69 (yaoi)

  • 99% Rating

  • 10 Vote(s)

  • 101,010 Views

  • 1,719 Comments

  • 3,442 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    537

    Overall
    101,010

ตอนที่ 12 : ต้องให้ทำขนาดไหน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4643
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    10 ก.ย. 58

     “นิค... คืนนี้ค้างกับผมอีกคืนเถอะนะ”

                เสียงออดอ้อนดังมาจากร่างอุ่นๆที่ซุกอิงอยู่กับอกของนิโคลัส เขาลูบผมนุ่มสลวยเบามือ มันเป็นสีน้ำตาลอ่อนละเอียดนุ่มนิ่มเหมือนขนกระต่าย ใบหน้าอ่อนเยาว์ที่ซบกับแผ่นอกนั้นดูเหนื่อยอ่อนแต่ก็อิ่มเอม รอยจ้ำแดงช้ำประปรายอยู่บนผิวเนื้อขาวนวล เหมือนกลีบกุหลาบหล่นลงในน้ำนม

                “วันนี้ฉันมีประชุม บอกเธอไปแล้วนี่” นิโคลัสเลื่อนมือลงไปไล้ตรงริมแก้ม ฝ่ายนั้นเอี้ยวหน้ามากัดนิ้วเขาเบาๆ ก่อนจะหันไปเกยคางบนแผ่นอกแน่นตึง “นั่นน่ะกำหนดไม่ได้หรอกว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ เธออย่ารอดีกว่า”

                “ประชุมเรื่องที่จะจับพวกผมไว้ในค่ายกักกันน่ะเหรอ” เลสลี่หน้าบึ้ง ดวงตาสวยเฉี่ยวแดงวาบขึ้นมาวูบหนึ่ง เขาขืนตัวขึ้นจ้องหน้าชายหนุ่ม “คุณจะทำลงจริงๆเหรอนิค ส่งผมไปที่แบบนั้นน่ะ”

                “มันไม่ใช่ค่ายกักกันเลสลี่ และอีกอย่าง เรื่องนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของฉันคนเดียว”

                เสียงพูดที่เจือความเย็นชาของอีกฝ่าย ทำให้เลสลี่รู้สึกตัวและต้องเปลี่ยนท่าทีในทันที  

“ขอโทษครับนิค  ผมไม่ได้ตั้งใจจะก้าวก่ายงานคุณ” เลสลี่หรุบตาลงต่ำ มองเห็นขนตางอนหนาเป็นแพ  “ผมก็แค่...ไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ ช่วงนี้ผมนอนไม่ค่อยหลับ มันมีแต่เรื่องวุ่นๆเต็มไปหมด เขต 3 มันไม่เหมือนเดิม ไปตรงไหนก็ได้ยินแต่ข่าวลือน่ากลัว ยิ่งแถบตึกรวงผึ้งที่คุณบอกให้ผมคอยไปสังเกต ผมขยะแขยงที่นั่นที่สุด พวกโสโครกแถวนั้นเอาแต่พูดถึงการเปลี่ยนแปลงบ้าบอ ทั้งในบ่อน ตามซ่อง แม้แต่ในโบสถ์ยังไม่เว้น ทั้งที่โง่บัดซบไร้สมองจนกระทั่งหากินให้รอดไปวันๆยังแทบไม่มีปัญญา  ผมเกลียดคนพวกนั้น เกลียดทุกคนที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับคุณ ถึงผมจะเป็นมนุษย์กลายพันธุ์เหมือนพวกมันก็เถอะ”

“ไม่เหมือนหรอก” นิโคลัสเชยคางมนให้เงยหน้าขึ้น “ไม่มีมนุษย์กลายพันธุ์คนไหนได้รับความเอ็นดูจากฉันเหมือนเธอ”

“แน่ใจเหรอนิค” เลสลี่ชายตาไปยังรอยเชือกที่บาดช้ำทั้งตรงข้อมือและต้นแขนของตัวเอง “เชือกนั่นก็เป็นความเอ็นดูด้วยเหรอ”

“หรือเธอไม่ชอบ?”

“ผมไม่ได้พูดแบบนั้นสักหน่อย แค่คิดว่าพักหลังคุณออกจะเอ็นดูผมรุนแรงจัง บางทีก็เหมือนกับโกรธหรือเก็บกดอะไรมา ซึ่งผมก็ไม่ได้จะบ่นนะ ที่คุณทำผมเจ็บ เพราะมันออกจะ...” เลสลี่วาดเรียวขาก่ายเกยต้นขาแข็งแรง และส่งยิ้มยั่วเย้า  “..เร้าใจ”

นิโคลัสช้อนมือโอบอุ้มเนื้อสะโพกกลมกลึง และขยับยกเลสลี่ให้ขึ้นมาอยู่เหนือตัวเขา นิโคลัสลูบไล้ผิวเนื้อที่มีรอยปื้นแดงเป็นรูปฝ่ามือเขาบนแก้มก้นขาวเนียน

“คุณทิ้งรอยบนตัวผมเต็มไปหมดเลย” เลสลี่กระซิบ “จะทำให้ผมเสพติดเซ็กส์แบบใช้กำลังงั้นเหรอ? หรือที่จริงคุณเองนั่นแหละ ที่กำลังเริ่มเสพติดมัน ผมสงสัยจัง ว่าเวลาคุณนอนกับคนอื่น คุณจะดิบเหมือนตอนทำกับผมไหม”

