TWINS ( yaoi - rewrite)

  • 98% Rating

  • 11 Vote(s)

  • 51,663 Views

  • 1,179 Comments

  • 1,219 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    107

    Overall
    51,663

ตอนที่ 8 : เป็นใหญ่ในนรก ดีกว่าอัปยศบนสวรรค์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4262
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    26 ม.ค. 57

พร้อมมั้ย ลีโอ

ผมถามลีโอ ขณะที่ยืนอยู่ข้างหน้าต่างในห้องมาร์ค และสายตาจับจ้องที่ประตูห้อง เสียงฝีเท้ามาร์คใกล้เข้ามาแล้ว

ถ้านายพร้อม ฉันก็พร้อมเสียงลีโอดูเนือยๆ ฟังแล้วชวนประสาทเสีย เพราะที่จริงตอนนี้เราควรตื่นตัวนะ เพราะเรามาอยู่ตรงนี้ก็เพื่อจะบอกมาร์ค ว่าลีโอตกเป็นเครื่องสังเวยของปีศาจ และมันอาจจะมาเอาตัวเขาไปได้ทุกเมื่อ

นายว่าเขาจะเชื่อเรามั้ยผมถาม

ไม่

ผมหันไปมองหน้าเขา

ลีโอยักไหล่ เป็นฉัน ฉันก็ไม่เชื่อ

แต่มันเป็นความจริงผมทำเสียงรวดร้าว เขาไม่เชื่อเราไม่ได้

ลีโอถอนใจเบาๆ เขาเอนตัวลงนอนพิงหมอนนุ่มฟูบนเตียงของมาร์ค และหยิบหนังสือที่วางอยู่ตรงหัวเตียงมาพลิกๆดู  เพื่อช่วยเพิ่มแรงดันในสมองผม

และแล้วบานประตูก็เปิดออก ตามมาด้วยร่างสูงๆของมาร์คที่ก้าวเข้ามา

โว้ว... ฝาแฝดมาร์คยิ้มกว้างทันทีที่เห็นหน้าเรา ผมสีบลอนด์หยักศกดูยุ่งเหยิงเล็กน้อย แต่แววตาก็ยังดูแจ่มใสเหมือนเดิม อย่าเพิ่งกอดนะ ขอฉันวางนี่ก่อน

อะไรน่ะผมถามขึ้น เมื่อเห็นว่าเขามีของบางอย่างอยู่ในมือ

แคคตัสพันธ์หายากมาร์คอธิบาย เขาค่อยๆวางกระถางเจ้าต้นหนามสูงเกือบหนึ่งฝ่ามือ ที่มีดอกตูมสีชมพูเล็กๆอยู่ตรงปลายยอดลงบนโต๊ะอย่างทนุถนอม  ต้องเลี้ยงเกือบ 2 ปี กว่าจะออกดอกให้เห็นแบบนี้ รูมเมทฉันฝากให้ช่วยดูแล ระหว่างที่เขาต้องเดินทางกลับบ้านหนึ่งอาทิตย์ ฉันกำลังคิดว่าจะเอาไปฝากไว้ในเรือนกระจกที่บ้านของพวกนาย

หลังจากวางเจ้าต้นหนามลงบนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว มาร์คก็อ้าแขนออกอย่างรู้งาน อะ... ใครก่อน

ปากผมขยับเป็นรอยยิ้มโดยอัตโนมัติเมื่อเข้าไปหาเขา กอดของมาร์คหนักแน่นและชวนให้รู้สึกอุ่นใจ ซึ่งผมกับลีโอเคยสงสัยอยู่บ่อยๆ ว่ามันเป็นลักษณะบังคับของคนที่จะเป็นบาทหลวงในอนาคตหรือเปล่า แต่เนื่องจากความใกล้ชิดที่สุดที่เราเต็มใจมีให้ศาสนา ก็คือการร่วมฉลองวันคริสต์มาสโดยการดื่มเอ้กน็อค(แบบผสมแอลกอฮอล์) ดังนั้น การพิสูจน์โดยการไปทดลองกอดบาทหลวงคนอื่นๆ ก็เลยถูกตัดทิ้งไปอย่างรวดเร็ว

ลีโอ..มาร์คหรี่ตาลงนิดๆเหมือนแปลกใจ เมื่อเห็นลีโอนั่งอยู่ที่เดิม ไม่ได้ทำท่ากระตือรือร้นที่จะถูกเนื้อต้องตัวเขาอย่างที่เคยเป็น

ลีโอดูลังเลเล็กน้อย แต่ในที่สุดเขาก็ลุกขึ้นมาและกอดมาร์คเร็วๆ ก่อนจะถอยกลับไปที่เดิม

มาร์คนั่งลงบนเตียง และพูดด้วยสีหน้ายิ้มๆ มานั่งรอในห้องตั้งแต่ฉันยังไม่กลับ แสดงว่ามีเรื่องอะไรมาอีกล่ะสิ หวังว่าคงไม่ใหญ่โตแบบคราวบันไดหนีไฟนั่นนะ

ผมดันลิ้นตรงกระพุ้งแก้ม ก็ไม่เชิง

คือมันใหญ่กว่านั้น เยอะเลยแหละ

ผมเหลือบตามไปทางลีโอ และพอเห็นเขาทำท่าเหมือนไม่อยากพูด ความกดดันก็พาให้ผมโพล่งออกไปทันทีมาร์ค ลีโอกำลังถูกครอบงำโดยใครบางคน

มาร์คหันไปมองลีโอด้วยสายตาแสดงคำถาม

ไม่ใช่เบโธเฟนกับไชคอฟสกี้ลีโอตอบแบบที่หุบปากอยู่เฉยๆซะยังจะดูดีกว่า

ผมหันไปขอบใจเขา ที่ไม่ได้ช่วยอะไรเลย ก่อนจะหันกลับมาหามาร์คด้วยสีหน้าจริงจัง นายจำวันนั้น ที่ฉันเข้ามานั่งรอนายอยู่ในห้องนี้คนเดียวได้มั้ย?”

มาร์คพยักหน้า วันที่นายดูเหมือนใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

ผมสูดลมหายใจ วันนั้นเป็นวันที่ฉันเจอเรื่องประหลาด และมันประหลาดมากซะจนฉันต้องหนีเตลิดมาอยู่ตรงนี้ และก็อย่างที่นายเห็น ฉันนั่งอยู่ที่โต๊ะนั่นแล้วก็วาดรูปอะไรบางอย่าง... ผมยกมือขึ้นเพื่อจะวาดสัญลักษณ์ที่ว่า แต่พอนึกขึ้นได้ว่าผมต้องเจอกับอะไรบ้าง หลังจากที่ผมวาดมันในอากาศพร้อมกับหลั่งเลือด ผมก็ขนลุกซู่และหดมือลงอย่างรวดเร็ว

สัญลักษณ์ของจ้าวแห่งแดนนรกมาร์คต่อให้ ดวงตาสีเทาเข้มดูขรึมลงเมื่อพูดถึงสิ่งนั้น

นั่นแหละ ที่ฉันกำลังจะพูดถึงผมข่มความรู้สึกขนลุกขนพอง และพูดต่อ ฉันไม่ได้เขียนมันขึ้นมาเล่นๆ โดยที่ไม่ได้คิดอะไรแบบที่บอกนายไป แต่ที่จริง มันเป็นเพราะภาพนั้นมันฝังติดอยู่ในหัวฉันจนเอาออกไม่ได้ต่างหาก แล้วหลังจากนั้นไม่นาน ฉันก็รู้ว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นน่ะมันคืออะไร

มาร์คเลิกคิ้ว

ไอ้บ้านั่น... ไม่ว่านายจะเรียกเขาว่าอะไรก็ตาม เขาตามติดเรามานานแล้วผมกลืนน้ำลาย อันที่จริงต้องเรียกว่าตามติดลีโอ โดยมีฉันเป็นผู้อยู่ร่วมในเหตุการณ์มาตลอด เพียงแต่ฉันไม่รู้ ไม่เคยคิดเลยว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของเราทั้งคู่มาตั้งแต่เกิด

ส่วนหนึ่งของฉันคนเดียวลีโอแทรก

ไม่ต่างกันหรอกผมพูดโดยไม่หันไปทางลีโอด้วยซ้ำ

เดี๋ยวเอ็ดการ์มาร์คยกฝ่ามือขึ้น นายกำลังจะบอกว่า...

ผมเค้นเสียงออกมาจากลำคอ ขณะที่จ้องตามาร์คเขม็ง ปีศาจนรก เขานั่นแหละ ที่กำลังตามรังควานเรา เพราะสัญญาเลือดที่แม่เราเคยทำเอาไว้

ผมสูดลมหายใจลึก ก่อนจะเริ่มเล่าท้าวความตั้งแต่นาทีที่เห็นภาพแปลกๆ เกิดขึ้นในเหตุการณ์บันไดหนีไฟพังลงมาในย่านบร็องซ์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมและลีโอรู้สึกตัวถึงสิ่งผิดปกติที่แฝงอยู่ในชีวิตเรา ผมเล่าถึงสิ่งที่ผมเห็น และสิ่งที่ลีโอต้องเผชิญ การนำมันมาปะติดปะต่อ จนกระทั่งทุกอย่างกระจ่างแจ้งออกมาในที่สุด

มาร์คอึ้งไปเลยตอนที่ผมเล่าจบ เขาดูนิ่งและอึ้งจนผมเป็นห่วง ผมว่าเขาอาจจะลืมหายใจด้วยซ้ำ

แต่ในที่สุดมาร์คก็กระพริบตา ก่อนจะมองหน้าผมกับลีโอสลับกัน และพูดออกมาด้วยสุ้มเสียงผิดหวัง เอ็ดการ์ , ลีโอ พวกนายโกหกแทบตลอดเวลาก็จริง แต่เรื่องนี้แย่ที่สุด ต่อให้วัดตามมาตรฐานของพวกนายก็เถอะ

มาร์ค...ผมมองเขาอย่างรวดร้าว ทีตอนเราโกหกเขาจริงๆ มาร์คยังตกหลุมเป็นบางครั้ง แต่คราวนี้เราพูดความจริงกับเขาทุกคำ เขากลับไม่พยายามจะแกล้งเชื่อด้วยซ้ำ

ผมระงับอารมณ์ไม่ไหวอีกต่อไป ผมดิ่งเข้าไปหาลีโอ แล้วกระชากคอเสื้อเขาให้เปิดออกจนเห็นรูปเลข 6 สามตัวเด่นชัดอยู่ตรงต้นคอฝั่งซ้ายของเขา   นายเห็นอะไรนี่มั้ย! มันทำตราประทับไว้บนตัวลีโอ เพื่อแสดงว่าเขาเป็นของมัน!

รอยสักนั่นอัปมงคลมาก ฉันไม่ชอบบังคับใคร แต่ฉันคงต้องบังคับให้นายไปลบมันออก มาร์คชี้ลีโอ และจ้องเขาด้วยสีหน้าที่ทำให้รู้ว่าเอาจริง

พอเถอะเอ็ดลีโอปัดมือผมออก คิ้วเขาขมวดเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์

ลีโอหันไปมองหน้ามาร์ค และพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ผมเดาความรู้สึกไม่ออก ฉันอธิบายเอง

แล้วลีโอก็เบนสายตาจากใบหน้าของมาร์ค ไปยังกระถางต้นแคคตัสที่วางอยู่บนโต๊ะ เขาจ้องมันเขม็ง ดวงตาเขาเหมือนจะสว่างวาบขึ้นมาวูบหนึ่ง และถ้ามองไม่ผิด ผมว่าผมเห็นแววสนุกปะปนอยู่ในนั้นด้วย

ผมตัวแข็งทื่อ เมื่อเห็นควันบางๆลอยฟู่ออกมาจากต้นแคคตัส ก่อนที่หนามเล็กๆของมันจะค่อยๆเปลี่ยนจากสีน้ำตาลกลายเป็นสีดำ และถอนตัวหลุดออกมาร่วงเกลื่อนอยู่รอบกระถาง ผมเบิ่งตาจนแทบถลน เมื่อลำต้นอวบๆของมันค่อยๆฟีบลงทีละนิด ควันสีขาวยังลอยออกมาพร้อมเสียงฟู่เหมือนไอน้ำเดือด ดอกตูมที่อยู่ปลายยอดบานออกและหุบลงและบานออก ดูเหมือนปากคนที่กำลังกรีดร้องอย่างทรมาน

ผมสะดุ้งสุดตัว เมื่อเสียงระเบิดดังฟุ่บมาพร้อมกับเปลวไฟที่ลุกพรึ่บออกจากใจกลางลำต้น มันเผาไหม้อย่างรวดเร็ว จนต้นแคคตัสสูงเท่าฝ่ามือ กลายเป็นท่อนไม้สีเทาปนดำปักอยู่ในกระถางเมื่อเปลวไฟดับลง

มาร์คมองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างตกตะลึง ในขณะที่ผมก็ไม่สามารถละสายตาจากตอดำๆ ที่เคยเป็น แคค-ตัส-พันธ์-หา-ยาก นั่นได้เลย

อย่าถามเชียวนะ ว่าทำให้เป็นเหมือนเดิมได้ไหมลีโอพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ  พลังชั่วจากโลกมืด เอามาใช้ทำเรื่องสร้างสรรค์ไม่ได้หรอก

......

