69 (yaoi)

  • 99% Rating

  • 10 Vote(s)

  • 102,149 Views

  • 1,720 Comments

  • 3,475 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    341

    Overall
    102,149

ตอนที่ 6 : เปิดโปงผมสิ ( + เฉลยเกมทายสายพันธุ์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6541
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    15 เม.ย. 58


นิโคลัสก้าวยาวๆจากห้องนอนออกมายังโถงห้องนั่งเล่น  ดวงตาสีเทาจางกวาดมองไปโดยรอบอย่างช้าๆ ชายหนุ่มแตะปืนพกในซองหนังที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อคลุมยาวสีเทา ฝ่ามือเขายังเจ็บแปลบอยู่บ้างจากบาดแผลกลางอุ้งมือ ที่ยังมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย แต่นั่นไม่ได้เป็นปัญหาอะไรสำหรับเขา ตราบใดที่มันยังมิดชิดอยู่ในถุงมือ

               ชายหนุ่มก้าวไปทางประตู ภายในห้องชุดกว้างขวางของเขาไม่มีอะไรผิดปกติ  2-3 วันมานี้นิโคลัสหลับไม่สนิทแม้แต่คืนเดียว เขาเข้านอนโดยมีปืนใต้หมอนและมีดพกตรงต้นขา เขาตื่นขึ้นมากลางดึกหลายครั้ง เมื่อได้ยินเสียงผิดปกติแม้เพียงเล็กน้อย ซึ่งที่จริงก็เป็นแค่เสียงลม หรือเสียงเบาๆของการเปลี่ยนระดับอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศ

               มัน ต้องมาอีก...

               ดวงตาของนิโคลัสเป็นประกายกร้าว  เลือดในตัวเหมือนกำลังจะเดือด ไอ้สารเลวครึ่งพันธุ์นั่นมันบุกเข้ามาถึงในห้องเขา เขาไม่รู้ว่ามันเข้ามาได้ยังไง และนั่นทำให้นิโคลัสเข้าใกล้คำว่าคลั่งเข้าไปทุกที

ตึกหลังนี้ตั้งแต่ชั้น 10 เป็นต้นไปเป็นเขตที่พักของทหาร ไม่มีทางที่มนุษย์กลายพันธุ์คนไหนจะข้ามผ่านประตูทางเข้ามาข้างในได้ มันมีระบบตรวจจับที่มีความแม่นยำสูงมาก ไม่ใช่แค่ไลน์โค้ดตรงขมับ แต่ลึกถึงระดับเซลล์ผิวหนัง มนุษย์กลายพันธุ์ที่อาจหาญก้าวผ่านประตูนั่นเข้ามา จะกระจุยเป็นเศษเนื้อภายในไม่ถึง 5 วินาที

แต่มันก็ผ่านเข้ามาได้...

นิโคลัสขบกรามจนเป็นสันนูน เขาไม่รู้ว่ามันใช้ทริคแบบไหนหลอกล่อเครื่องตรวจจับ เรื่องนี้มันสั่นคลอนไปถึงความเชื่อถือ ก็ถ้าตึกรูปไข่ยังรับรองความปลอดภัยไม่ได้ แล้วจะหวังจากที่ไหนได้อีก? นิโคลัสยังไม่บอกใครถึงเรื่องนี้ การสืบแบบเงียบๆและมีคนรู้น้อยที่สุด ย่อมไม่เป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น มันเป็นเรื่องส่วนรวมก็จริง แต่เกินกว่าครึ่งของเรื่องนี้ นิโคลัสรู้อยู่แก่ใจ ว่าเขาถือมันเป็นเรื่องส่วนตัว เขาอยากหาตัวมันให้เจอ ...อยากฆ่ามัน  อยากใช้มีดกรีดทะลวงเข้าไปในร่างมัน  และอยากมองตามันในวินาทีที่ลมหายใจสุดท้ายของมันหลุดลอย

นิโคลัสตรวจสอบย้อนหลังไปถึง 4 อาทิตย์ ถึงการผ่านเข้า-ออกในอาคารหลังนี้ เขาเช็คประวัติทุกคนที่เข้ามาพักที่นี่ ซึ่งไม่ได้มีอยู่มากเลย จะมีสักกี่คนในประเทศที่มีปัญญาจ่ายเงินเข้ามาพักในตึกหลังเดียวกับทหาร และมันยิ่งทำให้นิโคลัสเดือดดาล  ประวัติทุกคนขาวสะอาดไปถึงโคตรเหง้า  ไม่มีสักคนอยู่แล้ว ที่จะยอมให้ตระกูลตัวเองต้องแปดเปื้อนปะปนด้วยสายเลือดมนุษย์กลายพันธุ์ มันเป็นระบบศักดินาของโลกใหม่หลังสงคราม      

นิโคลัสก้าวออกมาสู่โถงลิฟต์ เขาชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่บึกบึนของพลโทซิมเมอร์แมนน์ ซึ่งพักอยู่ที่ชั้นเดียวกับเขา ฝ่ายนั้นดูเหมือนเพิ่งจะเดินออกจากห้องมาที่โถงลิฟต์เหมือนกัน

               “อรุณสวัสดิ์ นิโคลัส” ซิมเมอร์แมนน์ทัก

               นิโคลัสทักตอบ ประตูลิฟต์เปิดออก ทั้งคู่ก้าวเข้าไปข้างใน มันเป็นลิฟต์ตัวเดียวที่จะเปิดออกที่ชั้นนี้  ซึ่งนายทหารทั้ง 4 คนที่พักอยู่ในชั้นเดียวกันต้องใช้ลิฟต์โดยสารตัวเดียวกัน  นิโคลัสเหลือบมองมือของลูก้า ซิมเมอร์แมนน์ ที่หนาใหญ่และมีขนตามข้อนิ้ว หมอนี่ไม่ค่อยชอบสวมถุงมือ นอกจากเวลาทำงานในอาคารลิเบอร์ตี้ นิโคลัสเบนสายตากลับมาอย่างรวดเร็วเมื่อประตูลิฟต์ปิดลง

               เขาไม่ได้ตัดชื่อพลโทซิมเมอร์แมนน์ออกจากรายชื่อผู้ต้องสงสัย มันอาจฟังดูแปลกๆที่สงสัยเพื่อนร่วมงาน แต่อย่าลืมว่าไอ้มนุษย์กลายพันธุ์นั่นสามารถผ่านระบบตรวจจับเข้ามาได้ มันไม่ใช่เรื่องธรรมดา อาจเป็นคนในที่รู้จักระบบภายในตึกหลังนี้เป็นอย่างดีก็ได้ นิโคลัสไม่อยากพลาดอะไรไป

และอีกอย่างจากที่นิโคลัสตรวจสอบ ในคืนที่ไอ้นรกนั่นบุกเข้ามาทำร้ายเขา ลูก้าไม่ได้ออกไปไหน เขาอยู่ที่ห้องชุดของตัวเองตลอดทั้งคืน ในขณะที่นายทหารอีก 2 คนที่พักอยู่ในชั้นเดียวกัน ต่างก็ออกไปค้างคืนกับครอบครัวที่ฟากอื่นของเมือง

               “นิโคลัส หน้าคุณไปโดนอะไรมา” เสียงของซิมเมอร์แมนน์ทุ้มลึก เขาหรี่ตาที่ข้างหนึ่งมีรอยบากพาดยาวลงมาถึงแก้ม และจ้องรอยถลอกจางๆที่ใบหน้าข้างหนึ่งของนิโคลัส

               “ผมซ้อมการต่อสู้ด้วยมือเปล่าเมื่อวันก่อน”

               “คู่ต่อสู้แบบไหน ที่ล่อคุณอ่วมขนาดนี้” ซิมเมอร์แมนน์ยิ้มนุ่มนวล ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้เขาดูหล่อเหลาขึ้นมาได้สักเท่าไหร่หรอก “แตกข้างในปากด้วยสินะ”

               นิโคลัสเกือบจะเผลอยกมือขึ้นมาแตะรอยแผลตรงมุมปากของตัวเอง ...ซิมเมอร์แมนน์ช่างสังเกตและฉลาดเกินไป นิโคลัสบอกกับอีกฝ่ายอย่างใจเย็น “ผมเลือกโหมดมนุษย์กลายพันธุ์”

               “อืม... เหมาะกับหน้าที่การงานของคุณดี ส่วนผมก็หมั่นซ้อมพิมพ์เอกสารอยู่บ่อยๆ”

