TWINS ( yaoi - rewrite)

  • 98% Rating

  • 11 Vote(s)

  • 51,630 Views

  • 1,179 Comments

  • 1,219 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    74

    Overall
    51,630

ตอนที่ 2 : เด็กก็คือเด็ก และนี่คือสนามเด็กเล่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5675
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    28 ม.ค. 57

เอ็ดการ์กับลีโอ ยินดีที่ได้รู้จัก” 

ผมกับลีโอแนะนำตัวเองที่หน้าชั้นเรียนวิชาแคลคูลัส โดยมีอาจารย์โฮเวิร์ดที่สอนวิชานี้ยืนห่างออกไป 2-3 ก้าว

สาวผมบลอนด์ท่าทางเชิดๆหยิ่งๆที่นั่งอยู่กลางห้องเงยหน้าจากการตะไบเล็บมือตัวเองขึ้นมามองพวกเรา  อ่าฮะ...  นึกว่าตายไปนานแล้วนะเนี่ย

เสียงหัวเราะครืนดังขึ้นทันที  ผมยิ้มรับอย่างชาชิน เพราะมันไม่ใช่ครั้งแรกหรอก

เนื่องจากพ่อของพวกเราชื่อชาร์ลส์  ที่ตั้งชื่อตามชาร์ลส์ ดิคเคนส์ นักประพันธ์ชื่อดังก้องโลก  ผมกับลีโอก็เลยได้รับเกียรติให้ใช้ชื่อตามนักประพันธ์ชื่อก้องโลกอีก 2 คน ซึ่งก็คือลีโอ ตอลสตอย กับเอ็ดการ์ อัลลัน โป ซึ่งเป็นนักประพันธ์ที่มีชีวิตอยู่ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18  ...แหม  ฟังดูดีเนอะ

เอาล่ะ พอได้แล้วอาจารย์โฮเวิร์ดปราม เธอ... เอ่อ..

เอ็ดการ์ครับผมช่วยต่อให้ เพราะน้อยคนมากที่จะแยกผมกับลีโอได้ในช่วงเวลาสั้นๆ  เพราะเรามีความสูงใกล้เคียงกัน (ลีโอสูงกว่าผมนิดหน่อย) รูปร่างก็พอๆกัน แถมยังหน้าตาเหมือนกันเอามากๆ  แต่คนที่ใกล้ชิดกับเรามากพอเท่านั้น ที่จะสังเกตเห็นว่าโครงหน้าของลีโอจะดูนุ่มนวลกว่าผมเล็กน้อย และตาของเขาก็เป็นสีน้ำเงินเข้มจัด ในขณะที่ตาของผมเป็นสีน้ำเงินอมเขียว ที่มีเฉดสีเขียวปนมาค่อนข้างมาก

เอ็ดการ์ เธอไปนั่งที่ว่างตรงนั้น ข้างๆไวเนอร์ ส่วนเธอลีโอ นั่งโต๊ะถัดไปแทนมิสพาร์คอาจารย์โฮเวิร์ดชี้มือชี้ไม้ มิสพาร์ค กรุณาย้ายมานั่งด้านหน้า

ผมเดินผ่านช่องทางเดินตรงกลางไปยังที่นั่งที่อาจารย์บอก ขณะเดินผ่านยายสาวผมบลอนด์ขี้เก๊ก ผมก็ส่งยิ้มพิมพ์ใจให้เธอ ยายนั่นมองผมเหมือนมองแมลงสาปหัวขาดที่ตัวยังดุ๊กดิ๊กๆได้ ก่อนจะสะบัดพรืดไปอีกทางอย่างรังเกียจ

ไม่ต้องไปแคร์โคโค่หรอก ยายนั่นเป็นพวกอภิสิทธิ์ชน ก็เลยแสบตลอดเวลาแบบนี้แหละคนที่นั่งข้างๆผมกระซิบกระซาบ เขามีผิวขาวซีดและใส่แว่นตาหนาเตอะ เขายิ้มให้ผมและยื่นมือออกมา วิกเตอร์ ไวเนอร์ ยินดีที่รู้จัก ฉันชอบเอ็ดการ์ อัลลัน โป นะ รวมทั้งลีโอ ตอลสตอยด้วย ผลงานของพวกเขาเยี่ยมยอดทุกเรื่อง

อืม ก็ว่างั้น ผมจับมือกับเขาและฉีกยิ้มตอบ  ไม่อยากจะบอกให้วิกเตอร์ผิดหวังเลย แต่ผมเคยเห็นลีโอฟุบหลับคาหนังสือ สงครามและสันติภาพที่เปิดค้างไว้ในบทที่สาม   ส่วนผมเองก็ใช้มันแทนหมอนเป็นบางครั้ง เวลาที่อ่อนเพลียจากการซ้อมฮอกกี้ เพราะมันหนาพอเหมาะดีมาก

นายลงเรียนหลักสูตรเสริมพิเศษรึยัง?” วิกเตอร์ถาม

ยังเลย

งั้นก็รีบๆเลือกซะเถอะ นายก็รู้นี่ มหาวิทยาลัยดังๆไม่มีทางมองเราหรอก ถ้าไม่เรียนเสริมหรือทำกิจกรรมพิเศษเพิ่มเติมน่ะ

ขอบใจที่เตือนนะผมพยักหน้า ก่อนจะเหลือบตาไปทางลีโอ ที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ตัวถัดจากผม แต่เยื้องไปทางด้านขวาโดยมีทางเดินคั่นกลาง ลีโอกำลังพูดคุยเบาๆกับเด็กผู้หญิงที่นั่งข้างๆ  เธอมีผมสีแดงหยิกยาวและมีสีหน้านิ่งๆดูแน่วแน่ แถมยังไม่แก้มแดงแป๊ดเวลาที่ลีโอพูดด้วย ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องดีที่

เพื่อนใหม่ของเราในโรงเรียนนี้เป็นเด็กเรียนและมีสติ  นับเป็นการเริ่มต้นที่ดีมากๆสำหรับเราและผู้ปกครองของเรา...

หลังจากหมดคาบเรียนที่สอง วิกเตอร์ก็ชวนผมกับลีโอแวะไปโรงอาหาร เพราะเรามีเวลา 20 นาทีเพื่อพักเบรคก่อนจะเข้าเรียนคาบต่อไป  แคทรีน่าสาวผมแดงที่นั่งข้างๆลีโอก็เดินตามหลังพวกเรามาด้วย ผมเหลือบเห็นเพื่อนผู้หญิงบางคนเข้ามากระแซะเธอเพื่อถามถึงเรื่องของผมกับลีโอ

ผมแอบยิ้มอยู่คนเดียวขณะฟังลีโอถามวิกเตอร์เกี่ยวกับชมรมดนตรีของโรงเรียน  ผมชอบผู้หญิงนะ แต่ก็น้อยกว่าผู้ชายมาก  ผมกับลีโอรู้ตัวว่าเราเป็นไบเซ็กส์ชวลตอนที่เรายังเรียนอยู่เกรดสิบ แต่พอเลื่อนชั้นขึ้นมาเรียนเกรดสิบเอ็ด ปริมาณผู้หญิงที่เราสนใจก็ลดลงอย่างฮวบฮาบ แปรผกผันกับปริมาณผู้ชายที่เราเห็นว่าเซ็กซี่  และพอมาปีนี้ ผมว่าลีโออาจจะยังชอบๆผู้หญิงอยู่บ้าง ส่วนผมน่ะเหรอ... ลาก่อนอกอวบอึ๋มและลิปกลอสวาวฉ่ำ  สวัสดีมัดกล้ามและกลิ่นอาฟเตอร์เชฟหลังโกนหนวด  ...เร้าใจกว่ากันเยอะ

โรงอาหารของโรงเรียนทรินิตี้ เป็นอาคารชั้นเดียวที่มีผนังกระจก 2 ด้าน  ด้านหนึ่งมองเห็นสนามหญ้าและน้ำพุดูสดชื่น ส่วนอีกด้านมองเห็นแค่ผนังอิฐแดงๆของหอประชุม ผมเดินไปหยิบแก้วนมกับคุกกี้ถั่วใส่ถาด แล้วทำท่าจะเดินไปนั่งที่โต๊ะว่างตัวหนึ่งข้างหน้าต่างกระจกที่มองเห็นสวน

เฮ้.. ตรงนั้นไม่ได้ วิกเตอร์กระตุกแขนเสื้อผม และทำหน้ากระอักกระอ่วน เราควรนั่งอีกฟาก

ผมหันไปมองอีกด้านที่ยังมีโต๊ะว่างอีกหลายตัว  แต่ไม่มีวิวสวยงามอะไรให้มอง ยกเว้นว่าคุณจะชอบอิฐแดงกับตะไคร่น้ำเป็นพิเศษ ทำไมไม่ได้?”

นายไม่ใช่พวกอภิสิทธิ์ชน วิกเตอร์มองผมขึ้นๆลงๆ ก่อนจะถอนใจด้วยแววตาแปลกๆ อย่างน้อยตอนนี้ก็ยังไม่ใช่

ผมขมวดคิ้ว ผมว่าวันนี้ผมได้ยินคำว่าอภิสิทธิ์ชนสองครั้งแล้วนะ

แต่โต๊ะด้านนั้นมันยังว่างอยู่นะ ผมเถียง

งั้นนายก็ลองดูสิวิกเตอร์พูด

ผมกับลีโอเดินตรงไปยังโต๊ะตัวที่ว่า  และผมก็สังเกตได้ในทันที ว่าบรรดานักเรียนที่นั่งอยู่บริเวณนั้นหันมามองเราด้วยสายตาแปลกๆ เหมือนเราทั้งคู่เป็นกอริลล่าจากฝูงอื่น ที่ผลัดหลงเข้ามาในถิ่นของกอริลล่าอีกฝูง  ผมกับลีโอค่อนข้างชินนะ กับสายตาชื่นชมที่มักจะมองมาที่เราแล้วส่งความนัยออกมาว่า หล่อ-จริง-จริง-เลย-น้อง  แต่ตอนนี้มันไม่ใช่  เพราะความนัยที่สายตาพวกนั้นส่งมาก็คือ  ไอ้-เบื้อก-แก-เสือก-ผิด-ที่-แล้ว-โว้ย

ยังไม่ทันที่ผมจะเดินไปถึงโต๊ะตัวนั้น  ยายสาวคนที่นั่งโต๊ะข้างๆก็ลุกพรวด แล้วยกถาดของว่างของตัวเองมาวางบนโต๊ะอย่างรวดเร็ว ตามมาด้วยถาดของเพื่อนอีกคนที่ย้ายตามมา ทั้งคู่คุยกันต่อโดยทำเป็นไม่เห็นว่าผมกับลีโอกำลังจะนั่งที่โต๊ะตัวนั้น

ลีโอเลื่อนสายตาไปทางโต๊ะอีกตัวหนึ่งแทน  มันเป็นโต๊ะตัวสุดท้ายทางฝั่งนี้ที่ยังว่างอยู่

เอ็ด เราไปนั่งตรง...

คำพูดของลีโอยังไม่ทันออกจากปากได้ครบประโยค ไอ้หนุ่มร่างหนาสไตล์ควอเตอร์แบ็คของทีมอเมริกันฟุตบอลที่นั่งอยู่โต๊ะถัดไปก็ลุกขึ้นยืน แล้วโยนหนังสือ Sports illustrated ฉบับล่าสุดข้ามโต๊ะมาร่วงแปะอยู่บนโต๊ะนั่นอย่างแม่นยำ

ผมกับลีโอหันไปมองหน้าหมอนั่นโดยอัตโนมัติ ซึ่งหมอนั่นก็ยิ้มยียวนใส่เราอย่างเปิดเผย พลางยักไหล่และพูดออกมาว่า โทษทีนะ พอดีเพื่อนฉันเขานั่งโต๊ะนั้นอยู่แล้ว แต่แค่ลุกไปหยิบคุกกี้แป๊บเดียว

...นี่มันกวนประสาทกันเห็นๆ  ก็เห็นอยู่โทนโท่ว่าโต๊ะที่หมอนั่นนั่งอยู่น่ะ เป็นโต๊ะใหญ่ที่นั่งได้ตั้ง 8 คน และยังมีที่ว่างอีกตั้ง 3 ที่ ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องมากันที่นั่งของโต๊ะตัวเล็กที่ลีโอเล็งเอาไว้เลย

จะเอาแบบนี้ใช่มั้ย...ลีโองึมงำ และทำท่าจะวางถาดลง

ผมรีบคว้าต้นแขนเขาเอาไว้และกระซิบอย่างรวดเร็ว  “อย่า ลีโอ นี่มันเพิ่งเข้าเรียนวันแรกเองนะ

ลีโอนิ่งเหมือนกำลังควบคุมอารมณ์  ผมกระตุกแขนเสื้อเขาให้เดินออกมา เสียงหัวเราะคิกคักของผู้หญิงลอยมาจากโต๊ะที่อยู่ริมหน้าต่าง ผมเบนสายตาไปมอง

โคโค่ ยายผมบลอนด์สุดเริ่ด กำลังนั่งเหยียดขายาวเรียวที่ยังเป็นสีแทนจางๆจากการอาบแดดช่วงปิดเทอมฤดูร้อน อยู่กับเพื่อนอีก 4-5 คนที่โต๊ะตัวนั้น  ยายนี่ต้องเป็นเชียร์ลีดเดอร์แน่ๆ เพราะผมเห็นพู่เชียร์ปอมๆสีเทา-แดง วางอยู่บนตักเธอด้วย ผมสังเกตว่าโต๊ะตัวนั้นตั้งอยู่ในมุมที่ดีที่สุด ที่มีแสงแดดอ่อนๆส่องลงมา

ผมมองพวกผู้ชายที่ร่วมโต๊ะกับโคโค่  พวกเขาดูเหมือนหลุดออกมาจากซีรีย์วัยรุ่น ที่มีกลุ่มเด็กรวยๆแสบๆและมีอิทธิพลเป็นตัวดำเนินเรื่อง  โดยมีหนุ่มผมดำตัวสูงท่าทางร้ายๆเป็นหัวหน้ากลุ่ม และมีหนุ่มผมทองหน้าตาดีซึ่งดูไม่ค่อยสนใจใคร(คนนี้มักจะเป็นพระเอกไม่ก็พระรอง) กับเพื่อนที่เหลือเป็นตัวประกอบ
 
โคโค่โน้มตัวไปพูดอะไรบางอย่างกับผู้ชายตัวสูงที่นั่งตรงข้ามและเหลือบตามาทางพวกเรา  หนุ่มผมทองที่เอนตัวหลับตาคล้ายกับง่วงนอน ปรือตาขึ้นฟังอย่างสนใจ เขาหันมามองผมกับลีโอ ก่อนจะหยุดสายตาที่ใบหน้าผมและยิ้มนิดๆ

ทั้งกลุ่มหัวเราะขึ้นมาจากคำพูดบางอย่างของโคโค่  ยายนั่นยกแก้วน้ำส้มขึ้นจิบ และมองลีโอด้วยหางตา  ก่อนจะยกเรียวขาขึ้นมาไขว่ห้าง และยิ้มท้าทายเหมือนจะบอกว่า แน่จริงก็งาบฉันสิยะ'

ไปเถอะเอ็ดลีโอหันหลังให้พวกนั้น และเดินออกมาโดยไม่ลืมทิ้งสายตาให้โคโค่แว่บหนึ่ง

นั่นมันเรื่องบ้าอะไร?” 

