69 (yaoi)

  • 99% Rating

  • 10 Vote(s)

  • 100,914 Views

  • 1,719 Comments

  • 3,442 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    441

    Overall
    100,914

ตอนที่ 9 : จำไว้ อย่าให้ต้องเตือน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5731
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 70 ครั้ง
    13 พ.ค. 58


“ผมไม่เห็นว่าการควบคุมประชากรมนุษย์กลายพันธุ์ ให้มีจำนวนเหมาะสมกับพื้นที่ที่อาศัยอยู่ มันจะเป็นเรื่องผิดบาปที่ตรงไหน”

               พลโทไอส์เนอร์ซึ่งเป็นผู้บังคับการกองความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ พูดขึ้นด้วยท่าทีปั้นปึ่ง ขณะมองข้ามโต๊ะประชุมไปยังพลโทซิมเมอร์แมนน์ที่นั่งเยื้องจากเขาไปหลายที่นั่ง ในห้องประชุมรูปไข่ของอาคารลิเบอร์ตี้

               “การควบคุมจำนวนประชากรเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การจำกัดว่าในทุกๆ 5 ครอบครัวของมนุษย์กลายพันธุ์ จะมีเพียงครอบครัวเดียวที่มีสิทธิ์มีทายาท เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน” ซิมเมอร์แมนน์พูด

               “ละเมิดสิทธิ์หรือไม่ละเมิด ขึ้นอยู่กับการกำหนดสิทธิ์ตั้งแต่แรก และอีกอย่างนะซิมเมอร์แมนน์ คุณคิดว่ามันจะดีกว่ารึไง ที่ปล่อยให้พวกนั้นออกลูกออกหลานเต็มไปหมด อย่าลืมว่าเขต 4 น่ะไม่ได้กินเนื้อที่ทั้งรัฐนะ”

               “งั้นเราก็ไม่ควรจำกัดพื้นที่ที่อยู่อาศัยของพวกเขาตั้งแต่แรก” ซิมเมอร์แมนน์ไม่ยอมอ่อนให้ ดวงตาใต้รอยบากที่พาดผ่านลงมาถึงแก้มนั้นเข้มขรึมเอาจริง “ถ้าไม่แก้ไขตรงจุดนี้ ผมคนหนึ่งล่ะ ที่จะไม่ลงชื่อรับรองร่างกฎหมายตัวนี้ให้ผ่านแน่”  

               “ผมไม่แปลกใจเลย” พลโทไอส์เนอร์ยิ้มเหยียด

นิโคลัสสูดลมหายใจ การประชุมนี่กินเวลากว่า 6 ชั่วโมงแล้ว และพวกเขาเพิ่งจะมาถึงข้อที่ 58 จากข้อกำหนดทั้งหมด 133 ข้อ ที่อยู่ในร่างกฎหมายฉบับที่ว่าด้วยการจำกัดเขตที่อยู่อาศัยของมนุษย์กลายพันธุ์ ซึ่งจะมีการลงคะแนนเพื่อรับรองในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า

               นิโคลัสกวาดตามองผู้ร่วมประชุมทั้งหมดที่นั่งอยู่รอบโต๊ะประชุมรูปไข่อย่างเงียบๆ นายทหาร 12 คนจากแต่ละหน่วยงานในเขต 3 รวมทั้งตัวเขา กำลังพิจารณาข้อกำหนดในร่างกฎหมายฉบับนี้ทีละข้อ เพื่อตัดสินใจว่าจะลงชื่อรับรองให้ร่างกฏหมายนี้ผ่านหรือไม่ หนึ่งคนมีสิทธิ์หนึ่งเสียง และในอีกไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้านี้ ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงทั้งหมด 180 คน จาก 12 หน่วยงานของทั้ง 3 รัฐ  จะลงคะแนนโดยพร้อมเพรียงกันเพื่อหาข้อสรุป

และถ้าร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านด้วยคะแนนเสียงเกินครึ่ง มนุษย์กลายพันธุ์ทั้งหมดในอเมริกาจะถูกอพยพให้ไปอาศัยอยู่ในเขต 4 ของแต่ละรัฐ โดยที่มีข้อกำหนดย่อยผูกติดไปเป็นพรวน ซึ่งก็หมายความว่า เขตหนึ่ง สอง และสาม ของทุกรัฐจะเป็นเขตปลอดมนุษย์กลายพันธุ์โดยสมบูรณ์

และแน่นอน ทุกสิ่งที่ทำก็เพื่อมวลมนุษยชาติ พวกเขาจำเป็นต้องปกป้องมนุษย์สายพันธุ์บริสุทธิ์ให้ดำรงอยู่ ไม่ล่มสลายสูญสิ้นเผ่าพันธุ์จากภัยคุกคามทุกรูปแบบ ทั้งจากธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงและมนุษย์ด้วยกันเอง

นิโคลัสเหลือบมองพลโทไอส์เนอร์ ที่ถกเถียงหน้าดำคร่ำเครียด ถึงข้อเสียและความเสี่ยงมากมายหากไม่ควบคุมมนุษย์กลายพันธุ์ให้อยู่แต่ในเขตที่กำหนดไว้ ฝ่ายนั้นไม่ได้หวาดกลัวหรือจงเกลียดจงชังมนุษย์กลายพันธุ์มากขนาดนั้นหรอก ไอส์เนอร์มีเมียเก็บเป็นมนุษย์กลายพันธุ์อย่างน้อย  2 คน (เท่าที่รู้) จากรสนิยมส่วนตัวที่ชอบเสพสุขกับสาวๆครึ่งคนครึ่งสัตว์สวยๆ ใครจะไปรู้ว่าไอส์เนอร์จะมีลูกลับๆสายเลือดครึ่งมนุษย์กลายพันธุ์อยู่บ้างหรือเปล่า

แต่ความก้าวหน้าในหน้าที่การงานนั้นสำคัญกว่าลูกๆมนุษย์กลายพันธุ์ ที่ไอส์เนอร์เองก็ไม่ได้อยากจะเหลียวแลอยู่แล้ว ถ้าเด็กครึ่งพันธุ์พวกนั้นจะต้องย้ายไปอยู่ในเขต 4 ที่ทั้งอันตรายและโสโครก ก็ช่างหัวมันปะไร 

เพราะหากร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่าน โอกาสที่นายพลคาร์เตอร์ซึ่งตอนนี้เป็นผู้บัญชาการสูงสุดของเขต 3 จะไต่ไปถึงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของรัฐก็ยิ่งมีความเป็นไปได้มากขึ้นอีก จากการที่นายพลคาร์เตอร์ค่อนข้างจะแสดงออกถึงจุดยืนอันมั่นคงของตัวเอง ที่เอนเอียงเข้าหาผลประโยชน์ของมนุษย์ธรรมดาเป็นที่ตั้ง

และเมื่อตำแหน่งผู้บัญชาการสูงสุดของเขต 3 ว่างลง เนื่องจากนายพลคาร์เตอร์เลื่อนขึ้นไปรับตำแหน่งที่ใหญ่กว่า เก้าอี้ที่ว่างอยู่ก็ย่อมมีคนหลายคนอยากขึ้นไปนั่งแทน และไอส์เนอร์ก็เป็นหนึ่งในนั้น

การประชุมดำเนินต่อไปอีก 3 ชั่วโมง ทุกคนก็อ่อนล้าทั้งร่างกายและสมอง หัวข้อที่เหลือถูกเลื่อนออกไปพิจารณาในการประชุมครั้งหน้า

นิโคลัสเดินออกมาจากห้องประชุมรูปไข่พร้อมกับนายทหารคนอื่นๆ เขาเข้าลิฟต์ตัวเดียวกันกับพลโทซิมเมอร์แมนน์และนายทหารอีกคน ซิมเมอร์แมนน์รอจนนายทหารคนนั้นออกจากลิฟต์ ถึงค่อยหันมาทางนิโคลัส

“ผมอยากถามความเห็นคุณในฐานะที่คุณเป็นผู้บัญชาการกองควบคุมมนุษย์กลายพันธุ์ คุณคิดยังไงกับการที่เราอยากจะจับมนุษย์กลายพันธุ์ใส่กรง ควบคุมอย่างเข้มงวดต่อการนำเข้าและส่งออกของทรัพยากรในเขตนั้น จำกัดการรับรู้ข่าวสาร และจำกัดกระทั่งการสืบพันธุ์”

“เราไม่ได้จะให้พวกนั้นอยู่ในกรง”

“แตกต่างตรงไหน?”

“มันง่ายกว่า ที่จะจัดการกับสิ่งที่ควบคุมได้ยาก โดยให้อยู่ในจุดที่สอดส่องได้สะดวก”

“แปลว่าคุณจะโหวตให้ร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่าน?”

