TWINS ( yaoi - rewrite)

  • 98% Rating

  • 11 Vote(s)

  • 51,633 Views

  • 1,179 Comments

  • 1,219 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    77

    Overall
    51,633

ตอนที่ 10 : เกม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3311
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    25 ก.ค. 56


“เอ็ดการ์...”

ผมลืมตาอยู่ในความมืด ขณะเสียงกระซิบชื่อผมยังดังงึมงำขึ้นอีก ริมฝีปากอุ่นคลอเคลียอยู่ตรงใบหูชวนให้จั๊กจี้ กลิ่นกัญชาเจือจางอยู่ในห้องแคบๆ

“เฮ้.. ไม่เอาน่าเควิน” ผมกระซิบกระซาบตอบ “นายจะทำให้เราโดนจับได้นะ”

“อืม...ช่างมันดีมั้ย” เควินซุกไซ้ใบหน้าเข้าที่ซอกคอผม “นายอยู่ใกล้เกินไป กลิ่นยั่วยวนเกินไป ฉันควบคุมตัวเองไม่ได้”

“งี่เง่า” ผมหัวเราะและดันตัวเขาออก เควินงึมงำและโถมเข้ามาอีก แผ่นหลังผมแนบติดกองผ้าที่สุมอยู่ตรงมุมตู้ ซึ่งอาจเป็นอุปกรณ์อะไรสักอย่างที่เอาไว้ใช้ในการเชียร์กีฬา เควินซุกไซ้ซอกคอผมอีกครั้งพร้อมกับล้วงมือเข้ามาใต้เสื้อ ผมปล่อยเลยตามเลย เพราะเริ่มรู้สึกดีขึ้นมาด้วยแล้วเหมือนกัน

เควินเป็นแฟนผมตอนเรียนเกรดเก้า เราเจอกันเพราะผมถูกทำโทษกักบริเวณตอนเย็นเนื่องจากอารมณ์ขันเล็กๆของผมในห้องเรียน ซึ่งครูที่กำลังสอนอยู่ดันไม่รู้สึกสนุกด้วย ผมเลยต้องมานั่งรวมกับเด็กเหลือขอ(ตามที่พวกครูชอบเรียก)จากห้องอื่นๆตอนเลิกเรียน ทั้งๆที่เป็นเด็กใหม่เพิ่งเข้ามาเรียนได้ไม่ถึงครึ่งเดือน

เควินเป็นเด็กเกรดสิบเอ็ด ชอบใส่กางเกงยีนส์ขาดๆมาเรียน สูบบุหรี่ควันโขมง คลุกคลีกับแก๊งค์มอเตอร์ไซค์ แถมยังติดทัณท์บนด้วย อย่าว่าแต่ครูเลย  ขนาดเพื่อนนักเรียนด้วยกันยังไม่ค่อยอยากจะยุ่ง

แต่มันช่วยไม่ได้ที่ตอนหมอนั่นหันมายิ้มให้ผม พร้อมกับคว้ากล่องโลหะบนโต๊ะข้างๆฟาดหน้าไอ้เหียกที่เพิ่งพูดกับผมว่า “ว่าไงน้องหนูเด็กใหม่ อยากบ๊วบให้พี่มั้ยจ้ะ” มันดูช่างจริงใจและเปิดเผย จนผมอดไม่ได้ที่จะยิ้มตอบเขา และมันก็นำมาซึ่งมิตรภาพในที่สุด

และในตอนนี้ผมก็กำลังซุกอยู่ในตู้เก็บของในห้องเก็บอุปกรณ์หลังโรงยิมกับเควิน เพื่อหลบครูพละที่ยังเดินป้วนเปี้ยนอยู่ด้านนอก ผมกับเควินเพิ่งจะคบกันได้ราว 4 อาทิตย์ และเราก็กำลังพัฒนาความสัมพันธ์ จากการดูดปากและลูบนั่นจับนี่นิดๆหน่อยๆ ไปสู่อะไรที่ร้อนแรงและซาบซ่ากว่านั้น

“ฉันชอบกลิ่นนาย” เควินอู้อี้ “ยังกับกลิ่นวานิลลาผสมซีดาร์วูด”

“ครีมอาบน้ำยี่ห้อ Kiehl’s  นายไปหาซื้อได้ในช็อป”

“แล้วริมฝีปากแดงๆนี่ล่ะ” เควินขยับขึ้นมา “มีขายที่ไหน”

ผมไม่ทันได้ตอบอะไร เควินก็จูบจ๊วบที่ปากผม ผมจูบตอบเขา เควินลูบไล้แผ่นอกผม มือเขาสากและค่อนข้างหยาบจากการที่มักจะซ่อมมอเตอร์ไซค์เอง  และผมก็ชอบมันมาก

“เอ็ดการ์...” เควินเสียงกระเส่าแบบมีอารมณ์ชัดเจน “นายจะบ่นอะไรมั้ย ถ้าฉันจะเล่นอะไรเลอะๆเปื้อนๆ”

“บ่นแน่  ถ้านายคิดจะเลอะคนเดียว”

“ร้ายนะ” เควินหัวเราะและดันประตูตู้ให้เปิดออก เราทั้งคู่กลิ้งออกมาด้านนอก กองผ้าไหลตามออกมาด้วย ผมนอนทับอยู่บนผืนผ้าที่เป็นธงสีประจำโรงเรียน   เควินคำรามงึ่มง่ำและดึงเสื้อผมขึ้น ผมสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเควินครอบริมฝีปากลงบนยอดอกผม เขาดูดและขบเบาๆ ขณะที่ผ่ามือเลื่อนไปยังซิปกางเกงผม 

ผมหลับตาและปล่อยให้เขาลูบคลำอย่างที่เขาชอบ เควินจูบต่ำลงไปถึงสะดือ ผมสอดมือเข้าไปในกลุ่มผมหนาๆที่นุ่มมือของเขา

ผมสูดลมหายใจและปรือตาขึ้นมอง เมื่อเควินจูบซุกซนต่ำลงไปอีก ใบหน้าเขาก้มต่ำและเพลิดเพลินอยู่กับเนื้อตัวผม  มองเห็นเพียงศีรษะที่มีเส้นผมสีดำดกหนา

...ผมสีดำ

ผมเบิกตากว้างขึ้นโดยอัตโนมัติ ผมของเควินเป็นสีน้ำตาลบรูเนตต์ตามธรรมชาติ ไม่ใช่สีดำ!

เควินค่อยๆเงยหน้าขึ้น แต่นั่นไม่ใช่ใบหน้าของเควินอีกต่อไป เลือดในตัวผมเย็นเฉียบ เมื่อสบตากับดวงตาเรียวสีดำสนิท และรอยยิ้มชั่วร้ายบนริมฝีปากเขา

...ลูซิเฟอร์!

ผมสะดุ้งเฮือกและผวาตื่นขึ้นมา

ผมหอบหายใจ และพยายามตั้งสติ ก่อนจะใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ซึมออกมาตามไรผม  ผมลุกขึ้นและเดินเปะปะไปทางห้องน้ำ ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าตัวเองตื่นขึ้นมาจริงๆแล้วหรือเปล่า

ผมวักน้ำจากก๊อกล้างหน้า และใช้ผ้าขนหนูซับให้แห้ง ภาพแฟนเก่าในความฝันที่กลายมาเป็นภาพของลูซิเฟอร์ยังวนเวียนอยู่ในหัว  ผมเงยหน้าขึ้นมองเงาตัวเองในกระจก ตาสีน้ำเงินอมเขียวที่มีแพขนตางอนหนามองตอบออกมา ผมจ้องตาตัวเองในกระจก

“ฝันร้าย... แต่มันก็เป็นแค่ฝัน”

ผมพึมพำออกมาเหมือนสะกดจิตตัวเอง ก่อนจะจัดการเนื้อตัว และลงไปข้างล่างเพื่อกินอาหารเช้าและนั่งรถไปโรงเรียน โดยไม่มีลีโอไปด้วยเหมือนเคย

“คุณลีโอไปเรียนเองแต่เช้าแล้วค่ะ” ฟิโอน่าพูดเสียงเบา ขณะขับรถไปส่งผม

ผมงึมงำในลำคอเป็นเชิงรับรู้ ก่อนจะเอาแก้มแนบกระจกเย็นๆของหน้าต่างรถ และมองออกไปยังทัศนียภาพด้านนอก พนักงานในชุดสูทก้าวเดินเร็วๆเพื่อรีบไปขึ้นรถไฟ หญิงสาวในชุดรัดรูปกำลังวิ่งอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อเบิร์นไขมันส่วนเกินจำนวนครึ่งกรัมในร่างออกให้เหี้ยน เด็กนักเรียนในชุดเครื่องแบบไฮสคูลสีสันสดใสเดินหัวเราะไปกับเพื่อนสนิท โดยมีถ้วยเครื่องดื่มร้อนอยู่ในมือคนละแก้ว

หดหู่ชิบเป๋งเลยโว้ย...

