69 (yaoi)

  • 99% Rating

  • 10 Vote(s)

  • 100,986 Views

  • 1,719 Comments

  • 3,441 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    513

    Overall
    100,986

ตอนที่ 15 : คลื่นใต้น้ำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4808
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    11 ต.ค. 58


ขณะที่ทางด้านหนึ่งของเมืองต้องเผชิญกับความหนาวเหน็บและหิวโหย อีกฟากกลับต่างออกไป  ที่บ้านของนายพลคาร์เตอร์ในวันนี้มีงานเลี้ยงถึง 2 งาน งานหนึ่งเป็นงานเลี้ยงวันเกิดของลูกสาวคนโต ที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ตอนบ่ายและต่อเนื่องมาถึงตอนค่ำ  และในเวลานี้ที่ท้องฟ้ามืดมิด ในบ้านของนายพลคาร์เตอร์กลับสว่างไสวด้วยแสงไฟ ทั้งจากโถงเต้นรำที่เต็มไปด้วยผู้คนในแวดวงสังคมระดับสูง และงานสังสรรค์อย่างไม่เป็นทางการของเจ้าหน้าที่รัฐที่ดำเนินไปพร้อมกันในอีกห้องหนึ่ง               

ในห้องจัดเลี้ยงพิเศษที่แยกออกมาจากโถงจัดเลี้ยงหรูหราใจกลางคฤหาสน์ นิโคลัสนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารซึ่งรายล้อมไปด้วยเพื่อนฝูงระดับนายทหารด้วยกัน ในห้องกระจกทรงแปดเหลี่ยมที่ยื่นออกไปสู่สวนขนาดย่อม ซึ่งกำลังถูกปกคลุมด้วยปุยหิมะที่ร่วงหล่นลงมาอย่างไม่ขาดช่วง ในห้องนี้อบอุ่นและเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยอย่างออกรส กับเสียงกระทบเบาๆของแก้วไวน์ที่เคล้าคลอไปกับเสียงเพลง   

พวกเขากำลังฉลองให้กับการประชุมครั้งล่าสุดที่จบลงอย่างเรียบร้อย โดยไม่มีแม้แต่เสียงประทัดดังขึ้นมารบกวน และในเวลานี้เจ้าหน้าที่จากเขต 4 ก็กำลังเดินทางกลับเขตของตัวเองอย่างปลอดภัย

นิโคลัสหั่นชิ้นเนื้อแดงๆที่มีเลือดซึมออกมานิดๆตอนที่คมมีดกรีดลงไป เขาจิ้มด้วยส้อมและส่งมันเข้าปาก มันนุ่มลิ้นและให้รสชาติที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะเมื่อตามด้วยไวน์ชั้นดี

เสียงดนตรีลอยผ่านเข้ามาดังยิ่งขึ้น เมื่อบริกรเดินผ่านประตูกระจกที่เลื่อนเปิดออก หลังจากเก็บจานและรินไวน์เพิ่มให้เขา

                “คุณน่าจะออกไปเต้นรำข้างนอกสักหน่อยไหม ผู้การโฮเวิร์ด” เพื่อนนายทหารคนหนึ่งยิ้มกระเซ้าและบุ้ยปากไปทางด้านนอกห้อง ซึ่งหญิงสาวคนหนึ่งกำลังเดินชดช้อยผ่านหน้าประตู เธอกัดริมฝีปากและเหลือบมาทางนิโคลัสอย่างประหม่า ก่อนจะรีบเบนสายตาไปอีกทางอย่างไว้ท่า นิโคลัสจำได้ว่าเธอเป็นทายาทของนักธุรกิจใหญ่คนหนึ่ง “เธอทำแบบนั้น 3 รอบแล้วนะ”             

“ผมส่งซิมเมอร์แมนน์ออกไปแทนแล้ว เธอแค่ต้องรออีกสักครู่กว่าจะถึงคิว” นิโคลัสตอบ

                คำตอบของเขาเรียกเสียงหัวเราะครืนรอบโต๊ะ ก่อนหน้านี้ซิมเมอร์แมนน์เดินออกจากห้องนี้เพื่อที่จะเข้าไปเข้าห้องน้ำ ขากลับเขาโดนดักจับไว้ด้วยสาวใหญ่กลุ่มหนึ่ง ที่หนึ่งในนั้นดูเหมือนจะคลั่งไคล้หนุ่มในเครื่องแบบขนาดหนัก และตอนนี้เขาก็กำลังงุ่มง่ามเต้นรำกับเธออย่างปฏิเสธไม่ออก มองดูน่าขำเหมือนเจ้าชายอสูรร่างใหญ่ที่ฝืนใจเต้นรำกับโฉมงาม

เพื่อนคนเดิมหั่นเนื้อสเต๊กและแกล้งชี้มาทางนิโคลัสแบบตำหนิติตียน “ใจร้ายมาก”

                นิโคลัสยิ้มบางๆอย่างไม่ถือสา เขาจิบไวน์ก่อนจะเอนตัวสบายๆโดยประสานฝ่ามือรองไว้ตรงท้ายทอย ชายหนุ่มถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกไปแล้ว เหลือแค่เสื้อเชิ้ตตัวในที่ถูกพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอก หน้าเขาร้อนจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ และดวงตาสีเทาจางก็ดูจะอ่อนเชื่อมลง ไม่เฉยชาไร้อารมณ์เหมือนปกติ ซึ่งส่งแรงดึงดูดอย่างน่าทรมานใจให้ใครก็ตามที่บังเอิญหันมาเจอเข้า

นิโคลัสดื่มไปหลายแก้วและยังไม่อยากหยุด เขาอยู่ในภาวะที่กำลังผ่อนคลายและถอยห่างออกมาชั่วครู่จากเรื่องราวหลายอย่างที่รุมเร้าก่อนหน้านี้ ชายหนุ่มมองผ่านประตูกระจกบานใหญ่ออกไปยังโถงจัดเลี้ยง ซึ่งตอนนี้ลานตรงกลางที่ใช้เต้นรำถูกกันให้ว่าง และมีการแสดงโชว์จากคลับที่มีชื่อเสียงที่สุดของเขต 3 เข้ามาแทน

พลโทซิมเมอร์แมนน์ยังถูกยึดตัวไว้ทั้งที่การเต้นรำหยุดลงแล้ว เขาดูอึดอัดมากที่ต้องรับมือกับพวกผู้หญิงเอวบางร่างน้อย ที่เขาไม่สามารถหักคอหรือยิงทิ้งได้เหมือนตอนเผชิญหน้ากับศัตรู นิโคลัสหัวเราะเมื่อเพื่อนข้างๆโน้มตัวมากระซิบคำพูดที่ส่อไปทางทะลึ่งลามก เกี่ยวกับเรื่องที่อาจจะเกิดขึ้นกับซิมเมอร์แมนน์จากฝีมือผู้หญิงสักคนในกลุ่มนั่น

“เฮ้...เนื้อนี่สุกเกินไป” นายทหารที่นั่งเยื้องทางฝั่งตรงข้ามกับนิโคลัสกระดิกนิ้วเรียกบริกร เขาเป็นคนสนิทของนายพลคาร์เตอร์ “ไปเปลี่ยนชิ้นใหม่มา แล้วก็เอาชิ้นนี้ไปให้หมาที่อยู่ในกรง พวกมันชอบเนื้อนำเข้า”

บริกรรับคำ ขณะที่อีกฝ่ายแตะเปิดสัญญาณตรงแถบข้อมือ เพื่อดูข่าวสารเล่นฆ่าเวลาระหว่างรอสเต๊กชิ้นใหม่ เขาสบถออกมาอย่างหงุดหงิดเมื่อเห็นภาพข่าวที่ฉายขึ้นมา “ให้ตายเถอะ เมื่อไหร่ยายนี่จะหุบปากซะที”

                นิโคลัสมองภาพที่ถูกกดให้ขยายขึ้นมาเป็นภาพใหญ่ มันเป็นข่าวการให้สัมภาษณ์ของเจ้าหญิงองค์หนึ่งของราชวงศ์ในยุโรปที่มีชื่อว่าวาเลอรี ซึ่งเวลานี้เธอพักอยู่ในเขต 1 ของรัฐเนบราสก้า

ริมฝีปากสวยสดเปล่งคำพูดตำหนิติเตียนถึงการกระทำอันไร้มนุษยธรรมของเขต 3 ในรัฐมอนทาน่า ที่กำลังจะทำให้พวกมนุษย์กลายพันธุ์ต้องตายลงอย่างทรมานจากความหิวโหยในสภาพอากาศที่เลวร้ายขึ้นเรื่อยๆ และก่อนหน้านี้เธอก็ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อขอร้องให้ผู้คนพิจารณาอีกครั้ง ถึงร่างกฎหมายควบคุมเขตที่อยู่ของมนุษย์กลายพันธุ์ ที่ชี้ให้เห็นถึงความตกต่ำของสำนึกในความเป็นมนุษย์ มันเป็นผลพวงจากความบอบช้ำหลังสงคราม และเราตอนนี้เรากำลังจะซ้ำเติมให้มันเลวร้ายลงอีก