นิโคลัสไม่ตอบ เขายึดแขนทั้งสองข้างของเลสลี่ และขยับเหวี่ยงร่างของหนุ่มลูกครึ่งสายพันธุ์กระต่ายลงกับพื้น  ก่อนจะตามลงมากดตรึงไม่ให้ขยับ  แผ่นหลังช่วงบนของเลสลี่แนบติดพื้น ขณะที่ช่วงเอวและสะโพกถูกยกขึ้นให้ลอยเด่น จนแม้กระทั่งเจ้าตัวยังสามารถมองเห็นส่วนนั้นของตัวเอง

เลสลี่เบิกตาโต แก้มเขาแดงซ่านเมื่อรู้สึกถึงท่อนเนื้ออุ่นจัดที่เคลื่อนมาจ่ออยู่ตรงช่องทางของเขา แม้มันจะยังมีความชุ่มฉ่ำจากกิจกรรมครั้งก่อนหน้า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่อยากได้ความใจดีเล็กๆน้อย อย่างการเบิกทางให้ด้วยนิ้วอีกสักหน่อย

“นิค...ช่วยเบา...” เลสลี่ส่งเสียงออกมาได้แค่นั้น เขาก็ต้องหลับตาแน่น เมื่อความแข็งแกร่งแทรกดันเข้ามา

......

......

9:30 น.

นิโคลัสก้าวผ่านโถงกว้างๆตรงล็อบบี้ชั้น 3 ของตึกรูปไข่  ซึ่งเป็นอาคารที่พักของทหาร และมีบางชั้นที่เป็นโรงแรมสำหรับผู้ต้องการความปลอดภัยระดับพิเศษ เขาเดินตรงไปที่ลิฟต์โดยไม่ได้หันไปมองแขกที่นั่งพักผ่อนอยู่ในบริเวณนั้น  วันนี้เป็นวันที่จะมีการประชุมระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้ง 2 เขต  และนิโคลัสไม่อยากแวะทักใครโดยที่เขายังไม่ได้สวมเครื่องแบบ

ชายหนุ่มตรงไปที่ลิฟต์ เขาระบุตัวเลขชั้น 9 โดยการเขียนด้วยนิ้วลงแผงควบคุม แทนการสั่งด้วยเสียงหรือกดปุ่มตัวเลข นิโคลัสชอบเลข 9 มันมีนัยยะที่หมายถึงพลังอำนาจ มันเป็นตัวเลขที่ถูกกำหนดค่าไว้สูงสุด และรัฐบาลก็ใช้มันในเชิงสัญลักษณ์ซึ่งเป็นลวดลาย 9 เส้นพาดไขว้ทับซ้อนกัน ซึ่งจะพบได้ในเอกสารราชการ สถานที่ต่างๆ หรือแม้แต่การประทับไว้ตรงขมับพวกมนุษย์กลายพันธุ์ ทุกสิ่งทุกอย่างใต้ไลน์โค้ด 9 เส้น คือสิ่งที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาล

ประตูลิฟต์เลื่อนปิด แต่ยังไม่ทันที่ขอบประตูจะแตะกันสนิท มันก็แยกออกจากกันอีกครั้ง พร้อมกับร่างสูงๆของใครบางคนที่ปรากฏขึ้นมา

“ไปด้วยคนสิ ผู้การโฮเวิร์ด”

คีธ สไตรเกอร์ ส่งยิ้มบางๆผ่านบานประตูที่ค่อยๆเลื่อนเปิดออก ก่อนจะก้าวเข้ามายืนเคียงข้างกับนิโคลัสในลิฟต์

“กลิ่นเหมือนลูกอมเลยนะ” คีธเปรย

นิโคลัสไม่ตอบ เขาไม่หันไปมองคนข้างๆ แต่มองตรงไปข้างหน้า แววตาของนิโคลัสแข็งกระด้างไม่ต่างอะไรกับท่าทีอันเฉยเมย ในขณะที่อีกฝ่ายมองเขาในเงาสะท้อนของผิวโลหะเงาวับที่เป็นผนังประตูลิฟต์ รอยยิ้มบางเบาแต่งแต้มอยู่บนริมฝีปากได้รูปของคีธ ซึ่งทำให้ฝ่ายนั้นมองดูเหมือนหนุ่มเศรษฐีเพลย์บอย ที่ชีวิตไม่มีอะไรต้องให้ใส่ใจมากนัก นอกจากเรื่องเงินและผู้หญิง

แต่นิโคลัสรู้ ว่า มัน ไม่ได้ตื้นเขินขนาดนั้น

“บอกไปรึยัง ว่าผมชอบคุณในลุคสบายๆแบบนี้ ทั้งหล่อและเซ็กซี่” คีธเหลือบมองเสื้อเชิ้ตของนิโคลัส ที่ไม่ได้ติดกระดุมเม็ดบนและยังพับแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอก มองเห็นท่อนแขนที่มีสีผิวเข้มกว่าผิวเนื้อตรงแผ่นอก ซึ่งถ้ามองลึกเข้าไปอย่างละลาบละล้วง ก็จะเห็นรอยข่วนแดงๆที่เพิ่งเกิด ปะปนอยู่กับรอยแผลเป็นที่ได้จากสงคราม

