ตอนที่ 14 : คำถามที่ค้างคา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3034
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    10 ต.ค. 56

มาร์ค...

ผมเปิดประตูเข้าไปในห้องมาร์ค หลังจากที่ต้องเคาะประตูสองรอบ และได้ยินเสียงงึมงำอนุญาต

มาร์คกำลังนั่งอยู่ตรงขอบเตียง  ศอกทั้งสองข้างท้าวไว้ตรงต้นขา และโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย  เขาหันมาทางผมพร้อมกับรอยยิ้มที่คงพยายามฝืนอย่างมากเพื่อให้มันดูเหมือนปกติ เอ็ดการ์... นี่ไม่ดึกไปหน่อยเหรอที่จะมาทัวร์ห้องนอนเพื่อนบ้าน

ผมปิดประตูลง  ความรู้สึกเต็มตื้นพุ่งขึ้นมาถึงลำคอและจมูก  ผมก้าวช้าๆเข้าไปหาเขา เหมือนกลัวว่าความรุนแรงอีกแม้เพียงนิดเดียว จะทำให้มาร์คชอกช้ำจนแตกสลายต่อหน้าต่อตา  ฉันเห็นไฟห้องนายเปิดอยู่ ก็เลยมาหา

พรุ่งนี้ฉันก็ยังอยู่นะ  ไม่ต้องรีบก็ได้มาร์คพูดติดตลก และทำเสียงคล้ายหัวเราะในลำคอ ซึ่งมันยิ่งทำให้ผมยิ่งปวดแปลบหัวใจ เพราะมันขื่นอย่างที่ปิดยังไงก็ไม่มิด

แต่ฉันอยากมาหานายเดี๋ยวนี้

ผมทรุดตัวลงนั่งข้างเขา มาร์คเอื้อมมือมายีเส้นผมของผม  ผมมองแขนอีกข้างของเขา ที่มีรอยแดงชัดเจนเหมือนถูกมัดอย่างแน่นหนาด้วยอะไรสักอย่างที่มีพื้นผิวเหมือนเกล็ดงู ผมเม้มริมฝีปากอย่างสะกดอารมณ์ เมื่อเห็นรอยแผลตรงริมฝีปากมาร์ค ที่ยังมีเลือดซึมออกมาซิบๆ

อ้อ...  นี่น่ะเหรอ  มาร์คแตะที่รอยแผล เมื่อเห็นสายตาของผม อุบัติเหตุน่ะ  ไม่ได้เจ็บมากหรอก ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้น

มาร์คกลบเกลื่อนด้วยการตบลงบนหลังมือผมเบาๆ ผมคว้ามือข้างนั้นของเขาไว้ทันที

มาร์คดูแปลกใจ แต่ก็ไม่ได้ดึงมือออก เขาขึ้นถามด้วยน้ำเสียงใส่ใจ เอ็ดการ์ มีอะไรรึเปล่า

ผมรู้สึกเหมือนถูกบิดไส้  ...ขนาดเป็นแบบนี้ เขายังมีใจมาห่วงใยผม

ผมมองรอยถลอกบนหลังมือมาร์ค และก็รู้สึกว่าอดกลั้นไม่ไหวอีกต่อไป

มาร์ค มันเป็นความผิดของฉัน

หือ..?”

เรื่องที่เกิดนั่นน่ะผมยังจ้องรอยบนมือมาร์ค  และถ้ามีอะไรก็ตามที่จะทำให้มันไม่เคยเกิดขึ้น ต่อให้ต้องกระโดดเข้ากองไฟ ผมก็จะทำมัน    “...มันเป็นเพราะฉัน

เอ็ดการ์...

ผมแทรกขึ้นก่อนที่เขาจะทันได้พูดอะไรต่อ ลีโอไม่ได้อยากให้มันเกิดขึ้นแบบนั้น เขาหักห้ามตัวเองไม่ได้ และมันก็เป็นเพราะฉันคนเดียว

มาร์คชะงัก ตัวเขานิ่งแข็ง ผมเงยหน้าขึ้นและสบตาสีเทาเข้มอย่างร้าวรานใจ

ฉันรู้...ว่ามันเกิดอะไรขึ้นผมเค้นเสียงออกไปจนได้ สายตาตกตะลึงของมาร์ค ทำให้ผมยิ่งรู้สึกว่าตัวเองเลวพอๆกับสัตว์นรกพวกนั้น

แล้วผมก็สารภาพทุกอย่างออกไป ทั้งเรื่องที่ผมแอบทำข้อตกลงไว้กับลูซิเฟอร์ เรื่องที่ความผิดพลาดของตัวเอง ทำให้ลีโอลุแก่บาปไปทีละข้อ  รวมทั้งจนป่านนี้ผมก็ยังปิดบังทุกอย่างจากลีโอ

มาร์คหน้าซีด มือเขาเย็นเฉียบ และผมไม่เคยเห็นสีหน้าแบบนี้ของมาร์คมาก่อนเลย มาร์คที่เคยใจเย็นและดูจะรับมือกับทุกอย่างได้ด้วยความนุ่มนวลหนักแน่น  ในตอนนี้ดูว้าวุ่นใจและเจ็บปวด

ฉันรู้ว่ามันมากเกินไปที่กล้าขออะไรแบบนี้ แต่ฉันอยากขอให้นายยกโทษให้ลีโอในสิ่งที่เขาทำผมบีบมือมาร์ค และหวังให้เขายอมรับฟังคำขอร้องของผม อย่าโกรธเกลียดเขาได้ไหมมาร์ค เขาคงทนไม่ได้ยิ่งกว่าการที่ต้องสังเวยวิญญาณให้ปีศาจ  ถ้านายคิดแบบนั้นกับเขา เขาคงอยากตายไปเดี๋ยวนี้เลย ลีโอมีคนแค่ไม่กี่คนในชีวิตให้เขาแคร์ และนายก็เป็นหนึ่งในนั้น ...ฉันขอโทษ ต่อให้คำขอโทษของฉันไม่มีความหมายอะไรเลยสำหรับนาย และมันไม่มีทางที่จะย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้อีก แต่ฉันก็...

