TWINS ( yaoi - rewrite)

  • 98% Rating

  • 11 Vote(s)

  • 51,663 Views

  • 1,179 Comments

  • 1,219 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    107

    Overall
    51,663

ตอนที่ 12 : การแก้แค้นของแมลงเม่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3332
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    17 ก.ย. 56

สวัสดีครับหลวงพ่อโดมินิก หลวงพ่อธอร์สัน 

มาร์คค้อมศีรษะทักทาย เมื่อเข้าไปยังห้องทำงานของหลวงพ่อโดมินิก ซึ่งอยู่ค่อนไปทางด้านหลังของตัวโบสถ์ที่เขามาเป็นประจำ 

ชายสูงวัยทั้งสองหันมาทางมาร์ค หลวงพ่อธอร์สันยิ้มเล็กน้อยก่อนจะพูด พ่อดีใจที่ได้เจอลูกอีกครั้ง หลังจากที่ลูกไปเยี่ยมถึงที่โบสถ์ของพ่อคราวนั้น การเรียนปีสุดท้ายในมหาวิทยาลัยคงยุ่งมากสินะ

ก็ไม่มากหรอกครับมาร์คตอบอย่างสุภาพ วันนี้เขาถูกหลวงพ่อโดมินิกเรียกให้แวะมาที่โบสถ์ เพื่อมาทักทายหลวงพ่อธอร์สันจากโบสถ์ในนิวแฮเวน ที่เขาเคยพาลีโอกับเอ็ดการ์ไปขอคำปรึกษาเมื่อหลายวันก่อน หลวงพ่อคงสบายดีนะครับ

ก็ไม่มากไม่น้อยไปกว่าที่เคยเป็นหลวงพ่อธอร์สันยิ้มอบอุ่น

ถึงจะยุ่ง แต่เขาก็ไม่เคยปฎิเสธเมื่อทางโบสถ์ต้องการเวลาจากเขา หลวงพ่อโดมินิกเสริมขึ้น ดวงตาฉายแววเมตตาเอ็นดูเมื่อมองไปที่มาร์ค เป็นคาทอลิกที่ดี  และพร้อมเสมอสำหรับการอุทิศตัวให้ศาสนา

มาร์คยิ้มบางๆ เขาเหลือบมองไปบนโต๊ะทำงานของหลวงพ่อโดมินิกโดยไม่ตั้งใจ มาร์คแปลกใจเล็กน้อย เมื่อเห็นหีบใบหนึ่งวางอยู่บนนั้น ฝาหีบยังเปิดอ้า ทำให้มองเห็นดาบเล่มหนึ่งที่วางอยู่บนผ้าบุกำมะหยี่  ตัวดาบยาวราว 3 ฟุต ด้ามจับเป็นสีเงินด้านประดับพลอยแบบโบราณ

ดาบที่ถูกกล่าวอ้างเป็นส่วนหนึ่งของรูปปั้นทูตสวรรค์ยูริเอล ที่สูญหายไปจากโบสถ์เก่าแก่ทางตอนใต้ของอิตาลีตั้งแต่เมื่อ 50 ปีก่อน แต่กลับมาโผล่ในอเมริกาเอาตอนนี้หลวงพ่อโดมินิกอธิบาย  ยังรอการพิสูจน์ว่าเป็นของแท้หรือเปล่า และพ่อต้องส่งมอบให้สำนักวาติกันโดยเร็วที่สุด

มาร์คผงกศีรษะเล็กน้อย ทูตสวรรค์ยูริเอลคือเทพที่ชาวคริสต์ถือว่าเป็นผู้ปกป้องบัลลังก์แห่งพระเจ้า และนำทางสาวกผู้หลงผิดกลับคืนสู่แสงสว่าง  ถ้าดาบเล่มนี้เป็นสมบัติของโบสถ์เก่าแก่ตามที่ถูกกล่าวอ้าง ก็นับว่าเป็นศาสนวัตถุที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง แต่มาร์ครู้สึกตะหงิดๆ  ว่าคงไม่ใช่เรื่องดาบหรอก ที่หลวงพ่อโดมินิกเรียกเขาให้เข้ามา

หลวงพ่อโดมินิกปิดฝาหีบลง ก่อนจะนำไปเก็บในตู้ขนาดใหญ่ทางด้านหลังและล็อคไว้ด้วยกุญแจทองเหลือง ก่อนจะพูดกับมาร์คด้วยเสียงนุ่มนวล ระหว่างที่พ่อร่างจดหมายชี้แจง ลูกจะช่วยพาหลวงพ่อธอร์สันไปชมหอสมุดของเราที่เพิ่งบูรณะใหม่เมื่อเดือนก่อนได้ไหม

ครับมาร์ครับคำ

ทั้งคู่ออกมาจากห้องทำงานของหลวงพ่อโดมินิก และเดินออกมาสู่โถงกว้าง มาร์คผายมือไปทางด้านหนึ่ง หอสมุดอยู่ทางฟากนั้นครับ ทางโบสถ์เพิ่งจะบูรณะใหม่และจัดหมวดหมู่ของหนังสือให้ชัดเจนและง่ายต่อการค้นหา

มาร์ค พ่อไม่ได้อยากชมหอสมุด

มาร์คชะงัก เขามองหลวงพ่อธอร์สันด้วยสีหน้าไม่แน่ใจ

หลวงพ่อธอร์สันระบายลมหายใจช้าๆ พ่ออยากคุยถึงเรื่องเด็กหนุ่มที่ชื่อลีโอคนนั้น ตอนนี้เขาเป็นยังไงบ้าง

มาร์คไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหนดี  เขาก็... ไม่ค่อยสบายนักครับหลวงพ่อ

หลวงพ่อธอร์สันพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม ถึงมาร์คจะไม่ได้อธิบายอะไร แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะเข้าใจดี หลวงพ่อธอร์สันสบตามาร์คตรงๆ เครายาวๆและดวงตาสีน้ำตาลนั้นทำให้หลวงพ่อธอร์สันดูเป็นชายแก่ใจดี  แต่น่าแปลกที่มาร์คกลับมองเห็นความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ได้ชัดเจนกว่า     เป็นไปได้ไหม ที่เด็กคนนั้นจะยอมให้พ่อทำพิธีไล่ผีตามแบบคาทอลิกให้

หลวงพ่อคิดว่าจำเป็นเหรอครับ

ลูกต่างหากที่รู้ดี ว่าจำเป็นไหม

มาร์คนิ่ง เรื่องราวชวนสลดใจและสะเทือนขวัญในงานประกวดไวโอลินนานาชาติเพิ่งจะเกิดขึ้นสดๆร้อนๆ ที่ถึงแม้แนวทางของตำรวจจะมุ่งไปทางอุบัติเหตุท่อแก๊สรั่วจนเกิดระเบิดและความประมาทของฝ่ายสถานที่ก็ตาม   แต่มาร์คก็ไม่สามารถลืมสีหน้าและแววตาของลีโอในวันนั้นได้เลย

ผมจะพยายามเกลี้ยกล่อมเขา ถ้านั่นเป็นทางเลือกทางเดียวที่เรามี  มาร์คพูดหนักแน่น

เป็นทางเลือกทางเดียวของศาสนจักรคาทอลิก

คำพูดนั้นทำให้มาร์คเอะใจ เขาเหลือบมองหลวงพ่อธอร์สันอีกครั้ง

พ่อรู้ว่ามันน่าขำ ที่ตัวพ่อเองซึ่งเคยเป็นผู้ทำพิธีไล่ผีมาแล้วจะเป็นคนพูดแบบนี้ แต่มันเป็นความจริงที่พิธีการที่ว่านี้แทบจะไม่เป็นที่ยอมรับของสำนักวาติกันเลยด้วยซ้ำ และขั้นตอนก็แสนจะยุ่งยาก ต้องรอการอนุมัติจากโบสถ์ท้องถิ่น และพิจารณาอย่างถ้วนถี่ จนคนที่ถูกวิญญาณร้ายครอบงำแทบจะตายไปเองซะก่อน ในขณะที่ผู้คนที่มีความเชื่อแตกต่างจากเรา กลับมีวิธีที่จะจัดการกับเรื่องนี้ได้อย่างฉับไวกว่า

หลวงพ่อหมายถึง...สีหน้ามาร์คดูรังเกียจขึ้นมาทันที  พวกที่ใช้มนตร์ดำ อย่างที่อ้างตัวเป็นพ่อมดหมอผี และใช้เลือดสัตว์หรือไฟในการทำพิธีน่ะเหรอครับ

มีมากกว่านั้นด้วยซ้ำหลวงพ่อธอร์สันยกมือขึ้นมาปราม เมื่อเห็นว่ามาร์คดูตกใจ พ่อไม่ได้หมายถึงตัวพ่อเอง พ่อเป็นนักบวชในคริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิก พ่อย่อมดำเนินตามแบบของคาทอลิกอย่างเคร่งครัด แต่พ่อก็มีมิตรสหายในต่างประเทศบางคนที่ศึกษาถึงเรื่องราวทำนองนี้อย่างจริงจัง และมันน่าสนใจมาก ในเวลาที่เราได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน

ฟังดูน่าขนลุกนะครับมาร์คส่ายหน้าช้าๆ

นั่นเพราะมันแตกต่างจากวิธีของเราหลวงพ่อธอร์สันยิ้มน้อยๆ บางที่มีความเชื่อว่าการจะดึงใครสักคนขึ้นมาจากนรก มันก็จำเป็นที่จะต้องพาตัวเข้าไปใกล้สิ่งนั้น  ในขณะที่ฝั่งเราเชื่อในจิตศรัทธา ว่าเมื่อมนุษย์ผู้นั้นมีความปรารถนาอย่างแท้จริงที่จะกลับสู่ความดีงาม ปีศาจร้ายจะพ่ายแพ้ไปเองในที่สุด

แต่ถึงยังไง หลวงพ่อก็คิดว่าวิธีของเราย่อมดีที่สุดใช่มั้ยครับ

คำว่าดีที่สุดนั้นไม่มีหรอก มีแต่คำว่าเหมาะสมที่สุดหลวงพ่อธอร์สันถอนหายใจยาว หากเด็กหนุ่มคนนั้นมีศรัทธาอย่างหนักแน่นต่อพระผู้เป็นเจ้า เหมือนที่พ่อและลูกมี หากเขามีความละอายและเสียใจอย่างแท้จริงในสิ่งที่ได้ทำลงไปเมื่อถูกปีศาจร้ายครอบงำ  พ่อเชื่อว่าพิธีไล่ผีแบบคาทอลิกย่อมเหมาะสมกับเขามากที่สุด

