69 (yaoi)

  • 99% Rating

  • 10 Vote(s)

  • 102,568 Views

  • 1,722 Comments

  • 3,477 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    250

    Overall
    102,568

ตอนที่ 19 : ยอม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6568
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    2 ต.ค. 59



ไม่อยากจะเชื่อเลย ว่ามันจะกลายเป็นแบบนี้...

                ผมผวาตื่นขึ้นมาตอนบ่ายด้วยการแจ้งเตือนจากมาร์คัส ว่าจะส่งคนมารับตัวผมภายใน 45 นาที ตอนนั้นผมไม่ได้เอะใจอะไรเลย ว่าจะมีหายนะเกิดขึ้นกับใครก็ตามในกลุ่มเรา และแม้แต่ตอนที่วาฬบรูด้ามารับผมโดยที่ไม่มีไวเปอร์หรือเควินมาด้วย ผมก็ยังไม่คิดมาก เพราะเดาว่าสองคนนั่นอาจจะออกไปด้วยกันก่อนหน้าผมแล้ว

                มันเริ่มตะหงิดๆตอนที่ผมดำดิ่งลงในสระน้ำในสุสานขยะและไปถึงจุดหลบภัยตรงฝั่งป่าสารพิษ และไม่เห็นแม้แต่เงาเพื่อนร่วมทีมที่รอดชีวิตมาด้วยกันเมื่อคืนนี้ ผมเอ่ยปากถามถึงคนอื่นๆ  แต่วาฬบรูด้าก็รีบปัดให้ผมไปรับการผ่าเอาปลิงจิ๋วออกจากแขนก่อน  เพราะหลังการผ่า ผมจะอยู่ในสภาวะมึนงง และมีสติครึ่งๆกลางๆไปอีกร่วม 4 ชั่วโมง

                นี่มันไม่ปกติแล้ว...

                “มาร์คัสล่ะ” ผมถามออกไป

                “เขาไม่อยู่ที่นี่” วาฬบรูด้าตอบ

                “ฉันอยากคุยกับมาร์คัสก่อน”

                วาฬบรูด้าดูกึ่งโมโหกึ่งอึดอัดใจและทำท่าจะไม่ยอม แต่ผมก็ไม่ยอมแพ้เหมือนกัน เพราะถ้าให้พูดกันตรงๆก็คือ นอกจากเควินแล้ว  ในองค์กรหมายเลข 6 กลุ่มนี้ทั้งหมด มาร์คัสแทบจะป็นคนเดียวที่ผมกล้าไว้ใจจริงๆ ผมจ้องตาของวาฬบรูด้าเขม็ง แสดงให้รู้อย่างชัดเจนว่าเขาไม่มีทางจูงผมไปทางนั้นทางนี้ได้ตามใจชอบ และในที่สุดวาฬบรูด้าก็เป็นฝ่ายยอมถอย

                “จะเอาอย่างนั้นก็ได้”  วาฬบรูด้าถอนใจแรง เขายกมือห้ามเมื่อผมทำท่าจะติดต่อกับมาร์คัสด้วยการกดที่แถบข้อมือตัวเอง “ตอนนี้มาร์คัสกำลังยุ่งมาก นอกจากฉันกับอีก 2-3 คน เขาจะไม่รับการติดต่อจากใคร นายต้องคุยผ่านสัญญาณของฉัน ถ้านายไม่เชื่อก็ลองดู”

                แน่นอนว่าผมลอง และก็ได้รู้ในนาทีต่อมาว่าวาฬบรูด้าพูดจริง เขาพ่นลมหายใจทางจมูกแบบเอือมๆ ก่อนจะกดติดต่อมาร์คัสให้ผมเห็นชัดๆกับตา

                แค่เสี้ยวนาทีภาพของมาร์คัสก็ปรากฏขึ้น เขาดูไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่เห็นผมจ้องมองเขาผ่านภาพที่ฉายจากแถบข้อมือของวาฬบรูด้า ในขณะที่ผมเองกลับเป็นฝ่ายแปลกใจ

                มาร์คัสดูโทรมไปถนัดใจ เขาดูเหน็ดเหนื่อย ผมเผ้ายุ่งเหยิง ...และนั่น เขาอยู่ที่ไหน? เพราะภาพด้านหลังของมาร์คัสไม่ใช่ห้องทำงาน  ริมถนน หรือสถานที่อื่นๆที่เคยคุ้นตา แต่มันเป็นแค่เงาดำตะคุ่มๆ มองไม่ออก เหมือนเขาอยู่ในถ้ำมืดๆหรือที่ไหนก็ตามที่ไม่มีวิว

                “เกล รีบผ่าเอาปลิงจิ๋วออกก่อน แล้วค่อยคุยกัน” น้ำเสียงของมาร์คัสติดจะร้อนรน  “ไวใจฉัน เพราะถ้ายิ่งช้าก็ไม่ได้เป็นผลดีอะไรเลย อีกแค่ 3 ชั่วโมง ยาสกัดจะหมดฤทธิ์ และมันจะแตกตัวและเคลื่อนผ่านข้อพับแขน แล้วนายจะลืมกระทั่งใบหน้าหรือชื่อของฉัน”

                มาร์คัสรีบพูดต่อ เมื่อเห็นผมอ้าปากจะถาม “อย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้ เพราะทันที่ที่นายฟื้นตัวและมีสติสมบูรณ์หลังผ่าปลิงจิ๋วออกไป นายจะได้รู้ทุกอย่างที่อยากรู้”

                การเน้นหนักในคำว่า ทุกอย่าง ของมาร์คัส ทำให้ผมหุบปากลงเหมือนเดิม และในที่สุดผมก็เดินตามวาฬบรูด้าเข้าไปด้านในของถ้ำ  และพบกับหมอที่รออยู่

                สี่ชั่วโมงถัดมา ท่ามกลางความรู้สึกติดๆดับๆของการรับรู้ และม่านหมอกมัวซัวในสมอง ผมก็ลืมตาตื่นขึ้นมา  โดยมีวาฬบรูด้านั่งเฝ้าอยู่ไม่ไกล

                “ดื่มน้ำก่อน” วาฬบรูด้าบอก

                ผมทำตามที่เขาบอก แล้วความสดชื่นตื่นเต็มตาก็คืนกลับมาหลังร่างกายได้รับน้ำสะอาดอย่างเต็มความต้องการ วาฬบรูด้ามองผมเงียบๆด้วยท่าทีเคร่งขรึม และอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยหรือรอให้ผมได้ปรับอารมณ์ เขาก็โพล่งออกมา

                “พวกเราถูกทรยศ”

                ผมชะงักมือที่กำลังยกกระเปาะน้ำขึ้นดื่มต่อ และค้างอยู่แบบนั้น

                “มีคนเปิดโปงข้อมูลทีมวางระเบิดอุโมงค์” เสียงของวาฬบรูด้าขุ่นเครียดและแข็งกร้าว “และตอนนี้เจ้าหน้าที่รัฐก็จับกุมพวกเขาไว้ได้ทั้งหมด ยกเว้นนายคนเดียว”

                ผมจ้องมองเขาอย่างตกใจ ก่อนจะทวีความตื่นตะลึง เมื่อข้อมูลที่เหลือถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่องและหนักหน่วง ผมหน้าถอดสี ฝ่ามือทั้งสองข้างเย็นเฉียบ

                ช่วงเวลาก่อนเที่ยงของวันนี้ ขณะที่ผมกำลังหลับด้วยความอ่อนเพลียจากภารกิจเมื่อคืน เพื่อนร่วมทีมที่เหลือของผมทั้งทางฝั่งตึกรวงผึ้งและเขตเมืองถูกบุกเข้าจับกุมโดยเจ้าหน้าที่รัฐ  พวกเขาล้อมบาร์ของไวเปอร์และกระหน่ำยิงด้วยกระสุนพิเศษสำหรับมนุษย์กลายพันธุ์ ก่อนจะบุกเข้าจับตัวพวกนั้นได้สำเร็จ เห็บหมาถูกลากออกมาจากบ้านของตัวเอง ต่อหน้าต่อตาพ่อผู้แก่ชรา  สเปลนดิดถูกจับกุมกลางสำนักงาน ขณะที่เพื่อนร่วมงานอีกคนที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐอีกแผนก ตัดสินใจแทงคอตัวเอง เมื่อเห็นหน่วยลาดตระเวนก้าวผ่านประตูและมุ่งตรงเข้ามาหาเขา

เรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ได้ถูกบอกเล่าด้วยเพียงคำพูด  แต่มันถูกแทนด้วยภาพในบางส่วนที่ออกโทปุสกำลังลอยผ่านและจับภาพไว้ได้ ผมครางในลำคออย่างปวดร้าวและบีบมือตัวเองแน่น เมื่อเห็นภาพเฮกเตอร์ถูกยิงเข้าที่ขา ขณะกำลังเปิดประตูโบสถ์ เขาทรุดเข่าลงตรงนั้นในชุดบาทหลวง ก่อนที่กระสุนลูกถัดมาจะพุ่งเจาะเข้าที่ท้อง

รัฐได้ชื่อคน 13 คนที่เกี่ยวข้องกับวางระเบิดอุโมงค์ ด้วยความร่วมมือของคนหนึ่งในกลุ่ม ที่ตั้งใจทรยศพวกเราตั้งแต่แรก โดยการจงใจปล่อยข่าวไปเข้าหูคนของรัฐ ก่อนที่หน่วยเฉพาะกิจจะบุกเข้าจับกุมอย่างฉับพลันและเปี่ยมประสิทธิภาพ พวกเขาจับผู้ต้องหาไว้ได้ 12 คน แต่ก็ยังมีหนึ่งคนที่ลอยนวล...

“ฉันสินะ” เสียงผมแหบแห้ง

“ไม่ใช่ แต่เป็นมาร์คัสต่างหาก”

ผมเงยหน้าขึ้นอย่างตกใจ

วาฬบรูด้าขบกราม “เดาออกไหมเกล ว่าใครในกลุ่มที่เป็นคนทรยศ ...เควินไง เขาเปิดโปงทุกคนไม่เว้นแม้แต่มาร์คัส และคนเดียวที่เขาปกปิดข้อมูลไว้โดยไม่พูดถึงสักแอะ  ก็คือนาย”

ผมได้แต่อ้าปากค้าง

13 คนที่รัฐได้ชื่อไป ไม่มีนาย แต่มีมาร์คัสเพิ่มเข้าไปแทน” วาฬบรูด้าพูดต่ออย่างดุดัน “ตอนนี้มาร์คัสต้องหลบหนีหัวซุกหัวซุน  เพราะถึงชื่อนั่นจะไม่ใช่ชื่อจริงของเขา แต่รูปร่างลักษณะที่เพื่อนรักของนายให้ข้อมูลกับทางรัฐ ก็เพียงพอต่อการตามหาตัวเขา และอีกอย่าง มาร์คัสคนขายข่าว ก็คงไม่ได้มีหลายคนนักหรอก”

ผมส่ายหน้า ในท้องปั่นป่วนเหมือนมีฝูงแมลงบินอยู่ในนั้น “ทำไมเควินถึงต้องทำแบบนั้น”

“อยากรู้คำตอบเหรอเกล” น้ำเสียงของวาฬบรูด้าเจือการแดกดันอย่างเปิดเผย ดวงตาเขาคมกริบเหมือนมีดโกน “เหตุผลข้อแรก คงเป็นเพราะเขารักนาย ถึงได้เว้นนายไว้คนเดียว ส่วนเหตุผลข้อที่สอง...”

วาฬบรูด้าเรียกข่าวจากแถบข้อมือให้ฉายขึ้นมาในอากาศ ผมเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่ามันคือภาพของเควิน!

ภาพนั่นดูเหมือนการแถลงข่าวของภาครัฐ  เควินนั่งอยู่ที่โต๊ะในห้องหนึ่งที่มีภาพธงชาติอเมริกันเป็นฉากหลัง  สีหน้าเขากระด้างเฉย มีแค่แววตาที่บ่งบอกว่ามีเปลวไฟลุกไหม้อยู่ในตัวเขา เควินไม่ได้ถูกควบคุมไว้ด้วยปลอกแขนไฟฟ้าหรือเครื่องมืออย่างอื่น แต่มีแค่หน่วยลาดตระเวนคนหนึ่งที่ยืนขนาบอยู่ข้างๆเขา

เควินมองตรงมาที่กล้องอย่างแน่วแน่ เขาดูเหมือนจะมาอยู่ตรงนี้ด้วยความเต็มอกเต็มใจ และให้ความร่วมมืออย่างดียิ่ง  ตัวเลขบอกเวลาที่กระพริบอยู่ตรงมุมของจอภาพ บ่งบอกว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นตอนที่ผมกำลังพักฟื้นจากการผ่าเอาปลิงจิ๋วออกจากแขน และถ้าผมคำนวณไม่ผิด ไม่เกินหนึ่งชั่วโมงจากเวลานั้น ปลิงจิ๋วที่แขนคงออกฤทธิ์ทำลายความทรงจำในหลายเดือนที่ผ่านมาของพวกเขาทุกคน 

ทุกถ้อยคำของเควินที่เปล่งออกมา เหมือนเข็มที่ทิ่มแทงลงตามร่างกาย สร้างความเจ็บแปลบและสะดุ้งตรงนั้นตรงนี้ ตามแต่เนื้อหาที่เขากำลังพูดถึง เควินไม่ละเว้นแม้แต่ไวเปอร์ที่เป็นคนรักของตัวเอง และอันที่จริง เขาไม่เปลี่ยนสีหน้าเลยด้วยซ้ำตอนที่พูดชื่อของไวเปอร์

 “ผมไม่ใช่พวกมัน”  เควินพูดชัดถ้อยชัดคำ หลังจากสารภาพถึงสิ่งที่กระทำลงไปในคืนก่อน ภาพของเพื่อนร่วมทีมที่ถูกควบคุมตัวไว้ปรากฏขึ้นตรงด้านล่างของจอภาพ “พวกมันคิดว่าผมเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม  แต่ผมไม่เคยใช่”

เขายิ้มเล็กน้อยตรงมุมปาก แต่แววตากลับดุเดือดลุกโชน “ผมขยะแขยงด้วยซ้ำ พวกมนุษย์กลายพันธุ์ มันไม่ควรเกิดขึ้นมาในโลกนี้แต่แรกแล้ว  และผมไม่ใช่...”

เควินจิ้มแรงๆตรงสัญลักษณ์ 9 เส้นที่ขมับของตัวเอง ใบหน้าเขาบิดเบี้ยวเหยเก “ผมไม่ใช่พวกมัน! ผมเป็นมนุษย์ธรรมดา ไม่ใช่มนุษย์กลายพันธุ์!

และอย่างที่ไม่คาดคิด เควินแย่งปืนที่เอวของหน่วยลาดตระเวนมาไว้ในมืออย่างรวดเร็ว เขาจ่อมันเข้าที่หัวของตัวเองก่อนที่ใครจะเข้าไปถึงตัวเขาได้ แล้วเสียง ปัง!’ ก็ดังขึ้นในนาทีเดียวกับที่ภาพในจอดับวูบลง

ผมสะดุ้งเฮือก เนื้อตัวเย็นวาบตั้งแต่หัวจรดเท้า

“เขาไม่ตายหรอก หน่วยลาดตระเวนคนนั้นพุ่งตัวเข้าไปได้ทัน กระสุนไม่โดนเนื้อสมองของเขา” เสียงของวาฬบรูด้าแทรกเข้ามาในความรับรู้ “เขาถูกพาตัวไปรักษาในโรงพยาบาลของรัฐ พวกนั้นยังต้องการเขาไว้เพื่อเอาข้อมูลเพิ่มเติม แต่อีกเดี๋ยวมาร์คัสคงต้องจัดการลักพาตัวเขาออกมา”

ผมหันควับไปมองวาฬบรูด้า ซึ่งฝ่ายนั้นก็พ่นลมหายใจปะปนกับคำพูดอย่างฉุนเฉียว  “ถึงตอนนี้พวกเราที่โดนจับไป จะเสียความทรงจำระยะสั้นไปแล้ว แต่รัฐก็คิดว่าคุ้มที่จะรอไปอีกหนึ่งปี ให้ความทรงจำค่อยๆกลับคืนมา และเควินเป็นคนเดียวที่เรายังมีโอกาสชิงตัวออกมาได้ เพราะช่วงนี้เขาไม่ได้อยู่ในสถานกักกันพิเศษเหมือนคนที่เหลือ มาร์คัสที่ใจดีเกินเหตุจะช่วยเขาออกมา ก่อนที่จะมีใครบางคนไปเยี่ยมเขาถึงข้างเตียง”

วาฬบรูด้าขยายภาพด้านล่าง ที่ก่อนหน้านี้เป็นรูปของเพื่อนร่วมทีมวางระเบิดแต่ละคนซึ่งถูกควบคุมตัวไว้  ผมเขม้นมองภาพหนึ่ง ที่ถูกเปลี่ยนไปเป็นบางอย่างที่คล้ายกับท่อนอะไรสักอย่างอาบเลือด

มันคือแขนมนุษย์ตั้งแต่ส่วนใต้ศอกลงมาจนถึงมือ!