ฉันไม่โกรธ

ผมเงยหน้าขึ้นทันที

ฉันรู้จักพวกนายดีมาร์คมองหน้าผม บางทีก็ดีกว่าที่พวกนายรู้จักตัวเอง

นายไม่.. นายรู้ใช่ไหม  ว่าที่จริง ...เขาก็รักผมตะกุกตะกัก

ยิ่งกว่ารู้มาร์คยิ้มอย่างฝืดเฝือ แต่มันก็ทำให้อุ่นวาบในอกขึ้นมา

ผมก้มหน้าลงอีกครั้ง  ...เกลียดขึ้นมาอีกแล้ว เวลาที่มาร์คทำให้เราทั้งอยากยิ้มและอยากร้องไห้ในเวลาเดียวกันแบบนี้  มันเป็นลักษณะเฉพาะตัวของมาร์ค แบบที่ผมไม่เคยพบในตัวใคร

มาร์คพูดด้วยเสียงคล้ายจะปลอบโยน อย่ากังวล มันไม่ได้ทำให้ฉันรักพวกนายมากขึ้นหรือน้อยลง  มันเป็นอย่างที่เป็น และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น มันก็จะเป็นอย่างที่ควรเป็นอยู่ดี

ผมบีบมือมาร์คแรงขึ้น  ฝ่ามือเขาดูทั้งนุ่มนวลและแข็งแกร่ง  ผมไม่รู้ว่าตัวมาร์คสร้างขึ้นจากอะไร บางทีอาจเป็นส่วนผสมของบางสิ่งบางอย่างที่เลอค่าราวกับมาจากดินแดนอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่ แต่กลับจับต้องได้ในชีวิตจริง

เอ็ดการ์ รู้ไหมว่าอะไรที่ควรกังวลมาร์คพูด น้ำเสียงเขากลับกลายเป็นจริงจังจนเคร่งเครียด และมันทำให้ผมต้องมองหน้าเขา

เรื่องของนายมาร์คขยับตัวออก และมองตอบผม และเราต้องให้ลีโอรู้เรื่องนี้ การปิดบังไม่ทำให้อะไรดีขึ้น มันมีแต่จะเพิ่มความผิดพลาดและสร้างรอยแผลให้เจ็บปวด  ไม่ว่าเจตนาจะคืออะไรก็ตาม

ผมผงกหัว  ยอมรับในสิ่งที่มาร์คพูด เวลานี้ลีโอคงกำลังรู้สึกแย่มากกับสิ่งที่เกิดขึ้น เราทั้งคู่แสดงออกเสมอว่าอยากได้มาร์ค  แต่สำหรับลีโอ ที่ดูเหมือนจะได้ทุกคนที่เขาอยากได้ มาร์คกลับไม่ใช่หนึ่งในนั้น ลีโอวางมาร์คไว้ในอีกที่ ที่เขาให้ความสำคัญมากกว่ามาก

และยังมีอีกอย่างที่ฉันกังวลมาร์คพูดขึ้นอีก แววตาเขาดูแปลกประหลาด

อะไร?”

นายมาร์คชี้มาที่ผม   นายบอกว่าเขาสร้างรอยประทับบนตัวนาย

ใช่เสียงผมเบาลง ความปวดแปลบทรมานตอนที่เขาสร้างมันบนตัวผม ยังติดแน่นอยู่ในความทรงจำ

ให้ฉันดูมัน

ผมลุกขึ้น  ถอดเสื้อออก และปลดกระดุมกางเกงเม็ดบนออกให้มาร์คมองเห็นได้ชัดๆ มันอยู่บนผิวท้องน้อย ต่ำกว่าสะดือลงไปราวสองนิ้ว

มาร์คสูดลมหายใจเมื่อสิ่งนั้นปรากฏอยู่ต่อหน้า มันเป็นรอยประทับสีแดงเข้มขนาดไม่ใหญ่นัก  เป็นรูปสามเหลี่ยมกลับหัวที่มีเส้นปลายด้านล่างตวัดโค้งเฉียงออกมา และมีเครื่องหมายกากบาททับตรงกลาง

มาร์คมองมันอย่างหวาดหวั่นปนลำบากใจ สัญลักษณ์ของเขา

ใช่ผมพูดอย่างไม่ปิดบังความโกรธเกลียดในน้ำเสียง ไม่ใช่แค่นายหรอกที่รังเกียจ ฉันเองที่ไม่ได้เคร่งศาสนาก็เกลียดมันเหมือนกัน

เอ็ดการ์ ..นี่มันไม่ธรรมดาเสียงมาร์คฟังดูแปลกหู

มีอะไร  ผมขมวดคิ้ว

นายเห็นรอยมารบนตัวลีโอมั้ย มันเป็นรูปเลขหก 3 ตัว หันหัวเข้าหากัน นั่นไม่ได้เกิดกับลีโอเป็นรายแรก  บุคคลที่มีชื่อเสียงหลายคนในอดีตที่เคยถูกกล่าวหาว่าขายวิญญาณให้ปีศาจ ต่างก็เคยมีตราแบบนี้อยู่บนร่าง ไม่ว่าคนผู้นั้นจะทำสัญญากับปีศาจตนไหนก็ตาม มันเหมือนเป็นการประกาศว่าคนคนนี้คือผู้ที่มีพันธะสัญญากับนรก แต่ของนายมันไม่ใช่ มันเป็นสัญลักษณ์ที่เฉพาะเจาะจงว่าเป็น ของเขา และฉันไม่เคยผ่านตาว่ามันปรากฏอยู่บนตัวของใครมาก่อน

นายกำลังจะพูดอะไร มาร์ค

เอ็ดการ์น้ำเสียงของมาร์คแปร่งปร่าขณะจ้องตาผม “...แน่ใจเหรอว่าเป็นลีโอ ที่เขาต้องการ

......

บ่ายสองโมง...