“อยากปลดปล่อยทำไมไม่บอกผม กระต่ายนั่นทำให้คุณหายอยากไม่ได้หรอกนิค เดี๋ยวได้ตายคามือกันพอดี คุณน่ะมันไปไกลกว่านั้นแล้ว” คีธกระตุกยิ้มมุมปาก เมื่อเห็นนิโคลัสคล้ายจะชะงัก  “ทำไม? ผมพูดผิดตรงไหน หรือยอมรับไม่ได้ ว่าลึกๆแล้วคุณเองก็ชอบสิ่งที่ผมทำกับคุณ”

นิโคลัสยังคงไม่ตอบ เขาจ้องหน้าอีกฝ่ายจากภาพสะท้อนบนผนังลิฟต์ ดวงตาสีเทาอ่อนเป็นประกายเย็นเยียบ

“มองกันแบบนั้น อยากฆ่าผมเต็มทีสินะ” คีธหัวเราะในลำคอ “อย่าเสี่ยงเลยนิค คุณไม่รู้หรอกว่ามีใครอยู่ข้างหลังผมบ้าง และจะมีอะไรเกิดขึ้นกับความลับเล็กๆระหว่างคุณกับผม ...อ้อ พ่วงพ่อของคุณมาด้วยอีกคน  หากผมถูกฆาตกรรม ต่อให้ศพจะอยู่ในสภาพมนุษย์ธรรมดาหรือมนุษย์กลายพันธุ์ก็ตาม หรือแม้แต่คุณจะซ่อนศพผมไว้ในที่ที่ไม่มีใครหาเจอ ...แต่คุณจะเสี่ยงเหรอนิค”

นิโคลัสขบกราม มันพูดเหมือนเข้ามานั่งอยู่ในความคิดเขา หรืออันที่จริงมันอาจคอยเฝ้าดูเขาอยู่ตลอดเวลาก็เป็นได้ เพราะมันมีความสามารถในการพรางตัว ซึ่งไม่ใช่ลักษณะของกิ้งก่าเกราะอย่างที่มันพูดไว้เลย

กิ้งก่าเกราะหรือกิ้งก่ามังกร เป็นสัตว์จากเขตแห้งแล้งของทวีปแอฟริกาใต้ ผิวของมันหนาแข็งและมีหนามห่อหุ้มร่างกายเหมือนเกราะ เพื่อช่วยควบคุมความร้อนในร่างกาย  พวกมันอาศัยอยู่รวมกันเป็นกลุ่มโดยมีเป็นจ่าฝูงที่เป็นตัวผู้เพียงตัวเดียว และพฤติกรรมเด่นชัดเพียงอย่างเดียวของกิ้งก่าสายพันธุ์นี้ ที่นิโคลัสสังเกตเห็นในตัวของคีธ สไตรเกอร์ ก็คือการนั่งเอนตัวสบายๆให้แสงแดดอ่อนๆอาบไล้ตอนที่อยู่ในห้องอาหาร เหมือนการออกมารับแดดอุ่นๆบนโขดหินตามนิสัยของสัตว์สายพันธุ์นี้

แต่กิ้งก่าเกราะไม่ได้มีการพรางตัวแบบที่เปลี่ยนสีฉับพลัน และไม่ใช่สัตว์มีพิษ...

“แกเป็นตัวอะไรกันแน่” นิโคลัสพูดเสียงต่ำในลำคอ

“อา... ดีใจจริงๆ ที่ในที่สุดคุณก็สนใจผม” คีธพูดอย่างรื่นรมย์ “ผมจะบอกให้ก็ได้  แต่ไม่ใช่ตรงนี้หรอก เราน่าจะได้ใช้เวลาบนเตียงด้วยกันตอนที่พูดคุยถึงเรื่องนี้  ผมอยากกอดคุณและเล่าเรื่องราวในวัยเด็ก และอะไรอื่นๆที่ผมต้องผ่านมัน เพื่อจะให้ได้มาเจอคุณ”

เจอ...เพื่อที่จะได้เหยียบย่ำทำลายเขา

“คุณเกลียดผมมากเลยสินะ” คีธมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของนิโคลัส  “ถ้าฆ่าได้ตอนนี้ โดยไม่ต้องคำนึงถึงผลเสียที่อาจจะตามมา คุณคงเป่าสมองผมตรงนี้แบบไม่มีความสงสารเลยสักนิด คุณเป็นคนแบบนั้นแหละนิค เย็นชา เห็นแก่ตัว คิดถึงแต่เรื่องของตัวเอง”

“ใช่ แกพูดถูกเรื่องที่ฉันอยากฆ่าแก” นิโคลัสหันหน้ามามองคีธเป็นครั้งแรกตั้งแต่ก้าวเข้ามาในนี้ น้ำเสียงเขาราบเรียบไม่ดุดัน “แต่แกเข้าใจผิดเรื่องความเกลียด ฉันไม่ได้เกลียด เพราะความเกลียดเป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้ง ตรงข้ามกับความรักแต่ก็กัดกินพอกัน สำหรับฉัน แกก็เหมือนแมลงสาปที่ต้องกำจัดทิ้งเพื่อไม่ให้มันแพร่เชื้อโรค โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้สึกอะไรเข้ามาเกี่ยวข้อง”

นิโคลัสแย้มริมฝีปากออกเป็นรอยยิ้มน่ามอง แต่กลับดูว่างเปล่าเหมือนใบหน้าของตุ๊กตา “แกมันไร้ค่าขนาดนั้นเลย”

......