......

ผมกระแทกเท้าปึงๆ และเดินจ้ำเร็วๆไปยังระเบียงหลังบ้าน หลังจากที่ปีนกลับมาในสวนหลังบ้านตัวเองเรียบร้อยแล้ว ผมตัวสั่นอย่างโมโหจัด ในขณะที่เส้นเลือดตรงขมับเต้นตุบ

จำเป็นต้องทำให้มาร์คตกใจขนาดนั้นด้วยรึไง?” ผมถามลอดไรฟันออกไป เมื่อพอจะควบคุมเสียงของตัวเองไม่ให้ตะคอกใส่ลีโอได้แล้ว

 “เขาจะได้เห็นภาพ แล้วก็จะได้เข้าใจซะทีไงล่ะลีโอพูดพลางปัดเศษดินออกจากแขนเสื้อ

เออ ใช่สิผมกระแทกเสียง เขาเห็นภาพนั่นโคตรชัดเลย!

แล้วมันจะเป็นอะไรนักหนาล่ะเอ็ด ในเมื่อเราตั้งใจให้เขารู้อยู่แล้ว

ผมหยุดเดิน สูดลมหายใจ ก่อนจะหันไปหาลีโอและพูดขึ้นอย่างเหลืออด สุดทนแล้วกับอาการไม่รู้ร้อนรู้หนาวของเขา เราไปที่นั่นเพื่อขอคำปรึกษาจากมาร์ค ไปให้เขาช่วยเหลือเราด้วยอะไรก็ตามที่เขามี แต่เราไม่มีปัญญาจะมี  ไม่ใช่ไปเผาต้นไม้นั่นใส่หน้าเขา!

ฉันระเบิดมันก่อน แล้วค่อยเผาทีหลัง

ไม่ตลกเลยนะลีโอผมถลึงตาใส่เขาอย่างแรง จนมันแทบจะหลุดออกมานอกเบ้า

ตลกลีโอเถียงอย่างไม่สะทกสะท้าน นายก็เห็น มาร์คทำหน้าตลกมาก

ลีโอ... นี่มันทุเรศ

ลีโอส่ายหน้าช้าๆ ไม่เอาน่าเอ็ด นายก็เห็นหน้าเขา แบบว่า... จะอ้าปากก็ไม่ไหว จะหุบปากก็ไม่ได้อีก มันตลกโคตรๆเลย นายยอมรับเถอะ

ฉัน... ไม่...ผมกัดฟัดกรอด ภาพของมาร์คที่อ้าปากค้างแบบไม่เชื่อตาตัวเองแว่บเข้ามาในหัว ลีโอกระพริบตาปริบๆใส่ผม และมันทำให้ไหล่ผมเริ่มสั่น

เอ็ด.. พี่ชาย...ลีโอเสียงนุ่ม นัยน์ตาเขาเว้าวอนอย่างล้อเลียน  ฉันผิดไปแล้ว คราวหน้าฉันจะไม่ทำแบบนี้อีก แต่คราวนี้นายยอมหัวเราะออกมาเถอะ อย่าฝืนกลั้นไว้เลย

ผมเกร็งริมฝีปากสุดชีวิต แต่ในที่สุดมันก็แย้มออกเป็นรอยยิ้ม ผมกระโจนเข้าใส่เขา และต่อยไหล่เขาอย่างไม่ยั้ง ลีโอปัดป้องและหัวเราะร่วน แล้วผมก็ได้ยินเสียงหัวเราะของตัวเองคลอเบาๆไปกับเสียงหัวเราะของเขาจนได้

แต่แล้วอยู่ๆเสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อโค้ทของลีโอก็ดังขึ้น ผมหยุดต่อย ลีโอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาดูชื่อคนโทรเข้า เขาทำหน้าแปลกๆก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผม

มาร์คโทรมาลีโอบอก

ผมตาโต ก่อนจะรีบตั้งสติ แล้วแย่งโทรศัพท์มาจากมือเขา ให้ฉันพูดเอง ฉันจะเริ่มเป็นคนขอโทษก่อน แล้วนายค่อยพูดเออออตามฉัน อย่าทำเสียเรื่องเด็ดขาดเข้าใจมั้ย และต่อให้เขาสั่งให้เราคลานจากหน้าบ้านเราไปหน้าบ้านเขา เพื่อขอให้เขายกโทษให้ เราก็ต้องทำ ฟังที่ฉันพูดเข้าใจรึเปล่า

ผมเห็นลีโอกลอกตา ก่อนจะพยักหน้า

มาร์ค นี่ฉันเอง เอ็ดการ์ผมทำเสียงอ่อนแบบคนสำนึกผิดอย่างเต็มที่ ฉันขอโท...

คำพูดผมค้างอยู่แค่นั้น เมื่อเสียงของมาร์คสวนออกมาทันควัน ผมเบิกตากว้าง เมื่อมาร์คพ่นคำพูดออกมาเร็วปรื๋อยาวเหยียด ผมผงกหัวหงึกหงักและรับคำเมื่อมาร์คพูดจบ ก่อนจะกดวางสายในที่สุด 

ว่าไงลีโอถามเนือยๆ ฉันต้องเริ่มคลานเดี๋ยวนี้เลยรึเปล่า

ไม่ต้องผมส่ายหน้าแล้วหันไปทางเขา แต่เราต้องรีบไปเตรียมกระเป๋าเดินทางเดี๋ยวนี้ อีกครึ่งชั่วโมง มาร์คจะขับรถพาเราไปคอนเน็คติคัต

เพื่อ...?” ลีโอหรี่ตา

มาร์คเจอคนที่จะมาช่วยเราแล้วหัวใจผมเต้นแรงเมื่อพูดประโยคนั้นออกมา ท่านเป็นหลวงพ่อประจำโบสถ์ในนิวแฮเวน

ลีโอหยุดกึก

ผมฉีกยิ้มกว้างจนปากแทบจะถึงใบหู ท่านมีชื่อเสียงอย่างลับๆในหมู่บาทหลวง ว่าเป็นผู้มีความสามารถพิเศษในการขับไล่ภูตผีปีศาจ

สามสิบนาทีต่อมา เราทั้งคู่ก็มาอยู่ในรถเล็กซัสสีขาวของครอบครัวเบอร์ตัน โดยมีจุดมุ่งหมายอยู่ที่คอนเน็คติคัต  ปกติแล้วถ้าผมกับลีโออยากจะออกไปเที่ยวกลางคืน  เราจะใช้วิธีแอบย่องหนีออกมาตอนที่ฟิโอน่าหลับ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาฟังการอบรมอย่างน้อยยี่สิบนาที  เซ็งจนแทบจะหลับกว่าจะได้ออกไป แต่ในกรณีนี้คนขับคือมาร์ค ฟิโอน่าก็เลยแทบจะจับเราใส่รถเข็นเด็กออกมาเสนอให้มาร์คถึงประตูหน้าบ้าน

“นายไปเจอเขาได้ยังไง หลวงพ่อธอร์สันที่ว่านี่น่ะ” ผมถามอย่างตื่นเต้น  ตอนนี้ผมกำลังนั่งอยู่ตรงเบาะหลัง  โดยมีมาร์คกับลีโอนั่งคู่กันอยู่ทางด้านหน้า

“ฉันไม่เคยเจอท่านหรอก แต่พอพวกนายกลับไป ฉันก็ตัดสินใจโทรไปขอคำปรึกษาจากหลวงพ่อโดมินิก” มาร์คตอบ

ผมพยักหน้าหงึกหงัก  หลวงพ่อโดมินิกเป็นบาทหลวงประจำโบสถ์ที่อยู่ห่างจากบ้านเราออกไป 2 บล็อก ซึ่งมาร์คจะไปปรากฏตัวที่นั่นบ่อยมาก คือแทบทุกวันอาทิตย์ หรือถี่กว่านั้นถ้าอยู่ในช่วงเทศกาลอะไรสักอย่าง ต่างจากผมกับลีโอ ที่ถ้าไม่จำเป็นจริงๆหรือถูกมาร์คบังคับ  เราก็จะอยู่กับเองอย่างสงบ และสารภาพบาปกับซีรี่ย์ Game of Thrones ตอนที่มีฉากนักบวชโผล่ออกมาแทน

“แล้วท่าน... เก่งมากมั้ย เกี่ยวกับเรื่องทำนองนั้น” ผมถามอย่างวิตกนิดหน่อย

“หลวงพ่อธอร์สันมีประสบการณ์สูงอย่างน่าทึ่งในด้านนี้  ท่านเคยขับไล่วิญญาณร้ายออกจากสถานที่ หรือตัวบุคคลที่เชื่อว่าถูกครอบงำโดยปีศาจ  ปีที่ผ่านมา ท่านต้องตระเวนไปทั่วทวีปอเมริกา และเดินทางไปต่างประเทศอีก 3-4 ครั้ง เพื่อช่วยเหลือครอบครัวที่เดือดร้อนจากสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติเหล่านั้น  เพราะฉะนั้น ฉันว่าเราไม่น่าจะเจอใครที่เก่งไปกว่านี้อีกแล้ว”

คำตอบของมาร์คทำให้ผมยิ้มแป้น หัวใจพองโตอย่างมีความหวัง  ลีโอหันมามองผม ถึงเขาจะแค่อมยิ้มเล็กน้อย แต่แววตาที่กระจ่างแจ่มใส ก็ทำให้ผมรู้ว่าเขาเองก็รู้สึกเหมือนๆกันกับผม

หลังจากการจ้อไม่หยุด เกี่ยวกับพิธีกรรมและวิธีปราบปีศาจในหนังเกือบร้อยเรื่อง เราก็เดินทางมาถึงโรงแรมเล็กๆก่อนถึงนิวแฮเวน

ผมกับลีโอเข้าพักในห้องเดียวกัน โดยมีมาร์คพักอยู่ห้องข้างๆ โดยให้เหตุผลว่าอยากใช้เวลาอยู่เงียบๆคนเดียว เพื่อศึกษาถึงเรื่องนี้เพิ่มเติมอีกหน่อย ก่อนที่พวกเราจะไปพบหลวงพ่อธอร์สันด้วยกันในเช้าของวันพรุ่งนี้

“นายจะอาบก่อน หรือให้ฉันอาบก่อน” ผมถามลีโอ ขณะโยนแซนด์วิชที่ฟิโอน่าทำไว้ให้กินแทนอาหารค่ำลงบนโต๊ะรวมกับขนมขบเคี้ยวที่แวะซื้อระหว่างทาง

“ฉันก่อน” ลีโอเดินผ่านหน้าผมไปหยิบผ้าเช็ดตัว

ผมก้มลงเปิดตู้เย็น และสำรวจของกินที่อยู่ข้างใน ลีโอถอดเสื้อผ้าอยู่ตรงปลายเตียง เขากดรีโมทเปิดทีวี และอือออในลำคออย่างพอใจ เมื่อเห็นในจอทีวีกำลังฉายเรื่องสตาร์วอร์

“เอาคิทแคทมั้ย” ผมถาม

“ขอเบียร์ดีกว่า”

ผมเปิดเบียร์บัดไวเซอร์สองกระป๋อง ลีโอเดินกลับมาหาผมโดยใส่แค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียว ผมยื่นกระป๋องเบียร์ให้เขา

“ขอพลังจงสถิตอยู่กับท่าน”

เราพูดพร้อมกัน และชนกระป๋องก่อนจะยกขึ้นดื่ม

ลีโอเดินไปเข้าห้องน้ำ ขณะที่ผมเดินไปที่เตียงและเอนตัวพิงหมอนนุ่มๆ เสียงฝักบัวดังซู่ซ่าออกมาให้ได้ยินถึงข้างนอก ผมฉีกซองมันฝรั่งและจิบเบียร์พร้อมกับดูทีวีไปด้วย  ลืมไปแล้วว่าก่อนหน้านี้เครียดจะเป็นจะตายกับเรื่องอะไรอยู่

“โอ๊ะ!” ผมอุทานออกมา เมื่อทำกระป๋องเบียร์หลุดมือกระฉอกรดเสื้อตัวเอง “บ้าชิบ...”

เบียร์เย็นเจี๊ยบซึมผ่านเสื้อยืดบางๆเข้าไป ทำให้ผมเย็นวาบตรงแผ่นอก ผมลุกขึ้นและเดินไปยังห้องน้ำ พลางถอดเสื้อยืดออกทางหัว และใช้เท้าดันประตูห้องน้ำให้เปิดออก

“อาบด้วยคน” ผมโยนเสื้อลงบนพื้น ตามด้วยการถอดกางเกงออกแล้วเขี่ยให้มันไปกองรวมกัน ก่อนจะเดินไปเปิดบานกระจกห้องอาบน้ำ แล้วเข้าไปอยู่ในสายน้ำอุ่นใต้ฝักบัวกับลีโอ

“เฮ้.. ห้องน้ำนี่มันไม่ได้กว้างแบบบ้านเรานะ” ลีโอบ่น แต่ก็ยอมเลื่อนตัวให้ผมยืนได้ถนัดๆ

“แป๊บเดียวน่า” ผมถูเนื้อถูตัวอยู่ใต้สายน้ำอุ่น ก่อนจะหันไปทางลีโอเพื่อหยิบขวดแชมพู

ผมชะงัก เมื่อเพิ่งจะมองเห็นลีโอชัดๆ เขายืนเปล่าเปลือยอยู่ใต้ละอองน้ำ ผมจ้องแผ่นอกที่มีหยดน้ำเกาะพราว ก่อนจะค่อยๆเลื่อนสายตาขึ้นไปมองหน้าลีโอ

...เมื่อไหร่กัน ที่ลีโอโตกว่าผม?