ผมจะเกลี้ยกล่อมลีโอให้ได้

หลวงพ่อธอร์สันแตะไหล่มาร์คอย่างให้กำลังใจ ความศรัทธาและความรู้สึกผิดต่อบาป จะชักนำให้เขายื่นมือออกมาหาเรา

.....และในช่วงบ่ายของวันนั้นเอง

มาร์คก้าวไปตามทางเดินในเซ็นทรัลพาร์ค ที่ตอนนี้เป็นสีส้มประปรายจากใบไม้ที่แห้งและร่วงหล่น เขาหยุดลงตรงม้านั่งยาวริมบึงน้ำใสเย็น ที่คงจะเปลี่ยนเป็นน้ำแข็งในอีกสองเดือนข้างหน้า

อยู่นี่เอง  มาร์คนั่งลงอย่างถือวิสาสะ  ข้างๆเขาคือลีโอที่เอนตัวกึ่งนั่งกึ่งนอนเหมือนกำลังงีบหลับ โดยมีหมวกแก๊ปสีซีดที่ดึงรั้งลงมาปิดช่วงบนของใบหน้าไว้เกินครึ่ง แม่ฉันบอกว่าเห็นนายเดินออกมาทางฝั่งพาร์ค

บอกแค่นั้นยังตามมาถูกอีกลีโอขยับหมวกแก๊ปออก เขาหรี่ตาสีน้ำเงินเข้มมองดูมาร์ค  เซ็นทรัลพาร์คกว้างตั้งแปดร้อยเอเคอร์ นี่ยังไม่ได้นับที่ฉันกำลังพรางตัวเป็นคนจรจัดอยู่ด้วยนะ

มาร์คอมยิ้ม แสงแดดอ่อนๆอาบไล้ไรขนตรงท่อนแขนของลีโอเป็นสีทองจางๆ ทำไมเขาจะจำไม่ได้ ว่าหนูน้อยฝาแฝดชอบมานั่งริมบึงในพาร์คเวลาอารมณ์เสีย คนหนึ่งจะได้แอบปาหินก้อนเล็กๆใส่ฝูงเป็ดเวลาที่ผู้ใหญ่เผลอ ...แม่นเป็นพิเศษเมื่อเล็งตรงหัว  ในขณะที่อีกคนจะไปเตร่หาเรื่องพวกคนไร้บ้าน เป็นการระบายความเครียดตามสไตล์แฝดนรก แวน ดีสเทน  

พวกคนจรจัดไม่ค่อยใส่เสื้อแบรนด์อะเบอครอมบีแอนด์ฟิตช์หรอก แถมนายยังหล่อเกินไปด้วย

ฉลาดมากที่พูดแบบนี้ตรงนี้ลีโอกระตุกยิ้มมุมปาก คราวหน้าพูดในห้องนอนนะ

มาร์คเอื้อมมือไปดึงหมวกแก๊ปของลีโอมาถือไว้ เมื่อเห็นฝ่ายนั้นทำท่าจะดึงปีกหมวกลงเพื่อยุติการสนทนา  ลีโอถอนหายใจ ก่อนจะปิดเปลือกตาลงเฉยๆ

มาร์คพิจารณาขนตายาวหนาของอีกฝ่าย และพูดขึ้น ยังคิดมากเรื่องนั้นอยู่สินะ

เรื่องไหน?”

เรื่องงานประกวดไวโอลิน

ลีโอถอนหายใจอีกรอบ ไม่ครับ ด็อกเตอร์ฟิล

(หมายเหตุ : ด็อกเตอร์ฟิล แม็คกรอว์ เป็นจิตแพทย์ชื่อดังในอเมริกา)

รู้อะไรมั้ยลีโอเสียงของมาร์คจริงจังขึ้น ฉันไม่ได้มาอยู่ข้างๆนาย เพื่อมองดูนายเผชิญกับความทุกข์และแบกรับปัญหาตามลำพังแบบที่นายกำลังทำอยู่นี่

นายจะช่วยอะไรได้

ถ้าฉันช่วยไม่ได้ ฉันจะหาคนที่ช่วยได้

แบบหลวงพ่อธอร์สันนั่นอีกน่ะเหรอลีโอแค่นเสียง  ขอเถอะมาร์ค ฉันขอตายแบบปัจจุบันทันด่วน ดีกว่าทรมานทุกวันๆแล้วค่อยตาย

แล้ววันนี้นายไม่ได้ทรมานอยู่รึไง

ลีโอลืมตาขึ้น เขานึกถึงเอ็ดการ์ สายตาที่เอ็ดการ์มองเขาในวันนั้นยังทำเขาเจ็บแปลบในอกอยู่เลย...

ลีโอ ฉันรู้ว่าเรื่องนี้มันไม่ง่าย และรับประกันไม่ได้ด้วยว่าเรากับปีศาจนั่น ใครจะเป็นฝ่ายล่าถอยก่อน แต่ที่จริงแล้ว ไม่ใช่นายคนเดียวที่เสี่ยง หลวงพ่อธอร์สันก็ต้องเสี่ยงด้วยเหมือนกัน ปีศาจร้ายจะทำทุกทางเพื่อทรมานพวกเราทั้งหมด แต่ฉันอยากให้นายเชื่อใจฉัน  ฉันสัญญา ถ้านายพูดว่าพอ  ฉันจะขอให้หลวงพ่อธอร์สันหยุดทุกอย่างทันที ไม่ว่าท่านจะมีความเห็นว่ายังไง

ลีโอไม่ตอบ เขาเหม่อมองฝูงเป็ดที่ลอยตัวอยู่ในบึง และบอกตรงๆ เขาว่าหัวพวกมันน่ารำคาญ ถ้าเด็ดหัวออกให้หมดจะดูดีกว่านี้

ลีโอ...มาร์คยังพยายามเกลี้ยกล่อมอย่างอดทน ความรู้สึกผิดมีแต่จะกัดกร่อน   มันจะทำลายนายจากข้างใน จนกว่านายจะทนไม่ไหว ฉันรู้ว่าการเผชิญความจริงมันเจ็บปวด  แต่การที่นายเก็บความเสียใจโดยไม่ทำอะไร  ก็ไม่ได้ทำให้เด็กเคราะห์ร้ายพวกนั้น  ...เอ่อ กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีก

มาร์คดูอึดอัดใจ  นักไวโอลินอีก 4 คน ที่อยู่ร่วมในเหตุการณ์วันนั้น ในตอนนี้ยังคงนอนโคม่าอยู่ที่โรงพยาบาล  ฟังนะ ฉันรู้ว่านายรู้สึกแย่กับสิ่งที่เกิดขึ้น นายเสียใจที่มันกลายเป็นแบบนั้น แต่ตอนนั้นนายไม่เป็นตัวของตัวเอง นายถูกครอบงำด้วยอำนาจปีศาจ และไม่ได้ตั้งใจจะ..

ไม่... มาร์ค นายเข้าใจผิดลีโอขัดขึ้น

หือ...?” มาร์คมองอย่างงุนงง

เรื่องรู้สึกแย่ กับเสียใจ

หมายความว่ายังไง นายต้องเสียใจอยู่แล้วสิ หลังจากที่ทำมันลงไปแบบนั้น

หลังจากที่ทำลงไปงั้นเหรอ ...ก็อาจจะ  ลีโอพยักหน้าเคร่งขรึม แต่ไม่ใช่ตอนกำลังทำ เพราะตอนที่มันกำลังเกิดขึ้น ฉันไม่ได้ทรมาน ฉันถูกชักจูงก็ใช่ แต่ไม่ได้รู้สึกแย่  และอันที่จริงแล้ว ฉันรู้สึก...

ลีโอหันไปหามาร์ค ดวงตาเขาเป็นสีน้ำเงินกระจ่าง “...อิสระ

มาร์คตกตะลึง

และถ้านายจะพูดว่าเป็นเพราะฉันถูกครอบงำ มันก็เป็นการครอบงำที่เต็มไปด้วยความเป็นตัวของตัวเองอย่างบอกไม่ถูก ฉันรับรู้ทุกความเจ็บปวดของพวกนั้น แต่แทนที่จะหยุด ฉันกลับคิดว่าสมควรแล้ว คนเรามักต้องเก็บกดความรู้สึกบางอย่างที่มีต่อคนอื่น เพราะมันไม่ควร แต่ในนาทีนั้น มันคือการซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเองอย่างที่สุด ไม่มีการฉุดรั้ง ไม่มีอะไรทั้งนั้นที่จะมาขัดขวาง และมันคือการปลดปล่อยอย่างแท้จริง”

มาร์คมองลีโอตาค้าง เขาพูดอะไรไม่ออก

ใช่ มาร์ค มันเลวร้ายลีโอพยักหน้า แต่ที่จริงแล้ว ลึกๆลงไปในตัวตนข้างที่ไม่รู้สึกผิดชอบชั่วดี ฉันคงพึงพอใจที่ได้ทำมัน

มาร์คเบนสายตากลับมา เขามองผืนหญ้าที่อยู่ตรงหน้าเหมือนมันเป็นอะไรสักอย่างที่เขาเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกในชีวิต  มาร์คเงียบไปชั่วอึดใจ และในที่สุดเขาก็พูดขึ้น ลีโอ นายจะช่วยย้ายกลับไปอยู่ที่บ้านตัวเองก่อนสักพักได้มั้ย

ลีโอชะงัก เขากระพริบตาเหมือนไม่แน่ใจในสิ่งที่ได้ยิน ก่อนที่แววตาจะเปลี่ยนเป็นแข็งกระด้าง ลีโอยิ้มขื่นๆ  คราวนี้ก็เป็นตานายแล้วสินะ ...โอเค

ลีโอ มันไม่ใช่แบบนั้น

พอเถอะมาร์คลีโอยกมือข้างหนึ่งขึ้น ไม่มีคนสติดีที่ไหนอยากอยู่ร่วมกับครึ่งคนครึ่งปีศาจหรอก ฉันเข้าใจ

มาร์คลุกขึ้นยืน เขาไม่พยายามแก้ไขคำพูดของลีโอด้วยซ้ำ  ในหัวของมาร์คมีแต่เรื่องอื่น  ...เรื่องที่เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะต้องนึกถึงมัน 

มาร์คหันไปหาลีโอ และวางมือลงบนไหล่หนา เสียงเขาห้วนและมั่นคง ลีโอ นายต้องกลับไปอยู่กับฟิโอน่ากับเอ็ดการ์ ให้พวกเขาดูแลนาย แยกห้องกับเอ็ดการ์ซะ และอยู่ใกล้ฟิโอน่าเอาไว้ ฉันจำเป็นต้องไปที่อื่นสักพัก คงแค่วันหรือสองวัน แต่อาจนานกว่านั้นถ้าจำเป็น

ลีโออ้าปากจะพูด แต่แล้วกลับค้างอยู่แค่นั้น เมื่อมาร์คก้มตัวลง และจูบตรงกระหม่อมของเขา

รอฉันนะลีโอ

มาร์คเดินออกมาจากตรงนั้น  และเมื่อไกลพอที่ลีโอจะไม่ได้ยิน  มาร์คก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา

ผมมาร์คครับหลวงพ่อธอร์สัน ถ้าไม่เป็นการรบกวนเกินไป ผมอยากทราบที่อยู่ของ มิตรสหายในต่างประเทศ คนที่หลวงพ่อพูดถึง


......

