FICTION THE PRINCE OF TENNIS [YAOI]

ตอนที่ 32 : 'From this moment on... [ Bunta x Jirou ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,347
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    24 เม.ย. 54


From this moment on…

Pairing : Marui Bunta x Akutagawa Jirou

 

 

 

          When you're in love... life is like a romance novel
that you never want to end.


เมื่อคุณอยู่ในห้วงแห่งรัก ...ชีวิตก็เหมือนดั่งนิยายที่คุณอ่านไม่จบ

 

         

       นิยายความรักหน้าแรกของมารุอิ บุนตะ...

เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง

 

 

.

.

.

 

 

 

กึก!

 

มือเรียวเก็บหนังสือปกหนาเข้าที่ชั้นพร้อมถอนหายใจออกมายาวเหยียด... วันนี้มันน่าเบื่อที่สุด! คิดดูแล้วกันว่าเขาไม่มีอะไรจะทำขนาดไหนถึงต้องมาเข้าร้านหนังสือเพื่อหาอะไรอ่านเนี่ย!

มารุอิ บุนตะเคี้ยวหมากฝรั่งในปากแจ๊บๆเหมือนต้องการระบายความเบื่อหน่ายออกมา คนรอบข้างมองเขาด้วยสายตาไม่เป็นมิตรราวกับต้องการตักเตือนเรื่องมารยาท แน่นอนว่าหนุ่มผมแดงไม่สน...หนำซ้ำยังหันไปลอยหน้าลอยตาเป่าหมากฝรั่งออกมาเป็นลูกโป่งแตกโพล๊ะใส่อีกต่างหาก แหม นิสัยดีที่หนึ่งล่ะคนเนี้ย

ดวงตาคู่คมกวาดมองไล่ไปตามชั้นหนังสือ หัวโยกน้อยๆตามจังหวะเพลงที่หูฟังไอพอดเสียบอยู่... เพลงรักหวานซึ้งซึ่งบุนตะจำได้ว่าใส่ไว้เพียงแค่ไม่กี่เพลงนั้นกำลังบรรเลงอยู่อย่างอ่อนหวาน

 

From this moment life has begun
        
From this moment you are the one
        
Right beside you is where I belong
         From this moment on

 

บุนตะหรี่ตาลงมองหนังสือเล่มหนึ่งที่รู้สึกถูกใจ เขาเอื้อมมือไปจับตรงสันปกและดึงมันออกมาช้าๆ วินาทีนั้นเอง... ดวงตากลมโตคู่หนึ่งก็ปรากฏแก่สายตาจากอีกฝั่งของชั้นหนังสือ ช่องว่างขนาดเล็กนั้นมากพอที่จะทำให้เห็นใบหน้าของอีกฝ่ายได้ชัดเจนถนัดตา

ไม่ได้รู้สึกไปเองแน่ๆ... แก้มของคนตรงหน้าแดงมากๆ

 

เขิน... อยู่งั้นเหรอ?

 

“มะ...มารุอิคุง ทำไมถึง...”

รู้จักเขาด้วย?

มารุอิ บุนตะเลิกคิ้วสูง ทั้งที่หูก็ฟังเพลงอยู่...หากแต่เขากลับได้ยินเสียงของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน กระทั่งว่าเสียงนั้นกำลังสั่นไหวด้วยความประหม่า ไหนจะดวงตาที่มองสลับเลี่ยงหลบนั่นอีก รู้แล้ว... ความหมายที่แก้มของคนคนนี้แดง

เขินอยู่นี่เอง

 

From this moment as long as I live
        
I will love you, I promise you this
        
There is nothing I wouldn't give
        
From this moment
        
I will love you as long as I live
         From this moment on

 

เพลงรักแสนหวานดำเนินมาถึงท่อนสุดท้ายพอดิบพอดี เขาปล่อยให้นักร้องสาวลากเสียงนุ่มนวลจนจบแล้วจึงดึงหูฟังทั้งสองข้างออกปล่อยให้มันทิ้งตัวลงห้อยตามแรงโน้มถ่วง และการกระทำทั้งหมดนั้นบุนตะไม่ได้ละสายตาออกห่างจากดวงตากลมโตเลยแม้แต่น้อย