“นายสูงขึ้น หรือฉันตัวหด” ผมถามออกไป  ...ให้ตายเหอะ เขาเป็นฝาแฝดผมนะ โตพรวดพราดแซงหน้าผมแบบนี้ได้ไง?

“อย่างแรกมั้ง” ลีโองึมงำ

“นายสูงเกือบหกฟุตสามนิ้วได้แล้วมั้งเนี่ย” ผมส่ายหน้า “แถมยัง... “

ผมจ้องช่วงไหล่หนาๆ เลยเรื่อยมายังแผ่นอกที่ดูตึงแน่นด้วยกล้ามเนื้อ และรอยนูนตรงหน้าท้องแข็งแกร่งก็เด่นชัดทั้งๆที่อยู่ในไอกรุ่นของน้ำอุ่น ผมสูดลมหายใจ อยู่ๆลีโอก็กลายเป็นชายหนุ่มเต็มตัว ไม่ใช่เด็กหนุ่มแบบที่เราเป็นมาก่อนหน้า

และไม่อยากจะบอกเลย เขาเป็นชายหนุ่มที่โคตรเซ็กซี่ และหล่อบาดจิตชนิดที่แค่มอง ก็ทำให้หัวใจเป็นแผลได้แล้ว

“โว้ว...” ผมแตะลงบนกล้ามเนื้อแน่นๆตรงหน้าอกของเขา “ฉันอยากได้แบบนี้มั่งแฮะ นายทำยังไง?

“ฉันยกเวททุกวัน นายก็เห็น”

“ไม่ใช่แค่นั้นแน่ ฉันเล่นลาครอสส์ประจำ ไม่เห็นได้อย่างงี้” ผมแตะเรื่อยไปถึงกล้ามเนื้อต้นแขนแข็งแรง และอดไม่ได้ที่จะลูบไล้ไปมาอย่างอิจฉา “นี่มันช่าง...”

“เอ็ด...”

เสียงแปร่งๆของลีโอ ทำให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นมอง แล้วผมก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นสีหน้าของเขา ผมตาโตและเบนสายตาลงต่ำอย่างรวดเร็ว

“โอ้ะโอ้ว...” ผมอุทาน และพยายามสุดชีวิตที่จะไม่หัวเราะออกมา “นี่นาย  ...ของขึ้นเหรอเนี่ย?”

ลีโอหน้าแดง  ผมไม่รู้ว่าเขาอายหรือโกรธ แต่ผมก็อดไม่ไหวแล้ว การล้อเลียนคู่แฝดเป็นความสุขชนิดที่ไม่สามารถเอาอะไรมาเทียบได้ “ฉันว่านายเลิกเล่นตัว แล้วก็เป็นแฟนกับยายโคโค่ไปเหอะ จะได้ไม่งุ่นง่านจนกระทั่ง...”

“เอ็ด ช่วยรีบออกไปหน่อยได้มั้ย”

“โอเค...” ผมยกมือ และยิ้มจนแก้มแทบปริ ไม่สนใจเสียงที่ทำเป็นซีเรียสของลีโอ “ฉันให้เวลานายสิบห้านาที นายรีบจัดการตัวเองซะ ฉันจะได้มีโอกาสอาบน้ำมั่ง”

ผมก้าวออกมาจากห้องน้ำด้วยอาการกลั้นหัวเราะจนไหล่สั่น แต่แล้วผมก็เปลี่ยนใจ โผล่หน้าเข้าไปใหม่ “เอิ่ม..ลีโอ  สิบห้านาทีนี่พอมั้ย แข็งซะขนาดนั้นฉันกลัวมันจะ...”

ผมปิดประตูห้องน้ำได้ทัน ก่อนที่ขวดแชมพูจะลอยหวือมาโดนหัวผม

หลังจากนั้นพักใหญ่ ลีโอก็เดินออกมาจากห้องน้ำ ผมเดินผ่านเขาพร้อมกับผิวปากเป็นทำนองเพลง Sexy and I know it  ลีโอส่ายหัวพร้อมกับงึมงำเป็นคำว่า เด็กชิบ...

ผมเข้าไปยืนใต้ฝักบัวอีกครั้ง สายน้ำชุ่มฉ่ำที่พร่างพรูลงมาพาให้รู้สึกดี ผมลูบไล้ฟองแชมพูไปตามเนื้อตัว พลางคิดว่าลีโอเพิ่งจะทำอะไรลงไปเมื่อกี้นี้

ผมลูบไล้อ้อยอิ่งขึ้น และนึกถึงใบหน้าของมาร์คที่พักอยู่ห้องถัดไป แต่พอคิดขึ้นได้ว่าเขาอยู่ในช่วงที่กำลังทำอะไรที่สำคัญมากๆเพื่อเราอยู่ ผมก็เลยตัดสินใจที่จะละเว้นเขาไปก่อน เพื่อเป็นการให้เกียรติ

ผมเปลี่ยนไปนึกถึงโรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ ในบทบาทมหาเศรษฐีเสน่ห์แรง โทนี่ สตาร์ก จากเรื่อง Iron mam เขามีเสน่ห์นะ แต่ด้วยวัยที่ค่อนข้างสูงกว่าผมมากไปหน่อย ก็เลยทำให้ผมเบนเข็มไปยังสมาชิกคนอื่นๆในทีม The Avengers 

ผมส่ายหัวอย่างขัดใจ คนที่เหลือไม่ถูกใจผมเลย พวกเขาหล่อ แต่ไม่ใช่แนวผม  ผมชอบแบบหล่อ เข้ม และดูอันตรายนิดๆ

...อันตราย

ภาพใครคนหนึ่งลอยขึ้นมาในหัวผมแบบไม่ทันได้ไตร่ตรอง ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้ม ที่มีเรือนผมสีดำสนิท และดวงตาอันมืดมิดยิ่งกว่าความมืด ผมนึกถึงรอยยิ้มบาดลึกอันชั่วร้ายในเวลาที่เขามองมายังผม

...เอ็ดการ์

เสียงเรียกและลมหายใจนั้นชัดเจนและอุ่นจัดราวกับเป่ารดอยู่ตรงต้นคอผม  ความรู้สึกวูบไหวปนหวาดหวั่นก่อเกิดขึ้นในอกผม

“ลูซิเฟอร์...”

ผมพึมพำออกมาอย่างลืมตัว ก่อนจะเบิกตากว้างอย่างตกใจ เมื่อรู้สึกตัวว่าตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่  ผมหนาวเยือกไปถึงสันหลัง ความรู้สึกเคลิบเคลิ้มหายวับไปไม่มีเหลือ ผมรีบอาบน้ำให้เสร็จอย่างรวดเร็ว แล้วเดินออกมาจากห้องน้ำ

“เอ็ด ถ้านายยังอยากล้อเล่นงี่เง่าอยู่อีก ฉันจะย้ายไปนอนห้องมาร์คแล้วนะ” ลีโอพูดออกมาอย่างหงุดหงิดรำคาญใจ เมื่อผมสอดตัวเข้าไปในผ้าห่มและกอดเขา

“ไม่... อย่าไป”

ลีโอพลิกหันมาทางผม “เอ็ด มีอะไร?”

“เปล่า” ผมส่ายหน้า “แค่อยากนอนด้วย”

ลีโอจ้องหน้าผม ผมไม่รู้ว่าเขาเห็นอะไรในแววตาผม แต่ลีโอก็เลื่อนตัวให้ผมขยับเข้าไปใกล้มากขึ้น และดึงผ้าห่มคลุมตัวเราทั้งคู่ “โอเค”

ผมนอนซุกอยู่ในผ้าห่มผืนเดียวกับลีโอ พยายามปัดภาพชวนขนลุกนั่นออกไปจากหัว

ลีโอเลื่อนแขนมากอดผมไว้หลวมๆ เขาพูดด้วยเสียงนุ่มนวลอ่อนโยน  “หลับเถอะเอ็ด”

ผมหลับตาลง ผ่อนลมหายใจเพื่อกล่อมให้ตัวเองสงบ และได้แต่หวังว่าคืนนี้ตัวเองจะไม่นอนฝันร้าย...



 

ช่วงสายของวันต่อมา พวกเราทั้งสามคนก็มานั่งอยู่ในห้องทำงานของหลวงพ่อธอร์สัน  ผมนั่งจ้องเคราสีขาวปนเทาของท่าน ด้วยความรู้สึกอึดอัดใจนิดๆ ไม่ใช่เพราะท่านดูดุหรือมีท่าทีไม่น่าไว้ใจ ที่จริงหลวงพ่อธอร์สันดูเป็นชายแก่ใจดี ที่มีเรือนผมสีเทาทั้งหัวและมีดวงตาสีน้ำตาลดูอบอุ่น แต่ท่าทางนิ่งคิดหลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด และสีหน้าที่เหมือนจะลำบากใจนั่นต่างหาก ที่ทำให้ผมทำตัวไม่ถูก

ลีโอนั่งอยู่ข้างผม เขาวางมือประสานกันไว้หลวมๆบนตัก ริมฝีปากได้รูปเม้มสนิท ซึ่งผมรู้ว่านั่นเป็นท่าทางของลีโอตอนที่กำลังเครียด

นานเหมือนชั่วกัปชั่วกัลป์ แต่ในที่สุดหลวงพ่อธอร์สันก็พูดออกมา ถ้าสิ่งที่ลูกพูดมามันคือความจริงทั้งหมด ซึ่งแน่นอนว่าพ่อเชื่อว่ามันเป็นความจริง พ่อก็คิดว่าเรากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากมาก

แต่หลวงพ่อจะช่วยเราได้ใช่มั้ยครับผมถามขึ้นมา มาร์คบอกว่าท่านเก่งที่สุดแล้ว และท่านก็ช่วยเหลือคนอื่นมาตั้งเยอะแยะก่อนหน้านี้ด้วย

นั่นพ่อคงไม่ปฎิเสธ หลวงพ่อธอร์สันพยักหน้าเล็กน้อยและมองผมอย่างเปี่ยมเมตตา แต่ไม่รู้ว่าทำไมที่มันทำให้ผมรู้สึกแย่ลงไปอีก เป็นความจริงที่พ่อช่วยเหลือคนมามากมาย และเคยทำพิธีไล่ผีภายใต้กฎของคริสต์จักร แต่นั่นยังไม่ใช่ทั้งหมดที่ลูกควรต้องรู้

ยังมีอะไรอีกครับผมถาม

เกินกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ที่เดือดร้อนซึ่งเชื่อว่าโดนปีศาจร้ายเข้าสิง อันที่จริงมันคือการป่วยทางจิต

ผมไม่ได้ป่วยทางจิตลีโอแทรกขึ้น น้ำเสียงเขาแข็งกระด้าง

หลวงพ่อธอร์สันเหลือบมองรอยประทับตรงต้นคอของลีโอแว่บหนึ่ง ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นจ้องตาเขา พ่อไม่สงสัยเลยว่าปีศาจร้ายนั้นมีอยู่จริง และมันสามารถเข้าสิงหรือควบคุมจิตใจมนุษย์ให้ก้าวสู่ความบาป

หลวงพ่อธอร์สันเบนสายตากลับมายังผมและมาร์ค พ่อเข้าใจว่านี่เป็นเรื่องที่ยอมรับได้ยากสำหรับผู้ใกล้ชิด ที่ต้องเห็นบุคคลอันเป็นที่รักต้องทุกข์ทรมาน พ่อให้ความช่วยเหลือมามากก็จริง แต่ก็อย่างที่บอก ว่าอาการที่เข้าใจว่าถูกวิญญาณร้ายเข้าสิง เกือบทั้งหมดมันคือการป่วยทางจิต พ่อพบคนซึ่งมีปมอันเจ็บปวดฝังลึกอยู่ในจิตใจ  เด็กที่ถูกทารุณกรรมทางเพศจากคนในครอบครัว หรือคนที่ต้องแบกรับความทุกข์ทนอันเกินที่จิตใจจะรับไหว และมันแสดงออกมาในอาการคล้ายกับถูกผีสิง ซึ่งอันที่จริงมันบำบัดได้ด้วยวิธีทางการแพทย์

หลวงพ่อกำลังจะบอกว่าพิธีไล่ผีมันไม่มีจริง แต่มันเป็นแค่ทริกที่ใช้หลอกล่อให้สบายใจเหรอครับผมเสียงหลง