...ให้ตายเถอะ

มันจะต้องเป็นแบบนี้ไปอีกนานมั้ย?

ผมจ้ำไปตามถนนไนท์สตรีท  ในขณะที่ท้องฟ้าเป็นสีเทาหม่นอึมครึม นี่ก็ปาเข้าไปวันที่สามแล้วนับจากวันที่มาร์คไม่อยู่ และลีโอก็ไม่ยอมกลับบ้าน  เขาขอย้ายไปอยู่ตามลำพังที่อพาร์ทเม้นท์อีกแห่งของลุงบรูซตรงถนนฟิฟต์อเวนิว ห่างจากอพาร์ทเม้นท์เดิมออกไปหลายช่วงตึก  

ลีโอให้เหตุผลว่าไม่สะดวก ไม่เป็นส่วนตัว อยากมีสมาธิฝึกไวโอลินมากๆ จะได้พร้อมสำหรับการออดิชั่นเข้าจูลเลียร์ดสคูลออฟมิวสิคอันลือชื่อ

โกหกทั้งเพ...

เพราะสิ่งเดียวในโลกที่ลีโอต้องการก็คืออยู่ให้ห่างจากผมเข้าไว้ จะได้กันผมออกจากอะไรๆที่เขาคิดว่าตัวเองจะทำ ทั้งๆที่ไอ้อันที่เลวร้ายที่สุดจากทุกอย่างที่เขาเคยทำลงไป มันมีต้นเหตุมาจากผมแท้ๆ  แค่เขาไม่เคยรู้ 

ความอดทนของคนเราไม่เท่ากัน ขีดจำกัดของคนก็ไม่เท่าด้วยเหมือนกัน  ลีโออาจทนไหวที่ไม่ต้องอยู่กับผม  แต่สำหรับผมมันไม่ใช่ มันเหมือนผ่าหัวใจผมออกเป็นสองส่วน โยนลงพื้นแล้วกระทืบให้แหลก และเอาส่วนที่เหลือยัดกลับเข้าที่เดิม ตอนนี้ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าน้องชายตัวเองเป็นยังไง ผมเห็นเขามาโรงเรียน นั่งห่างจากผมคนละมุมห้อง เหมือนกลัวว่าถ้าใกล้กว่านี้แล้วกลิ่นของผมจะลอยตามลมไปแตะจมูกเขา

ลีโอทำตัวแปลกขึ้นทุกที  เขาดูนิ่งและขรึมกว่าเดิม สวนทางอย่างสิ้นเชิงกับความแซ่บแบบดิบเถื่อนที่ทยอยปรากฏบนร่างเขา  มันเริ่มจากห่วงเล็กๆอันแรกตรงริมฝีปากล่าง ที่ผมเห็นในวันที่เขาไปประกวดไวโอลิน  จากนั้นทั้งหมุดและห่วงก็พากันเดินขบวนพาเหรดมาอาศัยอยู่บนร่างลีโอ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้มันไม่ใช่แนวของเขาเลย

ตอนนี้ลีโอไม่ได้ดูเหมือนหนุ่มนักดนตรีคลาสสิคแล้ว แต่กลายเป็นแบดบอยร้อนฉ่า ที่มีหมุดตรงหางคิ้ว ใต้ริมฝีปาก และเรียงเป็นตับทั้งหมุดและห่วงอยู่ตรงใบหู  อาจมีอย่างน้อยอีกอันสองอันอยู่ใต้เสื้อด้วย  แถมยังมีไอ้บ้าที่ไหนสักคนปล่อยข่าวว่าเห็นเขาเจาะมันด้วยตัวเองในห้องน้ำโรงยิม  ...บ้าไปแล้ว

ผมไม่โทษลีโอหรอก ที่ทำตัวเหมือนสติแตก  เพราะถ้าเป็นผมบ้างที่ย่างสดมนุษย์ 4 คนในงานแข่งไวโอลิน  ผมอาจถึงขั้นอยากแทงทะลุมือตัวเองเลยก็ได้  และทุกอย่างนี้ มันก็มาจากสัญญานรกเวรนั่นฉบับเดียว!

ไล่หมา อย่าให้จนตรอก...

คำพูดนี้จริงซะยิ่งกว่าจริง ลูซิเฟอร์ไล่ต้อนผมมาจนถึงจุดนั้นแล้ว  เขาผลักสิ่งสำคัญในชีวิตผมให้ไกลห่างออกไปจนสุดเอื้อม ทรมานคนที่ผมรักที่สุดต่อหน้าต่อตาผมอย่างเลือดเย็น ผลักผมเข้าสู่มุมอับ และกำลังตามเข้ามาขยี้ให้จมดิน

ก่อนหน้านี้ผมมันบ้า ทั้งโง่ทั้งบ้า ที่ไม่ได้เตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับหัวหน้าปีศาจที่พกความชั่วมาเต็มพิกัด ผมประมาทความเลวของคน เพราะลืมไปว่าเขาไม่ใช่คน แต่เป็นเทวดาตกสวรรค์ที่กลายมาเป็นหัวหน้าแดนนรก

ลูซิเฟอร์ ...ลูซเซอร์  ...ไอ้ขี้แพ้

ผมอยากมีโอกาสเป็นคนฝังคมหอกลงในอกเขา เหมือนกับที่อัครเทวทูตมิคาเอลเคยทำ  ก่อนหน้านี้ผมมัวแต่งมโข่งกับการเล่นตามเกมของเขา เพราะคิดว่านั่นคือหนทางที่ดีที่สุด  แต่ตอนนี้ผมถึงขีดจำกัดแล้ว หมดเวลาสำหรับความตื่นกลัว  นาทีนี้ผมต้องการสู้กลับ และสู้อย่างหมาจนตรอกด้วย

และจะบอกอะไรให้อีกอย่าง  การสู้กับคนชั่ว ที่ชั่วโดยสันดานนั้นไม่จำเป็นต้องขาวสะอาด และสิ่งที่ผมต้องทำในตอนนี้ก็คือหาวิธีนั่นให้เจอ

ผมมาหยุดยืนอยู่อยู่ตรงหน้าร้านหนังสือเก่า The miracle ที่ผมเคยมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ผมผลักบานประตู ข้ามจากความจอแจด้านนอก เข้าไปสู่อีกโลกที่เต็มไปด้วยความสงบและมนต์ขลังแห่งตัวอักษร

ที่นี่ยังคงมีลักษณะเฉพาะตัวเหมือนที่เคย กลิ่นหอมรื่นของเครื่องหอมผสมปนเปกับกลิ่นหนังสือเก่า แสงวอมแวมจากโคมไฟที่ให้ความสว่างเป็นจุดๆอย่างพอเหมาะ และหนังสือมากมายเรียงรายอยู่เต็มผนังทุกด้าน ผมแปลกใจเมื่อเห็นข้าวของแปลกๆที่อยู่บนชั้นวางหลังเคาน์เตอร์ไม้ตัวใหญ่ ซึ่งก่อนหน้านี้ผมคิดว่าผมไม่เคยเห็นมัน

ชายแก่คนเดิมนั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ เขากำลังส่องดูแหวนวงหนึ่งใต้แสงจากแท่งเทียนโดยใช้แว่นขยาย   

อ้อ.. เธอนั่นเอง เขาพูดเหมือนรู้อยู่แล้วว่าผมจะต้องมาที่นี่อีก

เอ่อ..ผมอดไม่ได้ที่จะกวาดตามองของที่อยู่บนชั้นวาง ก่อนหน้านี้ผมไม่สังเกตเห็นมันได้ยังไง เพราะมันพิลึกกึกกือจนไม่น่าใช่ของตกแต่งร้าน  กิ่งไม้หงิกๆ  คนโฑแตกบิ่น หน้าไม้ สร้อยโลหะเก่าคร่ำคร่า ตุ๊กตาที่มองยังไงๆก็ดูเหมือนมีผีสิง ผมไม่ยักรู้ว่าที่นี่ขายอย่างอื่นด้วยนอกจากหนังสือ

เธอไม่เห็น ไม่ได้แปลว่ามันไม่มีอยู่ ของบางอย่างจะปรากฏ ก็เมื่อมีคนต้องการ

ใครก็ตามที่เอาสร้อยนั่นไปห้อยคอ  แปลว่าต้องการตายด้วยโรคบาดทะยักสินะ...

สร้างสรรค์ดีครับผมยิ้ม

อยากได้อะไร?”

หนังสือครับ” ...ไม่ใช่มีดบิ่นๆ กับหน้ากากพิลึกๆที่แขวนอยู่ด้านหลังนั่นแน่นอน ผมอ่านสองเล่มที่ซื้อไปคราวก่อนจบแล้ว ตอนนี้ก็เลยอยากซื้อเล่มใหม่ อยากได้แบบที่เก่าๆขลังๆ

เกี่ยวกับอะไร

วีธีฆ่าปีศาจ

เขาชะงักและมองลอดแว่นมาที่ผม

ไม่ใช่ปีศาจแบบพวกแวมไพร์ มนุษย์หมาป่า อะไรเทือกนั้นนะผมขยายความ แต่เป็นปีศาจที่เฉพาะเจาะจงว่ามาจากนรก

ผมยกมือที่ชูนิ้วชี้กับนิ้วกลางงอๆขึ้นกำกับตรงข้างศีรษะ เพื่อเน้นย้ำคำว่า จากนรก

เขาสวมแหวนเข้าที่นิ้วก้อย และมองมาที่ผมแบบประเมินค่า ก่อนจะส่ายหน้าและถอนใจยาว

ไม่มีเหรอครับผมใจแป้ว

เขาตวัดสายตามองผมอย่างไม่พอใจ เหมือนผมไปหมิ่นเกียรติเขา ก่อนจะตอบอย่างปั้นปึ่งเย็นชา  มี

งั้นผมขอดูหน่อย

เขายืดตัวตรงและจ้องตาผมเขม็ง ขณะที่เค้นออกมาทีละคำ สิบ นา ที

ร่างผอมสูงเดินขึ้นบันไดวนหายขึ้นไปชั้นบน  ผมว่าเขาดูคล่องแคล่วเกินชายชราที่มีผมหงอกทั้งหัวแบบนี้  ชั่วอึดใจ เขาก็กลับลงมาพร้อมกับหนังสือเล่มหนึ่ง