ผมใช้นิ้วโป้งชี้ข้ามไหล่ไปยังด้านที่พวกเพื่อนฝูงของโคโค่นั่งอยู่  ขณะที่ทรุดตัวนั่งลงตรงข้ามกับวิกเตอร์

ฉันบอกนายแล้ว นั่นมันที่ของพวกอภิสิทธิ์ชนในโรงเรียน ถ้านายไม่ใช่พวกเดียวกัน นายก็ไม่มีสิทธิ์ วิกเตอร์เอาคุกกี้ช็อคโกแล็ตชิพจุ่มลงในแก้วนม แล้วใส่ปากเคี้ยว อย่างที่ตรงนี้เนี่ย มันที่ของสามัญชน ใครจะนั่งก็ได้

วัดกันจากอะไร ไอ้อภิสิทธิ์ชนในโรงเรียนเนี่ย?” ผมถาม

หลายอย่างวิกเตอร์ทำหน้ายู่ หน้าตา ฐานะ  ความเป็นคนเด่นคนดัง โดยรวมๆแล้วก็คือนายต้องเป็นคนพิเศษ

...งี่เง่ามาก  นี่เราอยู่ย่านอัปเปอร์ อีสต์ไซด์ของแมนฮัตตันนะ แค่รวยก็ถือว่าเป็นคนพิเศษอยู่แล้วไม่ใช่เรอะ ผมเบ้ปากใส่วิกเตอร์  “แล้วหมอนั่นเป็นใคร คนที่โยนหนังสือแย่งที่พวกเราน่ะ?”

กับตันทีมฟุตบอล พิเศษแน่ๆสำหรับพวกครูกับพวกสาวๆวิกเตอร์ตอบ

ลีโอถามขึ้นมาบ้าง แล้วคนนั้นล่ะ คนที่ผมทองแล้วก็ตาฉ่ำเหมือนเมายา ที่นั่งโต๊ะเดียวกับโคโค่น่ะ

ผมแอบเหล่มองลีโอ  เขากำลังเล่นบทน้องชายหวงพี่  ที่เห็นหนุ่มยิ้มให้พี่ตัวเองแล้วทึกทักว่าผมจะรีบวิ่งโร่ไปจัดงานแต่งงาน (ผมเกิดก่อนลีโอ 2 นาที ดังนั้นผมก็เลยได้เป็นพี่ และลีโอก็ต้องเป็นน้อง)

นั่นแซ็ค มอนต์โกเมอร์รี่ นามสกุลเขาถูกสลักอยู่ตรงหน้าหอสมุดของเรา โคตรจะอภิสิทธิ์ชนเลยวิกเตอร์สาธยาย ส่วนอีกคนที่ผมดำๆนั่น ฉันบอกไว้เลยเผื่อนายจะถาม เพอร์ซี แฮร์ริส  หมอนั่นไม่ได้เป็นอะไรหรอก นอกจากไอ้ตัวแสบที่มีบรรพบุรุษเป็นหนึ่งในสามของผู้ก่อตั้งโรงเรียนนี้

ผมพยักหน้ารับรู้ งั้นถ้าฉันสมัครเข้าทีมลาครอสส์ แล้วก็ขอชิงตำแหน่งดีๆในทีมได้สักตำแหน่ง ฉันก็ถือว่ามีสิทธิ์เป็นระดับเดียวกับพวกนั้นใช่มั้ย?”

อะไรนะ? นายอยากอยู่ในกลุ่มพวกนั้นงั้นเหรอ?” แคทรีน่าที่นั่งเยื้องไปทางด้านซ้ายถามขึ้นมาทันที เสียงเธอขุ่นเล็กน้อย พวกนั้นน่ะทุเรศจะตาย ฉันไม่เห็นว่ามันจะน่ายกย่องตรงไหน ที่ทำท่าเหมือนตัวเองดีเลิศกว่าคนอื่นๆน่ะ

วิกเตอร์รีบกระซิบแบบไม่ค่อยเบาเท่าไหร่ แคทอยู่ชมรมหนังสือพิมพ์  เธอเป็นพวกเอียงซ้ายนิดหน่อย และแน่นอนว่าต่อต้านการแบ่งชนชั้นในสังคม

หุบปากไปเลยวิกเตอร์แคทรีน่ากระแทกเสียง ฉันแค่อยากอธิบายให้ลีโอกับเอ็ดการ์รู้ว่า อย่าได้เสียเวลากับเรื่องไร้สาระพวกนี้เลย ใครอยากทำตัวงี่เง่า อย่างหวงที่นั่งในโรงอาหาร , จัดปาร์ตี้ที่เข้าได้เฉพาะคนที่ได้รับเลือก , มีโต๊ะประจำในบาร์ตรงเฟิร์สต์อเวนิวที่ไม่เคยขาดแคลนกัญชาทุกสายพันธ์  รึแซงคิวซื้อเบอร์เกอร์เนื้อในโรงอาหารทั้งๆที่มีคนต่อคิวยาวเหยียด แล้วยังเดินลอยชายออกมาเฉยๆโดยที่ไม่มีใครกล้าต่อว่า ใครอยากได้อะไรบ้าๆแบบนั้นก็เชิญ แต่ฉันหวังว่าเอ็ดการ์กับลีโอจะไม่สนใจ

....อะไรนะการเป็นอภิสิทธ์ชนในโรงเรียนนี้ แปลว่าสามารถนิสัยเสียได้ โดยที่คนอื่นก็แค่ทนๆไปงั้นเหรอ?  ....อืมมมมม

ต่อให้ลีโอกับเอ็ดการ์ไม่สนใจ เธอคิดเหรอว่าพวกนั้นจะไม่นึกอยากลองให้โอกาสสองคนนี้ขึ้นมาวิกเตอร์โต้กลับ เขาดูสนุกมากที่ได้ต่อปากต่อคำเกี่ยวกับเรื่องนี้

ไม่นะแคทรีน่าส่ายหน้า

วิกเตอร์ยิ้ม และชี้นิ้วมาที่เราสองคน คิดงั้นจริงอ่ะ? เธอดูพวกเขาสิ ยังกับปักป้าย ฉันน่ะไม่ธรรมดาไว้บนหัวเลยแน่ะ ขนาดเป็นฉัน ฉันยังคิดเลยว่าสองคนนี้ดูเหมาะกับฝั่งนู้นมากกว่าฝั่งนี้เลย เชื่อฉันสิ เดี๋ยวเอ็ดการ์กับลีโอก็ได้ข้อเสนอ

ข้อเสนออะไร?” ผมกับลีโอถามขึ้นพร้อมกัน

แล้วคำตอบนั่นก็มาถึงเรา ตอนที่เรากำลังไปหยิบหนังสือที่ล็อคเกอร์เพื่อเตรียมไปเรียนคาบถัดไป  ตอนนั้นผมกำลังเปิดประตูล็อคเกอร์ โดยมีลีโอกำลังยืนคุยอยู่กับวิกเตอร์ ซึ่งล็อคเกอร์เขาอยู่ถัดจากล็อคเกอร์ผมไปสองช่อง

ผมเห็นปลายขากางเกงสีเทาเข้มและรองเท้าหนังเฟอรากาโมก้าวเข้ามาประชิดตัวผม ก่อนที่ประตูล็อคเกอร์ของผมจะถูกดันให้ปิดลง

สวัสดี เด็กใหม่เพอร์ซี แฮร์ริส เอามือท้าวประตูล็อคเกอร์อยู่ตรงหน้าผมและกำลังส่งยิ้มให้ โดยมีแซ็ค หนุ่มผมทองนัยน์ตาฝัน กับเพื่อนอีกสองคนยืนคุมเชิงอยู่ใกล้ๆ

ลีโอขยับมายืนข้างผมทันที เพอร์ซีเบนสายตาไปมองเขาและยิ้มมากขึ้น

เฮ้.. ใจเย็นพวก ฉันไม่ได้จะมาขโมยหนังสือ สงครามและสันติภาพกับ สืบจากแมวหรอก ฉันไม่ชอบแมวด้วยซ้ำ แค่จะมาชวนไปดื่มสังสรรค์กันนิดหน่อยหลังเลิกเรียน

(หมายเหตุ :สงครามและสันติภาพ เป็นหนังสือที่แต่งโดยลีโอ ตอลสตอย และ สืบจากแมว เป็นหนังสือที่แต่งโดยเอ็ดการ์ อัลลัน โป)

ผมเลิกคิ้ว ในขณะที่ลีโอหรี่ตามอง เพอร์ซีไม่ได้ดูแย่ขนาดที่วิกเตอร์กับแคทรีน่าพูดถึงเลย ที่จริงเขาดูเป็นมิตรด้วยซ้ำ ถึงรอยยิ้มจะยียวนไปนิด แต่ดวงตาสีเข้มใต้ปอยผมหยักศกที่ย้อยลงมาปิดตา ก็ทำให้เขาดูเหมือนเด็กซนๆมากกว่าไอ้ตัวแสบ

ว่าไง สนใจไหม?” เพอร์ซีถามต่อ

ก็น่าสนผมแบ่งรับแบ่งสู้

เยี่ยมเพอร์ซีมีท่าทีพอใจ ฉันเพอร์ซี ส่วนนี่แซ็ค และนั่นคือคาร์ล กับสก็อต

แซ็คยิ้มให้เรามาจากทางด้านหลังของเพอร์ซี ซึ่งตอนนี้ผมเห็นชัดแล้วว่าเขาหน้าตาดีจริงๆ สไตล์คุณหนูลูกเศรษฐีน่ะนะ ตาเขาเป็นสีฟ้ากระจ่างและหยาดเยิ้มเหมือนคนเมายา ...เอ่อ  บางทีอาจจะกำลังเมายาอยู่จริงๆก็ได้ ส่วนคาร์ลกับสก็อตโบกมือให้เราไหวๆ 

ฉันเอ็ดการ์ และนี่ลีโอ เราเป็นฝาแฝด คิดว่าพวกนายคงเห็นชัดอยู่แล้วผมปล่อยมุกง่อยๆเป็นการทักทาย  การมีเพื่อนย่อมดีกว่าสร้างศัตรู  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโรงเรียนใหม่ ที่เราหวังว่าจะเป็นโรงเรียนสุดท้ายก่อนที่เราจะก้าวสู่รั้วมหาวิทยาลัย

พวกนั้นหัวเราะเบาๆเหมือนเราเล่นมุกที่เด็ดมาก ซึ่งมันดูทำให้พวกเขายิ่งดูน่าคบและดูเป็นมิตรยิ่งขึ้น

โอเค แล้วจะไปที่ไหนล่ะ เราเพิ่งย้ายมาจากโรงเรียนประจำในพิทส์เบิร์ก ไม่ค่อยรู้จักร้านใหม่ๆหรอกนะ ลีโอพูด

เดี๋ยวสิฝาแฝด มันยังไม่ง่ายแบบนั้น เพอร์ซีขัดขึ้น แต่ยังดูอารมณ์ดีอยู่ จะเข้ามาเป็นหนึ่งในกลุ่มเรา นายก็ต้องพิสูจน์ตัวเองหน่อยว่าเหมาะสม ชาวบ้านก็ต้องอยู่กับชาวบ้าน คนพิเศษก็ย่อมต้องอยู่ในกลุ่มของคนพิเศษ เหมือนสิงโตกับพวกเก้งกวางที่เป็นอาหารน่ะ มันเป็นกฎธรรมชาติ

เพอร์ซีเหลือบสายตาไปทางวิกเตอร์กับนักเรียนอีก 3-4 คนที่ยืนอยู่แถวนั้น ผมเห็นวิกเตอร์หลบตาวูบก่อนจะมุดหัวเข้าไปหาของในล็อคเกอร์ ในขณะที่คนอื่นๆรีบหยิบหนังสือของตัวเองแล้วเดินออกไป เห็นได้ชัดว่าเพอร์ซีหมายถึงตัวเองกับพรรคพวกที่เป็นสิงโต และคนอื่นๆน่ะเป็นแค่สัตว์ป่าตัวเล็กตัวน้อย หรือจะพูดให้ชัดๆตามสายตาที่เพอร์ซีมอง ก็คือพวกขี้แพ้นั่นแหละ

ยังไง?” ลีโอถามขึ้นมาในที่สุด

เล่นสนุกๆกับพวกเรา 5-6 เรื่องสิ ถ้านายทำได้ตามเงื่อนไขทั้ง 6 ข้อ ก็ถือว่าพวกนายผ่าน  ไม่ได้จะอวยให้เหลิงตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มนะ แต่ดูจากสายตาฉัน พวกนายผ่านฉลุยได้ทุกข้อแน่ จะลองหน่อยมั้ย?”