ผมเอาหัวโขกกับกระจกดังป๊อกๆ เหมือนนกหัวขวานเจาะต้นไม้ ฟิโอน่าเหลือบตามองทางกระจกด้วยท่าทางกังวลนิดๆ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกมา ซึ่งมันก็ดีแล้ว เพราะผมก็ไม่เห็นจะมีอะไรดีๆพูดตอบออกไปเลย

ผมก้าวผ่านประตูโรงเรียนที่มีเสาหินสีเทาขนาบทั้งสองข้างเข้าไปด้านใน   โรงเรียนดูเหมือนทุกวันที่มันเคยเป็น คือมีแค่คนกลุ่มเล็กๆ(ที่เล็กมาก)จากจำนวนนักเรียนทั้งหมด ที่ตั้งใจมาศึกษาความรู้จริงๆ  อีกกลุ่มเป็นพวกที่มาโรงเรียนเพื่อเป็นทางผ่านไปสู่การสังสรรค์และใช้ชีวิตช่วงไฮสคูลให้สุดเหวี่ยง ส่วนกลุ่มสุดท้ายที่น่าจะเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด คือพวกที่ขอให้เอาชีวิตรอดในสังคมในโรงเรียนไปได้จนเรียนจบก็พอใจแล้ว

ผมตรงไปที่ห้องอาบน้ำและเปลี่ยนชุด เพื่อออกไปซ้อมลาครอสส์ที่สนามโรงเรียน ซึ่งมีโค้ชวอลเลซยืนทำหน้าถมึงทึงรออยู่  ผมทำให้โค้ชทึ่ง โดยการทุ่มแบบถวายหัวให้กับการซ้อม ผมวิ่งและกวัดแกว่งไม้ลาครอสส์พล่านไปทั่วสนาม และบุกตะลุยอย่างดุเดือดเหมือนเป็นการแข่งระดับประเทศ  โค้ชพยักหน้าหงึกหงักเหมือนเสียจริต เมื่อเห็นผมส่งลูกเข้าประตูฝ่ายตรงข้ามลูกแล้วลูกเล่าเหมือนจับโยน และพอหมดควอเตอร์ที่ 4  ทีมผมก็ชนะขาดลอย

“เมื่อเช้าไปกินอะไรมาเอ็ดการ์ นายโหดยังกับพวกสปาร์ตัน” มาร์คัส เพื่อนร่วมทีมพูดกลั้วหัวเราะและตบบ่าผมหนักๆ ขณะเดินเข้าไปในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยกัน

...กินพิซซ่าหน้าชีวิตบัดซบล่ะมั้ง

ผมส่งยิ้มให้เขาโดยไม่ตอบอะไร และนั่งลงตรงม้านั่งเพื่อถอดอุปกรณ์ออกจากตัว  

มาร์คัสนั่งลงข้างผม เขายิ้มรื่นขณะกระซิบกระซาบ “ฉันว่าโค้ชต้องอยากวางตัวนายเป็นกัปตันแทนเจคอปแหงๆ”

ผมส่ายหน้าอย่างไม่ใส่ใจ มาร์คัสยังจ้อต่อเรื่องการแข่งขันในทีวีที่เขาเพิ่งดูเมื่อวันก่อน ผมฟังผ่านๆแบบหูซ้ายทะลุหูขวา ยิ่งพอเลยเถิดไปถึงโฆษณาที่มีนางแบบนมตู้มๆเป็นพรีเซนเตอร์ ผมก็ยิ่งไม่สนใจจะฟัง แต่แล้วผมก็ต้องสะดุ้งนิดๆ เมื่ออยู่ๆมาร์คัสตะปบลงบนต้นขาผม

“พร้อมสำหรับเกมแรกหรือยัง ...เอ็ดการ์”

ผมมองหน้าเขาอย่างงงัน เสียงของมาร์คัสแหบต่ำ และดวงตาก็ดูเลื่อนลอยแปลกๆเหมือนคนวิกลจริต

“อะไรนะ?” ผมถามออกไป

 “หือ?” มาร์คัสกระพริบตา สีหน้ากลับมาเป็นเหมือนเดิม

“เมื่อกี้นายถามฉันเรื่องเกมอะไร”

“เปล่านี่” มาร์คัสดูงุนงงยิ่งกว่าผมซะอีก

ผมจ้องหน้าเขา มาร์คัสทำหน้าเหรอหราอย่างไม่รู้เรื่องจริงๆ ผมกลบเกลื่อนบรรยากาศโดยการพูดออกไป “เอ่อ... ฉันคงฟังผิดไปเอง”

...ขอบอกเลยว่ามันบ้ามาก  คำพูดนั่นยังชัดแจ๋วอยู่ในหัวผมทุกพยางค์เลยด้วยซ้ำ!

ผมเข้าเรียนด้วยความรู้สึกวุ่นวายในอารมณ์  ลีโอไม่ยอมมาเข้าเรียนชั่วโมงนี้ และเหตุผลคงไม่มีอะไร นอกจากคิดว่าเราควรจะแยกกันใช้ชีวิตห่วยแตกของใครของมัน เพื่อทำให้ผมปลอดภัย และนอนหลับสนิทได้ทุกคืนโดยไม่ต้องมีเขาอยู่ข้างๆ

...อย่างกับมันจะปลอดภัยได้แน่ะ

“พวกนายทะเลาะกันรึไง” วิกเตอร์ขยับเข้ามากระแซะถามผม แว่นตาหนาเตอะตกลงมาเกือบถึงปลายจมูก “ฉันเห็นลีโอนั่งหน้าเครียดอยู่ในห้องสมุด”

“นายกำลังบอกฉันว่า พวกคนที่ไปใช้บริการห้องสมุดน่ะ เป็นพวกมีปัญหาครอบครัวทั้งนั้นใช่มั้ย”

“นายเองก็ทำหน้าเหมือนโลกจะแตกด้วยเหมือนกัน”

ผมกลอกตา “โอเค นึกออกแล้ว นายเคยบอกว่าอยากเป็นตำรวจสายสืบ”

“เปล่า ที่จริงฉันอยากเป็นสุนัขตำรวจมากกว่า จมูกฉันไวต่อความผิดปรกติทางอารมณ์”

ผมนึกถึงใบหน้าของลีโอ ความโหยหาก่อเกิดขึ้นในอก ผมถอนใจและส่ายหัว “ไปเอาดีทางอื่นเถอะวิกเตอร์”

ครูมิดเดิลตันกระแทกปากกาปั้กๆลงบนไวท์บอร์ด เพื่อเรียกร้องความสนใจจากนักเรียน ผมตวัดสายตามองอย่างหงุดหงิด  ...ถามจริง ใครมันจะไปสนว่าเราต้องเขียนอักษรตัวแรกของคำนามทุกคำในภาษาเยอรมันเป็นตัวใหญ่ ...เพื่ออะไรไม่ทราบ!?

“แวนดีสเทน” ครูมิดเดิลตันใช้ปากกาชี้มาทางผม หน้าผากที่เถิกร่นขั้นไปเกือบถึงกลางหัวสะท้อนกับแสงเป็นเงาวับดูโดดเด่น “ลองยกตัวอย่างประโยคที่ใช้ในการทักทายอย่างสุภาพ”

“เอ่อ...” ผมอ้ำอึ้ง พยายามจะดึงอะไรสักอย่างออกมาจากสมอง

...สวัสดี ไอ้หัวเหม่ง ไปเล่นอึหมาซะไป๊!

ผมเลือกการส่ายหัวแทนการพูดอะไรที่ดีขนาดนั้นออกไป

ครูมิดเดิลตันมองผมด้วยสายตาสมเพช ก่อนจะหันไปเขียนหวัดๆบนกระดาน “นี่เป็นประโยคง่ายๆที่...”

