candy strawberry milk
ดู Blog ทั้งหมด

ความรักคือฝันร้าย....อยู่ดีนั่นแหละ

เขียนโดย candy strawberry milk

ช่วงนี้คุณชู้วไม่ค่อยโทรมาหาแล้ว
เหมือนจะรู้ตัว ว่าเราเริ่มทนไม่ไหวกับเรื่องรักๆ แบบกลับตัวก็ไม่ได้ เดินต่อไปก็ไม่ถึงของคุณเธอ

แหม ขนาดห่างเหินกัน ยังสื่อใจถึงกันได้เหมือนเดิมเลยนะจ๊ะ ♥

( //เปิดโหมด inner

คุณสำนึก : ที่จริงเพราะครั้งล่าสุดที่โทรคุยกัน หล่อนทำเสียงเย็นชามากไม่ใช่เรอะ
คุณสันดาน : ก็... คนมันง่วงนี่หว่า = ="

// ปิดโหมด )

ต้องเกริ่นก่อน...
เรื่องรักๆ เลิฟๆ ของคุณชู้วนี้เป็นเรื่องที่ถ้าเล่าต้องเริ่มตั้งแต่ยุค Ice Age จนน้ำแข็งขั้วโลกละลายจนท่วมยอดเขาหิมาลัย (เว่อร์)

เอามาเขียนหยังงี้เหมือนเป็นซุบซิบดาราเลยเฮะ แต่เอาเถอะ ถึงเราจะเป็นดั่งผู้รักษาความลับประจำกลุ่ม (สามแยกปากหมาน ♥) เรื่องบางเรื่องเก็บไว้มากๆ คนอย่างดิฉันก็กระอักตายได้เหมือนกัน โดยเฉพาะเรื่องแบบนี้ I can't stand it anymore!

เรื่องของเรื่องคือคุณชู้วเธอมีผู้ชายที่เรียกได้ว่า เป็น soul mate ของเธออยู่คนหนึ่ง (เธอไม่ได้ว่าหรอก แต่เธอทำให้ฉันรู้สึกอย่างนั้น)
คนที่ทำให้เธอรู้ว่ามีสิ่งที่เรียกว่าความรัก อยู่บน waste land ใบนี้
คนที่โลกของเธอหมุนรอบตัวเขา ทุกสิ่ง ทุกอย่าง ทุกการกระทำ ชีวิตของเธอนั้นอุทิศให้เขาทุกวินาที ,always yours

อุทิศไปขนาดนี้เธอก็ต้องหวังผลตอบแทนบ้างเหอะ
เธอขอแค่เขาได้มาใช้ชีวิตร่วมกับเธอ (ที่เตรียมพร้อมเพื่อเขาไว้ตั้งแต่วันนี้) ในอีก 7 ปีข้างน้าก็พอแล้ว (นี่ "แค่" ของเธอเหรอเนี่ย?)

ฉันได้แต่มองดูเธออยู่ไกลๆ ในโลกที่แตกต่าง ข้ามดาวไปหาบ้างบางครั้งตามประสาชู้รักที่ต้องแอบนัดพบกัน
ฉันคิดว่าฉันพอจะเข้าใจเธอบางส่วนนะ...

แหม เห็นอย่างนี้ก็เหอะ ฉันก็พอจะมีคนที่อุทิศความรักไปให้ในทุกวินาทีของชีวิตเหมือนกันนะ

แต่จะบอกว่าฉันขอเป็น soul mate ของเขาไหม?
ขอตอบว่าไม่เอาดีกว่า ชีวิตนี้เราอย่าได้มาอยู่ร่วมเรียงเคียงข้างกันเลย
คนที่สมบูรณ์แบบอย่างเขา ดิฉันคงไม่อาจเอื้อม ไม่คู่ควร เกรงใจอ่ะค่ะ ไม่อยากได้อ่ะ ขอร้องเหอะ อย่าเข้ามาใกล้นะโว้ย = ="
ฉันขอส่งความรัก (ที่แบ่งจากฮาเร็มของฉัน) ไปให้วันละนิดละหน่อย สนับสนุนเธออยู่ห่างๆ (ห่างมากๆ) แบบนี้อ่ะดีแล้ว

ของตอบแทน?
ขอให้เธอเป็นผู้ชายที่ดี ให้สมกับเป็นคนที่ฉันชื่นชมบูชาก็พอแล้ว
(เรื่องแค่นี้ยังทำให้ไม่ค่อยจะได้ นับประสาอะไรกับการคาดหวังอย่างอื่น เหอะ!)

(เอ่อ... มีบางคนสงสัยว่า นี่มัน"ความรัก"แน่เหรอ?
แต่ฉันขอยืนยัน นี่แหละความรักในแบบของฉัน ฉันจะเรียกมันว่า "ความรัก" อ่ะ ใครจะทำไม?)