“คุณกำลังละลาบละล้วงการตัดสินใจของผมนะลูก้า”

ซิมเมอร์แมนน์หัวเราะในลำคอ เขาเบนสายตาออกไปมองความครึ้มหม่นภายนอก ลิฟต์กำลังเคลื่อนตัวลงอย่างเชื่องช้าและนุ่มนวล ตัวเมืองกว้างใหญ่เบื้องล่างมองดูเหมือนโมเดลขนาดมหึมา ที่สร้างสรรค์ขึ้นจากส่วนประกอบชิ้นเล็กชิ้นน้อยรูปทรงต่างๆ มันมีทั้งส่วนที่ดูสวยแปลกตาน่าสนใจ และส่วนที่เหมือนกับถูกสร้างขึ้นมาลวกๆ แล้วปล่อยทิ้งไว้ให้ฝุ่นจับหนาอย่างไม่เอาใจใส่  ดวงอาทิตย์หายลับไปจากเส้นขอบฟ้า เหลือเพียงแสงสีส้มอ่อนเจืออยู่หลังความมัวซัวของฝุ่นละอองในอากาศ

“มันจะลงเอยเหมือนเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าในประวัติศาสตร์ของโลกเรา...นิโคลัส ที่เรากำลังจะทำ ไม่ต่างอะไรกับตอนที่ฮิตเลอร์เกณฑ์พวกคนยิวเข้าไปอยู่ในค่ายเอาชวิตซ์”

“เราไม่ได้จะฆ่าล้างเผ่าพันธุ์พวกเขา”

“ผมถึงได้พูดว่ามันไม่แตกต่าง ในเมื่อความตายเท่านั้นคืออิสรภาพเหมือนกัน ถึงนาซีจะมีเหตุผลในการตัดสินใจทำแบบนั้นกับพวกยิว แต่อีกฝ่ายก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มี ทุกคนมีเหตุผลรองรับการกระทำของตัวเองเสมอ และไม่มีใครอยากตกเป็นฝ่ายแพ้”

นิโคลัสไม่พูดอะไรอีก พวกเขาออกจากลิฟต์ตรงชั้นจอดยานพาหนะสำหรับเจ้าหน้าที่ มันเป็นโถงกว้างที่มีห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเท่าๆกับลิฟต์โดยสารเรียงรายต่อกันเป็นสิบๆช่อง พวกเขาเดินไปยังช่องที่บานประตูยังเปิดอยู่ ซึ่งด้านในเป็นเพียงห้องว่างๆ คล้ายกล่องโลหะที่ไม่มีอะไรใส่ไว้ในนั้น

ซิมเมอร์แมนน์กดรหัสบนผนังข้างห้องว่าง บานประตูเลื่อนปิด ตามมาด้วยเสียงครางเบาๆเหมือนเครื่องจักรกำลังทำงาน เพียงไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น บานประตูก็เลื่อนเปิดออกอีกครั้ง และข้างในก็มีมอเตอร์ไซค์สีดำด้านคันใหญ่จอดอยู่

มันเป็นยานดัดแปลงที่สามารถวิ่งบนถนนได้ และเปลี่ยนเข้าสู่โหมดการบินได้ด้วย คล้ายกับยานของหน่วยลาดตระเวน เพียงแต่ดูถึกกว่าและหรูหราน้อยกว่า และที่แน่ๆ ซิมเมอร์แมนใช้มันวิ่งบนถนนจริงๆ แทนการบินร่อนโฉบไปโฉบมาอย่างอวดศักดาแบบที่พวกหน่วยลาดตระเวนชอบทำ

ซิมเมอร์แมนเดินเข้าไปที่ยานดัดแปลงรูปทรงแปลกตา เขาชะงักและหันกลับมามองนิโคลัส เมื่อเห็นฝ่ายนั้นยังยืนนิ่งอยู่หน้าห้องว่างๆ โดยไม่กดรหัสเรียกยานพาหนะของตัวเอง

 “นิค...นิโคลัส” ซิมเมอร์แมนน์เรียก “คุณโอเครึเปล่า?”

“หือ” นิโคลัสหันตามเสียง เขาดูเหมือนเพิ่งดึงสติกลับมา

“คุณดูเครียดๆนะ กลับด้วยกันกับผมมั้ย หมายถึงถ้าคุณไม่เกี่ยงที่ต้องขับรถไปบนถนนข้างล่างน่ะนะ”

“ไม่ล่ะ ...ขอบคุณ ผมต้องแวะทำธุระด้วย” นิโคลัสยิ้มฝืด เขากดรหัสบนผนัง และโบกมือเล็กน้อยเป็นเชิงร่ำลา

และเมื่อซิมเมอร์แมนน์ไปแล้ว สีหน้านิโคลัสก็กลับกลายเป็นเฉยกระด้าง ชายหนุ่มจ้องบานประตูที่ปิดสนิท เขามองไม่เห็นเงาสะท้อนของตัวเองบนผนังโลหะเป็นเงาวาว แต่กลับเหมือนจะมองทะลุเหล็กหนาๆออกไปยังที่อื่นที่ห่างไกลออกไป

ที่ไหนสักแห่ง ที่สัตว์ 2 หน้า คีธ สไตรเกอร์ กำลังใช้ชีวิตอยู่...

มันเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ผ่านมาแล้ว หลังจากงานล่าสัตว์ที่บ้านของนายพลคาร์เตอร์ นิโคลัสรู้แล้วว่าใครคือมนุษย์กลายพันธุ์ที่บุกเข้าไปทำร้ายเขาอย่างอุกอาจถึงในห้องพัก แต่เขานึกไม่ถึงว่าจะเป็นคีธ ประธานบริษัทสไตร์เกอร์อินดัสทรี ที่ประวัติครอบครัวขาวสะอาดเหมือนหน้ากระดาษว่างๆ

ฝ่ายนั้นประกาศอย่างท้าทายให้เขาเปิดโปงสถานะที่แท้จริง โดยไม่มีท่าทีหวาดหวั่นแม้แต่นิดเดียว และนั่นแหละที่ทำให้นิโคลัสฉุกคิด และเมื่อเพื่อนนายทหารควบม้าตามมาถึงจุดที่พวกเขาอยู่ จากเสียงปืนที่ดังขึ้น นิโคลัสก็ไม่ได้ปริปากถึงความจริงอันน่าตกใจที่เขาเพิ่งจะรู้  และมันไม่ใช่ว่าเป็นเพราะเขาไม่มีจังหวะจะพูดหรือเพราะเหตุผลอย่างอื่น แต่เป็นเพราะแววตาของคีธต่างหาก

มันเป็นแววตาของคนที่ถือไพ่เหนือกว่า

นิโคลัสขบกราม แววตาเขากระด้างและเย็นเยียบ นั่นเป็นสิ่งที่นิโคลัสไม่สามารถมองผ่านไปได้ คีธเป็นไอ้สับปรับตีสองหน้า และนิโคลัสก็ไม่ใช่คนโง่ เขาไม่มีทางผลีผลามทำอะไรลงไปโดยที่ไม่รู้ว่าผลของมันคืออะไร ถ้าคีธมีเหตุผลที่ทำให้ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนเปิดโปง นิโคลัสก็ต้องรู้ให้ได้  

และหลังจากเหตุการณ์นั้นไม่กี่ชั่วโมง คีธก็บินกลับไปยังเนบราสก้า ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานผลิตใหญ่ของสไตรเกอร์อินดัสทรี ด้วยเหตุผลเพื่อพัฒนาการทำงานของออคโทปุส ให้ตอบสนองต่อความต้องการของรัฐได้เต็มที่ยิ่งกว่าเดิม โดยการเชื่อมข้อมูลระดับสูงขึ้น เพื่อให้ออคโทปุสสามารถขออนุมัติยกเลิกไลน์โค้ด และออกคำสั่งให้ระเบิดที่ฝังตรงขมับของมนุษย์กลายพันธุ์ทำงานได้

มันคือความต้องการของเจ้าหน้าที่ในเขต 4 ของทุกรัฐ ที่อยากจะให้ออคโทปุสเป็นอะไรที่มากกว่าเครื่องพ่นยาฆ่าเชื้อโรค และงานปราบปรามที่มากมายไม่รู้จบที่เกิดขึ้นในเขต 4 ก็ทำให้เจ้าหน้าที่ในเขตอื่นไม่สามารถคัดค้านได้เต็มปาก ตราบใดที่ออคโทปุสไม่ทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์

หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา นิโคลัสตกอยู่ในความตึงเครียดอันกดดัน เขาใช้เวลาวันแล้ววันเล่า คืนแล้วคืนเล่า ไปกับการสืบค้นเรื่องราวของคีธ เขาสืบเรื่องราวของตระกูลสไตรเกอร์ สืบลึกไปถึงรุ่นทวด และขยายไปยังเครือญาติทุกกลุ่มไม่ว่าจะห่างไกลแค่ไหน

แต่ยิ่งสืบก็ยิ่งเจอทางตัน นิโคลัสไม่เจออะไรเลยที่จะบ่งชี้ว่าตระกูลสไตรเกอร์มีสายเลือดมนุษย์กลายพันธุ์ปะปนเข้ามา หรือแม้กระทั่งมีความโน้มเอียงที่จะฝักไฝ่ไปทางนั้น ผลิตผลของสไตรเกอร์อินดัสทรี ถ้าไม่ใช่สิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับมนุษย์กลายพันธุ์เลย ก็เป็นสิ่งที่ใช้เป็นส่วนประกอบของอาวุธยุทโธปกรณ์เพื่อการทำลายล้างมนุษย์กลายพันธุ์ และแน่นอน ว่าผลตอบแทนที่ได้คือเม็ดเงินจำนวนมหาศาล

ตั้งแต่รุ่นปู่ สไตรเกอร์อินดัสทรีผลิตและส่งออกชิ้นส่วนอิเลคทรอนิกส์ และเมื่อตกทอดมาถึงรอย สไตรเกอร์ ซึ่งเป็นพ่อของคีธ ในช่วงท้ายๆของการบริหาร รอยได้แตกไลน์ธุรกิจเจ้าสู่วงการสิ่งประดิษฐ์เพื่อความมั่นคง รอยมีลูกชาย 2 คน คือวอเร็นและคีธ  และหลังจากที่วอเร็นลูกชายคนโตเสียชีวิตลงจากอุบัติเหตุทางการบิน ก็ทำให้เขาเหลือทายาทสืบทอดเพียงคนเดียว ซึ่งก็คือคีธ

นิโคลัสมืดแปดด้าน เขาไม่รู้ว่าทำไมคีธ ที่เป็นทายาทสายตรงถึงได้กลายเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ และอะไรคือมูลเหตุจูงใจที่ทำให้ฝ่ายนั้นมุ่งเข้าโจมตีเขา

สักพัก นิโคลัสก็กลับมาถึงตึกที่พัก เขาก้าวเข้าไปในล็อบบี้ชั้น 9 ซึ่งเป็นทางผ่านเพื่อไปยังส่วนที่เป็นโถงแยกเฉพาะสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อขึ้นไปยังส่วนที่พักของทหาร

นิโคลัสชะงัก เมื่อเห็นใครคนหนึ่งกำลังพูดคุยอยู่กับนายทหาร 2-3 คน พวกนั้นนั่งจิบเครื่องดื่มอยู่ตรงเก้าอี้รับรองข้างผนังกระจกบานใหญ่ โดยมีวิวตัวเมืองยามค่ำคืนเป็นฉากหลัง

คีธนั่งเอนตัวพิงเบาะหนังหนานุ่มด้วยท่าทีสบายๆ อยู่ท่ามกลางเพื่อนร่วมงานของเขา พลางหัวเราะเบาๆในลำคอกับบทสนทนาที่ดูเหมือนจะแทรกไปด้วยมุกตลกสไตล์ทหาร ท่าทีของฝ่ายนั้นที่ทำเหมือนกับว่าทุกอย่างไม่มีอะไรผิดปกติ ราวกับว่าตัวเองไม่ใช่ครึ่งคนครึ่งสัตว์ และไม่เคยใช้ปลายหางแข็งแหลมคมเจาะทะลวงเนื้อหนังเขาราวกับเป็นฟองน้ำนิ่มๆ ทำให้เลือดในตัวนิโคลัสเดือดปุด

ในที่สุดฝ่ายนั้นก็หันมาเห็นเขา นิโคลัสเบนสายตากลับทันที เขาไม่ต้องการทักทายหรือเข้าไปร่วมในวงสนทนานั่น มันไม่จำเป็นเลยสำหรับเขา แค่เห็นคีธปรากฏตัวที่นี่อีกครั้ง นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับนิโคลัส

นิโคลัสก้าวไปทางโถงแยกสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐ แผ่นหลังเขาตรงและจังหวะการก้าวมั่นคง ไม่มีอะไรบ่งบอกถึงสภาพอารมณ์ที่คุกกรุ่นอยู่ภายใน

 “ผู้การโฮเวิร์ด...” เสียงเรียกที่ดังขึ้น ทำให้นิโคลัสต้องหยุดฝีเท้า และหันกลับไปหาเจ้าของเสียง

พลตรีบอนด์วิลล์กำลังเดินตรงมาหาเขา พร้อมกับคีธ สไตรเกอร์

ประกายตาของนิโคลัสแปรเปลี่ยนไปวูบหนึ่ง ก่อนจะกลับเป็นปกติอย่างรวดเร็ว เขาทักตอบตามมารยาท “ผู้การบอนด์วิลล์... คุณสไตรเกอร์”

คีธผงกหัวเล็กน้อยและส่งยิ้มบางเบามาให้ ดวงตาโรยโศกเหนือโหนกแก้มสูงนั้นเป็นสีเข้มเหมือนน้ำตาลที่ไหม้ละลาย “ดีใจที่ได้เจออีกครั้ง ผู้การโฮเวิร์ด”

“เช่นกัน” นิโคลัสตอบเสียงเรียบ โดยไม่ละลายตาจากฝ่ายนั้น

...ไอ้ครึ่งพันธุ์โสโครก

พลตรีบอนด์วิลล์ยิ้มร่า ขณะซับเหงื่อเม็ดเล็กๆที่ผุดขึ้นมาตรงศีรษะเถิกล้าน “ผู้การโฮเวิร์ด โรบ็อตฝึกซ้อมการต่อสู้รุ่นใหม่เพิ่งจะมาถึงเมื่อครู่นี้เอง ผมว่าจะลงไปลองดูสักตั้ง เลยอยากจะชวนคุณลงไปทดสอบด้วยกัน เห็นว่าลูกเล่นแพรวพราวมากเลยนี่ จริงไหมคุณสไตรเกอร์”

ประโยคหลังพลตรีบอนด์วิลล์หันไปพยักเพยิดกับคีธ ที่ยิ้มตอบบางๆกับท่าทีปลาบปลื้มกึ่งประจบประแจงของอีกฝ่าย

นิโคลัสนิ่ง เขารู้แล้วว่าวันนี้ว่าสไตรเกอร์อินดัสทรีจะส่งโรบ็อตฝึกซ้อมการต่อสู้รุ่นใหม่มาให้ทหารทดลองใช้ ถือเป็นอภินันทนาการจากผลพวงของการทำการค้าร่วมกัน ที่ดูท่าจะได้กำไรระเบิดระเบ้อ

“ผมเป็นหนี้บุญคุณประเทศนี้มากมาย ตอบแทนแค่นี้ถือว่าเล็กน้อยมาก”  คีธพูดเสียงนุ่มทุ้ม

“ไม่เล็กน้อยเท่าไหร่นะ สำหรับจำนวนเงินที่คุณเพิ่งจะตัดสินใจบริจาคเพื่อสนับสนุนโครงการแลกเปลี่ยนหน่วยลาดตระเวนระหว่างรัฐ” พลตรีบอนด์วิลล์พูดแกมกระเซ้า

นิโคลัสจ้องเขม็งยังใบหน้าคมคาย คนแบบไหนกัน ที่จ่ายเงินเพื่อให้รัฐเข่นฆ่าเผ่าพันธุ์ของตัวเอง จะเลว หรือจะโลภ หรือแค่ไร้ความรู้สึก จนสามารถทำอะไรก็ได้เพื่อผลประโยชน์ที่ต้องการ

“ผมขอตัว” นิโคลัสตอบ “ผมติดธุระ”

พลตรีบอนด์วิลล์แสดงท่าทางเสียดายแบบที่นิโคลัสดูออกว่าไม่ได้จริงใจเท่าไหร่ หมอนี่แค่อยากหาเพื่อนร่วมวงสรรเสริญคีธ ที่ดูท่าจะเผื่อแผ่ส่วนแบ่งกำไรให้ชนิดอิ่มไปถึงคอหอย

นิโคลัสหันกลับและก้าวออกมา เขาไม่สนใจพลตรีบอนด์วิลล์ที่ส่งเสียงทักนายทหารอีกคนที่เพิ่งจะเดินเข้ามา และไม่ต้องการเสียเวลาพูดจาไร้สาระกับคีธ  ที่จะไม่นำไปสู่อะไรที่เขาต้องการรู้จริงๆ