               ทั้งคู่อมยิ้ม มันเป็นมุกเจ็บๆที่ซิมเมอร์แมนน์ชอบยกขึ้นมากัดตัวเอง พวกเขาทั้งคู่เคยเข้าร่วมการปราบจลาจลในเขต 4 ด้วยกันเมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่งทำให้ทั้งคู่สนิทสนมกันในระดับหนึ่ง นิโคลัสชอบการต่อสู้ที่แม่นยำดุดันของซิมเมอร์แมนน์ ส่วนอีกฝ่ายก็ดูเหมือนจะชื่นชมการตัดสินใจที่เฉียบขาดลุ่มลึกของนิโคลัส

และสุดท้าย ถึงซิมเมอร์แมนน์จะมียศสูงกว่านิโคลัสและผ่านสนามรบมามากกว่า แต่เขากลับได้ตำแหน่งเป็นผู้บังคับการกองข่าวสาร ในขณะที่นิโคลัสรับหน้าที่ในหน่วยงานที่ดูจะมีความสำคัญมากกว่า อย่างกองควบคุมมนุษย์กลายพันธุ์ มันคือการตอบแทนอย่างเหมาะสม(หรือสาสม)  สำหรับนายทหารสายเลือดมนุษย์ธรรมดาอย่างซิมเมอร์แมนน์ ที่ดันมีแนวความคิดแบบบริสุทธิ์ยุติธรรมให้กับมนุษย์กลายพันธุ์ด้วย  ...สิ่งที่ถูก แต่ดันวางไว้ในที่ที่ผิด ก็กลายเป็นสิ่งที่ผิดไปได้เหมือนกัน

ดังนั้น ถ้าซิมเมอร์แมนน์จะลักลอบหาวิธีช่วยให้มนุษย์กลายพันธุ์สักคน เข้ามาในเขตหวงห้ามของมนุษย์ธรรมดาได้ ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ไม่น่าเก็บมาคิด ต่อให้เขาเชื่อในความสุจริตใจของซิมเมอร์แมนน์ก็ตาม แต่ยังไม่ถึงขั้นคิดว่าฝ่ายนั้นจะปลูกถ่ายยีนมนุษย์กลายพันธุ์เข้ามาในตัวอย่างที่พูดกันเล่นมั่วซั่วในหมู่ทหาร ด้วยความเหม็นขี้หน้าซิมเมอร์แมนน์หรอก

“ยังกับบิวตี้แอนด์เดอะบีสต์” ซิมเมอร์แมนน์พึมพำ

นิโคลัสเลิกคิ้ว ก่อนจะหันไปมองตามสายตาของซิมเมอร์แมนน์ ที่จับจ้องไปที่ผนังลิฟต์

เงาสะท้อนบนผิวโลหะเงาวับ คือชายหนุ่ม 2 คนที่ยืนอยู่ข้างกัน คนหนึ่งสูงสง่าผึ่งผาย และมีใบหน้าที่เรียบเฉยแต่ทว่าหล่อเหลา ส่วนอีกคนรูปร่างสูงใหญ่ราวกับกลอริลล่าในเครื่องแบบทหาร ใบหน้าไม่ถึงกับขี้ริ้วแต่ก็พูดไม่ได้ว่าน่ามอง และรอยแผลบากบนใบหน้าก็ไม่ได้ช่วยส่งเสริมอะไรในทางที่ดีเลย

“ลูก้า คุณไม่ได้อัปลักษณ์ขนาดนั้น”

ซิมเมอร์แมนน์ยิ้ม แววตาเขานุ่มนวลอยู่ใต้รอยแผล  “ขนาดนั้นเลยแหละ ถ้ายืนอยู่ข้างคุณ”

ประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้น 9 ซึ่งเป็นภัตตาคาร นิโคลัสก้าวออกมาคนเดียว ในขณะที่ซิมเมอร์แมนน์ลงลิฟต์ต่อลงไปชั้นล่าง

ความเครียดเขม็งเคลื่อนเข้ามาเกาะติดนิโคลัส เขาก้าวเข้าไปในห้องอาหารหรูหรากว้างขวาง ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยผู้คน เวลาอาหารเช้าแบบนี้คือช่วงเวลาที่คนในอาคารจะมารวมตัวกันมากที่สุด นิโคลัสกวาดตามองไปโดยรอบอย่างจับสังเกต ที่นี่จะมีใครที่สนับสนุนพวกกลายพันธุ์อยู่บ้างไหม หรือที่แย่ไปกว่านั้น  ‘มัน จะอยู่ที่นี่ด้วยไหม?

บรรยากาศวันนี้ก็แทบไม่ต่างจากวันอื่นๆก่อนหน้า อากาศลงเย็นมากจนไม่มีใครออกไปนั่งตรงระเบียงด้านนอก นักธุรกิจ 2-3 รายนั่งกินอาหารเช้าอย่างสบายใจที่โต๊ะอาหารของตัวเอง ซึ่งรายรอบไปด้วยโต๊ะของพวกทหาร พวกเขารู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ที่นี่ มีแต่นิโคลัสที่รู้ว่ามันไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว

คีธ สไตรเกอร์นั่งอยู่ริมหน้าต่างกระจกบานใหญ่กับนายทหารอีก 2 คนที่พูดคุยกันอย่างออกรส คีธเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเอนตัวพิงกระจกด้วยท่าทางสบายๆ เหมือนกำลังเพลิดเพลินกับการให้แสงแดดอ่อนๆอาบไล้ใบหน้า ฝ่ายนั้นส่งยิ้มให้เมื่อมองเห็นเขา

หมอนี่ชักจะทำตัวกลมกลืนมากขึ้นทุกวัน... นิโคลัสผงกศีรษะทักทายเล็กน้อย และนั่งลงที่โต๊ะตัวหนึ่ง เมนูอาหารลอยเด่นขึ้นมาในอากาศ นิโคลัสกดเลือกส่งๆไป 2-3 รายการ เขาไม่หิวเลย ร่างกายเขาตึงเครียดเหมือนอยู่ในภาวะเผชิญสงคราม

นิโคลัสเหลือบมองนักธุรกิจจากรัฐแคนซัส ที่เดินทางมาเจรจาธุรกิจในเขตนี้ ฝ่ายนั้นกำลังจ้องข้อมูลที่เป็นตัวเลขซึ่งส่งออกมาจากแถบข้อมือตัวเอง พลางพูดไปสบถไปถึงกราฟผลกำไรที่ควรจะพุ่งสูงกว่านี้ ...ไม่ใช่หรอก นิโคลัสบอกกับตัวเอง หมอนี่เป็นพวกมนุษยนิยมเต็มขั้น หัวรุนแรงด้วย ถึงขนาดเคยยิงทะลุมือพนักงานเสิร์ฟกลางงานเลี้ยงมื้อค่ำของตัวเองในวันขอบคุณพระเจ้า ด้วยเหตุผลที่ว่าเขาจะไม่กินอาหารที่เสิร์ฟโดยมนุษย์กลายพันธุ์  และโรงงานทุกแห่งของหมอนี่ไม่รับมนุษย์กลายพันธุ์เข้าทำงาน

 เขาเบนสายตาไปยังมหาเศรษฐีชาวนอร์เวย์ ที่นั่งอยู่หางออกไปตรงมุมสงบเงียบใกล้สวนด้านนอก ...นี่ก็คงไม่ใช่  คุณปู่บิลแก่หงำเหงือกเกินไปที่จะบุกเข้าไปในห้องเขาอย่างอุกอาจ  แค่เดินยังจะไม่ไหว อย่าว่าแต่จะข่มขืนเขาอย่างรุนแรงแบบนั้นเลย

นิโคลัสเม้มริมฝีปากเมื่อนึกถึงเรื่องนั้น นิ้วเขากดน้ำหนักลงบนเนื้อไม้ตรงที่วางแขนจนข้อนิ้วปูดเกร็ง ดูเผินๆเหมือนเขากำลังนั่งรออาหารพลางคิดอะไรเรื่อยเปื่อย  แต่นิโคลัสไม่ได้รู้สึกผ่อนคลายแม้แต่น้อย ประสาทสัมผัสของเขากำลังจับสังเกตทุกสิ่งรอบตัว

ที่นี่เต็มไปด้วยทหาร ที่อาจจะมีสักคนที่ลักลอบอำนวยความสะดวกให้ไอ้มนุษย์กลายพันธุ์นั่นผ่านเข้ามาได้ นิโคลัสยังไม่รู้ว่าใคร และด้วยวิธีไหน แต่ทุกวินาทีที่เขาตื่น สมองเขาไม่เคยหยุดคิดถึงเรื่องนี้ นิโคลัสตัดรายชื่อคนที่เป็นไปไม่ได้ออกไปจำนวนหนึ่ง แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังไม่มากพอ

บาดแผลจากฤทธิ์ของสารเคมี ที่ยังทิ้งรอยอยู่ตรงสีข้างของมัน จะเป็นตัวช่วยบอกเขาได้...