กลับมาที่คุณชู้ว...
ตอนนี้โลก (ที่หมุนรอบตัวเขา) ของเธอมันชักบิ้ดเบี้ยวโย้เย้ เพราะมีผู้ชายคนหนึ่งเผยอเหยียบเข้ามาในเขตแดนที่เคยมีแค่เขาและเธอ
เข้ามา flirt เข้ามาทำให้เธอหวั่นไหวใจแกว่ง
อันนี้ฉันก็ยังเข้าใจนะ ระหว่างคนที่รักเท่าไหร่ก็ส่งไปไม่ค่อยจะถึง กับคนที่อยู่ดีๆ มาแอบหยอดความรัก(ล่ะมั้ง?) ให้เนี่ย
เป็นใครก็ต้องหวั่นไหวเหมือนกันล่ะน่า...

ปัญหามันอยู่ตรงที่...
เมื่อคุณชู้วลังเล ว่าจะเอายังไงดี?
จะรักมั่นคงกับ soul mate ของเธอต่อไป แล้วค่อยรอแต่งกันอีก 7 ปีข้างหน้า (ที่ไม่มีใบรับประกันใดๆ ว่าถึงตอนนั้นแล้วจะเกิดขึ้นจริง)
เหมือนโครงการคอนโดสิบล้าน หรูหรามีระดับ จองวันนี้เข้าอยู่ได้ใน 7 ปีข้างหน้า

หรือจะหันมาหาหนุ่มอีกคน ดีพร้อมน้อยกว่า แต่จับต้องได้ หลักประกันคือเซนต์สัญญาใจเมื่อไหร่ก็รักกันได้ทันที
เหมือนคนนี้เป็นคอนโดสำเร็จรูป แต่อาจเป็นของมือสอง หรูหราน้อยกว่า แต่จ่ายเงินวันนี้เข้าอยู่ได้ทันที (ไม่รับประกันอนาคตว่าจะอยู่ได้นานไหม)

นั่นยังไม่ใช่ปัญหาหนัก...
มันมาหนักเอาตรงที่ คุณชู้วเอาเรื่องมาปรึกษาฉัน... ฉันคนนี้นี่แหละ
แหม คงช่วยได้มากเลย = ="
ฉันเรียนการจัดการมาก็จริง แต่เป็น Business Management ค่ะ ไม่มีหลักสูตร Love Management ในวิชาที่ลงเรียน
แต่เอาน่า ตามที่เรียนรู้มา ของทุกอย่างมันยืดหยุ่นกันได้โดยมีปัจจัยภายนอก
ดังนั้นเราจึงควรประยุกต์ใช้ ไม่ให้ความรู้ที่ร่ำเรียนมาต้องเสียเปล่า

คำแนะนำของฉันคือ ก็รักไปทั้งสองคนสิ...
ถ้าเลือกไม่ได้ ก็รักทั้งสองคนนั่นแหละ ยังไงซะตามทฤษฎีของฉัน ถ้าเป็นคนละคน ก็รักไม่เหมือนกันอยู่แล้ว จะต้องวอรี่ไปทำไม
เหมือนซื้อคอนโดไง เธอก็จองโปรเจคท์ 10 ล้านไป แล้วก็ซื้อคอนโดพร้อมอยู่ด้วย
อีก 7 ปี ไอ้โปรเจคท์ 10 ล้านสร้างเสร็จค่อขายคอนโดเก่าทิ้งก็ยังได้... เผื่อคอนโดใหม่สร้างผิดเสป็คจะได้ยังมีที่อยู่สแปร์ไว้ ไม่เป็นพวกโฮมเลส

คำแนะนำนี้โดนประณามจากกลุ่มคนดีทั่วประเทศ บอกว่าแบบนี้เรียกว่าหลายใจ รักเผื่อเลือก...
แต่ดิฉันไม่สะทกสะท้าน

อะไรคือหลายใจกันล่ะ? ถ้ารู้สึกดีกับคนมากกว่าคนเดียว ถามคนทั้งประเทศ หรือต่อให้ทั้งโลกก็เหอะ
พนันกันได้เลยว่า นอกจากมนุษย์ที่ไม่รักใครเลยนอกจากตัวเองแล้ว ก็หาไม่ได้หรอกคนแบบนั้น

ถ้าแต่งงานหรือหมั้นกันแล้วก็ว่าไปอย่าง นี่ไม่ใช่ ไม่มีอะไรเลย มีแต่ความรักเท่านั้น

มองพ่อ soul mate ให้ดีเถอะค่ะ ถึงเธอจะดีพร้อมแค่ไหน เป็นพระเอกตัวจริงยังไง
แต่ให้รักไปก่อน โดยไม่มีสิ่งตอบแทน ไม่มีแม้แต่ใบสัญญา มีแค่สำนึกที่ว่าจะได้แต่งกับเธอในอีก 7 ปี

อะไรจะเป็นหลักประกันกันล่ะว่าความรักทั้งหมดที่มีจะไม่หายไปถ้าครบกำหนด 7 ปี?
อะไรเป็นหลักประกันว่าเขาดีพร้อมเท่าที่เรามองเขา?
อะไรเป็นหลักประกันว่าเขาจะทำให้เรามีความสุขได้เท่ากับที่เราคิด?