ฉันขอดูเงื่อนไขข้อแรกก่อนได้รึเปล่า?” ผมบอก

ได้สิ เอาไปดู 5 ข้อเลยก็ได้ เพอร์ซีตอบอย่างมีน้ำใจ เขาดึงกระเป๋าสตางค์ยี่ห้ออาร์มานี่ออกมา ก่อนจะหยิบกระดาษแผ่นเล็กๆยื่นให้ผมพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูจริงใจ ถ้าผ่าน 5 ข้อนี้ไปได้แล้ว ค่อยมาดูข้อสุดท้ายกันทีหลัง ง่ายนิดเดียวเอง สนุกด้วย พวกนายทำได้อยู่แล้ว

ผมก้มมองตัวหนังสือหวัดๆที่เขียนอยู่ในกระดาษ และตอนนั้นแหละ  ที่ผมมั่นใจว่าไอ้กร๊วกเพอร์ซี แม่งเป็นไอ้ตัวแสบของแท้...

 

คุณเอ็ดการ์ คุณลีโอ พายเสร็จแล้วค่ะ

เสียงของฟิโอน่าร้องบอกผ่านห้องครัวมายังห้องนั่งเล่น  ผมทิ้งหนังสือการ์ตูนในมือทันที แล้วกระโดดข้ามโซฟามุ่งไปยังห้องครัว ส่วนลีโอก็เลิกตั้งสายไวโอลิน และวิ่งตึงตังตามผมมาติดๆ

ฉันถึงก่อน ผมแตะที่ขอบถาดที่ยังร้อนของพายฟักทองแล้วยิ้มให้ลีโออย่างผู้ชนะ ฉันเป็นคนได้ถือมัน

ลีโอชี้หน้าผมอย่างคาดโทษแล้วพึมพำเป็นคำว่า ฝากไว้ก่อนเถอะ

ผมยักคิ้วข้างเดียวใส่เขาเป็นการซ้ำเติม  พายฟักทองถาดนี้เป็นของที่เราจะถือไปเยี่ยมเพื่อนบ้าน ซึ่งก็คือครอบครัวเบอร์ตัน ที่มีสวนหลังบ้านติดกันกับเรา  ส่วนใหญ่แล้วตึกอิฐในละแวกนี้จะเป็นอพาร์ตเม้นท์เก๋ๆที่มีความสูงราว 3-4 ชั้น โดยแต่ละชั้นจะมีผู้อาศัยอยู่หนึ่งครอบครัว  แต่ครอบครัวผมกับครอบครัวเบอร์ตันเป็นเจ้าของตึก 4 ชั้นทั้งหลัง โดยที่ไม่ได้อาศัยอยู่ร่วมกับครอบครัวอื่น

ก็ทำไมไม่ให้ฉันอบ 2 ถาดไปเลยล่ะคะ”  ฟิโอน่าส่ายหัวกับการแก่งแย่งในเรื่องไม่เป็นเรื่องของผมกับลีโอ

ถ้าขืนทำแบบนั้น เขาก็รู้สิว่าเราอยากประจบ ผมบอก

ฉันว่าเขารู้อยู่แล้วล่ะค่ะ

ผมทำเสียงจึ๊กจั๊กใส่ฟิโอน่า ก่อนจะเดินออกจากครัวไปทางระเบียงหลังบ้าน  ผมกับลีโอเดินลงบันไดลงไปยังสวนด้านหลัง ที่โอบล้อมไปด้วยกำแพงทั้งสามด้าน กลิ่นกุหลาบป่าโชยมาจางๆในอากาศ มันเป็นสวนที่มีพุ่มไม้เตี้ยๆจัดแต่งเป็นแนวบนสนามหญ้ากับทางเดินโรยกรวด และมีน้ำตกจำลองอยู่ตรงกำแพงอิฐด้านหนึ่งซึ่งมีมอสขึ้นจนเขียวชอุ่ม

ผมเดินไปที่กำแพงด้านหนึ่งซึ่งมีเก้าอี้เหล็กตั้งชิดริมกำแพงที่ปกคลุมไปด้วยเถาไอวี่ ผมขึ้นไปเหยียบบนเก้าอี้และส่งถาดให้ลีโอ ก่อนจะปีนขึ้นไปนั่งบนขอบกำแพง

ส่งมาผมหันไปบอกลีโอ ถาดพายนะ ไม่ใช่มือนาย

ลีโอส่งถาดพายฟักทองคืนให้ผม ผมวางมันลงบนขอบกำแพงอย่างระมัดระวัง ก่อนจะค่อยๆปีนข้ามไปลงอีกฝั่ง ซึ่งเป็นสวนขนาดกว้างพอๆกันแต่ตกแต่งคนละสไตล์

ลีโอปีนข้ามกำแพงตามมาและมายืนอยู่ข้างๆผม  เรายิ้มอย่างชื่นมื่น ก่อนจะถือถาดพายแล้วก้าวเร็วๆไปยังประตูหลังบ้านของครอบครัวเบอร์ตัน เรายืนคียงข้างกันด้วยท่าทางสุภาพอยู่หน้าประตู  โดยแกล้งทำเป็นลืมๆว่าเราปีนข้ามกำแพงหลังบ้านเข้ามาเหมือนขโมย แทนที่จะเดินอ้อมไปกดกริ่งที่ประตูหน้าบ้านแบบที่สุภาพชนจริงๆเขาทำกัน

สวัสดีครับลีโอเคาะประตู ผมลีโอกับเอ็ดการ์นะครับ

ไม่ถึงห้าวินาทีบานประตูก็เปิดออก แล้วร่างของคุณนายเบอร์ตันก็ปรากฏตัวขึ้น เธอเป็นผู้หญิงรูปร่างบอบบางและไว้ผมบ๊อบสั้นเสมอคาง คุณนายเบอร์ตันมีอาชีพเป็นมัณฑนากร ส่วนคุณเบอร์ตันสามีเธอเป็นทันตแพทย์ ทั้งคู่มีลูก 4 คน และเป็นผู้ชายทั้งหมด

เอ็ดการ์  ลีโอเธอยิ้มให้เราอย่างเอ็นดู เข้ามาสิจ๊ะ

พายฟักทองฝีมือฟิโอน่าครับ จำได้ว่าคุณชอบ ผมบอกอย่างสุภาพและยื่นถาดพายให้เธอ ในขณะที่ลีโอยิ้มประจบประแจง

ขอบใจจ้ะ เธอรับถาดพายไปถือและมองเราด้วยสายตารู้ทัน ครอบครัวเราชอบพายฟักทองกันทุกคน

เราทักทายซักถามสารทุกข์สุกดิบกันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่คุณนายเบอร์ตันจะเปล่งคำพูดที่ดูเหมือนประกาศิตจากสวรรค์มาให้เรา

“มาร์คออกไปซื้อหนังสือตรงร้านหัวมุม อีกไม่นานก็คงกลับ พวกเธอจะขึ้นไปรอในห้องเขาก็ได้นะ

ผมกับลีโอรับคำ ก่อนจะเดินเลี่ยงไปทางห้องโถง แล้วขึ้นบันไดไปยังชั้นสาม ซึ่งเป็นห้องนอนของมาร์ค ลูกชายคนสุดท้องของครอบครัวเบอร์ตัน ซึ่งเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยปีสุดท้าย

ทันทีที่เราเข้าไปในห้องเขา ลีโอก็ตรงดิ่งไปที่โต๊ะเขียนหนังสือและหยิบกรอบรูปที่วางอยู่บนโต๊ะมาดูอย่างถือวิสาสะ ส่วนผมเดินไปยังหน้าต่างและเปิดม่านออก และมองออกไปด้านนอก

เห็นห้องนอนเราชัดแจ๋วเลยผมพึมพำ นายว่าเขาจะนึกถึงเรามั่งรึเปล่าตอนที่เราไม่อยู่

แหงอยู่แล้ว ลีโวางกรอบรูปลงและยิ้มเจ้าเล่ห์ พลางทำมือชักขึ้นชักลงทะลึ่งๆประกอบคำพูด

ผมหัวเราะ และเบนสายตาไปมองภาพของมาร์คในกรอบรูปบนโต๊ะ  ในภาพนั้นมาร์คกำลังยืนกอดคอพี่ชายคนโต โดยมีพี่ชายอีก 2 คนยืนขนาบข้างอยู่ริมทะเล ดวงตาของมาร์คดูยิบหยีอยู่ใต้เงาของปีกหมวกแก๊ปที่ยื่นออกมา รอยยิ้มของเขาสว่างสดใส เหมือนแสงแดดที่จัดจ้าในภาพนั้น

มาร์คเป็นพี่ชายข้างบ้านที่รู้จักเรามาตั้งแต่ตอนที่ผมกับลีโออายุ 7 ขวบ  ตอนนั้นลุงพาเรามาที่บ้านหลังที่เราเพิ่งจะปีนกำแพงข้ามออกมา และบอกว่าเป็นอพาร์ทเม้นท์เก่าที่แม่เคยเช่าอยู่ ตอนที่แม่ยังยึดอาชีพนักแสดงและยังไม่ได้แต่งงานกับพ่อ และพอพวกท่านแต่งงานกัน พ่อก็กลับมาซื้อตึกหลังนี้ เพื่อเป็นของขวัญให้แม่ในวันเกิด  เพื่อเก็บไว้ระลึกถึงถึงความหลังตอนที่ท่านตามจีบแม่

ความรักของท่านทั้งสองเริ่มต้นราวกับเทพนิยาย ที่มีหญิงสาวน่าสงสารซึ่งต้องทำงานอยู่ก้นครัว และได้มีโอกาสพบกับเจ้าชายในวันหนึ่ง  ต่างกันก็แต่ว่าแม่ผมเป็นหญิงสาวบ้านนอกจนๆ ที่ย้ายมานิวยอร์กด้วยความฝันจะเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียง ในขณะที่พ่อเป็นชายหนุ่มจากตระกูลใหญ่ซึ่งร่ำรวยจากธุรกิจหลายประเภท และเป็นหนุ่มหล่อเนื้อหอมที่สาวๆต่างพากันหลงใหลใฝ่ฝันในช่วงเวลานั้น  ผมยังจำได้ถึงข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์เก่าๆ ที่ลงรูปพ่อผมกับสาวสวยมากหน้าหลายตา โดยที่ดูเหมือนว่าท่านจะเลือกผู้หญิงที่ดีขนาดไหน สวยขนาดไหนก็ได้มาเป็นคู่ชีวิต

แต่ใครจะคิด ว่าสุดท้ายแล้วท่านจะมาหยุดสายตาอยู่ที่แม่ของเรา ลิเดีย ฮันนี่คัท นักแสดงสาวที่ไต่เต้ามาจากหนังเกรดซีที่ต้องใช้เนื้อหนังในการแสดงมากกว่าฝีมือ จากที่ผมได้ยินมา แม่พยายามเป็นนักแสดงอยู่ถึงสี่ปี วนเวียนแสดงหนังต้นทุนต่ำที่มีคุณภาพการผลิตต่ำซะยิ่งกว่าต้นทุน ซึ่งก็เหมาะสมดีกับฝีมือการแสดงของแม่ ที่ย่ำอยู่กับที่เสมอต้นเสมอปลายไม่เคยเปลี่ยน

แต่แล้วอยู่ๆก็เหมือนโชคหล่นทับ หนังนอกกระแสที่แม่แสดงเรื่องหนึ่งดันไปเข้าตากรรมการและได้รับรางวัลจากเทศกาลหนังนานาชาติ  ในหนังเรื่องนั้น แม่แสดงเป็นเด็กสาวที่ขายวิญญาณให้ปีศาจเพื่อแลกกับชื่อเสียงและความร่ำรวย นั่นเป็นก้าวแรกที่ทำให้แม่ได้ไปปรากฏตัวในวงสังคมในฐานะนักแสดงจริงๆซะที

และหลังจากนั้นก็ดูเหมือนโชคจะหล่นใส่มือแม่ไม่ได้หยุดได้หย่อน แม่ได้พบกับผู้กำกับชื่อดังแห่งวงการภาพยนตร์ ซึ่งเขาให้สัมภาษณ์ในภายหลังว่าในนาทีที่เขาเห็นแม่ เขารู้สึกเหมือนต้องมนต์สะกด และมีเสียงในหัวบอกว่าผู้หญิงคนนี้คือเพชรที่เขาจะต้องนำมาเจียรนัยให้เปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าเพชรเม็ดไหนๆ

โอกาสทางอาชีพการงานหลั่งไหลมาอย่างมากมาย แม่เริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นเรื่อยๆ และย้ายจากห้องพักซอมซ่อในบรู๊คลินมายังอพาร์ทเม้นท์แสนสวยบนถนนอีสต์ 68  ซึ่งเป็นที่อยู่ของผมกับลีโอในตอนนี้  แม่เฉิดฉายในวงสังคมเหมือนดาวจรัสแสง  หลายคนเริ่มซุบซิบนินทาว่าแม่คงขายวิญญาณให้ปีศาจเหมือนในหนังที่แม่แสดงนั่นแหละ ถึงได้อะไรมาอย่างง่ายๆและรวดเร็วแบบนี้

มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นเหมือนจะยืนยันคำพูดร้ายๆพวกนั้น  บ่อยครั้งที่คู่แข่งทางการงานของแม่ประสบเหตุการณ์ร้ายอย่างปัจจุบันทันด่วน และโอกาสก็หล่นลงมาใส่มือ   แม่ของผมแทน เหมือนกับว่าแม่จะต้องได้สิ่งที่แม่ต้องการเสมอ โดยที่ไม่มีอะไรขวางทางแม่ได้

แต่ที่อื้อฉาวที่สุด ก็คือเหตุการณ์ที่แม่ไปปรากฏตัวในงานเลี้ยงการกุศลซึ่งปู่ของผมเป็นผู้จัดขึ้น  พ่อผมตกหลุมรักแม่ในทันที และขอถอนหมั้นกับเลดี้เจน วินสตัน ที่เพียบพร้อมไปด้วยรูปสมบัติ การศึกษา และเกียรติยศวงศ์ตระกูล  พ่อทิ้งเธออย่างเลือดเย็นอย่างไม่มีใครนึกว่าพ่อจะทำ และยังขอแม่ผมแต่งงานหลังจากที่พบกันได้แค่ 6 อาทิตย์

ต่อมา คุณย่าของผมซึ่งคัดค้านการแต่งงานระหว่างพ่อกับแม่ ก็ได้เสียชีวิตลงเนื่องจากหัวใจวายทั้งที่ไม่มีวี่แววมาก่อน ถ้อยคำนินทาเริ่มหนาหูขึ้น และมีคนแอบเรียกแม่ลับหลังว่านางปีศาจ

แต่สุดท้ายแล้วแม่ก็ได้แต่งงานกับพ่อ  ซึ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์หลังจากนั้น 3 ปี  และแม่ก็ให้กำเนิดผมกับลีโอ ก่อนจะตายตามพ่อไปอีกคน

ชีวิตวัยเด็กของผมกับลีโอค่อนข้างเงียบเหงาและลุ่มๆดอนๆ  ลุงบรูซซึ่งรับเราไปดูแลก็ไม่ค่อยจะมีเวลาดูแลเราจริงๆสักเท่าไหร่ เนื่องจากธุรกิจที่ทำให้ต้องเดินทางอยู่เสมอ  ผมกับลีโอมักจะใช้ชีวิตอยู่กับพี่เลี้ยง แม่บ้าน และคนสวน  ซึ่งคนเหล่านั้นก็หมุนเวียนเปลี่ยนหน้ากันไปเรื่อยๆ โดยไม่มีใครให้เรายึดมั่นถือมั่นอะไรได้เลย

จนกระทั่งเราได้พบกับมาร์ค...

มาร์คอายุมากกว่าเรา 5 ปี  เป็นลูกชายคนสุดท้องของคุณและคุณนายเบอร์ตันซึ่งอยู่บ้านข้างๆ ซึ่งตอนนั้นธุรกิจเอื้อให้ลุงต้องมาพักอยู่ในแมนฮัตตันเป็นเวลานานๆ ผมกับลีโอก็เลยได้มาเล่นที่บ้านหลังนี้บ่อยๆในช่วงวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ 

เราทั้งคู่พบมาร์คครั้งแรกตอนที่เรานั่งก่นด่าอย่างเคียดแค้นใจในสวนหลังบ้านหลังจากเลิกเรียนตอนเย็นวันศุกร์  เนื่องจากโดนล้อและมีเรื่องชกต่อยกับเด็กที่โตกว่า  ตอนนั้นผมกับลีโออายุแค่ 7 ขวบ แต่มาร์คอายุ 12 และเป็นนักเรียนเกรด 7 แล้ว ตอนนั้นมาร์คปีนกำแพงข้ามมาทางฝั่งสวนบ้านเราเพราะได้ยินเสียงคล้ายเด็กร้องไห้  เขาบอกว่ามันทำให้เขาไม่มีสมาธิในการดูทีวี 

และพอเราพูดปัญหาของเราออกมา  มาร์คไม่ได้ปลอบเราหรือเมินเรา หรือกระทั่งสอนเราในแบบที่พวกผู้ใหญ่มักจะสอนเด็ก เขามีวิธีโน้มน้าวจิตใจคนให้ออกห่างจากความทุกข์ได้อย่างน่าทึ่ง ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร อาจเป็นเสียงพูดที่ฟังแล้วสบายหู หรือรอยยิ้มจริงใจที่มีรอยบุ๋มเล็กๆใต้ริมฝีปากล่าง หรือดวงตาสีเทาเข้มเป็นประกายสดใส ซึ่งทำให้เรารู้สึกอุ่นๆในอก  ไม่นานผมกับลีโอก็ลืมเรื่องคับข้องใจพวกนั้น และเดินตามเขาไปเล่นขว้างบอลที่สนามบ้านเขาแทน และขออนุญาตลุงมาพักอยู่ที่นี่ทุกปิดเทอม ไม่ว่าเราจะย้ายไปเรียนที่ไหนหรือเมืองไหนก็ตาม

...เอาล่ะ ถือว่าผมสารภาพแล้วนะ ว่ามาร์คเป็นเหมือนรักแรกของผมกับลีโอ และเป็นขวัญใจตลอดกาลของเราทั้งคู่

เฮ้... ว่าไงแฝด บุกห้องฉันอีกแล้วนะ

เสียงนุ่มๆที่คุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับบานประตูที่เปิดออก  ผมกับลีโอเด้งตัวออกจากเก้าอี้ตรงโต๊ะหนังสือ และยืนเรียงกันรอให้เขาเดินเข้ามา มาร์คดูหล่อเหลาเหมือนรูปปั้นเทพบุตรกรีก ที่มีผมหยักศกสีบลอนด์อ่อนและดวงตาสีเทาสวย (เราเคยเห็นเขาเปลือยท่อนบนตอนอาบน้ำเสร็จใหม่ๆมาแล้วด้วย ขอบอกเลยว่า ...อื้อหือ)  มาร์คเดินมากอดพวกเราทีละคนตามที่เราเรียกร้องด้วยกระแสจิต ผมกอดตอบและแอบสูดกลิ่นหอมอ่อนๆจากซอกคอเขา เพื่อเก็บเอาไว้นึกถึงตอนก่อนนอน

เราเพิ่งย้ายมาเรียนที่ทรินิตี้ ปีนี้นายจะได้เจอเราทั้งปีผมบอกเขา

มาร์คย่นคิ้วนิดๆ เด็กไฮสคูลเปิดเทอมมาตั้งเกือบเดือนแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมเพิ่งย้ายมา?”

มีเหตุเล็กๆน้อยๆน่ะลีโอตอบ

ฉันก็ว่างั้น มาร์คเอามือเสยผมของลีโอและใช้อีกมือยีหัวของผม พลางยิ้มด้วยดวงตา เขาไม่ถามด้วยซ้ำว่าเหตุผลงี่เง่าอะไรอีก ที่ทำให้เราต้องย้ายโรงเรียน ไป.. ลงไปกินพายอร่อยๆกัน” 

มาร์คโอบไหล่เราทั้งคู่ให้เดินไปด้วยกัน ก่อนจะเดินนำเราลงไปยังบันได  ผมกับลีโอยิ้มรื่นและมองตามแผ่นหลังกว้างๆของมาร์คอย่างชื่นชม  ...รู้หรอกน่า ว่านี่มันออกจะน่าสมเพชนิดหน่อย  ที่เราเติบโตจนมาจนเกือบจะอายุ 18 อยู่ในอีกไม่กี่วัน  ผ่านความรู้สึกบ้าๆบวมๆของความรักและความต้องการกับคนโน้นคนนี้เรื่อยเปื่อยมาจนขี้เกียจจะจำ สุดท้ายก็ต้องมาพบว่าเรายังยืนน้ำลายหกมองผู้ชายคนเดิมที่เคยอยากได้มาตั้งแต่ชาติที่แล้ว  ซึ่งมาถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้แอ้มเขาเลย

เรานั่งกินพายกับคุณและคุณนายเบอร์ตัน และฟังมาร์คเล่าถึงการเรียนในมหาวิทยาลัยปีสุดท้าย เพื่อให้เราได้เห็นภาพตอนที่เราจะต้องเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในปีหน้า มันแลดูเป็นครอบครัวสุขสันต์เอามากๆ  ถ้าเพียงแต่คุณและคุณนายเบอร์ตันจะมีลูกเขยหรือลูกสะใภ้เป็นฝาแฝดเพศชายน่ะนะ

เราทั้งคู่มาสะอึก (พร้อมกับคุณนายเบอร์ตันที่ดูเครียดขึ้นทันใด) เมื่อมาร์คยืนยันความคิดเดิมว่าเขาจะทำอะไรหลังจากที่เรียนจบ เพราะหลังจากที่เห็นพ่อกับแม่ต้องเหน็ดเหนื่อยวุ่นวายกับการรับมือกับพี่ชาย 3 คน ที่กว่าจะผ่านช่วงวัยรุ่นมาจนเรียนจบและมีการมีงานทำ พ่อแม่ก็แทบจะต้องทำบัตรสมาชิกตลอดชีพไว้กับจิตแพทย์  มาร์คก็ตัดสินใจที่จะแสวงหาความสงบให้ครอบครัว  โดยการมุ่งเข้าสู่ร่มเงาแห่งคริสต์จักรหลังจากที่จบมหาวิทยาลัยแล้ว

...ใช่แล้ว มาร์คอยากจะบวชเป็นบาทหลวง  ครองตัวอยู่ในพรหมจรรย์ชั่วชีวิต โดยมีความหวังว่าจะได้รับการเสนอชื่อเป็นพระสันตปาปาในวันหนึ่ง

...น่าเศร้าจริงๆเลย 

ผมกับลีโอลากลับตอนสองทุ่ม และรับปากว่าจะแวะมาอีกในวันศุกร์ โดยที่คุณนายเบอร์ตันจะสั่งไก่อบปอลโลการ์ดินาเลจากร้านอาหารอิตาเลียนไว้เผื่อเรา ผมกับลีโอยิ้มรับอย่างสุภาพ โดยที่ไม่ได้บอกว่าระหว่างวันอื่นๆก่อนจะถึงวันศุกร์ เรามีแผนจะนุ่งผ้าขนหนูวับๆแวมๆมายืนตรงหน้าต่างห้องนอน แล้วทักทายมาร์คจากตรงนั้นทุกวัน เผื่อจะช่วยให้มาร์คเปลี่ยนความคิดที่จะไปเป็นบาทหลวง

หลังจาก(ปีน)กลับมาจากบ้านของครอบครัวเบอร์ตัน ผมก็นอนแช่ในอ่างน้ำอุ่นที่มีฟองสบู่ลอยฟ่อง พลางเคี้ยวถั่วอบและดูถ่ายทอดการแข่งขันบาสเก็ตบอลเอ็นบีเอจากจอทีวีในห้องน้ำไปด้วย ในขณะที่ลีโอซ้อมไวโอลินอยู่ด้านนอก เสียงดนตรีหวานหูของเขาลอยแว่วเข้ามาในห้องน้ำและลอยออกไปข้างนอก แต่ก็ไม่เคยมีใครบ่น เพราะลีโอเล่นมันได้ดีมาก ต่างจากผม ที่เคยลองหัดเล่นอยู่ในช่วงสั้นๆ แต่ก็เลิกล้มไป เพราะผมทำให้เสียงสีไวโอลินฟังดูหมือนเสียงแมวกำลังถูกทรมาน

เอ็ด นายจะเอาไงเรื่องนั้นน่ะ”  ลีโอถามขึ้น ขณะเดินเข้ามาล้างหน้าตรงเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าหินอ่อน โดยไม่เคยคิดจะเคาะประตูหรือเผื่อใจว่าผมอาจจะกำลังทำอะไรที่เป็นส่วนตัวมากๆอยู่ในนั้น ซึ่งผมก็ว่าอะไรไม่ได้หรอก เพราะผมก็ทำแบบเดียวกับเขาตลอดเหมือนกัน  และอีกอย่าง ห้องน้ำบ้านเราก็กว้างจนแทบจะตั้งวงเต้นรำพื้นเมืองได้อยู่แล้ว

เรื่องไหนล่ะ?” ผมเอียงหน้ามาถาม

เรื่องตรงล็อคเกอร์ ที่เพอร์ซีเสนอเรา

ผมกดปิดทีวี แล้วลุกขึ้นจากอ่างน้ำและเดินไปหาลีโอ เขาปรายตามองผมเล็กน้อย ก่อนจะหยิบผ้าขนหนูตรงชั้นวางแล้วโยนให้ผม

นายว่าไงล่ะผมถามกลับ พลางใช้ผ้าขนหนูสีขาวนุ่มฟูเช็ดเนื้อตัว

ฉันไม่ชอบเป็นเป็นพลเมืองชั้นสอง แต่ก็ไม่อยากหาเรื่องยุ่งยากใส่ตัว นายก็เห็นนี่ว่าเงื่อนไขแต่ละข้อมันงี่เง่ามาก

เสียสติเลยต่างหาก ลุงบรูซต้องไมเกรนกำเริบแน่ๆ ถ้ารู้ว่าเราไปทำอะไรแบบนั้นผมพูด

นั่นสิ

งั้นเราก็ยอมนั่งตรงฝั่งสามัญชนดีมั้ย?”