แต่มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น อยู่ๆจะให้นิโคลัสสั่งให้ทุกคนในที่นี้ถอดเสื้อออก เพื่อที่เขาจะตรวจดูร่องรอยการบาดเจ็บที่ยังหลงเหลือบนร่างกาย เป็นเรื่องที่เสี่ยงเกินไป เพราะถ้ามันไม่ได้อยู่ที่นี่ ก็ไม่ต่างอะไรกับการตะโกนบอกให้ไอ้สารเลวนั่นไหวตัวหนี ก่อนที่เขาจะทันรู้ว่ามันเป็นใคร นี่ยังไม่นับความวุ่นวายอย่างเอิกเกริก ในกรณีที่ข่าวแพร่ออกไปว่าตึกรูปไข่ไม่สามารถคัดกรองมนุษย์กลายพันธุ์ได้อย่างที่เคยมั่นใจกันอีกต่อไปแล้ว

ดังนั้น เขาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องควานหาตัวมันให้เจอด้วยตัวเอง แล้วเชือดมันซะ ก่อนจะรายงานไปยังทางรัฐ ว่าเป็นไปเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะลุกลามไปมากกว่านี้

ต่อให้ต้องใช้ตัวเองเป็นตัวล่อก็ตาม...

และในช่วงใกล้ค่ำของวันนั้น ขณะที่นิโคลัสยังอยู่ในห้องทำงานของตัวเอง เขาก็ได้รับสัญญาณการติดต่อที่ระบุว่าต้นทางมาจากเขต 2  นิโคลัสเงยหน้าขึ้นมองข้อมูลที่ปรากฏขึ้นมาในอากาศเหนือโต๊ะทำงาน  คิ้วที่ขมวดมุ่นคลายลงเมื่อเห็นว่านั่นคือใคร เขากดรับทันที

ภาพชายแก่อายุราว 70 ปีปรากฏขึ้นมาแทนที่ และถึงใบหน้านั้นจะเต็มไปด้วยริ้วรอยของกาลเวลา และความอ่อนโรยจากโรคภัยที่เบียดบัง แต่สีหน้าและแววตาที่เด็ดเดี่ยว ก็ทำให้ใบหน้านั้นยังคงดูน่าเกรงขาม

“สวัสดีครับ คุณพ่อ” นิโคลัสพูดขึ้นมาก่อน

พลโทโธมัสพยักหน้าให้ลูกชายเล็กน้อย และพูดขึ้น “เห็นว่าเขต 3 ของแกมีเรื่องวุ่นวาย”

นิโคลัสยิ้มออกมาบางๆ ...นี่แหละพ่อของเขา พุ่งเข้าตรงจุดเลย โดยไม่จำเป็นต้องอารัมภบทถึงลมฟ้าอากาศ “ครับ ตั้งแต่มีการเปลี่ยนเครื่องฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโรคตัวใหม่ใหม่เข้ามาแทนที่รุ่นเดิม ประชาชนบางกลุ่มยังไม่ชินกับการทำงานของมัน น่าจะใช้เวลาอีกพักใหญ่กว่าจะเข้าที่เข้าทาง”

“ไม่ ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น แต่เป็น...” อีกฝ่ายไอโขลกออกมาชุดใหญ่ ทั้งที่ยังพูดไม่จบประโยค

“คุณพ่อ...”

พลโทโธมัสโบกมือเป็นเชิงว่าอย่าใส่ใจ แผ่นอกเขาสะท้อนขึ้นลงเหมือนหายใจลำบาก “เรื่องเด็กผู้หญิงนั่น ที่ถูกส่งไปเขต 5

“คุณพ่อคงหมายถึง G-0164” นิโคลัสพูด ...เด็กนั่นดูเหมือนจะชื่อคลอเดีย แต่ในเมื่อถูกส่งไปเขต 5 ก็เหลือแค่รหัส

“แกตัดสินใจ หรือนายพลคาร์เตอร์ชักนำ”

“ผมตัดสินใจเอง หรือคุณพ่อกำลังจะบอกว่าผมตัดสินใจพลาด”

ทั้งคู่สบตากัน แม้ดวงหน้าจะมีส่วนคล้ายกันไม่มากนัก แต่สีของดวงตาและลักษณะการมองเหมือนจะทะลุทะลวงเข้าไปในอกของอีกฝ่าย  กลับโขกกันออกมาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน

แต่แล้วแววตาของพลโทโธมัสดูจะอ่อนลงเล็กน้อย แบบที่แทบจะสังเกตไม่เห็น เขาตัดบทไปพูดเรื่องอื่น “ฝากบอกนายพลคาร์เตอร์ด้วย ว่าฉันเสียดายที่ไม่ได้ไปล่าสัตว์กับเขาตามคำเชิญ ส่วนแก...จะตรากตรำก็อย่าให้เสียงาน”

“คุณพ่อเองก็รักษาสุขภาพ...”

นิโคลัสพูดไม่ทันจบประโยค ภาพของพลโทโธมัสก็ดับวูบลง ...ฟากนั้นตัดสัญญาณไปแล้ว

นิโคลัสระบายยิ้มออกมาบางๆอีกครั้ง นั่นมากสุดแล้วสำหรับการแสดงความห่วงใย คำว่าอย่าให้เสียงาน มีความนัยแฝงบอกให้เขาพักผ่อนให้เพียงพอ และการรับฟังลูกชายพูดถึงการรักษาสุขภาพ ก็แสลงหูเกินกว่าจะรับฟังให้ครบประโยค

พ่อของเขาไม่ใช่พ่อประเภทที่จะแสดงความรักความห่วงใยออกมาอย่างชัดเจนเหมือนพ่อคนอื่นๆส่วนใหญ่ ตอนยังเด็ก นิโคลัสเคยคิดอยู่บ่อยครั้งว่าพ่อไม่รักเขา จากการเลี้ยงดูอย่างเข้มงวด และไม่มีการผ่อนปรนเมื่อทำผิด เขาเคยโดนทำโทษโดยการมัดติดกับเสาแล้วเฆี่ยนกลางแจ้งทั้งๆที่ฝนกำลังตก จากความผิดที่เขาแอบหนีไปเที่ยวเล่นกับลูกคนงานโดยไม่บอกกล่าว และนั่นไม่ใช่การทำโทษแบบเดียวที่นิโคลัสเคยเจอ

นิโคลัสเคยคิดด้วยซ้ำว่าพ่อของเขาอาจจะไม่มีหัวใจ หรือถ้ามี ก็คงมีสีเหมือนเหล็กหรืออะไรสักอย่างที่ดูไร้ชีวิต

แต่ในวันหนึ่งหลังจากที่แม่เขาตายจากไปได้ 2 ปี นิโคลัสก็แอบได้ยินบางอย่าง ขณะที่พ่อของเขาไปเยี่ยมหลุมฝังศพของแม่ พ่อไม่รู้ว่าเขาเดินกลับมา และได้ยินสิ่งที่พูด

“ขอบคุณที่มอบลูกชายที่แข็งแรงและเข้มแข็งให้ฉัน...นาตาลี เขาเหมือนฉันหลายอย่าง แต่ดีกว่า และสิ่งที่ดีกว่านั่นมาจากเธอ”

เสียงของพ่อฟังดูอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ และนิโคลัสก็ไม่เคยลืมแม้สักคำที่ได้ยินในวันนั้น 

ตัวเลขบอกเวลาที่กระพริบอยู่ตรงมุมโต๊ะด้านหนึ่ง ดึงความคิดของนิโคลัสให้กลับมายังปัจจุบัน เขาเหลือบมองตัวเลขที่บ่งบอกว่าเลยเวลาเลิกงานมาแล้วเกือบชั่วโมงอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนเบนสายตากลับมายังเอกสารมากมายที่วางอยู่บนโต๊ะ มันคือชื่อคนทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับระบบการทำงานในตึกรูปไข่ และรายชื่อยาวเป็นหางว่าวของคนที่เข้าพักและผ่านเข้า-ออกในตึกหลังนั้น

นิโคลัสขีดบางชื่อทิ้งไป และวงชื่อคนที่ต้องสงสัย เขาขีดโยงความสัมพันธ์และความเป็นไปได้เข้ากับเหตุผล แต่สักพัก บางรายชื่อที่ถูกขีดทิ้งก็ถูกดึงขึ้นมาใหม่ และโยงใยเข้ากับส่วนอื่น นิโคลัสนั่งอยู่แบบนั้นจนขอบฟ้าสีส้มถูกกลืนหายไปในสีดำ เขาจ่อมจมอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง

               ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ขณะที่นิโคลัสยังคร่ำเคร่งอยู่ที่อาคารลิเบอร์ตี้  ใครบางคนปรากฏตัวขึ้นที่ชั้น 9 ของตึกรูปไข่