ครูนิ่งค้างอยู่แค่นั้น มือที่จับปากกาหยุดอยู่ที่เดิม  ผมมองอย่างแปลกใจ 

“เอ็ดการ์...” ครูพูดด้วยเสียงต่ำลึกในลำคอ และมันฟังดูไม่เหมือนเสียงของครูแม้แต่นิดเดียว “พร้อมแล้วใช่ไหม...”

ผมตัวแข็งทื่อ เมื่อครูมิดเดิลตันค่อยๆหันหน้ามา แววตาของครูดูแปลกประหลาด ริมฝีปากฉีกยิ้มเหมือนคนวิกลจริต “...สำหรับเกมแรก”

ผมผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ และผลักโต๊ะออกจากตัวอย่างแรง

“มีอะไร แวนดีสเทน” สีหน้าครูมิดเดิลตันเปลี่ยนกลับมาเป็นอย่างที่คุ้นเคย และดูเหมือนใกล้จะหมดความอดทน

ผมกวาดสายตาไปรอบห้อง เพื่อนนักเรียนมองมาที่ผมด้วยท่าทางสงสัย

วิกเตอร์กระซิบกระซาบ “...อะไรน่ะเอ็ดการ์”

ผมเบนสายตาไปมองหน้าวิกเตอร์ ดวงตาหลังกรอบแว่นดูเหมือนไม่เข้าใจอย่างแท้จริง

ผมกลืนน้ำลาย หนาวเยือกไปถึงสันหลัง  แน่ใจแล้วว่าไม่มีใครตรงนี้ได้ยินและเห็นอย่างที่ผมมองเห็น!

“เอ่อ... ไม่มีอะไรครับ แค่เส้นกระตุก” ผมตอบออกไปอย่างไร้การไตร่ตรอง

และนั่นก็ทำให้ครูมิดเดิลตันถึงจุดหมดความอดทนได้จริงๆ...

เย็นวันนั้นหลังจากเลิกเรียน ผมโทรบอกฟิโอน่าว่าจะกลับช้า ก่อนจะวิ่งลงบันไดหน้าประตูโรงเรียน และก้าวดุ่มๆไปตามฟุตบาธ

ผมเดินไปตามถนนสาย 93  ก้าวเร็วๆเหมือนคนที่กำลังรีบไปยังจุดหมาย ซึ่งที่จริงผมไม่ได้มีจุดหมายอะไรเลย แค่อยากจะวิ่งหนีความจริงบางอย่าง

ผมเลี้ยวเข้าถนนเมดิสัน เดินไปเรื่อยๆผ่านร้านรวงที่ตกแต่งหน้าร้านไว้อย่างดึงดูดสายตา แต่ไม่สามารถดึงความสนใจผมได้แม้แต่นิดเดียว  ในที่สุดผมก็มาหยุดอยู่ตรงคอฟฟี่ช็อปถัดจากหัวมุมถนนไปเล็กน้อย  ผมหอบน้อยๆแบบคนเดินจ้ำมาตลอดทาง

ผมเดินผ่านประตูก้าวเข้าไปข้างใน ซึ่งตกแต่งสไตล์อัปเปอร์อีสต์ไซด์ของแท้ ซึ่งก็คือ เริ่ด-หรู-แพงหูฉี่  ผมนั่งลงตรงโต๊ะริมผนังด้านหนึ่ง รู้สึกคอแห้งจนแทบป่นเป็นผง พนักงานเสิร์ฟในชุดยูนิฟอร์มดำ-ขาวเดินเข้ามาหาผมพร้อมกับส่งยิ้มให้

“ไฮ.. เอ็ดการ์ เคร์รอเยลเหมือนเคยนะ” เธอถาม ผมหยิกสีน้ำตาลเข้มของเธอยาวลงมาปิดป้ายชื่อ เจนนี่ เอาไว้เกือบครึ่ง

“ขอบใจ เจนนี่” ผมยิ้มตอบ

“อย่างอื่นด้วยมั้ย”

“แค่นั้นก่อน”

“เดี๋ยวฉันมาเสิร์ฟ” เธอยิ้มซุกซนให้ผม ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป

เจนนี่เป็นพนักงานพาร์ทไทม์ที่นี่ เธอหน้าตาสวยแบบลูกผสมเม็กซิกันและมีอารมณ์ขันเหลือเฟือ เจนนี่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยและทำงานพิเศษไปด้วย เพอร์ซีชอบแกล้งมองน่องเรียวๆสีน้ำตาลอ่อนของเจนนี่ด้วยสายตาลามกพร้อมกับซู้ดปาก ซึ่งเธอก็แค่ส่ายหน้าและยิ้มขำ และหลังจากมาที่นี่กับพวกนั้นสองครั้ง ผมก็กลายเป็นคนโปรดของเจนนี่  แบบที่ไม่เกี่ยวกับการที่เราทิปหนักด้วย

ผมท้าวศอกทั้งสองข้างลงบนโต๊ะ ก้มหน้าแตะหน้าผากลงบนปลายนิ้วที่สอดประสานกัน  รู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังประสาทเสีย แสงจากโคมไฟเหนือโต๊ะที่ส่องลงมา ก่อให้เกิดเงารูปร่างแปลกตาบนผ้าปูโต๊ะลินินเรียบกริบ

...ไอ้เรื่องบ้าๆวันนี้มันแค่เรื่องบังเอิญ รึไม่ก็จินตนาการบ้าบอคอแตกของผมใช่ไหม...?

ผมสูดลมหายใจ อยากตอบออกมาว่าใช่ แต่ในใจรู้ดีว่ามันคือการหลอกตัวเอง

“ไม่เคยเห็นเธอมาคนเดียวเลย” เจนนี่พูดขณะวางแก้วเครื่องดื่มสีม่วงลงบนกระดาษรองแก้ว สร้อยข้อมือรูปดาวกับพระจันทร์กระทบกันดังกรุ๋งกริ๋ง

“พวกนั้นไม่ว่าง ผมเลยมาคนเดียว”  ผมโกหก

“เธอ.. ” เจนนี่มองตาผม เธอกัดริมฝีปากเหมือนไม่ค่อยแน่ใจ “ดูเหนื่อยๆนะ เรียนหนักเหรอ”

“เธอนึกไม่ออกหรอก”

เจนนี่หัวเราะกิ๊ก “ใช่สิ ฉันผ่านมันมาตั้งสองปีแล้วนี่ เป็นยายแก่ในสายตาเธอแล้วสินะ”

ผมยิ้มใส่ตาเธอ ไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าจะมีวันที่ผมรู้สึกว่าการพูดคุยเรื่องการเรียนคือความผ่อนคลายได้ด้วย แต่ถ้านึกถึงเรื่องต่างๆที่ผมต้องเผชิญในช่วงนี้  ต่อให้คุยเรื่องเศรษฐกิจโลก ก็ยังฟังดูน่าสนุกเลย 

แต่แล้วอยู่ๆเจนนี่ก็หยุดยิ้ม

“เอ็ดการ์” เธอมองผมด้วยสีหน้าว่างเปล่า “เกม...”

“หือ?” ผมมองตอบเธอ หัวใจกระตุกวูบ ประสาททุกส่วนตื่นตัวขึ้นมาทันที

เจนนี่ยิ้ม ริมฝีปากฉีกออกในลักษณะชวนขนลุก ดวงตาเหลือกกลับขึ้นไปจนมองเห็นแค่ตาขาว เสียงที่พูดออกมานั้นแหบพร่า ราวกับส่งตรงมาจากนรก “เกมของเรา...  พร้อมที่จะเล่นหรือยัง?”

ผมจ้องมองเจนนี่เวอร์ชั่นผีหลอกวิญญาณหลอนด้วยความรู้สึกปั่นป่วน  ฝ่ามือทั้งสองข้างยึดแน่นอยู่กับที่วางแขน ความหวาดหวั่นเริ่มลดน้อยลง ในขณะที่ความโกรธกำลังขยายตัวใหญ่ขึ้น 

...นี่มันเกินไป และผมก็ทนไม่ไหวแล้ว!

“มาสิวะไอ้สวะ” ผมกัดฟันกรอด “ฉันพร้อมแล้ว”

ผมสะดุ้ง เมื่อเกิดแรงสั่นสะเทือนเล็กๆขึ้นบนโต๊ะ  ผิวหน้าของเครื่องดื่มในแก้วไหวกระเพื่อม ไอบางๆลอยกรุ่นขึ้นมา ผมชักมือออกอย่างรวดเร็วเมื่อรู้สึกถึงความร้อนบนพื้นผิวของโต๊ะ  เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบห้อง  เมื่อโคมไฟทุกดวงในร้านเริ่มติดๆดับๆ

“อะไรกันนี่” เจนนี่ที่กลับมาเป็นปรกติ ก้าวถอยหลังและมองไปรอบๆอย่างประหลาดใจ

เปรี๊ยะ!