สองชั่วโมงต่อมา นิโคลัสก็ขับยานออกจากอาคารรูปไข่ มุ่งตรงไปยังหอประชุมพิเศษ ที่การประชุมจะเริ่มขึ้นในอีกไม่ถึงชั่วโมง

ชายหนุ่มบังคับยานให้โฉบแล่นไปตามเส้นทางในอากาศ และมองลงไปยังถนนด้านล่าง ที่วันนี้การจราจรดูค่อนข้างบางตา  มีรถเพียงไม่กี่คันที่ผ่านการตรวจและอนุญาตให้ขับไปในเส้นทางที่จะมุ่งไปยังหอประชุมพิเศษ บ่งบอกถึงการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของพวกหน่วยลาดตระเวน

อาคารกลางน้ำรูปทรงเหมือนลูกรักบี้ปรากฏอยู่ข้างหน้า นิโคลัสจอดลงในชั้นจอดพิเศษ ก่อนจะเดินไปยังที่ประชุม

“สวัสดีผู้การโฮเวิร์ด” พลโทซิมเมอร์แมนน์เอ่ยทัก เมื่อนิโคลัสนั่งลงตรงที่นั่งข้างเขา ในเวลางานทั้งคู่มักจะเรียกกันด้วยชื่อที่เป็นทางการ แทนการเรียกว่านิโคลัสและลูก้าเหมือนตอนที่อยู่ข้างนอก

“สวัสดีผู้การซิมเมอร์แมนน์” นิโคลัสทักตอบและเลิกคิ้วเล็กน้อย เมื่อเห็นแถบข้อมูลที่รอการเปิดอยู่บนโต๊ะด้านหน้าซิมเมอร์แมนน์  “ดูท่าคุณจะเตรียมตัวมาอย่างดีเลยนะ”

“ใช่ เพราะผมต้องโดนถล่มยับแน่ แต่ก็หวังว่าจะได้กลับออกไปแบบไม่เหวอะหวะมาก”

“คุณไม่ตายง่ายๆหรอก”

ซิมเมอร์แมนน์ทำมือเป็นสัญลักษณ์ไม้กางเขนบนร่างตัวเองเหมือนจะขอให้พระเจ้าคุ้มครอง นิโคลัสอมยิ้มน้อยๆ ซิมเมอร์แมนน์ยืนหยัดเพื่อให้พวกมนุษย์กลายพันธุ์มีโอกาสลืมตาอ้าปากในสังคมมากขึ้น ไม่ต้องถูกกดไว้เหมือนเป็นคนแค่ครึ่งตัว ซึ่งนิโคลัสเห็นว่าเป็นความเมตตาที่น่าเหนื่อยใจ

และในวันนี้ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมากของซิมเมอร์แมนน์ ที่จะแสดงจุดยืนของตัวเองอีกครั้งในที่ประชุม เพราะเขาคงมีแนวร่วมที่มีแนวคิดใกล้เคียงกันอีก 2-3 คน ที่จะสนับสนุนไม่ให้มีการจำกัดเขตที่อยู่ของมนุษย์กลายพันธุ์ แต่คน 2-3 คนท่ามกลางสมาชิกอีก 20 คนที่เหลือ ซึ่งมีแนวคิดอันแข็งกร้าวไปอีกทาง ก็เหมือนการเดินลงไปอยู่ในหลุมที่ตัวเองขุดขึ้น โดยมีเพื่อนสมาชิก 20 คนนั่นช่วยกันเตะดินลงไป

สิบห้านาทีต่อมาการประชุมก็เริ่มขึ้น นายทหารระดับสูงทั้ง 24 คนต่างลุกขึ้นเพื่อแสดงความเคารพ ก่อนที่นายพลคาร์เตอร์ซึ่งเป็นประธานจะกล่าวเปิดการประชุม

และในตอนนั้นแหละ ที่เสียงระเบิดตูมแรกดังขึ้น

ความสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านอากาศมายังผนังกระจกนั้นทำให้ทุกคนในที่ประชุมชะงักงัน และหันควับไปทางต้นเสียง นิโคลัสเบิกตากว้างในขณะที่บางคนถึงกับอ้าปากค้าง

ภาพที่มองผ่านจากกระจกบานมหึมาออกไปเพื่อชมวิวเขต 3 อันแสนศิวิไลซ์ในมุมกว้าง ยานลำหนึ่งตรงฝั่งที่จอดยานพุ่งทะลุราวกั้นออกมาในอากาศ ตามด้วยอีกลำ...และอีกลำ เหมือนจรวจพับเล่นที่ลอยออกมาในฟากฟ้า โดยมีเมืองกว้างใหญ่และอาคารลิเบอร์ตี้อันน่าเกรงขามเป็นฉากหลัง

