69 (yaoi)

  • 99% Rating

  • 10 Vote(s)

  • 100,914 Views

  • 1,719 Comments

  • 3,442 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    441

    Overall
    100,914

ตอนที่ 8 : ด้วยความเต็มใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5355
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 66 ครั้ง
    25 ก.ย. 58


...นี่เช้าแล้วเหรอ?

               ผมลืมตาขึ้นช้าๆอย่างง่วงงุน  รับรู้ถึงแสงสว่างในภาพพร่าเลือน แต่อากาศที่อุ่นสบายทำให้ผมไม่อยากขยับตัว และความรู้สึกที่เหมือนเมฆทึมๆเคลื่อนผ่านในหัว ก็ทำให้อยากหลับตาลงอีกครั้ง ให้ความอบอุ่นโอบกอดและกล่อมผมให้หลับต่อ

               เปลือกตายังไม่ทันปิดเข้าหากันสนิท  ผมก็ลืมตาโพลง

               ...ที่นี่มันที่ไหน?

               ผมมองฝ้าเพดานสีควันบุหรี่กับแถบโครเมียมเงาวับที่วิ่งขนาบไปตามขอบเขตของห้องที่ไม่คุ้นตา ถัดลงมาเป็นผนังสีเทาเข้มทึมเรียบๆไร้การตกแต่ง มีเพียงช่องให้แสงเป็นระยะ และปุ่มกลมสีฟ้าฝังอยู่กับผนัง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตรงนั้นเป็นจุดรับสัญญาณภาพ ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อมองเห็นร่างใครคนหนึ่งกำลังจ้องมองผมอยู่

               ...แพทริค!

               ฝ่ายนั้นนั่งอยู่บนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ห่างจากปลายเตียงไปไม่ไกล แพทริคอยู่ในชุดเครื่องแบบของหน่วยลาดตระเวนอย่างที่เคยคุ้น เส้นผมสีอ่อนของเขาสะท้อนกับเปลวแดดเป็นประกายอ่อนละมุน ขัดกับดวงตาสีฟ้าเทาที่เขม้นมองผมแบบกล่าวโทษ

               ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนไหลกลับเข้ามาในหัวผมอย่างรวดเร็วเหมือนกรดไหลย้อน

               เมื่อคืนผมกับเควินอยู่ร่วมในเหตุการณ์อันน่าตื่นตระหนกที่เกิดขึ้นในย่านตึกรวงผึ้ง ผมจำได้ถึงเสียงระเบิดกึกก้อง ขีปนาวุธปริศนาที่พุ่งออกมาจากตัวตึก กลิ่นเหม็นไหม้และแสงที่ส่องวาบรอบตัวออคโทปุส เสียงกรีดร้องท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวาย และยานลาดตระเวนกับคนเจ็บที่โอดโอยอยู่ตามถนน

               เควินปลอดภัยแล้วจากการช่วยเหลือของมาร์คัส ส่วนผมก็ดูเหมือนจะปลอดภัยดี แม้จะสะบักสะบอมพอสมควร และล่าสุดที่ผมจำได้ คือแข้งขาที่อ่อนยวบ และการล้มเข้าไปหาแผ่นอกหนาแข็งแรง

               ผมเหลือบตามองรอบห้องอย่างเกร็งๆ ...ที่นี่คงเป็นห้องของแพทริคสินะ ผมไม่เคยเข้ามาในห้องพักของเจ้าหน้าที่รัฐมาก่อน เพิ่งรู้ว่ามันก็ดูสะดวกสบายดีเหมือนกัน ถึงจะไม่ได้กว้างขวางมาก แต่เตียงก็นุ่มน่านอนและผ้าห่มก็หนาและอุ่นดี ถึงบรรยากาศโดยรวมจะดูนิ่งๆไร้อารมณ์ และดีไซน์แบบเน้นการใช้งานได้จริงมากกว่าจะเน้นความสวยงาม

“เอ่อ...” ผมเงอะงะด้วยความกระอักกระอ่วน  และไม่รู้ด้วยว่าทำไมถึงต้องร้อนๆแถวใบหูกับแก้ม

               “ลุกขึ้น” แพทริคพูดอย่างมึนตึง

อุ๊ย...

ผมขยับลุกขึ้นนั่งตามที่เขาบอก ยังงงๆอยู่ แต่ใจก็คิดว่าควรจะพูดอะไรออกไปสักอย่าง นี่แพทริคนะ ...แพทริคที่ผมคิดว่าเขาเป็นไอ้กร๊วกเส็งเคร็งมาตลอด แต่การที่เขาอุตส่าห์หอบหิ้วผมมาถึงห้องพัก ให้นอนหลับบนเตียงนุ่มๆของเขา (แทนที่จะเป็นโซฟา) ก็พิสูจน์แล้วว่าผมเข้าใจผิด

ด้วยความละอายใจ ผมตัดสินใจว่าควรจะรีบขอบคุณเขา

“ขอบ..”

“หมายถึงลุกออกจากเตียงฉัน!” แพทริคเสียงห้วน

ผมเด้งดึ๋งลงไปยืนอยู่ข้างเตียงโดยอัตโนมัติ ผ้าห่มเนื้อนุ่มเลื่อนหลุดจากตัวลงไปกองที่พื้น แล้วตอนนั้นแหละ ที่ผมเห็นว่าตัวเองอยู่ในสภาพไหน

...ร่างกายที่เปลือยเปล่าไม่เหลือเสื้อผ้าติดกายสักชิ้น แผ่นอกและต้นขาเต็มไปด้วยรอยกัดเป็นจ้ำ กับรอยจูบสีเข้มเหมือนกลีบกุหลาบช้ำๆพร่างพรมทั่วตัว  ท่อนขาอ่อนล้าและสะโพกขัดยอกบ่งบอกถึงการกรำศึกบนเตียงมาอย่างหนัก...

โอ้ย! ...เพ้อเจ้อแล้ว!

สารรูปผมยังกับขอทานแน่ะ!

ผมยังอยู่ในชุดเสื้อกางเกงตัวที่ใส่เมื่อวาน แต่สกปรกเลอะเทอะยังกับไปคลุกกองขยะมา ชายเสื้อข้างหนึ่งหลุดหลุ่ยและมีรอยขาด แผ่นอกมีรอยเปื้อนเขม่าดำๆ และแขนที่โผล่จากแขนเสื้อก็สกปรกมอมแมม กางเกงนี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง มีทั้งรอยเปียกและคราบเกรอะกรัง  

“แพทริค...” ผมไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกไปดี

               “นายทำที่นอนฉันเปื้อน” แพทริคถมึงทึง ซึ่งมันทำให้ผมต้องเบนสายตาไปมองที่เตียงทันที แล้วก็ได้เห็นว่าผ้าปูที่นอนสีขาวของแพทริคตรงฝั่งที่ผมนอนลงไปนั้นขมุกขมอมใกล้เคียงกับผ้าถูพื้น

               “เอ่อ... แล้วทำไมนายไม่เปลี่ยนชุดให้ฉันก่อนล่ะ”

               แพทริคทำหน้าเหมือนผมเพิ่งจะกระโดดถีบยอดหน้าเขา ตาเขาแทบจะยิงลูกไฟใส่ผมอยู่แล้ว และแต่ละคำที่เปล่งออกมาหลังจากนั้น ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์อยากก่อฆาตกรรม “นาย... พูดว่าจะให้ฉันเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นายงั้นเหรอ”

               “ก็...มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้นไม่ใช่รึไง นายอุตส่าห์ช่วยพาฉันมาที่นี่ ซึ่งข้อนั้นฉันซาบซึ้งมาก แต่นายก็ไม่น่าเอาฉันลงเตียงนายทั้งๆแบบนี้ เปลี่ยนเสื้อให้สักหน่อย หรือเช็ดหน้าเช็ดตาให้กันสักหน่อยก็ยังดี”

               “ชาติหน้าเถอะ”

               ผมหมดคำจะพูดจริงๆ ...นี่ผมพลาดอะไรไป หรือสมองผมกับเขามันทำงานคนละระบบกัน?  ผมงึมงำกับตัวเอง “...เต็มใจช่วยแน่เหรอเนี่ย”   

“ฉันไม่ได้อยากช่วย”

               “อะไรนะ”

               “นายล้มลงมาใส่ฉัน อ่อนปวกเปียกยังกับวุ้นเละๆ”

               “แล้วทำไมนายไม่ทิ้งฉันไว้ตรงนั้นล่ะ ถ้านายไม่แคร์จริงๆ” ผมอดต่อปากต่อคำไม่ได้จริงๆ

               “ฉันทิ้งแล้ว”

               “ห๊ะ?”