เวทย์มนต์โบราณและวัตถุแห่งพลังอำนาจ  เป็นหนังสือเก่าแก่ที่ตอนนี้คงหาแทบไม่ได้แล้ว  เขาวางมันลงบนเคาน์เตอร์และค่อยๆเปิดอย่างทนุถนอม มันรวบรวมวิธีการและสิ่งของหลายอย่าง ที่เชื่อว่ามีพลังอำนาจลึกลับแฝงอยู่ในนั้น มันมีทั้งในแง่บวก อย่างการรักษาโรค และในแง่ลบอย่างการสาปแช่งหรือการทำเสน่ห์  ในยุคกลาง ผู้ที่ครอบครองหนังสือแบบเดียวกันนี้จะถูกตัดสินว่าเป็นแม่มดและเผาทั้งเป็น

ผมมองอย่างสนใจ หนังสือเล่มนี้มีทั้งภาพและตัวอักษร มันดูน่าทึ่งและชวนขนลุก

เธออ่านภาษาละตินได้ไหมเขาถาม

ผมส่ายหน้า

เขายิ้มเหมือนรู้อยู่แล้วว่าผมต้องตอบแบบนี้ อ่านได้ก็ใช่ว่าจะเข้าใจ มันมีคำโบราณเยอะมาก งั้นเราข้ามเรื่องคำสวดและการลงอักขระในสัญลักษณ์พิธีไปเลยก็แล้วกัน  เพราะถึงยังไงเธอก็ไม่รู้เรื่อง

ผมกลอกตา ปล่อยให้เขาพึงพอใจที่ได้ถากถางความโง่ของผม  และมองดูเขาเปิดหนังสือทีละหน้าอย่างอดทน เขาอืออาในลำคอเบาๆ เมื่อเปิดมาถึงกลางเล่ม

นี่น่าจะใกล้เคียงสิ่งที่เธอมองหาเขาหันหนังสือมาทางฝั่งผม เหรียญมนตรา

มันป็นภาพเหรียญทรงกลมแบบเบี้ยวๆ และมีอักษรที่ผมไม่รู้จักอยู่ทั้งสองด้านของเหรียญ  มันทำอะไรได้บ้าง

ตรึงปีศาจเขาตอบ เป็นเหรียญโบราณที่หายสาบสูญเมื่อหลายร้อยปีมาแล้ว เชื่อกันว่ามันสามารถสะกดปีศาจ ทั้งร่างมันเองจริงๆหรือร่างที่มันสิงสู่ ให้หยุดนิ่งและไม่สามารถใช้อำนาจได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง โดยการใส่เหรียญนี่ไว้ในปากของมัน

...สาบสูญไปเป็นร้อยๆปีแล้ว ...เยี่ยม ผมว่าจะหาซื้อในร้านทิฟฟานี่อยู่แล้วเชียว

มีอย่างอื่นอีกมั้ยผมถามอย่างเซ็งๆ

เขาเปิดผ่านไปอีก 2-3 หน้า  ผมรีบเอามือคั่นเมื่อเห็นอะไรบางอย่างที่น่าสนใจ มันเป็นรูปมีดเล่มหนึ่ง ที่มีภาพประกอบข้างๆเป็นการแทงเข้าไปในอกของอสุรกาย  นั่นอะไร

เขาฮึดฮัดเล็กน้อย และตอบเสียงขุ่น กริชหินเกลือ ใช้แทงตรงๆลงที่หัวใจของปีศาจ มันให้ผลชะงัดมาก ปีศาจจะเหมือนตาย

เหมือนตาย?” 

เธอฆ่าปีศาจจริงๆไม่ได้ ปีศาจไม่ใช่สิ่งมีชีวิต แต่เป็นดวงจิตที่เต็มไปด้วยความชั่วร้าย เธอทำลายได้เฉพาะดวงจิตที่มีพลังแค่เล็กน้อย  อย่างพวกวิญญาณอาฆาต หรือสัตว์ปีศาจ แต่ไม่ใช่ปีศาจที่มีพลังอำนาจมากๆ

ฆ่าไม่ได้!” ผมโวยเสียงหลง แล้วเราจะแทงมันทำไม!?”

แทงให้มันเหมือนตายไปชั่วครู่   และผนึกมันไว้...”    เขาพลิกไปยังหน้าต่อไปพร้อมกับรอยยิ้มมีเลศนัย    “...ในนี้

ผมมองภาพแหวนวงหนึ่ง ที่มีอักขระแปลกตาอยู่รอบตัวแหวน ผมเงยหน้ามองเขา มันคือ...

แหวนผนึกวิญญาณ  มันสามารถกักเก็บดวงจิตชั่วร้ายไว้ในนี้ได้เป็นพันๆปี หรือจนกว่าจะมีผู้มาเปิดผนึก

ทำยังไง

ร่ายมนต์สะกดวิญญาณ เธอเห็นนี่ไหม เขาชี้ที่ตัวอักษรใต้ภาพที่มีความยาวหนึ่งบรรทัด มันคือถ้อยคำสรรเสริญพระเจ้า และขอประทานอำนาจของพระองค์เพื่อผนึกดวงจิตอันชั่วร้าย

มันอ่านว่ายังไง

เขาเอ่ยถ้อยคำแปลกหูที่ผมไม่รู้สึกว่ามันใกล้เคียงภาษาใดในโลก  ผมบันทึกมันไว้ในสมองอย่างรวดเร็ว สมองส่วนที่เลือกจดจำเฉพาะสิ่งที่ต้องการจะจำ และมันไม่เคยถูกเอามาใช้ประโยชน์ในห้องเรียน

แต่อันที่จริงแล้ว ของพวกนี้ไม่มีความจำเป็นเท่าไหร่เขาปิดหนังสือลง และเลื่อนกลับเข้าหาตัว มันเป็นขั้นกว่าของการต่อกรกับปีศาจที่มีความร้ายกาจเหนือปีศาจธรรมดา ซึ่งอันที่จริงแล้ว แค่ธาตุบริสุทธิ์อย่างเกลือ เหล็ก และน้ำมนต์หรือกางเขนศักดิ์สิทธิ์ ก็เพียงพอต่อการหยุดยั้งอำนาจของปีศาจได้แล้ว และเธอสามารถหาสิ่งเหล่านั้นได้ง่ายกว่า

ง่ายกว่าอะไร

ง่ายกว่าของที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้ไง มันไม่ใช่ของที่เธอจะไปเดินตามหาเอาได้ตามร้านขายของเก่าหรอกนะ

ใช่...ผมพยักหน้าเคร่งขรึม อย่างเช่นแหวนผนึกวิญญาณ

อืม

ที่อยู่บนนิ้วคุณ ผมชี้ไปยังมือเขาที่วางอยู่บนหนังสือ

เขาลดมือลงจากเคาน์เตอร์อย่างรวดเร็ว  และถลึงตาใส่ผม

ผมเหลือบมองบนชั้นวางด้านซ้าย มีกริชเล่มหนึ่งซึ่งมีสีขาวและมีผลึกเกาะคล้ายเกลือ หน้าตาเหมือนที่ผมเห็นในหนังสือเมื่อกี้นี้เปี๊ยบ ...และให้ตาย  ผมว่าผมเห็นเหรียญเบี้ยวๆนั่นแล้วด้วย ใจผมเต้นแรง ผมตั้งใจมาที่นี่เพื่อหาวิธีการต่อสู้จากผู้ทรงความรู้ แต่ไม่นึกเลยว่าจะได้อะไรที่มากกว่านั้นหลายเท่า

ที่นี่ไม่ใช่แค่ร้านหนังสือเก่าธรรมดาๆ แต่มันคือคลังแสงเก็บอาวุธปราบปีศาจชัดๆ!

ผมขอซื้อเสียงผมสั่นเล็กน้อยอย่างตื่นเต้น ทั้งหนังสือเล่มนั้น กริชบนชั้นวาง เหรียญที่คุณเพิ่งแอบหย่อนลงในลิ้นชักเมื่อกี้นี้ และก็แหวนนั่นด้วย

ไม่ขายเขาปฏิเสธเสียงห้วน เธอขอดูฉันก็ให้ดู ไม่ได้บอกสักคำว่าจะขายให้

ผมกัดฟันกรอด สมองปวดจี้ดขึ้นมาทันใด

คุณจะโก่งราคาใช่มั้ย?” ผมหยิบกระเป๋าสตางค์และดึงบัตรเครดิตออกมาตบลงบนโต๊ะ ผมจะจ่าย เท่าไหร่ก็บอกมาเลย

พ่อหนุ่ม ของพวกนี้ไม่เหมาะกับเธอ มันไม่ใช่ของเล่น มันเต็มไปด้วยมนต์ขลังและอำนาจลึกลับ มันอันตราย

ผมหลับตาลง สะกดอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน

...ไม่อยากทำอย่างนี้เลย

ผมลืมตาขึ้น ขยับตัวอย่างรวดเร็วกระโจนขึ้นไปอยู่บนเคาน์เตอร์ ชายแก่เจ้าของร้านผงะถอยอย่างตกใจ ผมกระโดดลงไปยืนบนพื้น และพุ่งไปคว้ากริชหินเกลือจากชั้นวางอย่างว่องไว

ดวงตาของเจ้าของร้านแทบจะถลนออกจากเบ้า เขาขยับเข้ามา  เฮ้! ไอ้หนุ่ม นี่มันเป็นการ...

ยืม  ผมต่อคำให้ ก่อนจะดึงมีดพับออกมากระเป๋าหลัง  และกดปุ่มให้ใบมีดเด้งออกมาด้านหน้า เจ้าของร้านหยุดกึกทันที ผมแกว่งมีดข่มขู่ ถอยไป!