แก้วทุกใบที่แขวนอยู่เหนือเคาน์เตอร์บาร์ลั่นเปรี๊ยะและเกิดรอยแตกร้าว  บาร์เทนเดอร์ผงะถอยอย่างตกใจ โคมไฟโครงโลหะขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่กลางห้องแกว่งไปมาช้าๆ 

“แผ่นดินไหว!

ใครบางคนตะโกนขึ้น เสียงอุทานอย่างตกใจดังขึ้นทั่วร้าน ข้าวของบนโต๊ะเริ่มสั่นกราว คู่รักที่นั่งโต๊ะข้างๆผมจูงมือกันลุกขึ้น และรีบก้าวไปทางประตู ในขณะที่แขกคนอื่นๆก็ดูตกใจไม่แพ้กัน

เพล้ง!!

ดวงโคมกลางห้องแตกกระจายเหมือนโดนระเบิด เสียงหวีดร้องดังขึ้นอย่างตื่นตระหนก ก่อนที่ดวงโคมทุกดวงในร้านจะดับพรึ่บลงพร้อมกัน  การสั่นสะเทือนเพิ่มความรุนแรงมากขึ้น  เสียงโซ่ลั่นเอี๊ยดบาดแก้วหู  และกำลังถอนตัวออกมาจากจุดยึด ผมเบิ่งตาค้างเมื่อเห็นฝ้าเพดานเริ่มฉีกออก

โครม!!!

โคมไฟกลางห้องร่วงหล่นลงมากระทบพื้น ตามด้วยชิ้นส่วนของฝ้าเพดาน  เสียงหวีดร้องอย่างแตกตื่นดังระงม ผู้คนกรูกันออกไปด้านนอกอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

ผมนั่งอยู่ที่เดิมท่ามกลางฝุ่นสีเทาที่ลอยฟุ้งโดยไม่ขยับตัวไปไหน ไม่ใช่เพราะตกใจจนช็อค แต่เป็นเพราะผมลุกออกไปไม่ได้  ร่างทั้งร่างผมเหมือนถูกตรึงไว้กับที่ด้วยพันธนาการที่มองไม่เห็น!

แต่แล้วอยู่ๆโคมไฟดวงเล็กเหนือหัวผมก็สว่างขึ้น มันทอแสงสีเหลืองนวลเพียงจุดเดียวอยู่ในความทึบทึมของฝุ่นละออง ฝ่ามือผมชื้นเหงื่อ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนักโทษที่ถูกยึดไว้กับเก้าอี้ รอเวลาประหารชีวิต

ท่ามกลางฝุ่นละอองและเศษซากความเสียหาย และแสงจากดวงโคมที่ส่องให้ความสว่างได้เพียงรำไร ผมเบิกตากว้าง เมื่อเห็นเงาดำทะมึนค่อยๆคืบคลานเข้ามารุกล้ำแสงสว่าง มันทอดเข้ามาอย่างช้าๆ และทำให้แสงอ่อนจางนั้นยิ่งดูมืดหม่น  เสียงหัวใจผมเต้นโครมครามอยู่ในอก ขณะมองเงามืดที่ทอดมาทาบทับ และเสียงฝีเท้าหนักๆที่ก้าวมาหยุดอยู่ตรงหน้าผม

ผมค่อยๆเงยหน้าขึ้น ความกล้าบ้าบิ่นที่ไหลเวียนในร่างถูกบีบอัดให้เล็กลงเหลือเท่าหัวเข็มหมุด รอยประทับตรงผิวท้องน้อยแสบร้อนขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

“ลูซิเฟอร์...” ผมเค้นเสียงออกมาได้เพียงแผ่วเบา

“เอ็ดการ์” เสียงเขาต่ำทุ้มและเกือบจะนุ่มนวล ดวงตาดำมืดมองมาที่ผมแบบไร้ความหมายใดๆ เขานั่งลงตรงข้ามผม  คลื่นความร้อนอย่างผิดปกติแผ่ซ่านออกมา

ผมจ้องมองเขาเหมือนถูกสะกด มันบ้ามากที่เห็นเขาอยู่ที่นี่ ในคอฟฟีช็อพบนถนนเมดิสัน ที่ห้อมล้อมด้วยตึกรามมากมายที่แสดงถึงความศิวิไลซ์ในยุคปัจจุบัน  ลูซิเฟอร์นั่งอยู่ตรงข้ามผมในรูปลักษณ์ของมนุษย์ ซึ่งถ้าเขาเป็นมนุษย์จริงๆ ผมคงหลงเสน่ห์เขาไปแล้ว

เขาเหมือนก้าวออกมาจากจินตนาการสุดคลาสสิคของนักเขียนในยุคก่อน ชายหนุ่มตัวสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำ โครงหน้าคมเข้ม ทั้งสีผมและสีตาดำสนิท สันจมูกโด่งตรง รับกับรอยหยักเหนือริมฝีปากและแนวกรามแข็งแกร่ง

แต่ที่ทำให้แทบหยุดหายใจ ก็คือท่าทีนุ่มลึกแต่แฝงการคุกคาม แบบที่ทำให้ใจสั่นด้วยแรงดึงดูดและหวาดหวั่นในเวลาเดียวกัน ผมจ้องเขาอย่างเกลียดชัง เขาอาจล่อลวงให้หลงเชื่อได้ด้วยรูปกายบาดอารมณ์  แต่แววกระหายในดวงตาก็ไม่อาจปกปิดตัวตนที่แท้จริงของเขา

...และผมก็ไม่ได้ลืมในสิ่งที่เขาทำ

“แน่ใจว่าพร้อมหรือเอ็ดการ์” ลูซิเฟอร์พูดขึ้น

ผมเบนสายตาลงมองที่โต๊ะ คับแค้นจนไม่อยากมองหน้า  “จะต้องถามทำไม ในเมื่อแก... ท่าน... ต้องบังคับให้ผมทำมันอยู่แล้ว”

“ข้าชอบเสพความตื่นกลัวของมนุษย์ และมันยิ่งส่งกลิ่นหอมหวาน ในเวลาที่เจ้าพยายามจะหนี”

ไอ้เลว...

ผมกัดฟัน  ความโกรธเกลียดไหลพล่านไปทั่วร่าง ผมถามเขาโดยไม่เงยหน้า “จะเริ่มกันได้รึยัง?”

“ส่งมือของเจ้ามา” เขาสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่วางอำนาจ

ผมเหลือบมองเขาอย่างไม่ไว้ใจเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากค่อยๆวางมือทั้งสองข้างลงบนโต๊ะในลักษณะคว่ำมือลง

ลูซิเฟอร์เอื้อมมือมาสัมผัสมือข้างหนึ่งของผม เขาลูบไล้และบีบคลึงเบาๆเหมือนเป็นสิ่งที่ช่างน่าปรารถนา ความร้อนผ่าวแล่นปราดเข้ามาในตัวผมทันที ผมหายใจแรงขึ้น ฝ่ามือของเขาใหญ่และนิ้วมือก็ช่างเรียวยาว ไม่น่าเชื่อว่ามันจะเคยกรีดลากบนเนื้อผมเหมือนมีด

“มองหน้าข้าเอ็ดการ์”

ผมค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาตามคำสั่ง ลูซิเฟอร์จ้องมองมาที่ผม เปลวเพลิงเล็กๆสว่างวาบขึ้นมาในดวงตาเขา ผมวูบโหวงในอกขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด  ในขณะที่สีหน้าเขาดูบึ้งตึงขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมในเวลาต่อมา “ที่จริงแล้ว  เจ้าไม่จำเป็นต้องเสี่ยงเล่นเกมทายปริศนากับข้าถึง 7 ครั้งหรอกเอ็ดการ์”

“หมายความว่ายังไง”

“มีทางเลือกอื่น ที่ง่ายกว่า ให้ผลชัดเจนและแน่นอนกว่า”

“ทางไหน?”