ลีโอหน้าบึ้งตึงขึ้นทันที เอ็ด... นายชอบนั่งให้แสงแดดอ่อนๆส่องหน้าในเวลาพักเบรก ฉันรู้สึกแย่ที่นายจะไม่ได้พักผ่อนตามสบายแบบนั้น

ฉันก็ไม่ชอบเหมือนกัน ที่นายต้องนั่งมองผนังทึบๆ เพราะมันจะทำให้สมองนายตื้อ และเล่นไวโอลินได้ไม่ดี

เราสบตากันในกระจก ดวงตาของเราทั้งคู่เป็นประกายระยับ ผมรู้เท่ากับที่เขารู้ ว่าที่จริงแล้วเราอยากจะทำยังไง

ที่จริงนายอยากฟาดยัยวีวี่โคโค่นั่นใช่มั้ย?” ผมใส่ก่อน

นายเองก็อยากไปปาร์ตี้ยันเช้ากับพวกนั้นใช่มั้ย?” ลีโอสวนกลับ

ใครว่าผมยิ้มแยกเขี้ยว  ฉันอยากซื้อเบอร์เกอร์เนื้อโดยไม่ต้องต่อแถวต่างหาก

เราทั้งคู่หัวเราะและยิ้มให้กันผ่านกระจกอย่างรู้ไส้กันและกัน มันไม่ใช่เรื่องศักดิ์ศรีหรือการเอาตัวรอดในสังคมอะไรหรอก พวกนั้นน่ะมันเป็นเหตุผลที่เอาไว้บังหน้า แต่ที่จริงแล้ว เราทั้งคู่ก็แค่อยากสนุก

อ้อ... บอกไปแล้วรึยัง? ว่าเงื่อนไขข้อแรก ก็คือเราต้องไปขโมยกางเกงชั้นในของคุณเฮิร์ทซ์ ภารโรงหน้าโหดมาดเหี้ยมของโรงเรียนมาหนึ่งตัว เพื่อเอามาทำเป็นธง แล้วเอาไปปักโชว์ตรงสนามหญ้าหน้าหอประชุม

...งี่เง่าจริงๆเลยเนอะ

สามวันต่อมา  กางเกงชั้นในจำนวน 16 ตัวของคุณเฮิร์ทซ์ ก็ถูกร้อยต่อกันอย่างเป็นระเบียบ และห้อยแขวนลงมาจากอาคารหอประชุมอย่างโดดเด่น มันดูเหมือนว่าวหลายๆตัวกำลังเล่นลมอย่างร่าเริงเวลาที่มีลมพัดมาแรงๆ  ลีโอให้เหตุผลว่า ตัวเดียวกับสิบหกตัวก็โทษเท่ากัน จะขี้เหนียวไปทำไม

ครูใหญ่โมโหจนลมออกหู พอๆกับคุณเฮิร์ทซ์ที่โกรธหน้าดำหน้าแดง และถึงกับตั้งรางวัลนำจับสำหรับผู้ที่ชี้ตัวคนกระทำ  (...เฮ่อ คงมีคนกล้าฟ้องอยู่หรอกนะ)  เขาคงทั้งโกรธทั้งอายเลยล่ะ ...เป็นผม ผมก็คงอายเหมือนกัน ถ้ามีกางเกงชั้นในลายแต๋วแตกแบบนั้นน่ะนะ

ในขณะที่พวกผู้ใหญ่โกรธจนเส้นเลือดตรงขมับเต้นตุบๆ  แต่พวกนักเรียนฮากันมาก เพอร์ซีถึงกับยกนิ้วโป้งให้เรา ในฐานะที่เรามีความคิดสร้างสรรค์ และติ๊กให้เราผ่านเงื่อนไขข้อแรกไปได้อย่างสวยงาม

จากนั้น ภารกิจพิชิตเงื่อนไขของเราก็ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ผมจะไม่เล่ารายละเอียดในสิ่งที่เราทำกับรถเมล์สาย 45 หรือเหตุการณ์ที่ลินคอล์นเซ็นเตอร์ในคืนที่มีการแสดงบัลเล่ต์รอบการกุศลหรอกนะ  เพราะมันละเอียดอ่อนต่อความรู้สึกเกินไปหน่อย แต่เรื่องที่เราต้องทำเพื่อล้อเลียนครูสเลเตอร์ ที่เป็นครูพละของโรงเรียนน่ะตลกมาก  เนื่องจากครูเป็นครูพวกนักเรียนหญิงค่อนข้างจะเกลียดขี้หน้า เพราะครูดูเหมือนจะหมกมุ่นกับกางเกงพละสั้นๆ และแสดงออกโดยการลูบเคราแพะของตัวเองและจ้องมองอย่างไม่วางตา ขณะที่สั่งให้พวกนักเรียนวิ่งรอบบึงในเซ็นทรัลพาร์ค

และสิ่งที่ผมกับลีโอต้องทำก็คือ เอาแพะหนึ่งตัวไปไว้บนดาดฟ้าโรงยิม เพื่อแสดงการต่อต้านครูสเลเตอร์อย่างเงียบๆ (เงียบแน่ๆแหละ ถ้าแพะมันไม่ร้อง แบร่~ ขึ้นมา) การหาซื้อแพะกับการลักลอบนำมันเข้ามาในโรงเรียนน่ะไม่ยากเท่าไหร่ แต่การเอามันขึ้นไปไว้บนดาดฟ้าโรงยิมนี่สิยากมาก

ผมกับลีโอต้องช่วยกันแบกมันขึ้นบันไดทีละขั้น โดยที่ไอ้แพะนั่นไม่ค่อยยินยอมให้ความร่วมมือเท่าไหร่เลย และมันยังประท้วงโดยการขี้ออกมาทั้งๆที่เรายังเหลือบันไดอีกเกือบสิบขั้นที่ยังต้องขึ้นไป  ผลจากการฝืนใจแพะ ทำให้ผมได้แผลตื้นๆตรงปลายคางเนื่องจากการโดนกีบแพะถาก(ซึ่งทำให้เพื่อนฝูงแยกผมกับลีโอได้อย่างชัดเจนแล้ว)  และได้เสียงตอบรับอย่างชื่นชมเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะได้แพะขึ้นไปอยู่บนดาดฟ้าตามเงื่อนไขแล้ว ยังได้ขี้แพะเกลื่อนกลาดตามขั้นบันไดเป็นของแถมอีกด้วย

และมาถึงวันนี้ ก็เป็นวันที่เราจะพิชิตเงื่อนไขข้อที่ 5  ที่ดูจะง่ายดายกว่าข้ออื่นๆก่อนหน้านี้ เหมือนจะเป็นการให้เราพักผ่อนหลังจากผ่านความยากลำบากมาพอสมควร มันคือการที่ผมกับลีโอต้องมาว่ายน้ำเล่นในสระของโรงเรียน โดยที่มีเพอร์ซีแอนด์เดอะแก๊งค์รอให้เราเลี้ยงเบียร์กับแชมเปญอยู่ที่นั่น  อะไรๆมันก็ฟังดูดีอยู่หรอก ถ้ามันไม่ใช่ตอนตีหนึ่งน่ะนะ

ผมกับลีโอวางแผนหลอกยามหน้าประตูให้ติดกับที่เตรียมไว้ ก่อนจะลัดเลาะหลบหลีกกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ตรงกำแพงเป็นระยะๆ  ผลจากการศึกษาลู่ทางมาเป็นอย่างดี ทำให้เราใช้เวลาแค่ 15 นาที ก็สามารถไปถึงสระว่ายน้ำได้แล้ว

เสียงเฮดังขึ้น เมื่อผมกับลีโอเดินผ่านประตูเข้าไปยังบริเวณรอบสระว่ายน้ำ ผมกับลีโอหอบเล็กน้อยขณะเดินไปหยุดอยู่ตรงขอบสระ โดยมีสายตาจากประชากรสิบกว่าชีวิตยืนรอดูเราอยู่

จะเอางี้จริงเหรอ? น้ำในสระมันเย็นอยู่นะ ลีโอพูดขึ้นกับผม

ไม่เอางี้แล้วนายถอดเสื้อผ้าทำไม?” ผมถามกลับเมื่อเห็นลีโอถอดเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว

ฉันถอดตามนาย

พูดออกมาได้ผมหัวเราะ ก่อนจะรีบถอดเสื้อผ้าออกเหมือนเขา

นาทีต่อมาเราทั้งคู่ก็เปลือยทั้งตัว ผมกับลีโอคิดว่ามันน่าจะคุ้มกว่า ถ้าเราเก็บกางเกงชั้นในแห้งๆเอาไว้ใส่กลับบ้าน เสียงเป่าปากเปี้ยวป๊าวอย่างถูกใจดังมาจากผู้ชม แซ็คตะโกนแซวออกมาว่า ก้นสวย ซึ่งมันทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะหันไปยิ้มให้เขา  ยายโคโค่ทำเป็นยกมือขึ้นมาปิดตาเหมือนอายจนไม่กล้ามอง ...โถ แม่คุณ ถ่างนิ้วซะกว้างขนาดนั้น จะมีอะไรที่ไม่เห็นมั่งล่ะ

ผมกับลีโอกระโดดตูมลงในสระและว่ายไปกลับโชว์หนึ่งรอบอย่างสวยงาม  เสียงตบมือดังขึ้นเกรียวกราว ถังเบียร์ที่ซ่อนไว้ตั้งแต่ตอนกลางวันถูกยกออกมาแจกจ่ายทันที สก๊อตเดินมายื่นกระป๋องเบียร์ให้เราที่ยังแช่อยู่ในน้ำและชนกระป๋องอย่างสนิทสนม เหมือนอยากต้อนรับเราเข้ากลุ่มอย่างไม่เป็นทางการ ส่วนเพอร์ซีก็ยกนิ้วโป้งให้เราทั้งสองมือ

แล้วต่อมาก็เริ่มมีการผลักกันให้ตกลงมาในสระน้ำ แซ็คที่ถูกเพื่อนจับโยนลงมาทั้งเสื้อผ้าว่ายน้ำเข้ามาหาผมกับลีโอ ที่ยืนแช่น้ำอยู่ใกล้ขอบสระ ตาเขาดูหยาดเยิ้มอย่างเคย แต่ผมไม่คิดว่าตอนนี้เขาจะเมายาอยู่หรอกนะ

พวกนายแน่มากเขาพูดพร้อมกับยิ้มน้อยๆให้ผม โดยที่ไม่ได้หันไปมองลีโอ ผมว่าเขาชอบผมนะ และผมก็คิดว่าเขาก็หล่อดีเหมือนกัน

ขอบใจผมยิ้มตอบแซ็ค ลีโอกลอกตาอย่างเหลืออด ก่อนจะว่ายน้ำหนีไปจากตรงนั้น

แผลตรงคางน่ะ ใกล้หายรึยัง?” เขาถามขึ้นและแตะที่เอวผม แทนที่จะแตะตรงคาง ซึ่งเป็นจุดที่ผมมีแผลอยู่จริงๆ

ฮืม.... ลืมไปรึเปล่าว่าผมน่ะแก้ผ้าอยู่นะ

จวนหายแล้วผมตอบ

แซ็คยิ้มมากขึ้น นาทีนั้นผมนึกว่าเขาจะขยับตัวเข้ามากอดผมซะแล้ว แต่เสียงของเพอร์ซีก็ดึงความสนใจของผมไปได้ซะก่อน

พวกนายพร้อมจะดูเงื่อนไขข้อสุดท้ายกันรึยัง?”

เพอร์ซีร้องถามเราจากขอบสระด้านหนึ่ง ผมหันไปมองหน้าลีโอที่อยู่ห่างออกไป ก่อนจะพยักหน้า และว่ายน้ำไปทางเพอร์ซีที่นั่งรออยู่ตรงขอบสระ

ข้อนี้เป็นข้อสุดท้ายแล้วนะ แล้วเราก็จะได้จบเรื่องนี้กันซะทีเพอร์ซีบอก

แล้วเขาก็บอกเงื่อนไขข้อสุดท้ายให้เราฟัง ผมกับลีโอตาโตขึ้นทันทีเมื่อฟังจบ มันฟังดูบ้าบอมากแต่ก็ตลกมากด้วยเหมือนกัน แถมยังยากกว่าเงื่อนไขข้ออื่นอีกด้วย เราชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจบอกออกไป

โอเค ตามนั้น

เราพูดออกไปโดยหวังว่าจะจบเรื่องนี้ได้ซะทีอย่างที่เพอร์ซีว่า ซึ่งตอนนั้นเราไม่รู้หรอก ว่ามันจะเป็นจุดจบของเรื่องหนึ่ง แต่กลับเป็นจุดเริ่มต้นของอีกเรื่องหนึ่งขึ้นมาแทน

เรื่องที่ถ้าผมรู้ว่ามันจะเกิดขึ้นแบบนั้น ผมจะไม่มีวันทำอย่างที่ทำลงไปเด็ดขาด...