ชายชราชูมือขึ้นทั้งสองข้าง เขาก้าวถอยหลังไปสามก้าว ผมหย่อนกริชหินเกลือลงไปในกระเป๋าเป้  และคว้าหนังสือใส่ตามลงไป

ไอ้หนู เธอทำแบบนี้ไม่ได้ เจ้าของร้านพูดขึ้นเมื่อเห็นผมเปิดลิ้นชัก

แบบไหนไม่ได้ หมายถึงใช้มีดน่ะเหรอ ผมสะบัดมีดให้หมุนติ้วเป็นวงอยู่บนฝ่ามือ ก่อนจะจับไว้มั่นอีกครั้ง  ถนัดที่สุดเลยแหละ

ผมหยิบเหรียญมนตราออกมาจากในลิ้นชัก อดไม่ได้ที่จะเหลือบมอง มันเป็นเหรียญที่เล็กมาก ขนาดใหญ่กว่าปลายนิ้วก้อยนิดเดียว น่าจะทำจากเหล็ก ผมใส่มันลงในช่องเล็กของกระเป๋า ก่อนจะหันไปหาเจ้าของร้าน ผมขยับปลายมีดสั่ง

ถอดแหวนนั่นซะ แล้วส่งมันมาให้ผม

ชายชราจ้องหน้าผมและส่ายหน้า

ถอดออก!” ผมตวาดเสียงดังจนเขาสะดุ้ง ผมปักมีดลงบนเคาน์เตอร์ไม้ และกรีดลากเป็นทาง  อย่าให้ผมต้องตัดนิ้วคุณเพื่อเอามันมา

เขาก็เลยยอมถอด

เธอไม่ได้อยากทำแบบนี้จริงๆหรอก เขาพูดขณะส่งแหวนให้ผม

แน่ล่ะ... ผมอยากนั่งดวดเตกิล่าแกล้มหนุ่มบนดาดฟ้าเรือยอทช์มากกว่าอยู่แล้ว 

ผมเก็บแหวนไว้ในช่องเดียวกับเหรียญ  และปีนข้ามเคาน์เตอร์กลับมาอยู่ฝั่งเดิม ผมงึมงำขอโทษ ก่อนจะรีบเดินออกมาจากที่นั่นอย่างรวดเร็ว 

ด้านนอกฝนเทลงมายังกับฟ้ารั่ว ผมวิ่งแทรกผู้คน ฝ่าสายฝนเพื่อไปเรียกแท็กซี่ และทำเป็นลืมๆว่าเพิ่งจะปล้นและขู่ตัดนิ้วชายชราวัยไม้ใกล้ฝั่งมาหมาดๆ

ผมกลับมาถึงบ้านในอีกสามสิบนาทีต่อมา และกินอาหารค่ำเงียบๆ โดยมีอุปกรณ์ปราบปีศาจนอนสงบอยู่ในกระเป๋าเป้ที่ผมไม่ยอมให้ห่างตัว  ประสาทผมตื่นตัวและกระปรี้กระเปร่า มันคงเป็นอาการฮึกเหิมเหมือนพวกทหารตอนที่กำลังจะเข้าสู่สนามรบ

หลังอาหาร ผมแวะไปบ้านมาร์ค เพื่อขออนุญาตคุณเบอร์ตันเข้าไปเอาของใช้บางอย่างที่ลีโอลืมเอาไว้  แต่ที่จริงผมแอบเข้าไปในห้องมาร์ค เพื่อหยิบของที่ผมต้องการออกมา

ผมกลับเข้าบ้าน สั่งห้ามทุกคนไม่ให้ขึ้นไปยุ่มย่ามชั้นบน เพราะผมมีการบ้านที่สำคัญมากต้องทำ และมันต้องใช้สมาธิอย่างสูง

ผมเดินขึ้นชั้นสาม เข้าไปในห้องทำงานของลุง ซึ่งอยู่คนละฝั่งกับห้องของผมกับลีโอ  มันเป็นห้องทำงานแบบที่มีโต๊ะไม้มะฮอกกานีตัวใหญ่อยู่ตรงกลาง ขนาบด้วยตู้หนังสือยาวตลอดแนวผนังด้านหนึ่ง อีกด้านเป็นตู้ไม้เตี้ย ที่มีภาพเขียนแนวอิมเพรสชันนิสม์แขวนประดับอยู่บนผนัง ด้านของหลังโต๊ะทำงานเป็นหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ที่ตอนนี้มีละอองฝ้าจับบนผิวกระจก จากความเย็นและเม็ดฝนที่โปรยปรายอยู่ด้านนอก

ผมเตรียมทุกอย่างตามแผนการที่วางไว้ เกลือ  กางเขนศักดิ์สิทธิ์ น้ำมนต์ เหรียญมนตรา กริชหินเกลือ และแหวนผนึกวิญญาณ ของทุกอย่างอยู่ในจุดที่มันควรจะอยู่ แสงไฟในห้องนั้นไม่จำเป็น แค่แสงจากภายนอกที่ส่องลอดเข้ามาก็เพียงพอแล้ว

ผมยืนอยู่กลางห้อง  กดปลายมีดลงบนนิ้วให้เลือดไหลซึม และวาดนิ้วเป็นสัญลักษณ์ของลูซิเฟอร์ พร้อมกับพูดออกมา

ท่านจ้าวนรกลูซิเฟอร์ ผมพร้อมแล้ว ที่จะตอบปริศนาที่สองในเกมของท่าน

เลือดสีแดงหยดลงบนพื้นเป็นดวง  แสงจากสายฟ้าแลบสว่างวาบผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง ตามมาด้วยเสียงฟ้าคำราม ก่อนจะกลับสู่ความมืดทึมเหมือนเดิม  ผมยืนอยู่ในความมืดสลัว และงึมงำในลำคอให้ตัวเองได้ยินคนเดียว

“...มาเลยไอ้ชาติชั่ว  ฉันรอแกอยู่แล้ว

ผมสูดลมหายใจ เมื่อรอยเลือดบนพื้นขยับเคลื่อนรวมตัวกันเป็นหยดอีกครั้ง มันลอยจากพื้นเหมือนปรอทสีแดงไร้แรงดึงดูดจากผิวโลก ผมก้าวถอยหลังไปก้าวหนึ่ง เมื่อมันค่อยๆขยายตัวใหญ่ขึ้นจนมีขนาดเท่ากำปั้น

ของเหลวสีเลือดลอยอยู่กลางอากาศ มันกลมกลิ้งและยืดหยุ่น  มันลอยขึ้นมาจนอยู่ในระดับสายตา ผมปิดตาแน่นและยกมือขึ้นมากันไว้ข้างหน้า เมื่อมันระเบิดเป็นหยดเล็กๆและพุ่งออกไปทุกทิศทาง ความร้อนระอุกระทบโดนผิวเนื้อผมเป็นจุดๆ

บานหน้าต่างเปิดออกกระแทกผนังดังปังจนสะดุ้ง ผมอดไม่ได้ที่จะหันไปมอง แต่แล้วผมกลับต้องหยุดกึก เมื่อรู้สึกถึงเงาดำที่ทาบทับลงบนพื้นตรงหางตา มันขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิงกับทิศทางของแสงที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง

ผมค่อยๆหันกลับมา เงาร่างบนพื้นนั้นคืออมนุษย์ที่มีปีกค้างคาวขนาดใหญ่บนหลัง เขาสัตว์งอโค้งข้างศีรษะ และท่อนแขนกำยำที่มีกรงเล็บแหลมคม

...เขาอยู่ตรงหน้าผมแล้ว

ผมใจเต้นระทึก ขณะมองช่วงขายาวๆที่ก้าวเข้ามา ลูซิเฟอร์อยู่ในชุดสูทสีดำแบบเดียวกับที่เคยเห็นก่อนหน้า ผมมองขึ้นมาถึงแผ่นอกและไหล่กว้างตั้งตรง และหยุดสายตาอยู่แค่นั้น

เสียงเขาแหบต่ำและทุ้มกังวาน “เอ่ยนามข้าอย่างนอบน้อม ด้วยความเคารพยำเกรง เหมือนไม่ใช่ตัวเจ้า”

“นั่นเป็นเพราะ...” ผมพยายามข่มน้ำเสียงให้ราบเรียบ “ผมรู้แล้วว่าตัวเองอยู่ในสถานะแบบไหน”

“และมันคือแบบไหน”

“เบี้ยล่าง”

เขาทำเสียงคล้ายจะเยาะ  ผมกัดกระพุ้งแก้มข่มความรู้สึกเดือดปุดที่อยู่ข้างใน

เขาก้าวเข้ามาอีกก้าว ชิดใกล้จนรู้สึกถึงไอความร้อนที่แผ่ออกมา “และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้เจ้าเชื่อง”

“ผมไม่ได้อยากเชื่อง แต่.. ผมทนแบบนี้ไม่ไหวแล้ว”

ผมยื่นมือออกไป มันสั่นเทาอย่างประหม่าและกลัวเกรง 

“ผมไม่อยากเล่นเกมนั่นอีกต่อไปแล้ว มันทรมานเกินไป ทั้งผมและน้องชายฝาแฝดของผม”  ผมแตะลงที่อกเขา และวิงวอน “ท่านผู้เป็นจ้าวดินแดนแห่งความตาย ได้โปรด... เมตตาต่อผม”

“เมตตาต่อเจ้า...”

ผมค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองเขา ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างแค่คืบ ดวงตาสีดำนิ่งสนิท เส้นผมสีดำเหมือนกลุ่มไหมหนานุ่มปรกลงเล็กน้อยบนหน้าผาก

“ได้โปรดปล่อยน้องชายผม อย่าให้เขาทุกข์ทรมานไปกว่านี้  ผมขอวิงวอนต่อท่าน ...ได้โปรด”

ผมเขย่งตัวขึ้น และแตะริมฝีปากลงบนริมฝีปากเขา ความร้อนรุ่มแผ่ซานเข้ามาในทันที ริมฝีปากเขาอุ่นจัดและนุ่มหยุ่นไม่ต่างจากมนุษย์สักเท่าไหร่ ลูซิเฟอร์ไม่ได้ผลักไสผมออก ผมแตะลิ้นไล้ด้านในของริมฝีปากบนของเขา  ชั่วพริบตาเดียวผมก็รู้สึกถึงการตอบสนอง

ฝ่ามือหนาเลื่อนมาจับที่สะโพก เขาโอบประคองและดึงเข้าไปกดแนบ ผมรู้สึกถึงความแข็งขืนตรงกึ่งกลางลำตัวเขา

...ผมเคยบอกไปรึยัง   ว่าตัวเองมีพรสวรรค์โดดเด่นในด้านไหน   ไม่ใช่ลาครอสส์หรืออะไรเลย  ถ้าลูซิเฟอร์เป็นจ้าวแห่งนรก ผมก็เป็นจ้าวแห่งการจูบ

ผมกดริมฝีปากแนบ ทั้งเรียกร้องและรุกเร้า  ฝ่ามือลูบไล้สัมผัสแผ่นอกกว้าง ท่อนล่างเบียดชิด และยื่นข้อเสนอสุดกระสันต์ด้วยภาษากาย

ดูเหมือนเขาจะยอมรับฟังข้อเสนอของผม ลูซิเฟอร์กระชากเสื้อผมจนขาดวิ่น ไหล่ข้างหนึ่งของผมเปิดเปลือยลงมาถึงแผ่นอก  ฝ่ามือหนาโลมลูบลงบนผิวและตุ่มไตเล็กๆ  ผมอาศัยจังหวะนั้นรุกล้ำโพรงปากเขาด้วยลิ้น และดันเหรียญโลหะขนาดเท่าปลายนิ้วก้อยเข้าไปในปากเขา

ลูซิเฟอร์หยุดกึกทันที 

“โอ๊ะ... หยุดทำไมล่ะ ไม่อยากเอาไอ้นั่นถูไถกับผมแล้วเหรอ”

“เหรียญมนตรา “ ผมขยับตัวออกเล็กน้อย “ไม่เจ็บหรอกใช่ไหม มันคงเป็นเหมือนยาชาก่อนผ่าฟันคุดน่ะ”

ลูซิเฟอร์มองผมด้วยดวงตาคุโชนเหมือนจะเผาผมทั้งเป็น  แต่ผมไม่ให้โอกาสนั้นกับเขาหรอก ผมล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าตรงด้านข้างของกางเกง และจ้องตอบดวงตาโกรธเกรี้ยวดุดันนั่น  “และนี่คือ...”