               “ฉันลากนายไปวางทิ้งไว้ตรงข้างตึก แล้วก็เดินออกมาแล้ว แต่ซวยชิบเป๋งที่หน่วยบรรเทาสาธารณะภัยอยู่แถวนั้นพอดี กำลังทยอยพาคนเจ็บขึ้นยานฉุกเฉิน ยายป้าพยาบาลนั่นแสบยังกับอะไร บอกว่าถ้าฉันบังอาจเพิ่มงานให้หล่อน โดยการปล่อยนายไว้ตรงนั้น แล้วโดนใครลากไปข่มขืนจนต้องหิ้วไปโรงพยาบาลอีกคน หล่อนจะรายงานตรงถึงสังกัดของฉันที่แคนซัสโน่นเลย”

               ...ไอ้สารเลวโคตรพ่อโคตรแม่บัดซบแพทริค

               แพทริคฉีกยิ้ม “เอาล่ะ ทีนี้ก็เลิกมโน แล้วก็ย้ายก้นเลอะๆของนายออกไปจากห้องฉันได้แล้ว”

               ผมจ้องหน้าแพทริค ...ไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าวูบหนึ่งผมจะเผลอคิดว่าเขาอาจจะเป็นคนดี

               แพทริคเลิกคิ้วแบบ... ยัง-จะ-ยืน-หา-กร๊วก-อะ-ไร-ไม่-ทราบ? พลางบุ้ยปากไปทางประตูห้องที่เปิดอ้าค้างไว้

               สุดท้ายผมก็เป็นฝ่ายแพ้พ่าย ผมก้าวฉับๆไปที่ประตู สะกดกลั้นความรู้สึกที่อยากจะยกขาขึ้นถีบกลางลำตัวเขา แล้วรีบวิ่งหนีไป แต่คิดว่าไม่น่าจะรอด ก็เลยได้แต่เก็บภาพแพทริคโดนผมซ้อมจนคลานเข่าพลางร้องไห้น้ำตาเกรอะกรังไว้แค่ในจินตนาการ

               และเมื่อผมก้าวไปถึงประตูห้องนอนที่เปิดไปสู่ห้องรับแขก ผมก็นึกอะไรบางอย่างได้ ผมหันหน้ากลับไปทางแพทริค “นายให้ฉันนอนบนเตียงของนาย ไม่ใช่โซฟา”

               “ก็เพราะโซฟาฉันแพงกว่าผ้าปูเตียง” แพทริคยิ้มสะใจ

ผมพ่ายแพ้หมดรูปจริงๆ แพทริคไม่ได้แคร์ผมแม้แต่ปลายขี้เล็บ ไหล่ผมลู่ลงขณะเดินผ่านไปยังห้องรับแขก โซฟาเขาดูแพงจริงๆด้วย มันเป็นรูปทรงรีสีขาวนวลตาคล้ายรังดักแด้ถูกผ่าซีก และทำจากวัสดุพิเศษที่ปรับอุณหภูมิโดยอัตโนมัติให้สบายเหมาะสมพอดีกับคนที่นั่ง แล้วผมก็ตัดสินใจขออะไรจากแพทริคบางอย่าง

               “ขออาบน้ำก่อนออกไปได้มั้ย”

               แพทริคไม่ตอบด้วยซ้ำ แค่ส่งเสียง ...หึ ในลำคอ ให้รู้ว่าอย่าหวังซะให้ยาก

               “แค่ล้างหน้าล้างตาก็ยังดี ...นะ สภาพนี้มันทุเรศเกินไป”

แพทริคนิ่งไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้น แล้วก้าวยาวๆเดินผ่านผมไปทางฟากหนึ่งของห้องรับแขก

ผมเผลอกลั้นหายใจนิดหน่อยตอนที่เขาเดินเฉียดตัวผม ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความหวาดระแวงว่าเขาอาจลุกขึ้นมาตบ แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะ... เอ่อ... แพทริคดูดีมาก เขาตัวสูงใหญ่ แผ่นหลังกว้างหนาล่ำสัน และก้นแน่นๆของเขาในชุดเครื่องแบบฟิตพอดีตัวก็ดูเซ็กซี่มากด้วย

...ถ้าเพียงแต่นิสัยเขาจะทุเรศน้อยกว่านี้สักหน่อยน่ะนะ

แพทริคแตะปุ่มเลื่อนบานประตูห้องน้ำให้เปิดออก เขายืนกอดอกพิงผนังอยู่ตรงนั้น พลางบุ้ยปากให้ผมเข้าไป ผมงึมงำขอบคุณ พยายามเคลื่อนไหวอย่างเกรงใจเจียมเนื้อเจียมตัว ต่างจากมโนภาพที่ผมอยากทำกับเขาจริงๆลิบลับ

               “เฮอะ...” แพทริคแค่นเสียงในลำคอ ตอนที่ผมเดินผ่าน

               “...อะไร?” ผมงงงัน ...ก็ผมยังไม่ได้ทำอะไรใส่เขาเลยนะ

               “ไอ้พวกนั้น...คิดว่านายสวย” เขาเบ้ปากนิดๆ ขณะกวาดตามองผม

               ผมนึกถึงคำว่า พวกนั้นของแพทริค แล้วก็เข้าใจในนาทีต่อมา ว่าเขาหมายถึงเพื่อนฝูงหน่วยลาดตระเวน ที่เคยเห็นผมว่ายน้ำโชว์ในสระตอนงานเลี้ยงในสภาพครึ่งคนครึ่งปลา

               “แล้วฉันไม่ได้สวย?”

...โอเค ฟังดูหลงตัวเองมาก ซึ่งที่จริงไม่ใช่เลย ผมแค่อยากเขี่ยเส้นประสาทของแพทริค

               “โสโครกแบบนี้เนี่ยนะ” แพทริคหยัน ดวงตาเป็นประกายวาววับ

               ผมก้าวผ่านเขาไป ทำเป็นไม่รู้ว่าเขาจงใจแดกดันว่าผมน่ะไม่ได้สกปรกแค่ผิวเนื้อภายนอก ไม่มีประโยชน์ที่จะอธิบายให้ควายป่าดึกดำบรรพ์อย่างเขาเข้าใจ ว่าผมน่ะบริสุทธิ์ผุดผ่องยังกับทารกแรกเกิดเลยล่ะมั้ง ผมไม่เคยใกล้ชิดใครจนถึงขั้นมีความสัมพันธ์ทางเพศเลยสักครั้ง อย่าว่าแต่เที่ยวเร่ขายตัวอย่างที่เขาชอบกล่าวหาเลย

               ห้องน้ำของแพททริคมีขนาดไม่กว้างมาก แต่ก็สะอาดสะอาดสะอ้าน วัสดุปูพื้นเรียบเป็นมันเงา ส่วนของห้องอาบน้ำแยกเป็นสัดส่วน ผมหยุดยืนอยู่ตรงอ่างล้างหน้าแบบที่ฝังเก็บเข้ากับผนังได้ และปัดมือผ่านเซ็นเซอร์เพื่อเลือกระบบน้ำอุ่น ก่อนจะถลกแขนเสื้อขึ้นให้ทำความสะอาดได้ถนัดๆหน่อย และในขณะที่ผมกำลังโน้มตัวลงลงเพื่อวักน้ำล้างมือล้างหน้า ผมก็มองเห็นเงาสะท้อนของแพทริคในกระจก ที่กำลังยืนมองผมอยู่เงียบๆ

               ผมชะงัก “มีอะไร?”