ทุกคนลุกออกจากที่ของตัวเองเมื่อระเบิดลูกที่ 2 ตามมาติดๆ นายพลคาร์เตอร์ถึงกับขบกรามเมื่อเห็นยานของหน่วยลาดตระเวน 2 ลำลอยละลิ่วออกมา และหล่นตูมลงในทะเลสาบ กลุ่มควันสีเทาลอยพุ่งออกมาจากจุดจอดยานชั้น 2 เหมือนจะยืนยันว่าสิ่งที่เห็นนั่นไม่ใช่ภาพฝัน

สัญญาณเตือนภัยหวีดดัง แข่งกับเสียงร้องอย่างแตกตื่นของคนที่อยู่ในอาคาร ประตูห้องประชุมเปิดออก ตามด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยลาดตระเวนหลายสิบนายที่กรูเข้ามาช่วยรักษาความปลอดภัย พนักงานของหอประชุมและบางส่วนที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งเข้ามาทำหน้าที่ในงานนี้ถูกต้อนไปทางด้านหนึ่ง ขณะที่นายทหารถูกกันไปอีกทางเพื่อพาออกจากพื้นที่อันตรายอย่างเร็วที่สุด

นิโคลัสและเพื่อนนายทหารบางคนในเขตนี้ไม่ได้ตามไปกับกลุ่มที่กำลังจะออกจากตัวอาคาร  ซิมเมอร์แมนน์พุ่งตรงไปยังปีกอาคารด้านที่เป็นที่จอดยานพาหนะ ซึ่งเป็นจุดที่เกิดการระเบิด ขณะที่นิโคลัสชักปืนออกจากซองตรงสะโพก และกวาดตามองโดยรอบอย่างรวดเร็ว เขาเห็นพนักงานหญิงคนหนึ่งที่ทำหน้าที่ต้อนรับอยู่หน้างานกำลังนั่งหมอบตัวสั่นอยู่ข้างโต๊ะที่ใช้ลงทะเบียน

คุณครับ...ออกมา ตรงนี้อาจไม่ปลอดภัยเจ้าหน้าที่หน่วยลาดตระเวนคนหนึ่งดิ่งเข้าไปหา

 “ฮือ...ฮึก ไม่...เธอส่ายหน้าอย่างเสียขวัญ

ออกมาครับ ไม่ควรต้องมีใครเหลืออยู่ตรงนี้แล้ว เราจำเป็นต้องเคลียร์พื้นที่ และคุณต้องรีบไปที่ทางออกฉุกเฉินหน่วยลาดตระเวนยื่นมือไปหาเธอ และช่วยดึงตัวออกมา

หญิงสาวพยักหน้าทั้งที่น้ำตายังอาบแก้ม ขณะที่ก้าวขาสั่นๆผ่านโต๊ะไปทางกลุ่มคนที่รอออกไปยังประตูฉุกเฉิน นิโคลัสหันไปอีกทาง ตอนนี้ทั้งเพื่อนนายทหารและหน่วยลาดตระเวนหลายคนคงกำลังมุ่งไปยังจุดเกิดเหตุตรงชั้น 2  แต่เขาอยากจะลองขึ้นไปดูตรงชั้นที่สูงกว่านั้น

ยังไม่ทันที่นิโคลัสจะก้าวไปทางบันได เสียงคลิกเบาๆก็ดังขึ้น นิโคลัสหันไปมองทันที มันมาจากแจกันดอกไม้ตั้งพื้นขนาดใหญ่ที่วางประดับอยู่ริมผนัง ห่างจากจุดที่หญิงสาวคนเดิมยืนอยู่ไม่กี่เมตร

ตูม!!!

เสียงระเบิดดังขึ้นก่อนที่นิโคลัสหรือหน่วยลาดตระเวนจะทันได้พุ่งเข้าไปช่วยเหลือ หญิงสาวกรีดร้องออกมาโหยหวน ชิ้นส่วนของแจกันที่สูงเกือบ 2 เมตรลอยว่อน เศษกระเบื้องคมๆบาดตามเนื้อตัวเธอเป็นแผลเหวอะหวะ เลือดสีแดงหยดเปรอะไปบนกลีบดอกไม้ที่กระเด็นเกลื่อน

มันเป็นระเบิดเล็กๆ ที่มีอานุภาพน้อยกว่าที่เกิดขึ้นตรงลานจอดยานหลายเท่าก็จริง ไม่รุนแรงขนาดจะทำให้เกิดความเสียหายมากมายต่อทรัพย์สินด้วยซ้ำ ถ้าเพียงแต่แจกันใบนั้นไม่ได้อยู่ตรงจุดที่มันตั้งอยู่ และหญิงสาวคนนั้นไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้น

 ท่ามกลางเสียงอื้ออึงอย่างตื่นตระหนก  บางสิ่งวูบไหวอยู่ทางหางตาของนิโคลัส เขาหันไปมอง และทันได้เห็นเงาดำแว่บหายไปตรงมุมเลี้ยวด้านหนึ่งของอาคาร นิโคลัสกระชับปืนในมือ และก้าวตามไปอย่างรวดเร็ว