“ไวเปอร์กัดแขนตัวเองขาด  และฆ่าเจ้าหน้าที่ 2 คน ระหว่างที่พวกนั้นขับรถพาตัวเขาไปยังสถานกักกันพิเศษ เขาหนีออกมาได้โดยที่ความทรงจำยังอยู่ครบ ซึ่งนั่นทำให้มาร์คัสอยากรีบเอาตัวเควินออกมา” วาฬบรูด้ายิ้ม ในแบบที่ดวงตาไม่ยิ้มด้วย  “เพราะถ้าอยู่ในโรงพยาบาลต่อไปอีกหลายวัน  ไวเปอร์ต้องตามไปฆ่าเขาด้วยมือตัวเองแน่”

ผมถูกพาตัวออกมาจากที่นั่นโดยการดูแลของวาฬบรูด้า ท่ามกลางสายตาคลางแคลงและไม่ไว้ใจหลายคู่ จากคนในองค์กรบางส่วนที่มาอยู่ตรงนี้ เพื่อรอว่ามาร์คัสจะมีคำสั่งอะไรส่งมา  พวกเขาแต่ละคนถือเป็นมือดีและได้รับความไว้ใจจากมาร์คัส  เป็นธรรมดาที่พวกเขาจะมองผมด้วยสายตาแบบนั้นหลังจากเรื่องที่เกิดขึ้น วาฬบรูด้ากำชับว่าผมรีบควรออกจากตึกรวงผึ้ง และย้ายกลับไปอยู่ที่ห้องพักเดิมในตึกของคุณโรเบิร์ตเลย เพราะไม่มีความจำเป็นอะไร หรือใครที่จะรั้งผมไว้ให้อยู่แถวนั้นแล้ว

“แล้วเควินล่ะ ” ผมยังพะวง “มาร์คัสจะพาเขาไปซ่อนตัวที่ไหน”

“นายเป็นคนที่ไม่ควรรู้ที่สุด” วาฬบรูด้าตอบห้วนๆ ซึ่งผมไม่โทษเขาหรอก คนในองค์กรหมายเลข 6 ทุกคนคงเกลียดเควิน และการเห็นเขาจ่อปืนที่หัวของตัวเองแล้วเหนี่ยวไก  ก็ไม่ได้ช่วยให้เกลียดน้อยลง “ไวเปอร์จะตามหาเขาแน่ นายคงไม่อยากเป็นคนพาเขาไปหาเควินหรอก”

ผมพยักหน้าอย่างเข้าใจ และได้แต่ภาวนาให้มาร์คัสเมตตาเควิน  แม้เควินจะทรยศทุกคนก็ตาม

หลังจากนั้น วาฬบรูด้าก็ส่งผมลงตรงย่านที่พักเก่าของไวเปอร์ตามที่ผมขอไว้ ผมอยากกลับไปเก็บข้าวของส่วนตัวบางอย่างของเควิน ที่เป็นความทรงจำเกี่ยวกับครอบครัวของเขา เผื่อว่าสักวันตอนที่เราได้เจอกันอีก เขาคงดีใจที่ผมเก็บของพวกนั้นไว้ให้

ย่านตึกรวงผึ้งในเวลากลางคืนเหมือนสุสานแท่งคอนกรีตขนาดยักษ์ ที่ตะคุ่มเรียงรายพุ่งสูงขึ้นไปในท้องฟ้าที่หม่นมืดพอกัน มันทั้งน่าเกลียด หนาวเหน็บ หดหู่แข็งกระด้าง และเต็มไปด้วยกลิ่นไออันตราย ผมเดินผ่านกลุ่มคนที่ส่งเสียงโหวกเหวกเฮฮา เหมือนกำลังมีอะไรสนุกๆให้ทำ  ซึ่งมันทำให้ผมสาวเท้าไวขึ้น และก้มหน้างุดโดยไม่เหลือบไปมอง

ในย่านตึกรวงผึ้งในเวลาแบบนี้คงไม่มีคนดีๆที่ไหนอยากมาเดินอยู่ข้างถนน กระทั่งยานตระเวนยังไม่มาบินตรวจบ่อยๆเหมือนเมื่อก่อน  รัฐถอนกำลังจากตรงนี้ไปเพิ่มการคุ้มกันให้คนดีๆในเขตเมืองแทน และปล่อยให้ที่นี่เป็นไปอย่างที่มันอยากจะเป็น  ซึ่งในความเห็นของผม มันกำลังจะกลายเป็นเหมือนเขต 4 ที่เต็มไปด้วยอาชญากรและความเน่าเฟะทุกรูปแบบ 

ผมก้าวเข้าไปในตึกและเดินขึ้นบันไดสู่ห้องพักเก่าของไวเปอร์  ก่อนจะต้องสะดุ้งเมื่อเท้าไปเหยียบโดนกระป๋องโลหะที่กองทิ้งอยู่หน้าห้อง มันส่งเสียงกังวานในความมืดตรงทางเดินแคบๆ ผมสบถและเตะมันให้ออกห่างจากหน้าประตู

ข้าวของของเควินไม่มีอะไรมาก ผมเลือกเฉพาะของที่ชิ้นเล็กและมีความหมาย และเก็บมันใส่ในกระเป๋ารวมกับของของผม แล้วอยู่ๆผมก็ได้ยินเสียงทุบรัวอยู่ที่ประตูห้อง

เสียงนั้นดังถี่แต่ไม่ได้สั่นสะเทือนรุนแรงเหมือนคนทุบไม่ได้มีกำลังมากนัก  ผมชั่งใจว่าจะเปิดประตูออกไปดู หรือควรปล่อยให้มันดังอยู่แบบนั้นไปเรื่อยๆ เหมือนว่าผมไม่ได้อยู่ที่นี่

“พี่เกล! เปิดประตูหน่อย”

เสียงเล็กๆนั่นทำให้ผมรีบผลักบานประตูออกไปในทันที ถ้ามันเป็นกับดัก ผมก็คงเสร็จแหงแก๋อยู่ตรงนั้น แต่อะไรบางอย่างในน้ำเสียงนั้นทำให้ผมรู้สึกว่าต้องออกไป

เจ้าหนูฟิลลี่ยืนอยู่หน้าประตู ใบหน้าเล็กเรียวขมุกขมอมเหมือนหนูเงยขึ้นมองผม ดวงตาของเขาเบิ่งโตและสั่นริกเหมือนกำลังเสียขวัญ ผมขมวดคิ้ว  ในเวลาแบบนี้ฟิลลี่ควรอยู่ในห้องอย่างปลอดภัยกับแม่และพี่ๆ

“ฟิลลี่ ทำไมนายถึง...” ผมพูดไม่ทันจบ ฟิลลี่ก็โผเข้ามาเกาะแขนผม เนื้อตัวเขาสั่นเทา แต่มันไม่ใช่เพราะความหนาว

พี่เกล พี่ต้องหาทางช่วยเขาฟิลลี่พูดรัวเร็วแทบไม่หายใจ ผมเห็นเขาลงจอดยานลาดตระเวนตรงหน้าตึก ก็เลยรีบเอาขวดกาแฟบีดส์เปล่าๆนั่นไปให้  เขาดูโมโหมาก ถามว่าพี่ไปไหน พอผมบอกว่าไม่รู้ เขาก็ไล่ถีบประตูทีละบานดูว่าพี่ซ่อนอยู่รึเปล่า เขาบ้ามากที่ทำแบบนั้น แถมยังโง่ที่ไม่รีบออกไปจากแถวนี้เร็วๆ ไม่มียานหน่วยลาดตระเวนลำไหนลงจอดกลางบล็อกแบบนี้หรอก พี่ก็รู้นี่...ใช่ไหม? ว่ารัฐเพิ่งจะจับคนที่วางระเบิดอุโมงค์ไปขัง คนย่านนี้ก็เลยไม่เหลือสติกันแล้ว พวกนั้นพยายามดักยิงออคโทปุส เผาทำลายตัวส่งแถบแนวกั้นเขตห้ามผ่านตามบล็อกใหญ่ๆ แล้วจะเหลืออะไรกับหน่วยลาดตระเวน

ใจผมกระตุกวูบรุนแรง ผมคว้าไหล่ผอมๆของฟิลลี่ นายหมายถึงแพทริคเหรอ! ไม่ใช่เขาหรอกใช่มั้ย!?”