“รู้จักฉันด้วยเหรอ?” เขาถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา นึกมีมารยาทในที่สาธารณะขึ้นมากะทันหัน ทั้งที่ใจจริงแล้ว...ก็แค่ไม่อยากให้คนแปลกหน้าคนนี้คิดว่าเขาหยาบคาย

ยังไม่ทันจะรู้จัก...ก็แคร์ความรู้สึกเจ้าตัวเล็กนี่เข้าซะแล้ว

อาการหนักว่ะ บุนตะเอ๊ย...

“ฉันเป็นคนของเฮียวเท...” เสียงใสๆนั้นว่า ท่าทางกระตือรือร้นฉายชัดหากแต่แก้มก็ยังไม่หายแดง “หมายถึง...เล่นเทนนิสเหมือนกันน่ะ”

“อ้อ งั้นเหรอ” หนุ่มผมแดงพยักหน้ารับพร้อมเลิกคิ้วขึ้นนิดหน่อย ก็...เหมือนอีกฝ่ายจะยังตอบไม่ตรงคำถามเขานี่ “เป็นคนในชมรมเทนนิสสินะ”

“เป็นตัวจริงด้วย...”

“หมายความว่าไง?”

“เป็นสมาชิกทีมตัวจริงไง... เหมือนกับมารุอิคุงนั่นแหละ”

ถามจริง!!?

หน้าหวานๆตาโตๆแบบนี้เนี่ยนะ? (<ตัดสินจากอะไรวะ)

เชื่อยาก... แต่ถ้าพูดถึงขนาดนี้ก็คงจะไม่ได้โกหก นักกีฬาตัวจริงของชมรมเทนนิสระแวกนี้ย่อมต้องรู้จัก มารุอิ บุนตะ ด้วยกันทั้งนั้น เขาอาจไม่ใช่คนเด่นคนดังในฐานะนักเรียน แต่ว่าชื่อเสียงในฐานะนักกีฬาของสาธิตริคไคนั้นไม่ใช่ธรรมดา ไม่แปลกที่คนในวงการเดียวกันจะรู้จัก

บุนตะไม่รู้ว่าจะต่อบทสนทนายังไงดี หนังสือในมือเขาเริ่มยับยู่ยี่เพราะเผลอออกแรงบีบมากเกินไป อะ...อะไรวะ ทำไมรู้สึกตื่นเต้นแบบนี้เนี่ย! แค่คุยกับนักกีฬาต่างโรงเรียนเท่านั้นเอง!!

“จะเที่ยงแล้ว... ไปหาอะไรกินกันมั้ย?”

ประโยคเมื่อกี้... เสียงเหมือนเขาเลยเนอะ

หนุ่มผมแดงลอบกลืนน้ำลายเมื่อรู้ตัวว่าหลุดถามอะไรออกไป เหงื่อเริ่มตกทั้งที่อยู่ในห้างซึ่งมีเครื่องปรับอากาศอุณหภูมิเย็นฉ่ำ

“...ก็เอาสิ”

 

อย่างน้อย... นี่ก็ถือว่าเป็นการพบเจอที่ดี

เป็นการเริ่มต้นที่เกิดจากความบังเอิญ

บังเอิญที่คนอย่างมารุอิ บุนตะเดินเข้าร้านหนังสือ... บังเอิญที่เลือกหยิบหนังสือเล่มนั้น...