ผมเดินดุ่มๆออกมาจากห้องเรียนทันทีที่เสียงกริ่งดัง  ไหล่กระแทกเข้ากับเพื่อนนักเรียนอีกคนที่ยืนขวางอยู่ใกล้ประตู หมอนั่นงึมงำขอโทษทั้งที่ไม่ใช่ความผิดของตัวเอง  แต่มันดันเป็นความเคยชินเวลาเจอกับพวกอภิสิทธิ์ชน

ผมเดินออกจากอาคารเรียนมุ่งไปยังอีกตึก ที่รู้ว่าอีกเดี๋ยวเพอร์ซีคงไปที่นั่น เพื่อทดลองของใหม่ที่เพิ่งได้มาเมื่อเช้า นัยว่าเป็นกัญชาออร์แกนิคปลูกโดยฝีมือนักศึกษามหาวิทยาลัยแถบพิทส์เบิร์ก

เฮ้...!เพอร์ซี ผมตะโกนเรียก เมื่อเห็นเขาเดินอยู่กลับกลุ่มเพื่อน และกำลังจะก้าวเข้าประตูอาคาร

เพอร์ซีหันกลับมา เขาคลี่ยิ้มเมื่อเห็นผมเดินตรงเข้าไปหา

จมูกไวจริงนะเอ็ดการ์ อยากลองเต็มแก่เหมือนกันล่ะสิเพอร์ซีตบเบาๆที่กระเป๋า หมอนั่น คนที่เอามันมาให้ฉันน่ะ โม้ว่าสูบแล้วเหมือนได้ไปเยือนสวรรค์กับนรกพร้อมกันทีเดียวเลย

ผมฉีกยิ้ม ไม่อยากคุยทับเลยว่าไอ้อย่างหลังน่ะ ผมไม่ต้องใช้กัญชาช่วยก็ไปได้

ลีโอล่ะเพอร์ซีถามขึ้น เหมือนจะไม่เห็นเขาตั้งแต่เช้าแล้ว

ลีโอไม่ได้มาเรียนวันนี้ เขากำลังยุ่งๆอยู่

...ยุ่งอยู่กับการตะโกนใส่ฟิโอน่าไง

วันนี้ฟิโอน่ารับหน้าที่เป็นคนนำสาสน์จากผมไปหาลีโอ และยื่นข้อเสนอให้เขา 2-3 ข้อ ซึ่งโดยสรุปก็คือ ให้ลีโอย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านซะ เพราะถ้าเขาไม่กลับมา ผมก็จะย้ายออกไปอยู่ที่อื่นเหมือนกัน และถ้าเขาป่วนถึงขั้นหนีออกจากบ้าน ผมก็จะหนีเหมือนกันอีกนั่นแหละ และพระเจ้าเท่านั้นที่รู้ ว่าผมจะหนีไปอยู่กับคนแบบไหน อย่าลืมนะว่าผมเป็นโรคพิศวาสคนเลวเรื้อรัง และถ้าอาการมันกำเริบขึ้นมาในช่วงนี้ ก็อย่ามาบ่นทีหลังก็แล้วกัน

งั้นก็ไปกันเพอร์ซีโอบไหล่ผม

วันนี้คงไม่ได้ผมปฎิเสธ ฉันมีธุระสำคัญต้องไปจัดการให้เสร็จ

อ้าว.. เหรอเขาทำสุ้มเสียงผิดหวัง ก่อนจะยักไหล่  แล้วแต่นายก็แล้วกัน แต่ถ้าเปลี่ยนใจ นายรู้อยู่แล้วว่าจะหาฉันได้ที่ไหน

เพอร์ซีเอาแขนออกจากไหล่ผมและทำท่าจะผละไป

เฮ้..เพิร์ช ช่วยอะไรฉันสักอย่างสิ

อะไร

ไอ้นี่..  ผมหยิบสร้อยไม้กางเขนโลหะยื่นให้เขา อยากฝากไว้ที่นายสักพัก

เพอร์ซีเลิกคิ้วสูงจนแทบไปกองอยู่ตรงไรผม

ไม่ใช่ฝากแบบที่ให้นายเก็บไว้ในกล่องอะไรแบบนั้นนะ แต่ขอให้ใส่ติดตัวไว้เลย ตอนอาบน้ำก็ไม่ต้องถอด เดี๋ยวมันจะไม่สัมฤทธิ์ผล

ว่าไงนะ..?”

เพอร์ซีมองผมเหมือนผมเพิ่งจะขอให้เขาถอดเสื้อกับกางเกง แล้วเดินจากที่นี่ไปถึงตึกร็อคกี้เฟลเลอร์ทั้งอย่างงั้น  แต่ผมทำเป็นไม่สนใจ

กางเขนแห่งคอนสแตนติน เป็นของเก่าแก่ของชาวเพเกินในอดีต มีความเชื่อมาหลายร้อยปีแล้วว่ามันมีเวทย์มนต์ที่จะทำให้สิ่งที่เราอธิษฐานไว้เป็นจริง แต่ต้องให้ผู้ที่เราเชื่อใจที่สุดเก็บรักษาไว้ให้ จนกว่าสิ่งที่ขอจะเป็นจริงขึ้นมา ฉันอธิษฐานขอให้ได้เรียนในมหาวิทยาลัยในกลุ่มไอวี่ลีก และนายคือคนที่ฉันเลือกให้เป็นผู้ปกปักคำอธิษฐาน

มั่วซั่วตั้งแต่คำแรกยันคำสุดท้ายเลย...

บริจาคเงินสร้างหอสมุดรึไม่ก็หอประชุม จะไม่สัมฤทธิ์ผลกว่าเหรอ เพอร์ซีดูแหยงๆ  ...บ้ามาก นี่ไม้กางเขนนะ ไม่ใช่ระเบิด

ไม่ค่อยอยากทำอย่างงั้น

งั้นก็ให้พ่อฉันบีบโค้ชวอลเลซ ให้เอานายขึ้นมาเป็นกัปตันแทนเจคอป นายจะได้เอาดีกรีกัปตันทีมลาครอสส์ไปโม้ได้เวลาที่ต้องไปสัมภาษณ์ ถึงเจคอปจะเป็นอภิสิทธิ์ชนเหมือนพวกเรา แต่ก็ช่วยไม่ได้ที่ฉันชอบนายมากกว่า

ยังไงฉันก็สบายใจกับวิธีนี้มากกว่าอยู่ดีผมยัดเยียดสร้อยใส่มือเขา

เพอร์ซีรับไปจนได้ เขามองผมแล้วส่ายหน้า ก่อนสวมสร้อยกางเขนที่คอแบบให้มันเสร็จๆไป  สบายใจได้รึยัง