“สัญญา”

ผมมองเขาอย่างงงงัน

“แบบเดียวกับที่แม่เจ้าทำ” ริมฝีปากได้รูปกระตุกเป็นรอยยิ้มบางเบา มันมีเสน่ห์น่ามองอย่างมาก แต่ก็แอบแฝงด้วยอันตรายและเล่ห์กล “ลงนามมอบวิญญาณให้ข้า ด้วยเลือดและความยินยอมพร้อมใจ เพื่อแลกกับความปรารถนา”

“ไหนว่าไม่ยอมให้ผมแลกตัวกับลีโอ” เสียงผมสั่นกระตุก

“แน่นอนว่าแลกไม่ได้” น้ำเสียงเขานุ่มนวลต่างจากเนื้อหาที่พูดออกมา “แต่เจ้าสามารถยืดเวลาของเขาออกไปได้ อาจจะเป็นอีกห้าปีข้างหน้า”

ผมกลืนน้ำลาย “แล้วถ้าถึงตอนนั้นจะเป็นยังไง”

“ข้าจะมารับเจ้าทั้งคู่ จากกองเพลิงที่เผาไหม้ร่างของพวกเจ้า ไม่น่ากลัวหรอกเอ็ดการ์ คนเราต่างก็ต้องตายในวันใดวันหนึ่งด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งอยู่ดี”

ผมขบกรามแน่น เขาเห็นผมโง่นักรึไง เวลา 5 ปีกับชีวิตของผม มันไม่ใช่ทางเลือกอะไรเลย เป็นแค่กับดักที่จะเอาวิญญาณเราไปให้ได้ทั้งคู่  “...ไม่มีทาง  ฉันจะไม่มีวันทำสัญญาขายวิญญาณให้ปีศาจอย่างเด็ดขาด”

“เจ้าชอบการเดิมพันมากกว่า” เขาพยักหน้าเล็กน้อย “ดี  ข้าก็ชอบเช่นกัน”

ผมสะดุ้งสุดตัวเมื่อเขาตะปบลงบนแขนผม นิ้วมือแข็งแรงกดลงบนผิวเนื้อ  มันเจ็บและแสบร้อนเหมือนโดนไฟเผา

“ไม่! อย่า...” เสียงผมขาดเป็นห้วง รู้สึกเหมือนผิวเนื้อกำลังจะละลาย

“มองตาข้า!” เขาสั่งอย่างดุดัน

ผมพยายามมองตาเขาทั้งที่เจ็บปวดจนพูดไม่ถูก  สมองมึนงงเหมือนโดนฟาดแรงๆที่หัว  ก่อนจะรู้สึกเหมือนร่างทั้งร่างถูกกระชากและดูดกลืนเข้าไปในความมืดมิดสุดหยั่งในดวงตาเขา

......

......นี่มันอะไร!?

ภาพในหัวฉายวาบขึ้นเป็นฉากๆ เหมือนดูหนังที่ตัดต่ออย่างรวดเร็ว ผมเห็นใบหน้าของเจนนี่พนักงานเสิร์ฟในร้านกาแฟ เห็นเธอเดินเข้าไปในเซ็นทรัลพาร์คตอนกลางคืน  ก่อนที่ผู้ชายผิวขาวตัวสูงคนหนึ่งจะรัดคอเธอจากทางด้านหลัง

ผมเห็นเลือดเปรอะเปื้อนลงมาตามเรียวขาสีน้ำตาลอ่อน  ภาพตัดไปยังหยดน้ำตาของชายผิวดำวัยกลางคนที่มีหน้าตาคล้ายเจนนี่และปืนในมือเขา ตามด้วยใบหน้าของหญิงสาวผมแดงผิวขาวซีดขณะให้การกับตำรวจ ก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นใบหน้าของผู้ชายร่างท้วมอีกคนที่มีท่าทางภูมิฐาน และภาพสุดท้ายที่ผมเห็นก็คือเงินสดจำนวนมาก ที่ใส่มาในถุงกระดาษสีน้ำตาล

ผมหลับตาลงเมื่อรู้สึกวิงเวียงจนทนไม่ไหว  ก่อนที่ร่างจะถูกหอบให้ลอยคว้าง และร่วงหล่นลงบนพื้นแข็งๆ

.....

......ที่ไหน?

ผมกระพริบตาปริบๆ เมื่อเห็นตัวเองยืนอยู่ท่ามกลางต้นข้าวโพดสีทองอร่าม ที่ปลูกชิดกันเป็นแนวยาวสุดลูกหูลูกตา ลมเย็นพัดโชยมาพาให้เส้นผมปลิวระกับใบหน้า ภาพที่เห็นคุ้นตาอย่างประหลาด และผมรู้สึกว่าตัวเองเคยมาที่นี่

...ทุ่งข้าวโพด

ผมหันควับไปทางด้านหลัง โรงนาหลังย่อมตั้งอยู่ทางฟากนั้น และผมก็แน่ใจแล้ว ว่าที่นี่คือทุ่งข้าวโพดในรัฐอินเดียนา ที่ครั้งหนึ่งผมกับลีโอเคยถูกส่งตัวมาอยู่กับป้าเบลล่าญาติห่างๆของเรา ในคราวที่ลุงบรูซจำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศพักใหญ่ และเราทั้งคู่ยังเด็กเกินกว่าที่ลุงจะกล้าทิ้งให้อยู่กันเองกับแม่บ้านและคนสวน

ผมมองโรงนาที่อยู่ไม่ไกล ก่อนจะมุ่งหน้าไปทางนั้นอย่างเร่งรีบ โรงนาดูเป็นเงาทะมึนใต้ท้องฟ้าสีเทาที่เมฆฝนกำลังตั้งเค้า เสียงฟ้าคำรามอยู่เหนือหัว ผมไม่รู้ว่าทำไมผมต้องไปที่นั่น  แค่รู้สึกว่าต้องไป

ลูซิเฟอร์ยืนรอผมอยู่ตรงนั้น หน้าบานประตูโรงนาที่จะเปิดไปสู่อะไรก็ตามที่รอผมอยู่  แผ่นหลังที่ตั้งตรงและช่วงไหล่กว้างนั้นทำให้เขาดูสง่าน่าเกรงขาม  ผมหายใจติดขัด เมื่อเห็นเงารางๆของปีกค้างคาวที่ติดอยู่ตรงแผ่นหลังของเขา

ลูซิเฟอร์ผายมือออก และยื่นมาทางผม

“เข้าไปข้างในก่อนเถอะ เอ็ดการ์”  น้ำเสียงเขาน่าฟัง ราวกับสุภาพบุรุษในตระกูลชั้นสูงที่กำลังเชื้อเชิญให้ผมเข้าไปในงานเลี้ยงเต้นรำ

ผมยื่นมือออกไปให้เขา ลูซิเฟอร์ดูพึงพอใจ เขากระชับมือผมอย่างหนักแน่นด้วยฝ่ามือหนาใหญ่ ลูซิเฟอร์ดึงตัวผมเข้าไปใกล้  ผมสูดลมหายใจเมื่อเขาผลักบานประตูให้เปิดออก

“ยินดีต้อนรับสู่ความงดงามแห่งวัยเด็ก”

ขอบอกเลย...  ผมไม่ได้คาดหวังว่าจะเจอเข้ากับงานเลี้ยงแบบที่มีโคมไฟระย้า น้ำพุแชมเปญ หรือผ้าม่านหรูวิจิตรจากฝรั่งเศส และไม่ได้ว่าอะไรกับพื้นเปื้อนฝุ่น กลิ่นอับของโรงนา หรือแสงริบหรี่จากตะเกียงเก่าๆแค่ดวงเดียวที่แขวนอยู่ตรงเสาต้นหนึ่งนั่นด้วย  แต่ไอ้บ่วงเชือก 7 เส้นที่แขวนลงมาจากขื่อ ห้อยต่องแต่งอยู่กลางอากาศเหนือพื้นชั้นบนที่เป็นทางเดินแคบๆ  เหมือนของที่ใช้ประหารนักโทษด้วยการแขวนคอนั่นมันอะไร!?