                “ไร้สาระ” นายทหารอีกคนส่ายหน้า “ที่จริงเธอน่าจะถลกกระโปรงขึ้นสูงๆ แล้วก็เดินเล่นในพาร์คทั้งแบบนั้น ถ้าอยากเป็นจุดสนใจของชาวโลกขนาดนั้น”

                “ถ้าเป็นสมัยก่อน คงต้องพูดว่าผู้หญิงก็ไปยุ่งแต่เรื่องในครัวเถอะ อย่ามาออกความเห็นเรื่องการเมือง แต่นี่เธอเป็นเจ้าหญิงนี่นะ คงไม่เคยเห็นห้องครัวหรอก”

                “คงอยากเป็นทูตสันติภาพ” ใครบางคนเสียงแค่นเสียงในลำคออย่างดูถูก

                นิโคลัสยกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม เขาไม่แปลกใจที่เพื่อนนายทหารดูจะหงุดหงิดรำคาญใจกันเกินกว่าเหตุ กับคำพูดของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งไม่ได้รู้เรื่องอะไรจริงๆเกี่ยวกับสงครามเลย และมองโลกเหมือนภาพฝันงดงาม ต่อให้มันเน่าเฟะจนต้องเยียวยาโดยการตัดชิ้นส่วนทิ้ง เพราะอันที่จริงมีคนสนับสนุนแนวความคิดของเจ้าหญิงวาเลอรีอยู่ไม่น้อย แม้ว่าจะไม่กล้าออกหน้าออกตามากนัก แต่นั่นก็อาจเป็นคลื่นใต้น้ำเล็กๆที่กำลังรอเวลาขยายตัว

                “โว้ว... นั่นใครกำลังมาน่ะ” เพื่อนข้างตัวส่งเสียงขึ้นมา

                นิโคลัสเผลอหยุดลมหายใจไปชั่วครู่ เมื่อเห็นคีธ สไตรเกอร์ กำลังเดินผ่านประตูเข้ามาในห้องนี้กับพลโทบอนด์วิลล์ ฝ่ายนั้นอยู่ในชุดทักซิโด้สีดำพอดีกับรูปร่าง ดูหล่อเหลาเหมือนเจ้าชายเพลย์บอย

                คีธเอ่ยทักหลายคนในที่นั้นอย่างคุ้นเคย พลโทบอนด์วิลล์ยิ้มร่าและเจ้ากี้เจ้าการหาที่นั่งให้คีธ เขาผิดหวังเล็กน้อยที่ที่นั่งข้างๆนายพลคาร์เตอร์นั้นไม่ว่าง ตอนนี้นายพลคาร์เตอร์กำลังทักทายต้อนรับแขกอยู่ตรงโถงจัดเลี้ยง ถ้าเป็นไปได้เขาอยากให้คีธได้นั่งอยู่ตรงนั้นเมื่อนายพลคาร์เตอร์กลับมา

                 “นักธุรกิจเข้ามาอยู่ในกลุ่มทหารนี่มันดูแปลกๆนะ ว่าไหมคุณสไตรเกอร์” พลโทไอส์เนอร์เอ่ยขึ้นแบบกึ่งเย้า คืนนี้เขาดื่มหนักและกำลังกรึ่มได้ที่

“ทั้งๆที่เขาแทบจะเจาะเข้าคอมพิวเตอร์ทุกตัวของรัฐได้อยู่แล้วเนี่ยนะ”

                รอบโต๊ะฮาครืนกับมุกตลกนั่น ขณะที่คีธยิ้มละไม

“ถ้าคุณหมายถึงโครงการที่ต้องเชื่อมเข้ากับข้อมูลระดับสูงของรัฐ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ออคโทปุสมีสิทธิ์ยกเลิกไลน์โค้ดของมนุษย์กลายพันธุ์ด้วยล่ะก็ ผมคงต้องพูดตามตรงว่าผมยังไม่ได้รับการอนุมัติงบประมาณส่วนนั้นจากเขตนี้เลย ขอโทษด้วย ที่ยังไม่สามารถโชว์ประสิทธิภาพการระเบิดหัวมนุษย์กลายพันธุ์ด้วยฝีมือออคโทปุสให้พวกคุณดูได้”

คีธพูดเหมือนถ่อมตัวทั้งๆที่มันแฝงด้วยความหมายอวดโอ่ และมันก็เป็นอภิสิทธิ์อย่างน่าเกลียด ที่เป็นนักธุรกิจคนเดียวท่ามกลางนายทหารทั้งกลุ่ม

พลโทบอนด์วิลล์หัวเราะร่าอย่างถูกใจและแฝงด้วยอาการประจบ เขาผายมือเชื้อเชิญให้คีธนั่งลงร่วมโต๊ะ คีธก้าวไปทางเก้าอี้ว่างข้างตัวนิโคลัส

                “สวัสดีครับผู้การโฮเวิร์ด ตรงนี้มีคนนั่งรึเปล่า” ชายหนุ่มร่างสูงถามอย่างมีมารยาท

                นิโคลัสหันไปสบตากับดวงตาสีน้ำตาลเชื่อมโรย ริมฝีปากเขาปิดสนิท ก่อนหน้านี้ที่นั่งตรงนี้เป็นของซิมเมอร์แมนน์ แต่ตอนนี้ดูเหมือนฝ่ายนั้นจะไม่ได้กลับมาง่ายๆ นิโคลัสส่ายหน้านิดเดียวอย่างเสียไม่ได้

                “ดูเหมือนคุณจะดื่มไปเยอะเลยนะคืนนี้” คีธนั่งลงและตั้งข้อสังเกต เมื่อเห็นผิวที่ออกสีแดงนิดๆตรงลำคอของนิโคลัส

                ...ถ้ารู้ว่ามันจะมา เขาคงไม่ดื่มมากขนาดนี้

                “สวัสดี คุณสไตรเกอร์” นิโคลัสทักตอบตามมารยาท และมองเลยออกไปยังการแสดงที่ดำเนินอยู่ข้างนอก เหมือนมันน่าสนใจอย่างมาก

                ไม่มีใครสังเกตเห็นความปั้นปึ่งเฉยเมยอย่างฉับพลันของนิโคลัส นายทหารคนอื่นพูดคุยกับคีธอย่างเพลิดเพลิน และไม่ระมัดระวังแม้ว่าบางส่วนจะเป็นข้อมูลวงในของพวกทหาร คีธถูกนับว่าเป็นพันธมิตรของที่นี่ไปแล้ว จากความร่วมมืออย่างกระตือรือร้นในการทำลายล้างเผ่าพันธุ์รกโลกที่พระเจ้าไม่ได้สร้างขึ้น

                “ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด แปลว่าทางเขตจะยังปิดอุโมงค์กับทางเชื่อมต่อไปเรื่อยๆสินะ” คีธถามขึ้น เมื่อการสนทนาวกเข้าสู่เรื่องการปิดทางสัญจรระหว่างย่านตึกรวงผึ้งและเขตเมือง คิ้วเข้มย่นเข้าหากันเล็กน้อย “แบบนั้นจะไม่เป็นปัญหาหรอกเหรอ”

                “ปัญหาแบบไหน”

                “ก็อย่างเรื่องการก่อความรุนแรง” ชายหนุ่มยักไหล่ เขาจิบแชมเปญเย็นเฉียบในแก้ว “เห็นว่าเริ่มมีการรวมกลุ่มประท้วงตามจุดต่างๆขึ้นมาบ้างแล้ว”

                “แล้วคุณเห็นฝีมือสลายกลุ่มชุมนุมของพวกหน่วยลาดตระเวนหรือยัง ไอ้พวกครึ่งพันธุ์งี้แตกฮือยังกับผึ้งแตกรัง ที่ผมเปรียบกับผึ้ง ก็เพราะว่าพวกนั้นชอบแลกโง่ๆ โดยการพยายามพยายามทำร้ายศัตรูด้วยเหล็กใน แต่สุดท้ายก็ต้องตายแบบอวัยวะไม่ครบ” ไอส์เนอร์เอ่ยขึ้น เขาดูสุขสันต์กับการพูดถึงมนุษย์กลายพันธุ์ในแง่นั้น ทั้งที่ตัวเองก็มีเมียเก็บเป็นมนุษย์กลายพันธุ์