สิ่งเดียวที่นิโคลัสต้องการ คือลากไส้คีธออกมา และมอบจุดจบแบบที่พวกกลายพันธุ์ชั้นต่ำสมควรได้รับ

“ผู้การโฮเวิร์ด... คุณทำของหล่น” เสียงของคีธดังขึ้นทางด้านหลังของเขา

นิโคลัสเพิ่งจะเอี้ยวตัวหันกลับ คีธก็ก้าวเข้ามาประชิด ใกล้เสียจนได้กลิ่นกรุ่นจางแปลกประหลาด คล้ายกับกลิ่นต้นไม้ใบหญ้า ที่ปะปนกับไออุ่นของแสงแดด

และเมื่อนิโคลัสมองเห็นสิ่งที่อยู่ในมือคีธ เขาก็นิ่งอึ้ง ชายหนุ่มขบกรามขณะเบิ่งตามองเข็มกลัดที่ใช้ติดบนแถบแขนเสื้อ ซึ่งเป็นเข็มกลัดพิเศษที่ใช้สำหรับร่วมพิธีศพของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งนิโคลัสเก็บมันไว้อย่างดีในลิ้นชักโต๊ะในห้องนอน

...เขาไม่มีทางทำมันหล่น ไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม

“ขอบคุณ” นิโคลัสหยิบมันมาจากมือของคีธ แววตาเขาเย็นเยียบ

คีธมองตอบ ริมฝีปากได้รูปแย้มออกเป็นรอยยิ้มแฝงความนัยบางอย่าง “ผมยินดี”

คีธขยับตัวออกห่างเล็กน้อย เมื่อได้ยินพลตรีบอนด์วิลล์ส่งเสียงขึ้นมาอีกครั้ง เชื้อเชิญให้เข้าไปร่วมพูดคุยด้วยกัน และในจังหวะที่คีธกำลังก้าวผ่านนิโคลัสไป ฝ่ายนั้นก็เอียงหน้ามาทางเขา และกระซิบบอก

“นิค... ผมทำได้ทุกอย่าง เพื่อให้ได้อยู่ใกล้คุณ”

เสียงนั้นนุ่มนวลและทุ้มหูน่าฟังราวกับสายลมพัดแผ่วอยู่ข้างหู แต่นิโคลัสรับรู้ได้อย่างชัดเจนถึงการข่มขู่คุกคามอันน่าสะอิดสะเอียน ที่แผ่ซ่านมาตามอณูในอากาศ

.....

.....เที่ยงคืนสามสิบห้า

นิโคลัสยังไม่หลับ เขานั่งอยู่บนเก้าอี้พักผ่อนในห้องนอนที่หันหน้าไปทางประตู นัยน์ตาสีซีดจับจ้องที่บานประตูราวกับรอคอยอะไรบางอย่าง แขนทั้งสองข้างวางนิ่งอยู่ตรงที่พักแขน ปืนถูกเก็บเรียบร้อยอยู่ในลิ้นชักข้างเตียง อาวุธที่ติดตัวนิโคลัสมีเพียงมีดและอุปกรณ์อย่างอื่นเล็กๆน้อยๆ ที่ไม่ได้มีอานุภาพรุนแรงมาก

...เขารู้ว่ามันต้องมา

นิโคลัสไม่คิดจะใช้อาวุธร้ายแรงที่ผลิตขึ้นมาเพื่อสังหารมนุษย์กลายพันธุ์โดยเฉพาะ เพราะมันอาจพลาดพลั้งจนทำให้เขาได้ศพคีธแทนการได้มนุษย์ครึ่งกิ้งก่าตัวเป็นๆ นิโคลัสต้องการเค้นจนกว่าอีกฝ่ายจะยอมปริปาก ถึงสิ่งที่เก็บงำไว้ใต้รอยยิ้มมีเลศนัยนั่น

ชายหนุ่มแตะปลายนิ้วลงบนรอยแผลจางๆตรงอุ้งมือ มันหายสนิทแล้ว เหลือเพียงสะเก็ดเล็กๆ ต่างจากรอยที่มันประทับลงในความทรงจำของเขา และนิโคลัสกำลังรอคอยที่จะสร้างความทรงจำแบบอื่นระหว่างเขากับมัน ทับลงไปอีกชั้น

...ตีหนึ่ง

นิโคลัสลุกขึ้น เขาบิดไหล่เล็กน้อยไล่ความเมื่อยขบ ก่อนจะเดินออกจากห้องนอนไปด้านนอก ซึ่งเป็นห้องนั่งเล่นพักผ่อน ที่มีเคาน์เตอร์ยาวสำหรับนั่งดื่มอยู่ตรงมุมด้านหนึ่ง ขวดไวน์และเครื่องดื่มอื่นเรียงรายอยู่ในตู้กระจกใส เขาหยิบแก้วออกมาเพื่อดื่มน้ำ คืนนี้ยังอีกยาวนาน และนิโคลัสก็ไม่ได้รีบร้อน

นิโคลัสหยิบชิ้นมะนาวฝานใส่ลงในแก้ว ให้น้ำเปล่ามีรสชาติขึ้นเล็กน้อย ชายหนุ่มยกแก้วขึ้นจิบ น้ำเย็นชุ่มชื่นไหลผ่านลำคอช่วยเรียกความสดชื่น และในขณะที่นิโคลัสลดมือลง เขาก็เห็นเงาวูบผ่านสะท้อนอยู่บนผิวแก้ว มันเป็นการเคลื่อนไหวที่ผ่านแว่บตรงประตูห้องนอนของเขาที่เปิดทิ้งไว้!

นิโคลัสหันควับ ประสาทตื่นตัวขึ้นอย่างฉับพลันทันใด เขาก้าวอย่างรวดเร็วกลับไปยังห้องนอน ก่อนจะต้องหยุดชะงักอยู่หน้าบานประตูที่เปิดอ้า

               ข้างในนั้น... ชายหนุ่มร่างสูงคนหนึ่งยืนหันหลังให้เขา ฝ่ามือแตะทาบอยู่บนผนังกระจกบานใหญ่ ราวกับกำลังชมวิวแสงไฟดารดาษด้านนอก ดวงจันทร์ส่องแสงโรยอ่อนผ่านเมฆลงมาอาบไล้เสี้ยวหน้าด้านข้าง มองเห็นจมูกโด่งเป็นสันและแนวกรามแข็งแรงได้รูป

               แล้วฝ่ายนั้นก็ค่อยๆเอี้ยวตัวมาทางเขา เหมือนกับเพิ่งจะรู้ว่าเขาอยู่ตรงนี้ รอยยิ้มผุดขึ้นตรงมุมปาก ตามมาด้วยเสียงแหบพร่าแปร่งหูที่เปล่งออกมา “รอผมอยู่สินะ”

               แล้วร่างนั้นก็กระโจนพรวดข้ามห้องมาหาเขา นิโคลัสเห็นชัดเจนถึงการเปลี่ยนแปลงที่ปรากฏต่อหน้าต่อตา

               ใบหน้าหล่อเหลาของคีธ สไตรเกอร์ แปรเปลี่ยนไปจากเดิม ระหว่างคิ้วขึ้นไปถึงหน้าผากกลายสภาพเป็นเกล็ดแข็งหนา ฝ่ามือเปลี่ยนเป็นอุ้งมือสากที่มีนิ้วเป็นกรงเล็บ เกล็ดหนาสีน้ำตาลเหมือนเกราะงอกผุดปกคลุมเป็นชั้นๆ ตั้งแต่เหนือหัวไหล่ลงมาถึงมือ รวมถึงช่วงคอบางส่วน แต่ละชั้นเป็นแผงหนาเชื่อมต่อเป็นแผ่นโดยมีหนามแข็งยื่นปูดออกมาบางจุด เงาหางขนาดใหญ่โบกขยับอยู่ทางด้านหลัง เป็นการผสมผสานอย่างน่าทึ่งของลักษณะของมนุษย์กับกิ้งก่าเกราะ

               พลั่ก!!!