มากเลย

...ว่านายจะไม่โดนไอ้ปีศาจแมวผีนั่นเขมือบง่ายๆ

หนนี้ถือว่านายติดหนี้ฉันนะ แวน ดีสเทนเพอร์ซีแก่วงนิ้วชี้ตรงหน้าผมและยิ้มยียวน ฉันคิดดอกแพงซะด้วย

ผมยิ้มแยกเขี้ยวตอบ ไว้จะคืนให้อย่างจุใจเลย

...ถ้าเราทุกคนยังรอดจนถึงตอนนั้นน่ะนะ

ผมเดินแยกจากเพอร์ซีออกไปหน้าโรงเรียน  และในจังหวะที่ผมก้าวขาออกไปเพื่อโบกแท็กซี่  เด็กวัยรุ่นสองคนก็ไถลสเก็ตบอร์ดพุ่งเข้ามาทางผม คนหนึ่งชนผมเข้าจังๆ บอร์ดกระดอนกระแทกหน้าแข้งผมดังพล่อก

เฮ้! ไม่มีตารึไง!” เด็กนั่นตวาดอย่างหัวเสีย

ผมตาโต ไอ้เด็กเปรตนี่เล่นสเก็ตบนทางเท้าแล้วมาชนผมเองแท้ๆ แต่ยังมีหน้ามาตะคอกใส่ผม ผมมองหน้าเขาพลางคิดว่าการสั่งสอนแบบไหนจะเหมาะกับเด็กวัยรุ่นอายุไม่เกินสิบสี่มากที่สุด ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงจับแก้กางเกงแล้วเอาไปมัดไว้ใต้อัฒจรรย์  แต่บังเอิญตอนนี้ผมไม่มีเวลาขนาดนั้น

ผมขยุ้มคอเสื้อเด็กเวรนั่นให้ยืนตรง  เขาตาโตเมื่อเห็นผมเงื้อมือข้างหนึ่งขึ้นสูง

ฟาดมันนนนนน...

ผมกระพริบตา กับเสียงที่อยู่ๆก็แทรกเข้ามาในหู

ฆ่ามันนนนนน...

ผมเหวี่ยงมือฟาดพัวะที่ใบหูตัวเองแทนการตบกะโหลกสั่งสอนไอ้หนูสเก็ตบอร์ด เด็กนั่นตาแทบถลนออกจากเบ้า  แต่เขาก็อาศัยจังหวะที่ผมยังมึนๆ สะบัดมือผมออก

หมอนี่เพี้ยนว่ะเจมส์เขามองผมอย่างแหยงๆ ก่อนจะรีบชวนเพื่อนเผ่นหนีไปอย่างรวดเร็ว

ผมดึงสติให้กลับมาและพยายามทำตัวให้เหมือนปกติ

...แค่โดนกระดานสเก็ตบอร์ดชนหน้าแข้ง ถึงกับต้องฆ่ากันเลยเรอะ  ...บ้าไปแล้ว!

นั่นคือผลของการบริจาคหูข้างหนึ่งให้องค์กรการ(อ)กุศลที่ชื่อลูซิเฟอร์  เราจะได้รับเสียงจากนรกเป็นการตอบแทนเป็นระยะๆ  มันไม่ทำให้เราตายก็จริง  แต่มันกำลังจะทำให้ผมเป็นบ้า

บางครั้งผมได้ยินเสียงกระซิบกระซาบด้วยถ้อยคำชวนขนลุก ยุให้ผมทำในสิ่งที่ไม่สมควรทำ บางครั้งก็ได้ยินเสียงกรีดร้องอย่างทรมาน และร้องขอความเมตตาจากดวงวิญญาณเคราะห์ร้ายที่ถูกลากลงนรก เพื่อเป็นอาหารอันโอชะของสัตว์ปีศาจ  หรือถูกแผดเผาในบึงไฟนรก

แต่ที่แย่ที่สุดก็คือ การที่ต้องได้ยินพวกมันสรรเสริญลีโอว่าเลวได้ใจพวกมันแค่ไหน  และพวกมันรอแทบไม่ไหวแล้วที่จะให้ลีโอพาพวกมันขึ้นจากขุมนรก  มาไล่ล่าชักพาดวงวิญญาณมนุษย์เข้าสู่ด้านมืด

ผมโบกมือขึ้นเรียกแท็กซี่ และบอกให้เขาพาผมไปยังย่านอีสต์วิลเลจ เพื่อทำธุระบางอย่างตามที่ตั้งใจเอาไว้

ผมเอานี่มาคืน

ผมเทหนังสือ กริชหินเกลือ เหรียญมนตรา และแหวนผนึกวิญญาณออกจากกระเป๋าเป้ลงบนเคาน์เตอร์ไม้ ที่ยังมีรอยกรีดฝีมือผมลากเป็นทางบนเนื้อไม้สีน้ำตาลอมแดง

ชายชราเจ้าของร้านหนังสือเก่าที่อยู่ในชุดสูทเนี๊ยบกริบยืนจ้องผมเขม็ง

ผมขอโทษผมงึมงำออกไป เมื่อเห็นเขามองลอดแว่นมาที่ผม โดยไม่มีทีท่าว่าจะโทรเรียกตำรวจหรือหยิบปืนออกมาจากลิ้นชัก คราวก่อนผมทำตัวแย่มาก แต่ก็อย่างที่เห็น ผมเอามาคืนและก็ขอโทษ

เจ้าของร้านแค่นเสียงในลำคอดัง เฮอะก่อนจะหยิบของเก็บลงในลิ้นชักทีละชิ้น และมองผมอย่างดูถูกปนสะใจ ซึ่งผมก็ไม่ถือสาอะไรหรอก เพราะถ้าเป็นผมเจ้าของร้าน ไอ้เด็กเวรนี่(หมายถึงตัวผม)คงไม่ได้โดนแค่จับแก้ผ้ามัดไว้ใต้อัฒจรรย์แน่