               แพทริคเหมือนเพิ่งจะรู้ตัว เขาอึกอักเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นท่าทีไม่พอใจ “แค่จะเฝ้า ฉันไม่ไว้ใจไอ้พวกครึ่งพันธุ์หน้าไหนทั้งนั้น”

               “นั่นเป็นเหตุผลเดียวกับที่นายนั่งเฝ้าฉันจนกระทั่งตื่นด้วยรึเปล่า”

               “เห็นชัดอยู่แล้วนี่”

               ...โอย ขอทีเถอะ เขาคิดว่าผมจะทำอะไรเขาได้?  อาศัยช่วงที่เขาหลับสนิทอยู่บนโซฟาในห้องรับแขก เปลี่ยนร่างเป็นครึ่งคนครึ่งสัตว์ ย่องออกมาจากห้องนอน แล้วตบเขาด้วยครีบเรอะ!?

               นี่ยังไม่นับส่วนที่ว่าผมจะแถกมาตามพื้นได้ยังไง ในสภาพที่มีท่อนล่างเป็นปลาด้วยนะ

               ผมผงกหัวเล็กน้อย “ใช่ ฉันอันตรายมาก นายคิดถูกแล้วล่ะ แต่ฉันอยากฉี่ ฉันไม่มีครีบตรงนั้นหรอก แล้วก็คิดว่านายคงไม่อยากพิสูจน์ให้เห็นกับตาด้วย”

               แพทริคจ้องผมด้วยสายตาเย็นเยียบ ผมเสียวสันหลังวาบ นึกอยากหยิกปากตัวเองที่หาเรื่องเกินไปหน่อย แต่แล้วแพทริคก็เดินออกจากตรงนั้นไปยังห้องรับแขกโดยไม่พูดอะไรออกมาอีก

               ผมเลิกคิ้วแบบงงๆ ไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์นี้เท่าไหร่ แล้วผมก็หันไปทางอ่างล้างหน้าอีกครั้ง ก่อนจะต้องชะงักอีกทีเมื่อเห็นเงาตัวเองในกระจก ผมย่นคิ้วขณะมองแถบกระดาษปิดแผลที่ติดอยู่ตรงขมับด้านซ้าย ...นี่ ...แพทริคช่วยทำแผลให้ผมงั้นเหรอ?

               แต่บาดแผลถลอกปอกเปิกตรงส่วนอื่นของร่างกายก็ช่วยกันตะโกนเซ็งแซ่ ให้ผมสำเหนียกว่ามันไม่ใช่ เพราะนอกจากตรงขมับซ้าย ก็ไม่มีส่วนไหนในร่างกายผมที่ได้รับการเหลียวแลเลย ต่อให้ถลอกเลือดไหลโกรกเลยก็เถอะ

               ผมสูดลมหายใจ ...ไอ้เบื้อกแพทริค หมอนั่นแค่อยากหาอะไรมาปิดไลน์โค้ดตรงขมับผม ไม่ให้มันบาดตา ตอนที่ต้องจำใจให้ผมค้างคืนในเขตศักดิ์สิทธิ์ของเขาแค่นั้นแหละ ผมกระตุกแถบกระดาษอย่างโมโห แต่มันก็ติดแน่นหนึบตามคุณสมบัติที่ดีของกระดาษติดแผลชนิดกันน้ำ และต้องใช้เจลพิเศษลอกออกเท่านั้น

ผมตบพัวะตรงผนังด้านข้างอ่างล้างหน้าอย่างใส่อารมณ์ บานประตูเล็กๆเลื่อนเปิดออกให้เห็นช่องเก็บของที่อยู่ด้านใน ผมล้วงควานหาเจลลอกแผ่นปิดแผล แล้วก็ต้องสะดุดตากับแถบข้อมือของแพทริค ที่เหมือนจะลืมเอาไว้ตรงนั้น

“เดี๋ยวก็จิ๊กซะหรอก” ผมเบ้ปากอย่างหมั่นไส้ เมื่อเห็นตัวเลขที่โชว์ค้างอยู่ตรงแถบข้อมือ  มันมีจำนวนมากพอจะให้ผมกับเควินดำรงชีวิตอยู่ได้สบายๆสัก 2 เดือน แล้วผมก็เห็นจุดสีฟ้าสว่างค้างอยู่ข้างปุ่มเช็ควงเงินคงเหลือ ผมชั่งใจว่าจะปล่อยมันไว้แบบนั้นหรือแอบดูสักหน่อย แต่ความอยากรู้มีมากกว่า ...หมอนั่นดูรูปอะไรอยู่ก่อนหน้านี้นะ? ...รูปโป๊ หรืออาจจะรูปแฟนมนุษย์ธรรมดาผู้เลิศเลอของเขาที่แคนซัสอะไรประมาณนั้น

ผมกลิ้งนิ้วปัดผ่านให้แถบข้อมือแสดงภาพที่เซฟเอาไว้ ก่อนจะอึ้งนิดๆ เมื่อเห็นว่าเป็นภาพครอบครัวของแพทริค มันมีอยู่ 4 ภาพ สองภาพแรกเป็นภาพครอบครัวที่มีสมาชิก 5 คน พ่อ แม่ และพี่น้อง 3 คน แพทริคดูเหมือนจะเป็นลูกคนกลาง เขามีพี่ชาย และน้องสาวที่ดูจะอายุอ่อนกว่าเขาหลายปี

ผมรู้สึกแปลกๆเมื่อเห็นภาพเหล่านั้น ก่อนหน้านี้ผมคิดว่าแพทริคอาจจะถูกผลิตออกมาจากโรงงานนรก ที่ใส่โปรแกรมเหยียดชาติพันธุ์เอาไว้เต็มแม็ก มากกว่าจะมาจากครอบครัวธรรมดาๆที่ดูอบอุ่นแบบนี้ เพราะสิ่งที่ผมเห็นตอนนี้ไม่คุ้นชินสายตาเอาซะเลย แพทริคเหมือนจะ... เอ่อ มีหัวใจ โดยเฉพาะภาพถัดไปที่แพทริคถ่ายกับคนกลุ่มใหญ่ในงานแต่งงานของพี่ชาย เขาให้เด็กผู้ชายตัวเล็กๆขี่คอ และมีเด็กผู้หญิงอีกคนเกาะที่ขาเหมือนอยากจะขอขึ้นไปขี่คอด้วย

แพทริคยิ้ม... เป็นยิ้มแบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่มีความเหยียดหยันหรืออะไรด้านลบอยู่ในสีหน้าหรือแววตาเขาเลย เขายิ้มกว้าง เปิดเผย และดูอบอุ่น ซึ่งมันทำให้ผมรู้สึกวูบโหวงแปลกๆ

ภาพสุดท้ายเป็นภาพน้องสาวของแพทริค ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ในสวนสาธารณะ ผมอึ้งไปเล็กน้อย เมื่อเห็นขอบรอยต่อเป็นเส้นโค้งอยู่ตรงใต้หัวเข่า ที่แสดงให้รู้ว่านั่นเป็นขาเทียม ผมกดปิดภาพ รู้สึกผิดที่ละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวของเขามากเกินไปแล้ว

ผมใช้เวลาในห้องน้ำอีกไม่นาน ก็เดินกลับออกมาในห้องรับแขก แพทริคนั่งเอนตัวอยู่บนโซฟาที่ แพง-กว่า-ผ้า-ปูเตียง ของเขา และกำลังดูข่าวที่ฉายออกมาจากปุ่มรับสัญญาณที่ผนัง แพทริคเหลือบตามองผมด้วยสีหน้าเฉยเมย ก่อนจะพยัดเพยิดไปทางประตู เป็นเชิงให้ผมไปให้พ้นๆซะที

               ท้องผมส่งเสียงร้องจ๊อกขึ้นมาอย่างน่าขายหน้า แพทริคทำหน้าเบื่อหน่ายสุดขีด ขณะที่ผมฝืนความอายอ้อมแอ้มออกไป

               “ขอดื่มน้ำสักแก้วก่อนได้มั้ย ไม่งั้นฉันอาจเป็นลมก่อนได้เดินออกจากห้องนาย”

               เขาใช้นิ้วโป้งชี้ไปทางด้านหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นครัวเล็กๆ และถอนใจแรงอย่างไม่เต็มใจ

               ผมเดินผ่านเขาไปยังครัวขนาดกะทัดรัด ซึ่งทันสมัยใช้ได้เลย ผมกดปุ่มให้ลิ้นชักหนึ่งเด้งออกมา ก่อนจะต้องตาโต เมื่อเห็นขวดบรรจุเครื่องดื่มชนิดต่างๆอยู่ในนั้น ผมไม่สนเบียร์ที่เรียงเป็นตับนั่นหรอก แต่ตื่นตาตื่นใจกับกาแฟบีดส์เกรดพรีเมี่ยมที่เรียงอยู่ในนั้นด้วยกันถึง 3 ขวด

               เงินเดือนเจ้าหน้าที่หน่วยลาดตระเวนนี่มันเท่าไหร่กัน? ทำไมแพทริคถึงมีของดีๆตุนไว้เพียบแบบนี้ ผมแอบเหลือบมองแพทริคที่ดูเหมือนจะยังสนใจภาพข่าวตรงหน้า มากกว่าจะหันมามองผมให้เสียสุขภาพตา ท้องผมลั่นโครกครากอย่างต้องการสารอาหาร ตั้งแต่เมื่อเย็นวานยังไม่มีอะไรตกถึงท้องผมเลย

               ผมตัดสินใจยื่นมือไปหยิบกาแฟบีดส์ออกมาจากขวด มันเป็นเม็ดสีน้ำตาลใสขนาดเท่าเม็ดถั่วลิสง ที่จะแตกตัวและทำปฏิกิริยากับไอน้ำในอากาศ กลายเป็นกาแฟชุ่มชื่นเต็มปากเต็มคำเมื่อเรากัดมันให้แตก 

...ขอไอ้นี่แทนน้ำเปล่าเถอะนะ ผมหลับตาพริ้มอย่างสุขล้นขณะนำมันเข้าปาก

               “ทำอะไรน่ะ!

               ผมสะดุ้งเฮือก เมล็ดกาแฟแทบร่วงออกจากปาก

               แพทริคยืนเอาแขนยันไว้กับขอบประตู พลางจ้องผมอย่างทึ่งปนโมโห ผมคำนวณหนทางเอาตัวรอดอย่างรวดเร็ว และตัดสินใจพุ่งตัวผ่านใต้แขนเขาออกไปทางห้องรับแขก

               “ขอโทษจริงๆ วันหลังฉันจะใช้คืนให้” ผมส่งเสียงบอก ขณะจ้ำอ้าวไปทางประตูแบบไม่เหลียวหลัง กาแฟบีดส์ยังค้างอยู่ตรงกระพุ้งแก้ม

               แต่แพทริคก็กระโจนเข้ามาคว้าตัวผมไว้จนได้ ผมดิ้นอย่างแรง ซึ่งทำให้เขาเดือดดาลหนักขึ้น แพทริคจับผมเหวี่ยงลงไปนอนกลิ้งอยู่ตรงพื้นข้างโซฟาราคาแพงของเขา แพทริคถลันตามมาคร่อมตัวผมไว้ เมื่อผมทำท่าจะลุกขึ้นหนีไปอีก

               “คายออกมาเดี๋ยวนี้!” แพทริคตวาด เขากดท่อนล่างผมให้ติดพื้นด้วยท่อนขาบึกบึน ขณะที่แขนก็ถูกเขายึดไว้เหมือนกัน

               ผมหุบปากแน่น สั่นหน้าอย่างไม่ยอมเด็ดขาด แพทริคตาลุกวาว เขาใช้มือข้างหนึ่งบีบแก้มผมให้อ้าปาก ผมรวบรวมแรงสะบัดออกสุดฤทธิ์ ซึ่งมันทำให้แพทริคขยับทิ้งน้ำหนักตัวลงมาทับผมทั้งตัว

               ตอนนี้ผมก็เลยถูกตรึงไว้กับพื้นอย่างสมบูรณ์แบบ ผมหอบน้อยๆอย่างดิ้นไปไหนไม่ไหวแล้ว ผมมองใบหน้าของแพทริค ที่ตอนนี้อยู่ห่างแค่คืบเดียว จมูกเขาโด่งเป็นสันและโค้งงุ้มเล็กน้อย และดวงตาสีฟ้าเทาก็มีวงสีเข้มๆเป็นขอบรอบตาดำ แพทริคก็กำลังจ้องหน้าผมอยู่เหมือนกัน

               แล้วอยู่ๆใจผมก็เต้นแรง

               “จะคายมั้ย” เขาพูด

               ไม่รู้ว่าทำไม แต่ผมก็เผยอริมฝีปากออก เมล็ดกาแฟอยู่บนลิ้น แพทริคมองหน้าผม แล้วอยู่ๆเราทั้งคู่ก็คล้ายจะตกสู่ภวังค์บางอย่างที่เราเองก็ไม่เข้าใจ ท่ามกลางความเงียบงันและลมหายใจของเราทั้งคู่ แพทริคจ้องหน้าผมนิ่ง ก่อนที่แววตาแข็งกร้าวของเขาจะอ่อนแสงลง แพทริคเอียงหน้าเล็กน้อยและค่อยๆเคลื่อนใบหน้าเข้ามาหาผม ริมฝีปากของเขาอิ่มเต็ม ดูนุ่มนิ่มน่าสัมผัส และชวนให้รู้สึกวาบหวิวอย่างน่าประหลาด ผมเหมือนจะได้ยินหัวใจตัวเองเต้นกระหน่ำอยู่ตรงอก ก่อนจะต้องจิกนิ้วขยำลงกับพรมอย่างตื่นเต้น เมื่อรู้ว่ามันไม่ได้มาจากอกซ้ายของผมเพียงด้านเดียว แต่มันเป็นความรู้สึกตรงอกฝั่งขวาด้วย ฝั่งที่หัวใจของแพทริคแนบชิดอยู่กับผิวเนื้อของผม ...แพทริคก็ใจเต้นผิดจังหวะเหมือนกัน

               คนเรามักจะทำอะไร เมื่อกำลังจะถูกจูบ...?

