TWINS ( yaoi - rewrite)

  • 98% Rating

  • 11 Vote(s)

  • 51,630 Views

  • 1,179 Comments

  • 1,219 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    74

    Overall
    51,630

ตอนที่ 11 : รักไม่ได้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3557
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    31 ส.ค. 56


พิซซ่าหน้าเปปเปอโรนีเพิ่มเบคอนพิเศษได้แล้วค่ะ พนักงานร่างท้วมวัยกลางคนยื่นกล่องพิซซ่าขนาดใหญ่ให้มาร์คพร้อมกับยิ้มให้  

ต้องเพิ่มอีกเท่าไหร่ครับ เพราะที่จ่ายไปเป็นราคาของหน้าเปปเปอโรนีกับเบคอนปกติ มาร์คยิ้มนุ่มนวล เขาหยิบเงินออกมาจากกระเป๋าสตางค์เพิ่ม

อุ้ย... ไม่ต้องค่ะอีกฝ่ายโบกไม้โบกมือ ใบหน้ากลมอิ่มยิ้มแป้น ซึ่งมาร์คจำได้ว่าเจอเธอที่โบสถ์เป็นบางครั้ง ฉันเพิ่มพิเศษให้เอง เราไม่งกกับทางโบสถ์หรอกค่ะ ที่จริงไม่อยากคิดเงินด้วยซ้ำ แต่หลวงพ่อคงไม่ยอมสินะคะ

เอ่อ...รอยยิ้มของมาร์คเจื่อนลง ผมยังไม่ได้บวช

คะ..?” สีหน้าเธอดูงงงัน ก็ดิฉันเห็นหลวงพ่ออยู่กับหลวงพ่อโดมินิกตลอด

ผมแค่ไปช่วยงานครับมาร์คพยักหน้าน้อยๆอย่างเข้าใจ เขาไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ไม่มีขาด เพิ่มพิเศษในช่วงวันสำคัญทางศาสนา และวันที่หลวงพ่อโดมินิกต้องการความช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆจากเขา ไม่แปลกที่จะมีคนเข้าใจผิดว่าเขาเป็นบาทหลวงใหม่

แต่เดี๋ยวก็คงต้องบวชอยู่ดีใช่มั้ยคะฝ่ายนั้นยังไม่ยอมแพ้

ครับ

โบสถ์ต้องการคนหนุ่มที่มีพละกำลังอย่างท่านนี่แหละค่ะ  เธอพูดอย่างขึงขังและมองมาร์คอย่างชื่นชม ก่อนจะกุลีกุจอเอาขนมปังกระเทียมใส่ในถุงให้อีกสองแถว อบเสร็จใหม่ๆเลยค่ะหลวงพ่อ  อย่าปฏิเสธนะคะ อย่างน้อยก็ให้ฉันได้แสดงออกถึงความศรัทธา และรู้สึกผิดน้อยลงที่ไม่ได้ไปโบสถ์ทุกอาทิตย์

...ก็บอกแล้วไงว่ายังไม่ได้บวช

มาร์คขอบคุณอย่างสุภาพ และล่าถอยออกมา ก่อนที่จะได้สลัดหรือมันฝรั่งอบเพิ่มเข้ามาอีก

ร่างสูงโปร่งในเสื้อโค้ทสีเทาดำของมาร์คจาคอป (ที่ยิ่งเพิ่มความน่าเชื่อถือเข้าไปใหญ่) ก้าวออกมานอกร้าน และเดินไปตามทางบนถนนอีสต์ซิกตี้ไนน์มุ่งสู่อพาร์ทเม้นท์ของตัวเองโดยมีพิซซ่าขนาดครอบครัวในมือ 2 กล่อง

มาร์ค เบอร์ตัน เป็นชายหนุ่มอายุ 22 ปี สูงราว 6 ฟุต บุคลิกดี สุขภาพดี หน้าตาจัดว่าเป็นคนมีเสน่ห์มากกว่าจะหล่อเด็ดขาดบาดจิต  มาร์คมีดวงตาสีเทาเข้มดูนุ่มนวลอ่อนโยน ผมสีบลอนด์อ่อนหยักศก และมีท่าทีแบบที่ทำให้ใครๆก็ไว้ใจ

และเหนือสิ่งอื่นใดที่หล่อหลอมออกมาเป็นตัวเขา มาร์คเป็นคนที่มีจิตใจหนักแน่นและมองโลกในแง่ดี เขาพร้อมที่จะมีความคิดด้านบวกให้กับทุกสิ่งบนโลกใบนี้  มาร์คมองเห็นพลังสร้างสรรค์บนผนังที่เต็มไปด้วยศิลปะกราฟฟิตี้ผสมคำหยาบ เห็นความมีชีวิตชีวาบนเก้าอี้สาธารณะเขรอะอึนกพิราบ  และมองเห็นความอิสระเสรีในดวงตาฝ้ามัวของคนจรจัด

แต่ก็ยังมีบางอย่างที่ทำให้จิตใจอันหนักแน่นของมาร์คสั่นคลอนได้เบาๆ  ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเกี่ยวข้องกับความเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยๆ ในสิ่งที่มาร์คยังไม่ทันได้เตรียมใจรับมัน อย่างเช่นเครื่องดื่มรสกล้วยที่เขาชอบเลิกผลิตไปตลอดกาล การเข้ามาแทนที่ของ Outlook ใน hotmail   และล่าสุด... ช่วงบนของแก้มก้นสวยๆกับกล้ามเนื้อแผ่นหลังหนั่นแน่นของชายหนุ่มที่กำลังนอนตะแคงหันหลังอยู่บนเตียงในห้องนอนเขา

อะแฮ่ม.. มาร์คกระแอม หลับอยู่รึเปล่า

หลับสนิทลีโอพลิกตัวหันมา ก่อนจะขยับชันตัวขึ้นนั่ง เขาไม่ได้ใส่อะไรเลยแม้แต่ชิ้นเดียว และผ้าห่มที่ร่นลงไปกองอยู่ตรงสะโพกก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย

มาร์คมองเด็กหนุ่มที่ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดว่าเป็นตุ๊กตาแบบมีชีวิตที่หน้าตาน่ารักน่าฟัดที่สุดในโลกอย่างวูบโหวงในหัวอก  นี่คืออีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงที่พุ่งเข้าใส่เขา ...การโตเป็นหนุ่มของหนึ่งในเด็กแฝดข้างบ้าน  ที่ตอนนี้ไม่เหลือเค้าความเป็นหนูน้อยแก้มใสปากแดงตัวเล็กๆ ที่เขาเคยดูแลแล้ว  

มาร์คเหลือบตาต่ำลงยังผ้าห่มโดยไม่ตั้งใจ

...ไม่เล็กเลยจริงๆนะ  

มาร์คเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า เขาหยิบเสื้อกับกางเกงวอร์มโยนให้อีกฝ่าย  ลีโอรับไว้ ก่อนจะขยุ้มและโยนมันไปกองไว้ตรงปลายเตียงอย่างไม่สนใจ คิ้วเข้มขมวดมุ่นอยู่เหนือดวงตาสวยๆ และเส้นผมสีน้ำตาลอมทองก็ดูยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากการเอาหัวซุกหมอน

มาร์คยิ้ม อย่างน้อยความน่ารักแบบดื้อๆก็ยังคงเหลืออยู่ เขาเดินเข้าไปและทรุดตัวลงนั่งข้างๆ  และอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปสางผมให้อีกฝ่ายอย่างเอ็นดู

หิวรึยังตัวแสบ

ลีโอถอนใจ ไม่เบื่อรึไง ที่ต้องเล่นบทพ่อฉันมาทั้งชาติแล้วน่ะ?”

มาร์คเลิกคิ้ว เขาเบื่อเด็กนี่ไหม?  ...ไม่เลย  ถึงลีโอกับเอ็ดการ์จะเป็นส่วนผสมบ้าๆบวมๆของเด็กเปรตกับคุณหนูน่ารัก แต่เขาก็รักหัวใจอุ่นๆที่อยู่ในตัวสุดแสบทั้งคู่ (...และถ้าเลือกได้ เขาก็ชอบแบบตัวเล็กๆมากกว่า)

“...ก็นะ เด็กดีพิเศษอย่างพวกนาย ใครจะไปห้ามใจไหว” มาร์คยิ้ม เขาเลื่อนมือลงมาวางบนไหล่ลีโอ ก่อนจะต้องงงงันวูบ เมื่อลีโอคว้าหมับที่ข้อมือเขา และขยับตัวอย่างรวดเร็ว ผลักเขาให้หงายหลังลงกับที่นอนโดยไม่ทันได้ตั้งตัว

มาร์คกระพริบตา เมื่อตัวเองถูกกดต้นแขนเอาไว้ทั้งสองข้าง โดยมีลีโอคร่อมตัวอยู่เหนือร่างเขา

“ฉันไม่เด็กมานานแล้ว หัดลืมตามองมั่งนะ” ลีโอเพิ่มแรงบีบที่แขนเมื่อมาร์คขยับตัวเหมือนจะขัดขืน รอยยิ้มแบบผู้คุมเกมฉาบบนริมฝีปาก “และขอถามหน่อย ว่าเมื่อไหร่จะเลิกแกล้งทำเป็นไม่รู้ซะที ว่าฉันกับเอ็ดจินตนาการภาพนายตอนช่วยตัวเองมาตั้งแต่ยังเรียนเกรดหกโน่นแล้ว”

มาร์คมองลีโอ เขาไม่ค่อยชินเลยกับการโดนใครกดเอาไว้กับเตียงแบบนี้ อันที่จริงเรียกว่าไม่เคยเลยดีกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคนที่กดเป็นหนุ่ม หล่อ-เปลือย-เซ็กซี่สะท้านอารมณ์ แบบนี้ด้วย แถมยังบวกการเป็นเด็กข้างบ้านที่อายุน้อยกว่าเขา 5 ปีเข้าไปอีก เพื่อเพิ่มความอดสู

แต่มาร์คก็คือมาร์ค เขานอนนิ่งๆ มองตอบลีโอโดยไม่ดิ้นรน เพราะต่อให้เขาคิดจะสู้ มันก็ยากที่เขาจะชนะ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากกล้ามเนื้อต้นแขนและหัวไหล่ของลีโอ

 “และไอ้ท่าทางแบบนี้ก็อีก” ลีโอเอียงคอมองและพูดต่อ “นายคิดว่ารึไง ว่าไอ้เสื้อผ้าแบบปกปิดมิดชิดกับท่าทางเหมือนอาจารย์มหาลัยคร่ำครึนี่ จะทำให้นายดูน่าเคารพนับถือ  ขอบอกว่าไม่ใช่เลย   มันเซ็กซี่...”