“ของขวัญจากใจฉัน ...ลูซเซอร์”  ผมง้างแขน และแทงเข้าไปตรงตำแหน่งหัวใจที่ผมลูบไล้เมื่อครู่ กริชหินเกลือเสียบจมลงไปในเนื้อ หัวใจผมเต้นแรง รู้สึกถึงแรงต้านจากผิวเนื้อหนั่นแน่น

เกิดเสียงฉ่าเหมือนผิวเนื้อไหม้ไฟ ผมผงะถอยออกมาทันที กริชหินเกลือเสียบคาอยู่ตรงอกเขา ลูซิเฟอร์ก้มลงมอง ของเหลวสีดำซึมออกมาเป็นวงเปรอะเสื้อสีขาวด้านใน

ผมถอยหลังออกไปก้าวใหญ่ ไหล่หนาสั่นกระตุกเล็กน้อย  ผมเบิ่งตามองอย่างละสายตาไม่ได้ ลูซิเฟอร์ดูทรมาน ของเหลวสีคล้ำไหลทะลักออกมาจากมุมปากเขา และไหลอาบออกมาทางปลายแขนเสื้อและขากางเกง  มันไหลนองเป็นวงที่ขยายออกเรื่อยๆจากเท้าของเขา  มองดูเหมือนกองเลือดน่าสยดสยอง   แค่มันเป็นสีดำไม่ใช่สีแดง

ผมพลุ่งพล่านในอก หัวใจสูบฉีดโลหิตอย่างแรงไปทั่วร่าง วินาทีนี้อุปกรณ์อย่างอื่นไม่จำเป็นอีกต่อไป ผมหยิบแหวนผนึกวิญญาณออกมา ยื่นออกมาข้างหน้า และเอ่ยถ้อยคำตามในหนังสือที่ผมท่องจนขึ้นใจ

เกิดแสงสว่างจ้าส่องวาบออกมาจากอักขระทุกตัวบนแหวน  มันเจิดจ้าจนผมต้องหยีตามอง แหวนสีเงินค่อยๆลอยออกจากฝ่ามือผม มันลอยหมุนช้าๆค้างอยู่กลางอากาศ   ลูซิเฟอร์ตาเบิกโพลง เขาจ้องมันอย่างเคียดแค้นระคนหวาดหวั่น

แล้วเขาก็เงยหน้าขึ้น และคำรามออกมา เป็นเสียงที่กรีดลึกยาวนานเหมือนเปล่งออกมาจากจิตวิญญาณ ผมอ้าปากค้างและถอยกรูด เมื่อเขายื่นมือออกมาข้างหน้าเหมือนจะไขว่คว้าตัวผม

“เอ็ดการรรร์”

ผมถอยหลังไปจนเกือบชิดกับโต๊ะทำงาน ลูซิเฟอร์ก้าวมาข้างหน้า เปลวไฟลุกพรึ่บขึ้นมาตรงเท้าเขา เมื่อเขาก้าวมาโดนผงเกลือที่ผมโรยเป็นวงอยู่รอบโต๊ะ

“นายทำฉันก่อน อย่าโทษกันเลย” ผมพูดออกไป

ร่างเขาทรุดลง และกำลังละลายหลุดร่อนออกเป็นชิ้นๆ วงแหวนส่องประกายสว่างจ้าอยู่เหนือร่างเขา  ผมทำหน้าเหยเกอย่างสยดสยอง อยากเบือนหน้าหนี แต่ดวงตาดำสนิทลึกล้ำกลับดึงดูดให้ผมจ้องมองอยู่อย่างนั้น 

ร่างของลูซิเฟอร์ละลายกลายเป็นของเหลวสีดำกองใหญ่  มันนองอยู่บนพื้นไม้ ก่อนจะค่อยๆหดตัวเล็กลง เหลือเท่าหยดน้ำฝนและดีดตัวลอยขึ้นเหนือพื้น ก่อนจะถูกดูดกลืนหายเข้าไปในตัวแหวน

แสงสว่างเจิดจ้าดับวูบลง ตัวแหวนหยุดหมุนและร่วงหล่น  มันกลิ้งมาตามพื้นและหยุดอยู่ตรงหน้าผม ผมก้มลงมองแหวนที่ตอนนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอยู่แทบเท้า

...จบสิ้นแล้วใช่ไหม

ฝ่ามือผมยังสั่น รับรู้ถึงที่อะดรีนาลีนแล่นพล่านอยู่ในร่าง ...มันจบลงเหมือนฝัน ผมไม่ต้องหวาดระแวงกับปีศาจร้ายจากนรก ที่ตามจองล้างจองผลาญคุกคามชีวิตผมกับลีโออีกต่อไป

“แบบนั้นใช่ไหมที่เจ้าอยากเห็น”

ผมสะดุ้งสุดตัวกับเสียงแหบห้าวที่พูดอยู่ใกล้หู

ผมหันไปมองอย่างตกใจ ก่อนจะเบิกตากว้าง เมื่อเห็นร่างของลูซิเฟอร์ยืนอยู่ข้างหลังผม ในวงล้อมของเกลือที่โรยเป็นวงอยู่บนพื้นรอบโต๊ะ!

ผมพุ่งตัวหนีมาอีกด้านทันที  แต่ไม่ทันแล้ว ลูซิเฟอร์คว้าตัวผมไว้ได้ เขาเหวี่ยงกลับด้วยฝ่ามือทรงพลัง ใบหน้าผมกระแทกกับผิวหน้าของโต๊ะ และครูดไปตามผิวเนื้อไม้เมื่อเขาลากตัวผมขึ้นมาอยู่ด้านบนทั้งตัว

ผมมึนหัวจนพูดไม่ออก ลูซิเฟอร์บีบแก้มผมให้หันมาหาเขา  “ของเล่นสวะที่ใช้กับปีศาจระดับปลายแถว กล้าเอามาใช้กับข้า”

แล้วเขาก็จูบผม มันเป็นจูบที่ทั้งเจ็บและเต็มไปด้วยความหยาบหยาม และเมื่อเขาถอนริมฝีปากออก เหรียญโลหะเล็กๆก็เข้ามาอยู่ในปากผม มันเป็นรสชาติของโลหะผสมเลือด ผมหันไปถ่มทิ้งทันที ลูซิเฟอร์จับหน้าผมให้หันกลับมาทางเขาอย่างไร้ความนุ่มนวล

“ยังมีอะไรอีกไหม” ลูซิเฟอร์จ้องตาผม ใบหน้าเขาอยู่ใกล้มาก ใจผมเต้นระทึกจนแทบกระเด็นออกมาทางปาก

“...น้ำมนต์” เขาเอื้อมมือข้างหนึ่งไปหยิบขวดแก้วเล็กๆที่ผมวางหลบไว้หลังกรอบรูปตั้งโต๊ะ มันเป็นขวดแก้วใสที่มีฝาจุกเป็นรูปไม้กางเขน ข้างในบรรจุน้ำมนต์เอาไว้เกือบเต็มขวด “คลาสสิคจนแทบจะร้องไห้”

เขาใช้นิ้วดันฝาจุกให้หลุดออก และราดรดมันลงบนตัวผม ผมขยับจะเคลื่อนตัวหนี แต่ลูซิเฟอร์กลับตรึงแขนทั้งสองข้างของผมไว้อย่างแน่นหนา

ผมหายใจแรง เมื่อเขาก้มลง และดื่มหยาดน้ำบนผิวหน้าอกผม

“รสชาติดีขึ้นเยอะ” น้ำเสียงเขาเยาะหยัน

ลูซิเฟอร์ลูบไล้ฝ่ามือลงตรงรอยประทับตรงท้องน้อย ผมแทบไม่กล้าหายใจ ดวงตาคมเข้มจับจ้องที่ผม “เกมที่เล่นกันอยู่ยังสนุกไม่พอสินะเอ็ดการ์”

ผมหุบปากสนิท ไม่อยากเสี่ยงตอบอะไรทั้งนั้น

...แล้วลูซิเฟอร์ก็ยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ผมขนลุกซู่ไปทั้งตัว เขาปัดของบนโต๊ะทิ้ง สร้อยกางเขนสีเงินของมาร์คกระเด็นไปกระทบตู้หนังสือ และร่วงหล่นลงบนพื้น

“เราคงต้องเพิ่มความเร้าใจในเกมของเราให้มากขึ้นไปอีก”

เขากระชากตัวผมให้ลุกขึ้น และเหวี่ยงร่างผมไปยังเก้าอี้  ตัวผมปลิวหวือตามแรงเหวี่ยงทั้งๆที่ผมไม่ใช่คนรูปร่างบอบบาง  ลูซิเฟอร์กดไหล่ผมให้นั่งลงเมื่อผมขืนตัวจะลุกขึ้นยืน แรงกดนั้นมากพอจะทำให้เกิดรอยช้ำเป็นแนวรูปนิ้วมือบนไหล่ผม  ประสาทผมเครียดเขม็ง ไม่รู้ว่ากำลังจะเจอเข้ากับอะไรอีก

Agaliarept จงปรากฏตัว”

เส้นใยสีดำเส้นหนึ่งผุดขึ้นมาจากพื้น มันพุ่งออกมาอย่างรวดเร็วและไม่ขาดสาย ถักทอเป็นเส้นด้ายที่พันกันยุ่งเหยิง และกลายเป็นร่างเล็กๆของมนุษย์ในชุดคลุมสีดำก้มหมอบอยู่ที่พื้น

“ข้ายินดีรับใช้ นายท่าน”

เสียงเล็กๆนั้นคุ้นหูอย่างน่าแปลก ผมมองอย่างประหลาดใจ ใบหน้าที่อยู่ใต้ผ้าคลุมหัวนั้นก้มต่ำ มองเห็นแค่มือขนาดเท่ามือเด็กโผล่พ้นเสื้อออกมา และเมื่อเขาเงยหน้าขึ้น ผมก็เย็นวาบไปถึงสันหลัง

มันคือใบหน้าของเด็กผู้ชายอายุราวสิบขวบ ที่มีดวงตาโตสีเหลืองสด และมีรอยยิ้มฉีกกว้างออกไปเหมือนริมฝีปากแมว ที่ผมเคยเจอในสุสานของตระกูล!