               แน่นอนว่ามันคือการหลับตา ผมปิดเปลือกตาลงอย่างไร้แรงต้านทาน เมื่อแพทริคเคลื่อนเข้ามาใกล้จนริมฝีปากกำลังจะแตะกัน และเมื่อประสาทสัมผัสด้านการมองเห็นถูกตัดออก ประสาทสัมผัสด้านอื่นก็เด่นชัดขึ้นมาแทนที่ ผมวูบแปลกๆในช่องท้องเมื่อรู้สึกถึงการเสียดสีตรงเป้ากางเกง และความอบอุ่นจากร่างกายของเขา ฝ่ามือหนาของแพททริคเลื่อนขึ้นมาลูบไล้สัมผัสที่ใบหน้าผม

               ก่อนจะตบพัวะเข้าที่แก้ม

               “โอ้ย!”    

               เม็ดกาแฟกระเด็นออกจากปาก ลอยละลิ่วไปตกอยู่บนพื้น ผมหันกลับมามองหน้าแพทริคอย่างไม่อยากจะเชื่อ เขามองตอบด้วยสีหน้าประหลาดพิกล ทั้งกล่าวโทษ กระอักกระอ่วน และโมโห แพททริคไม่ได้ตบแรงจนผมเจ็บแก้มมากก็จริง แต่ก็เพียงพอจะทำให้ผมเจ็บใจจนแทบน้ำตาคลอ ผมจ้องเขาเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ ความโกรธสุดหยั่งแล่นขึ้นมาอย่างควบคุมไม่อยู่

               แล้วผมก็เลยเลื่อนกาแฟบีดส์อีกเม็ดที่เก็บไว้ตรงกระพุ้งแก้มให้กลิ้งมาอยู่บนลิ้น ...ใช่ ผมแอบหยิบใส่ปากทั้งหมด 2 เม็ด ...เอาสิ แจ้งหน่วยลาดตระเวนมาจับผมเลยสิ!

               แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นก็เหมือนภาพสโลว์โมชั่น ผมอ้าปากโชว์เมล็ดกาแฟให้แพทริคเห็น ก่อนจะกัดมันให้แตกเป๊าะต่อหน้าต่อตาแพทริค รสชาติของกาแฟชั้นดีแล่นซ่านไปทั่วทั้งปาก ทั้งขมเข้มและหวานมัน ผมเอียงหน้าไปอีกด้าน พ่นน้ำกาแฟสาดกระจายใส่โซฟาราคาแพงระยับของเขา แพทริคเบิกตากว้างขึ้น ขณะที่ของเหลวสีน้ำตาลซึมผ่านพื้นผิวสีขาวนวล

               ภาพต่อจากนั้นเกิดขึ้นไวมากเหมือนเร่งสปีด แพทริคคำรามและกระชากคอเสื้อผมให้ลุกขึ้น เขาลากตัวผมอย่างไม่ปรานีปราศรัยไปทางประตูห้อง และโยนโครมออกไปกองกับพื้นด้านนอก ตามด้วยเสียงปิดประตูดังปัง!

               สักพักหนึ่งแหละกว่าผมจะตั้งสติได้ และฝืนความเคล็ดขัดยอกค่อยๆลุกขึ้นยืน ผมปัดตามเนื้อตามตัวให้ดูมอมแมมน้อยลง (ซึ่งอันที่จริงแทบจะไม่ช่วยอะไรเลย) ก่อนจะหันรีหันขวาง เลือกไม่ถูกว่าจะก้าวไปทางไหนดี บอกไปแล้วรึยังว่าที่นี่น่ะเป็นตึกที่พักของเจ้าหน้าที่หน่วยลาดตระเวน ซึ่งแปลว่าผมกำลังลอยคออยู่ในดงฉลาม

               แล้วประตูห้องฝั่งตรงข้ามก็เปิดออก ผมถึงกับตัวแข็งทื่อ

               “อ้าว... เพื่อนแพทริคเหรอ” ฝ่ายนั้นทักขึ้น

               ผมยังคงเกร็งอยู่ ทั้งๆที่ฝ่ายนั้นไม่ได้แสดงความไม่พอใจ ที่เห็นมนุษย์กลายพันธุ์มายืนอยู่ตรงนี้ ก่อนจะนึกได้ในนาทีต่อมา ว่าเป็นเพราะแผ่นปิดแผลของแพทริคที่บังไลน์โค้ดของผมไว้จนมิดนั่นเอง และมนุษย์กลายพันธุ์ในเขตที่พักหน่วยลาดตระเวน ก็เหมือนรูปโป๊ในกุฏิพระ ที่ไม่มีใครคิดว่าจะไปเจอมันตรงนั้น

               “แพทริคล่ะ” เขาถามต่อ

               “เอ่อ... เขายังไม่เสร็จธุระ  แต่ผมจะไปแล้ว” ผมอ้อมแอ้ม “คือ... ผมรีบ”

               ฝ่ายนั้นส่ายหัวเล็กน้อย พลางระบายลมหายใจฟู่ “เมื่อคืนเราเหนื่อยแทบร่างแหลกกันทุกคน  ไม่มีใครอยากตื่นหรอกเช้านี้ แต่พอคิดว่าไอ้พวกครึ่งพันธุ์โสโครกยังเสนอหน้าหายใจร่วมกับเราอยู่ด้านนอกนั่น ก็ค่อยมีแรงฮึดขึ้นหน่อย ...อ้อ ผม เบลค”

               “...เกล” บอกเลยว่าผมเกร็งจนแทบฉี่ราด ตอนที่จับมือแนะนำตัวกับเบลค เขาเป็นผู้ชายร่างสันทัด หน้าตอบ  และมีดวงตาคมปลาบ

               “ให้ผมไปส่งคุณนะ ผมกำลังจะออกไปพอดี” เขาเสนออย่างมีน้ำใจ 

               “ไม่เป็นไร ผมเรียกแท็กซี่ได้”

               “แท็กซี่ไม่ผ่านเข้ามาในนี้หรอกถ้าหน่วยลาดตระเวนไม่ได้เรียก ผมไม่ปล่อยให้เพื่อนแพทริคต้องเดินไปอีก 2 บล็อกเพื่อขึ้นแท็กซี่แน่” เขายิ้ม “และอีกอย่าง หน่วยลาดตระเวนคือผู้พิทักษ์ประชาชน”

               “เอ่อ...ครับ”

               ...ให้เขารู้ก่อนเถอะ ว่ามีอะไรอยู่ใต้แถบปิดแผลตรงขมับผมน่ะ

               ผมออกจากที่นั่นกับเบลคด้วยยานลาดตระเวนที่เบลคเป็นคนขับ ผมนั่งข้างเขาอย่างตื่นเต้น ยานลาดตระเวนนี่เด็ดจริงๆ มันปราดเปรียว คล่องตัว และแข็งแกร่ง มีแถบปุ่มอะไรต่ออะไรเต็มไปหมด (ซึ่งส่วนใหญ่ค่อนไปในทางทำลายล้าง)

               และเมื่อเบลคเปิดเสียงเพื่อสื่อสารกับพรรคพวก ผมก็นิ่งฟังไปด้วยอย่างตั้งใจ

               “เราน่าจะยิงแม่งให้ราบ ชีวิตพวกมันไม่มีราคาอยู่แล้ว ตึกแถวนั้นมีคนดีๆอยู่ซะที่ไหน” เบลคพูดเสียงทุ้มต่ำ เมื่อรู้ว่าการสอบสวนหาตัวคนบงการในเหตุการณ์ออคโทปุสโดนโจมตีเมื่อคืนนี้ ยังไม่คืบหน้าไปถึงไหน พวกเขาคิดว่ามันเป็นการจัดฉาก การก่อเหตุทำร้ายผู้หญิงในตรอกข้างบาร์ย่านตึกรวงผึ้ง เป็นแค่การลวงให้ออคโทปุสออกมารวมตัวกันในจุดที่เป็นเป้ายิง โชคดีที่พวกเขาเสียออคโทปุสไปแค่ตัวเดียว