แต่ใบหน้าเหยเกของฟิลลี่ ก็ทำให้ความหนาวเยือกไล่มาตามสันหลังของผมอย่างรวดเร็ว

ตึกร้างฝั่งโน้น...เสียงของฟิลลี่เหมือนจะร้องไห้ นิ้วเล็กๆชี้ไปที่ตึกรวงผึ้งที่ผมเดินผ่านและได้ยินเสียงโห่ฮาหัวเราะอย่างพอใจก่อนหน้านี้  เขาโดนจับเข้าไปในตึกหลังนั้น พวกมันซ้อมเขามาเป็นชั่วโมงแล้ว

ยิ่งกว่าการวิ่งครั้งไหนๆที่ขาผมเคยพาไปได้ แค่ลมหายใจไม่กี่เฮือกผมก็ไปยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามอาคารหลังนั้น ผมมองผ่านละอองหิมะที่เพิ่งเริ่มโปรยลงมา สายลมหอบมันให้ฟุ้งและทวีความเย็นเมื่อมันปลิวมากระทบผิว  หัวใจผมเต้นแรงจนเจ็บอก เมื่อเห็นเงาตะคุ่มของยานลาดกระเวนเค้เก้อยู่ข้างถนนฟากนั้น ...มันคงเป็นยานของแพทริค!

เสียงหัวเราะเบาๆยังลอยแว่วมาจากกลุ่มคนที่ยืนออกันอยู่หน้าประตูทางเข้าตึก ผมมองฝ่าละอองขาวขึ้นไปยังตึกสีเทาทะมึนที่เป็นตึกร้างรอการรื้อทิ้ง ผนังหลายส่วนผุกร่อนจวนจะหล่นลงมาเป็นชิ้น และเกินกว่าครึ่งก็กลายเป็นช่องโล่งกว้างแทนที่จะเป็นผนังและหน้าต่างทรงหกเหลี่ยม

หนาวชิบเป๋ง ...แม่ง หิมะเห้นี่จะตกมาทำไมตอนนี้วะใครบางคนในกลุ่มนั่นสบถ เขาขว้างท่อนเหล็กใส่ยานลาดตะเวนจนเกิดเสียงดัง แต่มันก็กระเด็นไปตกที่พื้นในสภาพงอพับ โดยที่ยานลาดตระเวนแทบจะไม่บุบสลาย

ข้างบนนั่นเสร็จรึยังล่ะอีกคนพยักพเยิดขึ้นไปด้านบนตึก

ใครสนวะ หนาวจะตายห่าอยู่แล้ว กลับบ้านดีกว่า ยังไงพวกนั้นก็ไม่ปล่อยให้รอดหรอก รอดูศพมันเป็นข่าวพรุ่งนี้ได้เลย

ผมอิงตัวกับกองถุงขยะเมื่อคนพวกนั้นเริ่มแยกย้าย ความมืดและสภาพโดยรอบที่ไม่มีแม้แต่แสงจากดวงไฟข้างถนน มีส่วนช่วยในการพรางตัวได้อย่างดีเยี่ยม  และเมื่อคนกลุ่มนั้นเดินห่างออกไป ผมก็ตรงดิ่งเข้าไปในตึกหลังนั้นทันที

ผมวิ่งจี๋ขึ้นไปตามชั้นต่างๆ อย่างไม่รู้สึกถึงความล้าในการก้าวขึ้นบันได ใจผมร้อนเหมือนไฟและทุกก้าวก็เต็มไปด้วยความทุรนทุราย และในที่สุดผมก็เห็นแสงไฟวูบวาบพร้อมกับเสียงคนพูดอยู่ลิบๆ ตรงห้องด้านในสุดของชั้น 5

ผมย่อเข่าและหมอบลงกับพื้น เมื่อออคโทปุสตัวหนึ่งบินผ่านตรงช่องหน้าต่างที่ไม่เหลือบานกระจกอยู่แล้ว มันเคลื่อนส่ายช้าๆผ่านไปอย่างไม่จับสังเกตถึงสิ่งผิดปกติในอาคาร พลางละพ่นละอองฟืดใส่อากาศ ตราบใดที่ไม่มีมนุษย์ธรรมดาส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ ออคโทปุสก็เป็นแค่ลูกบอลมีหนวดซังกะบ๊วยที่ทำได้แค่พ่นยาฆ่าเชื้อโรค ไร้พิษสงอย่างสิ้นเชิง ผมตัวสั่นอย่างบังคับตัวเองไม่อยู่

...แพทริคต้องอยู่ในสภาพที่ไม่มีปัญญาจะส่งสัญญาณอะไรได้

ความคิดนั้นแผดเผาจนผมทนอยู่แบบนั้นไม่ไหว ผมลุกขึ้นและสาวเท้าไปยังจุดที่ผมเห็นแสงไฟสว่างเป็นจุดเล็กวูบวาบอยู่ข้างหน้า และผมก็แทบช็อคเมื่อได้เห็นสิ่งที่อยู่ตรงนั้น!

แพทริคถูกมัดมือทั้ง 2 ข้างและแขวนห้อยโยงจากพุกที่ฝังตรงฝ้าเพดาน ผู้ชาย 4 คนยืนล้อมวงมองเขาอย่างสะใจ แสงไฟจากลูกบอลเล็กๆกลิ้งอยู่บนพื้น มันให้ความสว่างแค่เล็กน้อย แต่ก็เพียงพอจะให้ผมเห็นว่าใบหน้าของแพทริคแทบไม่มีตรงไหนที่ไม่มีเลือด ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อชายหัวล้านคนหนึ่งเตะโครมเข้าที่ลำตัวเขา

 เฮ้ย...มันสลบไปแล้ว

ใจเสาะชิบเป๋งอีกคนถุยน้ำลายใส่

จะให้ปลุกมันอีกรอบไหมผู้ชายร่างผอมสูงหน้าเสี้ยมตอบก้าวเข้าไปใกล้ และตบตรงแก้มของแพทริค ที่ตอนนี้ถูกแขวนนิ่งเหมือนสัตว์ที่รอการเชือด ทีนี้ไม่เอาไฟจี้แล้วนะ ฉันอยากลองปลุกมันด้วยมีดว่ะ

ชายหัวโล้นหัวเราะต่ำในลำคอ ตามใจแกสิ ลองจิ้มเบาๆตรงสีข้าง อย่าแทงลึก มันอาจจะเป็นคนเส้นตื้น

ผมตะปบปากตัวเองไม่ให้ส่งเสียง ขณะที่พวกนั้นหัวเราะอย่างเห็นเป็นเรื่องขำขัน คนพวกนี้วิกลจริตไปหมดแล้ว! ความเกลียดชังที่สาดใส่กันอย่างหน้ามืดตามัว ทำให้พวกเขาลืมไปแล้วว่าแพทริคก็คือมนุษย์คนหนึ่ง!