 

สองวันต่อมา ผมกับลีโอก็ไปยืมอยู่ตรงประตูหน้าห้องชมรมบาสเก็ตบอลของโรงเรียน เรายืนจ้องลูกบิดอย่างชั่งใจ ว่าควรจะเปิดมันเข้าไป แล้วเผชิญหน้ากับสมาชิกทีมบาสเก็ตบอลทั้งตัวจริงและตัวสำรองที่แข็งแรงกำยำนับสิบคนนั่นดีมั้ย

เอ็ด บอกตรงๆนะ ฉันไม่คิดว่าวิธีนี้จะเวิร์ค ลีโอหันมามองหน้าผม

วิธีอื่นที่คิดได้น่ะแย่กว่านี้อีก ผมหันไปหาเขาบ้าง และนึกถึงหน้าของเอ็มเจ กัปตันทีมบาสเก็ตบอลซึ่งเป็นอเมริกัน-อัฟริกันตัวสูงใหญ่ ซึ่งเราจะมาขอความอนุเคราะห์อะไรบางอย่างจากเขาในวันนี้ อย่างน้อยที่สืบมา เราก็รู้ว่าเอ็มเจนิสัยใช้ได้ เขาอาจเข้าใจที่เราทำก็ได้

นั่นสินะลีโอพยักหน้าหงึกหงัก เขาคงเข้าใจแหละ ที่เราบอกเขาตรงๆว่าจะขอยืมถ้วยรางวัลชนะเลิศจากการแข่งขันระดับรัฐครั้งที่ผ่านมา ที่เขาและลูกทีมต้องทุ่มเทความพยายามอย่างหนักมาทั้งปีกว่าจะได้มันมา และเราก็กำลังจะหยามมันโดยการเอามันไปใช้แทนแก้วเหล้า ในปาร์ตี้ที่บาร์ตรงถนนเฟิร์สเอวนิวกับเพอร์ซีและเพื่อนๆ เพื่อทำให้เราผ่านเงื่อนไขข้อสุดท้าย ...อืม เป็นฉัน ฉันก็ให้ยืม

ผมจ้องหน้าเขา  แต่ลีโอก็ยังพูดต่อแบบไม่สนใจ นี่ขนาดยังไม่ได้นับส่วนที่ว่าเอ็มเจมาจากครอบครัวผิวสีที่ฐานะไม่ค่อยดี แต่ได้ทุนมาเรียนที่นี่เพราะความสามารถด้านกีฬาล้วนๆเลยนะ เขาคงปลื้มกับกับการเล่นสนุกงี่เง่าของพวกเด็กรวยๆแน่ๆล่ะ ข้อนี้ฉันมั่นใจ

ผมทำสีหน้าเจ็บปวด จริงอยู่ที่ว่าเอ็มเจมาจากย่านบร็องซ์ แล้วก็เป็นคนดำ แต่จะให้ผมทำไงล่ะ? ในเมื่อเงื่อนไขข้อนี้มันหินกว่าข้ออื่นๆตรงที่ว่า ที่ผ่านๆมามันเป็นการกระทำที่เกิดผลกับคนอื่นซึ่งไม่ใช่นักเรียนด้วยกัน ซึ่งไม่มีทางจับตัวคนทำได้ง่ายๆแน่  แต่เอ็มเจน่ะเป็นคนใน  ถ้าเราใช้วิธีทุบตู้กระจกให้แตกแล้วขโมยมันมาดื้อๆ ผมรับรองได้เลยว่าเช้าวันรุ่งขึ้น สมาชิกทีมบาสเก็ตบอลทั้งทีม จะสามัคคีกันไปเยี่ยมเราทั้งคู่ถึงห้องเรียน แล้วทำอะไรสักอย่างที่ผมกับลีโอจะต้องจดจำไปชั่วชีวิตแน่ๆ 

 ดังนั้นผมมีแต่ต้องเชื่อมั่นในความงดงามที่มีอยู่ในของจิตใจมนุษย์เท่านั้น ผมมองลีโออย่างตำหนิติเตียน หัดมองโลกในแง่ดีบ้างเถอะ ลีโอ?”

แล้วแต่นายก็แล้วกัน ลีโอถอนหายใจ

แล้วเราก็เปิดประตูเข้าไปในห้องนั้น....

สิบนาทีต่อมา ผมกับลีโอก็จ้ำอ้าวออกมาจากที่นั่นอย่างรวดเร็วเหมือนถูกถีบ เรากระหืดกระหอบออกไปนอกตัวอาคาร และเดินไปยังสนามหญ้าด้านนอก และเมื่อเราเดินห่างออกมามากพอแล้ว ลีโอก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงขุ่นๆ

ถึงเวลามองโลกในแง่ร้ายได้รึยัง?”

อืมผมงึมงำตอบ

ก็ใครจะไปรู้ล่ะ ว่าการแสดงความจริงใจโดยการพูดความจริงออกไป จะทำให้เอ็มเจโกรธขนาดนั้น ผมพอรู้อยู่ว่าเอ็มเจเป็นคนนิ่งๆไม่พูดมาก  แต่ก็ไม่นึกว่าหลังจากการพล่ามแบบชักแม่น้ำทุกสายในโลกมาสนับสนุนความต้องการของเราจบลงแล้ว  เอ็มเจจะตอบกลับมาแค่ว่า ไอ้เด็กรวยปัญญาอ่อน แกจะออกไปเอง รึให้ฉันโยนพวกแกออกทางหน้าต่าง’ แถมยังเอาถ้วยรางวัลนั่นยัดใส่ในกระเป๋าเป้ของตัวเองให้เราเห็นจะจะคาตา เพื่อฝังเราลงไปในหลุมแห่งความสิ้นหวัง

นายว่าเขาจะพกมันติดตัวไว้ตลอดเวลาเลยรึเปล่า?” ผมถามขึ้นบ้าง หลังจากที่เราทรุดตัวลงนั่งตรงเก้าอี้ข้างสนามเพื่อพักเหนื่อย

เห็นชัดๆว่าเขาทำแน่

ผมกุมขมับ บ้าชิบเป๋ง แล้วคราวนี้เราจะไปเอามันมาได้ยังไง

ลีโอนิ่งไปเล็กน้อย ดวงตาสีน้ำเงินเข้มของเขาทอดออกไปไกลที่สนามหญ้าเขียวๆเหมือนไม่ได้โฟกัสตรงไหนเป็นพิเศษ  แต่แล้วสายตาเขาก็มาหยุดอยู่ตรงจุดหนึ่ง ซึ่งมีผู้ชายสามสี่คนกำลังเดินคุยกันมาและพ่นควันบุหรี่ปุ๋ยๆยังกับปล่องควันโรงงานอุตสาหกรรม ลีโอจ้องมองหนึ่งในนั้นด้วยแววตาหมายมาด แล้วเขาก็กระตุกยิ้ม

เอ็ด พี่ชายที่รัก เรามีทางออกแล้ว

ยังไง?” ผมถาม

ลีโอหันมาหาผม แล้วยื่นมือออกมาแตะที่ใบหน้าของผม ผมขมวดคิ้วเมื่อเขาไล้ปลายนิ้วบนผิวแก้ม นายนี่หล่อนะ

ถ้านายจูบฉันตรงนี้ ฉันต่อยนะ

ลีโอหัวเราะ ไม่ล่ะ ดูเหมือนมีคนอยากจะจูบนายเยอะแล้ว ซึ่งจริงๆฉันก็ควรจะหวงสักหน่อย แต่บังเอิญว่านายไม่ค่อยเต็มใจให้หวงเท่าไหร่ ดังนั้น ไหนๆก็ไหนๆ...

นายจะทำอะไร?” ผมหรี่ตามองอย่างไม่ไว้ใจ

เอานายไปแจกฟรี

แล้วเขาก็บอกแผนของเขาซึ่งเพิ่งคิดได้หมาดๆเมื่อครู่นี้  ผมนิ่งไปเล็กน้อยขณะที่เขาเล่า แต่พอเขาพูดจบผมก็อดไม่ได้ที่จะคลี่ยิ้มออกมา

...ไอ้แฝดเฮงซวย

เย็นวันต่อมา ผมกับลีโอก็นั่งอยู่ในรถมาเซราติสีขาวของแซ็ค หนุ่มหล่อนัยน์ตาฝัน ที่ขับพาเรามุ่งหน้าไปยังย่านบร็องซ์ ผมนั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถอยู่ตรงที่นั่งข้างหน้าคู่กับแซ็ค  ในขณะที่ลีโอนั่งอยู่ทางด้านหลัง

เพอร์ซีต้องเฉ่งฉันแน่ ถ้ารู้ว่าฉันช่วยพวกนาย ทั้งๆที่นายยังไม่ได้เข้ากลุ่มเดียวกับเราเลยแซ็คพูดเจือเสียงถอนหายใจ เขาดูเกือบจะกลุ้มอยู่แล้ว ผมก็เลยชิงยื่นมือออกไปวางตรงต้นขาเขา ก่อนที่เขาจะทันได้กลุ้มขึ้นมาจริงๆ

เอาน่า... ไม่มีใครรู้หรอก ถ้านายไม่ช่วยฉัน แล้วใครจะช่วยผมปลอบใจเขาด้วยแรงบีบเบาๆบนต้นขา และเสียงที่สั่นกระเส่าเร้าอารมณ์เล็กน้อย

แค่กๆ...  เสียงไอของลีโอดังขึ้น ผมเหลือบมองเขาจากกระจกมองหลัง  ลีโอทำเป็นมองออกไปนอกหน้าต่าง แต่ผมดูออกเลยล่ะ ว่าเขาแทบจะกลั้นหัวเราะไม่ไหวอยู่แล้ว ...งี่เง่ามาก ทั้งที่แผนนี้เขาเป็นคนคิดขึ้นมาแท้ๆ

เนื่องจากว่าข้อมูลที่เราหามาได้เกี่ยวกับสมาชิกทีมบาสเก็ตบอลของโรงเรียน มันบ่งบอกรายละเอียดหลายอย่างในเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนเอาไว้ ทั้งลูกทีมและเอ็มเจที่เป็นกัปตันทีมด้วย  และในตอนที่ลีโอเหม่อมองออกไปยังสนามหญ้า และเห็นภาพของแซ็ค มอนต์โกเมอร์รี่เดินสูบบุหรี่มากับเพื่อนๆ  ไอเดียเด็ดๆก็ทะลักออกมาจากสมองเขาทันที

เอ็มเจเป็นนักเรียนทุนนักกีฬา ซึ่งต้องผ่านการคัดเลือก และสัมภาษณ์ก่อนที่ทางโรงเรียนจะรับเขาเข้ามา แล้วทายซิว่าใครเป็นกรรมการและเป็นผู้บริจาคทุนก้อนใหญ่ให้ทางโรงเรียนในทุกๆปี ก็ลิลลี่ มอนต์โกเมอร์รี่ แม่ของแซ็คไง แล้วแซ็คก็ดูเหมือนจะปิ๊งผมขึ้นมา  ...คราวนี้เก็ตรึยัง?

เรา (ที่จริงแค่ผมคนเดียว) ก็เลยไปขอร้องให้แซ็คช่วย  โดยการให้แซ็คบอกแม่ให้เชิญเอ็มเจมากินมื้อค่ำที่บ้านคืนนี้ เพื่อพูดคุยซักถามในเรื่องทุนต่อเนื่อง  และในเวลานั้น เอ็มเจก็คงจะต้องทิ้งถ้วยรางวัลเอาไว้ที่บ้านอย่างแน่นอน ซึ่งผมกับลีโอจะอาศัยจังหวะนั้นแว่บไปที่บ้านเขา และยืมมันออกมา โดยบอกน้องสาวของเอ็มเจว่าเขาสั่งให้เรามาเอาของที่เราลืมไว้ไปให้

และในขณะที่เอ็มเจกำลังเพลิดเพลินกับมื้อค่ำเลิศรสที่บ้านของแซ็ค ผมกับลีโอก็จะนำถ้วยรางวัลไปหาเพอร์ซีและคนอื่นๆที่บาร์ และใช้มันเป็นแก้วดื่มเบียร์ตามเงื่อนไข  หลังจากนั้นไม่เกินหนึ่งชั่วโมง เราก็จะเอามันกลับไปคืนที่เดิมในสภาพสะอาดเรียบร้อยเหมือนเดิม โดยที่เอ็มเจจะไม่ระแคะระคายเลยว่าถ้วยรางวัลมันแอบหนีไปเที่ยวมาพักหนึ่ง (ซึ่งเราเตรียมติดสินบนให้น้องสาวอายุ 11 ปี ของเอ็มเจไว้ด้วย)

ยุ่งยากนิดหน่อย แต่จบในเวลาสั้นๆใช่มั้ยล่ะ...

ฉันส่งนายได้แค่นี้นะ แซ็คพูดขึ้นเมื่อเราเราขับมาถึงถนนสายหนึ่งในย่านบร็องซ์ นายเข้าไปตามทางที่ฉันบอก เดี๋ยวก็เจอบ้านของเอ็มเจ

อืม ขอบใจมาก ผมพยักหน้าและเลื่อนหมวกให้แก๊ปให้พอดี  และในขณะที่ผมกำลังขยับตัวจะเปิดประตูรถออกไป แซ็คก็ยื่นมือมาคว้าแขนผมไว้

ระวังตัวด้วยเขาพูดเสียงอ่อน ตางี้หวานเชื่อมไปหมด ผมลังเลขึ้นทันทีมาว่าควรจะจูบขอบคุณเขาไปเลยดีไหม และในขณะที่ผมยังคิดไม่เสร็จ แซ็คก็ค่อยๆเคลื่อนหน้าเข้ามาหาผมเหมือนฉากในหนังรักบางเรื่อง แต่ยังไม่ทันที่เราจะได้ชิมรสชาติปากกับลิ้นนุ่มๆของกันและกัน ประตูรถฝั่งที่ผมนั่งก็เปิดพลัวะออก

ลีโอโผล่หน้าเข้ามาและบอกผมด้วยสีหน้ายุ่งๆ รีบไปจัดการให้เสร็จๆกันเถอะ จะได้รีบกลับ

ผมหันไปทิ้งสายตาให้แซ็คอย่างเสียดายเล็กน้อย ก่อนจะขยับตัวก้าวออกมานอกรถ

บาย...ผมโบกมือให้แซ็ค และแอบสัญญากับเขาในใจว่าถ้าคราวหน้าเรามีโอกาสได้ดื่มด้วยกันจนเมาแล้วล่ะก็ ผมจะตอบแทนเขาด้วยการจูบเขาจริงๆในตอนที่เขาเมาหนักจนเกือบหลับ และพอวันต่อมาก็ค่อยทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ...เป็นคนรู้คุณคนนะผมน่ะ