ผมนั่งนิ่ง มือทั้ง 2 ข้างบีบกุมเข้าหากัน เมื่อรู้ว่าผู้หญิงที่ถูกฉุดเข้าไปในตรอกเมื่อคืนนั้นเสียชีวิต รวมทั้งผู้ก่อเหตุอีก 3 รายด้วย ส่วนที่เหลืออีก 2 คนยังถูกกักตัวไว้เพื่อสอบสวน

               “แย่หน่อยนะ” เบลคหันมาพูด เมื่อเห็นท่าทางของผม “แต่อย่าห่วงเลย นายจะยังปลอดภัย ถ้าอยู่ให้ห่างจากตึกที่พวกสวะนั่นอาศัยอยู่เข้าไว้ และต่อให้นายบังเอิญไปอยู่แถวนั้น และโดนหางเลขเข้า นายก็จะเป็นคนที่ถูกเลือกให้รอดก่อนอยู่ดี เหมือน 2 คนที่ตรอกข้างบาร์เน่าๆนั่นไง”

               ผมมองเขาอย่างงงัน

               “ไม่เอาน่า เกล” เบลคยิ้มเจ้าเล่ห์ “นายคิดว่าเราจะปล่อยให้กากเดนครึ่งคนครึ่งสัตว์นั่นหายใจต่อรึไง กักตัวมาสอบสวนก็ยังเปลืองอากาศในห้องขัง”

               ฝ่ามือผมเย็นเฉียบ ขณะที่เข้าใจชัดเจนแล้ว ...มันหมายความว่าคนร้าย 3 คนที่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ถูกพิพากษาให้ตายตรงนั้นเดี๋ยวนั้น ด้วยเหตุผลหลักที่ว่าพวกเขาเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ ในขณะที่ผู้ร้าย 2 คนที่เหลือซึ่งเป็นมนุษย์ธรรมดา ยังมีโอกาสพึ่งพากระบวนการยุติธรรม!

เบลคส่ายหน้าด้วยสีหน้าคล้ายจะเศร้าสร้อย แต่แววตาเขากลับแข็งกระด้าง

               “มันน่าโมโหนะที่ต้องมาเจออะไรแบบนี้ แต่มันเป็นหน้าที่ของเรา...เกล ที่จะปกป้องเผ่าพันธุ์ของตัวเองให้อยู่รอดปลอดภัย จากพวกสายพันธุ์วิปริตผิดธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากความผิดพลาด และไม่ว่ายังไง ...เราก็ต้องรอด”

               ผมนั่งนิ่งไม่พูดไม่จา จนกระทั่งเบลคส่งผมลงตรงย่านภัตตาคารที่ผมทำงาน ผมไม่กล้าเสี่ยงให้เขาไปส่งถึงละแวกตึกที่ผมพักอาศัยอยู่จริงๆ

ตลอดเวลาที่เดินจากหน้าภัตตาคารไปยังจุดจอดรถ และทุกวินาทีที่นั่งอยู่ในรถไฟโดยสารซึ่งวิ่งออกจากตัวเมือง ลอดอุโมงค์ข้ามเขตไปยังย่านตึกรวงผึ้ง ผมจมจ่อมครุ่นคิดอย่างหมกมุ่นถึงคำพูดของเบลคและสิ่งที่ได้รับรู้ในหลายชั่วโมงมานี้ ...สิ่งที่ผมอาจจะรู้เสมอมา แต่แกล้งทำเป็นมองผ่านมัน และไม่ยอมรับว่าโลกนี้มันโหดร้าย

               ผมข้ามถนนไปยังฝั่งตึกที่ผมอาศัยอยู่ และในขณะที่เดินไปใกล้ประตูทางเข้าของตึกสีเทาหม่นอึมครึม ผมก็เห็นใครคนหนึ่งยืนรอผมอยู่ตรงทางเท้า ท่ามกลางอากาศที่เย็นยะเยือก

               “เกล!

               เควินวิ่งเข้ามาหาผม และคว้าผมไปกอดทั้งตัว ใบหน้าผมซุกแนบอยู่กับอกเขา เควินกอดผมแน่นมากจนผมหายใจไม่สะดวก

               “เกล... นายปลอดภัย ...นายปลอดภัย” เขาพูดซ้ำๆ ด้วยน้ำเสียงเหมือนคนใกล้จะร้องไห้

               “อืม...ฉันปลอดภัยดี” ผมอู้อี้ตอบ เพราะหน้ายังซุกอยู่กับอกเสื้อของเควิน

               “ฉันเป็นห่วงแทบตาย”

               ในที่สุดเควินก็ยอมปล่อยผม ดวงตาเขาอิดโรยแต่ก็มีแววโล่งอกที่เห็นผมกลับมา เขามองตามเนื้อตัวผม “นายไม่บาดเจ็บตรงไหนใช่มั้ย”

               ผมส่ายหน้า และชี้ที่แถบปิดแผลตรงขมับ “นี่ก็ไม่ใช่นะ มีไอ้บ้าคนนึงแกล้งเอาไอ้นี่มาแปะไว้ เดี๋ยวเราคงต้องซื้อเจลมาลอกมันออก”

               เควินยิ้มอ่อน “นายไม่เป็นไรก็ดีแล้ว”

               “แล้วนายล่ะ กับพวก...นั้นของมาร์คัสน่ะ” ผมเสียงเบาลงเมื่อพูดถึงกลุ่มคนที่ช่วยเควินเมื่อคืนนี้ “เป็นยังไง โอเครึเปล่า”

               รอยยิ้มของเควินจางหายไป สีหน้าเขาเคร่งขรึมขึ้น “เดินไปด้วยกันมั้ยเกล ฉันอยากคุยกับนาย”

               ผมพยักหน้า เราเดินไปด้วยกันท่ามกลางสายลมที่พัดแรงขึ้น  เควินถามถึงเรื่องเมื่อคืนว่าผมหายไปไหน ผมตอบไปว่าไม่อยากกลับไปนอนค้างที่ห้องนั้นคนเดียว ก็เลยข้ามไปนอนในเขตเมือง เควินอืออออย่างเข้าใจ ผมปล่อยให้เขาคิดว่าผมกลับไปนอนที่ตึกของคุณโรเบิร์ตหลังที่เราเคยพักอยู่ก่อนหน้านี้  โดยไม่อธิบายอะไรเพิ่มเติม

               เควินพาผมเดินไปจนถึงย่านที่เกิดเหตุเมื่อคืน กลิ่นเหม็นไหม้ยังอบอวล และร่องรอยตามท้องถนนก็ยังทำความสะอาดไม่หมด คราบแดงคล้ำเป็นหย่อมบนถนนมองดูน่าขนลุก ถ้าปล่อยทิ้งไว้สัก 2-3 วัน คงส่งกลิ่นเหม็นเอียนๆชวนคลื่นไส้

               ในที่สุดเควินก็ปริปากถึงเรื่องที่ผมอยากรู้ “เกล เมื่อคืนฉันมีโอกาสได้เจอคนของมาร์คัสหลายคน พวกเขาช่วยพาฉันออกมา พาตัวไปในที่ปลอดภัย และช่วยทำแผลให้”