ไม่ ชุดเครื่องแบบของมันเหนียวเกินไป แทงก็คงไม่ทะลุ ฉันว่าจะเฉือนหูมันออก

ผมเย็นวาบไปถึงสันหลังเมื่อไอ้ตัวสูงนั่นดึงมีดออกมา มันกวัดไกวและมองแพทริคอย่างหมายมาด

ผมเลื่อนมือไปแตะตรงที่เคยมีกระบอกปืนอยู่ตรงนั้น แต่ตอนนี้มันมีเพียงแค่แคปซูลผื่นหนึ่งเม็ด กับแท่งยิงลูกดอกไฟที่ผมติดตัวไว้เผื่อป้องกันตัว มันคงทำให้ใครสักคนในกลุ่มนั้นนั้นตาบอด หรืออย่างดีก็ 2 คนในกรณีที่ผมมีโอกาสยิงออกไปตรงเป้าได้ทั้ง 2 ลูก แต่ไม่มีทางจัดการกับพวกมันได้ทั้งหมด ผมฟัดกรอดขณะที่อะดรีนาลีนหลั่งพล่านไปทั้งตัว

แล้วผมก็ตัดสินใจลุกขึ้น และวิ่งสุดฝีเท้ากลับไปยังจุดที่ผมหมอบหลบออคโทปุสอยู่เมื่อครู่ ออคโทปุสตัวนั้นลอยห่างออกไปไกลหลายเมตร หนวดยาวๆของมันส่ายไหวขณะพ่นยาฆ่าเชื้อโรคออกมาจากปลายท่อ ผมหยิบแท่งยิงลูกดอกไฟออกมา มันยืดออกเป็นทรงกระบอกยาวเกือบฟุตเมื่อผมกดปุ่มคลายล็อค ใจผมเต้นกระหน่ำขณะเล็งมันไปที่ออคโทปุส

ลูกดอกไฟพุ่งสวนเข้าไปในท่อโลหะที่เป็นหนวดของมันอย่างแม่นยำ ประกายไฟสว่างวาบพร้อมกับเสียงลั่นเปรี๊ยะ ออคโทปุสดึงหนวดทุกเส้นกลับเข้าไปในตัว ส่วนครึ่งล่างของลูกบอลหมุนรอบหนึ่ง  ก่อนที่หนวดจะยืดออกมาอีกครั้ง และคราวนี้ผมรู้ว่าข้างในไม่ใช่ยาฆ่าเชื้อโรค!

ผมยิงลูกดอกไฟลูกสุดท้ายใส่มันอย่างถนัดถนี่กลางลำตัว ก่อนจะหันหลังกลับ และวิ่งอ้าวไปยังห้องที่แพทริคถูกจับตัวไว้ เสียงหวีดหวิวจากการเคลื่อนที่ของออคโทปุสตามมาติดๆ ผมวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตและพุ่งกระโจนเข้าไปในนั้น  มันบ้าบิ่นเกินรับ  เพราะผมนี่แหละที่มีโอกาสโดนกระสุนจากออคโทปุสยิงมากที่สุด  แต่ผมก็ไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้แล้ว

ออคโทปุสโจมตี!

ผมตะโกนออกไปสุดเสียง  แต่ก็ไม่จำเป็นเท่าไหร่ เสียงปุ ปุ ปุ จากลูกกระสุนของออคโทปุสที่พุ่งเจาะเข้าที่พื้น ช่วยยืนยันคำพูดผมได้เป็นอย่างดี ผมกลิ้งตัวหลบห่ากระสุน ขณะที่พวกนั้นแตกฮือไปคนละทิศละทาง

ผมหันควับไปทางแพทริค ก่อนจะต้องอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง เมื่อเห็นไอ้หน้าเสี้ยมตัดเชือกที่แขวนแพทริค ร่างเขาหล่นโครมลงที่พื้น แต่นั่นยังไม่จบ ผมรู้ดีพอๆกับที่มันรู้ ว่าถ้าแพทริครอดไปได้  การล้างแค้นแบบส่วนตัวอันโหดเหี้ยมจะตามหลอกหลอนถึงทุกชีวิตที่เกี่ยวของกับมัน และนั่นก็ทำให้มันตัดสินใจถีบร่างของแพทริคให้กลิ้งจากพื้นชั้น 5 ผ่านช่องหกเหลี่ยมที่ว่างเปล่า หล่นออกไปทางด้านนอก!

ไม่!!!

เสียงตะโกนของผมถูกกลบด้วยเสียงลูกกระสุนจากออคโทปุส ผมกระโจนหลบอย่างไม่รับรู้ทิศทาง จนได้รู้ในนาทีต่อมาว่ามันไม่ได้ยิงผม แต่กำลังยิงใส่คนพวกนั้นที่พยายามสู้กับมันด้วยอาวุธที่มีในมือ ชายหน้าเสี้ยมพุ่งผ่านตัวผมออกไปยังทางเดินด้านนอกเพื่อหลบหนี ผมถลันไปยังช่องที่เคยเป็นผนัง และชะโงกลงไปอย่างคนหัวใจป่นแตกสลาย ก่อนจะต้องตะลึงงันกับสิ่งที่ไม่ได้คาดไว้

ท่ามกลางสายลมและละอองหิมะที่พัดพรู  ด้านหลังของอาคารหลังนี้คือสายน้ำคดเคี้ยวดำมืด ที่ทอดผ่านจากเขตเมืองมาถึงย่านตึกรวงผึ้ง!

ผมพุ่งตัวลงไปโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด

ตูม!

ร่างผมผ่านผิวน้ำลงสู่ความเย็นเยียบข้างใต้  ใบหูผมเปลี่ยนเป็นครีบข้างพลิ้วไหวอยู่ในสายน้ำ ใต้แนวกรามปรากฏเป็นช่องเหงือกที่ใช้หายใจแทนปอด และร่างกายตั้งแต่ช่วงเอวลงมาก็กลายสภาพเป็นลำตัวปลา ที่มีเกล็ดสีส้มทองไล่ไปถึงแพหางที่แผ่พริ้วเหมือนผืนผ้าบางเบา

การมองเห็นของผมดีขึ้นเมื่ออยู่ใต้น้ำ ผมว่ายตามแรงกระเพื่อมที่ยังทิ้งร่องรอยสัมผัสในอณูของสายน้ำอันขุ่นหมอง ไปหาสิ่งที่ผมต้องการ

แพทริคอยู่ตรงนั้น

ร่างเขาจมดิ่งลงสู่ก้นแม่น้ำ มือทั้งสองข้างยังถูกมัดไว้ด้วยเชือก ผมพุ่งผ่านสิ่งสกปรกที่ถูกทิ้งลงมาด้วยฝีมือมนุษย์ ไปหาร่างที่กำลังจมลงอย่างไม่หยุดยั้ง ผมสอดมือเข้าใต้อกของแพทริค ยึดไว้มั่น และดึงตัวเขาพาให้ให้โผล่ขึ้นเหนือผิวน้ำได้ในที่สุด

การพาผู้ชายตัวโตอย่างแพทริคเคลื่อนที่นั้นไม่ได้ง่ายเลย ผมอาจคล่องแคล่วและเคลื่อนไหวได้อย่างดีเยี่ยมเมื่ออยู่ในน้ำ แต่บนบกผมก็ไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าผู้ชายรูปร่างกลางๆ ที่ไม่ได้แข็งแกร่งกำยำอะไรนักหนา

ยานลาดตระเวนของแพทริคยังจอดอยู่ข้างถนน  ผมกดควบคุมจากแถบข้อมือของเขาให้หลังคาโค้งโปร่งใสนั้นเคลื่อนเปิดออก ก่อนจะดันร่างเปียกโชกของแพทริคเข้าไปในนั้นอย่างทุลักทุเล และตามเข้าไปนั่งตรงที่นั่งข้างๆด้วยอาการหอบแฮ่ก

แผงควบคุมที่เต็มไปด้วยปุ่มต่างๆมากมายปรากฏอยู่ตรงส่วนหน้า มันไม่ต่างอะไรกับปุ่มปมปริศนาสำหรับคนที่ไม่เคยใช้มัน ...แต่รู้อะไรไหม? ผมเคยนั่งในยานลาดตระเวนมาแล้ว 2 ครั้ง และทั้งแพทริคและเพื่อนของเขา ก็ไม่เคยจะปิดป้องไม่ให้ผมเห็นว่าพวกเขามีวิธีบังคับยานแบบไหน ก็ใครมันจะไปคิดล่ะ ว่าวันหนึ่งคนธรรมดาจะมีโอกาสได้ขับยานลาดตระเวน

หลังคาโค้งเลื่อนปิดอย่างนุ่มนวล ก่อนที่ยานรูปทรงแข็งแรงปราดเปรียวจะพาผมพุ่งทะยานไปในอากาศ เหมือนค้างคาวสีดำที่กางปีกโบกบินอยู่ในความมืด