“อย่าตื่นเต้นเอ็ดการ์ เขาเป็นแค่ข้ารับใช้ของข้า และมีหน้าที่สร้างความสำราญให้เราทั้งคู่” มือของลูซิเฟอร์เค้นคลึงตรงไหล่ผม “และข้าจะให้เขาเป็นผู้เปิดเกมที่สองให้เรา”

“ยินดีอย่างยิ่ง นายท่าน”  เด็กนั่นแสยะยิ้ม  เขาลุกขึ้นและก้าวมาด้านหน้า วาดฝ่ามือในอากาศเป็นรูปพัด  ไพ่ทาโรต์ผุดออกจากมือเขาทีละใบ เรียงรายกันอยู่ในอากาศ

“เลือกไพ่ออกมา 5 ใบ” เด็กนั่นบอกผม ดวงตาเขาเป็นสีเหลืองสดตัดกับเส้นผมดำสนิทเป็นเงา

“ถ้าผมไม่เลือกล่ะ” ผมเค้นเสียงออกมาจากลำคอ

“เกมก็จะยุติ” ลูซิเฟอร์พูดอย่างเย็นชา “และข้าก็จะพาน้องชายฝาแฝดที่รักของเจ้าไปกับข้าในคืนนี้เลย”

ผมกัดฟันกรอดอย่างคับแค้น ก่อนจะยื่นมือออกไป และชี้มันแบบส่งๆ “ใบนั้น และเรียงถัดไปทางขวาอีก 4 ใบ”

ไพ่ใบที่ผมเลือกลอยหวือมาเรียงอยู่บนโต๊ะตรงหน้าผม มันคือไพ่ Strenght , The Lover , The High Priestess , The Hermit , และ The Empress เป็นใบสุดท้าย

ผมกระพริบตา และมองอย่างประหลาดใจสุดขีด เมื่อภาพที่ปรากฏอยู่บนไพ่ละลายกลายเป็นสีผสมเลอะๆ  ก่อนที่สีสันทั้งหมดจะลอยพุ่งออกมาจากไพ่ กลายเป็นเงาร่างเล็กๆของคน 5 คนที่ผมรู้จักดี    ลอยวนเหมือนดวงวิญญาณอยู่เหนือโต๊ะ

เพอร์ซี  แซ็ค  แคทรีน่า วิกเตอร์ และ โคโค่  ...พวกเขามาเกี่ยวอะไร!

“นี่มันอะไร?”  ผมถามอย่างแตกตื่น

“เพื่อเป็นรางวัลแก่เจ้า ในการสะกิดอารมณ์ของข้าในวันนี้  เจ้าไม่ต้องตอบคำถาม แต่ข้าจะให้เจ้าเลือกเลย ว่าคนไหน ที่เจ้าอยากให้ข้าส่งข้ารับใช้ไปทักทายเขา”

ผมรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก “...ไม่นะ” 

“หรือจะให้เจ้านั่นเป็นคนเลือก” ลูซิเฟอร์ชี้นิ้วไปที่เจ้าเด็กปีศาจแมว  มันเลียริมฝีปากแดงๆและแสยะยิ้มเหมือนเด็กโรคจิต  และมองภาพเพื่อนผมเหมือนกำลังมองของน่าอร่อย

ผมส่ายหน้าเร็วๆ หัวใจเหมือนถูกบีบด้วยคีม “ผม.. จะเลือกเอง”

“ลงมือเลย เอ็ดการ์”

ผมมองภาพตรงหน้าอย่างทรมานใจ  ทุกคนเป็นเพื่อนของผม  และผมกำลังจะส่งปีศาจไปหาพวกเขาคนใดคนหนึ่ง ผมสนิทกับเพอร์ซีและแซ็คมากเป็นพิเศษ และก็รู้สึกดีกับความมีน้ำใจของแคทรีน่ากับวิกเตอร์  ...ส่วนโคโค่  ยายนั่นก็แค่สาวแสบขี้วีน  ที่เอาจริงๆแล้ว ก็ไม่เคยทำร้ายอะไรผมเลย

“พ.. เพอร์ซี”  เสียงผมแหบโหยเหมือนเดินทางผ่านทะเลทราย  ที่ผมเลือกเพอร์ซี ไม่ใช่เพราะเขาร้ายกับคนอื่น  แต่เป็นเพราะเพอร์ซีเข้มแข็งที่สุดในบรรดาทั้งหมด 

“เลือกได้ดี  เขาเป็นเพื่อนสนิทนี่นะ”

เด็กในชุดคลุมสีดำครางออกมาเป็นเสียงแมว มันกลายร่างอย่างรวดเร็วเป็นแมวดำตัวใหญ่ และกระโดดผลุงขึ้นมาบนโต๊ะ ผมสะดุ้งเมื่อมันกระโจนเข้างับเพอร์ซี เหมือนแมวงับปลา ก่อนที่ทั้งหมดจะหายวับไปในความมืด

ผมนั่งตัวแข็งทื่อ ขณะที่สายฝนนอกหน้าต่างโปรยปรายหนักขึ้น

“เอาล่ะ  ทีนี้ก็มาถึงเรื่องของเรา เกมนี้ถือว่าเจ้าถูกปรับแพ้เพราะเล่นโกง และข้าจะให้เจ้าถามคำถามข้าหนึ่งข้อ แลกกับอย่างหนึ่งในร่างกายเจ้าเหมือนเดิม”

ผมมองไปในความมืดอันว่างเปล่า  “ผมจะฆ่าท่านให้ได้สักวัน”

ลูซิเฟอร์นิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะเสียงดังอย่างถูกใจ มันสะท้อนก้องในหัวผมอย่างรบกวนประสาท “น่าประทับใจเช่นเคย  แต่นั่นไม่ใช่คำถาม และอย่าเสียเวลากับสิ่งที่เจ้าไม่มีวันไปถึงเลย ข้าเป็นสิ่งที่เบื้องบนที่สุดของเจ้าสร้างขึ้น  และเคยเป็นผู้ที่มีอำนาจรองจากเขา มนุษย์อย่างเจ้าไม่มีทางฆ่าข้าได้”

ผมขบกรามแน่น คิดไว้แล้วว่าต้องได้ยินอะไรแบบนี้   “...หู”

“อะไรนะ เอ็ดการ์ที่รักของข้า”

“ใบหูข้างขวาของผม  ท่านเอามันไปซะ ส่วนคำถามที่มีแต่จะได้คำตอบที่จนตรอกไร้ทางสู้ ผมไม่ต้องการ”

“เจ้าคงคิดว่าข้าจะฉกฉวยเอาสิทธิ์ของเจ้ามาเฉยๆ  เหมือนสันดานของพวกมนุษย์  แต่ไม่หรอกเอ็ดการ์ ข้าไม่ได้ตกต่ำจนอยู่ในระดับเดียวกับพวกเจ้า เจ้าจะยังมีสิทธิ์ในคำถามของเจ้าเหมือนเดิม ไม่ว่าเจ้าจะใช้มันหรือไม่”

...สูงส่งซะจริงๆ

ลูซิเฟอร์ลูบไล้ใบหูผม  “ช่างเป็นใบหูที่น่ารัก แต่ตอนนี้ข้าอยากให้เจ้าเห็นอะไรดีๆบางอย่าง  ...น้องชายฝาแฝดของเจ้า กับสิ่งที่เขากำลังจะได้รับ”

 

เขาจับเก้าอี้ที่ผมนั่งให้หมุนหันหน้าออกไปทางหน้าต่าง ผมชาดิกไปทั้งร่าง สายฝนเทกระหน่ำเหมือนฟ้ารั่ว  เสียงฟ้าร้องดังสะเทือนเลือนลั่นแข่งกับแสงจากสายฟ้าแลบแปลบปลาบ  เม็ดฝนถูกลมหอบผ่านหน้าต่างเข้ามาเจิ่งนองอยู่บนพื้น  มันกระเซ็นเปียกปอนมาถึงเท้าของผม

ผมเบิ่งตามองไปข้างหน้า เลือดทุกหยดในกายเย็นเฉียบ เมื่อเห็นบานหน้าต่างกระจกที่เปิดอ้าค่อยๆขยับเลื่อนปิด เกิดภาพรางๆขึ้นบนกระจกฝ้า

“กังวลถึงงูตัวถัดไปหรือเอ็ดการ์” ลูซิเฟอร์วางฝ่ามือร้อนระอุบนไหล่ผม “อย่าห่วงเลย เขาจะชอบมันยิ่งกว่าตัวแรกซะอีก”

ริมฝีปากผมสั่นระริก เมื่อเห็นภาพของลีโอที่ปรากฏบนความฝ้ามัว ลีโอกำลังนั่งอยู่คนเดียวบนเก้าอี้ในห้องมืดๆ  เขาดูเหมือนกำลังรออะไรบางอย่าง

“ข้าบอกเจ้าไปแล้วรึยัง” มือของลูซิเฟอร์ไล้วนตรงหัวไหล่ผม เสียงเขาฟังดูใส่ใจ “งูตัวนี้มีชื่อว่าราคะ”

 

...................................................................................................