               ร่างของนิโคลัสถูกกระแทกล้มลงกับพื้นและไถลไปตามแรงที่พุ่งโถมเข้าใส่ เขาไม่เจ็บมากเท่าที่ควรจะเป็น เพราะการตั้งท่ารับที่เตรียมตัวพร้อมอยู่แล้ว อุณหภูมิในห้องเพิ่มสูงขึ้นอย่างรู้สึกได้ จากการปรับโดยอัตโนมัติของระบบปรับอากาศเพื่อให้เหมาะสมกับคนที่อยู่ข้างใน

               นิโคลัสกัดฟันข่มความเจ็บยอก เขาดึงมีดออกมาจากซองที่รัดกับต้นขา ร่างที่กดทับเขาอยู่นั้นเหมือนจะรู้ความคิดของนิโคลัส ฝ่ายนั้นขยับเบี่ยงตัวหลบการจ้วงแทงที่เล็งตรงสะบักได้อย่างหวุดหวิด ก่อนจะกระชากตัวเขาให้ลอยขึ้นจากพื้นเล็กน้อยและเหวี่ยงหวือไปชนเข้ากับเก้าอี้

               นิโคลัสชันตัวลุกขึ้น และพิจารณาความเป็นไปได้ของการลงมืออีกครั้งอย่างรวดเร็ว ฝ่ายนั้นมีพละกำลังเหนือกว่าเขาอย่างเห็นได้ชัด แต่ดูเหมือนว่าจะระวังตัวอยู่พอสมควรว่าเขาจะดึงเอาอะไรออกมาสู้  ทั้งคู่คุมเชิงและรับสู้หลบหลีกกันอยู่ในห้องพักผ่อนกว้าง ถึงนิโคลัสจะมีรูปร่างเล็กกว่า เมื่อเทียบกับคีธในร่างมนุษย์กลายพันธุ์ แต่ความคล่องตัวกับทักษะการต่อสู้และอาวุธที่มีในมือ ก็ทำให้เขาไม่ถึงกับเสียเปรียบอย่างสิ้นเชิง

               ยี่สิบนาทีผ่านไป โดยที่ยังไม่มีใครเพลี่ยงพล้ำเสียที นิโคลัสเหงื่อโทรมกาย โต๊ะกระจกที่ตั้งอยู่กลางห้องแตกเป็นเสี่ยงและส่วนที่เป็นขาหักพัง อุปกรณ์ 2-3 ชิ้นที่ช่วยในการต่อสู้ ทำได้เพียงสร้างรอยขีดข่วนเล็กๆบนผิวหนากระด้างของอีกฝ่าย นิโคลัสหอบเบาๆ เขากระแทกส่วนด้ามมีดที่ถืออยู่เข้ากับสันมือ ให้ตัวล็อคเด้งออก ลูกบอลเล็กจิ๋วร่วงลงมา เขาซัดมันเข้าใส่ร่างมนุษย์กลายพันธุ์

               ลูกบอลแตกออก และปล่อยริ้วสายเหมือนใยแมงมุมกระจายออกเป็นเส้น ฝ่ายนั้นยกแขนขึ้นมากัน และเมื่อเส้นด้ายสัมผัสกับผิวเนื้อ มันก็รัดพันและเปลี่ยนสภาพเป็นสีแดงจัดเหมือนเส้นลวดที่เผาอยู่ในกองไฟ เสียงฉ่าเบาๆเหมือนเนื้อบนเตาไฟเกิดขึ้นตรงจุดที่เส้นด้ายสัมผัสกับผิวบางส่วนที่ไม่ได้เป็นเกล็ดแข็ง

               คีธในร่างผสมกิ้งก่าเกราะคำรามในลำคอ ก่อนจะกระชากลวดไฟให้ขาดร่วง นิโคลัสพุ่งเข้าใส่ในจังหวะที่อีกฝ่ายยังไม่ทันตั้งตัว เขาเตะเข้าที่สีข้างตรงจุดที่เคยได้แผลจากเขาเมื่อครั้งก่อนนั้น ก่อนจะตามเข้าอีกทีตรงปลายคาง

               สิ่งนั้นทำอะไรคีธไม่ได้มาก แต่ก็เปิดโอกาสให้นิโคลัสประชิดตัวได้มากขึ้น เขาเล็งที่ท้องของคีธเมื่อเห็นว่าส่วนนั้นไม่ได้มีเกราะเกล็ดป้องกันเหมือนส่วนอื่น แต่คีธก็ไหวตัวได้ทัน เขาเอี้ยวตัวหลบ ปลายมีดเฉี่ยวโดนผิวตรงส่วนท้องแทนที่จะเฉือนเข้าลึกกว่านั้นตามที่นิโคลัสตั้งใจ เลือดสีแดงสดพุ่งกระฉูดออกมา ก่อนที่นิโคลัสจะถูกฟาดเข้าอย่างจังด้วยหางที่เป็นหนามแข็ง

               ร่างของนิโคลัสลอยละลิ่วไปปะทะเข้ากับตู้เครื่องดื่มตรงเคาน์เตอร์ เสียงกระจกแตกเปรื่อง ก่อนที่ร่างเขาจะร่วงลงมากองกับพื้นแบบหมดสภาพ มีดกระเด็นหลุดจากมือห่างออกไปไกล นิโคลัสครางอย่างเจ็บปวด ขณะที่คีธย่างสามขุมเข้าไปหา นิโคลัสงอตัวอย่างปกป้องตัวเอง เมื่อฝ่ายนั้นคุกเข่าข้างหนึ่งลงใกล้ๆ และมองเขาด้วยดวงตาสีดำสนิทเป็นเงา

               “ทำไมคุณถึงชอบการใช้กำลังนักนะ” เสียงนั้นฟังดูอิดหนาระอาใจ “ทำไมไม่ให้ผมนุ่มนวลกับคุณ”

               นิโคลัสเบือนหน้าหนี เมื่อฝ่ายนั้นแตะตรงมุมปากของเขาที่มีเลือดไหลย้อยลงมา แต่ก็ถูกบิดคางให้หันกลับ ก่อนจะบรรจงเช็ดเลือดให้ด้วยนิ้วที่สากแข็ง ...เจ็บยิ่งกว่าเดิม

               “คุณเลอะเทอะไปหมดเลยนิค ผมจะพาไปล้างตัวนะ”

               เนื้อตัวของนิโคลัสเปียกเลอะไปด้วยไวน์และเครื่องดื่มชนิดอื่น ที่แตกและหกรดใส่ตัวเขา ฝ่ายนั้นช้อนมือเข้าใต้ข้อพับเข่า นิโคลัสขืนตัวทันที

“ถ้าคุณดิ้นนะนิค ผมจะไม่พาคุณไปห้องน้ำ แต่จะข่มขืนคุณจนสลบไปตรงนี้เลย”

นิโคลัสถูกพาตัวไปยังห้องน้ำ คีธวางเขาลงในอ่างอาบน้ำทั้งเสื้อผ้า และเปิดน้ำให้จนเต็ม ศีรษะของนิโคลัสอิงอยู่กับขอบอ่างอย่างอ่อนแรง

“ถอดเสื้อผ้าออกเถอะ” คีธบอก ตอนนี้เขากลับมาอยู่ในร่างมนุษย์ปกติแล้ว “ผมจะช่วยอาบน้ำให้”

ฝ่ามือหนาเลื่อนมาเลิกเสื้อนิโคลัสขึ้น ชายหนุ่มที่นอนคอพับคออ่อนลืมตาขึ้นมองทันทีอย่างไม่ยินยอม

แต่แล้วใบหน้าของคีธกลับเคลื่อนเข้ามาใกล้ ประกบริมฝีปากลงบนกลีบปากช้ำเลือด และจูบอย่างดูดดื่มโดยไม่สนใจท่าทีต่อต้านของอีกฝ่าย

ลมหายใจของนิโคลัสขาดห้วง เมื่อคีธใช้ปลายนิ้วขยี้ลงบนตุ่มไตสีชมพู ที่แข็งชันขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อถูกกระตุ้นสัมผัส

“อื้ม...”

ท่อนแขนแข็งแรงข้างหนึ่งเลื่อนลงไปโอบประคองที่เอว และยกตัวของนิโคลัสขึ้นเล็กน้อย ให้เงยหน้ารับจูบได้ถนัด ลิ้นอุ่นๆพัวพันรุกไล่ ขณะที่รสปร่าของเลือดปะปนอยู่ในโพรงปาก

นิโคลัสหยัดตัวขึ้น เมื่อคีธกัดลิ้นเขาเบาๆและออกแรงบิดตรงเม็ดทับทิมด้วยปลายนิ้ว เสียงครางเปล่งผ่านลำคอออกมาให้ได้ยินคล้ายกับกลั้นไว้ไม่ได้แล้ว ฝ่ามือหนาเลื่อนไปที่สะโพก บีบขยำก้อนเนื้อหนั่นแน่น ก่อนจะยกตัวนิโคลัสขึ้นและดึงข้ามลงมานอนอยู่กับพื้นด้วยกัน

เสื้อเปียกน้ำถูกฉีกจนขาด ทั้งคู่ตะแคงตัวเข้าหากัน ฝ่ามือแข็งแรงตะโบมลูบลงบนผิวขาว ที่ขึ้นสีชมพูจางๆ ขณะปากประกบกันแน่น ส่วนล่างที่ตื่นตัวของคีธถูไถอยู่กับท่อนขาเปียกชื้น นิโคลัสเลื่อนมือไปโอบที่แผ่นหลัง เมื่อคีธเลื่อนศีรษะต่ำลงไปดูดกลืนตุ่มไตเม็ดเล็กที่ชูชันเต่งตูมราวกับจะยั่ว ปลายลิ้นอุ่นไล้เลียและดูดแรง จนอีกฝ่ายสะดุ้งผวา

“อ๊ะ..”