คำตอบคือมีแต่ "ความรัก" อย่างเดียวเท่านั้น

ซึ่งนั่นน่ะ สำหรับฉันมันไม่ใช่สิ่งที่พอจะเอามาค้ำประกันได้หรอกนะ ไอ้ของที่จับต้องไม่ได้พรรค์นั้น
มันคือความรักจริงหรือเปล่าก็ยังไม่มีอะไรมาพิสูจน์ได้

ส่วนตัวแล้วฉันเห็นว่าเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง
ถึงจะให้ผลตอบแทนในอนาคตมากยังไง แต่ไม่มีหลักประกันอะไรยืนยันว่าจะได้นี่
จะได้จริงรึเปล่าก็ไม่รู้ แล้วได้มาแล้วดีจริงอย่างที่ต้องการรึเปล่าก็ไม่รู้อีก
ถ้าเป็นฉันนี่คงโบกมือบ๊ายบายกันไปแล้ว
ไม่คุ้มที่จะต้องเอาความสุขทั้งชีวิตไปเสี่ยงเลย

แต่คุณชู้วไม่ใช่ฉัน เธอคือนางเอกแสนดีศรีสยามที่คงจะมาเกิดผิดยุค
เธอปฏิเสธทางเลือกนั้น
เพราะเธอบอกว่า มันเป็นความรักอย่างเดียวกัน ถ้ามอบให้คนหนึ่งแล้วจะไม่มีเหลือเผื่อคนอื่นอีก
ยังไงก็ต้องเลือกเพียงทางเดียวเท่านั้น

อืม... เอาเถอะ ความรักยิ่งใหญ่ของเธอ ยังไงฉันคงไม่เข้าใจหรอก

จะบอกว่าเธอผิดเหรอ?
ฉันก็ไม่คิดว่าเธอผิดหรอกนะ ความเชื่อมั่นแบบนั้นให้ตายยังไงฉันคงเลียนแบบไม่ได้ ความศรัทธาขนาดนั้นฉันเองก็ไม่มีเหมือนกัน
เพราะแบบนั้นมั้ง ถึงเราจะรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่เหมือนกัน แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกต่างกันเหมือนอยู่บนดาวคนละดวง
ถ้าเธอเป็นสีขาวเหมือนชุดเจ้าสาว เปล่งประกายเหมือนคริสตัลชวารอฟสกี้
ฉันคงเป็นสีดำเหมือนชุดเดรสออกงาน ประดับไข่มุกของมิกิโมโตะ
(เปรียบเทียบซะหรูเชียว)

อิจฉานิดหน่อย
แต่ฉันก็ภูมิใจกับความเชื่อ กับตัวตนของฉันเหมือนกัน

คิดจนหัวจะแตกแล้วก็ยังหาคำตอบให้เธอไม่ได้
เลยได้แต่บอกเธอว่า ยังไงซะ บนโลกนี้เรื่องที่ถูกต้องมันก็ไม่มีอยู่หรอก มีแต่ชอบกับไม่ชอบ พอใจกับไม่พอใจ รับได้กับรับไม่ได้เท่านั้น
ความรู้สึกคนมันวัดไม่ได้เหมือนไม้บรรทัด ไม่สามารถแทนค่าเป็นสูตร เป็นสมการได้ เพราะงั้นถึงไม่ได้มีคำตอบที่ถูกเพียงหนึ่งเดียว
แค่เลือกแล้วไม่เสียใจก็ OK แล้ว

แหม~ ฉันนี่มันน่าได้รับรางวัลเพื่อนนางเอกดีเด่นซะจริงๆ

บทสรุป... ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน (แต่เดาว่าพ่อ soul mate มีภาษีดีกว่าหน่อย ก็แหม... นี่มันเรื่องรักอุดมคติในโลกยุกไซเบอร์นี่นะ)
ถ้ารู้แล้วบันทึกเรื่องนี้อาจมีภาคต่อก็ได้...

ความคิดเห็น

พิมาลินย์
พิมาลินย์ 15 มิ.ย. 51 / 21:20
ธ... เธอน่ากลัว =[]="
PS.  ฉันเป็นเพียงดอกไม้ไฟเล็กๆ ด้อยค่า ที่มิอาจเทียบเคียงแสงจ้าของดวงตะวัน.. :: มธิรา~*