“และมันยิ่งยั่วอารมณ์เข้าไปใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อคิดถึงเรื่องนายจะครองพรหมจรรย์อะไรนั่น” เสียงของลีโอต่ำทุ้ม และแววตาก็ดูอันตรายเหมือนนักล่าที่กำลังจะตะปบเหยื่อ

มือข้างหนึ่งของลีโอเลื่อนมาที่เสื้อของมาร์ค  เขาสะกิดกระดุมเม็ดหนึ่งให้หลุดและแบะคอเสื้อออก  ข้อนิ้วแข็งแรงไล้ช้าๆจากลำคอลงมาถึงแผ่นอก ดวงตาสีน้ำเงินเข้มเป็นประกายวูบไหว “รู้ใช่ไหม ว่ากำลังจะเจอเข้ากับอะไร”

“นายไม่ทำหรอก”

“อยากลองของมากเหรอมาร์ค” ลีโอหรี่ตา

มาร์คชี้นิ้วลงที่พื้นชั้นล่าง “ที่โต๊ะอาหารข้างล่างนั่น มีพิซซ่าอบใหม่ๆอยู่ 2 ถาด หน้าเปปเปอโรนีกับเบคอนอย่างที่นายชอบ”

“มาร์ค...” ลีโอถอนใจเบาๆ “อะไรทำให้นายคิดว่าฉันจะอยากเขมือบพิซซ่านั่นมากกว่านาย”

“เพราะมันอร่อยกว่า”

ทั้งคู่จ้องตากัน และในที่สุดลีโอก็ขยับตัวออก เขาหยิบหยิบกางเกงวอร์มมาสวม และเสยผมตัวเองด้วยนิ้วมือยาวๆ “ครั้งนี้นายชนะ เพราะขี้โกงโดยการโจมตีจุดอ่อนฉันอย่างเลือดเย็น”

“ใส่เสื้อด้วย”มาร์คคว้าเสื้อตรงปลายเตียงโยนให้ลีโอ “พ่อแม่ฉันไม่ชินกับการร่วมโต๊ะอาหารกับพวกบาบาเรียน”

“โอเค กินอาหารเย็นก่อนแล้วค่อยขึ้นมากินนาย”

มาร์คย่นคิ้ว

“ล้อเล่นหรอกมาร์ค จริงจังไปได้” ลีโอพูดขำๆ ดวงตาเป็นประกายแพรวพราว เขาเดินไปยังประตู และแกล้งเลียริมฝีปากใส่มาร์คอย่างขี้เล่น ก่อนจะเปิดประตูและเดินลงไปยังชั้นล่าง

มาร์คส่ายหัวเมื่อเห็นฝ่ายนั้นเดินลงไปแล้ว เด็กนี่ยิ่งโตยิ่งร้าย แถมยังเสน่ห์แรงเกินเหตุ สมควรติดป้ายเตือนให้สาวๆระวังตัวเอาไว้ มาร์คติดกระดุมเสื้อเม็ดที่หลุดออก ความรู้สึกตอนโดนนิ้วของลีโอสัมผัสยังชัดเจนในความรู้สึก มันอุ่นๆและเร้าอารมณ์ได้ทั้งๆที่ทำแค่นั้น มาร์คหน้ามุ่ยและเอามือถูๆเพื่อลบความรู้สึกนั้นออกไป เขากังวลนิดหน่อยว่าศีลจะด่าง (ทั้งๆที่ยังไม่ได้บวชนี่แหละ)

สามสิบนาทีต่อมา...

ลีโอเดินกลับเข้ามาในห้อง เขาทิ้งตัวลงบนที่นอนของมาร์ค ซึ่งตอนนี้ถูกยึดมาเป็นของเขาเรียบร้อยแล้ว มาร์คให้เขานอนบนเตียงนี้ และเป็นฝ่ายย้ายไปนอนห้องข้างๆ ที่เป็นห้องเก่าของพี่ชายคนไหนสักคนแทน

ลีโอหายใจฟู่ เขาเหนื่อยนิดหน่อยกับการตอบคำถามของคุณและคุณนายเบอร์ตัน ที่ดูจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ในการยอมรับว่าเขาเป็นคนเดียวที่ขอมาค้างกับมาร์คสักระยะ เพื่อขอความช่วยเหลือและคำแนะนำดีๆในการสมัครเข้ามหาวิทยาลัยจากมาร์ค ในขณะที่เอ็ดการ์คิดจะใช้ตำแหน่งกับตันทีมลาครอสส์เป็นตัวกรุยทางแทน

เธอน่าจะชวนเอ็ดการ์มาด้วยนะ ซุปนี่ก็ของโปรดเขาเหมือนกัน

เห็นเธอนั่งอยู่ตรงนี้ ก็อดคิดถึงเอ็ดการ์ด้วยไม่ได้จริงๆ

ลีโอหน้าบึ้ง เขาก็คิดถึงจนใจจะขาดอยู่แล้วเหมือนกัน แต่จะให้พูดว่าไง...?  ผมให้เขาอยู่ใกล้ไม่ได้ เพราะกลัวตัวเองจะกระโจนเข้าใส่แล้วกลืนกินเขาทั้งตัวครับ  งั้นเรอะ?

มาร์คเดินตามเข้ามาในห้อง เห็นสีหน้าบึ้งตึงของเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่บนเตียง เขาอมยิ้มและตบที่บ่าลีโอเบาๆ “ทำใจหน่อยนะ พวกนายเป็นขวัญใจบ้านฉันนี่”

ลีโอไหวไหล่ เขารู้ว่าตัวเองได้รับความเอ็นดูจากคุณและคุณนายเบอร์ตันมาก แต่ไอ้การได้ยินชื่อเอ็ดการ์แทบทุกครึ่งนาทีนี่ มันก็ทำลายประสาทของเขาซะ

ยิ่งช่วงนี้ประสาทเขาไม่ค่อยปกติด้วย...

ลีโอลุกขึ้น เขาเดินไปที่โต๊ะเขียนหนังสือ หยิบหนังสือเรียนที่วางอยู่ตรงนั้นมาเปิด 

“เป็นอะไรไป” มาร์คถามนิ่มๆ เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ต่อปากต่อคำยอกย้อนอย่างที่เคย

“ฉันทำการบ้าน เป็นเรื่องปกติของเด็กไฮสคูลน่ะมาร์ค”

“อืม”

 ลีโอจ้องตัวหนังสือและเริ่มเขียนลงในบนสมุด  แต่แค่ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น ไฟในห้องของบ้านที่อยู่อีกฝั่งก็สว่างขึ้น ลีโอนิ่งชะงัก ดวงตาเป็นประกายวาวโรจน์เมื่อเห็นเอ็ดการ์อยู่ตรงนั้น

“บ้าชิบ...”เขาสบถ และจ้องเอ็ดการ์เขม็ง

เอ็ดการ์อยู่ในชุดนอนและมีผ้าขนหนูผืนเล็กพาดที่คอเหมือนเพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ เขานั่งลงที่โต๊ะและหยิบหนังสือเรียนมาเปิด  แล้วก้มหน้าอ่านเหมือนไม่รู้ว่าลีโอกำลังมองมาจากอีกฟาก  ลีโอหายใจแรง หัวใจเต้นตุบเหมือนถูกกระตุ้นอย่างฉับพลัน  มือที่จับดินสออยู่กำแน่นจนข้อนิ้วแข็งเกร็ง

แล้วเอ็ดการ์ก็เงยหน้าขึ้น...

สีหน้าของเอ็ดการ์เหมือนสัตว์เลี้ยงที่ถูกเจ้าของทิ้ง  และแววตาสวยๆใต้ปอยผมเปียกชื้นตรงหน้าผากก็ช่างตัดพ้อ ขอร้อง และอ้างว้างจนน่าใจหาย

เป๊าะ!

แท่งดินสอหักคามือลีโอ เขาสบถออกมาและขว้างมันทิ้ง ก่อนจะลุกพรวดขึ้นมาและกระชากม่านหน้าต่างให้ปิดลงอย่างโมโห

“ไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอ” มาร์คพูดขึ้น หลังจากเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด

ลีโอไม่ตอบ ริมฝีปากเขาเม้มสนิท แววตาแข็งกร้าวอย่างแน่วแน่

มาร์คมองอีกฝ่ายอย่างเห็นใจ เขาลุกขึ้นและเดินเข้าไปใกล้ ลีโอสลัดมือของมาร์คออก เมื่อฝ่ายนั้นแตะบนหลังมือเขาที่วางอยู่บนโต๊ะ

มาร์คไม่ว่าอะไร เขาแค่ถามออกมานิ่มๆ “นายจะว่าอะไรมั้ย ถ้าฉันขออ่านหนังสือที่อ่านค้างไว้เมื่อวันก่อนในห้องนี้อีกสักครู่”

“อย่าเลย” เสียงของลีโอห้วนและราบเรียบ

มาร์คพยักหน้าน้อยๆอย่างเข้าใจ ก่อนจะหยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมาจากชั้นวาง และเดินไปทางประตูห้อง แต่ก่อนที่มาร์คจะก้าวออกไป เขาก็พูดขึ้นอย่างนุ่มนวล

“ลีโอ มันยากนะ ที่จะไม่รักคนที่เราแคร์เขามาตลอดชีวิต”

บานประตูปิดลงเหมือนเดิม ลีโอขบกรามจนเป็นสันนูน ผ้าม่านตรงหน้าไหวนิดๆด้วยแรงลม ลีโอจ้องมันเหมือนจะเผามันให้ไหม้เป็นจุล

...เรื่องนั้น ใครจะมารู้ดีเท่าเขา

 ......

บ่ายวันถัดมา หลังจากเสร็จจากคาบเรียนฝรั่งเศสขั้นสูง ลีโอเดินตัดสนามหญ้ามุ่งตรงไปยังประตูโรงเรียน โดยมีกล่องไวโอลินอยู่ในมือข้างหนึ่ง  บ่ายวันศุกร์ของเด็กนักเรียนปีสุดท้ายของโรงเรียนไฮสคูลทรินิตี้คือคาบว่าง และลีโอก็ต้องใช้มันไปกับการซ้อมไวโอลินกับครูสอนพิเศษที่ลุงจ้างมาให้ดูแลเขาโดยเฉพาะ

“เฮ้.. ลีโอ รอเดี๋ยวสิ”  เสียงของแซ็คที่ตะโกนเรียกทางด้านหลัง ดึงความสนใจของลีโอให้หันไป

“ว่าไง” เขาถามขึ้นเมื่อแซ็คเดินเข้ามาใกล้

“พวกเรากำลังจะไปหาอะไรอร่อยๆกินกัน” แซ็คบุ้ยปากไปทางกลุ่มเพื่อน ที่กำลังจะเดินลัดสนามตามมา   “นายน่าจะไปด้วย”

ลีโอมองกลุ่มหนุ่มๆ 4 คนที่กำลังเดินคุยกันมา ถึงจะห่างออกไปค่อนข้างมาก เขาก็พอดูออกว่านั่นคือเพอร์ซี สก็อต คาร์ล และอีกคนที่มองเห็นได้ชัดแม้กระทั่งอยู่ไกลๆ ...เอ็ดการ์

เด่นเด้งกระแทกตาเลยแหละ...

“ไปที่ไหนกัน คอฟฟี่ช็อพตรงเมดิสันรึเปล่า” ลีโอถาม

“ไม่ล่ะ” แซ็คส่ายหัว “ตั้งแต่เกิดเรื่องแบบนั้นกับเจนนี่ ฉันก็ไม่อยากไปที่นั่นแล้ว มันแปลกๆยังไงชอบกล”

ลีโอนึกถึงสาวเสิร์ฟชื่อเจนนี่ ที่เมื่อวันก่อนกลายเป็นข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ จากเหตุการณ์น่าสลดใจที่เธอถูกทำร้ายร่างกายและถูกข่มขืน ระหว่างที่เธอกำลังเดินลัดผ่านเซ็นทรัลพาร์ค เพื่อไปทำงานพิเศษเป็นพนักงานเสิร์ฟในงานดินเนอร์การกุศลที่โรงแรมแห่งหนึ่ง

“โหดร้ายชะมัด” แซ็คทำท่าขนลุกขนพอง “ขอให้จับตัวคนร้ายได้เร็วๆก็แล้วกัน เห็นลือกันว่าน่าจะเป็นฝีมือไอ้มืดที่เป็นคนส่งเนื้อนะ ไอ้พวกนี้มันโหดอยู่แล้ว แล้วตกลงนายจะไปด้วยกันใช่มั้ย?”

“วันนี้คงไม่ล่ะ ฉันมีเดท” ลีโอปฏิเสธ

แซ็คกระตุกยิ้ม ดวงตาสีฟ้าหยาดเยิ้มดูล้อเลียน “แหงล่ะ... นายแบบอีกล่ะสิ  ชัครึเปล่า?”