บังเอิญที่เรา... สบตากัน

ถือว่าเป็น บทนำ ของนิยายรักเชียวล่ะ

 

+++++

 

ถึงจะชวนมากินอาหารกลางวันด้วยกันแต่หนุ่มตัวเล็กก็ไม่ยอมสั่งอะไรอยู่ดี เจ้าตัวหยิบเอาป้อกกี้หลากหลายรสขึ้นมาจากในกระเป๋าเป้พร้อมส่งยิ้มหวานมาให้เหมือนกับจะบอกว่า นี่แหละอาหารของฉัน

“อย่างน้อยก็สั่งน้ำหน่อยสิ”

บุนตะยิ้มตอบทั้งที่หางตากระตุกเล็กน้อย เอากับเค้าเถอะ! กินแค่นั้นน่ะสิตัวถึงได้เล็กแบบนี้...ขนมกินเล่นน่ะจะเอามาแทนมื้อเที่ยงได้ยังไง

แน่นอนว่าหนุ่มผมแดงไม่กล้าออกปากว่าตรงๆหรอก มากสุดตอนนี้ทำได้แค่โมโหในใจ

สุดท้ายคนตรงหน้าก็สั่งน้ำอัดลมมาเหมือนๆกับเขา

“แน่ใจนะว่าจะไม่กินอะไรเลยน่ะ?”

ถามหลังจากที่พนักงานเสิร์ฟเดินจากออกไป

อีกฝ่ายพยักหน้าหงึกๆ ส่งฟันหน้าออกมากัดแท่งป้อกกี้ดัง ป้อกๆๆ ทำเป็นกระต่ายแทะแครอทไปได้ “ฉันกินอยู่นี่ไง แค่นี้ก็อิ่มแล้ว”

“งั้นก็ตามใจ”

ถึงปากจะพูดแบบนั้นแต่บุนตะก็นึกหาวิธีที่จะทำให้เจ้าตัวเล็กยอมกินจนได้ เพราะตัวเขาเองเป็นคนกินเยอะอยู่แล้วดังนั้นอาหารที่สั่งไปปริมาณของมันจึงมากกว่าคนปกติสั่งอยู่ไม่น้อย ข้ออ้างที่สมเหตุสมผลลอยแวบเข้ามาในหัว ที่เหลือก็แค่รอให้อาหารมาเสิร์ฟ... คอยดูเถอะ

จะหาทางให้เจ้าแกะนี่ยอมกินให้ดู!

“ว่าแต่... นายชื่ออะไรน่ะ?”

ชวนมากินข้าวด้วยกันแล้วแท้ๆหากทว่าแม้แต่ชื่อบุนตะก็ยังไม่รู้...ได้แต่แอบเรียกในใจว่าตัวเล็กบ้าง เจ้าแกะบ้าง ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องเป็นแกะ แต่คนตรงหน้าดูมึนๆยังไงบอกไม่ถูก...คล้ายเด็กขี้เซานั่นแหละ รูปแกะขนปุยหลับตาพริ้มจึงปรากฏขึ้นมาในหัวดื้อๆ

“อาคุตางาวะ จิโร่”

“โอเค อาคุตางาวะ” พึมพำเบาๆราวกับต้องการให้ฝังอยู่ในส่วนลึกสุดของสมอง ริมฝีปากบิดเป็นรอยยิ้มจาง “ว่าแต่... เมื่อกี้อ่านหนังสือเรื่องอะไรอยู่เหรอ?”

“เล่มที่หยิบพร้อมกันกับมารุอิคุงน่ะนะ?”

เสียง ป้อกๆๆ ยังคงดังอยู่อย่างต่อเนื่อง

บุนตะพยักหน้า “อื้อ เรื่องอะไรอ่ะ?”

“รัก...”

“อ...อะไรนะ?”

“รักแรกพบ...” จิโร่เอียงคอพร้อมคลี่ยิ้มตาปิด แก้มเนียนเริ่มขึ้นสีระเรื่ออีกครั้ง “ฉันน่ะปลื้มมารุอิคุงมาตั้งนานแล้ว พอได้เห็นในระยะประชิดแบบนี้...แถมในมือยังถือหนังสือหวานๆแบบนั้น ก็เลย...ตกใจมากๆ”

 

เขินมากๆ... ต่างหาก

 

บุนตะแก้ให้ในใจ มองท่าทางของคนตรงหน้าด้วยความเพลิดเพลิน รู้สึกคล้ายตัวเองเป็นคนโรคจิตขึ้นมากลายๆ