“ฉันไม่เถียงนะว่าหลายคนในนั้นดูค่อนข้างน่ากลัว” เควินพูดต่อ ตอนนี้เราเดินมาถึงตรอกที่เป็นจุดเริ่มเรื้องเมื่อคืนแล้ว มันถูกกั้นไว้ด้วยแสงเลเซอร์สีฟ้าไขว้สลับไปมา แสดงให้เห็นว่าเป็นเขตเกิดอาชญากรรม “เขาถกเถียงกันว่าจะไว้ใจฉันได้รึเปล่า ในเมื่อฉันไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งขององค์กรนั่น  บางคนคงถึงขั้นอยากให้มาร์คัสเก็บฉันด้วยซ้ำ เขาไม่ได้พูดออกมาหรอก แต่ฉันมองตาก็รู้แล้ว แต่มาร์คัสก็ไม่ทำ เขาแค่บอกว่าเขาจะเอาตัวฉันออกไปทันทีที่ด้านนอกสงบลง และไวเปอร์ยังช่วยพูดขึ้นมาอีกด้วย ว่าฉันตั้งใจอยู่แล้วว่าจะเข้ากลุ่ม”

“ไวเปอร์เกลี้ยกล่อมนาย...” ผมเม้มริมฝีปาก รู้สึกเจ็บใจที่ไวเปอร์มีอิทธิพลกับเควินขนาดนี้

“ไม่...ไม่เกี่ยวกับไวเปอร์” เควินส่ายหน้า “มันเป็นเรื่องของฉันเองต่างหากล่ะเกล”

               “นายดูนั่น” เควินชี้ไปที่เส้นขอบเรืองแสงรูปร่างคล้ายคนหลายคนนอนบนพื้น ที่อยู่หลังเส้นกั้นเขตเกิดการฆาตกรรม นิ้วเขาสั่นเล็กน้อย “สามคนที่เป็นมนุษย์กลายพันธุ์นอนตายอยู่ตรงนั้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงมานี้ ฉันเห็นมันกับตา ออคโทปุสล้อมพวกนั้นไว้ด้วยม่านกระแสไฟฟ้า ในขณะที่พวกหน่วยลาดตระเวนแจ้งขออนุมัติยกเลิกไลน์โค้ด”

               เสียงของเควินสั่นพร่า ขณะที่ผมหนาววูบไปถึงปลายเท้า “ฉันเห็นจริงๆเกล พวกเขาไม่สนใจจะปิดบังด้วยซ้ำ ฉันเห็นเส้นหนึ่งของไลน์โค้ดตรงขมับของพวกนั้นกลายเป็นสีแดง เห็นกระทั่งตอนที่เศษสมองกระเด็นออกจากกะโหลก พวกนั้นเป็นคนร้าย...ฉันรู้ แต่มันง่ายดายเกินไปสำหรับการตัดสินจบชีวิตของใครสักคน ไม่ว่าจะดีหรือเลว หน่วยลาดตระเวนรอคำตอบอนุมัติกลับมาแค่ 5 วินาทีเพื่อทำเรื่องนั้น ...5 วินาทีเท่านั้นเกล สำหรับการตัดสินให้มนุษย์กลายพันธุ์สักคนต้องตาย ชีวิตคนอย่างเราไม่มีความหมายสำหรับพวกเขาเลย พวกมนุษย์ธรรมดา... พวกเขาจะไม่มีทางหยุด จนกว่าจะเห็นพวกเราทุกคนไปยืนอยู่ตรงขอบเหว แล้วก็ยิงเราให้ตกลงไป”

               เควินสูดลมหายใจ “เพราะฉะนั้น มันคือการตัดสินใจของฉัน ฉันจะไม่หนีอีกต่อไปแล้ว และไม่ว่านายจะมากับฉันหรือไม่  ฉันก็จะเข้าองค์กรหมายเลข 6

               ผมมองเควิน มองใบหน้าที่ซูบตอบลงเล็กน้อยและแววตาที่มุ่งมั่นไร้ความลังเลของเขา ผมไม่สงสัยในสิ่งที่เควินเล่าเลย มันชัดเจนพอๆกับคำพูดที่ผมได้ยินจากเบลค

 

          ชีวิตพวกมันไม่มีราคาอยู่แล้ว...

            พวกสายพันธุ์วิปริตผิดธรรมชาติ... 

 และไม่ว่ายังไง...เราก็ต้องรอด

 

               ผมจ้องตาเขา และได้ยินเสียงตัวเองพูดผ่านสายลมหวีดหวิวและอากาศที่เย็นจัดจนหน้าชา

               “นายพูดถูก...เควิน เราไม่ควรหนีแล้ว”

         

           ผมไม่ได้คิดมาก่อนเลย ว่าหลังจากที่ผมพูดประโยคนั้นจบ เรื่องต่างๆมันจะประดังเข้ามาในทันทีทันใด และผูกมัดตัวผมเข้ากับสิ่งที่เพิ่งจะพูดออกไป

                      

 

.................................................................................................................................



 

ปลาทองสู้ๆ!

 

มาคุยถึงชื่อเรื่องกันหน่อยละกันนะคะ เห็นบางคนสงสัยว่าทำไมต้องชื่อ 69

คือตอนที่ผู้แต่งแต่งเรื่อง Twins แล้วนักวาดส่งภาพร่างหน้าปกมาให้ดู แล้วมันต้องมีสัญลักษณ์เลข 6 สามตัวหันหัวเข้าหากันอยู่ตรงต้นคอของแฝดคนน้อง แว่บแรกที่เห็น ผู้แต่งคิดเลย ...นั่นมันเลข ...ฮา  ก็ถ้าเราเอียงเลข 6 หรือเลข 9 จากแกนเดิมสักหน่อย เราก็จะสับสนทันทีว่ามันเลขไหนกันแน่ระหว่าง 6 กับ 9 ซึ่งนั่นก็เป็นจุดที่ผู้แต่งรู้สึกขึ้นมาตอนนั้นเลยว่าที่จริงมันก็คือเลขเดียวกัน แต่ค่าของมันต่างก็เพราะมุมที่ใช้มอง

มันก็เหมือนกับมนุษย์ธรรมดากับมนุษย์กลายพันธุ์ในเรื่องนี้ล่ะค่ะ ที่แบ่งแยกเป็นฉันเป็นเธอ เพราะมองกันคนละมุม ด้วยความรู้สึกที่เอียง ทั้งๆที่ทั้งสองฝ่ายสืบเชื้อสายมาจากรากเหง้าเดียวกัน คือหลงลืมไปแล้วว่าทุกคนก็มีชีวิตจิตใจเหมือนกัน

ส่วนเรื่องว่าทำไมต้องเป็นมนุษย์กลายพันธุ์  ...คือ ผู้แต่งเป็นแฟน X-Men และหนังซุปเปอร์ฮีโร่ของ Marvel กับ DC ค่ะ >_<  ...ฮ่า

ชอบแนวความคิดเค้าด้วยแหละ ที่เปรียบเทียบมนุษย์กลายพันธุ์เป็นเหมือนพวกรักร่วมเพศ ที่ยังถูกมองในแง่ร้ายและกีดกันอย่างมากในหลายประเทศ และการแสดงออกมาในรูปแบบที่เป็นหนังให้ความบันเทิง สำหรับผู้แต่งมองว่ามันคือการต่อสู้เรียกร้องในรูปแบบหนึ่ง ที่ละมุนละม่อมและโอเคมากๆ