               เขายืนอยู่ตรงระเบียงด้านนอกของภัตตาคาร ที่เป็นทรงโค้งยื่นไปในอากาศ สายลมเย็นเยียบพัดผ่านร่างที่ยืนอยู่ตรงมุมมืดลับตาคน ชวนให้หนาวจนแสบเนื้อ กลิ่นดอกไม้ในสวนหย่อมหอมจรุงอยู่ในอากาศ ในเวลาแบบนี้ไม่มีใครบ้าพอจะออกมายืนตากลมหนาวข้างนอกนี่อย่างที่เขากำลังทำอยู่ ชายหนุ่มร่างสูงเงยหน้ามองขึ้นไปยังชั้นบน ริมฝีปากได้รูปแย้มออกนิดๆ

               ...ชั้นที่ 40

เขาก้าวเข้าไปใกล้ผนังอาคาร ที่เป็นแผงกระจกหนาสูงลิ่วขึ้นไปถึงชั้นบนสุด ชายหนุ่มขยับไหล่หนาแข็งแรง เหวี่ยงแขนพร้อมกับจังหวะดีดตัวกระโดดขึ้นไป

ฝ่ามือเขาติดหนึบกับผนังกระจกด้วยอุปกรณ์พิเศษ เขาฮัมเพลงต่ำลึกในลำคอ ก่อนจะปีนสูงขึ้นไปอีก...

 

“เฮกเตอร์ เข้านอนได้แล้วนะลูก พ่อขี้เกียจไปแก้ตัวกับแม่ของลูก เรื่องลูกนอนดึกทุกครั้งที่มาค้างกับพ่อ”

“ครับ” หนูน้อยวัย 7 ขวบตอบรับ โดยที่มือยังไม่หยุดระบายสีบนแผ่นกระดาษ พ่อของเขาเป็นนายทหารที่พักอาศัยอยู่ในตึกรูปไข่ และหย่ากับแม่ของเขามาหลายปีแล้ว และหนูน้อยเฮกเตอร์คือรายชื่อเดียวของทหารหนุ่มรายนี้ที่ได้รับอนุญาติให้ผ่านเข้ามาในนี้กับเขาได้

เด็กน้อยเงยหน้าขึ้น เขาชั่งใจว่าจะระบายสีอะไรลงไปในแผ่นกระดาษนั่นอีกดี แต่แล้วดวงตาของหนูน้อยก็เบิกกว้างขึ้น

ตรงผนังกระจกบานใหญ่ที่สามารถมองออกไปเห็นวิวที่เต็มไปด้วยตึกสูงและแสงไฟในเขตเมือง ปรากฏร่างชายหนุ่มคนหนึ่งอยู่ทางด้านนอก และดูเหมือนว่าฝ่ายนั้นกำลังปีนตึกหลังนี้

ชายหนุ่มคนนั้นดูเหมือนจะมองเห็นเขาแล้วด้วยเหมือนกัน เด็กน้อยอ้าปากค้าง เมื่อฝ่ายนั้นขยิบตาให้ ก่อนที่มือและช่วงแขนจะค่อยๆเลือนหายไปเหมือนโดนลบออก มันลามขึ้นมาสู่หัวไหล่และไปยังส่วนที่เหลือของร่างกาย ชั่วพริบตา ร่างนั้นก็หายวับไปกับตา

“พ่อครับ” เด็กน้อยชี้มือไปทางผนังกระจกอย่างตื่นเต้น “เมื่อกี้ผมเห็นผู้ชายคนนึงอยู่ข้างนอกนั่น เขา...เหมือนจะคาบดอกไม้ไว้ตรงปากด้วย แต่แว๊บเดียวเขาก็หายตัวไปเลยครับ”

นายทหารหนุ่มถอนหายใจ และมองลูกชายอย่างเอ็นดู “เฮกเตอร์ นี่มันชั้นที่ 30 ไม่มีใครเดินเล่นอยู่นอกหน้าต่างนั่นได้หรอก พ่อว่าลูกดูหนังซุปเปอร์ฮีโร่มากไป ควรจะเพลาๆลงบ้าง ลูกชอบสไปเดอร์แมนสินะ”

“ไม่” หนูน้อยส่ายหน้า คิ้วขมวดชิดกันอยู่เหนือจมูกเชิดรั้น “นั่นมันโบราณแล้ว ผมชอบไรโนแมนต่างหาก แล้วเมื่อกี้น่ะ ผมเห็นผู้ชายคนนั้นจริงๆ”

“ไรโนแมนปีนตึก คาบดอกไม้ด้วยเหรอ” ผู้เป็นพ่อล้อเลียน

เด็กน้อยหน้าบึ้ง เขาฟึดฟัดและก้มหน้าลงระบายสีต่ออย่างไม่สบอารมณ์

 

นิโคลัสกลับมาถึงที่พักในเวลาก่อนเที่ยงคืน เขาเปิดประตูห้องพัก และเดินผ่านโถงกว้างกับห้องรับแขก เข้าไปยังส่วนห้องนอนที่อยู่ด้านใน นิโคลัสถอดเสื้อคลุมตัวนอกออก และคิดว่าจะแช่น้ำอุ่นสักพักแล้วค่อยเข้านอน เขาล้าจนไม่อยากเดินไปห้องหนังสือเพื่อหยิบอะไรสักเล่มมาอ่านก่อนนอน  อย่างที่มักจะทำเป็นประจำ

แล้วนิโคลัสก็เห็นอะไรบางอย่างวางอยู่บนหมอน มันเป็นสีม่วงครามโดดเด่นตัดกับสีขาวสะอาดของปลอกหมอนและเตียงกว้างใหญ่

ชายหนุ่มก้าวเข้าไป มันคือดอก forget me not ที่มีกลีบดอกเล็กๆเกาะรวมกันเป็นช่อ เขาขมวดคิ้วขณะยื่นมือไปหยิบมันขึ้นมาดู ก่อนที่จะเห็นว่ามันวางทับอยู่บนผ้าที่ถูกพับไว้เป็นชิ้นเล็ก

นิโคลัสหยิบมันขึ้นมา ผืนผ้าคลี่ออกจนเห็นว่ามันเป็นชิ้นผ้าที่ถูกฉีกเป็นแล่งยาว มันมีพื้นสีขาวและเปรอะเลอะด้วยรอยคราบเป็นด่างดวงจางบ้างเข้มบ้าง และเจือด้วยสีแดงเข้มคล้ำจนเกือบน้ำตาล

มันคือเศษจากผ้าปูที่นอนของเขาในคืนนั้น...!

นิโคลัสตัวสั่นเทิ้ม เขาดึงปืนออกจากซองและพุ่งออกจากห้องนอน ไปค้นหาตามห้องอื่นๆทุกห้องอย่างบ้าคลั่ง

              หลายนาทีต่อมานิโคลัสก็กลับมายืนอยู่ตรงที่เดิม ในมือยังถือปีนไว้แน่น ขณะที่รับรู้ว่าตอนนี้ที่นี่มีเขาอยู่เพียงลำพัง ถ้าไอ้ชั่วนั่นมันเข้ามาในห้องเขา มันก็จากไปนานแล้ว...

นิโคลัสยืนอยู่ข้างหน้าต่างกระจกบานใหญ่ เขาหอบหายใจแรงขณะที่ขบกรามแน่น ดวงตาเบิ่งมองออกไปยังตัวเมืองกว้างใหญ่ ราวกับจะค้นหาใครสักคนให้เจอ

 

ห่างจากตึกรูปไข่ออกมาหลายช่วงตึก ในสวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่ตรงราวกั้นข้างบึงน้ำใสเย็น ที่ตอนนี้ผิวน้ำดูเป็นสีดำสะท้อนกับแสงจันทร์ เสียงลมกรรโชกแรง ตามมาด้วยเสียงเอี้ยดอ้าดเบาๆของเครื่องเล่นบางชิ้นในสนามเด็กเล่น ที่ขยับเคลื่อนเพราะแรงลม

เขานั่งอยู่เงียบๆ และทอดมองขึ้นไปยังตึกรูปไข่ที่โดดเด่นอยู่ท่ามกลางตึกอื่นๆ ชายหนุ่มจรดผืนผ้าเปรอะเลอะแบบเดียวกับที่วางไว้กับดอก forget me not ในห้องของนิโคลัสขึ้นมาใกล้ริมฝีปาก และสูดลมหายใจคล้ายกับจะซึมซับเอากลิ่นหรือความทรงจำที่ติดอยู่บนผ้าผืนนั้น

 “...นิคของผม”  เขาพึมพำขึ้นมาในความมืดสลัว

 