 “รสนิยมแย่มาก” ผมพึมพำอย่างรังเกียจ

“แย่งั้นหรือ? มันเป็นรสนิยมของเจ้าเองนะ”

ผมมองไปข้างหน้า สะกิดใจกับคำพูดของเขา ก่อนจะนึกออกในที่สุด

สิ่งที่อยู่ตรงนี้ เป็นสิ่งที่ผมกับลีโอเคยทำกับบ้านตุ๊กตาของป้าเบลล่า ด้วยความเกลียดที่เรามีให้ป้าและที่ป้ามีให้เราพอๆกัน คืนหนึ่งหลังอาหารเย็นที่เต็มไปด้วยคำพูดแดกดันถึงความเป็นตัวซวยของตระกูล  ผมกับลีโอแอบขโมยบ้านตุ๊กตาอันสุดหวงแหนของป้าเบลล่าออกมา มันประกอบด้วยตัวบ้านน่ารักกับโรงนาเล็กๆ และตุ๊กตาพ่อแม่ลูกที่ทำจากเปลือกข้าวโพด

ผมกับลีโอไม่มีพรสวรรค์ใดๆในงานฝีมือ  ทั้งวาด ปั้น ประดิษฐ์สิ่งของ เราทำมันได้ห่วยซะจนครูศิลปะแทบจะร้องไห้ และมันมักจะดูเหมือนขยะท่ามกลางงานฝีมือชิ้นอื่นๆ และเราก็ไม่เคยนึกพิศวาสจะทำมันเลย

...เว้นแต่ว่ามันจะทำให้ใครสักคนโกรธจนแทบคลั่ง

ผมกับลีโอเอาตุ๊กตาออกมาจากตัวบ้าน  ประดิษฐ์เชือกเล็กๆเป็นบ่วงห้อยแขวนลงมาจากขื่อในโรงนา ก่อนจะเอาตุ๊กตาทุกตัวไปแขวนคอตรงนั้น  และเอากลับไปตั้งโชว์ในห้องรับแขกเหมือนเดิม รอเวลาที่ป้าและเพื่อนๆจะได้ชมมันตอนดื่มน้ำชา

และตอนนี้ สิ่งนั้นก็กำลังอยู่ตรงหน้าผม ผมมองตุ๊กตาเปลือกข้าวโพดขนาดเกือบเท่าคนจริง 4 ตัว ที่ยืนนิ่งอยู่ชั้นบน นึกสงสัยว่าเขากำลังจะเล่นกลอะไรกับผมอีก

ลูซิเฟอร์ขยับมายืนด้านหลังผม ฝ่ามือแข็งแรงเลื่อนมาโอบที่เอว และรั้งตัวผมให้เข้าไปชิดใกล้ เขาบีบบังคับด้วยท่อนแขนแข็งแกร่งให้ผมต้องเอนตัวพิงแผ่นอกเขา

ลูซิเฟอร์ก้มลงมา ริมฝีปากคลอเคลียอยู่ใกล้หู “ดูให้ดี ความสนุกกำลังจะเริ่ม”

ผมมองไปข้างหน้า กระพริบตาอย่างประหลาดใจเมื่อเห็นใบหน้าและรูปร่างของตุ๊กตาทุกตัวเปลี่ยนไป ตัวแรกมองดูเหมือนผู้ชายผิวขาวที่ทำร้ายเจนนี่ ตัวถัดมาคือผู้หญิงคนหนึ่งที่มีผมยาวสีแดง ซึ่งผมคุ้นหน้าว่าเป็นเพื่อนร่วมงานของเจนนี่  ตัวถัดมาอีกเป็นชายผิวดำที่ถือปืน และตัวสุดท้ายคือชายผิวขาวร่างท้วมที่ดูมีอำนาจ

และยังไม่ทันที่ผมจะหายตกใจ ตุ๊กตาตัวแรกก็ก้าวออกมาข้างหน้า มันใช้บ่วงคล้องรอบคอตัวเอง ก่อนจะทิ้งตัวลงมาในอากาศ ร่างของมันกระตุกสั่นเหมือนคนจริงๆที่โดนแขวนคอ ดวงตาเหลือกลาน และลิ้นจุกอยู่ตรงปาก  ก่อนที่เปลวเพลิงจะลุกพรึ่บขึ้นมา แผดเผาร่างนั้นจนดำเป็นตอตะโก กลิ่นเนื้อไหม้ลอยคลุ้งไปในอากาศ ทั้งๆที่มันเป็นแค่ตุ๊กตาเหลือกข้าวโพด

ผมมองภาพนั้นอย่างขยะแขยงปนหวาดหวั่น “...โรคจิต”

“บ่วงนั่นมีชื่อว่าราคะ เป็นหนึ่งในเจ็ดความรื่นรมย์แห่งนรก” ลูซิเฟอร์บอก  “เจ้าน่าจะพอนึกออกว่าทำไมถึงเป็นบ่วงเส้นนั้น”

ผมกลืนน้ำลาย และเริ่มประมวลเรื่องราวได้  ห่วงทั้ง 7 เส้น เป็นตัวแทนของบาป 7  ประการ  และที่ชายคนนั้นผูกคอตัวเองด้วยเชือกเส้นนั้น ก็เพราะเขาพ่ายแพ้ให้แก่ตัณหาราคะ และลงมือข่มขืนเจนนี่

“เรื่องที่ผมเห็นก่อนหน้านี้ เป็นเรื่องจริง หรือแค่ภาพที่ท่านสร้างให้ผมดู”

“มันจะเกิดขึ้นจริง”

ผมหันควับไปมองเขาทันที

“แต่อย่าได้คิดที่จะเปลี่ยนแปลงมัน” เสียงเขาเข้มและต่ำลึกเหมือนเสียงขู่ “เพราะถ้าเจ้าสอดมือเข้าไปยุ่งกับสิ่งที่ไม่ควรยุ่ง มันจะส่งผมกระทบต่อเรื่องราวและบุคคลอื่นๆ และมันอาจรุนแรงจนถึงจุดที่เจ้ารับผิดชอบไม่ไหว”

“เอาล่ะเอ็ดการ์ เด็กดีของข้า” เขาจับคางผมให้หันกลับไปมองจุดเดิม “คราวนี้ถึงตาที่เจ้าจะต้องตอบคำถามตามที่เราตกลงกันไว้ เจ้าจงตอบข้าว่า ใคร ที่จะเป็นรายต่อไปที่จะแขวนคอตัวมันเอง และด้วยบ่วงเส้นไหน หญิงสาวผู้เต็มไปด้วยเจตนาอันมืดมัว  พ่อผู้เต็มไปด้วยความโกรธแค้นเมื่อบุคลอันเป็นที่รักต้องเจ็บปวด หรือผู้รักษากฏหมายที่อาจจะมีใจเอนเอียงเมื่อได้รับสินบน  คิดให้ดีๆล่ะ ถ้าไม่อยากแพ้ตั้งแต่ข้อแรก”

ลูซิเฟอร์กระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น และมันดูเหมือนผมกำลังถูกบีบบังคับมากกว่าถูกกอด ริมฝีปากอุ่นแตะอยู่ตรงข้างแก้ม เสียงทุ้มต่ำออกคำสั่งอย่างข่มขู่ “จงเลือกมัน เอ็ดการ์”

ผมเบิ่งตามองตุ๊กตาเปลือกข้าวโพดทั้ง 3 ตัวตรงหน้า ฝ่ามือทั้งสองข้างเย็นเฉียบ เขาคงสนุกมากที่บังคับให้ผมต้องทำอะไรแบบนี้ ผมเบนสายตามองตุ๊กตาแต่ละตัวและโยงเข้ากับบาปทั้งเจ็ด ความเย่อหยิ่ง โทสะ โลภ ตะกละ ราคะ ริษยา และความเกียจคร้าน

เจ้าหน้าที่กฏหมาย-ความโลภ พ่อของเจนนี่-โทสะ  แต่สำหรับเพื่อนร่วมงานของเจนนี่ผมเดาไม่ออก อาจจะเป็นความริษยา ผมนึกถึงภาพเหตุการณ์ที่เขาทำให้ผมเห็นก่อนหน้า ในท้องปั่นป่วนเหมือนถูกบิดไส้ และในที่สุดผมก็ตัดสินใจตอบออกไป

“พ่อ... กับบ่วงแห่งโทสะ”

“เลือกได้ดี” เสียงของลูซิเฟอร์เจือความรื่นรมย์ ซึ่งมันทำให้ผมหนาวเยือกขึ้นมา 

“แต่มันเป็นคำตอบที่ผิด”

คำพูดนั่นเหมือนสายฟ้าฟาดใส่ร่างผม ผมยืนตัวแข็งทื่อ ภาพลีโอกับงูนรกเจ็ดตัวที่รัดพันร่างเขาอยู่ฉายวาบขึ้นมาในหัว