เราแยกจากแซ็ค และเดินต่อไปตามทางที่แซ็คบอกเอาไว้ ผมกวาดตามองผนังตึกกระดำกระด่างที่เต็มไปด้วยคำหยาบ และความเสื่อมโทรมที่แสดงร่องรอยอยู่ตรงนั้นตรงนี้ทั่วไปหมด  ก่อนจะขยับปีกหมวกแก๊ปให้ปิดหน้ามากขึ้น ถึงตอนนี้เราทั้งคู่จะอยู่ในเสื้อผ้าที่เก่าโทรมที่สุดเท่าที่จะหาได้ เพื่อให้ไม่ดึงดูดความสนใจของใคร แต่การเป็นคนผิวขาวก็ทำให้เราต้องพยายามปิดบังมากเป็นพิเศษ

ไม่ชอบแถวนี้เลยผมอดบ่นขึ้นมาไม่ได้ เมื่อเราเดินเลี้ยวไปยังถนนอีกเส้น

ทนหน่อยน่า ข้างหน้านี่เองลีโอบอก และเดินจ้ำเร็วๆ ผ่านบาร์และร้านรวงต่างๆที่ดูเหมือนจะมีแต่คนดำเป็นเจ้าของ ไปยังร้านสุดท้ายที่อยู่หัวมุมถนน

ลีโอผลักบานกระจกที่มีตัวหนังสือ อดัม รับสักและเจาะ’ ติดอยู่ตรงบานประตูเพื่อเข้าไปข้างใน ผมเดินตามเขาเข้าไป แล้วเราก็เข้ามาอยู่ในร้านที่รับสักและเจาะตามจุดต่างๆของร่างกาย ผมมองภาพถ่ายมากมายที่แปะอยู่ตรงผนังอย่างทึ่งๆ มันมีทั้งภาพถ่ายลายสักสวยๆ แปลกๆ หรือแม้กระทั่งน่าขนลุก ซึ่งไปปรากฏอยู่บนผิวเนื้อมนุษย์สารพัดตำแหน่ง แม้กระทั่งจุดที่ผมไม่นึกว่าจะมีคนอยากสักตรงนั้นจริงๆ

ลูกค้าคนหนึ่งเดินออกมาจากหลังร้าน เขาเป็นชายหนุ่มที่ดูเหมือนจะไม่มีรอยสักหรือเจาะให้เห็นนอกร่มผ้าเลย แต่พอเขาเดินผ่านและยิ้มให้พวกเรา ผมก็เห็นว่าปลายลิ้นของเขาถูกตกแต่งให้แยกเป็นสองแฉกคล้ายลิ้นงูและมีหมุดฝังอยู่บนนั้น

สนใจจะเจาะหรือสักครับ?”

เสียงพูดดังมาจากทางด้านหลังของร้าน ซึ่งทำให้ผมกับลีโอต้องหันไปมอง แล้วเราก็เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งเปิดม่านเดินออกมาจากหลังร้าน  ผมแปลกใจนิดๆเมื่อเห็นว่าเจ้าของร้านนี้ไม่ใช่คนดำอย่างที่เราคิดไว้แต่แรก เขาเป็นคนขาวรูปร่างสูงกำยำสไตล์หนุ่มร้ายที่ขี่มอเตอร์ไซค์คันใหญ่ๆอะไรเทือกนั้น

 คุณคืออดัมเจ้าของร้าน?” ลีโอถามขึ้น

เปล่าเขาตอบ ฉันริเวอร์ เป็นเพื่อนของอดัม เขาออกไปทำธุระแต่ฝากร้านไว้กับฉัน ถ้าอยากได้คำแนะนำ ฉันให้ได้ หรือถ้าอยากสักตอนนี้เลย ฉันก็ทำให้ได้เหมือนกัน ..ว่าไงล่ะ?”

ผม.. เอ่อ กำลังคิดอยู่ว่าจะสักตรงไหนดีผมอธิบาย ส่วนคู่แฝดผมเขาก็กำลังชั่งใจว่าจะใส่ห่วงตรงสะดือ รึว่าจมูกดีกว่า

ลีโอเลิกคิ้วซะสูงแล้วหันมาทางผม  ผมส่งยิ้มให้ก่อนจะหันไปพูดกับคุณช่างสักต่อ

คุณมีลายสวยๆแนะนำรึเปล่าครับผมชวนคุย ในขณะที่ลีโอเดินเลี่ยงไปอีกทาง

ผมปรายตามองเล็กน้อย ลีโอกำลังเดินไปสังเกตการณ์ตรงจุดที่เราหมายตาเอาไว้ ร้านนี้เป็นร้านตรงหัวมุมที่มีหน้าร้านติดถนนใหญ่และมีซอยเล็กๆอยู่ตรงด้านข้าง ผนังทั้งสองฝั่งเป็นผนังอิฐที่ก่อจากพื้นจนถึงระดับเอว และมีบานกระจกสูงจากนั้นขึ้นไปจนเกือบถึงฝ้าเพดาน  มันเป็นทำเลที่เหมาะมากที่จะแอบมองว่ามีใครเดินผ่านไปผ่านมาในซอยนั้นบ้าง เพราะนอกจากกระจกจะใสดีแล้ว ภาพลายสักต่างๆที่แปะอยู่บนกระจกก็ช่วยพรางตาไม่ให้คนข้างนอกมองเข้ามาเห็นเราได้อย่างชัดเจนด้วย

คุณชอบแบบไหน? แนวกราฟฟิค ธรรมชาติ หรือเทพนิยาย?” ช่างสักถามขึ้น

ผมหันกลับมาสนใจเขาต่อ และตอบไปแบบส่งๆ ผมอยากได้ลายแปลกๆ  แบบที่สวย และไม่ค่อยซ้ำใคร

ประมาณนี้รึเปล่า เขากระตุกยิ้มและจับที่ชายเสื้อของตัวเองแล้วถอดมันออกทางหัว เผยให้เห็นแผ่นอกบึ้กๆ ที่มีลวดลายทรงกลมคล้ายประตูกลพร้อมอักขระสักอยู่ตรงอกด้านซ้าย มันดูลึกและมีมิติเหมือนเป็นโพรงลึกเข้าไปในอกเขาจริงๆ

ผมกระพริบตามองกล้ามอกล่ำๆ และพยายามตีความตัวอักษรที่สลักอยู่บนนั้น แต่ให้ตายเถอะ...  ผมเลิกโฟกัสหัวนมเขาไม่ได้เลย

...รู้งี้มาร้านแบบนี้บ่อยๆก็ดีหรอก

น่าทึ่งดีนะ ผมพูด

ชอบแนวนี้ใช่มั้ย? อยากให้ฉันดีไซน์ลวดลายให้เลยรึเปล่า เราจะได้ลงมือกันวันนี้เลย

ผมไม่อยากเจ็บผมทำหน้ายู่ ทำแบบไม่เจ็บได้มั้ย?”

เขาหัวเราะเบาๆ ความเจ็บมันจะมากับความพึงพอใจเวลาที่ได้เห็นมันเป็นรูปเป็นร่างอย่างที่ต้องการ  แต่ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะไหวรึเปล่า ลองสักลายเล็กๆดูก่อนก็ได้นี่

ตรงไหนดีล่ะ

ตรงลำตัวก็ได้ จะได้ไม่มีใครเห็น อาจจะสักเป็น... เขาเว้นไปเล็กน้อยและจ้องตาผม ชื่อแฟนนาย

ผมไม่มีแฟน

เขาพยักหน้าเล็กน้อย ดวงตาเป็นประกายวิบวับ ข่าวดีนะนั่น

...โอ๊ะโอ  อยากลองของเหรอพี่ล่ำ?

ผมคลี่ยิ้มรับการจีบซึ่งๆหน้า แต่ยังไม่ทันที่พี่ช่างสักสุดฮ็อตกับผมจะได้ข้ามระดับขึ้นไปถึงขั้นถึงเนื้อถึงตัว  ลีโอก็หันมาเรียกผม เอ็ด... ไปกันได้แล้ว

ผมมองออกไปทางหน้าต่าง และเห็นหลังไวๆของเอ็มเจที่เดินออกจากซอยไปยังถนนใหญ่ ผมหันไปบอกช่างสักอย่างเสียดาย ไว้คราวหน้าก็แล้วกันนะ วันนี้ผมติดธุระ

เดี๋ยวนะ ริเวอร์พูดขึ้นขณะที่ผมกับลีโอกำลังจะเดินออกมา นายสองคนคงไม่ได้กำลังจะเดินผ่านซอยนี้เข้าไปข้างในใช่มั้ย?”

ใช่สิ เราจะไปทางนั้น ลีโอตอบ

แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที ไม่จำเป็นก็อย่าเข้าไปดีกว่า

ช่วยไม่ได้ลีโอยักไหล่ ธุระเราอยู่ในนั้น

ผมกับลีโอเดินออกมา และเดินเลี้ยวเข้าไปในซอยด้านข้าง เราดึงหมวกแก๊ปลงปิดหน้าตาเมื่อเห็นวัยรุ่นหลายคนที่ยืนกลุ่มสูบบุหรี่อยู่กันอยู่ข้างหน้า เราเดินก้มหน้าผ่านพวกนั้นไปเงียบๆโดยไม่ได้พูดอะไร ผมแอบโล่งใจที่พวกนั้นเอาแต่คุยกันเสียงดังและไม่สนใจผมกับลีโอ

อพาร์ทเม้นต์ของเอ็มเจที่เป็นจุดหมายของเราอยู่ห่างออกไปข้างหน้าอีกไม่ถึงยี่สิบเมตร ผมกับลีโอหันมายิ้มให้กันอย่างครึ้มใจ แต่แล้วเสียงเรียกที่ดังขึ้นข้างหลังก็ทำให้เราต้องชะงัก

เฮ้! เพื่อน พวกนายยังไม่ได้จ่ายค่าผ่านทาง

ผมกับลีโอหยุดกึกโดยที่ไม่ได้หันกลับไป

เอาไง จะวิ่งเลยมั้ย?” ผมกระซิบถามลีโอ

วิ่งก็หนีไม่พ้นหรอก จ่ายพวกมันไปดีกว่า ลีโอกระซิบตอบ

และในนาทีต่อมา พวกเราก็ตกอยู่ในวงล้อมของผู้ชาย 5 คน

ต้องจ่ายเท่าไหร่?” ลีโอถาม น้ำเสียงเขานิ่งจนผมนับถือ

สองร้อย ชายผิวดำตัวใหญ่ที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่มพูด เขาใส่เสื้อยืดลายหัวกะโหลกที่มีหนอนไชออกมาจากเบ้าตา และกำหมัดหักนิ้วเสียงดังกร๊อบแกร๊บเหมือนจะข่มขู่ ผมมองแหวนบนนิ้วเขาที่มีหัวแหวนเป็นหนามแหลมยื่นออกมา แล้วก็รู้สึกหายใจไม่ค่อยสะดวก

ลีโอหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมา เขาควักเงิน 200 ดอลลาร์ยื่นให้โดยไม่พูดอะไรอีก หมอนั่นรับเงินจากลีโอไปนับ ก่อนจะพูดต่ออย่างยียวน ยังไม่ครบ ฉันหมายถึงสองร้อยต่อคน นายมาสองคน ก็ต้องจ่ายสี่ร้อย

ลีโอนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะควักเงินยื่นเพิ่มให้

เฮ้ย! เดี๋ยว หมอนั่นคว้าข้อมือของลีโอไว้ นาฬิกาสวยนี่หว่า ขอยืมใส่หน่อย

ลีโอตัวแข็งขึ้นทันที ผมใจหายวูบ นาฬิกานั่นราคาแพงมากและเป็นของขวัญที่ลุงบรูซซื้อให้ตอนที่ลีโอชนะการแข่งไวโอลินเมื่อปีที่แล้ว ลีโอใส่เสื้อแขนยาวก็จริง แต่ตอนที่เขาหยิบเงิน มันก็คงแพลมออกมาให้เห็นนอกแขนเสื้อ

ไม่ใช่ของมีราคาหรอก แต่สำคัญสำหรับฉัน นายเอาเป็นเงินเพิ่มแทนได้มั้ยลีโอพูดนิ่มๆ

เฮ้ย! ปฏิเสธโจได้ไงวะ!เสียงตวาดดังขึ้นข้างตัวผม ซึ่งมันทำให้ผมหันไปมองโดยอัตโนมัติ  หมอนี่ตัวเล็กกว่าไอ้ตัวหัวหน้าที่ชื่อโจเล็กน้อย แต่ก็ดูแข็งแรงบึกบึน เขาไว้ผมทรงสกินเฮดและไม่ได้เป็นคนผิวสี เขาหรี่ตาเมื่อเห็นหน้าผม

ให้ไปเถอะลีโอผมกระตุกชายเสื้อลีโอ จะได้หมดๆเรื่องไป

แต่ยังไม่ทันที่ลีโอจะทำอะไรต่อ ไอ้หนุ่มสกินเฮดก็วางมือหนักๆลงบนไหล่ผม ขอดูหน้าชัดๆหน่อยนะไอ้น้อง

แล้วเขาก็ดึงหมวกแก๊ปของผมออก  ใครบางคนผิวปากหวือขึ้นทันที ไอ้สกินเฮดนั่นยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์และเลื่อนมือมาจับที่แก้มผม มันไล้ลิ้นเลียริมฝีปากเหมือนกำลังจะได้กินของอร่อย โจ ฉันไม่อยากได้เงินแล้วว่ะ ไม่อยากได้นาฬิกาด้วย

ลีโอสลัดมือหัวหน้าที่ชื่อโจออกทันที และชกเข้าเต็มๆที่หน้าของไอ้สกินเฮด ผมใช้ข้อศอกถองใครอีกคนที่ขยับเข้ามาจากทางด้านหลัง ทันใดนั้นเราก็ถูกกลุ้มรุมโดยผู้ชายที่ตัวโตกว่า 5 คน

ผมกับลีโอสู้อย่างเต็มที่ แต่มันก็ไม่ง่ายเลย ลีโอตาบวมเป่งและมีเลือดออกตรงจมูกและมุมปาก และถูกล็อคตัวไว้โดยไอ้หัวหน้า  ในขณะที่ผมถูกชกและเตะเข้าที่ท้องกับชายโครง  ผมรู้สึกเจ็บร้าวไปทั้งตัวเมื่อถูกผลักให้ล้มลงบนพื้นถนน และลากตัวไปที่ข้างตึกใต้บันไดหนีไฟเก่าๆซึ่งสร้างจากเหล็ก

ยอมดีๆก็ไม่ต้องเจ็บตัวแบบนี้ ไอ้สกินเฮดอุดปากผมด้วยผ้าที่ฉีกออกมาจากชายเสื้อ มันนั่งทับร่างผม ในขณะที่แขนและขาผมถูกยึดไว้ด้วยผู้ชายอีกสองคน

ปล่อยเขานะโว้ย!” ลีโอตะโกนออกมาและพยายามดิ้นรน

อยู่เฉยๆเถอะ เดี๋ยวก็ถึงตาแก ชายหน้าเสี้ยมดวงตาเล็กหยีเตะเข้าที่ลำตัวของลีโออย่างแรงจนเขาตัวงอ

เสื้อของผมถูกฉีกกระชากจนขาดวิ่น ฝ่ามือน่าขยะแขยงของไอ้สกินเฮดลูบคลำที่ผิวเนื้อของผมอย่างหื่นกระหาย ผมเบิ่งตากว้างเมื่อมันชันตัวขึ้นและเริ่มรูดซิปกางเกง

ไม่!!!!!”