ถึงแม้นิโคลัสจะใช้เวลาหลังจากนั้นและในวันต่อๆมา ทุ่มเทให้กับการควานหาตัวมนุษย์กลายพันธุ์ที่บุกรุกเข้ามาในห้องเขาถึง 2 ครั้ง แต่สุดท้ายก็แทบจะคว้าได้แต่ลม และในวันหยุดปลายสัปดาห์นั้น นิโคลัสก็ต้องไปร่วมงานสังสรรค์ระหว่างหมู่นายทหารระดับสูง ที่บ้านชานเมืองของนายพลคาร์เตอร์ ทั้งๆที่ในหัวของเขายังวนเวียนยึดติดอยู่กับการหาตัวไอ้มนุษย์ครึ่งพันธุ์นั่น

...มันหยามเขา

ไอ้สารเลวนั่นมันจงใจทิ้งของแบบนั้นไว้บนหมอนของเขา  ท้าทายอย่างเปิดเผยให้เขาหามันให้พบ นิโคลัสไม่เคยรู้สึกถูกหยามหมิ่นขนาดนี้มาก่อน และเขาเริ่มฉุกคิดขึ้นมาแล้ว ว่านี่เป็นเรื่องความสัมพันธ์อันเลวร้ายระหว่างกลุ่มคน 2 ฝ่าย หรือแค่เรื่องส่วนตัวระหว่างเขากับมัน

ผู้การโฮเวิร์ด เลือกม้าได้แล้วรึยังพลตรีบอนด์วิลล์ร้องถาม ขณะที่เดินตัดสนามหญ้ามายังคอกม้าของนายพลคาร์เตอร์ ฝ่ายนั้นอยู่ในชุดขี่ม้าคล้ายกับนิโคลัส คือเป็นกางเกงขี่ม้าสีขาวกับบู้ตสูงถึงใต้เข่าและเสื้อคอปกแขนยาวสีดำ แต่น่าแปลกที่คนหนึ่งดูคล้ายตุ๊กตาทหารอังกฤษที่ยัดนุ่นมากเกินไปหน่อย ในขณะที่อีกคนดูเหมือนอัศวินหนุ่มหรือท่านลอร์ดของตระกูลใหญ่สักตระกูล

 “เฮร่านิโคลัสตอบ เขาใช้มือลูบลงมาตามแผงคอของนางม้าสายพันธุ์อารเบียน ที่มีขนสั้นสีเข้มเป็นเงามันและมีโครงร่างแข็งแกร่งปราดเปรียว แล้วคุณล่ะ?”

 “ก็ต้องเทพสักองค์นั่นแหละพลตรีบอนด์วิลล์พูดติดตลก เขาดูอารมณ์ดีมาก ถึงแม้หน้าจะแดงและเหงื่อซึมจนหน้าผากที่เถิกล้านเป็นมันเงาจากการเดินจ้ำมาหลายนาที

นิโคลัสพยักหน้าให้เล็กน้อย ม้าส่วนใหญ่ในคอกม้าของนายพลคาร์เตอร์ จะถูกตั้งชื่อตามชื่อของเทพเจ้ากรีก อย่างเช่น ซุส เฮร่า โพไซดอน อะไรเทือกนั้น นิโคลัสเลือกเฮร่า เขาเคยขี่ม้าตัวนี้เมื่อมาร่วมงานสังสรรค์ครั้งก่อน และเขาค่อนข้างชอบมัน

นิโคลัสโบกมือให้นายทหารอีกคนที่ส่งเสียงทักเขา ก่อนจะเดินออกจากบริเวณคอกม้า ตัดสนามหญ้าไปยังตัวบ้านของนายพลคาร์เตอร์ ที่ปลูกสร้างอย่างใหญ่โตสมศักดิ์ศรีนายทหารยศระดับนี้  ไม่ใช่แค่ตัวบ้านที่โอ่อ่าหรูหรา แต่รวมถึงเนื้อที่ดินกว้างขวางซึ่งกินเข้าไปในพื้นที่ป่าส่วนหนึ่งด้วย มันเป็นอภิสิทธิ์ของคนรวยในทุกยุคสมัย ต่อให้เป็นยุคที่มนุษย์เหลือผืนดินที่ยังพออาศัยอยู่ได้แค่ไม่กี่แห่งแบบนี้

ชายหนุ่มย่ำรองเท้าบู้ตไปบนต้นหญ้าแห้งๆ  เสียงสุนัขเห่าแว่วมาไกลๆ มันเป็นสุนัขที่ถูกฝึกมาให้ช่วยในการล่าสัตว์โดยเฉพาะ ไม่นานนักนิโคลัสก็ไปถึงลานกว้างทางฟากหนึ่งของตัวบ้าน ที่ถูกจัดเตรียมไว้เป็นส่วนจัดเลี้ยงช่วงบ่าย ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยทหารที่กำลังพูดคุยอยู่กับเพื่อนนายทหารด้วยกัน และหนุ่มๆสาวๆที่เป็นลูกหลานของนายทหารระดับสูง

นิโคลัสคุ้นเคยกับงานสังสรรค์แบบนี้ดี ส่วนหนึ่งเป็นไปเพื่อกระชับความสัมพันธ์จริงๆ แต่อีกส่วนคือเพื่อดูท่าทีว่าใครจะอยู่ฝ่ายใคร ในอนาคตอีกไม่นานนายพลคาร์เตอร์ต้องลงสมัครเลือกตั้งในตำแหน่งผู้บัญชาการสูงสุดของรัฐ เขาย่อมต้องการพรรคพวกและฐานคะแนนเสียงที่มีคุณภาพ

นิโคลัสมองข้ามโต๊ะไปยังสาวๆกลุ่มหนึ่ง ที่กำลังห้อมล้อมผู้ชายตัวสูงในชุดขี่ม้า ดูเหมือนพวกเธอเหล่านั้นกำลังกำลังพยายามเค้นเอาเสน่ห์ทุกอย่างที่มีในตัวออกมา เพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขา

คีธ สไตรเกอร์ ดูโดดเด่นเป็นพิเศษในชุดกางเกงขี่ม้า ที่ขับเน้นช่วงขายาวๆที่กำยำสมส่วนให้ยิ่งดูน่ามอง หมอนี่ยังกับเจ้าชาย เป็นเจ้าชายผมดำนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มโศก ที่ทั้งดึงดูดใจและอันตราย ในขณะนายทหารคนอื่นๆต่อให้ดูดีขนาดไหนก็ยังคงดูเหมือนทหาร จากบุคลิกที่เป็นลักษณะเฉพาะตัว แต่คีธน่ะคนละเรื่องเลย และนิโคลัสกำลังสงสัย ว่าจะมีผู้หญิงบางคนคลุ้มคลั่งขึ้นมาจริงๆเพราะเสน่ห์รุนแรงแบบนั้นบ้างรึเปล่า

นิโคลัสเอี้ยวตัวก้าวไปอีกทาง ไปยังโต๊ะซึ่งเป็นที่นั่งของเขา สาวๆบางคนในกลุ่มนั้นเคยแสดงท่าทีว่าสนใจเขาอย่างออกหน้าออกตามาก่อน  ซึ่งเขาต้องคอยระมัดระวังไม่ให้ความหวังกับสาวคนไหนเป็นพิเศษ นิโคลัสเป็นนายทหารหนุ่มโสดเนื้อหอม ชาติตระกูลไม่มีที่ติ ไม่แปลกอยู่แล้วที่บรรดาแม่ๆจะพยายามผลักดันลูกสาวให้เข้าใกล้เขา

 แต่ตอนนี้นิโคลัสค่อนข้างปลอดโปร่งใจที่คีธช่วยรับภาระนั้นไปแทน เพราะสำหรับเขาแล้ว งานเลี้ยงสังสรรค์และล่าสัตว์ มีดีตรงล่าสัตว์ การยิงเข้าไปในเนื้อหนังของสัตว์บางตัวเพื่อปลิดชีวิตมัน ให้ความรู้สึกที่ดีกว่าการโดนหน้าอกอิ่มๆมาเบียดที่แขนหลายเท่า

ผู้การโฮเวิร์ด เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยทักทายขึ้นทางด้านหลัง ทำให้นิโคลัสต้องหันกลับ

คุณสไตรเกอร์นิโคลัสทักตอบ

คีธพูดขอตัวกับบรรดาสาวๆและเดินมาหาเขา นิโคลัสแทบจะได้ยินเสียงถอนหายใจอย่างเสียดายของพวกเธอ

ผมนึกว่าคุณจะไม่มาซะแล้วฝ่ายนั้นพูดขึ้น

ผมติดธุระนิดหน่อย ก็เลยมาช้านิโคลัสตอบ เขาไม่ขยายความหรอก ว่าเป็นเพราะคร่ำเคร่งอยู่กับการเทียบข้อมูลจากระบบสแกนม่านตาของตึกรูปไข่  คุณเลือกม้ารึยัง