สุขสันต์วันหยุดยาวค่ะ  ...เย้




 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 66 ครั้ง

37 ความคิดเห็น

  1. #1711 Janechoxx (@janerii) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 02:29
    น้องเกลลูกกกกกกก ชอบย
    #1711
    0
  2. #1680 sehun-hunhan (@hunhan-sehun) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 17:05
    รูปคือละมุนมาก แต่ที่จริงแล้ว อิตาแพทมันบ้าาาาาาา
    #1680
    0
  3. #1659 C Griffin (@mungmingii) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:11
    ชอบบบบ
    #1659
    0
  4. วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:51
    น่าใช้ครีบตบซักฉาด
    #1656
    0
  5. #1564 Boatbateau (@boatnp) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 / 00:53
    เราชอบแนวคิดในการตั้งชื่อเรื่องกับเนื้อเรื่องนะคะ เพราะตอนอ่านเราก็ลองนึกดูเหมือนกัน ว่าในทางกลับกัน ถ้ามนุษย์กลายพันธุ์เป็นใหญ่บ้างแล้วมองมนุษย์ธรรมดาเป็นพวกต่ำต้อย เพราะไม่มีพลังอะไรเลย พึ่งแต่เทคโนโลยี ในขณะที่พวกกลายพันธุ์มีพลังของสิ่งมีชีวิตอื่นในตัวด้วย
    #1564
    0
  6. #1490 f_onp97 (@bonjour0301) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 01:04
    แพทริคกำลังสับสนในตัวเองไง 555555
    #1490
    0
  7. #1442 KrisYeol xx (@vipexotic) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 17:57
    เขาหวานแบบห่าม ๆ กันดีเนอะแพทริคเกล
    ไม่อยากให้เข้าองค์กรเลยกลัวจะไปกันใหญ่ แต่โลกที่เขาอยู่ตอนนี้ไม่มีความยุติธรรมจริง ๆ นั่นแหละ แต่จากที่หน่วยลาดตระเวนพูดเขาก็ไม่ได้เลวแต่แค่ไม่ยุติธรรมเท่ากันกับมนุษย์กลายพันธ์ุ ส่วนแพทริคติดเทปติดแผลให้เพราะเป็นห่วงปกป้องใช่ไหม
    #1442
    0
  8. #1202 ALoWHa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2559 / 22:20
    กรี๊ดดดดดดด ไรเตอร์เป็นแฟนคอมมิคด้วย



    นิยายสนุกขึ้นเรื่อยๆเลยค่ะ

    แต่

    ถ้าน้องปลาทองเข้าองค์กร

    มันต้องเป็นโศกนาฏกรรมแน่

    ทหารกับกบฎ

    เสียใจจจจจย
    #1202
    0
  9. #1162 ใกล้ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 21:54
    แพท โดนเกลเอาคืนเลย 5555 คุณลาดตระเวนแมน 5555 ฮาตรง โซฟาแพงกว่าเตียง เป็นเพราะหล่อนให้พามาใช่ป้ะ (5555555. )
    #1162
    0
  10. #1098 Sweet Time (@ging3) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 06:33
    โอเคชั้นว่าพวกนายเหมาะสมกัน 5555 ว่าแต่เกลจะเข้าจริงๆเหรอ อยู่คนละด้านเลยนะนั่นน่ะ
    #1098
    0
  11. #1087 Dearest ❤ Deer (@pretty-angel) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 22:56
    ตลกเกลกับแพทอ่ะ เกลนี่ไม่ยอมจริงๆ 55555
    #1087
    0
  12. #922 Azlyss (@Azlyss) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 04:00
    เกลน่อยที่น่ารักกกกก ผ่านอะไรมามากเพียงเพราะเป็นมนุษย์กลายพันธ์ เฮ้ออออ นี่แอบชิงชังแพทริคแบบสุดๆ อยากด่า-เลวมาก 5555555555555555555
    #922
    0
  13. #708 UnsTopaBle (@unstopable) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 / 17:36
    ปลาทองน้อยของปี้~~~~
    #708
    0
  14. #323 OoMoKonAoO (@mind_hana) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2558 / 12:45
    อยากให้หนูเกลสะบัดครีบโบกหัวนังแพทริคให้หัวทิ่มจริงๆค่ะ

    คนอะไรกวนประสาทจริงๆ
    #323
    0
  15. #319 xX Nee Xx (@nadar) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2558 / 21:12
    ขำอิแพททริกระแวงปลาทองน้อยอย่าหนูเกล55555 ส่วนเรื่ององค์กรไม่อยากให้เข้าเลยอ่ากลัวหนูเกลเป็นอันตราย
    #319
    0
  16. #318 super__p (@sunonwater) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2558 / 17:47
    มันส์มาก ยิ่งคู่น้องปลายิ่งชอบอ่ะ
    ตาแพทมันชอบน้องแล้วแน่ๆแต่ยังสับสน
    #318
    0
  17. #316 RINKUWAc .™ (@hasuki) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2558 / 21:54

    อิตาแพทริคนรกแตกกกกกกกก กวนประสาทกว่านี้คือไม่มีอีกแล้ว

    ปล. ดู avengers 2 ยังคะ สนุกมาก <3 5555555

    #316
    0
  18. #315 Phery fair (@sleep-nemesis) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2558 / 00:56
    ชอบบบบบ ติดตามค่า เนื้อเรื่องสนุกมากๆ แปลกแหวกแนวดี ชอบนิโคลัสจังง
    #315
    0
  19. #314 rinnarinrin (@rinnarinrin) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2558 / 23:13
    รอครึ่งหลังอย่างใจจดใจจ่อค่ะ
    เตรียมรอของแซ่บ ><
    #314
    0
  20. #313 PPZ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2558 / 23:05
    ควา ยป่าดึกดำบรรพ์5555555555555 /ขำแรงมาก เป็นคำที่เหมาะกับแพทริคดีค่ะ

    ซึนก็บอกมาค่าาาาาา เป็นพวกปาก(บวกกับการกระทำ)ร้ายแต่ใจดีหรือเปล่านา

    ฮึ่มมมมมมม อีกนิดเดียวเท่านั้น!!! จะจู--- /แค่กๆ กันอยู่แล้ว

    แพทริคเดี๋ยวเจอๆ เจอครีบปลาฟาดแน่นอน55555



    รู้สึกการเป็นมนุษย์นี่ ยังไงๆอยู่นะคะ ดูแบบอะไรๆก็ถูกไปหมด เกิดเรื่องก็โทษแต่ลูกครึ่ง เราขอลาออกจากการเป็นมนุษย์ค่ะ/ไม่ใช่ละ55555

    เกลก็จะเข้าองค์กรด้วยสินะ เย้ๆ (ง่อวววว ฟินรูปสุดๆ)



    *รอตอนต่อไปนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่าาา สู้ๆ

    **หุหุ-.,- (อัลไล)

    ***สุขสันต์วันแรงงานเช่นกันค่า
    #313
    0
  21. #312 クマ様 (@mookza1998) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2558 / 17:35
    นอครึ่งหลังค่าหวังว่าจะเเซ่บซะใจคนอ่านน่ะค่า
    #312
    0
  22. #311 KIRIN (@daze) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2558 / 14:25
    เข้ามาสร้างบ้านรอนิดดีกว่าาาา 555
    #311
    0
  23. #308 P_2one (@P_2one) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2558 / 11:39
    โอยยยยยยยยยยย ขำมากพี่ฝน เอาครีบตบ!!?? คืออาร้ายยยยย 
    แล้วคิดว่าอิตาแพททริคมันจะเจ็บไหม หน้าหนาซะขนาดนั้น 5555555
    ขำมากค่ะตอนนี้ ชอบมากเลย รอติดตามพาร์ทนิคอยุนะคะ ^^
    #308
    0
  24. #307 _มังกี้คุง (@poompromchot) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2558 / 11:09
    ตอนแรกงง555 อ่านซ้ำหลายรอบกว่าจะรู้ความหมายของ69 และเราก็เป็นคนนึงที่ชอบx-men กับ มาร์เวลเหมือนกัน ปล.1 ชอบคนที่ไม่มีตาอ่ะ น่ารักดี 55555 ปล.2 มันอยู่ในมาร์เวลนะ
    #307
    0
  25. #306 VpupinaV (@meeepanda) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2558 / 09:47
    เกลน้อยน่าร๊ากกกกกก เกลจะเข้าองค์กรนั่นแล้วสินะ ฮิๆ ตื่นเต้นจัง รอเกลค่าาา~
    #306
    0