“ไม่.. ยังไม่ถึงเวลาที่เขาจะได้สนุก” ลูซิเฟอร์พูดเหมือนมองเห็นความคิดผม เขาแตะไล้ผิวแก้มผมอย่างปลอบประโลม “เจ้าจะได้เห็นมันเมื่อคำตอบที่ถูกต้องปรากฏขึ้น แต่ตอนนี้เจ้ากับข้ายังมีธุระต่อกัน”

“อะไรอีก” เสียงผมสั่นอย่างปิดไม่มิด อะไรก็ตามที่ทำให้เขาดูพึงพอใจตั้งแต่ต้นจนถึงเดี๋ยวนี้ ไม่มีทางไม่เกี่ยวกับหายนะอะไรสักอย่างในชีวิตมนุษย์

“ถ้าเจ้าตอบคำถามข้า ไม่ว่าถูกหรือผิด ข้าอนุญาตให้เจ้าถามข้าได้หนึ่งคำถามเช่นกัน ถือเป็นของขวัญจากดินแดนแห่งความมืด และข้าจะตอบเจ้าตามความเป็นจริง”

ผมงงงันวูบ “...นี่มันไม่ได้มีอยู่ในข้อตกลงของเรา”

“ซึ่งนั่นคือข้อเสียของสัญญาปากเปล่า“ สุ้มเสียงเขาเย็นชา “เจ้าไม่สามารถรู้รายละเอียดทั้งหมดได้หากไม่ได้เห็นมันทั้งหมดด้วยตาของตัวเอง อ่านมัน และลงนามผูกมัดให้แน่นหนา”

...เขากำลังล่อหลอกให้ผมทำสัญญาขายวิญญาณให้ปีศาจ

ผมกัดฟันกรอด ทุกนาทีที่อยู่ใกล้เขา มันเต็มไปด้วยหลุมพรางที่รอให้ผมก้าวพลาดและเข้าไปติดในกับดัก ผมทวนคำพูดของเขาในใจ และพูดออกไปในที่สุด

“ผมขอถามท่าน ว่ามีทางไหมที่ผมจะทำลายสัญญาระหว่างท่านกับแม่ของผม”

ลูซิเฟอร์ชะงักนิ้วที่ไล้ตรงแนวกรามผม “ฉลาดมากที่ถามแบบนั้น”

ผมกลั้นหายใจ ความหวังเล็กๆก่อตัวขึ้นในอก

“คำตอบคือไม่มีทาง และข้าพูดความจริง”

ผมยืนอึ้งกับคำตอบที่ได้รับ แขนขาอ่อนล้าหมดเรี่ยวแรง ถึงแม้มันจะเป็นสิ่งที่พอจะคาดเดาได้อยู่แล้วก็ตาม

“พอใจในของขวัญที่ได้รับแล้วใช่ไหมเอ็ดการ์” ลูซิเฟอร์ถามขึ้น

ผมไม่ตอบคำถามเขา แต่เบือนหน้าไปอีกทางอย่างคับแค้นใจ

“แต่มันไม่ได้จบแค่นั้น” เสียงของลูซิเฟอร์ทอดต่ำ ขนตรงต้นคอผมลุกซู่ เมื่อเขาพูดประโยคต่อไป “ในเมื่อเจ้าตอบผิด เจ้าก็ต้องมอบของขวัญของเจ้าให้ข้าเช่นกัน”

แทบจะไม่รอให้เขาพูดจบประโยคด้วยซ้ำ ผมดิ้นสุดแรงออกจากอ้อมแขนเขา ลูซิเฟอร์กระชากตัวผมกลับมา ร่างผมเซถลาปะทะเข้ากับแผ่นอกแข็งแกร่ง เขารัดตัวผมไว้ด้วยอ้อมแขนทรงพลัง ก่อนจะกระชากเส้นผมของผมให้แหงนหน้าขึ้น

“ส่วนไหนในร่างกายเจ้า ที่เจ้าชอบมันที่สุด”

ผมเม้มปากแน่น มือเท้าเย็นเฉียบด้วยความตื่นกลัว

ลูซิเฟอร์ขยับหน้าเข้ามาใกล้ ดวงตาเรียวคมกริบวาววับเมื่อจ้องหน้าผม

“ช่างงดงามอย่างหาที่เปรียบได้ยาก ฟ้ากว่าสีของท้องฟ้าและเขียวเข้มยิ่งกว่ามหาสมุทร”

ลูซิเฟอร์ประทับจูบลงบนเปลือกตาผม มันนุ่มนวลอ่อนโยนราวกับขนนก

“ตาข้างซ้ายของเจ้า” ฝ่ามือร้อนระอุขยับมาลูบไล้ใบหน้าผม “จงยกมันให้ข้า”

...ไม่จริงใช่มั้ย!?

ผมตะโกนร้องในใจอย่างตื่นตระหนก ขณะที่กรงเล็บแหลมคมเลื่อนมาใกล้ดวงตา รอยยิ้มน่าสะพรึงกลัวแต่งแต้มบนริมฝีปากเขา และผมขยับร่างกายไม่ได้แม้แต่ส่วนเดียว

....ไม่!!!!!!!!!!!

 

...........................................................................................

มาอัพตอนนี้ช้ากว่าปกติ เพราะอาทิตย์ก่อนเวลาว่างกระท่อนกระแท่นจริงๆค่ะ  แล้วผู้แต่งก็อยากลงรวดเดียวทั้งตอนด้วยแหละ

ตอนนี้ไม่มีลีโอโผล่มาเข้าฉากเลย  แต่อย่าห่วง ตอนหน้าเป็นมุมมองของลีโอแบบยาวจุใจแน่นอน  ^ ^

ช่วงนี้ฝนตกบ่อยมาก อากาศก็เย็นๆร้อนๆ  รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ ส่วนใครที่กำลังอยู่ในสงครามสอบ  ก็ขอให้ได้คะแนนดีๆ(หมายถึง A) กันทุกคนเล้ย  ^0^


เพิ่มเติมนิดนึง สำหรับคนที่อยากรู้ว่านิยายเรื่องนี้จะตีพิมพ์เป็นรูปเล่มมั้ย?  และเมื่อไหร่
ขอตอบว่า น่าจะได้ตีพิมพ์เป็นรูปเล่มนะคะ  ถ้าผู้แต่งไม่ทำมันซะเละตุ้มเป๊ะจนสำนักพิมพ์ไม่กล้าเอาไปพิมพ์อ่ะนะ  555
ส่วนที่ว่าเมื่อไหร่   ...อืม  ผู้แต่งกะจะแต่งให้จบภายในปีนี้อ่ะค่ะ  บอกได้คร่าวๆแค่นี้เอง เพราะแต่งไปอัพไปค่ะ 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

33 ความคิดเห็น

  1. #1154 dlky (@plky) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 22:52
    ลูซี่คะ อย่าหวานปนจิตแบบนั้นสิคะ! อุตส่าห์ปลื้มปริ่มให้เป็นพระเอก อย่าทำเอ็ดจังกลัวสิคะ!!!
    #1154
    0
  2. #1056 มิ้งกิจัง (@chanapa-nako) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 มีนาคม 2557 / 11:48
    สยองและน่ากลัว

    อ่านไปลุ้นไป
    #1056
    0
  3. #1046 m.miew (@miewmarisa) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2557 / 12:10
    OMG!ลูซีเฟอร์ช่างโหดร้าย แต่เราก็เชียร์ให้คู่กับเอ็ดการ์อยู่นะ
    และก็เชียร์ลีโอกับเอ็ดการ์555555
    #1046
    0
  4. #1043 ส้ม(เรื่องส้ม) (@abcdefg0123) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2557 / 21:58
    เอสเอ็ม!!!!!!!
    ชอบที่สุด ขอแบบนีี้อีกเยอะๆเลยนะ!!!!!!!!!!!!!
    #1043
    0
  5. #1032 RINKUWAc .™ (@hasuki) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2557 / 01:15
    ฮื่อออออออออออออออออออออ อีตาบ้าลูซิเฟอร์! ปีศาจเอ๊ยยยยย!! TTTTTATTTTT
    #1032
    0
  6. #1008 กระต่ายสีเงิน (@jerot) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2557 / 22:46
    ลูซิเฟอร์แม่ม! โหดว่ะ
    #1008
    0
  7. #971 rorony (@ricotta) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มกราคม 2557 / 22:42
    ...//ช็อกแล้วรีบอ่านตอนต่อไป
    #971
    0
  8. #645 little-red-cap (@little-red-cap) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กันยายน 2556 / 18:02
    ควักลูกตา โหดไปนะ
    #645
    0
  9. #582 ไอหมอก (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2556 / 10:08
    ถ้าเป็นเล่มยังไงก็จะซื้อ ... ไม่สิ!! ต้องเป็นเล่มนะ!! >___<

    ชอบตอนนี้มากกกก มันใช่เลย>w< ลูซี่เล่นบทเอสได้โดนมากค่าาา

    ดังนั้น ลูซี่ได้ตำแหน่งพระเอกในใจไปครองเลย 5555+

    ส่วนลีโอ.. เราก็ยังเชียร์นายให้คู่กะเอ็ดอยู่นะ!!