ผมไม่ได้พาแพทริคกลับไปที่ห้องของเขาในตึกที่พักของหน่วยลาดตระเวน  มันโง่เง่าเกินไป ผมคงพรุนไปทั้งร่าง โดยที่ไม่ทันได้มีโอกาสกระทั่งอ้าปากอธิบายด้วยซ้ำ หากพาแพทริคเข้าไปที่นั่นในสภาพสะบักสะบอมแบบนี้ โดยมีตราประทับโชว์หราอยู่ตรงขมับผม

สถานที่เดียวที่ผมนึกถึงในเมืองนี้ ก็คือห้องพักเดิมของผมในตึกของคุณโรเบิร์ต  ผมจอดยานทิ้งไว้หน้าตึกอย่างไม่ห่วงอะไร แถบนี้ถือเป็นย่านที่ดีซึ่งอยู่ไม่ไกลจากย่านธุรกิจการค้าของเมือง ผมกึ่งแบกกึ่งประคองแพทริคขึ้นลิฟต์ที่มีกลิ่นหอมสะอาดจางๆ แตกต่างอย่างลิบลับกับกลิ่นขยะและสิ่งปฏิกูลของย่านตึกรวงผึ้ง

ผมปล่อยร่างหนาหนักของแพทริคไว้บนเตียง และทิ้งตัวลงนั่งอิงขอบเตียงอย่างเหน็ดเหนื่อย แผ่นอกของแพทริคสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะหายใจแต่ก็ยังไม่ได้สติ ใบหน้าเขาเกรอะกรังไปด้วยเลือด ผมฝืนลุกขึ้นและไปรองน้ำอุ่นใส่อ่างใบเล็กจากในห้องน้ำ และกลับมาพร้อมกับผ้าขนหนูผืนหนึ่ง

ผมเช็ดตามเส้นผมและใบหน้าเขา โหนกแก้มและหางคิ้วของแพทริคแตกเป็นแผล ผมเช็ดอย่างนุ่มนวลและทำแผลให้เขา  ชุดของหน่วยลาดตะเวนถอดยากอย่างน่าโมโห  มันซุกซ่อนตัวล็อคและขั้นตอนซับซ้อนเป็นลำดับ มันคงไม่ยากสำหรับเขาที่ต้องถอดๆใส่ๆมันทุกวัน แต่สำหรับพลเรือนอย่างผม มันเว่อวังพอๆกับชุดนักบินอวกาศ

แต่ในที่สุดผมก็ถอดมันสำเร็จ  ร่างเปลือยเปล่ากำยำของแพทริคนอนอยู่ตรงหน้า  เนื้อตัวของเขาเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำจนผมมือเท้าอ่อน ทั้งๆที่ใจแป้วแต่ผมก็ยังดีใจที่ไม่มีบาดแผลรุนแรงอย่างรอยแทงหรือเผาด้วยไฟ ชุดของหน่วยลาดตระเวนถูกออกแบบมาอย่างดีเลิศ มันป้องกันของมีคม ลดแรงกระแทกจากการปะทะ ทั้งเหนียวและยืดหยุ่น  นี่เป็นเหตุผลว่าหน่วยลาดตระเวนแทบจะไม่เจอเหตุการณ์ซี่โครงหัก หรืออวัยวะภายในบอบช้ำจากการต่อสู้ หลังเหตุการณ์นี้ผมอาจจะต้องหามาไว้บูชาสักชุด

ผมเช็ดตัวที่อุ่นจัดของเขาด้วยน้ำสะอาดหลายรอบ และจัดการกับบาดแผลเยิ้มแดงจากรอยจี้ของบุหรี่เทียมตรงคอเป็นลำดับสุดท้าย โชคดีที่ไอ้พวกที่ทำร้ายเขาเป็นแค่กุ๊ยข้างถนน ที่ไม่ได้มีอาวุธร้ายแรงอย่างกระสุนปืนที่สามารถทะลุผ่านชุดของหน่วยลาดตระเวน  แพทริคมีไข้ คงเป็นเพราะตกลงไปในแม่น้ำเย็นจัด ผมติดแถบลดไข้เล็กๆลงที่หน้าผาก และห่มผ้าไม่ให้เขาหนาวสั่น ก่อนจะกลับไปที่ห้องน้ำอีกครั้งเพื่อจัดการตัวเองบ้าง

กระแสน้ำอุ่นที่ไหลฟู่ลงมาทำให้รู้สึกสบายตัว ผมลูบไล้อย่างเคลิบเคลิ้มด้วยฟองสบู่ราคาถูกแต่ก็มีกลิ่นหอม เกือบลืมไปแล้วว่าตัวเองเคยใช้ชีวิตแบบนี้มานานหลายปี ก่อนจะเปิดตาหันไปมองและก้าวสู่ความเป็นจริงอันโหดร้าย ชีวิตแบบเดิมของผมที่มนุษย์ธรรมดาก็ยังมองว่าต่ำชั้น กลับดูเหมือนเป็นเทพนิยายไปเลย สำหรับคนที่ถูกกดให้ชีวิตจมต่ำอยู่กับความจนตรอก อย่างพวกมนุษย์กลายพันธุ์ในย่านตึกรวงผึ้ง ต้องขอบคุณความรักและความทุ่มเทของพ่อแม่ผม

หลังจากอาบน้ำเสร็จ ผมก็เดินไปนั่งลงตรงขอบเตียงที่แพทริคยังนอนหลับอยู่  หิมะยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่องที่ด้านนอก แสงอ่อนจางจากดวงไฟข้างถนนส่องผ่านความฝ้ามัวของหน้าต่างเข้ามาในห้อง พอให้เห็นภาพรางๆโดยไม่ต้องเปิดไฟ

 ผมมองแพทริคอย่างพิจารณา เวลาที่เขาไม่ได้เป็นไอ้ขี้กร่างสันดานเสีย เขาก็ดูดีไม่น้อย  ขนตาเขาหนาเป็นแพ และมีสีหม่นปนน้ำตาลคล้ายกับสีผมของเขา รอยเคราครึ้มๆยังมีให้เห็นอยู่ตรงแนวกราม  ใบหน้ามีรอยแผลขีดข่วนประปราย เหมือนแมวจรจัดที่ฟัดกับแมวหรือหมาข้างถนนมาอย่างโชกโชน ผมยื่นมือไปสัมผัสเส้นผมดกหนาใกล้หน้าผาก แพทริคถอนใจแรงคล้ายกับไม่ยินยอมทั้งๆที่ยังหลับ และนั่นทำให้ผมเผลออมยิ้ม แต่ในนาทีต่อมารอยยิ้มนั้นก็เจื่อนลง

...นี่พวกเรากำลังเล่นเกมอะไรกันอยู่ แมวจับหนู หรือซ่อนแอบ?

ผมนึกสงสัยว่าเขาตามหาผมทำไม ...โมโหที่ผมรู้แล้วว่าเขาเป็นคนแอบเอากาแฟบีดส์ขวดนั้นมาให้ ทั้งที่เขากำชับฟิลลี่ไว้แล้วว่าอย่าบอก หรือเพราะอยากลากคอผมเข้าตะราง ด้วยความโกรธแค้นเรื่องการระเบิดอุโมงค์ของพวกองค์กรหมายเลข ที่ต่ำช้า ที่เขาระแคะระคายอยู่แล้วว่าผมเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง

...หรือเพราะเขาห่วง

ไม่หรอกมั้ง ผมสะบัดหัวไล่ความคิดที่ลึกๆแล้วผมแอบชอบมากกว่าคำตอบอื่นๆ ก่อนจะเบนสายตากลับมาที่แพทริค เขาพลิกตัวกระสับกระส่ายเพราะฤทธิ์ไข้จนผ้าห่มเลื่อนลงมา ผมยื่นมือไปดึงผ้าให้ห่มคลุมถึงคอเขาเหมือนเดิม

แต่แล้วแพทริคก็คว้าหมับที่ข้อมือผม

“...เกล?” เขาลืมตาและพูดชื่อผมด้วยสีหน้าที่ดูมึนๆงงๆ

ผมอึ้ง  ไม่รู้จะตอบออกไปว่ายังไงดี แพทริคนิ่วหน้าและเอามือกุมหัวข้างหนึ่งเหมือนกำลังปวด ขณะที่มืออีกข้างยังจับข้อมือผมไว้แน่น

“ฝัน...ใช่ไหม” แพทริคงึมงำ

แล้วผมก็ต้องเบิกตาโต เมื่ออยู่ๆแพทริคดึงตัวผมให้ล้มลงไปนอนข้างๆ ใบหน้าเขาอู้อี้อยู่ตรงซอกคอผม  นายจะเอายังไงหือ..เกล จะเอายังไง จะให้ฉันล่ามไว้ ไม่ต้องมีโอกาสไปทำเรื่องห่าเหวอะไรอีกใช่มั้ย

ผมนอนตัวแข็งทื่อ ขณะที่แขนแข็งแรงเลื่อนมากอดผมไว้ แพทริคเหมือนมีสติแค่ครึ่งๆกลางๆ ใจผมเต้นแรงจนแทบระเบิด เมื่อวงแขนที่โอบไว้หลวมๆก็เลื่อนกระชับแน่นขึ้น พร้อมกับจังหวะสูดลมหายใจของเขาที่เปะป่ายมาตามซอกคอและใกล้ใบหู มันอุ่นมาก และก็วาบหวิวมากด้วย

“อย่าเป็นฝันเลย...”