                “อาจจะหิวไปหน่อยรึเปล่า ยิ่งถ้าได้รู้ว่าอุโมงค์กับทางเชื่อมอื่นๆจะถูกปิดไว้อีกนาน จนกว่าจะถึงวันลงคะแนนเสียงจากทุกรัฐ พวกนั้นคงหิวจนคลุ้มคลั่ง”

                “คุณห่วงว่าพวกนั้นจะอดตายก่อนหรือไง? ไม่เอาน่าคุณสไตรเกอร์ ยังไงพวกนั้นก็ไม่เลิกเรียกคุณว่าไอ้ชาติชั่วกระหายเลือดในเร็วๆนี้หรอก”

                คีธยิ้มกว้างในขณะที่บางคนหัวเราะขำ “ก็ถ้าเขตอนุมัติงบประมาณให้ผมในเร็วๆนี้ ผมก็พอจะทนให้เรียกต่อไปได้อีกหลายปี”

                คำพูดนั้นถูกอกถูกใจจากหลายๆคนในโต๊ะอย่างไม่ต้องสงสัย ทหารกับพ่อค้าอาวุธสงครามมักมีความสัมพันธ์กันในรูปแบบที่น่าสนใจ นิโคลัสนึกดูถูกความโลภและเห็นแก่ตัวของคีธ ฝ่ายนั้นชาติชั่วยิ่งกว่าที่ทุกคนที่นี่รับรู้ มันปั้นหน้าเหมือนตัวเองสูงส่งกว่าพวกที่มันผสมโรงเรียกว่ากากเดนมนุษย์กลายพันธุ์ ทั้งๆที่เลือดทุกหยดในตัวมันไม่ต่างอะไรกับพวกนั้น และนิโคลัสไม่มีวันไว้ใจสัตว์สองหน้าอย่างมัน

“ผู้การโฮเวิร์ด คุณน่าจะติดกระดุมเม็ดบนหน่อยไหม” คีธเอียงหน้าเข้ามาถาม เมื่อความสนใจของเพื่อนร่วมโต๊ะคนอื่นๆพุ่งไปยังการแสดงด้านนอก ที่ตื่นเต้นเร้าใจขึ้นมาในทันที จากการปรากฏตัวของดาวเด่นที่มีชื่อเสียงที่สุดของคลับ

                นิโคลัสก้มมองที่อกตัวเอง กระดุมเม็ดบนของเสื้อเชิ้ตเขาหลุดออก และชายหนุ่มก็ไม่ใสใจจะติดมันกลับคืน เพราะมันไม่ใช่ชุดเครื่องแบบทหารที่ควรต้องระวังให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย และอีกอย่าง ตอนนี้เขาอยู่ในงานเลี้ยงที่ค่อนข้างจะเป็นส่วนตัวกับเพื่อนร่วมโต๊ะที่ล้วนแต่อยู่ในหน่วยงานเดียวกัน ชายหนุ่มเมินกับคำเตือน และจิบไวน์โดยไม่ให้ความสนใจคนข้างๆอีก

                “มันยั่วน่ะ..นิค”

                นิโคลัสชะงัก เมื่อฝ่ายนั้นวางฝ่ามือข้างหนึ่งลงบนต้นขาเขา โดยที่ใบหน้ายังยิ้มแย้มสุภาพเหมือนกำลังสนทนาเรื่องอื่นที่ไม่ได้เฉียดใกล้เป้ากางเกง นิโคลัสเลื่อนสายตาไปยังใบหน้าของอีกฝ่ายทันที แววตาเขาฉายโชนเหมือนไฟ

                “มองด้วยสายตาแบบนั้น ถ้าจงใจให้ท่าผม มันก็ได้ผลมาก เพราะผมร้อนฉ่าจนอยากปล้ำคุณบนโต๊ะนี่แล้ว”

                เสียงเป่าปากและตบโต๊ะอย่างถูกใจเมื่อโชว์ด้านนอกเพิ่มความอลังการน่าทึ่งดังขึ้นกลบเสียงของคีธ แต่นิโคลัสก็ได้ยินมันครบทุกคำ เลือดในตัวเขาฉีดพล่านด้วยความโกรธ เมื่อมือนั้นเลื่อนเข้ามาลูบคลำตรงขาอ่อนด้านใน และขยับขึ้นมาตะปบส่วนนั้นของเขา

                ก้านแก้วไวน์หักเป๊าะคามือนิโคลัส ฝ่ามือหยาบโลนขยับออกจากตัวเขาอย่างรวดเร็ว เหมือนตระหนักถึงอารมณ์ดุเดือดของอีกฝ่าย

                “โอ๊ะ... ลุ้นขนาดนั้นเลยเหรอเพื่อน” นายทหารที่นั่งฝั่งตรงข้ามพูดขึ้นแบบกลั้วหัวเราะ “ไปทำแผลก่อนดีมั้ย โชว์ยังมีฉากเด็ดอีกหลายช่วง”

                นิโคลัสสะบัดมือ และใช้ผ้าเช็ดปากซับเลือดที่หยดจากแผลตรงนิ้วจากการถูกแก้วบาด พ่อบ้านกุลีกุจอเข้ามาเพื่อพาเขาไปยังห้องปฐมพยาบาล นิโคลัสยกมือห้าม และบอกแค่ว่าเขาจะไปเอง อันที่จริงบาดแผลแค่นี้เล็กน้อยมากจนแทบไม่ต้องทำอะไร แต่นิโคลัสอยากลุกออกไปจากตรงนี้ เขาไม่แน่ใจว่าถ้ายังนั่งต่อ ตัวเองจะหลุดการควบคุมหรือเปล่า โดยเฉพาะเมื่อมีปริมาณแอลกอฮอลล์ในเส้นเลือดเป็นตัวสนับสนุน

                นิโคลัสเปิดตู้ยาและหยิบขวดยาใส่แผลออกมา ชายหนุ่มจุดบุหรี่สูบและปล่อยควันสีขาวลอยออกจากปาก พลางใส่ยาลงที่แผลแบบลวกๆ เขามึนเล็กน้อยและอยากให้ตัวเองอารมณ์ดีกว่าที่เป็นอยู่ นิโคลัสปิดทับลงบนแผลด้วยผ้าพันแผลแผ่นเล็ก และเก็บขวดยาเข้าที่เดิม ก่อนจะชะงัก เมื่อมือข้างหนึ่งยื่นมาช่วยปิดบานตู้

                “สูบบุหรี่ในนี้เลยเหรอ ควันคลุ้งไปหมดเลยนะ” เสียงทุ้มลึกกระซิบอยู่ใกล้หู จากคนที่เข้ามายืนอยู่ทางด้านหลัง

                นิโคลัสนิ่งงันไปชั่วขณะ เมื่อฝ่ามือตรงหน้ายื่นเข้าไปในควันที่ลอยฟุ้ง แล้วเขาก็เห็นมันเต็มสองตา ความเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นที่ปลายนิ้ว มันเปลี่ยนจากผิวสีเนื้อตามปกติกลายเป็นสีขาวอมเทาจางๆของควันบุหรี่ ก่อนจะไล่ลามมาตามฝ่ามือและแขน นิโคลัสจ้องมองอย่างไม่ละสายตา เมื่อแขนข้างนั้นทั้งข้างเปลี่ยนสีกลมกลืนไปกับควันบุหรี่ภายในไม่กี่วินาที

                “แกมันเป็นสายพันธุ์อะไรกันแน่” นิโคลัสเปล่งเสียงออกมาเหมือนพูดกับตัวเอง เขายังไม่ได้ขยับตัวออกห่าง อีกฝ่ายยืนซ้อนอยู่ทางด้านหลังของเขา ใกล้จนรู้สึกถึงไออุ่นจากร่างกายมัน แต่นิโคลัสต้องการรู้สิ่งในที่เขาค้นไม่เจอ

                คีธยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้เหมือนจะจรดริมฝีปากลงบนผิวเนื้อตรงต้นคอ “กิ้งก่าเกราะเป็นสายพันธุ์เด่นของผม แต่ผมมียีนกิ้งก่าคาเมเลี่ยนปะปนอยู่ด้วย”

                “แล้วพิษของแกล่ะ”

                คีธหัวเราะเบาๆ เขาสูดกลิ่นจากเรือนผมสีบลอนด์หม่น เปลือกตาหนาหรี่ลงคล้ายตกอยู่ในอารมณ์เคลิบเคลิ้ม “อยากรู้เรื่องผมเหรอนิค ทำไมเราไม่คุยกันดีๆล่ะ ออกไปจากที่นี่ด้วยกันไหม ข้ามเขตไปเขต 2 คืนนี้เลยก็ได้ ผมมีเครื่องบินส่วนตัวที่พร้อมใช้ตลอดเวลา ใช้เวลาไม่นานก็ไปถึงบ้านพักตระกูลสไตรเกอร์ ที่นั่นจะไม่มีใครรบกวนเรา และไม่มีแม้แต่คนเดียวที่กล้าปริปากเรื่องที่คุณอยู่กับผมคืนนี้”