มันเป็นทางเดินเล็กๆด้านหลังห้องประชุมที่มุ่งไปยังลิฟต์บริการ ซึ่งใช้เป็นเส้นทางลำเลียงสิ่งของและอาหารมายังโถงต้อนรับด้านหน้า มันเป็นทางเดินยาวที่มีประตูเปิดสู่ห้องปฏิบัติการต่างๆของพนักงาน  นิโคลัสทันได้เห็นแผ่นหลังไวๆที่แว่บหายไปตรงทางแยกด้านขวา นิโคลัสวิ่งไปจนสุดทางเดินและหักเลี้ยว

ชายคนนั้นอยู่ในชุดเครื่องแบบของพนักงานหอประชุม และกำลังจับลูกบิดประตูเพื่อเปิดเข้าไปในห้องทางฟากหนึ่ง นิโคลัสยกปืนขึ้นและเล็ง เขาไม่เล็งตรงจุดตาย เพราะต้องการให้มันมีชีวิตอยู่เพื่อทำการสอบสวน

เปรี้ยง!

“อ๊าก!

ลูกกระสุนเจาะทะลุตรงต้นขา ซึ่งทำให้ฝ่ายนั้นทรุดลงทันที นิโคลัสเบิกตาขึ้นเล็กน้อย เมื่อเห็นหนามแหลมยาวสีดำหลายแท่งงอกแทงทะลุเสื้อออกมาตรงแผ่นหลังในวินาทีของความเจ็บปวด ก่อนจะหดกลับไปอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงเนื้อผ้าที่ขาดวิ่น

มันเป็นมนุษย์กลายพันธุ์!

แล้วฝ่ายนั้นก็ลุกขึ้นทั้งๆที่เลือดไหลออกจากบาดแผล มันหอบหายใจแรงขณะที่แววตาแข็งกร้าวขึ้นอย่างผิดปกติ นิโคลัสรู้ในทันทีว่ามันกำลังคิดจะแลก แม้ว่านั่นจะหมายถึงการจบชีวิตตัวเองก็ตาม

มนุษย์กลายพันธุ์กระโจนเข้าใส่เขา หนามแหลมแบบขนเม่นผุดออกมาจากร่างของมันขณะที่มันพุ่งตัวเข้ามา นิโคลัสเอี้ยวตัวกลิ้งหลบและยิงซ้ำอีกนัดเข้าที่หัวไหล่ ปลายหนามครูดผ่านผิวเนื้อตรงสีข้างเขาเลือดกระฉูด

มนุษย์กลายพันธุ์ฝืนยืนขึ้นอีกครั้งจนได้  มันพยุงตัวยืนเซทั้งที่เลือดไหลบ่าออกมาจากหัวไหล่และต้นขา และดูเหมือนพยายามจะจู่โจมเขาอีกครั้งทั้งๆที่เป็นไปไม่ได้แล้ว  มันช่างดื้อด้านอย่างวิปลาส นิโคลัสเล็งที่ต้นขาอีกข้างของมัน

ปึ่ด!

บางสิ่งพุ่งทะลุช่องท้องของมนุษย์กลายพันธุ์ครึ่งเม่นออกมา มันสะบัดส่ายไปมาเหมือนงู ก่อนจะขยับทะลวงฉีกบาดแผลให้กว้างออก ลำไส้และเครื่องในส่วนหนึ่งไหลทะลักออกมาจากช่องท้อง นิโคลัสได้ยินเสียงสะท้านเฮือกของลมหายใจ เมื่อเลือดสดๆพุ่งสาดเป็นสายออกมาจากลำคอที่ถูกเจาะด้วยกรงเล็บ

และเมื่อร่างที่เคยเป็นมนุษย์ครึ่งสายพันธุ์เม่นร่วงลงไปกองกับพื้นในสภาพแทบจะเหมือนเศษเนื้อ นิโคลัสก็เห็นร่างสูงใหญ่ของมนุษย์กลายพันธุ์อีกคนยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลัง เกล็ดหนาแข็งเป็นชั้นที่ไล่จากหัวไหล่ลงมาถึงปลายนิ้วนั้นเปรอะไปด้วยเลือดของร่างที่ถูกฉีกทะลวงก่อนหน้า

“ทำไม...” นิโคลัสเปล่งเสียงออกไป

“มันทำคุณเป็นแผล” คีธก้าวเข้ามาหา และคุกเข่าลงตรงหน้าเขา “ให้ผมดูแผลคุณ มันต้องรีบรักษา”

นิโคลัสส่ายหน้า พร้อมกับยกปืนขึ้นเล็ง และเขาเล็งตรงหัวใจของมัน

“นิค...อย่ากดดันผม” เสียงนั้นเกือบจะเว้าวอน เมื่อเห็นท่าทีของนิโคลัส “มากับผมเถอะ”

ยังไม่ทันที่นิโคลัสจะเหนี่ยวไก ร่างของคีธก็เลือนหายไป ก่อนที่นิโคลัสจะรู้สึกเจ็บแปลบตรงด้านข้างลำคอ ตามมาด้วยความแสบที่ซ่านเข้ามาในผิวเนื้อ ปืนในมือเลื่อนหลุดด้วยความมึนงงที่จูโจ่มเข้ามาแบบปัจจุบันทันด่วน  ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะเลือนลางลงจนกระทั่งดับวูบลง