พ่อพูดว่าเกือบทั้งหมดที่พ่อเคยเจอ ไม่ใช่ทั้งหมด

เราทุกคนดูเหมือนนิ่งเกร็งไปชั่วขณะ

จากทั้งหมดที่พ่อเคยช่วยเหลือ มีอยู่เพียงรายเดียวที่พ่อแน่ใจว่ามันคือการคุกคามจากดวงจิตอันชั่วร้าย เธอเป็นเด็กผู้หญิงอายุ 14 ปี ที่ต้องทนทุกข์กับอาการที่ครอบครัวเรียกมันว่าการถูกสิงโดยซาตาน” 

 ผมหายใจไม่ทั่วท้อง ในขณะที่ลีโอนิ่งฟังอย่างตั้งใจ

ตอนที่พ่อไปเจอ เด็กที่น่าสงสารนั่นนอนอยู่บนเตียงอย่างเซื่องซึม ดวงตาลึกโหลไร้ชีวิตชีวาอย่างที่คนอายุเท่านั้นไม่ควรจะเป็น เนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผลที่เธอทำให้มันเกิดขึ้นเอง  ตอนที่เธอสังเกตเห็นการมาถึงของพ่อ เธอโกรธมาก และกระโดดผลุงขึ้นยืนบนเตียง ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ดูเหมือนไม่มีเรี่ยวแรง เธอตวาดและชี้หน้าด่าพ่ออย่างด้วยเสียงแหบต่ำแบบเสียงของผู้ชาย กล่าวอ้างว่าตัวเองเป็นหนึ่งในเจ็ดเจ้าชายจากแดนนรก เธอก่นด่าลามไปถึงพระคริสต์ สาธยายถึงการเสพสังวาสในหมู่นักบวชทั้งชายและหญิง และแสดงกิริยาอันลามกกับร่างกายตัวเอง ต่อหน้าพ่อและคนในครอบครัว

ผมกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ ในเวลาเดียวกับที่มาร์คถามขึ้นมา แล้วอะไรครับ คือสิ่งที่ทำให้หลวงพ่อแน่ใจว่านั่นไม่ใช่การป่วยทางจิต

เธอทำให้สิ่งของลอยได้ และมีตัวหนังสือปูดนูนขึ้นบนร่างกาย ม่านตาของหลวงพ่อธอร์สันขยายกว้างขึ้น คล้ายกับกำลังมองเห็นภาพบางอย่างที่ชวนหวาดหวั่น  มันขยับเปลี่ยนแปลงให้เห็นต่อหน้าต่อตาพ่อ  ทั้งหมดล้วนเป็นถ้อยคำหยาบคายต่ำช้า ที่แสดงถึงการดูหมิ่นหยามหยัน และที่แย่ไปกว่านั้น หลังจากได้สติ เด็กน้อยนั่นต้องทนอยู่กับความทุกข์ทรมานกับความรู้สึกผิดในสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไป และในที่สุดทั้งครอบครัวและทางโบสถ์ ก็มีความคิดเห็นไปในแนวทางเดียวกัน ว่าควรต้องทำพิธีไล่ผี

ความหวังเล็กๆสว่างวาบขึ้นในใจของผม

แล้วเธอดีขึ้นทันทีเลยรึเปล่าครับผมถามออกไปด้วยใจที่เต้นระทึก

หลวงพ่อธอร์สันอึ้งไปเล็กน้อย  ก่อนจะพูดต่อ “พิธีไล่ผีไม่ใช่อะไรที่ธรรมดาสามัญเลย  มันเต็มไปด้วยความเจ็บปวดทรมานของเจ้าของร่าง และความโกรธเกรี้ยวของปีศาจ สิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอมันเลวร้ายมากจริงๆ ยิ่งขับไล่ ปีศาจร้ายก็ยิ่งต่อต้านรุนแรงขึ้น หลังจากที่ทำพิธีขับไล่ มันก็หายไปจากเธอ แต่แล้วมันก็กลับมาใหม่อีกครั้งในช่วงเวลาไม่กี่วัน และด้วยความโกรธที่มากกว่าเดิม หลังจากผ่านการทำพิธีไปสามครั้ง เด็กน้อยที่น่าสงสารนั่นก็บอบช้ำอย่างมากทั้งทางร่างกายและจิตใจ แต่ทางครอบครัวก็ยังยืนกรานว่าจะดำเนินการต่อไป แม้ว่าเธอจะเครียดจัดและอ่อนล้ามากแล้วก็ตาม และในขณะที่ทางเรากำลังถกเถียงว่าควรเลื่อนระยะการทำพิธีครั้งที่สี่ออกไปดีหรือเปล่า เรื่องราวทั้งหมดก็ยุติลงได้ก่อน  ปีศาจร้ายไม่ใช้ร่างกายเธอเป็นที่สิงสู่อีกต่อไป

มันเป็นแบบนั้นได้ยังไงครับ”  ผมถามทันควัน

หลวงพ่อธอร์สันหรุบตาลงต่ำ มองมือเหี่ยวย่นที่ประสานกันอยู่ตรงหน้า และพอท่านเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง ใจผมก็หล่นวูบ

เธอยิงตัวตายในลิฟต์ ด้วยปืนสั้นที่ขโมยมาจากลิ้นชักในห้องนอนของพ่อแม่

ผมตัวแข็งทื่อ  รู้สึกเหมือนอากาศถูกสูบออกไปจากปอด ในขณะที่มาร์คและลีโอก็ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้เลย

แต่พ่อไม่ได้หมายความว่าพวกเธอควรจะหมดหวังหลวงพ่อธอร์สันรีบพูดต่อ เด็กคนนั้นยังเด็ก และอ่อนแอกว่าพวกเธอมาก ถึงได้ไม่สามารถยืนหยัดต่อสู้จนถึงที่สุด แต่สำหรับพวกเธอ พ่อเชื่อว่ามันต่างออกไป ถ้าเธอยึดมั่นในศรัทธา และยืนกรานต่อสู้ด้วยความเข้มแข็งในจิตใจของเธอเอง บางทีปีศาจร้ายอาจเป็นฝ่ายล่าถอย"

หลวงพ่อแน่ใจได้ไง”  ลีโอถามเสียงเข้ม แววตาเขานิ่งและเย็นเยียบ

พ่อมีศรัทธาแบบนั้น

เลื่อนลอยสิ้นดีลีโอพูดเสียงกระด้าง

ลีโอ...มาร์คปราม

ฉันพูดผิดตรงไหนลีโอลุกขึ้น เขาเอามือท้าวโต๊ะและโน้มตัวไปหาหลวงพ่อธอร์สัน  หลวงพ่อกล้าพูดออกมาว่าเป็นเพราะเธอคนนั้นไม่เข้มแข็งพอ ก็เพราะหลวงพ่อไม่เคยเป็นคนที่ต้องทนทุกข์กับการถูกสิ่งนั้นครอบงำ มันไม่เหมือนการสิงสู่ แต่มันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเรา ผสานอยู่กับทุกอณูในร่างกายของเรา กัดกินส่วนดีในตัวเรา และแทนที่ด้วยความเลวร้าย ต่อให้อยากหนีก็หนีไม่ได้ คนเราจะหนีตัวเองได้ยังไง!?  หลวงพ่อบอกว่าเราต้องทนให้ได้  แต่หลวงพ่อไม่รู้หรอกว่ามันทรมานขนาดไหน ที่ต้องฝืนต่อสู้กับความต้องการของตัวเอง ทั้งๆที่มันเป็นความรู้สึกของมัน ไม่ใช่ของผม!

ลีโอมาร์คพูดเสียงเข้ม และดึงแขนลีโอเอาไว้

ลีโอสะบัดมือของมาร์คออก เขาถอยตัวออกมา แต่สายตายังจับจ้องอยู่ที่หลวงพ่อธอร์สัน

นัยน์ตาสีน้ำตาลของหลวงพ่อธอร์สันดูหม่นลงขณะมองตอบลีโอ พ่อพูดไม่ได้ว่าสิ่งที่ลูกต้องเผชิญอยู่นั้นมันไม่ยากลำบาก แต่พ่อหวังว่าลูกจะมีศรัทธามากกว่านี้ และถ้าลูกต้องการจะให้พ่อช่วยทำพิธีไล่ผี พ่อก็จะทำหนังสือขออนุญาตไปยัง...

เพื่ออะไร?” ลีโอสวนออกไปเสียงกร้าว เพื่อทำให้ดูเหมือนว่าผมยังมีฝ่ายที่อยู่ข้างผม ทั้งๆที่จริงๆแล้ว ไม่มีใครช่วยผมได้นอกจากตัวผมเอง และถ้าผมสู้ไม่ได้ มันก็จบ สิ่งที่ท่านกำลังเสนอให้ผม เป็นแค่ความหวังลมๆแล้งๆ ที่มีแต่จะทำให้คนรอบข้างผมต้องทุกข์ทนมากขึ้น ทั้งๆที่สุดท้ายแล้ว ผมก็ต้องเอาปืนจ่อหัวตัวเองอยู่ดี ดังนั้น ผมไม่ขอรับความหวังกลวงๆนี้ไว้จะดีกว่า แต่ก็ขอบคุณสำหรับคำตอบตรงๆว่าผมไม่มีหวัง

ลีโอหันหลัง และผลุนผลันออกจากไปตรงนั้น ท่ามกลางความตกตะลึงของพวกเราที่เหลือ

ลีโอ!” ผมลุกขึ้น และวิ่งตามเขาออกไป

เอ็ด ไม่ต้องพูด ลีโอยกมือขึ้นห้าม เมื่อเราออกมาถึงหน้าโบสถ์ ฉันจะไม่ทำพิธีอะไรทั้งนั้น ไม่ว่านายกับมาร์คจะว่ายังไง

ผมดึงแขนเขา ลีโอหยุดเดิน แต่ก็ยังไม่หันมามองหน้าผม ผมมองเสี้ยวหน้าของลีโอ ริมฝีปากเขาซีดและเม้มแน่น ความคับแค้นโกรธเกรี้ยวฉายชัดออกมาทางแววตา

ผมสูดลมหายใจ ข่มความรู้สึกจุกในอกและพูดออกไป กลับบ้านเราเถอะ

......

ตลอดเส้นทางจากนิวแฮเวนมายังแมนฮัตตันนั้นเงียบงันและหนักอึ้งอย่างเหลือเชื่อ เราทั้งสามคนแทบไม่พูดกันเลย ลีโอเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างแทบตลอดเวลาหรือไม่ก็หลับ ซึ่งผมแน่ใจว่าเขาไม่ได้หลับจริงๆ

ผมกับมาร์คสบตากันเป็นระยะๆ แต่ก็แทบจะไม่ได้พูดกัน มาร์คดูครุ่นคิด ซึ่งผมไม่รู้หรอกว่าเขากำลังคิดอะไร เพราะในหัวผมมันเต็มไปด้วยหลายสิ่งหลายอย่าง ที่ยุ่งเหยิงจนไม่สามารถดึงตัวเองออกมาได้

เรากลับมาถึงบ้านในตอนบ่าย  ฟิโอน่ากุลีกุจอออกมาต้อนรับ ก่อนจะต้องทำหน้าเก้อๆ เมื่อเห็นเราแทบจะไม่พูดไม่จา มาร์คทักทายอย่างสุภาพและขยับเข้าไปใกล้เพื่อพูดอะไรบางอย่างกับฟิโอน่า ผมไม่คิดจะอยู่ฟัง เพราะต้องรีบเดินตามลีโอ ที่ก้าวพรวดๆขึ้นบ้านโดยไม่ทักทายใคร

ลีโอผมเรียกเขาเมื่อเราทั้งคู่เข้ามาในห้อง

ลีโอวางเป้ลงบนพื้น ก่อนจะเดินไปหยิบกล่องไวโอลินที่วางอยู่ข้างเตียง

ผมขยับเข้าไปขวางเขา เมื่อลีโอทำท่าจะเดินผ่านผมไปเฉยๆ นายจะไปไหน

ซ้อมไวโอลิน ฉันมีแข่งอาทิตย์หน้า

ลีโอ นายคิดมั้ยว่าเวลานี้เราน่าจะคุยกันก่อน

เรื่องอะไร?” ลีโอหันมามองผม คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน

เราต้องหาทางออกเรื่องนี้ด้วยกัน

ผิดแล้วเอ็ดสีโอเสียงกร้าว ดวงตาเป็นประกายวาวโรจน์ เรื่องนี้มันไม่มีทางออก มีแค่จุดเริ่มต้นกับจุดจบ และตอนนี้เรากำลังเดินทางไปสู่จุดจบ แค่ยังไม่รู้ว่ามันคือวันไหน

ผมส่ายหน้า คำพูดและท่าทางของลีโอทำให้เกิดโพรงว่างโหวงเล็กๆในอกผม และมันกำลังค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่าพูดแบบนั้นลีโอ เราจะหยุดเรื่องนี้ให้ได้ ถึงมาร์คจะช่วยเราไม่ได้ แต่ฉันจะ...