“จะว่าไป...” เขาเอ่ยขึ้นเมื่อคนตรงหน้าเริ่มเงียบ เพื่อไม่ให้บทสนทนาชะงักขาดช่วง “นายเรียกฉันว่ามารุอิคุงสินะ... ฉันอยู่ปีสามแล้วรู้รึเปล่า”

“อื้ม ก็รู้ไง”

“แล้วทำไมไม่เรียกรุ่นพี่”

มาถึงตรงนี้คนถูกสั่งสอนก็ลอบหัวเราะน้อยๆ ถึงตาบุนตะบ้างที่หน้าแดง เขาเอ่ยอย่างตะกุกตะกักในทันที

“อะ...อะไรล่ะ ฉันพูดอะไรผิดรึไง”

“มารุอิคุงคิดว่าฉันอยู่ปีไหนเหรอ?”

“ก็คง... หนึ่งไม่ก็สองล่ะมั้ง”

“สามต่างหาก” จิโร่หยิบแท่งป้อกกี้ขึ้นมาสามอัน แล้วจึงยัดทั้งหมดเข้าปากในเวลาอันรวดเร็ว เสียงป้อกๆๆดังขึ้นถี่จนบุนตะเริ่มคิดว่าอีกฝ่ายเหมือนกระต่ายเข้าไปทุกที บั๊กบันนี่น่ะ...รู้จักมั้ย? หน้ามึนๆกวนๆนั่นแหละ “เรียกคนปีเดียวกันว่ารุ่นพี่มันก็ออกจะเกินไปหน่อยไม่ใช่รึไง”

“ขอโทษด้วยแล้วกัน” หนุ่มผมแดงอดค้อนไม่ได้ “ฉันเห็นนายหน้าเด็กก็เลยคิดว่าเป็นรุ่นน้อง”

“ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย มีคนทักผิดอยู่บ่อยไป”

“งั้นคนที่นายปลื้มก็คงมีอยู่หลายคนด้วยสินะ”

“อยากรู้เหรอ?”

คนจากริคไคชะงักเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าพลั้งปากพูดอะไรออกไป ในขณะที่จิโร่ยังคงรักษาสีหน้าและน้ำเสียงยิ้มๆเรื่อยๆได้เป็นอย่างดี

“ไม่เยอะหรอก...” ร่างบางแสร้งทำเป็นไม่สนสีหน้าเลิ่กลั่กนั้นแล้วเอ่ยลอยๆเหมือนพูดคนเดียว “มีแค่กัปตันทีมอย่างอาโตเบะ แล้วก็มารุอิคุงเท่านั้นแหละ”

“ปลื้ม... นี่แปลว่าชอบรึเปล่า?”

“แล้วชอบนี่แปลว่ารักรึเปล่า?”

สองสายตาประสานกันนิ่ง ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาอีก... ความรู้สึกตอนนี้บอกไม่ถูกว่าเป็นยังไง หัวใจของคนทั้งสองก็บอกไม่ได้อีกนั่นแหละว่าใครเต้นแรงกว่ากัน

สำหรับจิโร่... มารุอิ บุนตะคือคนที่ปลื้มมานานมากจนเรียกได้ว่าหลงรัก รักทั้งๆที่ยังไม่เคยได้พูดคุยด้วย รักทั้งๆที่ไม่กล้าแม้แต่จะเข้าไปทำความรู้จัก ทั้งที่เป็นแบบนั้น...ก็ยังรู้สึกว่ารัก รอยยิ้มของคนนี้ๆมันดูสว่างไสวที่สุดแล้วสำหรับเขา ช่วงเวลาที่หมดไปกับการนอนหลับนั้นในฝันก็มักจะมีแต่คนคนนี้โผล่ขึ้นมา