“เปล่า สตราดิวาเรียส สัญชาติอิตาเลียน” ลีโอชูกล่องไวโอลินขึ้นมาให้ดู

“ค่าตัวแพงกว่าด้วยสินะ” แซ็คพยักเพยิด เขาหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบและเดินคู่ไปกับลีโอ อย่างไม่กลัวว่าคนมองจะตาบอดเพราะโดนความหล่อแบบควบสองแทงตา

แซ็คสูบเอานิโคตินเข้าปอดอย่างซาบซ่าน ก่อนจะเผื่อแผ่ให้เพื่อนร่วมโลกด้วยการพ่นควันออกมา “ที่จริงฉันมีอะไรอยากปรึกษานาย”

“ฉันไม่เก่งเรื่องแหล่งขายปุ๊น”

แซ็คหัวเราะร่วน เขาดูดอีกหนึ่งซื้ดก่อนจะยื่นให้ลีโอ “ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอก แต่เป็นเรื่องเอ็ดการ์”

ลีโอย่นคิ้วและเอื้อมมือไปรับ เขาเริ่มมีเหตุผลที่จะอยากบุหรี่ขึ้นมาแล้ว “ว่ามา”

แซ็คขยับเข้าไปใกล้ เขาพูดเสียงเบากว่าปกติ  “ฉันอยากหาของขวัญให้เอ็ดการ์ตอนวันเกิด”

ลีโอนิ่งไปเล็กน้อย อีกราวสองอาทิตย์จะเป็นวันคล้ายวันเกิดของเขากับเอ็ดการ์ หรืออีกนัยหนึ่ง วันฮัลโลวีนของชาวโลก

“เขาไม่ใช่เด็กห้าขวบ ไม่ร้องไห้หรอกถ้านายไม่ให้ของขวัญวันเกิดเขา และอีกอย่าง ถ้าจำไม่ผิด คืนนั้นพวกเราตั้งใจจะมีปาร์ตี้กันอยู่แล้วนี่” ลีโอซื้ดบุหรี่แรงกว่าที่ควร

“ฉันอยากให้เขาประทับใจ” แซ็คทำเสียงจริงจัง ซึ่งมันยากมากสำหรับคนที่ดูเหมือนเมายาอยู่ตลอดเวลาแบบนั้น “..เฮ้ ฉันจริงจังกับเขานะ และถ้านายไม่ว่าอะไร ฉันก็อยากขอแนะนำจากนาย แบบว่า.. นายเป็นคนใกล้ชิดที่สุดของเขา”

...แนะนำเรื่องหาวิธีชวนเอ็ดการ์ขึ้นเตียงเนี่ยนะ?  ข้อแรก ไปตายซะไอ้เบื้อก!  ข้อสอง อยากได้มีดมั้ย?

“ลิง” ลีโอทิ้งบุหรี่ลงบนสนามหญ้า และใช้เท้าขยี้

“หือ..?” แซ็คคิดว่าตัวเองหูฝาด

“เอ็ดชอบลิง” ลีโออธิบาย “ไม่ใช่ตุ๊กตาลิงนะ แต่หมายถึงลิงจริงๆ จะแบบเป็นๆหรือแบบสตัฟฟ์ก็ได้”

แซ็คอึ้ง  เขาเล็งนาฬิกานาฬิการุ่นที่เล่นรัสเซียนรูเล็ตต์ได้ด้วยเอาไว้ให้เอ็ดการ์ มูลค่ามันแทบจะทำให้คนยากจนถึงกับคลุ้มคลั่งแค่ได้เห็นป้ายราคา  แต่แซ็คคิดว่ามันคุ้มค่า ถ้าแลกกับรอยยิ้มสวยๆปนท้าทายบนริมฝีปากและดวงตาของเอ็ดการ์

แต่เอิ่ม... ลิงสตัฟฟ์เนี่ยนะ

“และถ้านายคิดจะจองห้องด้วย ฉันก็ขอแนะนำให้ใช้น้ำหอมกลิ่นจัสมิน เขาฮีทมากเวลาได้กลิ่นเร้าอารมณ์แบบนั้น”

“โอ...เค” แซ็คเหมือนเหลือวิญญาณครึ่งเดียว การจินตนาการถึงช่วงฮีทของเอ็ดการ์ ทำให้ประสาทเขาปั่นป่วน และคงต้องใช้กัญชาอย่างน้อยครึ่งออนซ์ที่จะทำให้มันกลับมาเป็นปกติ

ลีโอหันกลับไปมองเอ็ดการ์อีกครั้ง เขาหรี่ตามองเมื่อเห็นเอ็ดการ์เดินๆหยุดๆ และเอามือขยี้ตาข้างหนึ่ง

“นั่นเขาเป็นอะไร” ลีโอพูดขึ้น

แซ็คหันไปมองบ้าง เขายักไหล่ “เคืองตาอีกล่ะมั้ง เห็นบ่นว่าขนตาชอบร่วงเข้าไปในตา  ก็นะ... ขนตาเขายาวซะขนาดนั้น”

ลีโอเดาะลิ้น เขามองเอ็ดการ์อย่างไม่สบายใจนัก ก่อนจะสะบัดหัวเบาๆ ไล่ความกังวลงี่เง่าที่รบกวนใจเขาออกไป ...แค่ขนตาร่วงสักเส้นสองเส้นมันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรตรงไหน

ลีโอหันกลับมาทางแซ็ค ที่จริงเขาไม่ได้เกลียดหมอนี่ แซ็คเป็นไอ้ขี้ยาไฮโซรูปหล่อที่ไม่มีพิษภัยอะไร และคงต้องเพิ่มดีกรีความเลวหนักมือกว่านี้อีกเยอะเลย  ถึงจะดึงดูดความสนใจของเอ็ดการ์ได้แบบจริงๆจังๆ  

แต่ลีโอก็ไม่บอกหรอก ว่าที่จริงเอ็ดการ์เกลียดลิงเข้าไส้  เพราะมันเคยขยุ้มผมสวยๆของเขาในวันเกิดของเด็กข้างบ้านตอนแปดขวบ ที่แม่เด็กจ้างตัวตลกกับลิงมาแสดงในงาน  และถ้ามีปืนลมในมือ เอ็ดการ์ก็พร้อมจะยิงได้เลยโดยไม่ต้องคิด

ส่วนกลิ่นจัสมิน... เอ็ดการ์คลื่นไส้และพร้อมจะอ้วกเวลาได้กลิ่นแบบนั้น

ลีโอมองแซ็คและพูดต่อ “แล้วนายไม่อยากรู้ของชอบของฉันบ้างเหรอ”

“หือ...”  แซ็คดูงงๆ 

“สิ่งที่ฉันชอบน่ะ เหมือนที่นายอยากรู้ของเอ็ดไง”

...ไม่นี่

“ที่จริงมันเป็นคำแนะนำอีกแบบนะ” ลีโอพูดต่อโดยไม่สนใจสีหน้ามึนๆงงๆของแซ็ค เขาเอามือโอบไหล่แซ็คและเดินต่อ “ฉันชอบที่สุด เวลาที่เห็นเอ็ดยิ้มแยกเขี้ยวหน่อยๆ แบบที่เขาชอบทำบ่อยๆนั่นแหละ  นายว่ามีเสน่ห์มั้ย”

“มาก” แซ็คพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

“ใช่มั้ยล่ะ เพราะฉะนั้นหากมีใครทำให้เขารู้สึกแย่จนยิ้มแบบนั้นไม่ได้” ลีโอบีบไหล่แซ็ค แบบที่เพิ่มน้ำหนักตรงฝ่ามือเยอะเกินไปหน่อย “ฉันจะหงุดหงิดมากๆ  นายคงเข้าใจนะ”

แซ็คกระพริบตา ...นี่คำแนะนำแน่เหรอ?  ฟังดูเหมือนประโยคข่มขู่เลย

“เอ่อ... เข้าใจ”  ...มั้งนะ

“โอเค” ลีโอตบไหล่แซ็คเบาๆ เขายิ้มให้อย่างอบอุ่น “ขอให้สนุกนะ ฉันไปล่ะ”

แซ็คงึมงำขอบใจ และมองลีโอเดินห่างออกไป เขารู้สึกโล่งอกขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

ลีโอเดินออกไปทางประตูโรงเรียน เขาไม่อยากเผชิญหน้าเอ็ดการ์ตอนนี้  อารมณ์เขาขุ่นมัวเกินไป ถูกกระตุ้นง่ายเกินไป มันดีที่สุดแล้วที่จะปล่อยให้เอ็ดการ์อยู่ในกลุ่มเพื่อน ส่วนเขาก็ไสหัวไปซะ

ลีโอยกมือขึ้นโบกเรียกแท็กซี่ และก้าวเข้าไปนั่งในรถเพื่อเดินทางไปยังสตูดิโอของครูสอนไวโอลินที่คอยดูแลเขา  เขารู้ว่ามันฟังดูบ้าๆ ที่เขายังจะมามีอารมณ์ซ้อมดนตรีได้อยู่อีก ทั้งๆที่ชีวิตตัวเองกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย ที่บางและเปื่อยจนจะขาดมิขาดแหล่อยู่แล้ว

แต่นั่นกลับเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับลีโอ ทำไมเขาจะไม่อยากมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ครบถ้วน จะได้เอามันไปใช้ในการพยายามหาวิธีเอาชีวิตรอด แต่มันยากนะ ในเมื่อเขาตกอยู่ในความโกรธแทบตลอดเวลาแบบนี้ อย่างน้อยการเล่นดนตรีก็ทำให้เขาสงบได้ระยะหนึ่ง และมันก็คงไม่ทำให้ใครตายขึ้นมาหรอก

ยี่สิบนาทีต่อมา ลีโอก็ไปอยู่ในสตูดิโอส่วนตัวของริชาร์ด ฟรีดแมน นักไวโอลินเลื่องชื่อที่เคยชนะการประกวด International Violin Competition มาก่อน การแข่งขันเดียวกันกับที่เขาจะเข้าแข่งขันในวันพรุ่งนี้เป๊ะเลย

ลีโอไม่อยากคิดว่ามันมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไร ที่ลุงสามารถดึงตัวนักเล่นไวโอลินที่มีชื่อเสียงขนาดนี้มาช่วยดูแลการฝึกซ้อมให้เขาแบบตัวต่ออย่างนี้ได้  ทั้งๆที่ปกติแล้วริชาร์ด ฟรีดแมน ไม่รับลูกศิษย์

ลีโอไม่ได้เป็นพวกบ้ารางวัล ไม่ได้กระหายชื่อเสียง เขาเล่นไวโอลินเพียงเพื่อสนองความพอใจของตัวเอง เขาไม่สนใจด้วยซ้ำ ว่าทำไมลุงถึงบังเอิญมีเพื่อนเป็นผู้มีพระคุณของริชาร์ด ฟรีดแมน ที่พรุ่งนี้จะเป็นหนึ่งในคณะกรรมการการประกวดด้วย

ของมันบังเอิญกันได้...  และถ้าเขาเล่นห่วย มันก็ช่วยไม่ได้เหมือนกัน

“เริ่มเลย”  ริชาร์ดสั่ง เมื่อลีโอเทียบเสียงไวโอลินของเขาเรียบร้อยแล้ว

ลีโอแตะคันชักลงบนสายไวโอลิน เขาเลือก Violin Concerto op.35 ของไชคอฟสกี้เป็นเพลงประกวดในวันพรุ่งนี้ มันเล่นยาก และยิ่งยากมากขึ้นถ้าต้องเล่นมันให้ได้ดีๆ 

ลีโอเริ่มเล่นท่อน  Allegro moderato มันพลิ้วแต่ก็กระชากกระชั้นอยู่ในที   ริชาร์ดเอนหลังพิงกับพนักพิงและนั่งฟังด้วยท่าทางสงบ สไตล์การเล่นของลูกศิษย์ฝากพิเศษของเขาคนนี้ออกไปในแนวหนักหน่วงและมีพลัง  ทีแรกเขายอมรับว่าค่อนข้างจะมีอคติจากวิธีการยอกย้อนที่ผู้ปกครองของเด็กทำเพื่อให้ได้เขามาอยู่ตรงนี้  และเขาก็กะจะสั่งสอนให้หนักจนเข็ดไปเลยทั้งเด็กทั้งผู้ปกครอง

แต่เมื่อริชาร์ดได้พบกับลีโอ เขาก็เปลี่ยนความคิด เด็กนี่ไม่ได้เก่งจนน่าตะลึงอะไร แต่กลับมีแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้เขาไม่สามารถเดินผละไปเฉยๆได้ เด็กคนนี้เหมือนปริศนาในกล่องของขวัญ  และมันก็ท้าทายให้เขาดึงมันออกมาให้ได้ 

“เล่นใหม่” ริชาร์ดสั่ง เมื่อลีโอเล่นท่อน Andante มาได้ไม่กี่นาที “ไชคอฟสกี้แต่งเพลงนี้ให้กับชีวิตสมรสที่ล่มไม่เป็นท่าของตัวเอง มันควรจะลึกซึ้งกินใจ แต่เธอกำลังทำให้ฉันเบื่อ ยังกับฟังชีวิตเซ็กส์ของขันที”

ลีโอจ้องตาริชาร์ด 

“รัก โหยหา และทุกข์ทรมานกับสิ่งที่ต้องยอมรับ ” ริชาร์ดจ้องกลับดวงตาคมดุของอีกฝ่าย “ถ้าไม่มีปัญญารู้สึกให้ได้แบบนั้น ก็เปลี่ยนเพลงซะ อย่าทำตัวเองขายหน้าบนเวที”

ลีโอเม้มริมฝีปาก เขาเกือบจะโกรธอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ ลีโอแตะคันชักลงบนสายไวโอลินอีกครั้ง

“ไม่ต้องมองนิ้ว แค่เล่นไปตามที่เธอรู้สึก” เสียงของริชาร์ดนุ่มนวลขึ้น “นึกถึงอะไรก็ตาม ที่จะทำให้เธอมีความสุข แต่ก็มีความทุกข์แสนสาหัส แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังต้องอยู่”

ลีโอหลับตาลง เขาสูดลมหายใจลึกและระบายออกมาอย่างช้าๆ ผลักความรู้สึกก่อนหน้านี้ทั้งหมดออกไป และปล่อยตัวเองให้ลอยล่องไปกับบางสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ในจิตใต้สำนึก...