หุบปากซะทีได้มั้ยเอ็ด!” ลีโอตะคอกใส่หน้าผม มันช่วยอะไรไม่ได้ นายช่วยไม่ได้ ใครก็ช่วยไม่ได้! หยุดบ้าซะที แล้วก็ใช้ชีวิตของนายไป ให้ฉันรู้สึกดีขึ้นบ้าง ที่อย่างน้อยก็ยังมีเราคนหนึ่งที่ไม่ต้องรีบตาย!

ลีโอกระแทกไหล่ผมอย่างแรงจนผมเซ  เขาก้าวออกไปนอกห้องและปิดประตูดังปัง โดยไม่สนใจสาวใช้ที่ทำหน้าตาตื่นอยู่ตรงบันได

ผมยืนมองความว่างเปล่าตรงหน้า กระพริบตาปริบๆเหมือนคนไม่มีสติ และเมื่อความรู้สึกกลับคืนมา เนื้อตัวผมก็เริ่มสั่น

 “แม่งโว้ย!

ผมเตะเก้าอี้ล้มโครม และปัดข้าวของที่วางอยู่บนโต๊ะจนมันหล่นลงมากระจายเกลื่อนพื้น  ก่อนจะกระชากโคมไฟตั้งโต๊ะขว้างใส่ผนัง เสียงหลอดไฟกระทบผนังแตกละเอียดร่วงหล่นลงพื้น ผมทิ้งตัวลงนั่ง มือกุมหัวในท่าชันเข่า ความสิ้นหวังคืบคลานเข้ามาเกาะกุมผมไว้เหมือนปลิง และกำลังดูดกลืนความเจ็บปวดของผมแทนเลือด

ผมเลื่อนสายตาไปยังกรอบรูปที่หล่นลงลงมาจากโต๊ะ มันมีรอยร้าวทแยงจากมุมด้านหนึ่งออกไปถึงตรงกลางรูป ผมเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมา ภาพนั้นสั่นเพราะมือผมกำลังสั่น  แต่ถึงอย่างนั้นภาพนั่นก็ชัดเจนอยู่ดีสำหรับผม มันเป็นภาพผมกับลีโอตอนอายุ 9 ขวบ เรากอดคอกันและยิ้มให้กล้อง  ผมเงื้อมือขึ้นเพื่อจะขว้างมันออกไป  แต่แล้วผมกลับเงื้อค้าง ก่อนจะลดมือลง

ผมดึงภาพนั้นมาแนบอก แล้วทิ้งตัวลงนอนกับพื้น  เสียงไวโอลินของลีโอลอยแว่วมาให้ได้ยิน มันบาดลึกและชวนให้หดหู่สิ้นหวัง ผมหลับตาลง และจ่อมจมลงในความรู้สึกของตัวเอง

ผมลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเวลาผ่านไปพักใหญ่ ความโกรธอย่างไร้สติบางเบาลงบ้างแล้ว แต่ความเจ็บปวดยังเท่าเดิม ผมยันตัวขึ้นนั่งพิงขอบเตียง แสงสีส้มจางๆของดวงอาทิตย์ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้อง มันทาบทาเป็นเงาเหมือนไม้กางเขนอยู่บนพื้น

ผมเอียงคอเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่ซุกอยู่ใต้เตียง ผมขยับไปดึงมันออกมา มันคือกระเป๋าเป้ที่ผมยัดมันเอาไว้ ตั้งแต่วันที่ผมกลับมาจากตึกร้างที่ถูกริเวอร์ล่อหลอกให้ไปกับเขา ผมซุกมันไว้ตรงนั้น และไม่เคยแตะต้องมันอีก

ผมรูดซิปเปิดกระเป๋าเป้ หัวใจคล้ายจะเต้นผิดจังหวะ ขณะที่หยิบหนังสือสองเล่มที่อยู่ในนั้นออกมา

The Fallen Angel…

ผมมองมันด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก นึกไม่ออกแล้ว ว่าตอนนั้นทำไมผมถึงคิดว่าควรซื้อหนังสือพวกนี้  ผมเปิดหนังสือเล่มแรกออกดู  ช่วงแรกของหนังสือเต็มไปด้วยภาพและเรื่องราวของพระผู้เป็นเจ้า บรรดาทูตสวรรค์อันงดงาม และภารกิจที่ทูตสวรรค์เหล่านั้นทำงานเพื่อรับใช้พระองค์

มิคาเอล   ราฟาเอล ยูริเอล กาเบรียล...

ผมมองภาพวาดที่ถ่ายทอดมาจากจินตนาการของมนุษย์ อัครเทวทูตเหล่านั้นล้วนมีรูปกายงดงาม มีรัศมีเรืองรอง และมีปีกถึง 3 คู่ คู่หนึ่งไว้ปิดป้องดวงตาจากการมองพระเจ้าโดยตรง คู่หนึ่งไว้สำหรับปิดคลุมร่างกายส่วนล่างและเท้า และอีกคู่ไว้สำหรับบิน

ผมชะงัก เมื่อเปิดไปถึงหน้าที่มีเรื่องราวของอัครเทวทูตอีกองค์หนึ่ง

...ลูซิเฟอร์

ใจผมกระตุกวูบเมื่อเห็นชื่อนั้น ผมเลื่อนสายตาลงไปอ่านเนื้อหาที่อยู่ถัดไป

ลูซิเฟอร์ เป็นทูตสวรรค์องค์แรกที่พระเจ้าสร้างขึ้น มีรูปกายงดงามเหนือทูตสวรรค์ทั้งปวง มีปีกถึง 6 คู่ มีและมีรัศมีอันสว่างเจิดจ้า ลูซิเฟอร์ได้ชื่อว่าเป็นโอรสแห่งรุ่งอรุณ เป็นอัครเทวทูตที่ยิ่งใหญ่และมีอำนาจรองจากพระเจ้า ไม่มีทูตสวรรค์องค์ไหนที่จะได้รับความเอ็นดูจากพระเจ้าเทียบเท่าลูซิเฟอร์อีกแล้ว และในบางครั้งทูตสวรรค์องค์นี้จะปรากฏกายในรูปลักษณ์ของมังกรหรือสิงโต

ผมมองภาพวาดของลูซิเฟอร์ในรูปลักษณ์สิงโต และแค่นเสียงออกมาอย่างขื่นๆ

...นี่มันไม่ได้มีอะไรเหมือนกับที่ผมเจอมาเลย

สิงโตสวรรค์ตัวใหญ่น่าเกรงขามที่มีปีกสีขาวอ่อนนุ่มเหมือนจะส่องประกายได้ ช่างแตกต่างอย่างสิ้นเชิง กับเงาร่างอสูรอันน่าสะพรึงกลัวที่มีปีกค้างคาวขนาดใหญ่อยู่บนหลัง

ผมเลื่อนสายตาลงอ่านเนื้อหาที่ยังมีต่อ  ที่ดูเหมือนว่าในความงดงามของลูซิเฟอร์ จะเต็มไปด้วยความทะนงในรูปลักษณ์และอำนาจของตัวเอง เพราะหลังจากพระเจ้าสร้างมนุษย์ขึ้นมา โดยลอกเลียนจากรูปลักษณ์ของทูตสวรรค์ และให้ความรักเอ็นดูแก่มนุษย์เช่นเดียวกัน  ลูซิเฟอร์ก็ไม่พอใจ และในที่สุดก็ยุยงให้อดัมกินผลไม้ต้องห้าม เพื่อให้พระเจ้าได้เห็นความไม่สมบูรณ์แบบในตัวมนุษย์

...ไอ้เลว ทุเรศ เห็นแก่ตัว

ผมด่าในใจอย่างเดือดดาล  ไม่เข้าใจเลยว่าความยโสและเจ้าเล่ห์เพทุบายระดับนี้ ไปมีอยู่ในตัวทูตสวรรค์ผู้สมบูรณ์แบบได้ยังไง?

และเมื่อไม่สามารถโน้มน้าวให้พระเจ้าเกลียดมนุษย์ได้สำเร็จ  ลูซิเฟอร์ก็ไม่พอใจหนักยิ่งขึ้น และด้วยความหยิ่งผยองในพลังอำนาจของตัวเอง ลูซิเฟอร์ได้ชักจูงเทพจำนวนมากให้ก่อการกบฏต่อสวรรค์ จนเกิดเป็นสงครามสวรรค์ขึ้นมา

แต่สุดท้ายแล้ว ลูซิเฟอร์ก็ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้แก่อัครเทวทูตมิคาเอล ผู้ซึ่งภักดีต่อพระเจ้าและนำทัพสวรรค์มาต่อสู้  มิคาเอลใช้หอกแทงทะลุอกลูซิเฟอร์ และนำชัยชนะสู่กองทัพสวรรค์ 

รูปลักษณ์ของลูซิเฟอร์แปรเปลี่ยน  ปีกทูตสวรรค์หลุดร่วง และถูกแทนที่ด้วยปีกค้างคาวมหึมา ดวงตาอันสุกใสกลายเป็นแดงก่ำคุโชนเหมือนถ่านไฟ  เขาสัตว์งอโค้งงอกออกมาจากศีรษะ  รูปกายทูตสวรรค์อันงดงามไร้ที่ติกลายเป็นอสูรร้ายน่าสะพรึงกลัว    ลูซิเฟอร์ตัดสินใจละทิ้งพระเจ้า หันหลังให้กับสวรรค์และบ่ายหน้าลงนรก  สู่ตำแหน่งเจ้าชายแห่งบัลลังก์เพลิง ด้วยไฟโทสะและแรงอาฆาตพยาบาทอย่างเต็มเปี่ยม 

ข้าขอเป็นใหญ่ในนรก ดีกว่าต้องอยู่อย่างอัปยศบนสวรรค์

ผมมองภาพวาดที่อัครเทวทูตมิคาเอลกำลังเงื้ออาวุธอยู่เหนือร่างของลูซิเฟอร์  มือที่จับขอบปกหนังสือบีบเกร็ง

...นี่ใช่มั้ย?  ที่ทำให้เขาโกรธแค้นจนต้องตามจองเวรกับมนุษย์ไม่จบไม่สิ้น ผมปิดหนังสือลงอย่างเดือดดาล และโยนมันกลับเข้าใต้เตียง ไม่มีประโยชน์ที่จะอ่านถึงพรรคพวกเทวดาตกสวรรค์ที่เหลือ เพราะแค่ตัวหัวหน้าอย่างเดียวผมก็สะอิดสะเอียนเต็มกลืนแล้ว

ผมหยิบหนังสืออีกเล่มออกมาวางบนตัก

สัญลักษณ์และการบูชาเทพ...

ผมเปิดมันออกดู  มันเป็นหนังสือที่เล่าถึงสัญลักษณ์และพิธีกรรมที่มนุษย์เคยทำในอดีต เพื่อบูชาเทพที่พวกเขาเคารพ  ผมมองดูอย่างทึ่งๆ  สัญลักษณ์ต่างๆที่คนกลุ่มหนึ่งในยุคหนึ่งใช้สื่อถึงการบูชาเทพ แต่พอมาถึงยุคสมัยนี้ มันกลับถูกมองเป็นสัญลักษณ์ของพวกนอกรีตบูชาซาตาน

ช่วงท้ายของหนังสือกล่าวถึงสัญลักษณ์ต้องห้าม อันเป็นเครื่องหมายถึงการติดต่อกับดินแดนแห่งความตาย  ผมขนลุกเกรียว เมื่อเห็นภาพบางอย่างที่คุ้นเคยปะปนอยู่กับสัญลักษณ์เหล่านั้น


ผมเบิ่งตามองภาพที่อยู่มุมล่างขวาสุด  มันเป็นสัญลักษณ์ที่ประกอบไปด้วยสามเหลี่ยมกลับหัวและตัววีซ้อนทับกันอยู่ แบบเดียวกันกับที่แมวดำในความฝันใช้กรงเล็บกรีดลงบนอกผม และมันแจ่มชัดอยู่ในหัวพอๆกับที่ผมกำลังจ้องมันอยู่ในหนังสือตอนนี้

สัญลักษณ์ของลูซิเฟอร์...

ผมมือสั่นขณะปิดหนังสือลง ผลักมันกลับเข้าไปอยู่ใต้เตียงก่อนจะลุกขึ้นยืน ความรู้สึกปั่นป่วนก่อตัวขึ้นในอก ทุกสิ่งทุกอย่างมันชัดเจนจนไม่ต้องเดาอะไรอีก และมันตอกย้ำความจริงว่าผมกับลีโอกำลังติดอยู่ในกับดักของปีศาจ โดยมีมือของแม่เราผลักพวกเราลงไปในนั้น

ผมขบกราม ฝ่ามือทั้งสองข้างกำแน่นอยู่ข้างลำตัว ความโกรธไหลพล่านไปทุกอณูร่างกาย และความจนตรอกก็ยิ่งทำให้มันรุนแรงยิ่งขึ้น

ผมหันไปมองรูปของผมกับลีโอที่ยังวางอยู่บนพื้น และเมื่อมองเห็นดวงตาสีน้ำเงินเข้มสวยของลีโอที่มองตอบออกมา ผมก็ผลุนผลันออกจากห้อง

...ในเมื่อไม่มีใครหาทางออกให้ผมได้  ผมก็จะเจาะทางออกนั่นด้วยตัวผมเอง ต่อให้ปลายทางมันจะเปิดไปสู่อะไรก็ตาม

......