ไม่เคยคาดหวังว่าจะได้คุยกันแบบนี้... ไม่เคยนึกว่าจะได้มานั่งกินข้าวด้วยกันแบบนี้

ไม่คิดว่าจะถูกชวนด้วยซ้ำ

มันจึงทั้งตกใจ แปลกใจ ตื่นเต้น...หากแต่ก็รู้สึกดีสุดๆไปเลย

และ...สำหรับบุนตะผู้ไม่เคยสนใจในเรื่องความรัก ความรู้สึกแรกยามเมื่อมองสบดวงตาเปล่งประกายของอาคุตางาวะ จิโร่นั้น...คล้ายกับโลกหยุดหมุนไปหลายวินาที ยิ่งตอนนั้นเสียงเพลงรักหวานซึ้งยังคลออยู่ในหู มันเป็นความรู้สึกเหมือนกับว่า...ได้เจอแล้ว วินาทีนี้ได้เจอแล้ว เจอคนที่จะเข้ามาเปลี่ยนชีวิตของเขานับจากนี้

รู้สึกถึงขนาดนั้นเลยทีเดียว มันอาจจะดูเพ้อเจ้อ... แต่บุนตะมั่นใจว่าร้อยทั้งร้อยใครเคยเจอเหตุการณ์นี้กับตัวเองต้องรู้สึกแบบเดียวกันกับเขาแน่ๆ

คนที่แค่เห็นก็ทำให้ไม่เป็นตัวของตัวเอง... แค่ส่งยิ้มมาให้ก็ราวกับจะหายใจไม่ออก

 

รักไม่ต้องอาศัยเวลา... บางที...

 

ความรู้สึกของคนทั้งสองอาจจะตรงกันในเรื่องนี้ก็เป็นได้

“...ขอให้รับประทานอาหารให้อร่อยนะครับ”

เสียงของพนักงานเสิร์ฟดึงเอาสติของบุนตะและจิโร่กลับมา ต่างฝ่ายต่างเพ่งสายตาไปยังอาหารมากมายละลานตาตรงหน้าราวกับว่าสนใจนักหนา

“เอ่อ... น่ากินดีนะ”

“ก...กินด้วยกันเถอะ” หนุ่มผมแดงกระแอมเล็กน้อยเมื่อรู้สึกว่าเสียงตัวเองมันแหบเกินไป เขารีบเอ่ยข้ออ้างที่คิดไว้ก่อนหน้านี้ทันที “ฉันสั่งมาเยอะมากเลย คงจะกินคนเดียวไม่ไหวแน่ๆ”

“เอาแบบนั้นก็ได้...”

“นี่”

“อ...อะไร?” จิโร่ชะงักมือที่กำลังจะตักอาหาร ดวงตากลมโตกระพริบปริบๆทันที “หรือว่ามารุอิคุงจะไม่ให้ฉันกินแล้ว? เอ่อ...ก็ได้นะ ฉันไม่เป็นไรอยู่แล้ว ไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ด้วยล่ะ”

“ไม่ใช่อย่างนั้น...”

“งั้น... อะไร”

“คบกับฉันได้มั้ย?”

 

ถาม... ไปแล้ว

 

“...ตกลง”

 

ตอบ... ไปแล้ว

 

นิยายรักเล่มนี้คงไม่มีวันจบ...

บทนำเป็นเพียงจุดเริ่มต้น บทแรกเป็นเพียงการเกริ่นนำ... บทต่อจากนั้นคงต้องรอดูกันต่อไป

 

+++++

 

โทษทีนะคะ T T’’

เสียดายมากๆที่ไม่ได้ลงวันที่ 20 เน็ตเน่ามาหลายวันแล้วค่ะ... พึ่งมาใช้ได้เมื่อช่วงบ่าย แต่ไรท์เตอร์ไม่ว่างก็เลยต้องมาอัพให้ดึกๆดื่นๆแบบนี้ (หรือเช้า? =[]=;; สับสนเวลา)

เอาเป็นว่า... ลงให้แล้วนะคะ :D

อาจจะหวานๆไปหน่อย แต่รับรองว่าอีกหน่อยคงเขียนคู่นี้ออกมาเรื่อยๆแล้วล่ะ 555 พอลองเขียนครั้งนึงมันก็จะเขียนได้เรื่อยๆ >w<