เสียงไวโอลินหวานหยดย้อยลอยออกมา มันคร่ำครวญหวนไห้ หวานลึก ลุ่มหลง และเว้าวอนเหมือนจะขาดใจ  ริชาร์ดนั่งนิ่ง   เขาจ้องมองลีโอไม่วางตา และแทบจะไม่ขยับเลยตัวแม้แต่นิดเดียว

แต่ความรักอย่างลึกซึ้งระคนโหยหาอาดูรนั้นยังไม่ใช่ที่สุด  ...ความปรารถนาต่างหากที่รุมเร้าแผดเผา   ริชาร์ดเบิกตาขึ้นเล็กน้อยเมื่อท่วงทำนองนั้นเปิดเผยอารมณ์บางอย่างออกมา  มันปลุกเร้าความรู้สึกจนรุ่มร้อนปั่นป่วน  ทั้งทุกข์ทรมานและวาบหวามราวกับเริงรักอยู่ในกองเพลิง

ริชาร์ดใจเต้นรัว ฝ่ามือที่วางอยู่บนที่วางแขนนั้นชื้นเหงื่อ ดวงตาเป็นประกายและมองลีโอเหมือนมองใครอีกคนที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน 

มันไม่ใช่ Violin Concerto op.35 อย่างที่เขานึกฝันไว้ และมันก็คนละความรู้สึกกับของเดิมอย่างสิ้นเชิง  มันราวกับเห็นคนคนหนึ่งกระชากหัวใจตัวเองออกมา ป่นเป็นชิ้นเล็กๆใส่ลงในโน้ตทุกตัว ปล่อยให้ปลิวลอยไปกับสายลม หวังว่ามันจะโปรยปรายลงแทบตักของใครบางคนที่อยู่ในห้วงคิดคำนึง

“ยังกับฟังอยู่ในหัวของคนบ้า” ริชาร์ดสรุปหลังจากที่ลีโอเล่นจบ

ลีโอหอบน้อยๆ หัวใจพองโตและปลื้มปริ่มอย่างแปลกประหลาด เหงื่อเม็ดเล็กๆซึมขึ้นมาตรงขมับ เขางึมงำออกมาเบาๆ  “...ช่างหัวอาจารย์สิ”

 ริชาร์ดยิ้ม เขามองลีโออย่างคนที่รู้อะไรๆดี  “คนบ้าที่กำลังคลั่งรักด้วยสิ  ...รักต้องห้าม รักต่างชนชั้น รักคนที่ไม่ควรรัก แบบไหนก็ทรมานหวานปนขมทั้งนั้น และคำถามของฉันก็คือ ...ใคร?”

ลีโอเลิกคิ้ว

“คนที่เธอนึกถึงเมื่อครู่นั่นน่ะ”

“ไม่มีตัวตนหรอก” รอยยิ้มลึกลับผุดขึ้นบนริมฝีปากรูปกระจับ  “ผมแค่พยายามจะรู้สึกให้ได้อย่างที่ไชคอฟสกี้รู้สึก เหมือนที่อาจารย์บอก”

ริชาร์ดคลี่ยิ้มกว้างขึ้น และในที่สุดหัวเราะออกมาเต็มเสียง  “สาบานเลยว่าไชคอฟสกี้ต้องลุกจากหลุมขึ้นมาเถียง ว่าเขาไม่ได้รักเมียเขามากขนาดนั้น เก็บไวโอลินของเธอซะ แล้วก็กลับไปเถอะ ฉันไม่มีอะไรจะแนะนำเธอแล้ว”

“ผมถือว่านั่นเป็นคำชมได้มั้ย?”

ริชาร์ดไม่ตอบ เขาลุกขึ้นและเดินไปที่โต๊ะ ก่อนจะชี้นิ้วมาที่ลีโอ  “วันพรุ่งนี้ถ้าเธอเล่นผิดแม้แต่นิดเดียว หรือทำได้ดีน้อยกว่าวันนี้ ฉันจะกดคะแนนเธออย่างที่เธอต้องร้องไห้คร่ำครวญว่าทำไมความยุติธรรมไม่มีในโลก”

“ขอบคุณครับ”

“อ้อ มีอีกอย่าง” ริชาร์ดพูดขึ้น ขณะที่ลีโอเก็บของเสร็จแล้วและกำลังจะเดินออกไปจากห้อง  “ฉันว่ามันคงดีมาก ถ้าเธอจะเชิญคนไม่มีตัวตนคนนั้นมาในงานประกวดวันพรุ่งนี้ด้วย มันน่าเสียดายนะ ถ้าเขาไม่ได้ฟังมัน”

ลีโอส่ายหัว แต่ดวงตากลับดูเหมือนจะยิ้มแทนริมฝีปาก  “อาจารย์นี่พูดไม่รู้เรื่องเลย”

วันนั้นลีโอเข้านอนแต่หัวค่ำ เขารู้สึกโล่งหัวขึ้นกว่าก่อนหน้านี้เล็กน้อย การได้ปลดปล่อยออกมาในรูปนี้ ดีกว่าการทรมานตัวอะไรสักตัวตั้งเยอะ...

ลีโอปิดไฟตรงหัวเตียงและมองไปยังหน้าต่างห้องนอนของเอ็ดการ์  มันมืดสนิทเพราะเจ้าของห้องยังไม่กลับ ลีโอลูบเบาๆตรงรอยประทับรูปเลขหกตรงต้นคอ มันอ่อนจางและไม่รู้สึกร้อนรุ่มอะไร เขาถอนใจเบาๆก่อนจะล้มตัวลงนอน

แต่แล้วในคืนนั้น ลีโอก็ต้องถูกปลุกขึ้นมากลางดึกด้วยเสียงโทรศัพท์มือถือของตัวเอง เขางัวเงียตื่นขึ้นมา และหยีตามองชื่อที่บันทึกเอาไว้ ก่อนจะกดรับสาย

“เฮ้...ลีโอ  นี่แซ็คนะ”

“มีอะไร” ลีโอกระชากเสียงอย่างหงุดหงิด

“เอ็ดการ์น่ะ  คือว่า  ตอนนี้เขาอยู่กับฉัน แล้วก็...”

ลีโอตาสว่างขึ้นทันที “เอ็ดการ์มีอะไร?”

“เขาเมาเละเลย จะพาไปส่งที่บ้านก็ไม่ยอม  พูดอยู่อย่างเดียวว่าให้นายมารับ”

ลีโอขบกราม “พวกนายอยู่ที่ไหน”

“ที่เดิม” แซ็คพูดอ่อยๆ เขาสัมผัสได้ถึงอารมณ์ของอีกฝ่าย

ไม่กี่นาทีต่อมา ลีโอก็ไปถึงคลับบนถนนสายเจ็ดสิบสอง เขาไปหยุดยืนอยู่ตรงโต๊ะประจำของแซ็ค ที่ตอนนี้เกลื่อนกลาดไปด้วยแก้วเหล้าและก้นบุหรี่  ลีโอหยุดสายตาที่ร่างของเอ็ดการ์ซึ่งเมาแประหมดสภาพอยู่กลางวงเพื่อน เปลือกตาของเอ็ดการ์ปิดสนิท ขณะที่ศีรษะเอนซบอยู่กับไหล่ของแซ็ค

“เขางี่เง่ามาก ไม่ใช่แค่กับแซ็ค แต่ทั้งฉันทั้งคาร์ลเขาก็ไม่เอาเหมือนกัน” เพอร์ซีรีบพูดออกมา ก่อนที่จะต้องเห็นลีโอดึงตัวแซ็คออกไปยิงทิ้ง

“ขอบใจที่โทรเรียก เดี๋ยวฉันพาเขากลับเอง” ลีโอพูดเสียงเข้ม เขาตรงเข้าไปดึงแขนของเอ็ดการ์ให้ลุกขึ้น “ตื่น... เอ็ด  กลับบ้านเดี๋ยวนี้!

เอ็ดการ์ลืมตาขึ้น เขางัวเงียและมองไปรอบๆอย่างมึนงง แต่พอมองเห็นลีโอ ดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง และโดยที่ใครๆไม่ทันคาดคิด เอ็ดการ์ก็กระโจนเข้าใส่ลีโอ เขาเสยกำปั้นใส่ปลายคางลีโอจนหน้าหงาย

“ไอ้แฝดเฮงซวย...” เอ็ดการ์คำราม “เจ็บเท่าที่ฉันเจ็บรึยัง”

ลีโอถ่มเลือดออกมา เขาเช็ดริมฝีปากที่แตกเลือดไหลด้วยหลังมือ และหันมามองเอ็ดการ์ด้วยแววตาคมกล้า

“เฮ้ย!

แซ็คร้องอุทานขึ้น เมื่อเอ็ดการ์พุ่งเข้าใส่ลีโออีกครั้ง แต่คราวนี้ลีโอเบี่ยงตัวหลบ ก่อนจะตะปบคอเสื้อเอ็ดการ์ทางด้านหลัง และดึงกระชากเหวี่ยงกลับไปทางกลุ่มเพื่อน  สก็อตครางออกมาดังๆเมื่อร่างของเอ็ดการ์กระแทกเข้าที่ลิ้นปี่ แก้วเหล้าที่เกลื่อนอยู่บนโต๊ะกลิ้งหล่นลงไปที่พื้น

“ลีโอ เบามือหน่อยได้มั้ย” แซ็คพูดออกมาเมื่อเห็นลีโอย่างสามขุมเข้ามาอีก และเอ็ดการ์ก็ดูเหมือนจะยังลุกไม่ขึ้น

“หุบปากเลยแซ็ค อย่ามายุ่งเรื่องพี่น้อง” ลีโอคำราม เขาตรงเข้ามาขยุ้มคอเสื้อเอ็ดการ์ กระชากตัวให้ลุกขึ้นและลากตัวออกมาท่ามกลางสายตาของเพื่อนฝูงที่มองตามตาค้าง

“ทำไมพวกนั้นต้องดุเดือดขนาดนี้ด้วย” คาร์ลพึมพำขึ้นมา

“เรื่องของพี่น้องน่ะคาร์ล นายไม่เข้าใจหรอก” เพอร์ซีพูด

“แล้วนายเข้าใจรึไง?”

