแล้วใช่ไหม พูดออกดังลั่นบ้านขนาดนี้ คงไม่มีใครไม่ได้ยิน”

“คุณท่านมีอะไรให้รับใช้คะ” หญิงรับใช้ที่อัยน์นาจำได้ว่าชื่อมาธาถามด้วยท่าทีปะหลับปะเหลือก ดูท่าจะขวัญเสีย เพราะจู่ๆ ก็โดนลากเข้าแทรกกลางระหว่าง การประชุมภายในครอบครัวทั้งยังตกใจกลัวเพราะไม่เคยเห็นเจ้ากรมการเมืองผู้สุขุม ใจเย็น เปี่ยมเมตตา โกรธจนลุกขึ้นมาโวยวายเรียกหาคนรับใช้

“ไปทำความสะอาดห้องนอนแขกห้องที่ใหญ่ที่สุดแล้วตกแต่งใหม่ให้ดี ต่อไปนี้คุณหนูอัยน์นาจะใช้ห้องนั้น ห้องที่มีระเบียงนั่นล่ะ” ท่านเจ้ากรมการเมืองสั่ง น้ำเสียงเฉียบขาด

“ต๊าย คุณหนูอัยน์นาเหรอคะ” แอนนาเบลขมวดคิ้ว ยกมือขึ้นทาบอก “เอาจริงเหรอคะ”

“มีปัญหาอะไรล่ะ ชาวบ้านร้านตลาดเขาก็เรียกแม่นี่แบบนั้นกันทั้งนั้น!” พริสซิลล่ากระแทกเสียงใส่น้องสาวอีกราย “เผลอๆ พวกคนรับใช้ คนสวน คนรถ ยันทหารยามก็อาจจะแอบเรียกแม่นี่แบบนี้มานานแล้วก็ได้” ประโยคหลัง บุตรสาวคนโตของคฤหาสน์หันไปมองคนรับใช้และทหารยืนยามเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ

“พอเถอะค่ะ อย่าให้เป็นเรื่องเป็นราวอีกเลย มาธากับเพื่อนๆ ลำบากใจนะคะ” อัยน์นาเอ่ยกึ่งวิงวอน ไม่รู้ว่าวิงวอนใคร ระหว่างท่านหญิงพริสซิลล่าผู้เลือดขึ้นหน้า กับเจ้าบ้านที่โกรธจัดจนหน้าขึ้นสี

“พอเถอะเหรอยะ” พริสซิลล่าคว้าแก้วน้ำชา สาดใส่หน้าคนขอให้พอทันที “นี่เขาเรียกชากลิ่นเปลือกส้ม หัดชิมไว้เสียสิ เผื่ออีกหน่อยตอนดื่มจะได้ไม่รู้สึกเคอะเขิน”

“พาคุณหนูอัยน์นาไปอาบน้ำอาบท่าซะ” ท่านเจ้ากรมการเมืองกำที่วางมือแน่นจนน่ากลัวว่ามันจะแหลกคามือ “อ้อ...เดี๋ยว” ดูเหมือนชายสูงวัยจะนึกบางอย่างขึ้นได้ เขาเหลียวมองภรรยาเหมือนต้องการจะบอกว่าหนนี้เอาจริง ก่อนสั่งทหารยืนยาม “ไปตามช่างตัดชุดมาด้วย ติดต่อไปที่ร้านแพรพรรณที่ใหญ่ที่สุด บอกเขาว่าท่านหญิงพริสซิลล่ากับท่านผู้หญิงเจ้ากรมการเมืองอยากตัดชุดใหม่ให้คุณหนูอัยน์นา บอกให้เขามาพบคุณหนูตอนบ่ายแล้วตัดชุดให้ใหม่เท่าที่คุณหนูต้องการ”

สิ้นคำสั่ง มาธาก็รีบมาประคองอัยน์นาที่ดูคล้ายจะตกใจจนทำอะไรไม่ถูกออกจากห้องอย่างรู้งาน

อัยน์นาไม่ได้เหลียวกับไปมองข้างหลัง กระนั้น ความเงียบงันภายในห้องก็บอกให้รู้ได้โดยไม่ต้องเดา ว่าหนนี้ท่านเจ้ากรมการเมืองเอาจริงจนไม่มีใครกล้าหือ...