ผมไปถึงจุดหมายหลังจากนั้นพักใหญ่ ผมก้าวลงจากรถแท็กซี่ และไขกุญแจเปิดประตูสุสานประจำตระกูล แสงสีส้มของดวงอาทิตย์ยามเย็นหายลับไปในหมู่แมกไม้ และเริ่มถูกแทนที่ด้วยสีเทาหม่นของกลางคืน

ผมเดินเข้าไปด้านใน ความร่มครึ้มและเงียบเชียบไม่ทำให้ผมหวาดหวั่นเท่าที่เคย  ผมเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าป้ายหลุมศพแม่ มองแผ่นหินสีขาวที่จารึกชื่อลิเดีย แวน ดีสเทน

แม่ครับ ผมพูดออกไป ผมมาวันนี้เพื่อที่จะบอกแม่ ว่าผมขอบคุณสำหรับชีวิตที่แม่ให้ผมมา ถึงผมจะคิดอยู่เสมอว่าตัวเองคงมีความสุขกว่านี้ ถ้าแม่อยู่กับผมแทนที่จะตายจากไปแบบนี้ ผมไม่เคยโกรธที่แม่ไม่เคยอุ้มผม ไม่เคยสอนอะไรให้ผม ไม่เคยทำให้ผมรับรู้ถึงความอบอุ่นแบบที่เด็กคนอื่นได้รับจากผู้ให้กำเนิด

แต่มีอย่างเดียวที่ผมโกรธผมสูดลมหายใจ กลืนก้อนแข็งๆที่ขึ้นมาตรงลำคอให้กลับลงไป แม่ทำแบบนี้กับเราได้ยังไง? ทุกวันในชีวิตผม ถึงมันจะลุ่มๆดอนๆหาความมั่นคงไม่ได้ แต่ผมก็ไม่เป็นไร ...เพราะผมมีลีโอ

แต่ในเมื่อแม่ทำแบบนั้นกับเขา...ผมหยิบคัตเตอร์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง แม่ทำให้ผมไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากยึดเหนี่ยวสิ่งสำคัญสิ่งเดียวในชีวิตผมให้ยังอยู่กับผมต่อไป ผมขอโทษในสิ่งที่ผมกำลังจะทำ แต่ผมตัดสินใจแล้ว

ผมกดใบมีดลงที่ท้องแขน และกรีดมันเป็นทาง เลือดสีแดงสดไหลทะลักออกมาตามรอยแยกของผิวหนัง มันไหลย้อยลงมาตามข้อศอกและหยดลงบนพื้นหญ้า

ผมเขียนสัญลักษณ์อันน่าสะพรึงลงบนแผ่นหินเหนือหลุมศพ  สีแดงสดของเลือดตัดกับแผ่นหินสีขาวดูเด่นชัดกระทั่งในความมืดครึ้ม ผมเค้นเสียงออกมาจากลำคอ

ออกมาสิวะ ไอ้สารเลวลูซิเฟอร์ จะรออะไรอีก

ผมเบิกตากว้าง เมื่ออยู่ๆใบไม้แห้งที่เกลื่อนกลาดอยู่บนพื้นเริ่มขยับ มันเคลื่อนตัวปลิวเรี่ยไปตามพื้น  ก่อนที่กระแสลมแรงจะก่อตัวขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย  มันพัดพาใบไม้แห้งและฝุ่นให้ปลิวฟุ้งไปในอากาศ  ครั้งก่อนที่ผมเขียนสัญลักษณ์นี้พร้อมกับเรียกชื่อเขา มันใช้เวลาครู่หนึ่งกว่าเขาจะตอบรับคำเชื้อเชิญ   แต่ครั้งนี้ดูเหมือนผมจะไม่ต้องรอนาน

กระแสลมพัดกรรโชกแรงขึ้น ผมยกแขนขึ้นมากันตรงใบหน้า เมื่อมันพัดพาเอากิ่งไม้เล็กๆลอยปะปนมาด้วย เสียงหวีดหวิวของสายลมดังอยู่รอบตัวเหมือนเสียงร้องของภูตผีปีศาจ  

ผมชะงัก เมื่อเห็นหยดเลือดไหลซึมออกมาจากสัญลักษณ์ที่ผมวาด และแทบจะหยุดหายใจ เมื่อมันไหลย้อยลงมาตามแผ่นหินป้ายหลุมศพอย่างช้าๆ แม้จะเตรียมใจมาแล้ว แต่ภาพตรงหน้าก็ยังเขย่าขวัญสั่นประสาทอยู่ดี

เอ็ดการรรร์...

เสียงเรียกที่คุ้นเคย ทำให้ประสาททุกส่วนในร่างกายของผมตื่นตัวอย่างฉับพลับ ผมหันควับอย่างหวาดระแวง แล้วก็ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นว่าผืนดินด้านหลังผมเริ่มปริแตก รอยแยกนั้นกว้างขึ้นและลามออกอย่างรวดเร็ว ผมถอยหลังกรูด เมื่อมันลามมาถึงตัวผม

ผมสะดุดล้มลงตรงป้ายหลุมศพของแม่ รอยแยกของแผ่นดินขยายใหญ่ขึ้น ผมเบือนหน้าหนีเมื่อไอร้อนพวยพุ่งออกมา ก่อนจะต้องตกตะลึงพรึงเพริด เมื่อแผ่นดินใต้ร่างยุบตัวลงไปเกิดเป็นโพรงขนาดใหญ่ ผมไขว่คว้ายึดป้ายหลุมศพของแม่ไว้ได้ทัน ก่อนที่จะพลัดตกลงไปในนั้น

...ไม่  ...ไม่ไหว!

ผมคิดในใจอย่างแตกตื่น เมื่อรู้สึกว่ามือที่กำลังยึดแผ่นหินกำลังเลื่อนออก มันลื่นเพราะเลือดที่ไหลออกมาอาบเปรอะแผ่นหิน  ไอร้อนระอุพวยพุ่งขึ้นมาไม่ขาดสาย และในที่สุดผมก็ไม่สามารถยึดตัวเองไว้ได้อีกต่อไป

...ไม่!!!!

ผมร้องออกมาสุดเสียงเมื่อร่างร่วงหล่นลงไปในโพรงร้อนระอุ เสียงเปลวไฟลั่นเปรี๊ยะอยู่ลึกลงไปใต้เท้าผม ใจผมเต้นกระหน่ำเหมือนอกจะระเบิด ผิวหนังแสบร้อนจนต้องปิดตาแน่น  ผมทำอะไรไม่ได้ นอกจากปล่อยให้ตัวเองร่วงหล่นลึกลงไปสู่ชะตากรรมที่รอคอยผมอยู่เบื้องล่าง!

ตุบ!!

ร่างผมหล่นกระแทกกับพื้นผิวแข็งๆ ผมงอตัวและกัดฟันเมื่อความเจ็บร้าวแล่นมาตามสันหลัง ถึงมันจะเจ็บ แต่ก็ทำให้รับรู้ได้ว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่ และเมื่อความแสบร้อนราวกับถูกแผดเผาบรรเทาเบาบางลง  ผมก็ค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ

...ที่ไหน?  

ผมมองภาพที่เห็นอย่างงุนงง ตรงหน้าผมดูเหมือนภายในของโบสถ์ที่ไหนสักแห่ง ที่เก่าร้างและทรุดโทรมเหมือนไม่มีใครเหยียบย่างเข้ามานานเต็มทีแล้ว เก้าอี้นั่งที่เรียงรายชำรุดผุพัง กระจกสีตรงหน้าต่างแตกร้าวหลุดร่วงจนมองไม่ออกว่าเคยเป็นภาพอะไรมาก่อน ผมยันกายลุกขึ้นช้าๆ แสงเทียนที่วอมแวมอยู่ตามผนัง ทำให้ผมรู้ว่าตัวเองกำลังยืนอยู่บนพื้นหินที่มีฝุ่นจับหนาเตอะ

ผมสะดุ้งสุดตัว เมื่อเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังมาจากอีกด้าน

“ข้ารอเวลานี้มานานแล้ว เอ็ดการ์”

ผมหันควับ หัวใจกระตุกวูบอย่างแรงเมื่อมองเห็นเขาเต็มตา

 ลูซิเฟอร์นั่งอยู่บนเก้าอี้ขนาดใหญ่ซึ่งอยู่หลังแท่นบูชาที่ถูกยกให้สูงขึ้น  ผนังด้านหลังของเขาประดับด้วยไม้กางเขนขนาดใหญ่ ที่ถูกห้อยกลับหัวลงมาอย่างเจตนาจะหยามไม้กางเขนแห่งพระคริสต์  กลิ่นความตายอันน่าสะอิดสะเอียนลอยคลุ้งอยู่ในอากาศจนแทบจะจับต้องได้

ขนตรงต้นคอผมลุกเกรียว รูปลักษณ์แบบมนุษย์ที่เขาปรากฏตัวให้ผมเห็นไม่ได้ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นเลย มันสมบูรณ์แบบจนดูออกว่าไม่ใช่มนุษย์จริงๆ  ลูซิเฟอร์อยู่ในชุดสูทสีดำสนิทแบบคลสสิค เขานั่งเอนตัวพิงพนักด้วยท่าทีเหมือนกำลังรอชมมหรสพ ศอกข้างหนึ่งตั้งอยู่บนที่ท้าวแขน  นิ้วยาวแข็งแรงแตะอยู่ใต้ริมฝีปากหยักสวย  ใบหน้าหล่อเหลาราวรูปสลักสงบนิ่ง มีเพียงประกายตาคมกล้าที่ส่อชัดถึงเจตนาอันชั่วร้าย

 “ลูซิเฟอร์...” ผมพึมพำออกไปเหมือนคนละเมอ

รอยยิ้มบางเบาผุดขึ้นบนริมฝีปากเขา มันดูน่าหวาดหวั่นเหมือนรอยยิ้มของปีศาจ  ลูซิเฟอร์ชี้นิ้วข้างหนึ่งมาด้านหน้า เสียงแหบต่ำดังสะท้อนอยู่ในความวังเวง  “เจ้าคงมาเพราะสิ่งนี้”

ผมมองตามมือเขา แล้วก็ต้องตกตะลึงจนแทบช็อค เมื่อเห็นร่างของใครคนหนึ่งนอนฟุบอยู่บนแท่นบูชา ผมใจเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมาจากอก ก่อนหน้านี้ผมไม่ทันสังเกตเห็นว่านั่นคือร่างของมนุษย์ ก็เพราะเขาถูกรัดพันไว้ด้วยงูตัวใหญ่เกล็ดสีดำมะเมื่อม ที่บดบังร่างเขาไว้ได้เกือบทั้งหมด และที่มันเป็นแบบนั้น ก็เพราะงูนั่นไม่ได้มีแค่ตัวเดียว!

หัวใจผมเหมือนจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เมื่อมองเห็นเปลือกตาที่หลับพริ้มอย่างไม่ได้สติ เสียงแผ่วเบาดังลอดออกมาจากริมฝีปากรูปกระจับ ยามที่งูนั่นเคลื่อนเลื้อยไปตามลำตัวเขา

“ลีโอ!