เพอร์ซียักไหล่และกระดกขวดเหล้าขึ้นดื่ม คาร์ลส่ายหน้าและงึมงำ  “พระเจ้า... โชคดีชะมัดที่ฉันไม่มีฝาแฝด”

ลีโอเหวี่ยงตัวเอ็ดการ์เข้าไปในรถแท็กซี่ เขาตามเข้าไปและปิดประตูดังปัง ก่อนจะผลักเอ็ดการ์ให้คว่ำหน้าลงและบิดแขนไพล่หลัง เอ็ดการ์ด่าออกมาเป็นคำหยาบ แต่ลีโอไม่สนใจ เขาหันไปบอกคนขับ

“ถนนอีสต์ 68

 

คนขับเหลือบตาขึ้นมองกระจก “เฮ้... น้องชาย มีอะไรที่ฉันควรต้องไล่นายลงไปรึเปล่า”

“คิดว่าเป็นอาชญากรรมรึเปล่าล่ะ ดูนี่ให้ชัดๆ” ลีโอใช้ฝ่ามือข้างหนึ่งบิดใบหน้าของเอ็ดการ์ให้หันมา “เหมือนกันอย่างกับโขกออกมาจากพิมพ์เดียวกันเลยใช่มั้ย แค่ลากน้องเวรตะไลกลับบ้านก่อนที่แม่จะตีโพยตีพายมากไปกว่านี้ ...โอเครึยัง?”

คนขับทำหน้าเอือมระอา ก่อนจะออกรถ

“ปล่อยฉัน... ลีโอ” เอ็ดการ์พูด

“ขืนปล่อย นายก็เอากำปั้นกระแทกหน้าฉันอีกสิ อยู่แบบนี้แหละดีแล้ว”

เอ็ดการ์ขืนตัวสู้อย่างเดือดดาล แต่ด้วยความเมาและความที่อยู่ในสภาพเสียเปรียบ ก็ทำให้เอ็ดการ์ถูกกดตัวคว่ำลงกับเบาะโดยที่แขนยังถูกล็อคไพล่หลัง โดยมีร่างของลีโอทาบทับอยู่ด้านบน เอ็ดการ์ครางและสบถออกมาเป็นคำหยาบซ้ำๆ  ก่อนจะหมดฤทธิ์นอนแน่นิ่ง เหมือนจะหลับพับไปด้วยความเพลีย

“ลีโอ... ฉันเกลียดนาย...”

เอ็ดการ์งึมงำออกมาเมื่อรถแล่นไปได้ช่วงหนึ่ง น้ำเสียงกระท่อนกระแท่นนั้นทำให้ลีโอชะงัก เขาคลายมือออกและปล่อยให้แขนของเอ็ดการ์ทิ้งลงข้างตัว ลีโอมองพี่ชายฝาแฝดด้วยสีหน้าลำบากใจ  “...ฉันรู้”

ลีโอเอื้อมมือออกไปเหมือนจะลูบผมเอ็ดการ์ แต่แล้วเขากลับเปลี่ยนใจ ทิ้งมือลงเหมือนเดิมก่อนจะขยับตัวถอยออกมา ลีโอทิ้งตัวพิงเบาะ เขาเอามือท้าวศีรษะและมองออกไปนอกหน้าต่าง

เอ็ดการ์ฝืนทรงตัวขึ้นนั่ง  คอเขาอ่อนพับไปตามจังหวะการเคลื่อนตัวของรถ เปลือกตายังปิดอยู่ แต่ริมฝีปากกลับเปล่งเสียงออกมา “...ไม่รู้หรอก นายมันไม่รู้อะไรเลย...”

ลีโอเม้มริมฝีปาก พยายามที่จะไม่รู้สึกอะไรกับคำพูดของเอ็ดการ์

“ลีโอ.. เชื่อฉันเถอะ” เอ็ดการ์ปล่อยตัวอิงกับลีโอ ศีรษะเอนซบไหล่ จมูกโด่งแตะอยู่ใกล้ลำคอ “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น มันจะไม่ใช่ความผิดของนาย ทุกสิ่งที่นายทำหรือกำลังจะทำ มันไม่เป็นไร... ไม่เป็นไรเลยจริงๆ...”

ลีโอตัวแข็งทื่อ  ...ที่เอ็ดการ์พูดมันหมายความว่ายังไง!?  ฝ่ามือของลีโอร้อนผ่าว ขณะที่ใบหน้าของเอ็ดการ์ยังอิงแอบอยู่ตรงต้นคอ ลีโอรู้สึกถึงลมหายใจและผิวเนื้ออบอุ่นของเอ็ดการ์ หัวใจเขาเต้นรัว ความรู้สึกบางอย่างแล่นปราดไปทั่วร่าง

“จอดตรงนี้!” เสียงของลีโอแตกพร่าและฉุนเฉียว 

เขาดึงเอ็ดการ์ลงจากรถ และกระหน่ำกดกริ่งหน้าบ้านรัวๆเหมือนคนบ้า

“เอาไป!” เขาผลัดเอ็ดการ์ใส่ฟิโอน่าทันทีที่ฝ่ายนั้นเปิดประตูออกมารับ  ก่อนจะก้าวเร็วๆลงบันไดเฉลียงหน้าบ้านเหมือนวิ่งหนีฆาตกรโรคจิต  แต่ต่างกันที่เราคงไม่ได้อยากสัมผัสลูบไล้ฆาตกรโรคจิตนั่นด้วย

ลีโอกลับเข้ามาในห้องนอนของมาร์ค  โชคดีที่เวลานี้คนทั้งบ้านกำลังหลับ และมาร์คก็ให้เขาถือกุญแจบ้านเอาไว้ดอกหนึ่ง ไม่อย่างนั้นลีโอคงต้องทรมานตัวเองโดยการนอนในสวน

ลีโอถอดเสื้อนอกและโยนมันไว้ปลายเตียง ฝ่ามือเขาสั่นไปหมด และในอกก็รุมร้อนปั่นป่วน เขาหันรีหันขวางพยายามหาอะไรบางอย่างมาช่วย และสาบานได้..  ถ้ามียานอนหลับอยู่ตรงหน้าสักขวด เขาจะกินมันเข้าไปทั้งกำ!

ลีโอค้นแปะปะตามลิ้นชัก ไม่มีทางที่มาร์คจะมีของอะไรแบบนั้นแน่ ลีโอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะคลั่ง และในที่สุดสายตาของเขาก็ไปหยุดอยู่ที่กล่องเก็บอุปกรณ์เครื่องเขียนเล็กๆ

ลีโอคว้ามัน และผลุนผลันเข้าไปในห้องน้ำ

ลีโอถอดเสื้อออกตรงเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า เขาเหลือบมองเงาตัวเองในกระจก ที่มองตอบออกมาคือชายหนุ่มหล่อเหลาที่มีท่าทางเหมือนกำลังทุกข์ทรมาน ลีโอหยิบห่วงเล็กๆออกมาจากกล่อง เขาง้างปลายออกเล็กน้อย ก่อนจะแตะมันลงตรงผิวเนื้ออ่อนๆตรงด้านในของริมฝีปากล่างและกดมันเข้าไป

ปึ่ด!

ปลายห่วงทะลุออกมาด้านนอก หยดเลือดไหลย้อยออกมาถึงปลายคางและหยดแหมะลงบนอ่างเคลือบสีงาช้าง

ลีโอหายใจหอบถี่ เขาร้อยมันช้าๆจนมันกลายเป็นห่วงกลมเล็กๆติดอยู่ตรงริมฝีปากล่าง

...ยังไม่พอ

ลีโอเอื้อมมือสั่นเทาออกไปอีกครั้ง แต่เขากลับทำให้กล่องนั่นหล่นลงพื้น ห่วงและหมุดกระจายออกจากกล่อง ลีโอทรุดตัวลงนั่งกับพื้น แผ่นหลังอิงกับผนังหินอ่อน  ลมหายใจเขาอุ่นจัด และรอยประทับตรงต้นคอก็เป็นสีแดงเข้ม

ลีโอเอื้อมมือออกไป เขาหยิบหมุดขึ้นมาอันหนึ่ง ลีโอยกมือข้างซ้ายขึ้น และกางนิ้วมือออก เขาใช้มือข้างนี้จับไวโอลินและใช้นิ้วมือกดสาย แต่ไม่ได้ใช้ง่ามนิ้วทำอะไร...

ลีโอกดหมุดลงตรงง่ามนิ้วระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วกลาง ความเจ็บปวดแล่นปราดขณะที่ปลายเข็มค่อยๆจมลงในผิวเนื้อ ลีโอครางออกมาเบาๆ ขณะมองหยดเลือดไหลลงมาตามหลังมือ

“ลีโอ! นั่นนายกำลังทำอะไร!?”

บานประตูห้องน้ำอ้ากว้าง พร้อมกับร่างของมาร์คที่มองมาอย่างแตกตื่น

ลีโอหันไปหามาร์คช้าๆ เสียงเขาแผ่วพร่ากว่าปกติ “มาร์ค... ฉันอยากได้เอ็ดการ์”

มาร์คตกตะลึง  เขาพยายามตั้งสติและตรงเข้าไปหาลีโอ มือไม้เขาสั่นไปหมดขณะดึงหมุดออกจากมือข้างนั้นของลีโอ เลือดยังผุดออกมาจากรอยแผลและหยดเป็นดวงลงบนพื้นกระเบื้อง ตัวของลีโออุ่นจัดเหมือนคนเป็นไข้

“ลีโอ.. นี่มัน...ทำไมเป็นแบบนี้...” มาร์คพูดอย่างใจเสีย

“มันเจ็บนะมาร์ค” ลีโอพูด ไอกรุ่นลอยออกมาจากปากเขา และมาร์คก็มองเห็นรอยเลข 6 สีแดงเข้มบนต้นคอของลีโอได้อย่างชัดเจน “แต่มันช่วยได้ ...ถ้าเจ็บ  แล้วก็จะได้ไม่รู้สึกแบบนั้น”

“นายต้องอดทนลีโอ  อย่าให้มันครอบงำนายได้!

“ฉันพยายามแล้ว!” ลีโอตวาด “แต่เขาก็ทำให้มันยากขึ้นไปอีก!

ลีโอเอามือกุมหัว สีหน้าดูปวดร้าว ไหล่หนาสั่นเทิ้ม “ฉันรู้ว่าเขาอยู่ตรงนั้น  ห่างออกไปแค่ผนังกั้น ...มันทรมาน”

มาร์คกลืนน้ำลาย เขามองหนึ่งในเด็กแฝดที่เขารักกำลังจ่อมจมลงในบ่อแห่งความทุกข์ที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงแผดเผา  มาร์คเอื้อมมือออกไปและกอดลีโอไว้หลวมๆ เสียงเขาอ่อนโยนและปลอบประโลม “ฉันจะอยู่กับนาย ลีโอ แล้วมันจะต้องดีขึ้น”

ลีโอไม่ขยับตัว เขาแค่ยอมให้มาร์คกอดเขาอยู่แบบนั้น และได้แต่หวังว่าตัวเองจะเชื่อคำพูดของมาร์คได้บ้างสักนิด...
 