ในขณะที่ผมยึกยัก ว่าควรจะวางเงินค่าเสียหายลงบนโต๊ะก่อนไปดีรึเปล่า ผมก็ต้องแปลกใจเมื่อเจ้าของร้านหันไปหยิบขวดแก้วเจียรนัยใสแจ๋ว ที่มีของเหลวสีอำพันอยู่ในนั้นครึ่งขวดวางบนเคาน์เตอร์ เขาหยิบแก้วเปล่า 2 ใบที่วางอยู่บนชั้นด้านหลัง มาวางตรงหน้าเขาและผม ก่อนจะรินของเหลวในขวดใส่แก้ว

ดื่มก่อนสิเขาบอก

...โอเค  ผมพอเดาออกว่าสิ่งที่อยู่ในขวดคงจะเป็นเหล้า แต่เดาไม่ออกว่าแก้วของผมจะมียาพิษเคลือบไว้ด้านในแก้วหรือเปล่า

แต่จะด้วยความเซ็งในชีวิตบัดซบ หรือความเศร้าที่ลีโอทำตัวเหินห่าง หรือความปวดใจที่เห็นมาร์คต้องเป็นแบบนั้น หรือจะอะไรก็แล้วแต่ ผมเอื้อมมือไปหยิบแก้วนั่นมาดื่มด้วยความรู้สึกว่า ...ช่างหัวแม่งดิ

อึกแรกที่ผ่านเข้าไปนั้นเย็นรื่นและหวานชื่นในลำคอ  อึกต่อๆมายิ่งละมุนละไมจนในที่สุดผมก็ดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว

ผมวางแก้วลงบนเคาน์เตอร์ดังป่อก และเกือบจะพยักเพยิดให้บาร์เทนเดอร์เติมอีกรอบอยู่แล้ว ถ้าไม่บังเอิญไปเจอเข้ากับสายตาคมเข้มๆของคุณเจ้าของร้านที่มองผมอยู่

ดีขึ้นไหม  เขาถาม

...เกือบแล้ว

ผมงึมงำขอบคุณ

ไม่ค่อยช่วยเท่าไหร่เลยใช่ไหมเขาพูดต่อ

ผมยิ้มเฝื่อนๆให้เขา ชายแก่เลื่อนมือไปแตะหนังสือที่ยังวางอยู่บนโต๊ะอย่างทนุถนอม เสียงเขาฟังดูนุ่มนวลขณะที่พูดออกมา ทั้งหนังสือเล่มนี้ ทั้งข้าวของที่เธอเอาไปจากฉัน มันคงไม่ได้ช่วยอะไรชีวิตเธอได้เลยสินะ

ผมมองเขาอย่างแปลกใจ คนคนนี้แทบจะเรียกได้ว่าเป็นคนแปลกหน้าสำหรับผม แต่ไม่รู้ทำไม เขากลับสามารถดึงดูดผมไว้ด้วยบุคลิกแปลกๆ และคำพูดคลุมเครือที่ดูเหมือนรู้เรื่องของผมดีทุกอย่าง หรือบางทีเขาอาจเป็นแค่ชายแก่ที่ฉลาดมากๆ ซึ่งสามารถเดาเรื่องของคนอื่นๆจากหนังสือที่พวกเขาซื้อไป

มันแย่กว่าเดิมซะอีกผมพูดเสียงขื่น ไม่อยากคิดหาเหตุผลแล้ว ว่าทำไมตัวเองต้องอยากระบายเรื่องแบบนี้กับคนแปลกหน้า สงครามที่ไม่รู้เลยว่าทำยังไงถึงจะชนะ

ขึ้นอยู่กับว่าเธอมองสงครามนั่นด้วยมุมมองด้านไหน

ผมย่นคิ้ว

เขาเลื่อนมือไปหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาวางบนเคาน์เตอร์

The  Luciferians…

ผมเลื่อนสายตากลับไปยังใบหน้าเขาทันที  มันคือหนังสือเล่มที่ผมพยายามจะซื้อจากเขาตอนที่มาที่นี่ครั้งแรก แต่เขาไม่ยอมขายให้ผม

ในเมื่อมีสงคราม ก็ต้องมีผู้แพ้และผู้ชนะเจ้าของร้านมองหน้าผม สายตาเขานิ่งและหนักแน่น  ส่วนใหญ่แล้วผู้ชนะจะได้เป็นคนเขียนประวัติศาสตร์  แต่บางครั้ง ทั้งผู้ชนะและผู้แพ้ต่างก็ไม่ได้ทำแบบนั้น มันกลับถูกถ่ายทอดออกมาผ่านความคิดของบุคคลที่สาม ที่เมื่อถูกบอกเล่าต่อๆกันไป ความจริงก็ยิ่งถูกบิดเบือน เหลือเพียงความเชื่อในสิ่งที่คนแต่ละคนเลือกเชื่อ

ผมมองหนังสือปกสีแดงเลือดนกกับตัวหนังสือสีทองนั่นอย่างพรั่นพรึงระคนเกลียดชัง  แค่เห็นชื่อของเขาปะปนอยู่ตรงนั้น เลือดในตัวผมก็แทบจะเดือด

เธอจะสู้ได้ดีได้ยังไง ถ้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรจะสู้ด้วยวิธีแบบไหน และเธอจะหาวิธีนั่นพบได้ยังไง ถ้าเธอยังไม่รู้จักศัตรูของเธอจริงๆ 

ผมกัดฟันกรอด  หนังสือของพวกนอกรีตบูชาซาตาน มันจะช่วยอะไรผมได้

เธอไม่รู้หรอก

แล้วคุณรู้รึไง

เขาส่ายหน้า ผมจ้องมองเขาตรงๆ  มันเป็นครั้งแรกที่ผมมองเขาจริงจังๆ และเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าในความเหี่ยวย่นร่วงโรยตามกาลเวลา เขากลับมีดวงตาที่สุกใส เจิดจรัสเหมือนท้องฟ้าสีสดในวันไร้เมฆ

การต่อกรกับคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวอย่างแท้จริง อาจไม่ได้จำกัดอยู่แคบๆเพียงแค่การใช้มีดแทงลงไปที่หัวใจของศัตรู เพราะนั่นอาจไม่ใช่จุดอ่อนของเขาชายชรายิ้มบางเบาขณะสอดปากกาขนนกเข้าไปในหนังสือ เหมือนจะใช้มันแทนที่คั่น  การเข้าไปอยู่ในความคิดของศัตรูให้ได้ต่างหากที่จะทำให้ได้เปรียบ และในบางครั้งการสู้ที่สัมฤทธิ์ผลที่สุดก็มาจากวิธีที่ไม่น่าเป็นไปได้ที่สุด  แต่ไม่ว่าจะยังไง   ฉันหวังว่าเธอจะหาวิธีนั่นจนพบ