พันธุ์ฟรีเชียน

อืมนิโคลัสพยักหน้า ม้าสายพันธุ์นี้เป็นม้าศึกจากยุโรป แผงคอหนาหางยาวแตะพื้น และมีขนสีดำสนิทเป็นเงา คุณต้องชอบสไตล์การล่าสัตว์ของที่นี่แน่ เราไม่เชิงว่าแข่งขันกันที่ปริมาณ แต่ดูว่าใครใช้กระสุนน้อยที่สุดและเวลาน้อยที่สุดในการหยุดมัน และสุนัขกลุ่มแรกนี่ถูกฝึกมาอย่างดีให้ตามกลิ่นของหมูป่า แต่ถ้าคุณชอบล่ากวางมากกว่า ก็แยกไปกับอีกกลุ่มได้

ผมไม่ใช้สุนัขช่วยล่าสัตว์

นิโคลัสเลิกคิ้ว

ถ้าเป็นป่า ผมว่าผมล่าได้เองอีกฝ่ายเฉลย

อ้อนิโคลัสอือออ หมอนี่มีความมั่นใจในตัวเองสูงมาก แม้แต่ในเรื่องที่ไม่จำเป็น

ผู้การโฮเวิร์ด อยู่ๆฝ่ายนั้นก็โน้มตัวเข้ามาหาเขา มีใบไม้ติดอยู่บนผมของคุณ

นิโคลัสนิ่ง เมื่อคีธยื่นมือมาแตะที่เส้นผมของเขาเพื่อหยิบใบไม้แห้งออก ใบหน้าของคีธอยู่ใกล้ๆ ลำคอและช่วงไหล่ของฝ่ายนั้นหนาบึกบึน ไม่เหมือนคุณชายลูกเศรษฐีส่วนใหญ่ วูบหนึ่งนิโคลัสรู้สึกตื่นตัวขึ้นมาแปลกๆ  ...อาจเป็นกลิ่น หมอนี่มีกลิ่นอายอันตรายชวนให้ต้องระแวดระวัง

ผมคุณสวยมากนะผู้การโฮเวิร์ด เป็นสีบลอนด์หม่น และนุ่มมาก

...ยังกับคำพูดเกี้ยวผู้หญิง

นิโคลัสขยับตัวออก เขาสบตากับดวงตาคมลึกของฝ่ายนั้น คีธยิ้มบางๆให้เขา และทำท่าเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับถูกขัดด้วยเสียงเรียกหวานๆ

คุณสไตรเกอร์คะ ขอเชิญทางหน่อยได้มั้ยคะ แมรี่อยากให้คุณช่วยดูหน่อย ว่าเงื่อนที่คุณเพิ่งสอนน่ะ เธอผูกได้ถูกต้องรึยัง

ฝ่ายนั้นถอนใจ ดวงตาฉายแววรำคาญออกมาแว่บหนึ่ง นิโคลัสอมยิ้มและพยักเพยิด คุณควรรีบไปนะ แมรี่น่ะไม่ชอบรอใครนานๆ ถึงจะเอาใจยากไปนิด แต่เธอสวยมาก

เชื่อสิ ผมอยากอยู่ตรงนี้กับคุณมากกว่า

นิโคลัสเดินแยกออกมา เขานั่งลงตรงที่นั่งของตัวเอง และพูดคุยกับนายทหารคนอื่นที่นั่งอยู่ที่โต๊ะเดียวกัน สักพัก การล่าสัตว์ก็เริ่มขึ้น

สุนัขหลายตัวถูกปล่อยให้นำหน้าไปก่อน นิโคลัสควบม้าตามไปกับเพื่อนทหารอีก 2 คน ป่าในเขตที่ดินของนายพลคาร์เตอร์เป็นป่าโปร่งที่อยู่ในอาณาเขตควบคุมของรัฐ สัตว์ในป่าก็เหมือนกัน มันดูค่อนข้างจะหลอกตัวเองอยู่เหมือนกัน เมื่อสัตว์ที่ต้องล่าไม่ใช่สัตว์ที่อยู่ในป่าตามธรรมชาติส่วนใหญ่ของโลกในเวลานี้จริงๆ แต่กีฬาล่าสัตว์ก็เป็นกีฬาเก่าแก่ที่ทางรัฐอนุรักษ์ไว้ให้คงอยู่ ถึงแม้จะมีคนแค่ไม่กี่กลุ่มที่จะมีปัญญาเข้าร่วมในกีฬาชนิดนี้

สุนัขพอยด์เตอร์ตามเจอกลิ่นหมูป่าแล้ว พวกมันเห่าเสียงดังและหลอกล่อให้หมูป่างงงันสับสน นิโคลัสควบม้าเข้าไปในทุ่งหญ้าสีทองแห้งๆ หมูป่าดูโกรธเกรี้ยวเมื่อโดนสุนัขขย้ำเข้าบางจุดของร่างกาย มันสะบัดตัวและสู้กลับด้วยเรี่ยวแรงมหาศาล สุนัขตัวหนึ่งกระเด็นออกไปไกลหลายฟุต เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดหนึ่ง ซึ่งมาจากเพื่อนทหารของนิโคลัส มันถากตรงขาหน้าของหมูป่า ซึ่งนอกจากจะไม่สามารถหยุดมันได้แล้ว ยิ่งเป็นการกระตุ้นให้มันโกรธมากขึ้น

นิโคลัสยกปืนขึ้นเล็ง เขายิงโดนตรงสะโพกของหมูป่า เสียงปืนดังตามมาอีกหนึ่งนัดก่อนที่หมูป่าจะล้มลง พวกสุนัขกระโจนเข้าขย้ำซ้ำ และจบลงด้วยการที่พวกมันช่วยกันลากร่างหมูป่าเลือดโชกมาให้  กีฬาล่าสัตว์นั้นสนุกเสมอ ตราบใดที่ได้เป็นฝ่ายล่า

หลังจากนั้นไม่นาน ซากสัตว์ที่ถูกล่าก็วางเรียงอยู่ตรงลานบ้านส่วนหนึ่งของนายพลคาร์เตอร์ แต่เกมไม่ได้จบง่ายๆ ในเมื่อยังมีสัตว์ป่าอีกหลายชนิดรอเป็นเป้าให้ล่า พวกผู้ชายยิ่งคึกคักมากขึ้นเมื่อเห็นสาวๆตื่นเต้นกับผลงาน

นิโคลัสนั่งลงตรงที่นั่งเดิม เหงื่อเม็ดเล็กๆซึมออกมาเปียกไรผมตรงท้ายทอย เขาล่าหมูป่าได้หนึ่งตัว กับกวางอีก 2 ตัว นิโคลัสถอดถุงมือเปรอะเลอะเทอะไว้ที่โต๊ะ และเดินไปล้างมือ ขณะที่เพื่อนทหารคนอื่นๆกำลังทยอยกลับเข้าไปในป่าอีกครั้ง

เขามองสายน้ำที่ไหลลงมาอาบรอยแผลตรงกลางฝ่ามือของตัวเองที่จวนจะหายสนิทแล้ว ชายหนุ่มเม้มริมฝีปาก แววตาดุดันขึ้นมา เขาคิดว่าเป็นการดีกว่าที่จะลากลับตอนนี้เลย โดยไม่อยู่ร่วมอาหารมื้อค่ำกับคนอื่นๆ ...เขามีงานที่ต้องกลับไปทำ

นิโคลัสกลับไปที่ลานจัดเลี้ยงอีกครั้ง ไม่มีใครเหลืออยู่ที่นั่นแล้ว เขาบอกเด็กดูแลม้าให้พาเจ้าเฮร่ากลับไปที่คอกม้าได้เลย และเมื่อนิโคลัสหันกลับไปที่โต๊ะ เขาก็เห็นสิ่งผิดปกติ

บนโต๊ะตัวนั้น... ข้างถุงมือสำหรับขี่ม้าของเขา มีดอก forget me not กิ่งเล็กๆวางเอาไว้ กลีบดอกสีม่วงครามขยับไหวเล็กน้อยจากแรงลมราวกับจะเย้ยเขา

นิโคลัสจ้องสิ่งนั้นเขม็ง ในอกปั่นป่วนด้วยความรู้สึกรุนแรงที่พุ่งขึ้นมา

...มันอยู่ที่นี่!

เขาพุ่งเข้าไปหาเด็กดูแลม้า ฝ่ายนั้นดูตกใจอย่างมากกับท่าทีของนิโคลัส

“ใคร...เป็นคนเอาดอกไม้นั่นไปวางตรงที่นั่งของฉัน!