วันต่อมา ในงานประกวด International Violin Competition ลีโอนั่งอยู่ในห้องพักรอของผู้เข้าแข่งขันซึ่งอยู่ทางด้านหลังของเวที แทนการไปนั่งกับญาติหรือเพื่อนที่นั่งชมการประกวดอยู่ในฮอลล์เหมือนผู้เข้าแข่งขันส่วนใหญ่  ที่อยากจะเห็นฝีมือของคู่แข่ง

เอ็ดการ์ มาร์ค และฟิโอน่า นั่งอยู่ในที่นั่งผู้ชมแถวที่สาม ถัดลงมาจากที่นั่งกรรมการ  ซึ่งมีริชาร์ด ฟรีดแมน เป็นหนึ่งใน 5ของคณะกรรมการตัดสิน การแข่งขันในวันนี้เป็นการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งนอกจากจะมีผู้ชมทั่วๆไปแล้ว ยังมีนักข่าวจำนวนไม่น้อยปะปนอยู่ในงานนี้ด้วย

ลีโออยู่ในชุดทักซิโด้สีดำเนี้ยบกริบ เขานั่งเงียบๆในห้องเดียวกันกับผู้เข้าแข่งขันอีก 3 ราย ซึ่งก็คือสเว็ตลาน่าจากรัสเซีย แบรดลีย์หนุ่มผมแดงซึ่งมีสิวเต็มหน้าผาก และคางามิจากญี่ปุ่น แต่ละคนต่างทำสมาธิในแบบของตัวเอง คางามินั่งกำหนดลมหายใจ  สเว็ตลาน่าเคาะนิ้วเป็นจังหวะสม่ำเสมอพร้อมกับฟังอะไรบางอย่างในหูฟัง  ส่วนแบรดลีย์ก็กำลังจ้องสิวตัวเองทางกระจก

และสำหรับลีโอ แค่ไม่ต้องอยู่ใกล้เอ็ดการ์ สมาธิเขาก็ดีขึ้นเยอะ โดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม

แล้วบานประตูก็เปิดออก พร้อมกับร่างใครอีกคนที่ก้าวเข้ามา ลีโอเหลือบมอง เขาพอจำได้ว่าหมอนี่ชื่อคริสทอฟ เป็นผู้เข้าแข่งขันอีกคนที่ผ่านเข้ามาถึงรอบสุดท้าย และด้วยฝีมือระดับที่เรียกว่าตรึงอารมณ์

คริสทอฟนั่งลงที่เก้าอี้ตัวหนึ่ง และกวาดตามองคนอื่นๆที่นั่งอยู่ในห้อง และเมื่อมาถึงใบหน้าของลีโอ เขาก็เลิกคิ้วขึ้น “...โอ๊ะโอ  นายคือลีโอ แวน ดีสเทนคนนั้นสินะ”

ลีโอนิ่วหน้า การรู้ชื่อคู่แข่งที่เข้ารอบสุดท้ายมาด้วยกันไม่ใช่เรื่องแปลก แถมป้ายชื่อก็ยังติดอยู่ตรงหน้าอกของทุกคนด้วย แต่การที่ถูกพูดชื่อออกมาด้วยน้ำเสียงเสียดสี พร้อมกับคำว่า คนนั้น น่ะไม่ใช่เรื่องปกติแน่ “นายหมายความว่ายังไง? ”

“ไม่รู้สิ” คริสทอฟยักไหล่ รอยยิ้มเจือความเหยียดหยัน “คนที่มีโอกาสสูงที่สุดที่จะชนะการแข่งขันมั้ง”

คางามิเหลือบตามองทันทีพร้อมๆกับแบรดลีย์ ส่วนสเว็ตลาน่ายังนั่งก้มหน้าอยู่ในลักษณะเดิม แต่ลีโอเห็นชัดเลยแหละ ว่านิ้วมือของเธอเลิกเคาะเป็นจังหวะแล้ว

ลีโอหันมาจ้องหน้าคริสทอฟ เขาไม่รู้ว่ามันคือเรื่องงี่เง่าอะไร รู้แค่ว่าเขาชักไม่ชอบใจขึ้นมาแล้ว “ใครก็มีโอกาสชนะทั้งนั้น ถ้ามีฝีมือ”

คริสทอฟหัวเราะพรืด “แหงล่ะ ถ้าฉันเป็นนายฉันก็จะพูดแบบนี้ ยกเอาเรื่องฝีมือขึ้นมาพูดให้สวยหรู”

ลีโอรู้สึกถึงความคุกกรุ่นที่เริ่มก่อตัวขึ้นในอก และมันแปลกประหลาดกว่าที่เคย เขาลุกจากที่นั่ง และก้าวเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าคริสทอฟ “เฮ้...พวก ฉันไม่รู้ว่านายกำลังพูดเรื่องอะไร แต่ถ้านายแค่อยากกวนประสาทฉันโดยไม่มีเหตุผลล่ะก็ หลังการแข่งขัน ฉันจะทำให้นายไม่มีปัญญาใช้ปากไปกวนประสาทใครได้อย่างน้อย 2 อาทิตย์ และอย่าคิดว่าฉันทำแบบที่พูดไม่ได้”

คริสทอฟหยุดยิ้ม เขามองลีโออย่างโมโห “นั่นเป็นวิธีของถนัดของนายสินะ ใช้วิธีใต้ดิน”

“อะไรนะ” ลีโอขมวดคิ้ว  เขาไม่ได้กำลังโกรธคริสทอฟ  แต่ความรู้สึกพลุ่งพล่านแปลกๆในหัว ประสาทที่เต้นตุบ และกระแสเลือดอุ่นจัดผิดปกติที่ถูกปั๊มออกมาจากหัวใจต่างหาก ที่กำลังทำให้ลีโอรู้สึกเหมือนร่างกายตัวเองกำลังจะลุกไหม้

“ริชาร์ด ฟรีดแมน” คริสทอฟกัดฟันกรอด “เขาเป็นผู้ตัดสินที่โหดที่สุด กดคะแนนจนน่าเกลียด และไม่เคยให้คะแนนเต็มกับผู้เข้าแข่งขันคนไหน แต่ฉันแอบรู้มาว่าเขาเป็นอาจารย์ลับๆให้นาย และฉันจะไม่แปลกใจเลย ถ้านายจะเป็นคนแรกที่ได้คะแนนเต็มสิบจากเขา”

“งี่เง่า”

ลีโอเลิกสนใจคริสทอฟ เขาหันไปมองผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ มือเขาสั่นเล็กน้อย “มีใครพกยามาบ้างมั้ย?”

สามคนที่เหลือมองหน้ากันเลิ่กลั่ก  ลีโอขบกราม ตาเขาเริ่มพร่า และหูก็ได้ยินเสียงประหลาดกระซิบเหมือนลอยมาจากที่ไกลๆ ...และก็เหมือนที่เคยเป็นมาในอดีต ถ้อยคำกระซิบกระซาบเหล่านั้นไม่เคยมีเรื่องดี

“แบรดลีย์!” ลีโอพูดเหมือนตะคอก ชีพจรเขาเต้นเร็วจนเหมือนจะระเบิด “นายมีของที่ฉันถามมั้ย!?”

แบรดลีย์สะดุ้ง เขาลนลานหยิบกล่องโลหะเล็กๆออกมาจากกระเป๋า “ฉันมีแค่บุหรี่ นายจะเอารึเปล่า”

“ขอบใจ” ลีโอหยิบบุหรี่จากมือแบรดลีย์ เขาแทบควบคุมอาการสั่นไม่ไหวแล้ว ลีโอก้าวเร็วๆออกไปนอกห้อง

พระเจ้า...  ขอที...  ขอให้บุหรี่ตัวนี้ช่วยบรรเทาอาการบ้าๆที่กำลังเกิดกับเขาทีเถอะ!

“...ให้ตาย หมอนี่ไม่ได้แค่ขี้โกง แต่มันต้องติดยาด้วยแหงๆ  สวะชัดๆ” คริสทอฟพูดออกมาอย่างเหยียดหยาม

ทุกคนตกอยู่ในความเงียบครู่หนึ่ง ก่อนที่คริสทอฟจะลุกขึ้นและเดินไปยังกล่องไวโอลินของลีโอที่วางอยู่บนโต๊ะ เขาแง้มฝากล่องให้เปิดอ้า

“สตราดิวาเรียส” คริฟทอฟลูบไล้ไปตามเนื้อไม้เงางาม “ไม่เห็นจะคู่ควรกับคนพรรค์นั้นเลย

“นั่นนายจะทำอะไร” คางามิถามขึ้น

คริสทอฟเดาะลิ้น “เล่นตลกกับของของหมอนั่นสักหน่อย”

“นาย... ไม่ได้จะทำจริงๆใช่มั้ย?” คางามิถามหวาดๆ

“ทำไมจะไม่ล่ะ” เสียงของสเว็ตลาน่าดังขึ้น ทุกคนหันไปมองที่เธอเป็นตาเดียว ดวงตาของสเว็ตลาน่าเป็นสีฟ้าอ่อนปนเทาดูเย็นเยียบ “ถ้าแวน ดีสเทนใช้วิธีสกปรกนั่นจริง มันยุติธรรมกับพวกเราที่เหลืองั้นเหรอ”

คริสทอฟเบนสายตาจากสเว็ตลาน่าไปยังคนอื่น “มีใครจะคัดค้านรึเปล่า”

คางามิกลืนน้ำลาย ส่วนแบรดลีย์ก็ปิดปากเงียบ

“โอเค...” คริสทอฟกระตุกยิ้ม “งั้นพวกนายก็หุบปากให้สนิทก็แล้วกัน”

แล้วคริสทอพก็หยิบไวโอลินขึ้นมาจากกกล่อง เขามองด้วยแววตาหมายมาด ก่อนจะหยิบคัตเตอร์ออกมาจากกระเป๋า

“วางของของฉันลงเดี๋ยวนี้”

เสียงต่ำลึกที่ดังขึ้นพร้อมกับบานประตูที่เปิดออก ดึงสายตาของทุกคนไปยังร่างของลีโอที่ก้าวเข้ามา ใบหน้าของลีโอก้มต่ำเล็กน้อย และแววตาก็แข็งกร้าวอย่างข่มขวัญ

คริสทอฟจ้องมองลีโอ เขาแปลกใจกับรอยเส้นเลือดที่ลามขึ้นมาบนผิวแก้ม ซึ่งมันทำให้ฝ่ายนั้นดูน่าขนลุกอย่างประหลาด

“ฉันบอกให้วางของของฉันลง”

......

......

...นี่ผมมานั่งทำบ้าอะไรอยู่ตรงนี้?

ผมจ้องมองบนเวที ที่มีใครสักคนกำลังครวญคร่ำอย่างโศกศัลย์ผ่านทางเสียงไวโอลิน สิ่งนั้นอยู่ในสายตาผม แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ผมเห็น

...แม่_ง

ผมกระพริบตาถี่ๆ และยกมือขึ้นขยี้ตา มาร์คที่นั่งอยู่ข้างๆหันมาทางผม

“เป็นอะไรรึเปล่าเอ็ดการ์”

ผมรีบเอามือลง และส่ายหน้า “เปล่า  แค่ง่วงนิดหน่อย”

มาร์คเหมือนไม่ค่อยเชื่อ แต่เขาก็หันกลับไปทางเวทีในที่สุด

มันบ้ามาก ที่ผมไม่สามารถบรรยายสิ่งที่ผมเห็นจริงๆให้เขาฟังได้ ตั้งแต่วันที่ลูซิเฟอร์เอาดวงตาของผมไป ดวงตาข้างซ้ายของผมก็เหมือนเครื่องรับภาพจากนรก ที่ติดๆดับๆเหมือนทีวีรุ่นเก่าที่ต้องคอยจูนหาคลื่น และไอ้คลื่นหอกนั่นก็ไม่เคยส่งภาพดีๆมาเข้าตาผมเลย!

บางครั้งผมเห็นภาพผืนดินแห้งแล้งที่ปราศจากสิ่งมีชีวิต เถ้าถ่านสีเทาที่ปลิวว่อนขมุกขมัวจนมองเห็นข้างหน้าได้แค่ฝ่ามือเอื้อม  หรือภาพของลีโอที่นอนอยู่บนแท่นบูชาเหมือนเครื่องบูชายัญ และนั่นมันยิ่งยืนยันคำพูดของลูซิเฟอร์ ที่ว่าดวงตาข้างนั้นของผมเป็นสมบัติของนรกไปแล้ว

โชคดีที่ภาพพวกนั้นมันผ่านแว่บเข้ามาเป็นบางครั้งบางคราว ไม่ใช่ทุกวันหรือตลอดเวลา ไม่อย่างนั้นตอนนี้ผมคงไม่ได้มานั่งอยู่ที่นี่

เครียดชิบ...

ผมกำมือเข้าหากันและบีบแน่น การสูญเสียดวงตาข้างหนึ่งมันยังไม่ใช่เรื่องแย่ที่สุด เพราะสิ่งที่บีบคั้นผมอยู่ตอนนี้ก็คือเรื่องของลีโอ...

ผมพ่ายแพ้ในการเดิมพันข้อแรกกับลูซิเฟอร์ ผมต้องจ่ายด้วยดวงตาหนึ่งข้าง และเสียโอกาสไปแล้ว 1 ใน 3 ครั้งที่ผมพลาดได้ แต่สำหรับลีโอ เขาคือเหยื่อลำดับถัดไป  ผมไม่รู้ว่าเขาต้องเผชิญกับอะไรเมื่องูนั่นกัดเขา

...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทุกสิ่งที่นายทำ มันไม่เป็นไร... ไม่เป็นไรเลยจริงๆ

ผมก้มหน้าลง รู้สึกปวดหนึบในอก  ลีโอคงไม่เข้าใจสิ่งที่ผมบอกออกไปเมื่อคืนนี้หรอก เขาเป็นเหยื่อความผิดพลาดที่ผมก่อ และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น มันก็เป็นความผิดของผมคนเดียว!