                แววตาของนิโคลัสทอประกายกร้าวอย่างชิงชัง ...อะไรทำให้มันคิดว่าเขาจะไปกับมัน “แกเข้าไปอยู่ในบ้านนั้นได้ยังไง”

                “ไปกับผมสินิค”

                “แกเข้าไปอยู่ในตระกูลสไตรเกอร์ได้ยังไง” นิโคลัสเค้นเสียงผ่านลำคออย่างอดทน ลมหายใจของมันผ่าวร้อนอยู่ตรงริมแก้ม ส่งความรู้สึกชวนคลื่นไส้ปะปนกับความตื่นเต้นอย่างประหลาด ครึ่งหนึ่งนิโคลัสโทษฤทธิ์ของแอลกอฮอลล์

                “ให้ผมสัมผัสคุณ” ฝ่ามือหนาเลื่อนมาโอบเอว

                มันเกินกว่านิโคลัสจะรับไหวอีกต่อไป เขาหันตัวกลับและฟันศอกเข้าจังๆที่กรามของคีธ ฝ่ายนั้นเซผงะถอยไปทางด้านหลัง ก่อนจะโดนซ้ำด้วยลำแข้ง จนต้องทรุดลงกับพื้น

                “ให้มันได้อย่างนี้สินิค” คีธถ่มเลือดพลางยิ้มอารมณ์ดี “รสนิยมคุณนี่ไม่เปลี่ยนเลย ชอบอุ่นเครื่องแบบเจ็บๆ แต่ไม่เป็นไร โชคดีที่เราชอบแบบเดียวกัน”

                คีธขยับตัวเพื่อจะลุกขึ้น แต่เขากลับถูกถีบโครมให้ล้มลงไปอีก  นิโคลัสเหยียบลงตรงช่วงไหล่ บังคับให้คีธอยู่ใต้ฝ่าเท้าเขา   

นิโคลัสหยิบมีดขนาดเล็กเท่าด้ามปากกา ที่ซ่อนอยู่ตรงด้านข้างของส้นรองเท้าออกมา เขาบอกเสียงกร้าว “พูดมา ว่าแกใช้วิธีไหนถึงได้เข้าไปอยู่ในตระกูลสไตร์เกอร์ อย่าเล่นลิ้นว่าแกเป็นลูกชายของบ้านนั้น เพราะฉันรู้ว่าแกไม่ใช่”

                “เรื่องนั้นกวนใจคุณมากเลยเหรอ” ชายหนุ่มยิ้มยั่ว “คุณใช้เวลากี่วันกี่ชั่วโมงในการพยายามยามหาจุดโหว่ตรงไหนสักที่ ที่จะบอกได้ว่าผมไม่ใช่คนที่ผมเป็นอยู่ ปวดใจมากไหม ที่ค้นยังไงก็เห็นแต่ภาพของผม และเรื่องราวของผมในฐานะทายาทตระกูลนี้ ตระกูลที่อยู่ในระดับเดียวกันกับคุณ”

                นิโคลัสขบกราม “สไตรเกอร์เป็นตระกูลเก่าแก่ ที่สายเลือดไม่เคยแปดเปื้อน”

                “นั่นสินะ” คีธพยักหน้า “ผมถึงมีอารมณ์ทุกทีเวลานึกภาพคุณนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ใช้เวลานานนับชั่วโมงในการคิดถึงเรื่องของผม มันโรแมนติกนะ..ว่ามั้ย และบางทีก็ผมก็สงสัยว่าคุณเคยช่วยตัวเองโดยการมองดูภาพผม แล้วก็ทำมันจนเสร็จเหมือนกันกับผมหรือเปล่า และที่สำคัญ คุณทำตัวเองให้เจ็บด้วยมั้ยตอนที่กำลังทำมัน ...อ๊าก!!

                คีธร้องออกมาเมื่อนิโคลัสกดยึดข้อมือข้างหนึ่งของเขาไว้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะปักมีดลงใจกลางฝ่ามือและลากผ่านลงมาทางข้อมือ กลิ่นเหม็นไหม้ลอยออกมาปะปนกับควันจางๆตรงรอยกรีด มันไม่ใช่มีดธรรมดา แต่เป็นมีดที่ตรงปลายจะเกิดความร้อนเมื่อลากไปบนพื้นผิว

                “แกมันโรคจิต” นิโคลัสพูด ขณะมองคีธที่หอบหายใจแรง

                “แล้วคุณคิดว่าคุณไม่ใช่เหรอ”

                รอยยิ้มบนใบหน้าของคีธทำให้นิโคลัสเอะใจ แต่ไม่ทันแล้ว มือของนิโคลัสที่ยังกำมีดด้ามจิ๋วปักอยู่ที่ฝ่ามือคีธ ถูกจิกด้วยกรงเล็บที่เปลี่ยนกรงเล็บแหลมคมของกิ้งก่า ความแสบชานิดๆแล่นขึ้นมาตามแขน มันไม่รุนแรงมาก แต่ก็พอที่จะทำให้ปฏิกิริยาตอบโต้ของเขาช้าลงหลายวินาที และนั่นก็มากพอจะทำให้คีธมีจังหวะที่จะยึดแขนเขาไว้ และเหวี่ยงร่างเขาข้ามหัวไปด้วยพละกำลังอันแข็งแกร่งผิดมนุษย์

                ร่างของนิโคลัสไถลไปตามพื้นจากแรงเหวี่ยง คีธกระโจนเข้าตะปบเขาเหมือนสัตว์ป่า เสียงดนตรีประสานกับเสียงโห่ร้องดังกระหึ่มมาจากทิศทางฝั่งห้องจัดเลี้ยง ไม่มีใครเลยสักคนจะรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นในห้องปฐมพยาบาลซึ่งอยู่ทางปีกหนึ่งของตัวบ้าน

                นิโคลัสเปล่งเสียงออกมาจากลำคอ เมื่อคีธขย้ำลงตรงช่วงไหล่เขา ฟันเขี้ยวแหลมคมทะลุผ่านลงไปยังผิวเนื้อข้างใน เลือดซึมผ่านเนื้อผ้าออกมาเป็นจุดๆ และไม่กี่วินาทีต่อมานิโคลัสก็เริ่มมึนงง

                “ผมมีต่อมพิษที่พัฒนาขึ้นจากการต้องรับสารพิษซ้ำๆเป็นเวลานาน จากป่าที่คุณกะว่าจะทิ้งให้ผมตายอยู่ในนั้น” คีธกระซิบอยู่เหนือใบหน้าเขา “มันเจ็บนะนิค ทรมานมากด้วย เหมือนกับว่าลมหายใจของผมอาจจะหยุดลงได้ทุกวินาที ต้องขอบคุณคุณ ที่ทำให้ผมผ่านมันมาได้ ทุกนาทีที่นึกถึงหน้าคุณในป่านั่น ผมภาวนาให้ตัวเองรอดกลับมาหาคุณ และตอบแทนสิ่งที่คุณทำเอาไว้กับผม”

                คีธก้มลงมา และแตะริมฝีปากลงบนริมฝีปากเขา นิโคลัสเบือนหน้าหนีการจูบ คีธบีบช่วงกรามเขาไว้ด้วยฝ่ามือแข็งแรง และบังคับให้นิโคลัสต้องหันกลับมา           

“ขยะแขยงผมมากเหรอนิค เป็นเพราะผมไม่อ่อนโยนกับคุณงั้นเหรอ หรือเป็นเพราะว่าที่จริงผมต่ำต้อยเกินกว่าจะแตะต้องคุณ คุณรังเกียจส่วนไหนมากกว่า ระหว่างเรื่องที่ผมเป็นพวกกลายพันธุ์โสโครก กับเรื่องที่ว่าผมเป็นแค่ลูกคนรับใช้ในบ้านคุณ แต่ไม่ว่าอย่างไหนคุณก็คงมองว่าผมมันชั้นต่ำ”

                ดวงตาของคีธแปรเปลี่ยน ส่วนของตาดำแปรเปลี่ยนจากสีน้ำตาลไหม้หยาดเยิ้ม กลายเป็นสีดำทั้งดวงเหมือนดวงตาของสัตว์บางชนิด

                “ขอโทษที่อาจเอื้อม”

เสียงพูดของคีธแหบต่ำเหมือนเค้นออกมาจากในลำคอ ขณะก้มลงมอบจูบให้คนที่อยู่ใต้ร่าง

                นิโคลัสเกร็งตัว เมื่อจูบนั้นปะปนด้วยความเจ็บ เขารู้สึกถึงรสเลือดของตัวเองในโพรงปาก ชั่วอึดใจแห่งความรู้สึกก้ำกึ่งระหว่างความทรมานกับแรงกระตุ้นอันประหลาดล้ำ ในที่สุดคีธก็ผละออก

                นิโคลัสรู้สึกตัว แต่ก็ยังคงนอนอยู่แบบนั้นไปอีกนานหลายนาทีเหมือนไม่อยากจะลุกขึ้น แม้กระทั่งเมื่อเสียงฝีเท้าของคีธไกลห่างออกไปจนไม่ได้ยินแล้ว...