คำพูดของเขาทำให้ใจผมวูบโหวงแปลกๆ ผมรู้สึกได้ถึงความเว้าวอนขอร้องในน้ำเสียง แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะนอนมองเพดาน และปล่อยให้เขาทำอะไรๆได้ตามใจชอบ

ผมเบือนหน้าหลบและใช้มือข้างหนึ่งดันไหล่เขาออก แต่แพทริคก็ดื้อดึงมาก เขาขยับเลื่อนตามมา และเมื่อผมดิ้นรนผลักไสแรงขึ้น เราทั้งคู่ก็ตกจากเตียงลงมานอนแอ้งแม้งอยู่ที่พื้น โดยลากเอาผ้าห่มลงมาด้วย


              ...................................ฉับๆๆๆ.....................................


ขออนุญาตตัดออกตั้งแต่ตรงนี้นะคะ  เพราะถ้าปล่อยเอาไว้ก็ล่อแหลมต่อการถูกแจ้งแบนมากค่ะ  >//<

ขออภัยในความไม่สะดวกค่า


ตอนนี้นิยายเรื่องนี้ก็ได้รับการตีพิมพ์แล้ว  โดยสำนักพิมพ์นาบูพับลิชชิ่งค่ะ

รายละเอียดของหนังสือ จะมีแจ้งไว้ในตอนที่ 36 นะคะ


ติดตามข่าวสารของนิยายเรื่องนี้ได้ในเพจของสำนักพิมพ์นาบูค่ะ

https://www.facebook.com/Nabupublishing/?fref=ts


หรือติดตามเพิ่มเติมได้ในเพจของ Violet Rain

https://www.facebook.com/pages/Violet-Rain/460290080781027


ขอบคุณค่ะ

Violet Rain


 






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

53 ความคิดเห็น

  1. #1706 jareeya2538 (@jareeya2538) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 17:39

    อ่านไม่ได้แล้วอ่าาาาา????

    #1706
    0
  2. #1692 ลายหมึก (@sunonwater) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 01:39
    ชอบคู่นี้และน้องปลาทองมากเลย
    #1692
    0
  3. #1691 sehun-hunhan (@hunhan-sehun) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 09:05
    เคลวิน เฟลมาก เป็นคนที่คิดไม่ถึงเลย เสียดายความสัมพันธ์กับไวเปอร์ อยากรู้ว่าที่ผ่านมา เคลวินรักไวเปอร์บ้างรึเปล่า แงงงง เศร้า
    #1691
    0
  4. #1572 Boatbateau (@boatnp) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / 20:48
    เสียใจมากที่มาเจอเรื่องนี้ช้าไป คงต้องไปหาหนังสือมาอ่านแล้วล่ะค่ะ
    #1572
    0
  5. #1453 KrisYeol xx (@vipexotic) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 23:51
    อ่อนโยนเหลือเกินพ่อคุณในความฝัน นี่ป่วยยังไง เพิ่งโดนซ้อมจนสลบยังไง เฮ้ยยยย
    ไม่อยากคิดถ้าพี่เขาพละกำลังเต็มเปี่ยมอยู่ ปลาทองของแม่จะอ่วมไหม
    #1453
    0
  6. #1353 Aree (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 18:39
    โอ้ยยย แพทริคละมุนอ่ะะะะ

    เฮ้ยแก เราชอออบบ >///<

    ถึงแพทจะเบลอๆเมาพิษไข้ก็เถอะนะ

    แต่นั่นคือความรู้สึกที่แท้จริงของแกใช่มั้ยล่ะ!

    5555555555

    #1353
    0
  7. #1217 ALowHa (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 10:58
    สุดยอดมากไรเตอร์

    หักมุม

    นึกว่าการเข้าองค์กรจะทำให้เควินมีเหตุผลที่จะมีชีวิตต่อ

    มันสติแตกอะไรขึ้นมา



    ชอบตอนล่อออคโทพุดด้วย

    ไม่งั้นแพทริคตายแน่

    #1217
    0
  8. #1120 Dearest ❤ Deer (@pretty-angel) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 13:51
    เควินไม่น่าทำแบบนี้เลย ไวเปอร์คงแค้นมากแน่ๆ
    แต่เกลลลลลลลล อย่าหนีเลย
    #1120
    0
  9. #1104 Sweet Time (@ging3) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 09:34
    ทำไมเควิน ทำไม ทำไมนายทำแบบนั้น
    เอ่อ เรื่องท่อนล่างนี่แบบ 555 ไม่เอา อย่าหายไปนะเกล
    #1104
    0
  10. #886 NongYingNutty (@haruminilove) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 เมษายน 2559 / 01:41
    ไม่! เควิน!! เราไม่เชื่ออออ นายทำจริงๆหรอ เราผิดหวังในตัวนายจริงๆ เราเลิกกัน ฮืออออออออ (หล่อนเป็นอะไรกับเค้ายะ??) // ตอนนี้ที่ฉันรอ อ่าาา อ่านแล้วกระชุ่มกระชวยยย ครั้งแรกเกลก็ควบม้าซะและ เก่งจริงๆ 55555555
    #886
    0
  11. #812 Plankton J (@jthida) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 เมษายน 2559 / 12:48
    เสียดายความสัมพันธ์ของเควินกับไวเปอร์มากอ่ะ ชอบคู่นี้อ่ะ ชอบไวเปอร์ ห่ามดี ฮือออออ คู่ปลาทองก็ดีงาม เค้าได้กันแล้ว ฮี่ๆๆๆ
    #812
    0
  12. #741 S'NOOK (@nexo) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 มีนาคม 2559 / 01:50
    ฮรืออออออ เควินทำไมทำกะเรายังงี้ เราชอบคู่นายกับไวเปอร์นะ สงสารไวเปอร์ สงสารเกลด้วย แพทริคดูละมุนมากอ่ะตอนนี้ ปกติปากจัดตลอด พอตอนนี้นะ อื้อหืออออ ยิ่งประโยคที่ว่า'ขอให้ไม่ใช่ฝันเถอะ' ฮรือออออ ดีกับใจเรามากอ่ะ
    #741
    0
  13. #673 paifah2002 (@paifah2002) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:25
    แพทริคล่ามหนูเกลเดี๋ยวนี้เลย!!เกลจะได้ไม่ต้องหนีไปไหน!!
    #673
    0
  14. #670 super__p (@sunonwater) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 / 01:42
    เกล สู้ๆ
    #670
    0
  15. #643 Poyo (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 21:02
    ชอบคู่หนุ่มคีธค่ะ แลดูเป็นคู่SMที่ลงตัว (นี่ฉันพูดอะไรออกไปล่ะเนี่ย) แต่ก็หนูเกลสู้ๆนะลูก เเพทริค พระเอกที่ติดอันดับน่าต่อยให้เลือดกลบปากที่สุดในสามโลก ใช่มั้ย?? พี่ฝนเก่งขึ้นอ่ะ แบบฉาก ***พี่นุ่มขึ้นมากเลยค่ะ หรือเพราะคู่นี้เมาน้ำครำ?? แบบถ้าอ่านจากเรื่องก่อนๆคือตรงๆเลย แต่สำหรับตอนนี้ นุ่มค่ะ>< แต่ก็เค้าชอบคู่หนุ่มคีธนะ เมื่อไหร่นิคจะร้อนแรงบ้าง อร๊ายย ช้านพูดอันใดออกปายยย รักพี่ฝนค่ะ ตามผลงานอยู่นะคะ (ไม่ได้อ่านเรื่องอื่นเลยค่ะ &#9825; ~)
    #643
    0
  16. #642 black devil 666 (@1996012029jin) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 15:14
    ชอบคู่เกลกะแพทริคมากอ่ะ มันให้ความรู้สึกเหมือนรักต้องห้าม(กรี้ดแปป.555^0^)
    #642
    0
  17. #641 jee (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 13:06
    หนูเกลจะหนีอีกแล้วหรอลูก ควรให้แพททริครับผิดชอบ? แพทจับล่ามโซ่ไว้เลย-.,- (smเริ่มออกลาย)