                ช่วงเวลาหลังจากนั้นคล้ายกับครึ่งฝันครึ่งตื่น  เขามีสติเป็นพักๆสลับกับเบลอเหมือนโดนวางยา ช่วงหนึ่งเขารู้สึกเจ็บตรงสีข้าง แต่สักพักก็หายไป เขาถูกสวมกอดด้วยอ้อมแขนแข็งแกร่ง ตามด้วยการร่วมรักที่เนิ่นนาน ท่ามกลางสติครึ่งๆกลางๆ นิโคลัสตอนสนองตามสัญชาตญาณ ราวกับมีส่วนหนึ่งในตัวเขาที่พึงพอใจต่อสัมผัสดิบกระหายอย่างตรงไปตรงมาแบบนั้น ไม่นานเขาก็อ่อนแรงจนต้องหลับลงอีกครั้ง แต่นิโคลัสก็ยังทันจะได้ยินเสียงพูดทุ้มต่ำที่กระซิบถามเขา

                “นิค... ต้องให้ทำแบบไหนคุณถึงจะหันมามองผม ต้องฆ่าคนที่คุณแคร์ทีละคน...ทีละคน จนคุณไม่เหลือใครเลยหรือเปล่า ผมถึงจะได้พื้นที่ในใจคุณ”

                จูบอุ่นๆประทับลงตรงขมับเขา กดแนบจนเหมือนจะถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดลงในตัวเขา

                “หรือต้องให้ผมตายเพื่อคุณ”

                นิโคลัสไม่ได้ตอบออกไป แต่คำพูดนั้นยังคงล่องลอยตามเขาไปกระทั่งในฝัน

 

.........................................................................................................................

 

โอยยยย...ใจจะขาดค่ะ

ให้รักขนาดไหน ก็คงไม่ทำแบบที่คีธทำกับนิคหรอกเนอะ  ...หน่วงเกิ้น

ผู้แต่งอยากคุยต่อ แต่ง่วงอ่ะค่ะ  ...ฮา  พรุ่งนี้วันสาร์ทจีน  ต้องตื่นเช้าด้วยล่ะ ไว้เม้าท์ใหม่ตอนหน้าละกันนะคะ

ช่วงนี้ฝนตกบ่อย รักษาสุขภาพด้วยกันน๊า  ว่างๆก็แวะไปเยี่ยมที่เพจได้นะคะ

ราตรีสวัสดิ์ค่ะ ...จุ๊บๆ


*เข้ามาแก้ไขเพิ่มเติมเนื้อหานิดหน่อยค่ะ มันยังไม่ได้อย่างใจ  ^ ^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