“เอ็ดการ์  เป็นอะไรรึเปล่า” มาร์คแตะที่แขนผม สีหน้าเขาดูกังวล

“หือ..?”

“นายตัวสั่นไม่หยุดเลย”

ผมมองมือตัวเอง มันสั่นเหมือนคนกำลังป่วย แล้วผมก็สะดุ้งเฮือก สมองลั่นเปรี๊ยะเหมือนถูกช็อตด้วยไฟฟ้าแรงสูง

“เอ็ดการ์!

มาร์คลุกขึ้นและชะโงกเข้ามาหาผม เขาดูตกใจอย่างเห็นได้ชัด

ภาพของมาร์คหายวับไปต่อหน้าต่อตา ก่อนที่ร่างของผมจะถูกกระชากให้ลอยจากพื้น  ผมหลับตาเมื่อร่างหมุนคว้างไปยังอีกที่ ที่คงไม่มีใครหาผมพบ

เท้าผมแตะพื้น  พร้อมกับความรู้สึกคลื่นเหียนที่บางเบาลง เหงื่อเป็นเม็ดผุดขึ้นมาตามหน้าผากและแผ่นหลัง ผมใจหายวาบเมื่อรู้สึกถึงอ้อมแขนร้อนรุ่มที่กอดรัดผมอยู่

“ได้เวลาพิพากษาแล้ว เอ็ดการ์”  เสียงแหบพร่ากระซิบที่หูผม 

ผมเบิ่งตามองไปข้างหน้า ภาพตรงหน้าของผมไม่ใช่เวทีประกวดอีกต่อไป  แต่มันคือด้านในของโรงนาที่ผมเคยเห็นก่อนหน้านี้ ตุ๊กตาข้าวโพดคล้ายคนจริงยืนอยู่ตรงชั้นบน ด้านหน้าของพวกมันมีบ่วงเชือกที่แขวนห้อยลงมาจากขื่อ ด้านซ้ายสุดเป็นตุ๊กตาตัวแรกที่แขวนคอตัวเองและไหม้ดำเป็นตอตะโกจากเปลวเพลิง 

ยังมีตุ๊กตาเหลืออีก 3 ตัว ชายร่างท้วม ผู้หญิงผมแดง  และชายผิวดำที่ผมเคยเลือกไว้ว่าเขาจะเป็นรายต่อไปที่กระโจนเข้าสู่บ่วงบาป

“ดูให้ดี ของแบบนี้ไม่ได้มีให้ดูบ่อย” ความรื่นรมย์อย่างเต็มที่เจืออยู่ในน้ำเสียงของลูซิเฟอร์ ฝ่ามือหนาลูบไล้ท่อนแขนผมอย่างพึงพอใจ

ใจผมเต้นระทึก เมื่อชายร่างท้วมก้าวออกมา เขาเอาบ่วงคล้องคอตัวเอง และทิ้งร่างลงสู่ความว่างเปล่ากลางอากาศ ร่างอวบท้วมดิ้นทุรนทุรายก่อนที่เปลวไฟจะลุกไหม้ซ้ำเติมความทรมาน  กลิ่นเนื้อสดๆที่ไหม้ไฟคละคลุ้งอย่างน่าสะอิดสะเอียน

“ผู้รักษากฎหมายที่เต็มใจเดินสู่อ้อมกอดแห่งโลภะ” เสียงลูซิเฟอร์ราบเรียบ

“แต่นั่นยังไมใช่เรื่องสนุกที่สุดหรอกเอ็ดการ์” อุ้งมือแข็งแรงยึดไหล่ผม และบังคับให้หันตัวกลับมาทางด้านหลัง

ผมเบิกตาค้าง เมื่อเห็นร่างของลีโอที่นอนอยู่บนแท่นบูชาในโบสถ์ร้าง งูสีดำขนาดใหญ่ทั้งเจ็ดตัวรัดพันร่างเขาและส่งเสียงขู่ฟ่อ ลีโอดูทุรนทุรายกว่าที่ผมเคยเห็น

“ลีโอ!” ผมถลันเข้าไปหาเขา

“ใจเย็นๆ”  ลูซิเฟอร์พูดด้วยน้ำเสียงปลอบประโลม แต่ท่อนแขนแข็งแกร่งกลับกระชากกลับ และยึดผมไว้อย่างดุดันและบังคับให้ผมทำได้แค่มอง  “อีกนิดเดียว”

เสียงงูขู่ฟ่อฟังดูประหลาดหู  ขณะที่ผมพยายามดิ้นรนอย่างไร้ค่า และแล้วงูตัวหนึ่งก็ชูคอขึ้นสูง ดวงตามันเป็นสีแดงจัดเหมือนถ่านในกองไฟ มันอ้าปากกว้างเห็นเขี้ยวยาวโง้ง ก่อนจะฉกลงฝังคมเขี้ยวลงบนร่างของลีโอ!

ลีโอสะดุ้งสุดตัว ดวงตาเบิกโพลง หัวไหล่และลำคอแข็งเกร็งอย่างทรมาน  ผมตะโกนร้องเรียกเขาอย่างบ้าคลั่ง

“งูนั่นมีชื่อว่าโทสะ” ลูซิเฟอร์อธิบายอย่างรื่นรมย์ 

แล้วภาพในสายตาผมจะหายวับไปในทันที

ผมลืมตาขึ้นในนาทีต่อมา เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มตัว ใบหน้าของมาร์คชะโงกง้ำอยู่เหนือผมอย่างวิตก ผมกระพริบตาและมองเขาอย่างมึนงง “...มาร์ค”

“เอ็ดการ์” มาร์คมีสีหน้าดีขึ้นเมื่อเห็นผมเปล่งคำพูดออกมาได้

“ฉัน... ทำไม”

มาร์คลูบเบาๆที่ใบหน้าผมอย่างอ่อนโยน เขาดูแตกตื่นน้อยลง แต่แววตาก็ยังฉายแววกังวล “เมื่อกี้นี้นาย...”

ตูม!!!!!

เสียงระเบิดดังสนั่นกลบเสียงพูดของมาร์ค  มันรุนแรงจนพื้นสะเทือน ผู้คนกรีดร้องอย่างตกใจ สัญญาณเตือนไฟไหม้แผดขึ้นดังลั่นแสบแก้วหู

“มีคนวางระเบิด!

“ไฟไหม้!

ผู้คนกรูไปยังประตูหนีไฟอย่างแตกตื่น เสียงร้องตะโกนและเรียกหาผู้ใกล้ชิดดังระงม ความตื่นตระหนกแผ่กระจายและยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้าย ใจผมเต้นรัวเมื่อนึกถึงใครบางคนที่อยู่อีกฟากของห้องนี้ และดูเหมือนมันจะอยู่ทางต้นเสียงของเสียงระเบิดนั่นด้วย! 

ผมลุกขึ้น และวิ่งฝ่าผู้คนไปอีกทาง หัวใจเต้นกระหน่ำเหมือนจะกระเด็นออกมาจากอก

“เอ็ดการ์!” มาร์ควิ่งตามหลังผมมา  เขาถูกกระแทกจนเซ แต่ผมไม่มีเวลาแล้ว

ผมวิ่งไปด้านข้างเวที ผ่านประตูเล็กๆไปสู่เส้นทางที่ทอดไปยังด้านหลัง ซึ่งเป็นส่วนของทีมงานและห้องพักรอของผู้เข้าแข่งขัน

“ลีโอ!” ผมตะโกนออกไปสุดเสียง ขณะวิ่งไปตามทางเดินที่มัวซัวด้วยควันบางๆและแสงวูบวาบของสัญญาณเตือนภัย

“ลีโอ!

ผมตะเบ็งซ้ำๆจนปอดแทบหลุด แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงลีโอตอบกลับมาเลย ผมวิ่งอย่างคนขวัญกระเจิงไปยังห้องพักรอที่อยู่เกือบในสุดของเส้นทาง ก่อนจะต้องตกตะลึงเมื่อเห็นบานประตูห้องหนึ่งที่เปิดอ้าออก ตัวบานหลุดและแตกเหมือนโดนแรงระเบิด เขม่าควันเกาะเป็นคราบอยู่ตามฝ้าเพดาน ไอความร้อนแผ่ซ่านออกมาในอากาศ

“ไม่นะ... ไม่” ผมส่งเสียงออกมาเหมือนคนกำลังขาดอากาศหายใจ และรีบพุ่งเข้าไปในห้องนั้นทันที

หัวใจผมแทบหยุดเต้น เมื่อลีโอยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มควันจางๆ และเปลวไฟที่ยังลุกไหม้เป็นบางจุด กลิ่นเหม็นไหม้ลอยคลุ้งไปทั่วห้อง  ผมถลาเข้าไปหาเขา

“ลีโอ! นายปลอดภัยดีใช่มั้ย” เสียงผมสั่นไปหมด ขณะจับที่ต้นแขนและพิจารณาเนื้อตัวเขา 

“ใช่...  แต่คนอื่นไม่”

น้ำเสียงและคำพูดของลีโอทำให้ผมเอะใจ ผมค่อยๆขยับตัวออกและหันไปมองรอบๆ

ห้องทั้งห้องมีสภาพเหมือนเพิ่งโดนนรกวิ่งผ่าน  ผนังและเพดานเต็มไปด้วยคราบเขม่าสีดำ ควันไฟยังลอยกรุ่นออกมาจากเฟอร์นิเจอร์ ผมอ้าปากค้างอย่างตกใจ เมื่อเห็นร่างคน 4 คนนอนอยู่บนพื้น

“นั่นมัน...” เสียงผมขาดหายไปในลำคอ

“ฉันเป็นคนทำ”

“อ... อะไรนะ”  ผมมองลีโออย่างคนที่กำลังช็อค เสียงครางเบาๆอย่างเจ็บปวดของใครบางคนที่นอนอยู่บนพื้นดังแว่วออกมา

...งู

...โทสะ

...ถ้าเจ้าตอบผิด อสรพิษจะฝังคมเขี้ยว ปลดปล่อยเขาให้ลุแก่ความบาปหนึ่งอย่าง...

ผมมองลีโอเต็มตา สภาพเขาดูไม่เหมือนอีกสี่คนบนพื้นนั่นเลย  ลีโอยังดูเนี๊ยบในชุดทักซิโด้สีดำเหมือนตอนที่เดินออกมาจากบ้านของมาร์คไม่มีผิด 

“ไม่จริง...” ผมคราง

ลีโอดูปวดร้าวเมื่อเห็นสีหน้าของผม เขาก้าวถอยห่างออกไปจากผม  และนั่นทำให้ผมรับไม่ได้  ผมโผเข้าไปและดึงตัวเขามากอด แผ่นอกเราแนบชิดจนรู้สึกถึงหัวใจที่เต้นอยู่ในร่างของอีกฝ่าย

“ไม่เป็นไร...ลีโอ มันไม่ใช่ความผิดของนาย” ผมกระซิบบอกกับต้นคออุ่นและเรือนผมนุ่ม “...มันไม่เป็นไรเลยจริงๆ”

 

 

ลีโอยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นและไม่พูดอะไรออกมา แต่ผมรู้ซะยิ่งกว่ารู้ ว่าเขาไม่เชื่อคำพูดผมเลยแม้แต่นิดเดียว...

 

 

 

...........................................................................
 

โฮกกกกก... ในที่สุดก็จบตอน  เมื่อยมือจริงๆเลยค่า.. 