เขาเลื่อนหนังสือนั่นมาตรงหน้าผม โชคดีนะพ่อหนุ่ม

ผมกลับจากอีสต์วิลเลจมาถึงที่บ้านในตอนเย็น ฟิโอน่ารายงานว่าลีโอจะยอมกลับมาอยู่ที่นี่ในวันพรุ่งนี้ ผมกินข้าวและนอนบนโซฟาดูรายการทอล์คโชว์ในทีวีเกี่ยวกับป๊อปสตาร์วัยรุ่นใจแตกคนหนึ่ง ที่พยายามจะแก้ตัวน้ำขุ่นๆจากพฤติกรรมของตัวเอง ผมไม่ได้สนใจเรื่องดารา ไม่ได้ชอบทอล์คโชว์ด้วยซ้ำ  แต่ดูมันเพื่อเตะถ่วงอะไรบางอย่างที่ผมควรจะไปทำมากกว่า

และเมื่อนาฬิกาบอกเวลาสี่ทุ่ม ผมก็ลุกขึ้นจากโซฟาและไปที่ห้องนอน ผมขึ้นเตียงและดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมถึงอก ความเย็นจากอากาศด้านนอกแทรกเข้ามาตามช่องเล็กๆของหน้าต่างที่ปิดไม่สนิท ผมปล่อยมันไว้อย่างนั้นโดยไม่คิดจะลุกไปปิด อย่างน้อยความเย็นยังทำให้รู้สึกสบายใจกว่าความร้อนระอุ

ผมนอนลืมตาในความมืด และอดไม่ได้ที่มองไปที่เตียงของลีโอ  มันว่างเปล่าและเรียบร้อย แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าไม่มีใครนอนตรงนั้นมาหลายคืนแล้ว ผมเหงาขึ้นมาจับใจ กระทั่งรูปถ่ายที่วางอยู่ตรงโต๊ะข้างหัวเตียง ลีโอก็ยังเอามันไปด้วย เหมือนกลัวว่าถ้าทิ้งเอาไว้  ผมจะนึกได้ว่าตัวเองเคยมีน้องชายฝาแฝด

...ทั้งหมดนี่เป็นเพราะ เขา คนเดียว

ผมเม้มริมฝีปากข่มความรู้สึกขมในปากและลำคอ แต่ในที่สุดความโกรธอย่างอัดอั้นก็เป็นฝ่ายชนะ ผมลุกขึ้นมาเปิดกระเป๋าและกระชากหนังสือปกสีแดงเลือดนกออกมาอย่างโมโห

The Luciferians

ตัวหนังสือสีทองอร่ามนั้นเหมือนจะพุ่งจากปกหนังสือออกมาเยาะเย้ยผม  ผมเดินไปที่อาร์มแชร์ข้างหน้าต่าง  กระแทกตัวลงนั่งอย่างฉุนเฉียวก่อนจะเริ่มเปิดมันอ่าน

ตัวหนังสือผ่านตาผมไปอย่างรวดเร็ว ใกล้เคียงกับอัตราการเต้นของหัวใจของผมที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และเมื่ออ่านโดยไม่หยุดไปได้เกือบ 2 ชั่วโมง ผมก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป  ผมลุกขึ้นและขว้างหนังสือเล่มนั้นลงที่พื้นอย่างสะอิดสะเอียน

...นี่มันเพ้อเจ้อสิ้นดี!

ผมหายใจแรงอย่างพลุ่งพล่าน  สิ่งปรากฏอยู่ในหนังสือเล่มนี้มันคือความตอแหลลวงโลกระดับมโหฬาร  กลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่าลูซิเฟอร์เรียนพวกนี้มันเสียสติ  เพ้อเจ้อ มองโลกบิดเบี้ยวอย่างน่าสังเวช  พวกเขาบูชาลูซิเฟอร์เป็นจ้าวลัทธิ บิดเบือนเรื่องราวความเชื่อเดิม  และแทนที่ด้วยการล้างสมองอย่างเบ็ดเสร็จสมบูรณ์

มันคือการเขียนประวัติศาสตร์ขึ้นมาในอีกแบบด้วยฝีมือผู้แพ้ พวกนั้นเชื่อว่าลูซิเฟอร์ไม่ใช่ผู้ผิดในกรณีสงครามสวรรค์ และลูซิเฟอร์ก็คือโอรสแห่งรุ่งอรุณที่ถูกพระเจ้าทอดทิ้งไว้ในความมืด และงมงายถึงขั้นมีพิธีกรรมในการแสดงความเคารพศรัทธา คล้ายกับที่ชาวคริสต์ทำในโบสถ์ เพียงแต่ผู้ที่เขานับถือนั้นไม่ใช่พระคริสต์ แต่เป็นลูซิเฟอร์

เลอะเทอะไร้สาระสิ้นดี

พอกันทีกับการเสียเวลารับรู้การสรรเสริญปีศาจ  ผมกลับไปที่เตียง  ทิ้งตัวลงนอนและหันหน้าเขาหาฝาผนัง ก่อนจะหลับตาลง

...แล้วผมจะรู้ได้ไงว่าเรื่องไหนเรื่องจริง?

ผมกัดริมฝีปาก เมื่อความคิดแปลกๆแล่นเข้ามาในหัว

 

...เธอจะสู้ได้ดีได้ยังไง ถ้าไม่รู้ว่าควรจะสู้ด้วยวิธีแบบไหน
และเธอจะหาวิธีนั่นพบได้ยังไง ถ้าเธอยังไม่รู้จักศัตรูของเธอจริงๆ...


 

ผมลืมตาขึ้น คำพูดของเจ้าของร้านหนังสือวนเวียนอยู่ในหัวผม  การเข้าถึงความคิดของศัตรูได้นั้นคือความได้เปรียบจริงอย่างไม่ต้องสงสัย  การรู้จักตัวตนของลูซิเฟอร์นั้นไม่เคยอยู่ในความต้องการของผม แต่ถ้ามันช่วยพาให้ผมรู้จุดอ่อนของเขาได้ล่ะ...?