นิโคลัสสอดนิ้วเข้าไปในกลุ่มผมหนา และแอ่นอกรับ ขณะที่คีธฟอนเฟ้นผิวเนื้อแน่นที่มีรอยแผลอยู่ประปรายบนผิวขาวๆ  กางเกงถูกดึงออก ให้ความแข็งแกร่งที่พองขยายใหญ่ของคีธเสียดสีกับผิวเนื้อเขาตรงๆ  ฝ่ามือของนิโคลัสเลื่อนไปลูบไล้ตรงต้นคอหนา ก่อนจะขยับหมุนแหวนที่สวมตรงนิ้วอย่างรวดเร็ว ปล่อยเข็มเล็กๆพุ่งปักตรงผิวเนื้อหลังคอ

คีธขยับตัวออกทันควัน แต่ก็ไม่ทันแล้ว เขาเปล่งเสียงอย่างเจ็บปวดเมื่อสารที่เคลือบบนเข็มออกฤทธิ์

มันคือสารกดสภาพมนุษย์กลายพันธุ์

นิโคลัสขยับถอยออกมายืนมอง ขณะอีกฝ่ายดิ้นสะบัดอย่างเจ็บปวด ทั้งร่างสั่นเทิ้ม ใบหน้าหล่อเหลาเหยเก เสียงคำรามที่เปล่งในลำคอบ่งบอกได้เป็นอย่างดีถึงความทรมานที่เผชิญอยู่

สารกดสภาพ จะออกฤทธิ์ไม่ให้ลักษณะสัตว์ที่แฝงในตัวของมนุษย์กลายพันธุ์ปรากฏออกมา เมื่อใช้ในปริมาณมากจะส่งผลให้เป็นอัมพาต สติรับรู้และการตอบสนองบกพร่องเป็นระยะๆ ถึงแม้ปริมาณสารที่เคลือบบนเข็มจะมีปริมาณน้อย ไม่มากพอจะออกฤทธ์ได้เต็มที่ขนาดนั้น แต่ก็เพียงพอจะกดลักษณะสัตว์ไม่ให้แสดงตัวออกมาได้ราวครึ่งชั่วโมง แต่ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงตอนแรกเริ่มนั้นแทบจะไม่แตกต่างกัน

ไม่ถึง 2 นาที คีธก็อ่อนแรง เขานอนหอบหายใจอยู่กับพื้น เหงื่อผุดซึมขึ้นตามหน้าผาก

นิโคลัสเข้าไปใกล้ และเตะซ้ำๆเข้าที่ท้องจนอีกฝ่ายตัวงอ เมื่อเทียบรูปร่างกันตรงๆ ทั้งคู่ไม่แตกต่างกันมาก ถึงคีธจะสูงกว่าเล็กน้อยและค่อนข้างจะบึกบึนกว่า แต่เมื่อโดนเข้าจังๆแบบนี้ก็เปลี้ยได้เหมือนกัน

นิโคลัสย่อตัวลงในท่าทางแบบเดียวกับที่คีธทำกับเขาก่อนหน้า เขาขยุ้มผมฝ่ายนั้นให้หันเงยหน้าขึ้นสบตาเขา “ทีนี้ก็พูดมา ว่าแกต้องการอะไร”

“คุณเซ็กซี่ดีนะ เวลาดุ” ฝ่ายนั้นพูดทั้งที่ยังหอบเล็กๆ

นิโคลัสตบพัวะจนอีกฝ่ายหน้าหัน เลือดผุดซึมขึ้นมาตรงมุมปาก เขาลุกขึ้นไปหยิบมีดสปริงที่เก็บอยู่ในช่องเก็บของข้างเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า และเดินกลับมาหาคีธอีกครั้ง

คีธยันตัวขึ้นนั่งพิงขอบอ่าง เขามองใบมีดคมปลาบตรงหน้าเหมือนมองขนมปังแท่ง ก่อนจะเบนสายตาไปหานิโคลัส รอยยิ้มหวานเชื่อมผุดขึ้นมาบนริมฝีปากได้รูป “เคยมีคนบอกไหม ว่าร่างเปลือยของคุณมันเร้าอารมณ์จนหัวใจจะระเบิด”

“อ๊าก!

นิโคลัสปักมีดลงบนต้นขาคีธและขยับลากลงมา เลือดสดๆทะลักออกมาตามรอยแผล “ถ้าแกยังเล่นลิ้น รอบต่อไปฉันจะกรีดลงบนลิ้นแกแทน”

“ทำไมคุณถึงชอบทำให้ผมเจ็บนักนะ” คีธหอบเบาๆ แต่รอยยิ้มบางๆยังคงประดับอยู่บนริมฝีปาก“จะฆ่าผมเหรอนิค”

“คิดว่าฉันไม่กล้าทำ?”

“คิดว่าคุณไม่ควรทำ” คีธส่ายหน้า “ศพมนุษย์กลายพันธุ์ในห้องนายทหารอาจดูไม่แย่เท่าไหร่ แต่มันจะเลวร้ายอย่างมากถ้าเป็นศพของผม โดยเฉพาะตอนที่ประวัติจริงๆของผมถูกขุดคุ้ยขึ้นมา”

“หมายความว่ายังไง”

“พันเอกนิโคลัส ผู้บังคับการกองควบคุมมนุษย์กลายพันธุ์ คุณช่วยบอกผมหน่อยสิ ว่าความผิดอุกฉกรรจ์ข้อหนึ่งของมนุษย์กลายพันธุ์ ที่ไม่มีบทลงโทษอื่นนอกจากการฆ่าทิ้ง คืออะไร”

นิโคลัสนิ่ง

“ถ้าคุณไม่พูด ผมพูดเองก็ได้” คีธพูดต่อ “มันคือกฏหมายข้อที่ว่าด้วยการให้กำเนิดมนุษย์กลายพันธุ์ตามธรรมชาติ การให้กำเนิดมนุษย์กลายพันธุ์โดยไม่อยู่ในความควบคุมของรัฐ ถือเป็นความผิดร้ายแรงระดับที่หนึ่ง และสิ่งที่ต้องทำก็คือ กำจัดตัวอ่อนและผู้ให้กำเนิดทิ้งทันทีโดยไม่มีการไต่สวน และหากพบว่ามีการลักลอบให้การสนับสนุนหรือช่วยเหลือให้เกิดการผิกกฏข้อนี้ บุคคลนั้นจะมีความผิดไปด้วยทันที และต้องถูกลงโทษตามกฏหมาย”

 “แกกำลังจะพูดอะไร”

“จำไม่ได้เหรอนิค” คีธเลื่อนมือข้างหนึ่งขึ้นมาตรงแผ่นอกกำยำ และแตะตรงรอยแผลเป็นเล็กๆที่อยู่ต่ำลงมาจากหัวไหล่ รอยยิ้มเหือดหายไปจากใบหน้า

“เมื่อ 12 ปีก่อน คุณเป็นคนยิงกระสุนทะลุไหล่ผมในสวนที่บ้านของพ่อคุณ ในวันแรกที่ผมลืมตาดูโลก ผมเป็นแค่สัตว์ตัวเล็กๆที่เพิ่งเกิด และคนแรกที่ผมพบก็คือคุณ ...ความหวังหนึ่งเดียวที่มีให้ไขว่คว้า และสิ่งที่ผมอยากรู้เสมอมาทุกๆวันหลังจากนั้น ก็คือคุณรู้สึกยังไงตอนที่เหนี่ยวไกปืนยิงสัตว์ตัวนั้น และตอนที่คุณทิ้งมันไป แม้ว่าตอนนั้นมันจะต้องการคุณอย่างที่สุด”

นิโคลัสตะลึงงัน

“...จำได้รึยัง” เสียงของคีธต่ำลึก ดวงตาสีเข้มคมกริบวาววับ  “ผิดหวังรึเปล่าที่ผมยังอยู่ ไม่ตายไปในป่าที่เต็มไปด้วยสารพิษนั่นอย่างที่คุณน่าจะหวังไว้ และนั่นไม่ดีเลยสำหรับคุณ โทษสำหรับนายทหารระดับคุณคืออะไรนะผู้การนิโคลัส ถอดยศและเนรเทศไปอยู่เขต 4 ใช่ไหม คุณคงเสียใจมากที่ต้องทำให้ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลต้องมัวหมอง”