 

                บ่ายวันต่อมา ห้องรับแขกในบ้านของนายพลคาร์เตอร์ก็ได้ต้อนรับชายหนุ่มคนเดิม ที่เพิ่งจะมาเยือนที่นี่เมื่อค่ำวานนี้

                “เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้รับเชิญให้มาที่นี้อีกครั้งเป็นการส่วนตัว” คีธพูดอย่างสุภาพ

                นายพลคาร์เตอร์โบกมือเป็นเชิงว่าอย่าใส่ใจ เขาเชื้อเชิญให้คีธเดินลึกเข้าไปยังห้องพักผ่อนส่วนตัวซึ่งอยู่ด้านใน แทนการต้อนรับในห้องรับแขกอย่างที่ควรจะเป็น

                “ผมชอบมานั่งคิดอะไรเงียบๆที่นี่ มันมีสมาธิ และไม่มีใครเข้ามารบกวน” นายพลคาร์เตอร์พูด

                คีธมองไปรอบๆ ห้องนี้อยู่ทางปีกหนึ่งของบ้านในมุมที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวมากๆ ผนังทั้ง 3 ด้านเป็นกระจก ซึ่งมองออกไปเห็นทิวทัศน์ที่เป็นสวนไม้ยืนต้น ภายในห้องสว่างไสวและเงียบสงบ มองเผินๆเหมือนห้องนี้เหมาะจะเอนตัวพักผ่อนชมวิว แต่ในสายตาคีธ มันเป็นห้องนิรภัยในรูปลักษณ์ห้องนั่งเล่น แนวต้นไม้ที่เรียงรายนั้นสามารถบดบังสายตาจากภายนอก สุนัขตัวโตที่ถูกฝึกมาอย่างดีกำลังเดินเมียงมองอยู่ในสวน และผนังกระจกที่เห็นก็คือกระจกกันกระสุน

                “วิวสวยครับ” คีธเอ่ย

                นายพลคาร์เตอร์ยิ้ม เขาเชื้อเชิญให้คีธนั่ง ถ้วยชาร้อนๆหอมกรุ่นถูกนำมาเสิร์ฟ            ก่อนที่คนเสิร์ฟจะรีบถอยออกไป ไม่อยู่รบกวนเจ้านาย

                คีธยกถ้วยชาขึ้นจิบ ไอจางๆที่ลอยขึ้นมาเจือกลิ่นหอมคลาสสิก

“ชาอังกฤษแท้ ทั้งๆที่ประเทศอังกฤษไม่มีแล้ว” นายพลคาร์เตอร์พูดติดตลก “ของพื้นๆในสมัยก่อนสงคราม กลายเป็นของล้ำค่าในวันนี้ และมันน่าเศร้า ที่ของพวกนี้อาจจะหาไม่ได้แล้วในวันข้างหน้า เป็นโชคของเราที่ยังมีโอกาสได้ลิ้มรสมัน”

“เรื่องนั้นผมเห็นด้วย แต่ท่านนายพล คุณคงไม่ได้เชิญผมมาที่นี่เพื่อดื่มชาจริงๆหรอก ใช่ไหม?”

 นายพลคาร์เตอร์มองคีธผ่านไอกรุ่นที่ลอยจากถ้วยชา ดวงตารียาวนั้นคมกริบ เหมือนดวงตาของสิงห์เฒ่าที่ล่าเหยื่อมาอย่างโชกโชน

“คุณสไตรเกอร์ คุณเป็นคนมีความสามารถ แต่คุณยังขาดโอกาส” เสียงของนายพลคาร์เตอร์ทุ้มลึก แม้จังหวะการพูดจะราบเรียบ แต่ทุกถ้อยคำมีน้ำหนักอย่างแฝงอำนาจ “ได้ยินว่ายังไม่มีเขตไหนเซ็นอนุมัติงบประมาณให้คุณ เพื่อการขยายประสิทธิภาพการทำงานของออคโทปุส”

คีธพยักหน้า “มันเป็นเม็ดเงินก้อนใหญ่มาก ผมไม่แปลกใจที่ทางรัฐจะลังเลในจุดนี้”

“มันไม่ใช่เรื่องเงิน ทุกคนอยากได้งานของคุณ อยากเห็นเครื่องนั่นบินว่อนซอกซอนไปทุกที่ ช่วยจัดการปัญหาที่พวกสวะกลายพันธุ์ก่อขึ้นอย่างไม่รู้จักจบจักสิ้น แต่ปัญหาตอนนี้คือไม่มีใครอยากเป็นรายแรกที่มีโอกาสจะโดนรุมซัดรอบด้าน คุณก็เห็นตัวอย่างเรื่องเจ้าหญิงวาเลอรีแล้วนี่ ผมผิดหวังจริงๆที่มีคนไม่น้อยมองว่าเธอเป็นนักบุญ ทั้งๆที่สิ่งที่เธอปกป้องก็คือพวกคนบาป และเธอจะทำให้คุณดูเป็นฆาตกรกระหายเลือด และรัฐก็คือคนที่ซื้อมีดให้ฆาตกร” 

“ผมไม่ได้จะผลิตออคโทปุสเพื่อเป็นจักรกลสังหาร มันจะเป็นแค่ตัวช่วยให้เจ้าหน้าที่รัฐทำงานง่ายขึ้น”

“คุณจะเรียกมันว่าอะไรก็แล้วแต่ เอาเป็นว่ารัฐอยากได้มันก็แล้วกัน แต่ในกรณีที่คุณผลิตชิ้นงานออกมาด้อยประสิทธิภาพ และทำให้รัฐต้องสูญเงินก้อนโตเพื่อหุ่นพ่นยาฆ่าเชื้อโรคที่ถูกหลอกว่ามันจะเป็นเครื่องจักรสังหาร เราจะถูกมองเป็นไอ้งั่ง  ซึ่งน่าโมโหยิ่งกว่าคนซื้อมีดซะอีก”

คีธนิ่ง ริมฝีปากเขาเม้มเข้าหากัน และกำลังชั่งใจว่าควรจะเดินแต้มไปทางไหน

“แต่ผมจะเสี่ยงกับคุณ”

คีธเบิกตาขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่นายพลคาร์เตอร์พูดต่อ “ผมจะเซ็นอนุมัติงบประมาณของเขต ให้โครงการนี้เริ่มจากเขตเราเป็นที่แรก แต่เงินรายได้ส่วนหนึ่งของคุณต้องบริจาคให้องค์กรการกุศล ซึ่งผมจะแจ้งชื่อภายหลัง มันคือไม้กันหมา ที่จะช่วยให้ผมโดนด่าน้อยลงบ้าง แม้ว่ามันจะไม่คุ้มเลย แล้วคุณล่ะ...คุณสไตรเกอร์ มันคุ้มสำหรับคุณหรือเปล่า ที่จะต้องเป็นคนถือมีด”

คีธนิ่งไปอึดใจหนึ่งอย่างไคร่ครวญ และในที่สุดเขาก็พูดออกมา

“คนจำนวนมากคิดว่าผมเป็นไอ้ชาติชั่วกระหายเลือด  ซึ่งมันไม่จริงเลย” เขาสบตากับนายพลคาร์เตอร์ รอยยิ้มเล็กๆผุดขึ้นตรงมุมปาก “เพราะอันที่จริง ผมแค่เป็นนักธุรกิจ”

คีธออกมาจากที่นั่นด้วยความพึงพอใจและความสะใจที่เก็บซ่อนไว้ใต้ท่าทีสุภาพ เขามองออกไปยังตัวเมืองกว้างใหญ่ขณะนั่งอยู่ในรถ

                มันไม่ใช่เรื่องของประเทศชาติหรือความเสียสละอะไรเลย มันเป็นเรื่องเงินล้วนๆ เป็นศิลปะแห่งการยักย้ายถ่ายเทเงินตรา ที่นายพลคาร์เตอร์ต้องการดึงมันออกมาจากคลัง ผ่านมือสไตรเกอร์อินดัสทรี แบ่งมันให้ไหลไปสู่มูลนิธิสัก 2-3 แห่ง ก่อนจะกระเด็นลงสู่มือนายพลคาร์เตอร์