24 ความคิดเห็น

  1. #1714 Janechoxx (@janerii) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 21:11
    ยังไงก็ไม่อินกับคู่นี้อ่ะ ฮือออ อาจจะเป็นเพราะไม่ได้อ่านในมุมมองของครูเลยไม่รู้ว่าที่ผ่านมาคีธเจออะไร แล้วตอนนี้ในใจคิดอะไรรู้สึกอะไร ทำให้ยังอ่านไม่ค่อยอินในความรักของคีธที่ดูจะรักนิคมากมาย การแค่เห็นหน้าแล้วรู้สึกชอบก็เป็นไปได้ แต่จะให้เป็นรักลึกซึ้ง ยังไม่ค่อยเข้าใจ //อ่ะ สงสัยคิดมากไป 5555555 อีกคู่ได้อ่านมุมมองของทั้งคู่เลยอินอ่ะ
    #1714
    0
  2. #1684 sehun-hunhan (@hunhan-sehun) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 21:20
    ทำไมนิคชอบกกกระต่าย!! โมโห!! สงสารคีธเนี่ย ฮือออออ
    #1684
    0
  3. #1663 C Griffin (@mungmingii) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:31
    คีธรักจริงๆหรือเปล่า
    #1663
    0
  4. #1447 KrisYeol xx (@vipexotic) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 19:56
    รักษาเสร็จก็ปั๊มต่อเลยทีเดียวค่ะ ฮือ สงสารคีธ เชียร์อยู่ในใจ
    #1447
    0
  5. #1283 ไอแอมอะก้อย (@pk4u) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2559 / 15:31
    วิธีรักษา มันต้องเสียเหงื่อ เสียน้ำ? กันน่าดู หึหึ
    #1283
    0
  6. #1107 Dearest ❤ Deer (@pretty-angel) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 10:02
    คีธคือรักมากจริงๆ
    #1107
    0
  7. #1085 STEM1995 (@eveymin) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 21:54
    สงสานคีธมาก
    #1085
    0
  8. #806 Plankton J (@jthida) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 เมษายน 2559 / 23:14
    โอ้โหคีธเลยจริงๆ
    #806
    0
  9. #760 Pcy'SeemAom (@aom-exofan) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 มีนาคม 2559 / 10:20
    ชอบคีธอ่ะ ชอบคู่นี้5555 อยากรู้เบื้องหลังมากค่ะะ
    #760
    0
  10. #732 07042529 (@wonn) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 มีนาคม 2559 / 05:00
    ชอบคู่นี้ 555
    #732
    0
  11. #699 13812BNKH (@13812bnhk) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 12:19
    รักก็คือรัก ถึงแม้จะเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ..มันทำให้รู้สึกเหมือนคนจริง ๆ ประเภทเห็นหน้าก็ชอบแล้ว หรือแค่มีรุ่นพี่มาช่วยถือของก็เริ่มมโนไปเอง อะไรประมาณนั้น อันนี้ขึ้นอยู่กับใจของคีธเองที่ยึดติดกับนิโคลัส เพราะมนุษย์กลายพันธ์พัฒนาเร็วกว่ามนุษย์ แค่แรกเกิดก็เหมือนเด็กประถมแล้ว ยิ่งแบบคีธนี่เกิดมาคงเทียบได้กับจะวัยรุ่นเลย เห็นว่าแปดขวบก็โตแล้วสำหรับมนุษย์กลายพันธ์ อีกทั้งคีธไปอยู่ในป่านอกเขตรัฐมาด้วยเวลาไม่มากก็น้อย คนที่เขาจะนึกถึงหรือพบเจอมันจะมีสักกี่คนกันในป่าแบบนั้น แถมนิคดันช่วยปล่อยคีธหนีไม่โดนพ่อเขาฆ่า เรียกว่าผู้มีพระคุณ บางทีที่คีธหลงนิคขนาดนี้ มันอาจเริ่มจากการค้าขายอาวุธให้นั่นแหละ เหตุผลที่เข้ามาหานิคอาจไม่ใช่เรื่องรัก ๆ แต่พอผ่านไปสักพักมันก็เปลี่ยนแปลงได้ รอให้ไรต์เฉลยความเป็นมาจะดีกว่านา ไรต์โปรดเฉลยอย่างไว ฉันค้างคาใจสุดติ่ง
    #699
    0
  12. #551 ALoHaTheStars (@alohathestars) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2558 / 23:06
    สงสัยอ่ะว่าทำไมคีธถึงดูรักดูหลงนิคขนาดนี้
    #551
    0
  13. #467 kanokpupu (@kanokpupu) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 กันยายน 2558 / 07:29
    อะโหยสนุกเมามันเหลือเกิน ชอบคีธอะ. ดูรักหลงรุนแรงแบบบิดๆเบี้ยวๆ. ประหลาดๆดี. ผิดมนุษย์มนา. อยากรู้จะเป็นไงต่อ. รออ่านตอนต่อไปนะคะ
    #467
    0
  14. #447 _ Night Kung _ (@dragonpim) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 กันยายน 2558 / 10:24
    อ๊ากกกก ชอบคู่นี้มากๆเลยยย >_______<
    #447
    0
  15. #445 MooK_KunG_Zaa (@letsdance12) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2558 / 09:26
    คู่นี้รุนแรงตลอดดด
    #445
    0
  16. #444 Slowdrive (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2558 / 21:49
    คีธสู้ๆ นะ ไฟติ้ง ตอดไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เคลิ้ม

    #444
    0
  17. #443 TiwticAmp_90 (@winnaya) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2558 / 20:02
    คู่นี้เขารักกันรุนแรงค่ะ  สงสารนิคนิดๆ แต่ขอเอาใจช่วยคีธมากกว่า 5 5555 
    #443
    0
  18. #442 RINKUWAc .™ (@hasuki) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2558 / 19:26
    นี่มัน fifty shaeds of nick ชัดๆ 55555555555
    พูดก็พูดเถอะ นิคชอบ smเพราะคีธชัดๆเลยยยยยย
    #442
    0
  19. #441 ►thou₩an¿¡◄ (@chocola-snow) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2558 / 18:40
    คนไม่รักทำยังไงก็ไม่รัก.....(;-------;)
    #441
    0
  20. #440 2OOS (@viskyzz) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2558 / 16:42
    หน่วงๆป่วงๆมากคู่นี้ ทำไมไรต์ใจร้าย นี่ยังไม่สมหวังสักคู่เลยนะ 555 คีธนิคนี่ป่วงจิตมาก อารมเหมือนคนนึงข่มขืน อีกคนสมยอม(?) 5555 ส่วนคู่แพทเกลนี่ก็ทิฐิสูงกันทั้งคู่ ชาตินี้จะได้คู่กันมั้ยเนี่ย =_="

    มาต่อเร็วๆนะคะ *-*
    #440
    0
  21. #438 หนูตัวน้อยๆ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2558 / 11:42
    นิคใจร้ายอ่ะ รักคีธสักนิดไม่ได้เลยเหรอ
    #438
    0
  22. #437 พัณณพัฒน์ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2558 / 09:54
    มันหน่วงจริงนะคีธนิคจะสมหวังมั้ยคุ่นี้ ปวดตับ
    #437
    0
  23. #436 little-red-cap (@little-red-cap) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2558 / 06:33
    คู่นี้เขาหน่วงตลอด
    #436
    0
  24. #435 zio_oiz (@zio_oiz) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2558 / 00:46
    รักคีธนิคมากค่ะ ฮือออออ อยากอ่านต่ออีกแล้ว สู้ๆ นะคะ รอติดตามอยู่ค่ะ
    #435
    0