“แต่แย่หน่อยที่มันไม่เรียบง่ายขนาดนั้น” คีธยิ้มเหี้ยมเกรียม “ตอนนั้นคุณอายุเท่าไหร่..นิค สิบหกปีสินะ เกือบจะเป็นผู้ใหญ่อยู่แล้ว ถ้าเพียงแต่คุณจะเข้ารับราชการทหารเร็วกว่านั้นอีกสักวัน มันคือการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ตามตัวบทกฏหมายโดยนับวันที่เข้ารับราชการเป็นเกณฑ์ แต่โชคร้ายที่มันไม่ใช่ คุณยังเป็นผู้เยาว์ในเวลาที่ยิงผมและปล่อยผมไป ดังนั้น โทษทั้งหมดจะตกอยู่ที่พ่อของคุณ ซึ่งเป็นทั้งผู้ปกครองและเป็นเจ้าของสถานที่เกิดเหตุ ...แย่หน่อยนะ ที่เขต 4 ดูไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่สำหรับอดีตนายทหารที่แก่ขนาดพ่อคุณ”

“นั่นคือสิ่งที่คุณอยากรู้” คีธจับบนมือของนิโคลัสที่ยังกุมด้ามมีดซึ่งปักตรึงอยู่กับต้นขาของเขา  “และผมไม่ต้องการอะไรเลย นอกจากคุณ”

......

......

“นิค...อืม...นิคของผม” เสียงครางต่ำในลำคอบ่งบอกถึงอารมณ์เพศที่พุ่งสูง ขณะที่ขยับเข้าออกอย่างรุนแรงในตัวเขา เสียงเนื้อที่เสียดสีกันกับความเปียกฉ่ำที่หยดย้อยลงมาตามซอกขา ชวนให้นิโคลัสรู้สึกอดสู

นิโคลัสคว่ำหน้า ลำตัวช่วงเอวพาดอยู่ตรงที่วางแขนหนานุ่มของโซฟาตัวใหญ่ในห้องพักผ่อน แขนทั้งสองข้างยื่นออกไปและถูกมัดรวบไว้ด้วยเส้นลวดบางๆ สะโพกเขาลอยเด่นรับการสอดแทรก ขณะที่คีธขย่มลงมาเป็นจังหวะ

“นิค... คุณรัดแน่นจริง...” ฝ่ายนั้นพึมพำอย่างสุขสม และบีบขยำเนื้อหนั่นแน่นเต็มมือ โดยที่จ้องมองความใหญ่โตเคลื่อนผ่านช่องทางแคบเล็กที่ชุมฉ่ำด้วยน้ำขาวขุ่นที่ปลดปล่อยออกมาก่อนหน้านี้

นิโคลัสเม้มริมฝีปากแน่น เขาอยากให้มันเสร็จๆไปซะที ชายหนุ่มกัดริมฝีปากจนขึ้นเป็นห้อเลือด รอยฟกช้ำเป็นจ้ำปะปนอยู่กับรอยจูบสีเข้มที่เกลื่อนบนผิวขาว นิโคลัสไม่ได้ยินยอมโดยง่ายดาย เขาต่อต้านตามสัญชาติญาณ แม้ว่าคำบอกเล่าอันน่าตกใจของอีกฝ่ายจะยังก้องอยู่ในหัวของเขา         

แล้วคีธก็จับตัวเขาพลิกหงาย โดยไม่ถอดถอนสิ่งที่ยังค้างคาอยู่ มันตักตวงความสุขจากตัวเขาราวกับอัดอั้นมานานเต็มที นิโคลัสถดตัวหนี แต่ฝ่ายนั้นก็ขยับตาม และดึงรั้งสะโพกเขาให้รับความแข็งขืนเข้าไปสุดความยาว ตามด้วยการกระแทกกระทั้นที่หนักหน่วงกว่าเดิมราวกับจะลงโทษ

ความอุ่นซ่านหลั่งไหลเข้ามาในตัวเขา ก่อนที่ฝ่ายนั้นจะซบหน้าลงกับต้นคอเปียกชื้นของเขา นิโคลัสหอบเบาๆ เขาถูกบังคับให้ปลดปล่อยออกมาหลายครั้งจนแทบไม่เหลือแรงจะขยับตัว

 ฝ่ายนั้นยังกอดก่าย และไม่ยอมถอดถอนออกจากกายเขาทั้งๆที่ปลดปล่อยความอุ่นข้นจนล้นทะลัก

“นิค...คุณ...” เสียงนั้นอ่อนพร่าและเว้าวอน ริมฝีปากชื้นป่ายพรมจูบขณะใบหน้าซุกกับต้นคอชื้นเหงื่อ “รักผมบ้างสักนิดได้ไหม...”

นิโคลัสกัดฟันกรอด เขาทั้งชิงชังทั้งขยะแขยง

...มันพูดอะไรออกมา ...เรียกร้องวอนขออะไรจากเขา? หรือจิตมันวิปลาส!?

ถ้าสำหรับมัน เขากับพ่อคือความเหี้ยมโหดใจร้าย ที่สร้างรอยแผลบาดลึกเกินเยียวยาให้กับชีวิตของมัน  ...สำหรับเขา มันก็คือความผิดพลาด... เป็นรอยเปื้อนสกปรกอยู่ตรงมุมของภาพวาดอันงดงามสมบูรณ์แบบ ที่เขาเผลอเรอปัดป่ายมันลงไปโดยไม่ทันยั้งคิด และไม่มีวันไหนที่นิโคลัสไม่อยากกำจัดมัน

เขาไม่ได้คิดว่ามันเป็นคนด้วยซ้ำ

 

..................................................................................................................................


หวายยยยยย... ไม่รู้จะเห็นใจใครดีเนาะ ระหว่าง 2 คนนี้  >_<




 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 70 ครั้ง

48 ความคิดเห็น

  1. #1712 Janechoxx (@janerii) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 09:44
    จริงๆซื้อboxsetเรื่องนี้มานานมากตั้งแต่นาบูโฆษณาขายแรกๆเลย ดูแค่หน้าปกกับเป็นแนวดิสโทเปียตัดสินใจซื้อเลยจ้า เพิ่งได้อ่าน ไม่ค่อยชอบแนวทางของคู่นี้เท่าไหร่ (ไม่ชอบแนวที่มีเซ็กส์มาเกี่ยวข้องแบบไม่เต็มใจ ถึงตอนนี้จะต้องสมยอมเพราะคำขู่) นั่นแหละ... เข้าใจนิคเลย อยู่ๆคีธก็มาทำร้าย ข่มขืน ข่มขู่ แต่มาถามว่ารักผมบ้างมั้ย เห้ยยยย ได้หรอแกรร คีธโกรธแค้นที่นิคยิง ไล่ตะเพิดทั้งที่เป็นความหวังเดียว บับบบ เขาช่วยแกป่ะะะ อืมมม หัวร้อนนิดหน่อยขอโทษค่ะ5555
    ในขณะที่อีกคู่ เราชอบมากๆๆ เกลเป็นคนดีมาก แบบไม่ใช่ดีโอเว่อร์อ่ะ ลองเปิดอ่านคร่าวๆไปถึงตอนที่นางขอสลับที่กับคนแก่ รู้สึกว่าในโลกแย่ๆใบนี้ ยังมีคนดีๆแบบนี้อยู่บ้างก็ดี ทั้งที่ชีวิตตัวเกลเองก็แย่มากๆ แพทริคก็ปากบอกเกลียดขยะแขยง แต่บางทีก็ไม่แยแส บางทีก็ช่วย ดูยังมีความมีจิตใจดีๆหลงเหลืออยู่ มั้ง55555

    ไม่พูดถึงตอนนี้คงไม่ได้ คือลูก้า เอฟซีนะคะ5555 เป็นทหารระดับสูงแต่ยังมีจิตใจเอื้อเฟื้อคิดถึงมนุษย์กลายพันธุ์อีกอ่ะ เฮ้ยยย ในโลกเละๆแบบนี้ยังมีคนแบบนี้อยู่อีก //ปาดน้ำตา อินมากก มนุษย์กลายพันธุ์ก็คนป่ะวะะะ~ ตอนที่ลูก้าถามนิคเรานี่แบบทำไมนิคไม่เข้าบ้างง ทำไมหนูเป็นงี้ลูกกก เพราะพ่อสั่งสอนแต่เด็กสินะ เพราะเหตุนี้เลยยังไม่ค่อยชอบนิคเท่าเกล (ปกติเราเป็นพวกสปอยเคะ ไม่ว่าจะทำอะไรเคะดีเสมอประมาณนั้น5555)