ผมตะโกนและถลันเข้าไปหาเขา แต่แล้วกลับต้องถูกหยุดไว้ด้วยเส้นใยบางๆที่ถักทอไขว้ไปมากั้นขวางอยู่ข้างหน้า มันบาดเนื้อผมจนเลือดไหลซิบ และคงตัดเนื้อผมเป็นชิ้นๆ ถ้าผมยังดึงดันจะฝ่าเข้าไป และโดยไม่ทันให้ตั้งตัว เส้นใยสีขาวก็ลอยพุ่งออกมาจากทุกทิศทาง มันยึดตรึงผมให้หยุดนิ่งตรงนั้นโดยแทบจะขยับเนื้อตัวไม่ได้  ผมเบิ่งตามองลีโออย่างปวดร้าว

ลีโอขยับตัวเบาๆ เสียงครางต่ำๆลอยลอดออกมา ท่าทางเขาเหมือนกำลังทุกข์ทรมาน คิ้วเข้มขมวดมุ่น ไออุ่นจางๆลอยกรุ่นออกมาจากริมฝีปาก เสียงงูขู่ฟ่ออยู่ใกล้หูเขา ราวกับกำลังกระซิบบอกอะไรบางอย่าง

“ปล่อยเขา!” ผมตะโกนออกไป เนื้อตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ

“ปล่อยไม่ได้หรอกเอ็ดการ์” เสียงลูซิเฟอร์ทอดต่ำ “ข้าไม่ชอบให้เครื่องบรรณาการดิ้นรนมากเรื่อง”

ผมจ้องมองภาพนั้นอย่างเจ็บปวด ความคับแค้นอัดแน่นอยู่ในอก ผมพยายามขยับแขน แต่มันก็แค่ทำให้เส้นใยนั่นบาดลึกเข้าไปในเนื้อมากขึ้น  เลือดสดๆเริ่มไหลซึมออกมาจากรอยบาดตรงข้อมือ ลีโออยู่ห่างผมออกไปแค่เอื้อม แต่ผมไม่มีปัญญาจะช่วยอะไรเขาได้

“เขาอยู่แบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว” ผมเค้นเสียงถามออกไปอย่างยากลำบาก มันแปร่งปร่าและสั่นพร่า

“ตั้งแต่แรก” ลูซิเฟอร์ลุกขึ้นและเดินตรงมาทางผม  เงาดำทะมึนเคลื่อนตามเขามาเหมือนมันมีชีวิต “เขาดูจะอยากหลับหูหลับตาอยู่แบบนั้น แสร้งทำว่าสิ่งที่เขาเป็นนั้นไม่มีอยู่จริง กระทั่งสหายทั้งเจ็ดที่อยู่บนร่างเขา ก็แทบไม่สามารถปลุกเขาให้ลืมตาตื่นขึ้นมาได้เลยตลอดหลายปีที่ผ่านมา”

ผมหลับตาลงอย่างขมขื่น ...นี่สินะ คือสิ่งที่ลีโอพยายามสู้มาตลอด ผมนึกถึงแววตาตื่นๆ เวลาที่เขาเล่าให้ฟังถึงเสียงประหลาดที่เขาได้ยิน  ผมโกรธตัวเองที่ไม่เคยตั้งใจรับฟังมันอย่างจริงจัง และปล่อยให้เขาเผชิญมันเพียงลำพังตั้งแต่เล็กจนโต

ผมลืมตาขึ้นอีกครั้ง  ลูซิเฟอร์หยุดยืนอยู่ตรงหน้าผม ร่างสูงใหญ่ตระหง่านค้ำหัวผมอย่างข่มขวัญ  ผมเลื่อนสายตาจากแผ่นอกหนาขึ้นสู่ใบหน้าราวรูปสลักที่มีเรือนผมสีดำเหมือนขนกา เช่นเดียวกับดวงตาดำสนิทลึกล้ำราวกับจะดูดกลืนทุกสิ่ง

ผมจ้องเขาอย่างโกรธแค้น ความเกลียดชังแทบจะระเหยออกมาทางรูขุมขน “แก...ไอ้สารเลว แกจะทำอะไรกับเขา!

ดวงตาของลูซิเฟอร์วาวโรจน์เหมือนเปลวเพลิงลุกโชน  ผมใจหายวาบเมื่อเส้นใยที่ยึดแขนและขาทั้งสองข้างเปลี่ยนรูปเป็นปลอกเหล็กที่ล่ามติดกับโซ่ตรวน ผมจ้องมองมันอย่างตกใจ ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อปลอกเหล็กที่รัดข้อมือและข้อเท้าเริ่มร้อนขึ้น  และค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงสุกเหมือนอยู่ในกองไฟ

“อ๊ากกกกก!!!!

ผมส่งเสียงร้องโหยหวน ความร้อนที่ส่งผ่านมายังผิวเนื้อ ไม่ต่างอะไรกับโดนเหล็กนาบไฟ ผมดิ้นทุรนทุรายอย่างทรมาน ในขณะที่ลูซิเฟอร์ยืนมองด้วยสีหน้าเฉยเมย

“บทเรียนให้รู้จักระวังปาก คราวนี้ลองพูดใหม่”

“ท่าน...” เสียงผมกระตุกสั่น “ได้โปรด... หยุดที...”

ปลอกเหล็กคลายออก ปลดปล่อยผมให้เป็นอิสระ ผมทรุดลงไปกองกับพื้น เหงื่อเม็ดโตๆไหลหยดลงมาถึงปลายคาง  ผิวเนื้อยังแสบร้อนเหมือนถูกไฟลวก และทั้งๆที่แค้นจนเจ็บร้าวในอก แต่ผมก็ข่มกลั้นมันเอาไว้  ผมจ้องมองปลายเท้าเขาและกลั้นใจเปล่งเสียงพูดออกไป  “ผมแค่อยากรู้ว่า... ท่าน... จะทำอะไรกับลีโอ”

ผมเม้มริมฝีปากอย่างกล้ำกลืน ความนอบน้อมอย่างฝืนใจ ทำให้ผมรู้สึกยิ่งกว่าคำว่าเหยียดหยาม

“เป็นคำถามที่น่าสนใจ” ลูซิเฟอร์ดูพึงพอใจ “ถ้าเจ้าสังเกตให้ดี จะพบว่าข้าให้เกียรติเขามาก  ...มากอย่างที่ไม่ได้ให้มนุษย์หน้าไหนง่ายๆ เขาน่าจะถูกโยนลงในไฟนรกตั้งแต่ลืมตาดูโลก และถูกทิ้งให้เป็นอาหารของบรรดาสัตว์ปีศาจที่หิวกระหาย  แต่ข้ากลับปล่อยให้เขาหลับไหล และรอคอยจนกว่าเขาจะพร้อม”

“พร้อม...?” ผมเงยหน้ามองเขา

ลูซิเฟอร์ก้มมองผมด้วยท่าทางอารีอย่างเสแสร้ง “พร้อมที่จะตื่นขึ้นมารับใช้ข้าอย่างใกล้ชิดและซื่อสัตย์ เจ้าคงนึกไม่ถึง ว่าเขามีศักยภาพอย่างมากมายที่จะเติบโต”

ผมเบิ่งตาค้าง รอคำพูดถัดไปของเขา

“...เป็นปีศาจ” สีหน้าลูซิเฟอร์ดูพอใจจนน่าพรั่นพรึง  “หลายปีที่ผ่านมา ข้ารอให้เขารู้สึกตัวและใช้พลังอำนาจที่ข้ามอบให้เขาเสียที   แต่เขากลับผนึกความรู้สึกของตัวเอง และเฝ้าแต่หลีกหนี แต่ในที่สุดเขาก็ลืมตาตื่นขึ้นจนได้ และใช้พลังของข้าอย่างเต็มอกเต็มใจ และให้ผลงานอันน่าพึงพอใจ นั่นก็คือตอนที่เขาเห็นเจ้าถูกทำร้าย ความจริงเจ้าน่าจะภูมิใจ  ที่เป็นสิ่งเดียวที่เขายอมแลกได้ทุกอย่าง กระทั่งความเป็นคน”

“ไม่...” เสียงผมแหบโหย ภาพสิ่งที่เกิดขึ้นในตรอกที่บร็องซ์ลอยขึ้นมาในหัวให้เห็นเป็นฉากๆ

“และในตอนนี้เขาก็กำลังพยายามจะไม่ตื่นขึ้นอีก  แต่มันเป็นไปไม่ได้ เพราะเขาพร้อมแล้วที่จะข้ามมาอีกฝั่ง แค่อีกไม่นาน”

“อย่า!” ผมเสียงหลง “อย่าให้มันเป็นแบบนั้น!

“แล้วเจ้าอยากให้ข้าทำยังไง เอ็ดการ์” เสียงเขาแหบต่ำอย่างไม่แสดงอารมณ์  “อย่าบอกให้ข้าปล่อยเขาไป เพราะมันเป็นไปไม่ได้”

ผมก้มหน้ามองพื้น ความรวดร้าวแทบทนไม่ไหวเอ่อท้นขึ้นมาในอก แต่ในที่สุดผมก็เค้นเสียงออกไปจนได้ “ละ... แลกตัว”

“แลกตัว...?”

“แลกตัวผม... กับลีโอ”

ลูซิเฟอร์แตะที่ปลายคางผม มือหนาๆเชยคางผมให้เงยหน้าขึ้น ผมตัวแข็งทื่อ ความร้อนระอุอย่างผิดปกติแผ่ซ่านออกมาจากมือเขา

เขามองผมอย่างพิจารณาด้วยดวงตาสีดำสนิท ใบหน้าหล่อเหลาดูหยามหยันอย่างเปิดเผย  “ของเลียนแบบที่เต็มไปด้วยข้อบกพร่อง แต่ก็นับว่าเป็นผลงานที่งดงามมากชิ้นหนึ่ง แต่แค่นั้นยังไม่พอหรอกเอ็ดการ์ ข้าจะเอาเขาแลกกับเจ้าเพื่ออะไร ในเมื่อน้องชายฝาแฝดของเจ้าก็แทบไม่แตกต่างกัน”

ผมเบิกตากว้าง ความสิ้นหวังกระหน่ำฟาดลงมา

“แลกหนึ่งต่อหนึ่ง เป็นความยุติธรรมแบบมนุษย์ แต่สำหรับนรก เจ้าต้องทำให้ข้าพอใจกว่านั้น”

“บ... แบบไหน”

“เกม”

คำพูดเขาทำให้ผมชะงักกึก

“เจ้าเห็นงูที่อยู่บนร่างเขานั่นไหมเอ็ดการ์” ปลายนิ้วลูซิเฟอร์ไล้ผิวเนื้อผมเบาๆ “ทั้งหมดมีอยู่ 7 ตัว มันแทนความรื่นรมย์ 7 ประการแห่งนรก ซึ่งมนุษย์เรียกมันว่าบาปอันอภัยไม่ได้ทั้งเจ็ด และข้าจะให้โอกาสเจ้าในการตอบคำถามของข้า 7 ครั้ง ถ้าเจ้าตอบผิด อสรพิษจะฝังคมเขี้ยวลงบนร่างเขา และปลดปล่อยเขาให้ลุแก่ความบาปหนึ่งอย่าง ถ้าเจ้าตอบผิดทั้งเจ็ดครั้ง เจ้าจะได้เห็นเขากระโจนลงสู่ความบาปเต็มตัว และกลายเป็นปีศาจร้ายที่ผูกวิญญาณกับนรกชั่วนิรันดร์”

ริมฝีปากผมสั่นระริก สิ่งที่เขาพูดออกมามันโหดร้ายจนเกินจะรับไหว ความเป็นความตายของผมกับลีโอ เป็นเพียงแค่เกมสนุกสำหรับเขา   ผมเปล่งเสียงออกไปแบบที่ฟังแล้วแทบไม่เหมือนเสียงตัวเอง “...แล้วถ้าตอบถูก”

“ความยุติธรรมแบบมนุษย์ ตอบถูกสี่ในเจ็ดถือว่าเจ้าชนะ”

ผมงงงันวูบ กับสิ่งเหนือความคาดหมายที่ได้ยิน

ลูซิเฟอร์จ้องตาผม รอยยิ้มชั่วร้ายผุดขึ้นบนริมฝีปากเขาอีกครั้ง “ถ้าเจ้าชนะ เจ้าจะได้มาแทนที่ฝาแฝดของเจ้าอย่างที่ต้องการ แต่ถ้าแพ้...  ข้าจะได้ครอบครองเจ้าทั้งคู่”

ผมจ้องมองเขาอย่างตื่นตะลึง เดิมพันครั้งนี้มันโง่บัดซบและไร้ความยุติธรรมสิ้นดี!

“ว่ายังไงล่ะเอ็ดการ์ โอกาสนี้ข้ามีน้ำใจมอบให้เจ้าเพียงครั้งเดียว เห็นแก่ความตั้งใจจริงที่เจ้าร่ำร้องอยากพบข้า  แต่ถ้าเจ้าปฏิเสธ ต่อให้เจ้ากรีดเนื้อหลั่งเลือดจนหมดตัว เจ้าก็จะไม่ได้เห็นแม้แต่เงาของข้ารับใช้ของข้า”

ผมหันไปมองลีโอ

ภาพความทรงจำมากมายหลั่งไหลพรั่งพรูออกมา  และมันทำให้ใจผมเจ็บยิ่งกว่าความเจ็บปวดไหนๆที่เคยได้รับ

คนเราไม่มีทางรู้หรอก ว่าจะรักคนคนหนึ่งได้มากที่สุดแค่ไหน  จนกว่าจะถึงวันที่ต้องสูญเสียเขาไป  และสำหรับผม  ลีโอคือทุกคำตอบ  เราทั้งคู่ไม่ได้เป็นแค่ฝาแฝด แต่เราเป็นชีวิตครึ่งหนึ่งของกันและกัน และผมแน่ใจ ว่าผมอยู่โดยมีชีวิตครึ่งเดียวไม่ได้

ผมหันกลับมาหาลูซิเฟอร์ จ้องตาเขาโดยไม่หลบ และเค้นเสียงตอบออกไป  “ตกลง”

ลูซิเฟอร์แสยะยิ้ม  เขากระชากตัวผมให้ลุกขึ้น ก่อนจะเหวี่ยงร่างผมให้เซถลาไปยังแท่นบูชาที่มีลีโอนอนนิ่งอยู่บนนั้น

ลูซิเฟอร์กดตัวผมให้นอนลงบนแท่นบูชาเคียงข้างลีโอ งูที่เลื้อยพันร่างเขาชูคอขึ้นมาขู่ฟ่อ ลูซิเฟอร์ยึดแขนผมไว้เหนือหัวด้วยฝ่ามืออันแข็งแกร่ง ผมมองเขาอย่างแตกตื่น

“...จะทำอะไร”

“ฝากรอยประทับไว้บนร่างเจ้า” เสียงเขาแหบต่ำและคุกคามอย่างเปิดเผย “ถือเป็นสัญญาเบื้องต้นระหว่างเจ้ากับข้า”