    แต่ว่าอ่านตอนนี้แล้วมันมีความรู้สึกหวิวๆ ว่าลูซี่มีอะไรมากกว่านี้

    ไม่ใช่แค่อยากได้ทั้งคู่ บอกไม่ถูก

    (ทำเอาไม่แน่ใจเลยว่าลีโอจะได้คู่กับเอ็ดรึป่าวT^T)



    สุดท้ายเอ็ดจะโดนควักเลยเรอะ!? ไม่มั้ง แอบนึกถึงแบล็คบัทเลอร์ 555+

    อยากรู้ว่าถ้าจบเกมแรกแล้วจะเป็นไงอ่ะ คงแค่มองไม่เห็นเฉยๆใช่มั้ยไม่งั้นก็โหดเกินไปละ

    เอ็ดก็มองเห็นได้แค่ข้างเดียวใช่มะ งั้นก็ใช้ชีวิตลำบากเลยสิ เล่นลาครอสอีกตะหาก



    แล้วเมื่อไรลีโอจะรู้ละเนี่ยยยย!!!!
    #582
    0
  10. #581 ภาณุมาศ (@Sakuratsuka) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2556 / 13:37
    SM SM SM บันไซ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
    #581
    0
  11. วันที่ 25 กรกฎาคม 2556 / 19:49
    ไม่น่ะ มันจะsmเกินไปแล้ว

    ถามว่าชอบมั้ย ตอบเลยว่าชอบมาก
    แต่ควักลูกตามันโหดร้ายปายยยยยย

    เอ็ดกาาาาาาาาไม่ยอมๆ


    #580
    0
  12. #579 blanchet (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2556 / 19:03
    ไม่นะะ ลูซิเฟอร์เจ้าเล่ห์มากอ่ะ อย่าทำอะไรเอ็ดนะะ

    เอ็ดพยายามหาทางเข้าล่ะ ไม่ใช่ว่าสุดท้ายโดนทั้งคู่นะม่ายยย

    ไปแล้วคำถามข้อแรก งือๆลุ้นที่เหลืออ่ะะ
    #579
    0
  13. #578 Linea-Lucifer (@linea-lucifer) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2556 / 16:35
    ตอนนี้มันอะไรรรรรรรรรรรรรร

    โฮกมากค่ะ ชอบคุ๋นี้มกค่ะ มันดูแบบ SM มากมาย
    #578
    0
  14. #455 me14 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มีนาคม 2556 / 13:43
    ลีโอ ใจเย็นๆนะลูก ขอไอวี่ขวดนึง เอิ้กๆ
    #455
    0
  15. #310 แกงส้ม (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2555 / 13:11
    ลีโอ ใจเย็นๆๆๆๆๆๆ
    #310
    0
  16. #256 ดั้งเเหมบ (@puma_buffalo) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2555 / 06:36
    โกรธอะไรน่ะลีโอ

    น่าจะดีใจที่เอ็ดยังเป็นคนดีไม่อยากเล่นสกปรกนะ
    (อินจัด 5555)

    โมเมนต์ริเวอร์เอ็ดยังคงหวานแหววดังเคย  ชอบมากค่า>/////<
    #256
    0
  17. #255 เดซี่สีเงิน (@Cute_Girl) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2555 / 19:24
    ลีโอโกรธเคืองอันใด
    #255
    0
  18. #254 sunshadow (@sunshadow) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2555 / 16:35



        ทำไมลีโอต้องโกรธขนาดนั้นด้วยนะ
        ไม่ว่าจะเพราะวิธีไหนก็ไม่ใช่ฝีมือตัวเองล้วนๆอยู่ดีนี่




    #254
    0
  19. #253 blanchet (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2555 / 14:47
    สงสารเอ็ดอ่ะ แต่ดีใจมากที่เอ็ดเข้มแข็งพอ

    ลีโอนี่ น่ากลัวขึ้นทุกวันนะ

    ปล.เดี๋ยวจะรออ่านบอสปีหน้านะคะ555

    สู้ๆจ้ะะ
    #253
    0
  20. #252 OoMoKonAoO (@mind_hana) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2555 / 14:18
    คุณเมฟฟิสเซะซี่จรื๊งง ง
    แอบหลง แอบเคลื้มไปกับความหล่อเลว >w<

    ปล.ไรเตอร์คะ  cloud atlas สนุกมากค่ะ ถึงเนื้อเรื่องจะตัดไปตัดมาชวนงง แต่ความสนุกมันก็อยู่ตรงนั้น
    เชียร์ให้ไปดูสุดใจเลย  อีกเหตุผลที่น่าดูคือทำให้สาววายกรี้ดกร้าดและซาบซึ้งได้แน่นอนค่ะ!
    #252
    0
  21. #251 punner (@Punner) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2555 / 14:17
    วิธีแก้ปัญหาของเอ็ดเยี่ยมสุดๆ. แต่ลีโอไม่พอใจซะแล้ว ตอนหน้าจะเปนยังไงต่อเนี่ย //ปูเสื่อรอดูดราม่าพี่น้อง

    ส่วนเมฟฟิส...ตอนนี้หล่อเลวมากค่ะ >////<
    #251
    0
  22. #250 iForGive (@iforgive) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2555 / 10:07
    ส่วนตัวคิดว่าลีโอคงจะทำพันธะสัญญากับเมมฟิสมากกว่านะ  เดาล้วน ๆ 
    ส่วนสาเหตุของความไม่พอใจคงเพราะไม่เป็นไปตามแผนหรือเปล่า
    หวังว่าริเวอร์คงเอะใจกับทักษะการเล่นไวโอลินและเพลงในฝันของลีโอ
    และสามารถค้นหาหนทางในการช่วยเหลือเอ็ดการ์ได้ทันนะ  ดูเหมือนเรื่องจะไปกันใหญ่แล้ว
    #250
    0
  23. #249 smile.frogy (@FROGY_PrincesS) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2555 / 09:11
    T_________________________T
    ลีโอนายเคยเป็นพระเอกของฉัน แต่ตอนนี้เอาใจไปเลยกับเมมฟิส
    น่าหลงใหลมากกก
    และเลวมากด้วย ฮืออออออ
    แต่ยังไงก็สงสารลีโอ เอ็ดการ์ไม่น่า.ทำแบบนี้เลย มันไม่ถูกต้องที่สุด
    เสียใจ โกรธ งอน ฮืออ *เค้าจะสนใจแกมั้ยเนี่ย -*-
    เห้อเห้อเห้ออออออ
    อยากอ่านต่อแล้วล่ะ หวังว่าลีโอจะไม่โกรธมากนะ
    เออ สรุปเป็นเอ็ดการ์จริงๆใช่มั้ยเนี่ย ;^;
    #249
    0
  24. #248 May10th (@barbarra-barry) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2555 / 07:13
    เอ็ด..ลูกทำได้ดีที่สุดเลย
    แต่..ลีโอน่ากลัวง่ะ ที่ทำสายตาแบบนี้เพราะอิจฉาที่เอ็ดทำได้ดีกว่าหรือคิดอะไรอยู่?



    ---
    เรื่องบอส...ปีหน้า!!!!!
    #248
    0
  25. #247 ไอหมอก (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2555 / 22:31
    อ๊ายยย เขินนะอย่ามองแบบนั้นสิ

    นึกว่าตัวเองเป็นเอ็ดแล้วโดนลีโอจ้อง >///<



    เอ่อ.. อะแฮ่มๆ เอาละสิ เอ็ดทำผิดแผน แต่หมายความว่าไงอ่ะ

    แล้วความสามารถของเอ็ดก็ยังคงน่าสงสัยอยู่เหมือนเดิม



    สุดท้ายทำเอาฝันค้างเลย ลุ้นอีกแล้วว
    #247
    0