“จะทำยังไงดีคะ” อัยน์นาถามมาธาเสียงสั่น

“ไม่ต้องทำยังไงค่ะ ทำตามคำสั่งคุณท่านก็พอ” มาธาลูบแขนเธอเบาๆ เป็นเชิงปลอบขวัญ “ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนรังแกมากขึ้นนะคะ ตอนนี้คุณท่านออกโรงแล้ว พวกเราก็ไม่ต้องทนเก็บความรู้สึกอีกต่อไป ต่อไปนี้ถ้ามีใครมารังแกคุณหนู พวกเราจะออกโรงปกป้องคุณหนูเต็มที่”

อัยน์นาส่งยิ้มอ่อนโยนให้หญิงรับใช้ทั้งสองเหมือนซาบซึ้งใจทั้งๆ ที่ไม่คาดหวังเรื่องนั้นสักเท่าไหร่ และยิ่งคลี่ยิ้มกว้างขึ้น เมื่อหญิงรับใช้ไขประตูเปิดห้องนอนหรูหราห้องใหญ่ เผยให้เห็นพื้นปูพรมราคาแพงสีแดงสด ผนังกรุไม้ขัดเงาชั้นดีและบุกำมะหยี่สีเดียวกับพื้นห้องอย่างละครึ่งส่วน เตียงนอนสี่เสาฝูกหนานุ่มคลุมทับด้วยผ้าห่มงดงามชวนฝัน เชิงเทียนและแจกันดอกไม้ทองเหลืองรมดำสลักลาย กับผ้าม่านสองชั้นสีขาวสะอาดประดับลูกไม้ปักดิ้นทองลายตราประจำตระกูลแกรนเทรนท์...

ต้องขอบคุณความริษยาอาฆาตจากพริสซิลล่า ที่ทำให้เรื่องราวดำเนินมาจนถึงจุดนี้

“อย่าเกลียดคุณแม่กับพี่ๆ เลยนะคะ ช่วงนี้มีข่าวลือแย่ๆ คุณแม่กับพี่ๆ ก็เลยไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่นัก” อัยน์นาบอกนัยน์ตาเศร้า ขับให้แววตาหญิงรับใช้ทั้งสองยิ่งดูอ่อนโยนมากขึ้น

“ฝากบอกทุกคนด้วยนะคะ ว่าที่ลูกนอกสมรสต่ำต้อยอย่างฉันได้ย้ายขึ้นมาอยู่บนนี้ ก็เพราะความกรุณาของคุณพี่”

“โถ...แม่คุณ เขาทำขนาดนี้ ยังจะห่วงเรื่องแก้ข่าวให้เขาอีกเหรอคะ” มาธาถามพลางช่วยซับผมเปื้อนคราบชาให้เธอ

“คุณพี่พริสซิลล่าไม่ได้ตั้งใจค่ะ คุณแม่ก็ไม่ได้ตั้งใจ คุณพี่แอนนาเบลยิ่งแล้วใหญ่”

อัยน์นานั่งก้มหน้ารอฟังว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไร แต่นอกจากเสียงทอดถอนใจที่บอกให้เธอรู้ชัดว่าอีกฝ่ายคงไม่มีทางมองคนในประเด็นสนทนาในแง่ดีอีกต่อไป ก็ไม่มีเสียงตอบรับอื่นใดนอกจากนั้น





 



 

โปรดติดตามตอนต่อไป

 

 










 

 

 
เซฟเฮาส์จ้ะ ตามมา ตามมา >>>  จิ้ม  <<<



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

1,739 ความคิดเห็น

  1. #1165 มากิริจัง (@mikiri) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 กันยายน 2558 / 10:23
    ปลื้มเลยคะ นางเอก แอบร้ายแบบนี้ อ่านแล้วฟินนน
    #1165
    0
  2. #1052 เรฟามีร์ (@bestwills) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2558 / 00:58
    ชอบมาก.
    #1052
    0
  3. #532 Num Buono (@buono007) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2558 / 16:41
    ตามสนอง 555
    #532
    0
  4. #530 ไจแอนท์คุง (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2558 / 16:28
    แซ่บบบบบเวอร์..แสบถึงทรวงเชียว
    #530
    0
  5. #488 amnesiac (@amnesiac) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 19:12
    นางเอกเราเชือดนิ่มๆตลอด
    #488
    0
  6. #462 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2558 / 21:16
    สุดยอดดดดดดดดดด
    #462
    0
  7. #344 t_g_k (@rasberry-kwa) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2558 / 15:23
    ชอบบ นางเอกร้ายเงียบ><
    #344
    0
  8. #236 Aunyarat (@aomunyarat) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 06:52
    ให้ตายสิ นางเอกแบบนี้ชอบจังเลยยหมดยุคนางเอกอ่อนแอแล้ว
    #236
    0
  9. #193 nanami mew (@kanoknaphatlovem) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 เมษายน 2558 / 20:50
    ตัวร้ายโง่ๆหรือจะสู้นางเอกร้ายลึก
    #193
    0
  10. #158 หิมะหวาน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 เมษายน 2558 / 09:36
    ชอบมากเลยค่ะ นางเอกไม่โง่ไม่เจ้าน้ำตา ร้ายลึกฉลาดทันคน สุดยอดเลยค่ะ
    #158
    0
  11. #6 zZ (@whispering) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มกราคม 2558 / 17:35
    ให้ตายยยสิๆสุดยอดเลยอันย์นา เรื่องนี้สนุกมากๆเลยมาอัพไวๆนะเจ้าค่ะไรเตอร์ @-@
    #6
    0
  12. #5 aplcherry (@aplcherry) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มกราคม 2558 / 11:01
    สนุกมากกกกกกกค่ะ
    #5
    0