เขากระชากเสื้อผมจนมันฉีกขาดเป็นริ้ว ก่อนจะวางฝ่ามือใหญ่หนาลงบนอกผม ผมสูดหายใจเฮือกเมื่อเขาลูบไล้ลงมา มันหยาบคายและไร้ซึ่งความให้เกียรติใดๆ   ผมจ้องเขาอย่างเจ็บแค้นเมื่อเขาเค้นคลึงตรงท้องน้อย

“อย่ายั่วยวนข้าด้วยสายตาแบบนั้น” เขายิ้มเหี้ยมเกรียม ความร้อนระอุแผ่ซ่านลงมาตามฝ่ามือเขา

ผมสะดุ้งสุดตัวเมื่อลูซิเฟอร์จิกเล็บลงมา มันแสบร้อนเหมือนโดนกรีดด้วยมีดเผาไฟ ผมกัดฟันกรอดและสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง เขาลากนิ้วอย่างเชื่องช้า เป็นสัญลักษณ์เฉพาะตัวเขาบนผิวเนื้อผม หยดเลือดไหลจากรอยแผลลงมาตามสีข้าง ลูซิเฟอร์เลื่อนตัวลงไป ผมสั่นระริกเมื่อเขาไล้ลิ้นจากหยดเลือดขึ้นมาถึงรอยประทับ มันอุ่นจัดและร้อนวูบเข้าไปถึงในอก

“งดงามไร้ที่ติ”

 

ผมหอบหายใจแรงและเบือนหน้าหนี เหงื่อหยดเล็กๆผุดพรายขึ้นตามหน้าผาก ลูซิเฟอร์แตะฝ่ามือแข็งแรงตรงแก้มผม เขาลูบไล้เบามือ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นบีบที่กราม และบังคับให้หันกลับไปมองเขา  “มนุษย์มักทำให้ข้าแปลกใจเสมอ กับการตัดสินใจที่เห็นชัดๆว่าโง่”

ผมมองหน้าเขา และมันเป็นครั้งแรกตั้งแต่ก้าวลงมาในนี้ ที่ผมรู้สึกว่าตัวเองมีบางอย่างที่เหนือกว่าเขา

“ท่านคงไม่เข้าใจหรอก...” เสียงผมแผ่วล้า แต่เจือด้วยความเย้ยหยัน “เพราะท่านทิ้งมันไปหมดแล้วไม่มีเหลือ ตั้งแต่วันที่หันหลังให้กับสวรรค์และมุ่งหน้าลงนรก”

ผมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิท “เราเรียกมันว่าความรัก”

 

.....................................................................................

โฮ่ย...  ตอนนี้มันยาวเว่อร์  พิมพ์จนมือจะหงิก  แต่ก็สะใจคนแต่งนะ  ^ ^ 

ลูซี่ช่างอีโรติก  ประทับตราไว้ตรงท้องน้อย  ...หุหุ   ก็ผิวมันอ่อนดีอ่ะเนาะ  >//<

มีเรื่องอยากคุยนิดนึงค่ะ  คือสัญลักษณ์ของลูซิเฟอร์ที่ผู้แต่งเลือกเอามาใช้เนี่ย ผู้แต่งก็หาจากข้อมูลเท่าที่พอหาได้ แล้วก็อนุมานเอาเองว่าอันเนี้ยแหละ  555  แต่ถ้าใครมีข้อมูลที่จะมาแย้งหรือแนะนำ  ก็เชิญเลยนะคะ  จะได้ช่วยกันปรับให้มันถูกต้อง

ส่วนอาการแปลกๆของคนถูกผีเข้า ผู้แต่งก็ดึงบางส่วนมาจากเรื่องจริง ของเด็กผู้ชายอายุ14 ในรัฐแมรี่แลนด์ ที่ถูกผีสิงและต้องทำพิธีไล่ผี ตอนปี 1949 โน่น ค่อยยังชั่วที่เด็กไม่ตาย  แล้วเรื่องนี้ก็เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดหนังเรื่อง The Exocist ขึ้นมาด้วย  สยองเนอะ

เจอกันตอนหน้าค่ะ  ...จุ๊บๆ



 








 



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

69 ความคิดเห็น

  1. #1102 manat's (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 เมษายน 2557 / 17:42
    ตกลง ไคเปนพรพเอกหว่าาา อยากรุ
    #1102
    0
  2. #1054 มิ้งกิจัง (@chanapa-nako) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 มีนาคม 2557 / 22:15
    ตื่นเต้นมากค่ะ อ่านไปก็ลุ้นไป
    แต่ตอนนี้มีฉากที่ลูทำเครื่องบอกได้2คำว่า ฟินเวอร์
    #1054
    0
  3. #1042 ส้ม(เรื่องส้ม) (@abcdefg0123) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2557 / 19:19
    3p ได้มั้ยอยากให้เป็นอย่างนั้น
    เอสเอ็มนี่มันดีจริงๆ ได้เห็นใบหน้าที่เจ็บปวดของเหล่าเคะแบบนี้
    แล้วมันทำให้รู้สึกดีจริงๆเลยนะคะ จะชอบมากกว่านี้ถ้าเอสเอ็มมากกว่านี้
    #1042
    0
  4. #1030 RINKUWAc .™ (@hasuki) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2557 / 00:46

    ฮื่อออออ TAT ไม่ชอบเอสเอ็มแบบนี้เท่าไหร่เลยอ่า มันปวดใจ เจ็บทั้งพี่ทั้งน้อง

    #1030
    0
  5. #1006 กระต่ายสีเงิน (@jerot) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2557 / 22:16
    จะเป็นยังไงต่อไปกันล่ะเนี่ย
    #1006
    0
  6. #970 rorony (@ricotta) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 มกราคม 2557 / 22:21
    //สิ้นชีพแล้วรีบฟื้นขึ้นมาอ่านตอนต่อไป
    #970
    0
  7. #638 little-red-cap (@little-red-cap) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 กันยายน 2556 / 07:07
    ถ้าจะยั่วขนาดนี้
    #638
    0
  8. #567 Night (@fah2541) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2556 / 20:56
    3P เลยเถอะ ถ้าจะยั่วกันขนาดนี้ อุกรี๊ดดดดดดดด
    #567
    0
  9. #558 PoPpY_555+ (@avonie) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2556 / 13:06
    ฟินเวอร์อ่ะไรเตอร์ ลูซี่ชั่งอิโรติก ทำสัญญาไว้ตรงท้องน้อย

    แล้วเอ็ดบอกว่าลูไม่มีความรัก แต่ไม่แน่งานนี้อาจจะมีแล้วก็ได้

    หรือว่าลูอาจจะรักทั้งคู่จะงาบสองรึเปล่าหว่าา

    แล้วจะมีมิคาเอลโผล่มาช่วยมั้ยเนี่ย

    พอไม่มีริเวอร์แล้ว รู้สึกว่ามันลุ้นมากเลยอ่ะ พระเอกก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร

    คงไม่ใช่มาร์คหรอกมั้ง5555

    รอตอนหน้านะคะไรเตอร์ อยากอ่านต่อแล้วมาอัพไวๆนะคะ จะรออ่านเรื่องนี้ค่ะ
    #558
    0
  10. #557 -I'm V.I.P- (@sasa-like) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2556 / 13:45
    สรุปลูลู่ตาย จบ ตึง! (โดนตบ)
    #557
    0
  11. วันที่ 26 มิถุนายน 2556 / 23:11
    ตอนนี้ฟินมากถึงมากที่สุด โอ้ก็อดดด 

    #$%$%&&((_
    #554
    0
  12. วันที่ 26 มิถุนายน 2556 / 11:05
    ฟินนาเร่~~~ 5555 เป็นการทำสัญญาที่อีโรติกเสียนี่กระไำร -.,-
    #553
    0
  13. #550 Pair p. (@Deat_p) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2556 / 14:57
    เริ่มไม่สนใจเนื้อเรื่องเพราะเอาแต่โฟกัสชื่อลูซิเฟอร์ หุหิหุหิ
    (หวังว่า)ลูซี่คงไม่งาบลีโอหรอกนะ เรื่องนี้ให้เอ็ดการ์ดเป็นเคะ(สุดเซ็กซี่)คนเดียวก็พอ
    //วิ่งหนีไป
    #550
    0
  14. #549 liuyue06 (@liuyue) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2556 / 00:07
    สิ่งที่ลูซิเฟอร์ไม่รู้จักก็คือความรักนี่เอง
    #549
    0
  15. #548 ไอหมอก (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2556 / 23:17
    มะ มะ มะ... มันฟินที่สุดของที่สุดของที่สุดดด!!!

    ณ จุดๆนี้ ต้องกรี๊ดร้องอยู่คนเดียวในห้อง ไม่มีใครให้กรี๊ดด้วย!!



    อ๊ายยย~~~!! ☆*:.。. o(≧▽≦)o .。.:*☆ (ยังไม่ยอมจบ)

    สนุกมาก อ่านแล้วเข้าถึงอารณ์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะฉากอาบน้ำ แล้วก็ฉากในโบสถ์ร้างง

    ป๊าลูซี่ เอสมาก และเราก็ชอบมาก555+



    เข้าเรื่องๆ.. ลีโอจะรู้สึกตัวมั้ยนี่? ดูจากท่าทีแล้วมาร์กกะบาทหลวงนั่นไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง

    หรือว่าเอ็ดกะลีโอจะเสร็จป๊าทั้งคู่กันนะ หึๆๆๆ สำหรับเราจะยังไงก็ได้ ขอแค่แฝดได้อยู่ด้วยกันตอนสุดท้ายก็พออ่ะ แอร๊ยย~~ψ(`∇´)ψ

    อีกทั้งฉบับนี้ไม่มีพระเอกขี่ม้าขาวอย่างริเวอร์แล้วว ลุ้นมากกๆๆค่ะ

    แอบคิดว่าจะมีคนจากฝั่งสวรรค์โผล่มาป่าว?





    รออ่านต่อไปค่ะ มาอัพต่อไวๆ แล้วก็ยาวๆอย่างนี้อีกนะคะ





    #548
    0
  16. #545 O_O (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2556 / 18:49
    ลีโอออออออออ เชียร์นายสุดใจขาดดิ้นนนน

    ไม่ก็ 3P กับลูซิเฟอร์ก็ได้ ฮุ ๆๆ

    ติดตามตอนต่อไปจ้าาา
    #545
    0
  17. #544 liuyue06 (@liuyue) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2556 / 01:05
    ฝาแฝดต้องกินกันเองแน่เลย ไม่เป็นไรหรอกเราอยากให้อยู่ด้วยกันไปตลอดอยู่แล้ว
    #544
    0
  18. #541 yothiga_paradise (@yothiga) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2556 / 00:33
    อยากจะบอกว่า ชอบรีไรท์ใหม่นี่มากๆๆๆๆๆ

    ฉบับก่อนหน้านี้อ่านแล้วชะงักไปหน่อยช่วงลีโอเข้าโรงบาลแล้วเอ็ดการ์ดไปเรียน แบบมันไม่ค่อยใจ เลยไม่ได้เข้ามาอ่านอีก
    แต่รีไรท์แล้วน่าสนใจกว่าเดิมเยอะเลย
    จะรอตอนต่อไปค่ะ
    #541
    0
  19. วันที่ 12 มิถุนายน 2556 / 00:17
    อ๊าก-,.-

    ลีโอโตเยอะๆนะ เอ็ดนายนะตัวเท่าเดิมดีแล้ว ฮ่าๆ 

    มีนอนซุกกันด้วย น่ารักจริงๆสองคนนี้ 

    ตอนนี้ไม่อยากเดาอะไรทั้งนั้น ขนาดพระเอกภาคก่อนรียังตายได้  

    รออ่านไปเรื่อยๆดีกว่า 5555 แต่อยากให้ลีโอแย่งพี่ตัวเองกับลูจัง คงมันส์น่าดู




    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 16 มิถุนายน 2556 / 19:51
    #539
    0
  20. #534 -I'm V.I.P- (@sasa-like) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2556 / 20:28
    ลูเอ็ด ก็น่าสนนะ - ,. -
    #534
    0
  21. #533 Slowdrive (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2556 / 18:24
    ทำไมเป็น ลูซิเฟอร์ละ แปลกแหะ
    #533
    0
  22. #416 ASHTORETH (@lawrence) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 มกราคม 2556 / 23:45
    ซาตานในคราบลีโอ
    #416
    0
  23. #379 Rime137 (@rime_cherrub) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มกราคม 2556 / 18:51
    มันเป็นอะไรที่ลึกลับซับซ้อน ลีโอกลับมาด้วยความโหด 555
    #379
    0
  24. #308 แกงส้ม (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2555 / 12:52
    ลีโอ คนนี้คงเป็นเมมฟิสแน่เลยอ่ะ
    #308
    0
  25. #221 Pair p. (@Deat_p) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2555 / 12:03
    อาบน้ำด้วยกันแต่ทำไมลีโอไม่เห็นรอยสักรูปปีกเทวทูตของเอ็ดการ์ดหว่า
    #221
    0