“ผ..ผมไม่ทราบครับ” เขากลัวจนลนลาน “เมื่อกี้นี้ผมมัวแต่ดูแลเฮร่า ไม่ทันได้มองจริงๆครับท่าน”

นิโคลัสกัดฟันกรอด ...ไอ้ชั่วนั่นมันคงรอจังหวะที่จะทำแบบนั้นกับเขาอยู่แล้ว  นิโคลัสพยายามข่มอารมณ์และถามออกไปใหม่ “ใครที่ลุกจากโต๊ะไปเป็นคนสุดท้าย”

“ผ...ผมไม่ทันเห็นหน้า แต่เห็นไกลๆว่าเขาขี่เจ้าฮาเดสไปทางนั้น ...แค่คนเดียว”

นิโคลัสมองตามทิศทางที่ฝ่ายนั้นชี้ให้ดู ใจเขาเต้นแรง เมื่อเห็นร่างสีดำสนิทของม้าที่ชื่อฮาเดสอยู่ไกลลิบเกือบถึงชายป่า สีขนของมันตัดกับสีทองของทุ่งหญ้ารกเรื้อ ...ไม่ต้องรออะไรแล้ว นิโคลัสขึ้นคร่อมบนอาน  เขาควบเจ้าเฮร่าห้อตะบึงไปสู่ทุ่งหญ้าแห้งกรัง

ฮาเดส... ชื่อของเทพเจ้าแห่งความตายใต้พื้นพิภพอันมืดมิด  นิโคลัสขี่ม้าข้ามเนินเตี้ยๆมุงสู่ชายป่า มีม้าแค่ไม่กี่ตัวในคอกม้าของนายพลคาร์เตอร์ที่สมควรได้ชื่อนั้น และนิโคลัสคิดว่าเขาอาจจะรู้แล้วว่าใครเป็นคนขี่มัน!

นิโคลัสตามไปถึงชายป่าในที่สุด เหมือนฝ่ายนั้นจะรู้ตัวแล้วด้วยเหมือนกัน เขาเห็นหลังไวๆของม้าสีดำหายเข้าไปในหมู่แมกไม้ นิโคลัสควบม้าตามทันที

ฝ่ายนั้นมีลูกล่อลูกชนอย่างน่าโมโห เขารู้ตัวว่าถูกล่อให้วิ่งลึกเข้าไปข้างในป่า แต่นิโคลัสไม่มีทางที่จะหยุดอยู่แค่นี้แน่ ปืนที่ใช้ล่าสัตว์ยังติดตัวเขา และยังมีมีดอีกเล่ม ชั่วครู่เดียว นิโคลัสก็ตามทัน

ผู้ชายที่นั่งอยู่บนหลังม้าสีดำตัวใหญ่นั่นยังคงสวมหมวกสำหรับขี่ม้าเอาไว้ ทำให้เห็นใบหน้าได้ไม่ถนัดชัดเจน แต่รูปร่างสูงสมส่วนและลักษณะที่บังคับม้าอย่างช่ำชองขนาดนั้น  ก็บ่งบอกอะไรได้หลายอย่าง  ฝ่ายนั้นขี่ม้าหลบหลีกเขา แต่ก็ไม่ทิ้งห่าง นิโคลัสกัดฟันกรอด เมื่อฝ่ายนั้นเล่นเอาเถิดกับเขา นาทีหนึ่งนิโคลัสก็เกือบจะมองเห็นหน้า แต่ในนาทีต่อมาก็เห็นแค่แผ่นหลังไวๆ

นิโคลัสเกือบจะเข้าไปถึงตัวอยู่แล้ว แต่อีกฝ่ายกลับหักเหทิศทาง พุ่งทะยานออกจากแนวป่า มุ่งสู่บึงน้ำใหญ่ ที่ตอนนี้แห้งงวดเป็นโคลนสีเทาอยู่รอบผืนน้ำ นิโคลัสควบม้าตามไป แต่ตอนนี้ฝ่ายนั้นดูจะเอาจริงแล้ว เจ้าฮาเดสวิ่งห้อทิ้งห่างเขาออกไปตามแนวโค้งรอบบึง อีกไม่กี่นาทีคงผ่านบึงไปสู่ป่าอีกฟาก หายลับไปจากสายตาเขา

นิโคลัสตัดสินใจยกปืนขึ้นเล็ง มันยากกว่าปกติที่ต้องอยู่บนหลังม้าที่ย่ำไปบนโคลนพร้อมกับเล็งเป้าไปด้วย แต่เมื่อนิโคลัสลั่นไก กระสุนก็พุ่งเฉียดคอของเจ้าม้าสีดำ มันเสียหลักเล็กน้อย ซึ่งทำให้ความเร็วลดลง แต่ก็ยังวิ่งผ่านบึงขึ้นเนินไปสู่แนวป่าอีกฟาก

นิโคลัสตัดสินใจยิงอีกนัด เสียงปืนดังก้องสะท้อนไปทั้งคุ้งน้ำ นั่นเป็นกระสุนนัดสุดท้ายและเขายิงพลาดเป้า แต่นิโคลัสก็ตามไปทันจนได้ในที่สุด ชายป่าอยู่ทางด้านหน้า ดูรกทึบกว่าป่าฟากนี้  นิโคลัสควบม้าจนเกือบจะตีคู่  ฝ่ายนั้นหันหน้ามาทางเขาเล็กน้อย และนั่นทำให้นิโคลัสต้องเบิกตากว้างขึ้น

ฝ่ายนั้นกำลังชักปืนออกมา และคงจะต้องเล็งมาที่เขาอย่างไม่ต้องสงสัย  ระยะประชิดขนาดนี้ไม่มีทางพลาดเป้าแน่นอน นิโคลัสตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เขากระโจนพุ่งเข้าใส่ในจังหวะที่อีกฝ่ายยังไม่ทันได้เหนี่ยวไก

ทั้งคู่ตกจากหลังม้า กลิ้งลงมาตามเนินสูงชัน ใบหญ้าแห้งๆบาดตามใบหน้าและลำคอ นิโคลัสกัดไม่ปล่อย เขาจะไม่ยอมให้อีกฝ่ายหลุดหนีไปได้ ทั้งคู่หอบหายใจแรงอย่างเหน็ดเหนื่อยจากการใช้พละกำลังสู้กัน และเมื่อกลิ้งลงมาถึงที่ราบด้านล่าง นิโคลัสก็คร่อมอยู่เหนือร่างของอีกฝ่าย และตอนนี้ทั้งคู่ก็มองเห็นใบหน้าของกันและกันได้อย่างชัดเจน

...คีธ สไตรเกอร์!

นิโคลัสเบิ่งตามองหน้าหล่อๆที่มองตอบมา หัวใจเขาเต้นแรงอยู่ในอก นิโคลัสดึงมีดออกมา เขากรีดเสื้อของอีกฝ่ายขาดเป็นทางยาว จนเห็นผิวเนื้อกำยำใต้ผืนผ้าขาดวิ่น

 ...และมันก็อยู่ตรงนั้นจริงๆ เหงื่อของนิโคลัสหยดแหมะลงบนรอยแผลสีคล้ำที่ยังหลงเหลืออยู่ตรงสีข้าง ซึ่งเกิดจากพิษของสารเคมี!

“ชอบดอกไม้ที่ผมให้รึเปล่า...นิค” ฝ่ายนั้นพูดออกมาเจือเสียงหอบเล็กๆ ขณะที่ดวงตาสีน้ำตาลเข้มไหวระยับ

เลือดในตัวของนิโคลัสแทบจะเดือด และเสียงที่เปล่งออกมาจากลำคอก็ฟังดูคล้ายเสียงคำราม “แกเป็น...”

               “Armadillo Lizard คือสายพันธุ์เด่นของผม” รอยยิ้มท้าทายผุดขึ้นตรงมุมปากสวยได้รูป นิโคลัสรู้ได้อย่างชัดเจนว่าฝ่ายนั้นไม่ได้กลัว

“เอาเลยสินิค... เปิดโปงผมเลย”

 

..........................................................................................................