                สิงห์เฒ่าตัวนั้นกระหายอำนาจ และปีนป่ายอย่างมุ่งมั่นขึ้นไปหาสิ่งที่ต้องการ เขาอยากได้เงินมาใช้เป็นฐานสนับสนุนที่ยืนของตัวเองในวันข้างหน้า และสิ่งหนึ่งที่เขาจะทำ ก็คือซื้อคนที่จะมาเป็นคนของเขา ร่วมในอุดมการณ์ของเขา เพื่อหนุนให้เขาก้าวไปสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการสูงสุดของรัฐมอนทาน่า

                คีธไม่ตำหนินายพลคาร์เตอร์ในเรื่องนั้น ความกระหายอยากเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ และคนเราก็ควรต้องทุ่มเทให้กับสิ่งที่ต้องการแบบนั้นอยู่แล้ว คีธเบนสายตาขึ้นมองอาคารสูงตระหง่านเหนือแนวของยอดไม้ ขณะที่รถแล่นผ่านพาร์คที่อยู่ใจกลางเมือง มันคือตึกรูปไข่ซึ่งเป็นที่พักของทหาร

คีธถอดถุงมือออก รอยแผลตรงฝ่ามือเมื่อคืนยังสดใหม่ ชายหนุ่มจรดริมฝีปากลงบนเนื้อแดงๆที่ยิ่งทวีความปวดแปลบเมื่อเรียวลิ้นแตะสัมผัส ดวงตาสีน้ำตาลไหม้วูบไหวเหมือนเงาในน้ำ ขณะที่รอยยิ้มแต่งแต้มบนใบหน้าหล่อเหลา

                เขาเองก็เหมือนกัน... ที่ทุ่มหมดตัวเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีแบบไหน เขาทำได้ทุกอย่างเพื่อไขว่คว้าคนคนนั้น ...คนที่เป็นของเขาตั้งแต่แรก

                .....

                .....

                ในเวลาที่ดวงอาทิตย์คล้อยต่ำลงหลังยอดไม้ในเขต 3 ของรัฐมอนทาน่า แสงไฟจากไฟฟ้าก็สว่างขึ้นรอบๆพื้นที่ของกลุ่มอาคารสีขาวขนาดใหญ่ในเขต 5 ซึ่งเป็นเขตการแพทย์

                นายแพทย์ก็อดฟรีย์ยืนอยู่ในอาคารหลังหนึ่งที่แยกออกมาจากอาคารกลาง เขากำลังบันทึกรายละเอียดการพัฒนาของทารกมนุษย์กลายพันธุ์ ซึ่งถูกเลี้ยงดูในสิ่งแวดล้อมแบบปิด เด็กทารกอายุตั้งแต่ 1 เดือนถึง 4 ปี จะถูกเลี้ยงดูอยู่ที่นี่ ในห้องกว้างขนาดเท่าสนามฟุตบอล ที่เต็มไปด้วยห้องย่อยขนาดต่างๆกันเรียงรายเหมือนกรงขังในสวนสัตว์

                ก็อดฟรีย์ก้าวขายาวๆจากหน้าห้องเลี้ยงรวม ที่มีเด็กอยู่ด้วยกันเป็นกลุ่มตั้งแต่ 2-5 คน ไปสู่อีกฝั่งซึ่งเป็นห้องเลี้ยงเดี่ยว เขาทำงานที่นี่มา 9 ปีเต็ม เป็นผู้เชี่ยวชาญระดับหัวหน้าแผนก และเป็นตัวแทน 1 ใน 12 คนจากเขต 5 ที่จะต้องไปใช้สิทธิ์ออกเสียงในกฏหมายควบคุมเขตที่อยู่มนุษย์กลายพันธุ์ในอีกไม่อาทิตย์ข้างหน้า

                นายแพทย์หนุ่มใหญ่พิมพ์ข้อมูลของเด็กลูกครึ่งงูเหลือมอายุ 4 เดือนลงในช่องบันทึกที่อยู่ริมด้านหนึ่งของบานกระจกด้านหน้า เด็กคนนี้นอนหลับเป็นส่วนใหญ่ และแทบจะไม่ตื่นขึ้นมาเลยนอกจากเวลาหิว เด็กมนุษย์กลายพันธุ์บางสายพันธุ์สามารถเลี้ยงรวมกันได้ เนื่องจากเป็นสายพันธุ์ที่อาศัยอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม แต่บางสายพันธุ์ต้องแยกเลี้ยงเดี่ยว เพื่อป้องกันการทำร้ายหรือฆ่าเด็กอื่น

                   เขาก้าวผ่านห้องของตัวทดลองหมายเลข FS-14 ไปยังห้องเลี้ยงเดี่ยวห้องถัดไป ทันทีที่นายแพทย์ก็อดฟรีย์หยุดยืนอยู่หน้าบานกระจก เด็กผู้ชายในห้อง ซึ่งมีรูปร่างลักษณะใกล้เคียงกับมนุษย์ธรรมดาในวัยราวๆ 6-7 ขวบ ที่กำลังนั่งเล่นบล็อกตัวต่อปริศนาก็หันควับมาที่เขา ตัวทดลองหมายเลข MS-02 ทิ้งของในมือ ตรงดิ่งเข้ามาเอามือทาบบนกระจก และขยับปากเป็นคำพูดว่า ก็อด-ฟรีย์

                ก็อดฟรีย์ยืนนิ่ง เขาเบนสายตาไปยังตัวต่อรูปทรงเรขาคณิตหลายชิ้น ซึ่งต้องประกอบลงในกล่องทรงกระบอก เด็กชายทำหน้าบึ้ง ก่อนจะเดินไปประกอบแต่ละชิ้นลงไป มันเสร็จสมบูรณ์อย่างรวดเร็ว อย่างที่ผู้ใหญ่บางคนทำไม่ได้      

นายแพทย์ก็อดฟรีย์ก้มหน้าเล็กน้อยและขยับแว่นตรงสันจมูก เหมือนจะซ่อนรอยยิ้มบางๆบนริมฝีปาก เขาบันทึกสิ่งที่เห็นลงในช่องบันทึกข้อมูล เด็กคนนี้โตเร็ว กระตือรือร้นและฉลาดเฉลียว แม้จะมีอายุจริงเพียงแค่ 1 ปี 6 เดือน แต่พัฒนาการทางสมองนั้นล้ำหน้าไปไกล เด็กน้อยเรียนรู้ที่จะผสมตัวอักษรเป็นคำ หลังจากที่รู้จักตัวอักษรแต่ละตัวได้เพียงหนึ่งอาทิตย์ และคำ 2 พยางค์คำแรกที่เด็กคนนี้เปล่งเสียงอ่านออกมา ก็คือก็อดฟรีย์

เขต 5 ของทุกๆรัฐเปรียบเหมือนแดนสนธยาสำหรับคนทั่วไป ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่ นอกจากจะถูกพาตัวเข้ามา ซึ่งแน่นอนว่าหมดโอกาสที่จะกลับออกไป คนภายนอกรับรู้แค่ว่าเป็นเขตพิเศษสำหรับการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ ช่างฟังดูแห้งแล้งไร้ชีวิตจิตใจ ซึ่งก็สมควรแล้ว

 ก๊อก...ก๊อก

เสียงเคาะกระจกดังขึ้น เมื่อก็อดฟรีย์กำลังจะก้าวไปยังห้องถัดไป เด็กชายหมายเลข MS-02 ยืนชิดกระจก และจ้องเป๋งมาที่เขา ดวงตาสีฟ้าบนใบหน้าขาวจัดแบบคนเผือกดูดื้อดึงแกมขอร้อง ผมหยักศกสีบลอนด์เคลียอยู่ข้างแก้ม เด็กคนนี้ดูเหมือนทูตสวรรค์ที่หล่นลงมาบนโลกมนุษย์

ก๊อก...