ผมพลิกตัวหันกลับมา ตัวยังนอนอยู่บนเตียง แต่สายตาจับจ้องไปที่หนังสือ ซึ่งตอนนี้ถูกทิ้งอยู่กลางห้องจากการโยนลงไปอย่างไม่ใยดี 

แสงเลือนรางส่องลอดผ่านมาทางหน้าต่าง กระทบเข้ากับหน้ากระดาษเหลืองซีด ที่เปิดอ้าอยู่ตรงหน้าซึ่งมีภาพกระท่อมหลังหนึ่ง ตั้งอยู่โดดเดี่ยวท่ามกลางทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ในเวลาโพล้เพล้ หน้าต่างบานหนึ่งของกระท่อมเปิดค้างอยู่ มองเห็นด้านในซึ่งมีกลุ่มคนทั้งนั่งและยืนล้อมวงพูดคุยอยู่รอบโต๊ะไม้ตัวเล็ก   มันคือส่วนของการบรรยายถึงการประชุมลับของกลุ่มลูซิเฟอร์เรียนในอดีต

“ลูซิเฟอร์...” ผมงึมงำออกมา  “ถ้าผมอยากทวงสิทธิ์ในคำถามของผมตอนนี้ล่ะ”

กระแสลมพัดกรูผ่านเข้ามาอย่างปัจจุบันทันด่วนทางหน้าต่างซึ่งเปิดอ้าออกอย่างฉับพลันเหมือนถูกกระชาก บานหน้าต่างกระแทกผนังดังปัง ตามมาด้วยเสียงหน้ากระดาษของหนังสือบนพื้นที่เปิดพั่บๆทีละหน้าจนหมดทั้งเล่มอย่างรวดเร็ว ผมยกมือขึ้นมากันตรงใบหน้า เมื่อกระแสลมนั้นพัดแรงจนเหมือนจะลืมตาไม่ขึ้น

“ตามที่เจ้าเรียกร้อง ...เอ็ดการ์”

ผมได้ยินเสียงกระซิบแผ่วพร่า ก่อนที่ร่างผมจะถูกหอบให้ลอยขึ้นจากพื้น...

 

 

....................................................................................

 

ขอโทษค่ะที่อัพตอนนี้ช้ามาก ทั้งๆที่ตอนนี้ไม่ได้มีเนื้อหาอะไรเยอะแยะ (แต่ตอนหน้านี่เยอะแน่  คริคริ)   ภารกิจรุมเร้ามากมาย เพิ่งจะได้หายใจเนี่ยแหละค่ะ  ....เฮ่อ  แต่ตอนนี้โอเคขึ้นละ  เบาไปเยอะเลย 

จากตอนที่แล้ว หลายคนคงชอกช้ำกับเหตุการณ์สะเทือนขวัญแม่ยก ลีโอ x เอ็ดการ์    เอาน่ะ ถ้าเค้าคู่กันแล้ว ยังไงก็ต้องไม่แคล้วกัน 

...แต่ถ้าเค้าไม่ใช่คู่กัน เค้าก็ต้องไปหาคนที่คู่กับเค้าาาาา    หุหุ  รอดูตอนหน้ากันค่ะ

สุขสันต์วันปิดเทอมค่า    ^0^

 

อุ๊ยๆ  เกือบลืมบอก 

ตอนนี้นิยายของผู้แต่ง เรื่อง คุณครับ... ผมมองเห็นผี  ตีพิมพ์อีกรอบแล้วนะคะ  ใครที่ซื้อไม่ทันรอบก่อน  ไปจับจองเป็นเจ้าของกันได้ที่นี่
http://www.nabu-publishing.com/

ถ้ามีอะไรสงสัย สอบถามได้ที่เฟซบุ๊คสำนักพิมพ์
https://th-th.facebook.com/Nabupublishing

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

46 ความคิดเห็น

  1. #1155 dlky (@plky) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 21:48
    ลูซี่นี่ดีนะคะ เรียกปั๊บเฮียแกก็มาปุ๊ป รู้สึกความเร็วในการโผล่ชักจะเพิ่มขึ้นทุกที
    #1155
    0
  2. #1113 differ21 (@differ21) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2557 / 17:27
    ซื้อ คุณครับผมมองเห็นผี (โดยไม่ได้ตั้งใจ พอดีกะซื้อ SOTUS แต่ของหมดเลยซื้อเรื่องนี้แทน)มานานแล้วค่ะแล้วค่อยมาเจอเรื่องนี้ เพิ่งรู้ว่าคนแต่งคนเดียวกัน 5555 ชอบทั้งสองเรื่องมากเลยค่ะไม่ผิดหวังจริงๆที่ซื้อคุณครับฯมา และกะว่าจะซื้อเรื่องนี้แน่นอนค่ะ สู้ๆผลิตนิยายดีๆออกมาให้อ่านเยอะๆนะคะ
    #1113
    0
  3. #1060 มิ้งกิจัง (@chanapa-nako) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 มีนาคม 2557 / 15:32
    เอาแล้วไง ตกลงใครกันแน่ที่ลูซิเฟอร์ต้องการจริงๆ
    #1060
    0
  4. #1012 กระต่ายสีเงิน (@jerot) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2557 / 01:27
    ลูซี่หอบเอ็ดหนีไปแล้ววว
    #1012
    0
  5. #750 @@@ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2556 / 18:52
    ไรเตอร์คะ ถ้ารวมเล่มแล้วขอตอนพิเศษเป็น ลีโอxเอ็ดการ์ ได้มั้ยคะเนี่ย T_T~