 

อี๊ย้า.... เฉลยแล้วนะคะ  ว่าพ่อคุณมนุษย์กลายพันธุ์ใจกล้าน่ะเป็นใคร และสายพันธุ์อะไร >_<

รูปนี้เลยค่ะ  ...หล่อม๊ากกกก

 

 

Armadillo Lizard  กิ้งก่าเกราะ หรือ กิ้งก่ามังกร

เป็นกิ้งก่าของเขตแห้งแล้งทางตะวันตกของทวีปแอฟริกาใต้ค่ะ ลำตัวจะเป็นเกล็ดแข็งหุ้มเหมือนเกราะเลยล่ะค่ะ ดูแข็งแกร่งและเท่มาก ...ฮา  แต่พฤติกรรมเค้าน่ารักนะ คือเค้าจะขดตัวงับหางของตัวเองเวลาเจอศัตรู ให้เปลือกแข็งๆหนามๆเป็นเกราะกำบัง




 

อ๊ะ... บางคนคงรู้สึกคันยุบยิบขึ้นมาเลยสินะคะ ...เป็นสัตว์ชนิดนี้ได้ไงล่ะ ขัดแย้งกับเนื้อหาที่อ่านนะ

คืองี้ค่ะ  หลายคนโดนหลอกล่อให้ไขว้เขว ด้วยพิษและการพรางตัว  แถมยังมีปีนตึกแถมมาอีกด้วยแน่ะ

พิษกับการพรางตัวเนี่ย รอติดตามไปเรื่อยๆนะคะว่ามาไงไปไง  แต่การปีนตึก  อันนี้ต้องย้อนกลับไปอ่านประโยคนั้นอีกทีนะคะ  ผู้แต่งพิมพ์ว่า “ติดหนึบกับผนังกระจกด้วยอุปกรณ์พิเศษ”  ไม่ได้บอกสักหน่อยว่ายึดติดกับกระจกด้วยมือเปล่าของตัวเอง  ไม่ใช่ตุ๊กแกนะ  T^T

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามค่ะ  ขอบคุณสำหรับยอดโหวต ยอดวิว และกำลังใจค่ะ  ...จ๊วฟ

ตรวจสอบรายชื่อผู้โชคดี รับรางวัลเล็กๆน้อยๆจากเกมทายสายพันธุ์ ได้ในเพจของผู้แต่งนะคะ

 

https://www.facebook.com/pages/Violet-Rain/460290080781027?ref=bookmarks

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

72 ความคิดเห็น

  1. #1716 JAY.F (@kimaraph) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:40
    พ่อพระเอกบอกว่า armadillo lizard เป็นสายพันธุ์เด่น แสดงว่ามีมากกว่าหนึ่ง แต่จะเป็นสองหรือสาม?? พันธุ์ที่เหลือจะเป็นอะไรอ่ะคะ ปลาหมึกหรือเปล่าที่ผิวหนังเปลี่ยนให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้ ตื่นเต้นไปหมดแล้วค่ะ555 แต่งสนุกมาก อ่านเพลินมากเลยค่ะ
    #1716
    0
  2. #1703 สนุกดีจ้า (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 06:10

    แหง่ว คิดว่าแพทริกเป็นพระเอก สรุปว่าคีธเป็นพระเอกสินะ หรือเป็นพระเอกทั้งคู่ เพราะยังไงก็มีคู่เป็นของตัวเอง แต่จุดเริ่มต้นเป็นเรื่องราวของ นิคกับคีธ นี่เนาะ

    #1703
    0
  3. #1694 israpon5 (@israpon5) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 10:16
    ทำไมตัวจริงมันน่ารักอย่างนั้นล่ะ
    ที่แรกอ่านนึกถึงจระเข้ไปนั้น 555
    #1694
    0
  4. #1678 sehun-hunhan (@hunhan-sehun) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 15:50
    น้องงงง น้องน่ารัก งับหางตัวเองน่าเอ็นดู
    #1678
    0
  5. #1653 nechari (@nechari) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:02
    น่ารักอะ อยากได้มาเลี้ยง-ตัว
    #1653
    0
  6. #1595 kanun0_0 (@kanun0_0) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 18:27
    คีธจริมๆด้วย มิน่าล่ะ...
    #1595
    0
  7. #1584 ducky (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 23:09
    ดูสวยมากทีเดียว เราเดาไม่ออกจริง ๆ ว่าเป็นตัวนี้ เพราะไม่เคยเห็นมาก่อนเลย แต่สวยมากเลยล่ะ ดูสมชื่อจริง ๆ คิดในใจว่าต้องเป็นประเภทแมลง 555 มีไขว้เขวนิด ๆ น่ะว่าไปทำอะไรด้านนอก
    #1584
    0
  8. #1562 Boatbateau (@boatnp) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 22:09
    อ๋าาาา ฉากปีนตึกนี่ทำเอานึกถึงเรื่องมิชชั่นอิมพอสสิเบิ้ลเลยล่ะค่ะ ที่พรางตัวได้ก็คงเป็นเพราะเทคโนโลยีพิเศษด้วยสินะ
    #1562
    0
  9. #1483 f_onp97 (@bonjour0301) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 16:49
    ตายแล่วววว คีธจริงจริงด้วย ว่าละฮีต้องไม่ธรรมดา ><

    คีธดมผ้าอะไรของนิคอะ(?) ดูโรคจิตมากกก #แต่หล่อเราให้อภัย

    กิ้งก่าพันธุ์นี่ชื่อดูโหดๆแต่ทำไมพฤติกรรมน่ารักล่ะ 5555
    #1483
    0
  10. #1410 JAMNIN (@vi-o-let) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 17:08
    โอเอ็มจี ภาพกิ้งก่าน่ารักจังค่ะ ฮืออออ 555555555
    เดาแล้วว่าต้องเป็นตานี่ แต่ปิดบังตัวตนมาตั้งขนาดนี้ได้ยังไงนะ
    #1410
    0
  11. #1276 ไอแอมอะก้อย (@pk4u) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 11:57
    ว่าแล้วเชียว อ๊ายย
    เฮียไม่ใช่คนธรรมดา เป็นสายพันธุ์ที่เท่ห์เข้ากับหน้าตา รอดพ้นมาได้ยังไง
    #1276
    0
  12. #1209 Sed leo (@reginadelcielo) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2559 / 16:39
    คีธจริงๆด้วยยยย><
    #1209
    0
  13. #1201 AlowHa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2559 / 20:05
    ไม่จริง

    ไม่จิ๊งงงงงงงงงงง

    ทำไมเป็นคีธฟร่ะ

    เกลียดตั้งแต่แรกอิตานี่แบบไม่มีสาเหตุ

    ทำไมต้องเป็นมันด้วย

    แต่ฉากขี่ม้าไล่ตามนี่ สนุกจริงนะ ชะเอิงเอย

    ปล.แอบจิ้น beauty and the beast ค่ะ &#65039;&#65039;

    #1201
    0
  14. #1160 จุจุ้้้ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 18:27
    คีธ เธอทำให้ฉันบาดใจ ฉันอยากให้นิคคู่กับเกล 5555555
    #1160
    0
  15. #1084 Dearest ❤ Deer (@pretty-angel) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 20:38
    ในที่สุดนิคก็รู้ว่าคีธคือคนนั้น
    ปล.น้องกิ่งก่าน่ารักจังง
    #1084
    0
  16. #997 midnigth (@missu2me) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2559 / 23:30
    เดาถูก 55555
    #997
    0
  17. #920 Azlyss (@Azlyss) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 03:26
    โห ดูโรคจิตเบาๆนะคีธ ไม่อยากจะเชื่อว่าเป็น....
    กิ้งก่าน่ารักมากเลย เหมือนมังกรน้อย
    #920
    0
  18. #877 NongYingNutty (@haruminilove) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 เมษายน 2559 / 19:30
    คีธ ดูจิตมากอ่ะ
    #877
    0
  19. #839 Silvia Soland (@dgaryman) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 18:33
    กิ้งก่าหน้าตาโมเอ้มากค่ะะะะ//อยากขยุ่มแต่คงเจ็บมือพิลึก?!
    #839
    0
  20. #801 Plankton J (@jthida) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 เมษายน 2559 / 22:01
    งื่อออออ น่ารักกกก
    #801
    0
  21. #668 kwa_rkh (@kwa_rkh) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 / 01:03
    ตอนที่คีธบอกว่า
    #668
    0
  22. #644 kiriw (@lufin) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2558 / 20:54
    และตอนนี้ทั้งคู่ก็มองเห็นใบหน้ากันและกันได้อย่างชัดเจน
    คีธ สไตรเกอร์ =[]= 
    เผลอไปอ่านผิดเป็น คีธ สโตกเกอร์ 5555
    อ่านแล้วฮาอยู่คนเดียวเลย แต่ก็เหมาะกับคีธอยู่น้าาา

    #644
    0
  23. #579 เรนนี่ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2558 / 00:49
    ก็ว่า คีธเป็นเจ้าพ่อสิ่งประดิษฐ์นี่นะ ก็คงทำได้อยู่แล้วล่ะ

    ว่าแต่คีธดูคลั่งไคล้นิคมากไปนะ เหมือนโรคจิตเลยอ่ะ
    #579
    0
  24. วันที่ 9 พฤศจิกายน 2558 / 22:38
    ฟินมากกกกกกก กรี๊ดดดดดดดดด
    #562
    0
  25. #561 [:Wynn:] (@jemakub) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2558 / 20:42
    เยส! ทายถูก!
    ทำไมภาพน่ารัก...
    #561
    0