เด็กชายเคาะกระจกอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าก็อดฟรีย์ยืนนิ่ง นิ้วป้อมๆจิ้มย้ำลงที่อกของตัวเอง ขณะเม้มริมฝีปากสีชมพูใส

ก็อดฟรีย์ถอนใจเบาๆ ก่อนจะเปล่งเสียงออกมาเป็นคำว่า ยู

รอยยิ้มสว่างไสวปรากฏขึ้นบนใบหน้าเล็กๆ เด็กชายชี้ที่อกของตัวเองและขยับปากเป็นคำว่า ยูก่อนจะชี้มาที่ก็อดฟรีย์และพูดชื่อเขาออกมา

ชั่ววูบที่เหมือนหลุดไปสู่อีกโลก ก็อดฟรีย์รู้สึกถึงความเบ่งบานในอกเขา นั่นไม่ใช่ชื่อของเด็กคนนี้ด้วยซ้ำ เพราะตัวทดลองต้องถูกแทนค่าด้วยรหัส เราไม่ตั้งชื่อให้สิ่งมีชีวิตที่เอามาทำการทดลอง คำว่า ยู ที่จริงเป็นเพียงเสียงของอักษร you ซึ่งเป็นสรรพนามบุรุษที่ 2 ที่เขาเคยพูดกับเด็กคนนี้ แต่ดูเหมือนฝ่ายนั้นยึดถือว่ามันเป็นชื่อของตัวเอง

การผูกพันกับสัตว์ทดลองเป็นเรื่องอันตราย ข้อนี้นายแพทย์ก็อดฟรีย์รู้ดี แต่บางครั้งโลกก็ยุติธรรมและมีเมตตาอย่างน่าทึ่ง กระทั่งดอกไม้เล็กๆยังเคยเบ่งบานแทรกอยู่บนภูเขาก้อนหิน

เขาไม่รู้สึกอะไรกับภาพแม่ของยูตอนที่ถูกเปิดหน้าท้องเพื่อเอาตัวยูออกมา นอกจากความกระตือรือร้นที่จะได้ศึกษาทารกลูกครึ่งสายพันธุ์แมงป่อง Death Stalker ที่มีพิษร้ายถึงตาย แม่ของยูถูกตัดสินให้สละชีวิตเพื่อการพาทารกมนุษย์กลายพันธุ์ออกมาในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด 

ความเป็นนักวิทยาศาตร์ไหลเวียนอยู่ในเลือดทุกหยดของนายแพทย์ก็อดฟรีย์ มันเข้มข้นรุนแรงจนกลบบังอะไรอย่างอื่น ที่จะหยุดยั้งขัดขวางความกระหายใคร่รู้ต่อพันธุกรรมอันน่าทึ่งของพวกมนุษย์กลายพันธุ์ แต่เขาไม่นึกเลย ว่าวันหนึ่งความรู้สึกของในอีกแง่จะแสดงตัวออกมา

ชายหนุ่มยังคงจ้องมอง MS-02  เหมือนตกอยู่ในภวังค์ เขานึกถึงกฎหมายควบคุมที่อยู่ของมนุษย์กลายพันธุ์ และนึกภาพยูเดินอยู่ในสวนสาธารณะของเขตอื่นที่ไม่ใช่เขตการแพทย์แทรกขึ้นมา ยูตอนที่โตเป็นผู้ใหญ่อาจจะแต่งงานกับผู้หญิงสักคนที่มาจากรัฐอื่น เธอจะอ่อนหวานและดีต่อเขา ทั้งคู่อาจอาศัยอยู่ในห้องพักขนาดไม่ใหญ่โต แต่อย่างน้อยก็มีความสุขและมีอิสระ

                กฎหมายตัวนั้นดับภาพฝันของนายแพทย์ก็อดฟรีย์หายวับเหมือนถูกตัดสัญญาณ ความรู้สึกด้านลบติดค้างอยู่ในใจเขา และนายแพทย์หนุ่มรู้สึกสงสัย ว่าจะมีอีกกี่คนในสถานที่แห่งนี้ที่คิดเหมือนเขา...

 

 

                .........................................................................................

 

                แง๊วววว... แต่งตอนนี้แล้วรู้สึกชอบจังเลย มันสนุกเวลาแต่งอ่ะค่ะ แต่ไม่รู้ว่าคนอ่านจะสนุกไปด้วยมั้ย ^ ^              

                ตอนนี้คีธก็ร้อนแรงเช่นเคย ส่วนนิโคลัสก็...ไม้รู้สิ ใครจะไปรู้ความคิดคนนั้น  ฉากโชว์การเปลี่ยนสีที่แขน หลายคนคงคุ้นว่าเคยอ่านใน Hidden Scene 1. แต่เนื้อเรื่องหลักจริงๆมันเป็นแบบนี้ค่ะ  ไม่ใช่ไปโชว์กันตอนที่อยู่บนเตียง >//<

                ส่วนใครที่ยังไม่เคยอ่าน Hidden Scene ทั้ง 2 ตอน ผู้แต่งแปะไว้ให้นะคะ  ไม่อยากให้พลาดของหวาน ...อุอุ

https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=728914137251952&id=460290080781027

https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=740405729436126&id=460290080781027



                อ้อ... ผู้แต่งขออนุญาตแทรกโฆษณาสักนิดนะคะ


                เป็นนิยายเรื่อง “The Arcane Library หอสมุดมนตรา ผ่าโลกวรรณกรรม” ที่เป็นผลงานเพิ่งตีพิมพ์สดๆร้อนๆค่ะ เป็นแนวแฟนตาซีอ่านสบายๆ เฮฮาผจญภัย พิมพ์กับสำนักพิมพ์ 1168 ในนามปากกา Scarlet Rain ค่ะ เป็นสายนอร์มอลนะคะ ไม่

               

                

          ถ้าอยากเก็บผลงานชิ้นนี้ของผู้แต่งไว้ในคอลเล็คชั่น  ก็สั่งซื้อที่เว็ปของสำนักพิมพ์ หรือไม่ก็ไปซื้อที่ B2S นายอินทร์ หรือร้านซีเอ็ด ทั่วประเทศค่ะ

     เฟซบุ๊คของสำนักพิมพ์ 1168 ค่ะ

https://www.facebook.com/1168group?fref=ts

                


ขอบคุณทุกคนที่ติดตามนิยายเรื่อง 69 นะคะ ขอบคุณทุกคอมเม้นต์และแรงใจ ผู้แต่งอ่านทุกคอมเม้นต์นะเออ ^ ^ ชอบอ่านค่ะ  ถ้ามีอะไรติติงก็บอกมาได้เลยนะคะ ถือว่าช่วยกันทำให้ผลงานออกมาดีๆค่ะ

                เลิฟยูออลค่ะ  จุ๊ฟๆ  ^3

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

24 ความคิดเห็น

  1. #1687 sehun-hunhan (@hunhan-sehun) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 05:55
    รู้สึกได้ถึงความอยุติธรรมของโลกใบนี้ สะเทือนใจฉิบเป๋ง
    #1687
    0
  2. #1666 C Griffin (@mungmingii) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:11
    ชอบมากๆ ในแนวความคิดของแต่ละตัวละคร
    #1666
    0
  3. #1600 Shadowself (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 08:15
    โอ้ย เขียนดีมากๆๆๆๆเลยค้า ชอบมากก อืออ พึ่งมาตามอ่าน แต่จะติดตามผลงานต่อไปน้าค้า
    #1600
    0
  4. #1568 Boatbateau (@boatnp) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 / 23:59
    คีธนี่เท่แบบแปลก ๆ ดีอ่ะค่ะ ชอบ 5555555
    #1568
    0
  5. #1115 Dearest ❤ Deer (@pretty-angel) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 11:23
    มีตัวละครมาใหม่อีกแล้ว
    #1115
    0
  6. #883 NongYingNutty (@haruminilove) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 เมษายน 2559 / 22:26
    อื้อหือ เอาสเต็กให้หมากิน อิบร้าาาา พวกลูกครึ่งยังไม่มีจะกิน หมายังได้กินหรูกว่าอีก ฮึ่ย!! มันน่านัก // คีธนิค SM ไม่เสื่อมคลาย ชอบจัง แฮะๆ -///-
    #883
    1
    • #883-1 มินมิน (จากตอนที่ 15)
      18 ตุลาคม 2559 / 14:24
      เรื่องปรกติของสังคมเรานี่แหละค่ะ บ้านเลี้ยงสัตว์เลี้ยงประคมประหงมหมาแมว กินของแพงอยู่อย่างราชา