    (เลิกหวังคู่พี่น้องเฮอะ~ ขนาดมาร์คยังเสร็จลีโอ แล้วเอ็ดการ์จะเหลือเรอะ(ที่จะไม่เสร็จลูซิเฟอร์))
    #750
    0
  6. #685 tk2009 (@tk2009) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2556 / 00:31
    ขอเดาคำถามได้รึเปล่า เอ็ดการ์จะต้องถามลูซิเฟอร์ว่า ว่า ว่า จะได้หัวใจท่านด้วยวิธีไหน. กิ๊บกิ๊ว. เพ้อเจ้อเนอะ ขอบใจจร้า
    #685
    0
  7. #684 smile.frogy (@FROGY_PrincesS) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 21:04
    ทำไมคนแต่งพูดเหมือนเค้ายังมีความหวังในลีโอเอ้ดการ์ได้อยู่ล่ะ T___T
    นี่ทำใจแล้ว มาร์คคือ ดี ดีมาก ตามที่เอ็ดการ์บอก มาร์คไม่ได้ไม่ดี
    แต่เค้าอาจจะผิดที่มีอคติเกินไป สำหรับเค้า มาร์คพิเศษกว่าคนอื่นสำหรับลีโอ
    แต่คนที่มีอิทธิพลพิเศษจริงๆ ที่อยู่ในสถานะที่ลีโอให้ความสำคัญมากที่สุด
    ก็คือ เอ็ดการ์...สำหรับเอ็ดการ์ก็น่าจะเหมือนกัน
    แม้แสดงออกไม่เท่าลีโอก็เถอะ T___T ฮือออ
    แต่คู่ไหนยังไงก็รักอ่ะเรื่องนี้ ชอบมากจริงๆ
    รอตอนหน้าค่ะ :D
    #684
    0
  8. #683 lucifer&tak (@4444025396987176) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2556 / 17:21
    รอ รอ รอ ชอบลูกับเอ็ดอ่ะ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด ชอบอ่ะ^/////^
    #683
    0
  9. #682 ทิกเกอร์แอล (@TiGGeR-L) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2556 / 22:42
    เหมือนเอ็ดการ์จะเริ่มคิดได้แล้ว
    ว่าต้องเรียนรู้ศัตรูจากทั้งสองฝ่ายนะ
    เอาล่ะ ลูซิเฟอร์อาจจะต้องแบบเพลี่ยงพล้ำไปบ้าง
    ยอมๆ เอ็ดการ์บ้างเถอะ ทะนุถนอมหน่อยยยยยยยยยยยยย
    #682
    0
  10. #681 somnolent_ง่วง (@somnolent) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2556 / 19:52
    อัพอีกนะ รออ่านนานแล้วววววววววว  
    #681
    0
  11. วันที่ 3 ตุลาคม 2556 / 16:05
    ขอกรีดร้องดังๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #680
    0
  12. #679 iForGive (@iforgive) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2556 / 11:35
    โอ๊ยยย อยากอ่านตอนต่อไปแล้วอ่ะ
    #679
    0
  13. #678 El-da (@delear) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2556 / 23:00
    เฮือกกก ค้างสุดๆ
    #678
    0
  14. #677 x HarukA x (@beautyvena) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2556 / 22:51
    ไม่ว่าจะเป็นลีโอหรือลูซิเฟอร์ แต่เอ็ดการ์เป็นผู้ถูกกระทำ(?)ก็พอแล้ว
    แต่ความจริง 3P ก็ไม่เกี่ยงนะ หึหึหึหึ
    #677
    0
  15. #676 little-red-cap (@little-red-cap) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2556 / 22:49
    ตอนเห็นไรต์อัพเราถึงกับตะลึง ตะลึง ตะลึงตึงตึง
    #676
    0
  16. #674 Koviz (@kovie97) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2556 / 21:19
    กรี๊ดดดดดดมีการแสดงความเป็นเจ้าของด้วยยยอ่ะ~<3
    รอตอนต่อไปนะคะ~ >v<
    #674
    0
  17. #673 Blanchet (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2556 / 21:04
    รอตอนต่อไปจ้า เข้าไปในความคิดของลูซิเฟอร์ให้ได้นะเอ็ดอิอิ

    จะถามอะไรๆตื่นเต้นจัง55
    #673
    0
  18. #672 PEAR'PEAR (@ilady) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2556 / 20:51
    ขอให้เค้าคู่กันนะคะคนเขียนนนนนนนนน อย่าบีบหัวใจเราแบบตอนที่แล้วนะนะนะนะ T^T
    #672
    0
  19. #671 liuyue06 (@liuyue) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2556 / 19:50
    นั่นอ่ะดิ่ ตกลงแล้วใครกันแน่ที่ลูซิเฟอร์ต้องการ ก็ต้องเป็นเอ็ดการ์อยู่แล้วอ่ะ แสดงความเป็นเจ้าของซะขนาดนั้น 


    #671
    0
  20. #670 Aisuru_Lovestory (@fernyaoi) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2556 / 19:49
    แทบร้องไห้เมื่อเห็นไรเตอร์อัพ(พูดจริงนะเนี่ย มิได้ประชด)
    รออ่านตอนต่อไปอยู่เน้ออออ ><
    #670
    0
  21. #669 เอวาเจลีนจัง (@nada3535) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2556 / 18:10
    รออ่านต่ออยู่นะคะ สนุกมากๆเลยค่ะ ชอบเรื่องนี้ ><
    #669
    0
  22. #668 lollypop (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2556 / 17:32
    กรี๊สสสส ไรเตอร์มาอัพเเล้ว หน้านี้จุใจ จิงๆ ยาวมากกก

    ฮื่ออ เอ็ดน่าสงสารอ่ะ ไหนจะลีโอ ไหนจะลูซิเฟอ

    พระเอกเป็นไครเนี่ยยย (คำถามเนี่ยหนักสุดฮาาา)

    ฮื่อ ไรเตอร์รีบมาอัพเลยน่ะค่ะ

    พยายามเข้า สู้ๆ ไฟติ้ง

    เรื่องนี้ติดมาก คุคุ
    #668
    0
  23. #450 TiwticAmp_90 (@winnaya) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 มีนาคม 2556 / 23:22
    ริเวอร์สุดยอดมาก, ให้ใจไปเลย!
    #450
    0
  24. #422 ASHTORETH (@lawrence) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 มกราคม 2556 / 01:24
    โอ~ ริเวอร์ตอนนี้ช่างพระเอกจริงๆ O0O!!
    เริ่มไขว้เขว่แล้วแหะเรา
    #422
    0
  25. #394 แกงส้ม (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มกราคม 2556 / 15:05
    พระเอกที่สุด ขอให้ไปทันนะ ริเวอร์
    #394
    0