    ไม่เคยเม้นยาวแบบนี้มาก่อนเลยค่ะ อ่านไปเรื่อยดูการเปลี่ยนแปลงไป คงได้กลับมาเม้นอีก
    #1712
    0
  2. #1681 sehun-hunhan (@hunhan-sehun) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 17:31
    แอบสงสารคีธนะ 55555 แบบนิคไม่รักเขาสักนิดเลยหรอ รักเถอะน้าาาา นะๆๆๆ
    #1681
    0
  3. #1660 C Griffin (@mungmingii) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:15
    ชอบมาก
    #1660
    0
  4. #1565 Boatbateau (@boatnp) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 / 04:02
    งื้อออ ชิบตอนที่คีธเล่าเรื่องตอนที่ตัวเองเจอนิคครั้งแรกอ่ะ คุณคือความหวังเดียวให้ไขว่คว้า ชอบคู่นี้มาก ๆ เลยค่ะ
    #1565
    0
  5. #1491 f_onp97 (@bonjour0301) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 12:42
    คู่นี้ร้อนแรงทุกตอนเลย เลือดจะหมดตัวละฮะ

    อยากรู้ว่าคีธไปอยู่ตระกูลสไตร์เกอร์ได้ไง มันต้องมีเงื่อนงำ ????
    #1491
    0
  6. #1444 KrisYeol xx (@vipexotic) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 18:31
    คนคนแรกที่ได้เห็นหน้าคือคนที่กุมหัวใจในตอนนี้ นิคต้องยอมรับแต่โดยดีเพราะเขาถือไพ่เหนือกว่าจนไม่รู้จะเอาอะไรมาแย้งได้ แต่ก็แอบหวังอยากให้คู่นี้จะได้รักกันจากหัวใจทั้งสองฝ่าย แต่รักอดีตที่นิคอยากลบออกนะ มันสวยงามมากในความคิดเราจริง ๆ
    #1444
    0
  7. #1278 ไอแอมอะก้อย (@pk4u) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 16:53
    เด็กในวันนั้น คือผัวในวันนี้
    #1278
    0
  8. #1204 ALoWHa (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2559 / 22:40
    ดุเดือดเลือดพล่านจริง

    ตอนเฉลยก็ตื่นเต้น

    เท่านี้นิคก็จบแล้วสินะ



    เราว่านิโคลัสดูทื่อๆไปนิดนึง ไม่ค่อยมีคาแรคเตอร์เท่าไร

    แต่ก็นะ ถูกเลี้ยงมาให้เป็นทหารนิ



    อยากให้ซิมเมอร์แมนมีคู่จัง

    พี่หมีของเรา

    แพ้คนดีค่ะ

    #1204
    0
  9. #1163 บี๋ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 01:34
    เกลียดคีธ สุดๆเหมือนทำร้ายชีวิตผู้มีพระคุณ

    แต่คงโกดที่ฆ่าพ่อแม่ของคีธ
    #1163
    0
  10. #1089 Dearest ❤ Deer (@pretty-angel) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 23:52
    คู่นี้เป็นอะไรที่ซาดิสต์จริง ได้เลือดกันทุกรอบ
    #1089
    0
  11. #1077 STEM1995 (@eveymin) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 14:07
    สงสารคีธอ่า อ่านไปน้ำตาคลอไป
    #1077
    0
  12. #923 Azlyss (@Azlyss) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 04:11
    เลือดพุ่งเป็นไมล์ๆ หหหสดทสดทกวดทดสกทสแทำส
    คือคีธเป็นอะไรที่ถึกมาก โดนขนาดนั้นยังจะ..ได้
    โคตรมุ่งมั่นอ่ะ 555555555555
    #923
    0
  13. #879 NongYingNutty (@haruminilove) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 เมษายน 2559 / 20:17
    แฮ่กกก คู่นี้ร้อนแรงมาก
    #879
    0
  14. #803 Plankton J (@jthida) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 เมษายน 2559 / 22:39
    ความโหดนี้ ขนาดโดนแทงขาแล้วยังกรีดลงไปอีกก็ยังมีแรงอะจึกๆได้อยู่เนาะคีธ
    #803
    0
  15. #414 TiwticAmp_90 (@winnaya) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2558 / 21:59
    ทำไมคีธถึงรักนิคได้ขนาดนี้นะ? เพราะถูกไว้ชีวิตงั้นเหรอ?
    มันน่าจะซับซ้อนกว่านั้นหรือเปล่า เหอๆๆ
    #414
    0
  16. #393 illusion (@Nokheek) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2558 / 02:13
    ติดงอมแงม
    #393
    0
  17. #365 tea (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2558 / 16:14
    ทำไมพ่อคีธถึงบิดเบี้ยวไปขนาดนั้นได้นะ



    เกือบโดนเค้าฆ่าแล้วแท้ๆ ยังอยากได้ความรักจากเค้าอีก



    ว่าแต่ ไปอยู่ในตระกูลสไตร์เกอร์ได้ไงละท่าน



    รออ่านต่อ รักหวานขมของพ่อมนุษย์ข้ามพันธุ์ 55+
    #365
    0
  18. #364 POYO (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2558 / 22:40
    คุณภรรยาซาดิส กับสามีจิตวิปลาส เยี่ยม!!

    รู้สึกเซ็กซี่ขยีใจในอ่างอาบน้ำ ว้าวๆๆ

    คีธ ขออะไรโง่ๆนะเธอ แหม ขอความตายง่ายกว่า ฮะๆๆ

    .

    .

    ขอบคุณพี่ฝน ทำให้เรามีนิยายดีๆอ่านจนถึงทุกวันนี้

    (รู้สึกกินข้าวได้ ตายสบาย นอนอิ่ม!??!)

    #364
    0
  19. #363 AreeYong (@Aree-Yong) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2558 / 09:44
    แนะนำว่าเห็นใจชะนีดีกว่าค่ะ อ่านแล้ว so hot มาก แซ่บทั้งคู่
    #363
    0
  20. #360 _ Night Kung _ (@dragonpim) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2558 / 14:51
    ชอบคู่นี้ฟินสุดๆเลย >.,<
    มาอัพต่อนะค่ะ
    #360
    0
  21. #356 ๛`S๏ ღ Cutέ❥ (@alicezdoll) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2558 / 00:12
    แวะเข้ามาบอกว่าคิดถึงงงงงงงงงง
    #356
    0
  22. #355 ZONEs VIPs (@exit-vips) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2558 / 20:41
    โอ๊ย ชอบฟินเฟ่อร์กับคู่นี้ รออยู่นะๆ มาต่อเร็วๆ นะ ชอบคีธนิค เลิฟๆ >[]<
    #355
    0
  23. #352 Khaosan P. (@liming) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2558 / 23:32
    มาแล้วๆ ชอบคู่นี้มากๆเพราะเป็นคู่ที่หนักหน่วง  เข้มข้น และดุดัน  รอคอยคู่นี้จริงๆกว่าจะสมหวังกันเหมือนกับคู่ของเกลที่ช่างยากเหลือเกิน  แต่ชอบแบบคีธกับนิคมากกว่า  #ทีมนิค
    #352
    0
  24. #351 rinnarinrin (@rinnarinrin) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2558 / 18:28
    เรารอตอนของคู่นี้มานานมากกกกกกก ชอบคู่นี้ที่สุดเลยยยย
    ทั้ง2คนน่าสงสารสุดๆเลย อยากจิคราย
    แล้วแบบนี้จะเป็นไงต่อเนี่ย SMขนาดนี้ มาต่ออีกไวๆน้า 
    #351
    0
  25. #350 PPZ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2558 / 22:24
    ฮึฮึฮึฮึ//ขำแบบชั่วร้าย

    โอ่มายก่อตตตตตตตต

    จะว่าพลาดก็พลาดนะคะ ที่ช่วยเอาไว้

    แต่จะว่าดี ก็ดี(มาก)ค่ะ555555555555 ไม่ได้คิดอะไร๊เล้ยยย

    จิตๆแต่แอบน้อยใจนะเนี้ยยยยยย อะไรจะหลงขนาดน้าน(แต่คือดีค่ะ) นิคต้องยอมใจอ่อนซักวันละน่าคีธ



    *ชอบมากๆเลยค่ะะะ เป็นกำลังใจให้น่าค้าาาา สู้ๆค่ะ

    **แอบได้กลิ่นความมาม่า แต่สุดท้ายก็แฮปปี้(?หรือเปล่าคะ55555)
    #350
    0