      คนไร้บ้าน คนแก่พึ่งตัวเองไม่ได้ ไม่มีจะกิน แต่ก็ไร้คนเหลียวแล
      #883-1
  7. #522 zhll (@wimolnut) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2558 / 22:07
    หมายความว่าคุณหมอก็ไม่เห็นด้วยกับกฏหมายใหม่ใช่มั้ย? เห่ยย รู้สึก.. มีความหวัง555 น้องยูนี่ดูน่าเอ็นดูนะ แต่แหม.. แมงป่องเลยหรอ5555 ฉลาดซะด้วย ถ้าโตมาดีก็ดีไป ถ้าร้ายนี่น่ากลัวเลย ว่าด้วยเรื่องคีธนิค อ่าา smสินะ แต่ถามจริงๆเหอะ คีธนี่รักนิคจริงๆหรือแค้นจนโรคจิต5555 แค้นเรื่องไรอ่ะ ที่ไม่ช่วยคีธตอนนั้นอ่ะหรอ ไม่มั้ง จริงๆตอนนั้นนิคจะยิงคีธทิ้งเลยก็ได้นี่ ไม่ฆ่าตายก็บุญละ55 แล้วนิคนี่เป็นของคีธตั้งแต่แรกคือยังไงอ่ะ คู่นี้นี่มีเบื้องหลังอะไรอีกรึเปล่า555 ชอบแพทเกลลลล เกลน่ารัก55555 ปลาทองง แพทนี่ก็น้า แต่แบบนี้ก็เศร้านะ คือเหมือนรักกันทั้งคู่แต่อยู่ด้วยไม่ได้งี้55 ไม่ดิ ถ้าแพททำตามใจตัวเอง มันก็เป็นไปได้แหละ น้องปลาทองไม่ได้น่ารังเกียจขนาดนั้นซะหน่อย55 เฮ้อ แต่มันคงไม่ง่ายแบบนั้นอ่ะเนาะ อ่านเรื่องนี้ละหดหู่55 เหมือนมีแต่สงครามและด้านมืดเลยอ่ะ555 แต่มันก็เป็นแนวนั้นใช่มั้ยล่ะ อ่านไปอ่านมานี่ลืมเรื่องเขต1ไปเลย ไม่คิดว่าจะมามีส่วนร่วมอะไร555 ตั้งแต่เปิดเรื่องมาก็อยู่เขต3ซะส่วนใหญ่ ดีไม่ต้องหนีไปถึงเขต4ไม่งั้นหดหู่ตาย ข้ามมาเขต5ก็ดีไป5555
    #522
    0
  8. #520 SpyyyyyyyP (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2558 / 20:10
    ชอบคู่เกลแพทมาก

    แต่ก็ลุ้นคู่คีธนิคมากเหมือนกัน

    เพราะเราเชื่อว่าคู่เกลกับแพทจะสมหวัง(....มั้ง?แอบกลัวใจคนแต่งนิดๆ)

    แต่คู่คีธกับนิคบอกเลยกลัวคีธตายยยยยยย สงสารคีธธธธธคือในบางอารมณ์นิคก็ใจร้ายป๊ายยยยย แต่ถ้าเราโดนแบบนิคก็คงยิงคีธทิ้งแบบไม่ต้องคิดอ่ะ

    มองทางไหนมุมไหนก็มีแต่คนเจ็บปวดทั้งนั้นเลยจะมีแบบฟ้าสาง สดใส สายรุ้งไรบ้างไหมกับเรื่องนี้
    #520
    0
  9. #519 aimnb (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2558 / 20:32
    รอตอนต่อไป ลุ้นทั้งสองคู่ แอร๊ยยยยย
    #519
    0
  10. #518 jee (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2558 / 07:50
    รอๆๆๆ
    #518
    0
  11. #516 คิเซริ (@fim82) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2558 / 18:35
    ชอบคู่นี้ที่สุดอ่ะ เมื่อไหร่จะรักกันล่ะเนี่ยยยย
    555555
    #516
    0
  12. #515 นานะ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2558 / 13:19
    ต๊ายตาย อ่านตอนนี้เเล้วมันหน่วงๆไงไม่รุ้ ทั้งคีธนิค แลก็เอิ่ม..ข้างล่างนั่นอีก รู้สึกเอ็นดูยูเบาๆ



    อยากจะรู้จังว่าบนโลกแบบนี้มันจะจบยังไง

    ลุ้นๆๆๆ รออ่านแบบจริงจังมากเวร์ค่ะ
    #515
    0
  13. #514 AreeYong (@Aree-Yong) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2558 / 19:24
    คีธนี่...คลั่นไคล้นิคมากๆ เลยนะคะ =__=a
    s แบบ...สุดๆ ไปเลย ส่วนนิคก็ s นะ แต่แอบ m ด้วย
    ลุ้นตลอดเลยค่ะคู่นี้ แลดูร้อนแรงกันดีจัง หึหึ
    #514
    0
  14. #513 RINKUWAc .™ (@hasuki) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2558 / 22:45

    ทำไมรู้สึกสังหรว่าเด็ก ms-02 นี่จะเป็นตัวอันตราย 5555

    ก็หนังเรื่องไหนๆมันก็เป็นซะอย่างนี้นี่นะ 

    #513
    0
  15. #512 Dh139 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2558 / 17:02
    ชอบคู่คีธนิโคลัส

    "ขอโทษที่อาจเอื้อม" ฟังแล้วกรี๊ดคีธมากๆตอนนี้

    นิโคลัสฟังแล้วไม่ใจอ่อนบ้างเลยเหรอ รู้สึกสงสารคีธจัง
    #512
    0
  16. #511 _ Night Kung _ (@dragonpim) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2558 / 13:56
    สนุกมากๆเลยค่าาาา
    ชอบคู่นี้มากเลย -..-
    #511
    0
  17. #510 PPZ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2558 / 11:22
    คราวนี้คีธอดใจได้แหะ แต่ทำไม๊เราอดใจคิดต่อไม่ได-- หุหุหุ

    คุณหมอ!!! คุณหมอคะ /แค่กๆ รู้สึกไม่สบายยังไงก็ไม่รู้ค่ะ เดี๋ยวไปหาที่เขต5นะคะ #ผิด

    เอ จะโชตะอ่อนๆ หรือว่ายูโตมาจะจัดคุณหมอกันนะ อืมม//ทำหน้าจริงจัง



    อ่าน Hidden Scene แล้วขำในความซึนแพทจีจีค่ะ น่ารักกกกก โถ พ่อแพทของบ่าว



    รอตอนต่อไปนะคะ สู้ๆ
    #510
    0
  18. #509 May be (@May_be) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2558 / 10:44
    คีธนี่รักแรงจริงๆ ชอบนะ แบบนายเป็นของฉัน เป็นของฉันมาตั้งแต่แรก ฉันจะทำทุกอย่างให้นายเป็นของฉัน วั้ย มันโรแมนติคดีนะ

    แต่ของจริงนี่รักกันเลือดสาดจุงเบยยยยย T_T นี่มันซาดิสใช่ม้าย อะฮั้นอ่านแล้วอยากกินลาบเลือด น้ำตก ซกเล็ก (ไม่เกี่ยว)

    แต่คู่นี้ไม่หน่วงเท่าคู่เกลแพท เราชอบคู่นี้มากกว่า คู่นู้นอ่านแล้วหน่วงจุงเลยยยย เครียดดดดดด พอเครียดแล้วก็ต้องหาหนมหวานกิน แล้วเราก็อ้วน เพราะฝนม่วงอ้ะ!!! ไม่เกี่ยวๆๆ เรากินเองอ้วนเอง 5555



    #509
    0
  19. #507 ยัยปีโป้ (@kokkies) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2558 / 03:25
    เรื่องราวของคีธก็น่าสงสารนะ กว่าจะเป็นถึงวันนี้ความคิดนางเลยวิปริตไปหมด คู่ก็อตยูน่ารักอ่ะ ดูละมุนปนๆเหว่ว้าพิกล คิดถึงแพทเกลด้วยน้า
    #507
    0
  20. #506 tochilo (@tochilo) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2558 / 00:05
    คีธกับนิโคลัสนี่โครต sm แต่ก็ชอบ 555 hidden scene นี่เหมือนยาใจ แบบ เอร้ยยยยย ขอเรื่องหลักเป็นแบบนี้ก็โอ
    #506
    0
  21. #505 urnurn (@annika1234) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2558 / 23:49
    คิดถึงน้องเกล ป่านนี้จะหิวไหมน้อ ห่วงงง
    #505
    0
  22. #504 2OOS (@viskyzz) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2558 / 20:59
    เห้ยยยย ตอนท้ายๆนั่นคู่ใหม่หรอ นัลล้ากกก ยูจัง ดูไร้เดียงสามากอ่ะ
    พี่ฝนทำลายความฝันเค้าาาา อุส่านึกว่าเป็นตอนสวีทของคีธกับนิค ความจริงมันโหดร้ายย TT
    #504
    0
  23. #503 OoMoKonAoO (@mind_hana) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2558 / 20:42
    คีธ นังคนวิตถาร

    เป็นห่วงท่านนิคเหลือเกินค่ะ

    กว่าจะจบเรื่องไม่รู้จะโดนย่ำยีทางกาย วาจา ใจ ขนาดไหน





    #503
    0
  24. #502 mygirl (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2558 / 20:02
    ฟินค่าาาาา ฮืออออ ตอนท้ายนั่นมัน หรือจะเป็นคู่ที่สาม อิอิ//เป็นกำลัวงใจให้้นักเขียนนะคะ><
    #502
    0