    ไว้อาลัยให้กับเควิน หนูจะรอดมั้ยเนี้ยอย่าเจอไวเปอเป็นพอไม่งั้นได้smจิงๆล่ะคราวนี้-_- แอบคิดนิดนึงว่าหักมุมหนูจะเเอบชอบหนูเกล...(ทุกคน:พามันออกไปที)
    #641
    0
  18. #640 urnurn (@annika1234) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2558 / 08:46
    ชอบเกลกะแพทริค เป็นความรู้สึกหวานปนขมตั้งแต่ครั้งแรกที่สองคนนี้เจอกันเฮ้ออออ ได้กันแล้วรับผิดชอบน้องด้วนะ
    #640
    0
  19. #639 Peach (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2558 / 21:05
    พอดีเห็นความคิดเห็นค่อนข้างตีกัน เลยขอมาคอมเม้นท์ยืนยันอีกหนึ่งเสียง

    ตามอ่านผลงานมาตั้งแต่เรื่องแรกๆ ค่ะ สำหรับเรื่องนี้เราชอบมาก ถึงจะไม่ได้เฉลยทุกปมไว้อย่างชัดเจน แต่ด้วยความที่ชอบแนวปมเยอะๆ แบบนี้เลยคิดว่าบางทีการที่รอคลี่คลายปมตอนท้าย/ทิ้งบางอย่างเอาไว้ให้คิดเองค่อนข้างดึงดูดกว่า

    ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ของแพทริคกับเกล สำหรับเราเป็นตัวอย่างของคำว่าความรู้สึกและอารมณ์ของคนเป็นสิ่งไม่แน่ไม่นอนค่ะ (ฮา) ทั้งสองคนก็ดูดึงดูดกันเองมาตั้งแต่แรก ถ้ามาถึงจุดนี้ก็มีความลึกซึ้งกันแล้วส่วนตัวเราว่าเราเข้าใจค่ะ คู่ไวเปอร์กับเควินนี่สิน่าคิดว่าจะเป็นไปยังไง



    เท่าที่อ่านมาจนถึงตอนนี้เป็นทีมแพทริคเกลค่ะ ถูกใจความน่ารักของทั้งคู่ ส่วนอีกคู่ยังรอติดตามอยู่ว่าความสัมพันธ์จะพัฒนาไปยังไง



    เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #639
    0
  20. #638 _ Night Kung _ (@dragonpim) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2558 / 20:28
    บอกเลยฟฺินค่าาาา >____<
    #638
    0
  21. #637 ทั่วหล้า (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2558 / 11:02
    ได้กันแล้วเรอะ!!!!!! แอบกลัวว่าตื่นเช้ามาพ่อแพทแกจะลากน้องเกลมากระทืบหรือเปล่านะข้อหาไปข่มขืน(?)เขาน่ะ5555555555

    เควินนี่คือ? ไม่เข้าใจอ่ะ ใช่อยากประกาศให้โลกรู้ว่าตัวเองไม่ใช่มนุษย์กลายพันธุ์หรือเปล่านะ? แต่ก็รู้สึกผิดเลยยิงตัวตายหรืออยากตายตามน้อง? สงสัยสงสัยสงสัยสงสัยสงสัยสงสัยสงสัยสงสัยสงสัยสงสัยสงสัยสงสัยสงสัยสงสัยสงสัยสงสัยสงสัยสงสัยสงสัยสงสัย?

    ยืนไว้อาลัยให้หัวใจไวเปอร์(แอบสงสารนาง)



    ตามหาคู่รักหวานๆในเรื่องนี้555555
    #637
    0
  22. #636 lormay (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2558 / 20:04
    ชอบแบบนี้มากกว่าแฮะ เกลดูไม่เป็นเจ้าหญิงเงือกแล้ว

    แนบเนื้อกันแล้วหวังว่าต่อไปอิตาแพทจะใช้ใจคิดแทนสมองมากขึ้น



    ส่วนเกลก็เหมือนจะรู้ๆอยู่แล้วว่าจากนี้ไปจะทำยังไง
    #636
    0
  23. #635 แอลซินอาร์ (@bennett13) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2558 / 14:02
    บอกใบ้เจ้าบ่าวคืนเดียวแบบนี้ แสดงว่าตอนหน้ามาม่าแน่

    เควินหักหลังเพราะแค้นหรือเพราะน้องสาวกันแน่นะ แต่ดูจะจริงใจสุดเพราะไม่ยอมบอกชื่อเกลออกไป นางคงไม่ได้ร้าย แต่สภาพแวดล้อมรอบกายมันบังคับมากกว่า
    #635
    0
  24. #634 ALoHaTheStars (@alohathestars) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2558 / 13:19
    วู้วววว รอบหลังนี้ฉากฟินมาเต็มๆเลย เอาใจช่วยคู่นี้นะ อยากให้รักกันอยู่ด้วยกันแบบสบายใจกันทั้งคู่ กลัวสถานการณ์ตอนนี้มาก กลัวเกลเสียใจอ่ะ
    ส่วนเควินตามที่นักเขียนบอกมาก็เริ่มจะเก็ทในตัวนางแล้ว แสดงว่าที่ทำแบบนี้คงเพราะอยากแก้แค้นรัฐบาลที่สลักบาร์โค้ดใส่สินะ เออก็น่าคิดอยู่ว่าพอหลังจากที่มีบาร์โค้ดแล้วชีวิตพี่แกน่าสงสารมาก คงอยากจะเอาบาร์โค้ดออกใช่มั้ย แต่ก็เห็นเอาปืนจะยิงตัวตายด้วยหนิ แต่รอดมาได้งี้ซวยแน่ๆ โดนรัฐไซร้ไม่หยุดแน่แกเอ๋ย ชีวิตคงไม่กลับมาดีเหมือนเก่าแล้วแหละเราว่านะ เดาล้วนๆ555555
    #634
    0
  25. #633 zhll (@wimolnut) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2558 / 11:34
    อมกกก ดีเว่ออ5555 แพทริคเกลนี่แบบว่า มันโอเคอ่ะ5555 แบบเก่า แพทริคมาซะละมุนเชียว แต่แบบใหม่นี่ก็ไม่ธรรมดาน้าค้าา มีอ้งมีอ้อน แล้วดูคำพูดเค้าสิ ที่ว่าจะให้ล่ามไว้นี่ห่วงค่ะ ห่วงแน่นอน5555 จริงๆแพทริคก็ดูละมุนๆนะ ถ้าไม่ติดเรื่องคนละสายพันธุ์นี่ อือหืออ ดีงาม55555 ไม่ได้พูดถึงไวเปอร์เลย เอาจริงๆเราก็ว่าเค้ารักเควินมากนะ รักมากไว้ใจมาก แต่รักมากก็เจ็บมาก รึเปล่า55 กลัวว่าจะรักมากก็เกลียดมากด้วยนี่สิ กลัวไวเปอร์จะเกลียดไปเลย แล้วก็กลัวเควินไม่ได้รู้สึกอะไรกับไวเปอร์เลย แต่เห้ย เควินจะยอมขนาดนั้นเพื่อหลอกทุกคนในองค์กรเลยดิ แต่ถ้ามีไวเปอร์หนุนหลังมันก็อยู่ในองค์กรง่ายขึ้นอ่ะ เห้อมม อันนี้ก็อยู่ที่ใจทุกคนแล้วค่า55
    #633
    0