ใครที่ยังไม่ได้ทายพระเอกของเอ็ดการ์ ในเกมตอบคำถามตรงตอนที่ 5  ก็รีบตัดสินใจนะคะ
เพราะผู้แต่งจะปิดรับคำตอบ เมื่อแต่งตอนที่ 13 จบค่ะ

ราตรีสวัสดิ์ค่า~

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

50 ความคิดเห็น

  1. #1169 bambybamby (@bambamamlovecake) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 20:24
    ลุ้นแทบขาดใจ แบบพ่อเรียกใช้ตอนนี้โกรธเปนฟืนเปนไฟเลย
    #1169
    0
  2. #1057 มิ้งกิจัง (@chanapa-nako) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 มีนาคม 2557 / 13:36
    อยากร้องไห้

    รู้สึกสงสารทุกคนมาก
    #1057
    0
  3. #1009 กระต่ายสีเงิน (@jerot) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2557 / 01:11
    เรื่องนี้ตกลงพระเอกมันใครเนี่ย
    #1009
    0
  4. #973 rorony (@ricotta) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 มกราคม 2557 / 23:09
    well, im speechless...
    #973
    0
  5. #612 Koviz (@kovie97) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2556 / 18:42
    เชียร์ใครไม่ถูกแล้วว 
    อยากเชียร์ลูซี่ แต่ลีโอก็น่าสงสารอ่ะ ฮือออว์ TwT


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 26 สิงหาคม 2556 / 18:43
    #612
    0
  6. #607 Prince 's Guardians (@393226) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2556 / 18:10
    ชอบแนวพี่น้องจัง ขอให้เป็นสองคนนี้เพี้ยงงง
    #607
    0
  7. #606 ไอหมอก (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2556 / 15:32
    เสียดายเหมือนคห.607 เลยยย ที่เอ็ดอดฟังลีโอเล่นไวโอลินT^T

    ตอนจบนี่... บีบคั้นมากๆเลย ลูซี่ก็โฉด ชั่ว เลวร้าย สมกับเป็นเจ้านรกจริงๆ

    เลือกเวลาลงมือได้พอดีกับที่ทำให้เหตุการณ์เลวร้ายมากถึงมากที่สุด

    ทำให้เอ็ดกับลีโอดูเหมือนจะยิ่งห่างออกไปอีก

    กลัวว่าลีโอจะทนไม่ได้จนกว่าเกมจะจบอ่ะ (>人
    #606
    0
  8. #604 WND (@dragonzeronight0) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2556 / 14:41
    จะเอาลีโอเป็นพระเอกกกก ><\\
    #604
    0
  9. #603 smile.frogy (@FROGY_PrincesS) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2556 / 11:46
    ร้องไห้ที สิบเปอร์เซ็นที่แอบหวังว่ามันจะมีโมเม้นที่เอ็ดการ์จะได้ฟังเสียงไวโอลินจากหัวใจของลีโอ
    กลับทำให้ชีวิตของลีโอดำมือไปอีก ลูซิเฟอร์ชั่ วร้ายมากที่ตัดความหวังกันแบบนี้
    แล้วทำให้ทั้งคู่ต้องเอาแต่โทษตัวเองแบบนี้งั้นหรือ TT
    เอ็ดากร์ที่ที่พลาดคำตอบต้องทนทุกข์ขนาดนี้
    ขณะเดียวกันลีโอก็ต้องรู้สึกว่าไม่มีทางเข้าใกล้เอ็ดการ์มากยิ่งขึ้นไปอีกแน่ๆ TT
    ฮืออออออออ บีบคั้นมากเลย เศร้า ฮืออออออออออออออออออออออ
    และชเ่นเคยที่รอตอนหน้าไม่ไหวแล้วววววววววววววววววววววววว TT
    #603
    0
  10. #602 siroratkumpapan (@siroratkumpapan) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2556 / 09:24
    เกิดความรู้สึกเหมือนกับว่าคนที่ถูกเลือกอ่ะไม่ใช่ลีโอแต่เป็นเอ็ดการ์ เพราะลูซี่ ดูไม่สนใจลีโอเเต่ดูสนใจเอ็ดการ์มากกว่า ส่วนเรื่องจะเชียร์ใครนั้นขอเชียร์ ลูซี่กะเอ็ดการ์น่ะ
    #602
    0
  11. #600 Slowdrive (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2556 / 23:27
    สงสารลีโออะ ทำไมต้องมาเจออะไรยังงี้ด้วย

    พวกนักไวโอลินก็ยังกับส่งมาจากนรก หรือว่าใช่

    แทนทีลโอจะได้แข่งไวโอลินในแบบที่ควรจะเป็นกลับได้ทำบาปแทน
    #600
    0
  12. #599 Aisuru_Lovestory (@fernyaoi) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2556 / 20:45
    ก่อนอื่นต้องขอโทษไรเตอร์มากๆ ค่าที่ไม่ได้เม้นให้ทุกตอน คือเพิ่งเข้ามาอ่านวันนี้แล้วก็อ่านมันรวดเดียวจบแล้วก็คอมเม้นทีเดียวเลย
    จะบอกไรเตอร์ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สนุกมากค่า แบบว่าทำเอาคนอ่านดิ้นเหมือนจะตายหน้าคอม เลือกไม่ถูกเลยว่าจะจิ้นคู่ไหนดี
    แล้วก็สงสารลีโอกับเอ็ดการ์มากๆ แต่ในใจก็แอบเชียร์ลูซิเฟอร์ นิดๆ แล้วก็ไม่อยากให้มาร์คบวชเลย (โฮ T T) เพราะว่าแอบฟินมาร์คกับลีโอเบาๆ เหมือนกัน(หืม?)
    อ่า..ต่อมาขอกล่าวถีงตอนนี้สักหน่อย
    เป็นอะไรที่อ่านแล้วแบบเจ็บปวดมาก เข้าใจฟีลของคนที่รักคนที่รักไม่ได้เลยอ่ะ แล้วเจ็บแทนลีโอ ไม่กล้าอ่านตอนที่นางทรมาณตัวเอง (หวาดเสียว)
    เอาล่ะ สุดท้ายนี้ ไรเตอร์ขา...ว่างเมื่อไรมาอัพด่วนๆ อย่าหาว่าเร่งเลยค่า แต่แบบว่ากริ๊ดกร๊าดเรื่องนี้มาก อยากอ่านต่อมากๆๆๆ ><

    โอ้ย เม้นซะยาวเลย จะบอกว่าคอมเม้นนี้ยาวที่สุดตั้งแต่เม้น(ในนิยาย)มาเลยนะเอ้อ
    #599
    0
  13. #597 Night_tia (@rewkyoya1163) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2556 / 13:09
    จะว่าสงสารลีโอก็ใช่ สงสารเอ็ดก็ใช่
    อ่า...
    พยามเข้านะลีโอ เราเชียร์ให้จับเอ็ดกดอยู่นะ^^
    #597
    0
  14. #595 Night (@fah2541) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2556 / 09:29
    อินเคส! อินเคส! แนวฝาแฝดเป็นอะไรที่ปรี๊ดแตกมากค่ะ!!!
    #595
    0
  15. #593 smile.frogy (@FROGY_PrincesS) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2556 / 22:37
    โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ 
    สงสารลีโออ ฮื่ออออออออออออออออออออออออออออออออ
    T_______________________T
    ทำไมต้องทำร้ายตัวเองขนาดนี้
    รักพี่ชายสินะ รักมากๆๆๆ ถึงได้ยอมทำร้ายตัวเองขนาดนี้
    จะหาใครที่ไหนรักเอ็ดได้เท่าลีโอไม่มีอีกแล้ว
    ตอนที่เอ็ดต่อยลีโอนี่แอบรู้สึกดี 
    แต่ตอนนี้ไม่แล้ว การที่เอ็ดทำแบบนี้ทำให้ลีโอยิ่งดูน่าสงสาร ฮืออออ
    สงสารลีโอที่สุดในโลกเลยตอนนี้ TT
    คนแต่งได้โปรดเมตตาทั้งคู่ด้วยเถิดนะคะ Y^Y 
    ไม่ไหวแล้วววว ฮรืออออออออออออออ
    #593
    0
  16. #592 ไอหมอก (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2556 / 21:05
    ไรเตอร์ใจร้ายที่สุดอ่ะ!!!! อุตส่าห์รอตั้งนานนนน ยังไม่ครบร้อยซักที รอ ร๊อ รอ

    กลายเป็นโรคจิตไปแล้ว เปิดมันทุกวันสามเวลา(อันนี้เว่อร์ไปหน่อย)

    พออัพก็มาแบบค้างคา อัดอั้นจนจะบ้าตายแทนลีโอซะแล้วเนี่ย >__<

    ลีโอนายก็กดๆเอ็ดไปเหอะ เอ็ดน่ะเต็มใจจะถวายให้ทั้งตัวทั้งใจแล้วววว

    รีบๆจัดการก่อนลูซี่จะกินเอ็ดหมดซะก่อนนะ เตือนด้วยความหวังดี 55555



    มาอัพต่อเร็วๆนะคะ เห็นใจคนอ่านตาดำๆหน่อยน้าา
    #592
    0
  17. #591 El-da (@delear) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2556 / 19:53
    เมื่อไหร่จะได้กัน(?) -///- ลีโอ x เอ็ดการ์
    #591
    0
  18. วันที่ 16 สิงหาคม 2556 / 17:53
    เห็นใจลีโอจัง สงสาร ต่างคนต่างทรมาน 
    เลือกไม่ถูก อยากให้ลีโอเป็นพระเอก แต่ก็ชอบลูซิเฟอร์ ฟินสุดๆ 5555

    ขอให้คนเขียนอารมณ์ดี๊ดีimpress2
    #589
    0
  19. #588 Musicgirl (@Konthicha) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2556 / 23:01
    ลีโอเอ็ดการ์ด  แล้วมาร์คกับลุงลู ได้ป่ะค่ะ ว้ายยยยยยย >_<!!!
    #588
    0
  20. #587 Moean (@nutree) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2556 / 18:49
    เลือกจิ้นไม่ถูกเลยอ่ะ สองจิตสองใจมาก แต่ไม่อยากให้ 3P T___T

    ฟินลูสิเฟอกับเอ็ดกาดอยู่นะ แต่ก็ชอบแฝดน้องด้วย TT
    #587
    0
  21. วันที่ 2 สิงหาคม 2556 / 17:10
    ลีโออออออ เอ็ดกาาาาา เมื่อไหร่พวกนายจะกระโจนเข้าหากันนนน(?)

    อ่านแล้วหน่วง 
    #586
    0
  22. #585 smile.frogy (@FROGY_PrincesS) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2556 / 15:34
    อ่านมุมของลีโอทีไร ความหวังถูกปลุกขึ้นมาให้ฟู่ฟ่าดังเก่าตลอด
    เลิศค่ะ ถ้าไม่ใช่ลีโอเป็นพระเอกนี่ทำใจไม่ได้แล้วนะ ฮื่อออออ
    มาร์คมีมุมที่หล่อมาก เก่งอ่ะ นับถือ ที่สามารถแก้ไขสถานการณ์ตอน
    ถูกลีโอกระทำ(?)ได้ดีและเหมือนง่ายเหลือเชื่อ
    และยังไม่สะทกสะท้านศีลสะเทือนอีก คนดีจริงๆ
    สมแล้วที่เลี้ยงคู่แฝดมาตั้งแต่เด็ก
    อีกทั้งยังจี้จุดลีโอเป็นระยะ.....อืม มาร์คจิ้นคู่ี้ตั้งแต่เด็กก็บอกมา 555555555555
    สงสารอีโอกับเอ็ดการ์มาก
    แม้จะเสียววูบตอนที่ลีโอจะกิน(?)มาร์คแต่แบบ
    ดินสอที่หักทำให้รู้เลยว่าใครก็แทนเอ็ดการ์ไม่ได้...
    กลับไปหาเค้าเถอะนะ ทิ้งเค้าไว้นานแล้ว T________T
    กลับไปดูแลเอ็ดก่อนจะโดนลูฟิเฟอร์แย่งไปนะ ฮืออออออออออออ
    #585
    0
  23. #584 Demon_Mukuro (@demon69) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2556 / 14:41
    อัพไวๆนะคะ
    #584
    0
  24. #583 ไอหมอก (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2556 / 10:14
    รอครบ 100% แล้วจะมาเม้นนะคะ



    มาอัพต่อไวๆนะคะ ใจจะขาดรอนๆตามเอ็ดแล้ววว
    #583
    0
  25. #456 me14 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 มีนาคม 2556 / 13:44
    ไรเตอร์ รีบรีไรท์เลยยย ค้างมากมาย
    #456
    0