 

มาอัพตามสัญญา   ....เฮือกกกก  จะเป็นลม

พลังใจที่ทำให้แต่งตอนนี้จบ  นอกจากคนอ่านที่รออ่านกันอยู่ ก็เป็นเพราะผู้แต่งอยากแต่งตอนต่อไปมากกกกก  ...เหอเหอ

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

41 ความคิดเห็น

  1. #1073 phoenixrin3113 (@potterrinplus) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 มีนาคม 2557 / 09:39
    พี่หนูขอnc ทางอีเมล์ได้มั้ยอ่ะ T^T ได้โปรดดดดดด email:preaw-tai-2011@hotmail.com
    #1073
    0
  2. #1058 มิ้งกิจัง (@chanapa-nako) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 มีนาคม 2557 / 14:06
    ว่าเเล้วเชียว
    #1058
    0
  3. #1010 กระต่ายสีเงิน (@jerot) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2557 / 01:12
    ว่าแล้วไง
    #1010
    0
  4. #975 rorony (@ricotta) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มกราคม 2557 / 23:44
    ราคะ...เอาแล้วไง
    #975
    0
  5. #648 little-red-cap (@little-red-cap) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 กันยายน 2556 / 19:36
    ก็ว่าอยู่ว่าคงไม่ง่ายขนาดนั้น
    #648
    0
  6. #629 ทิกเกอร์แอล (@TiGGeR-L) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 กันยายน 2556 / 21:15
    ความจริงก็แอบคิดแล้วว่าคงไม่ง่าย

    เพราะนั่นลูซิเฟอร์นะเอ็ดการ์

    โอยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

    ทุกคนก็พยายามหาทางช่วยลีโออยู่

    แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่รู้อะไรเลย

    งูตัวต่อไปคงไม่ทำให้ความสัมพันธ์ฝาแฝดเปลี่ยนไปนะ
    #629
    0
  7. #624 เอวาเจลีนจัง (@nada3535) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 กันยายน 2556 / 18:07
    อ๊ากกก สนุกมากเลยค่า อยากอ่านต่ออ ค้างจริงอะไรจริง แฮร่กๆ
    55555 คู่พี่น้อง เป็นอะไรที่เยี่ยมมากค่ะ แนวเราเลย
    นิสัยตัวละครก็ถูกใจ ชอบมากเลยค่ะ ไรท์สู้ๆนะคะ
    #624
    0
  8. #623 Image (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 กันยายน 2556 / 17:33
    คนอ่านก็อยากอ่านตอนต่อไปที่คนแต่งก็อยากแต่งเหมือนกันค่ะ รู้สึกว่าเป็นตอนที่รอคอยมานาน



    ขอแค่อย่าพลิกโผลีโอเอ็ดการ์เลยนะคะ555
    #623
    0
  9. #622 El-da (@delear) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 กันยายน 2556 / 09:31
    ขอเดาว่าตอนหน้า ลีโอจะมีอะไรกับเอ็ดการ์ <3
    #622
    0
  10. วันที่ 4 กันยายน 2556 / 23:11
    โถ่พ่อแมลงเม่าาาาาาาา อ๊ากกกก ลุยเดี่ยวเลยเรอะะะะ
    ใจป้ำมาก โฮ๊กกก เข้าใจว่ารักน้อง ตะแต่
    อย่าลืมว่านั้นมันลูซิเฟอร์นะ ไม่ใช่หัวหน้าแก๊งกลุ่มเด็กเลววววว 


    #619
    0
  11. #618 smile.frogy (@FROGY_PrincesS) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กันยายน 2556 / 19:36
    นึกว่าจิได้เห็นลีโออยู่กับเอ็ดซะแล้วววววววววววววววว TT___TT
    ใจร้ายมากที่ลีโอทำแบบนั้น และรูบนร่างกายนั่นอีก ฮืออออออออออออ
    และเป็นเอ็ดการ์ที่ทนไม่ไหวเสียเอง อืมมม
    เอ็ดการ์ในตอนนี้ดูเข้มแข็งเหลือเกิน .
    ชอบตรงที่แบบ เป็นเค้าเองที่ทนไม่ไหวแล้ว เหมือนโดนแยกหัวใจออกเป็นส่วนอ่ะ คือ TT
    ฮื่ออออออออออออออ
    แล้วก็บุกเดี่ยวไปเจอกับลูซิเฟอร์โต้งๆแบบนี้นี่นะ
    กล้ามากเอ็ดการ์ ถึงจะมีอาวุธพร้อมสรรพขนดานั้น แต่ใจกล้าบ้าบิ่นเกินไปแล้ววว
    ฮรืออ เอาใจช่วยเอ็ดการ์นะ สู้เค้านะ
    ลูซิเฟอร์จงพ่าย จงพ่ายยยย
    #618
    0
  12. #617 El-da (@delear) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 กันยายน 2556 / 09:34
    เชียร์ลีโอเอ็ดการ์ตลอดไป...ไม่ว่าใครจะเป็นพระเอกก็เหอะ TT
    #617
    0
  13. #616 Hanabel (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 กันยายน 2556 / 00:06
    คิดถึงเอ็ดๆ อยากเห็นเอ็ดอยู่กับลีโอนานๆจัง

    สงสารแฝดที่แยกกันอยู่ ไหนๆจะได้อยู่ด้วยกันแล้ว อยู่ไปนานๆเลยน้าาา

    #616
    0
  14. #615 smile.frogy (@FROGY_PrincesS) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2556 / 22:01
    กริ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด กับคำสั่งของมาร์คและการกระทำ คือ ฮื่ออ มาร์คช่างรักแฝดสองคนนี้ที่สุด รักมาร์คมากกกกก เพราะเหมือนไม่ว่าจะเจอสิ่งที่ขัดต่อความศรัทธาของตัวเองสักเท่าไร แต่เพราะรักและเอ็นดูเด็กแฝด เลยไ่ม่ลังเลซักขณะจิตเดียวที่จะช่วย ไม่มีความคิดจะเปลี่ยนฝั่งหรือไม่เชื่อใจเลยซักครั้ง มาร์คช่างน่ารักจริงๆ #แต่ไม่ใช่ว่ามาร์คเป็นนายเอกของลีโอหรอกนะ ถถถถถถถถถถถถถถถถถถ คิดถึงโมเม้นลีโอเอ็ดการ์ใจขาดดิ้น อยากจะมีปุ่มเร่งเวลาเสียจริง ฮรือออ รออ่านต่อนะคะ
    #615
    0
  15. #614 ไอหมอก (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2556 / 21:50
    นี่ถ้าไม่บอกก่อนว่าชื่อตอนไม่เกี่ยวกะเนื้อหานะ จะกรี๊ดให้ลั่นบ้านเลยเอาสิ!! 5555+



    คราวที่แล้วอุตส่าห์เม้นตั้งยาว หายไปตั้งครึ่ง อารมณ์เสียไปเลย(เพราะลืมไปแล้วว่าพิมพ์อะไรลงไปมั่ง อารมณ์หลังอ่านจบล้วนๆ) ...นึกแล้วยังอดโมโหลูซี่ไม่ได้เลยย



    ไม่เข้าใจอ่ะ สายตาที่เอ็ดมองเป็นยังไงอ่ะ อยากรู้ๆ ลูซี่คงจะสมใจสินะใกล้จะได้ทั้งเอ็ดการ์ทั้งลีโอแล้วนี่!!

    เริ่มวกเข้าประเด็นเดิม ฮา..) ตอนนี้มาร์กทำตัวเหมือนพระเอก มีจูบที่หน้าผากด้วย จะเปลี่ยนมารุกลีโอแทนเหรอ?555+

    แล้วก็มาน้อยจัง หวังว่าครึ่งตอนที่เหลือจะเป็นบทของเอ็ดกับลีโอเยอะๆนะ ไหนๆก็จะย้ายกลับไปอยู่กับเอ็ดแล้ว

    มาร์กค่อยกลับมาตอนหน้าตอนในละกัน ฮ่าๆๆ



    มาต่อไวๆนะคะ รอติดตามอย่างใจจดใจจ่อ และเตรียมเก็บเงินรอหนังสือค่าาา ^^





    #614
    0
  16. #447 TiwticAmp_90 (@winnaya) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มีนาคม 2556 / 23:09
    อย่างน้อยก็เดาถูกเรื่องลีโอล่ะนะ!

    สงสารเอ็ดการ์จัง,,,  ถึงว่าทำไมลีโอในฝันถึงได้เศร้าขนาดนั้น!!!~
    #447
    0
  17. #421 ASHTORETH (@lawrence) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 มกราคม 2556 / 00:57
    เริ่มเข้าสู่ช่วงClimax
    ลุ้นมาก
    #421
    0
  18. #383 Rime137 (@rime_cherrub) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มกราคม 2556 / 20:07
    นั่นไง ว่าแล้วต้องเป็นลีโอ ไม่น้าาาาาาาาาาาา
    #383
    0
  19. วันที่ 8 มกราคม 2556 / 16:37
    เอ่อ... อารมณ์เศร้าเมื่อตอนที่แล้วหายไปเป็นปริดทิ้งเลยอ่ะ =='
    ขอโทดเถอะ!! ถามหน่อย เมฟิสกับลีโอไปเลียนตัวกันตอนไหนวะ =*=
    แล้วช่วงหลังๆที่ลีโอมันดูสูงขึ้น หล่อขึ้น แมนขึ้น เมะขึ้น(?) เนี่ย...
    เพราะสลับตัวกับเมฟิสใช่ป่ะ หรือว่าร่างกายมันเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว อ๊ากกกกกกกก จะเอา ลีโอ x เอ็ดการ์ x เมสฟิส อ้ะ >^<
    #360
    0
  20. #314 PoPpY_555+ (@avonie) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2555 / 11:45
    ใครเป็นพระเอกละเนี่ย  นึกว่าจะได้อ่านลีโอเอ็ดการ์ซะแล้วเชียว555+

    เมฟฟิสนี่มันชั่วสุดใจไปเลยอ่ะ  มาร์คกับริเวอร์พยายามช่วยเอ็ดกับโอด้วยนะ

    เมฟฟิสตกลงจะเอาใครกันแน่ เลือกลีโอแต่แรกแต่กลับไปหลงเอ็ดการ์

    สู้ๆนะเอ็ดช่วยลีโอให้ได้โดยไม่ต้องทำสัญญาอ่ะ  แต่ถ้าจะทำสัญญา

    ก็ขอให้ไม่ลีโอก็เมฟฟิสเป็นพระเอกแล้วล่ะ555  รอตอนหน้านะคะไรเตอร์กำลังสนุกเลยอ่ะ

    มาอัพเร็วๆนะคะ  สสู้ๆค่ะ
    #314
    0
  21. #313 corn_rain (@corn_rain) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2555 / 14:22
    เมมฟิสเปนพระเอกใช่ม่ะ เปนเถอะ
    แหม นึกว่าจะได้อ่านเลิฟซีนพี่น้องซะล่ะ(เสียดายเบาๆ ชั้นโรคจิต ว่ะฮ่าฮ่า)
    #313
    0
  22. #312 แกงส้ม (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2555 / 13:21
    ที่แท้ลีโอก็เป็นคนที่ถูกเชื้อเชิญ แต่เมมดันพิศวาสเอ็ดอีกคน

    ยังไงริเวอร์รีบมาช่วยเอ็ดเร็วๆนะ
    #312
    0
  23. #301 koly (@-emptines-) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2555 / 09:48
    3p ไปเลย กรี๊ดด ลุ้นมาก 

    อัพไวๆนะคะ สู้ๆ

    #301
    0
  24. #300 May10th (@barbarra-barry) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2555 / 17:24
    ลีโอ ลีโอ้~!!!!! แงๆๆๆๆๆๆ ส่งสารลีโอกะเอ็ดการ์อะ แงๆ
    #300
    0