ลีโอตะโกนสุดเสียงและสะบัดจนหลุดจากการถูกยึดตัวไว้  เขากระโจนเข้ามาหาผมแต่ก็ถูกจับตัวไว้ได้อีก ลีโอดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งและพยายามจะเข้ามาช่วยผม เขาดิ้นจนเกือบหลุดออกมาได้อีกครั้งและเหวี่ยงกำปั้นเข้าเต็มๆตรงดั้งจมูกของไอ้หน้าเสี้ยม

อ๊าก!!”

มันร้องลั่นและเอามือกุมจมูกที่มีเลือดไหลเปรอะ ลีโอผวาเข้ามาหาผม แต่แล้วเขาก็ถูกดึงตัวไว้ด้วยไอ้หัวหน้า ลีโอถูกยึดแขนไพล่หลัง ในขณะที่ไอ้หน้าเสี้ยมถลันเข้าใส่เขาอย่างโกรธจัด

สวบ...!

ลีโอเบิกตากว้างและนิ่งชะงัก  ไอ้หน้าเสี้ยมถอยออกมาช้าๆ ในขณะที่ลีโอค่อยๆก้มลงมองตัวเอง

ความหวาดกลัวถึงขีดสุดแล่นเข้ามาจู่โจมผม  ผมมองภาพของเหลวสีแดงที่ซึมออกมาจากเสื้อยืดสีขาวของลีโอ มันเริ่มจากจุดเล็กๆและค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆโดยมีศูนย์กลางเป็นมีดเล่มหนึ่งที่ปักคาอยู่ตรงชายโครงของลีโอ ดวงตาสีน้ำเงินเข้มของเขาเบิ่งกว้าง ในขณะที่ริมฝีปากอ้าออกน้อยๆ

ผมรู้สึกเหมือนเส้นเล็กๆในสมองกำลังขาดผึง...

เสียงเอี๊ยดอ๊าดดังลั่นขึ้นเหนือหัวของทุกคนที่อยู่ตรงนั้น รอยเชื่อมของบันไดหนีไฟแยกออกจากกันเหมือนถูกฉีก น็อตทุกตัวที่มีสนิมจับเขรอะเลื่อนถอนออกมาจากจุดยึด  

ภาพแปลกๆพุ่งวาบเข้ามาในสมองผมเหมือนฉายภาพยนตร์ มันมาพร้อมกับเสียงหวีดร้องและเสียงตวาดดังสนั่น

...ลิเดีย นังคนบาป!

ภาพน็อตนับสิบๆตัวกระเด็นหลุดออกมาจากโครงบันไดสะท้อนอยู่ในดวงตาผม มันตัดสลับไปมากับภาพอีกแบบที่อยู่ในหัว

...ได้โปรด ท่านจ้าวชีวิต อย่า...

หุบปาก! นังตัวดี!

เสียงแม่กระเสือกกระสนหนีตายจากเงื้อมมือของสิ่งชั่วร้าย ในขณะที่ผมกับลีโอดิ้นรนอย่างตื่นตระหนกอยู่ในของเหลวใสๆ

เสียงน็อตร่วงกราวดังสะท้อนบนผิวเหล็ก ตามมาด้วยเสียงเคลื่อนตัวอย่างน่ากลัวของโครงบันไดและแผ่นเหล็กที่ไม่สามารถคงอยู่ในรูปทรงเดิมได้อีกต่อไป ดวงตาผมยังสะท้อนภาพของสิ่งที่เกิดขึ้น ในขณะที่ความรับรู้มีเพียงเสียงร้องไห้อย่างน่าเวทนาของแม่ และดวงตาสีแดงก่ำที่คุโชนเหมือนถ่านไฟของบางสิ่งบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัว

ไม่! อย่า! ได้โปรด... อย่าแตะต้องเขา...

เสียงวัตถุขนาดใหญ่ร่วงโครมดังสนั่นหวั่นไหวจนผืนดินสะเทือน มันมาพร้อมกับแรงโถมหนักๆที่กระหน่ำลงมาบนร่างกาย เสียงร้องอย่างเจ็บปวดทรมานดังแว่วมาเข้าหู  ผมเจ็บแปลบไปหมดทั้งเนื้อตัวและใบหน้า เศษฝุ่นละอองและสนิมเหล็กปลิวว่อนจนผมต้องหลับตาลง  แต่นั่นก็ไม่สามารถพาผมหนีจากเสียงแหบห้าวทรงอำนาจที่ดังก้องอยู่ในหัวของผมได้

ข้ามารับเจ้าตามสัญญา เครื่องบรรณาการของข้า...

เสียงโครมครามแสบแก้วหูสงบลงแล้ว และกำลังถูกแทนที่ด้วยเสียงกรีดร้องของคนหลายคน

ผมลืมตาขึ้นอีกครั้งใต้เศษซากโครงเหล็กที่เคยเป็นบันไดหนีไฟมาก่อน ร่างหนักๆของหนุ่มสกินเฮดที่ทับร่างผมอยู่กระตุกน้อยๆ  เลือดอุ่นข้นไหลจากหัวเขาย้อยลงมาตามลำคอผมจนเหนียวเหนอะ ผมนอนลืมตาโพลงอยู่อย่างนั้นขณะที่เสียงไซเรนของรถตำรวจดังใกล้เข้ามา

 

...ผมบอกไม่ถูกจริงๆ ว่านี่มันเรื่องนรกอะไร




...........................................................................................................



ช่วงนี้อากาศร้อนจัง  อิจฉาคนมีบ้านติดทะเลเนอะ  ^ ^

 

 








 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

51 ความคิดเห็น

  1. #1175 baekkyy (@baekkyy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:39
    ชอบภาษษมากอ่ะ เหมือนอ่านนิยายแปล
    #1175
    0
  2. #1172 52hz_sweet (@52hz_sweet) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 10:26
    สองแฝดนี่แสบมากอะ
    #1172
    0
  3. #1159 Kaning Guliko (@prinkaning) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2559 / 23:20
    สุดยอดค่ะ!!
    #1159
    0
  4. #1157 Gee_attano (@angeza) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มีนาคม 2559 / 20:54
    ใช้สำนวนเหมือนนิยายต่างประเทศเลย เจ๋งมากค่ะ
    #1157
    0
  5. #1048 มิ้งกิจัง (@chanapa-nako) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 มีนาคม 2557 / 15:53
    เป็นแฝดที่แสบมากค่ะแถมทั้งคู้ดูรักกันมากเลย
    สนุกมากๆค่ะ
    #1048
    0
  6. #1024 RINKUWAc .™ (@hasuki) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2557 / 22:31

    อั๊ยย๊ะ!! โถ่ๆ สองแฝดของเรางานเข้าอีกแล้ว TT

    #1024
    0
  7. #1000 กระต่ายสีเงิน (@jerot) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2557 / 20:12
    ของเค้าแรงจริงไรจริง
    #1000
    0
  8. #963 rorony (@ricotta) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มกราคม 2557 / 19:35
    ทำไมเราเพิ่งมาเจอเรื่องนี้นะ! //ไม่คิดจะเม้นอย่างอื่นเลยรึ
    #963
    0
  9. #873 CV002 (@0850342080-) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มกราคม 2557 / 05:25
    คำผิด ลิลี่ >>ลิลลี่ [ลืมว่าของตอนไหน]
    #873
    0
  10. #633 little-red-cap (@little-red-cap) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 กันยายน 2556 / 00:49
    ลุ้น
    #633
    0
  11. #556 ชิโนะ (@fonzazand119) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2556 / 23:59
    สนุกมากจ้า ลีโอจะรอด เอ็ดการ์จะไปกับเขาใช่หรือเปล่า ลุ้นนนน ><
    #556
    0
  12. #536 liuyue06 (@liuyue) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2556 / 23:20
    มันสนุกจริงๆ สองแฝดเป็นอะไรที่รักกันมาก เอ็ดเป็นคนที่ถูกเลือกจริงเหรอ
    #536
    0
  13. #485 Koviz (@kovie97) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2556 / 00:33
    คู่แฝดนี่ก็แสบใช่ย่อยนะ555 =w=
    เอ็ดเป็นคนที่มีพลังใช่มั๊ย~

    (อ่าาา แอบรู้สึกเสียดาย
    อยากรู้แบบเวอร์ชั่นเก่าเรื่องเป็นไง TwT)
    #485
    0
  14. วันที่ 4 พฤษภาคม 2556 / 15:22
    ลุ้นว่าจะเป็นไง รู้สึกใจหายแปลบๆ ตอนรู้ว่ารีไรต์ใหม่

    ดีนะ อ่านก่อนหน้านี้ทัน
    #477
    0
  15. #463 ไอหมอก (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 เมษายน 2556 / 21:04
    มาตามอ่านภาครีไรต์ค่ะ

    จะลุ้นกับเรื่อง 70% ที่เปลี่ยนไปนะ 55+
    #463
    0
  16. #461 Dark-V (@black-violet) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 เมษายน 2556 / 23:22
    โอ้วๆ สนุกมากเลยค่ะ
    เอ็ดคือคนที่ถูกเลือกนี่เอง
    มาอัพต่อไวๆนะคะไรเดอร์ สู้ๆ ^ ^
    #461
    0
  17. #410 ASHTORETH (@lawrence) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มกราคม 2556 / 21:51
    อืม...จริงๆที่ลุงเขาพูดก็ถูกนะ เจ้าแฝดมันแสบนรกจริงๆ ไม่แปลกที่ลุงจะปวดหัวกลุ้มใจ
    แล้วที่คนอื่นเขากล่าวหา จริงๆเจ้าแฝดก็คงมีส่วนไม่น้อยแหละน่า~
    อยากเป็นอภิสิทธิ์ชนได้นั่งทานข้าวริมหน้าต่าง1ชม. ลงทุนจัง (-_-'')
    #410
    0
  18. #365 Rime137 (@rime_cherrub) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มกราคม 2556 / 13:13
    ชอบมากเลยค่าาา ฟิลวัยรุ่นตะวันตกมากๆ เหมือนกำลังนั่งดูซีรีย์ทางฝั่งยุโรป ><
    #365
    0
  19. #302 แกงส้ม (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2555 / 12:17
    เอ็ด เป็นคนที่มีพลัง ยังไงก็ขอให้ลีโอไม่เป็นอะไรนะ
    #302
    0
  20. #117 ดั้งเเหมบ (@puma_buffalo) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2555 / 08:41
    เอ็ดจ๋า ทำไมไม่ฟังพี่ช่างสักสุดหล่อเลย
    ซวยแล้วเห็นมั้ย

    มันมากเลยตอนสู้กัน แบบเห็นภาพทุกอณู(เว่อรฺ์)เลยทีเดียว
    ภารกิจแต่ละภารกิจก็แสบไม่น้อยเลย เอ็ดนี่ร้ายนะ 555

    ไม่รู้ทำไม เราชอบเวลาไรท์บรรยายตอนเอ็ดมองผู้ชายแบบหื่นๆจัง
    55555

    ตามต่ิอไปโลด
    #117
    0
  21. #81 ciel phantomhive (@fortunenaruto) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กันยายน 2555 / 19:23
    ฮู่ว มันส์พะยะคะ
    #81
    0
  22. #77 Vine (@milkhake) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กันยายน 2555 / 22:07
    มันโคตร
    #77
    0
  23. วันที่ 12 กันยายน 2555 / 20:56
    พลังมาแ้ล้ววววววว > <"

    อ่านแล้วตื่นเต้นไปลุ้นไปป
    #70
    0
  24. #64 sorrow moon (@im2ne1) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กันยายน 2555 / 13:57
    เอ็ด นายคือคนที่ถูกปีศาจเลือก !!!!!! ....// ใช่ป่าวอ่ะ??
    #64
    0
  25. #61 ja_376 (@ja_laddawan) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กันยายน 2555 / 00:57
    สนุกมากเลย แต่งเก่งมากเลยละ ถ้าจะพิมพ์เป็นหนังสือ เราจองคนแรกเลยนะ^^
    #61
    0