ส่วนเพลง... ลองหาฟังดูนะคะถ้าใครยังไม่เคยฟัง หวานมากๆ เป็นจุดเริ่มต้นของฟิคเลยล่ะ ปกติไม่ค่อยถนัดเขียนให้ตัวเมะเป็นฝ่ายดำเนินเรื่อง แต่เพราะเป็นวันเกิดบุนบุนเลยต้องเน้นหนักมาทางนี้แทน ยังเขียนชี้ชัดว่าบุนบุนเมะไม่ลงอ่ะ =.,=;; พยายามให้ก้ำกึ่ง กร๊ากกก

 

ขอบคุณน้องโย่ที่มาเตือนนะคะ >o< ลงให้แล้วน้า

 

หายหน้าไปก็ใช่ว่าจะอู้นะ *0* ตอนต่อไปเป็นเร็นจิอาคายะ แล้วก็เมจิคฯเคนยะชิระค่ะ แฮ่ J

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

830 ความคิดเห็น

  1. #754 เจ้าหญิงลาฟลอร่า (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2556 / 08:56
    เฮ้ยๆๆๆๆ=O= เร็วไปม้างงงงงงง
    #754
    0
  2. #718 ktnz (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2555 / 21:28
    จิโร่น่ารัก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!111
    ตัวเล็กๆ ยิ่งนึกถึงตอนอยู่ีปี1ยิ่งน่ารัก ฮืออออ
    บุนตะปากไวไปนะ~
    #718
    0
  3. #683 mind_in_m4_m3 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2555 / 11:57
    น่ารักมากอ่ะ >.,<  ชอบๆๆๆๆๆๆ บุนตะน่ารักอ่ะ
    #683
    0
  4. #675 YaKu (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2555 / 23:41
    กรี้ดดดดดดดดดดด >//////<

    ชอบมากกก มากกก มากกกก เลยค่ะ

    ภาษาที่ใช้เขียนสวยมากเลย ชอบค่ะๆๆๆๆ



    เราชอบคู่บุนๆ กับจิโร่มากกกกก คิดว่าบุนตะต้องแบบนี้ แล้วจิโร่ก็ต้องแบบนี้แหล่ะค่ะ

    แอร๊ยลลลล แต่งอีกนะคะๆๆๆ ชอบๆๆๆๆๆ
    #675
    0
  5. #648 FUNAMI-SAN (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 เมษายน 2555 / 19:44
    เอามาอีก=w= ขอคู่นี้อีก!!!!!!!!!!!!!!!!!!! >O<
    #648
    0
  6. #622 dekice (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 20 มีนาคม 2555 / 18:13
    ต๊ายยยยยยยยยยยยยย   อยากกรีดร้องเป็นภาษาสวีเดน>O<

    หมูบุนกับน้องแกะจะหวานกันเกินไปแล้วนะ>////<  ไม่ไหวแล้ว//เป็นลมคาหน้าจอ
    #622
    0
  7. #480 Acme (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2554 / 22:16
    ทำไมจิโร่ใจง่ายจัง



    แต่ก็น่ารันะ ^_^/
    #480
    0
  8. #460 xy'' ★ Dark Side' (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2554 / 12:09
    ทั้งหมูทั้งแกะ....น่ารักทั้งคู่ อร๊ายยยยยยยยยยย ><
    บุนบุนไวไฟมาก ! ขอคบตั้งแต่วันแรกเลยเรอเะ !
    แต่ไม่เเป็นไร...รู้ว่าแกะน่ารัก กร้ากกก
    รักคู่นี้สุโค่ยยยยยยยยยย ถึงแม้บุนบุนจะเมะไม่ค่อยลงก็เถอะ = =;;
    #460
    0
  9. #433 sunflower-1412 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 29 เมษายน 2554 / 09:16
    อ๊าก~ บุนตะนายขอเค้าเป็นเลยเหรอ ><
    #433
    0
  10. #427 toigo (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 เมษายน 2554 / 07:33
    ใช่ใช่ บุนบุนเมะไม่ค่อยลงจริงๆ ฟิคนี้คงได้แต่หวานๆสินะ รึคุณพี่จะสามารถอีก 555+

    อ้ากกกก น่ารักสิ้นดี ^ ^

    คู่นี้ไปติดใจตอนค้นกระเป๋าจิโร่น่ะ กรี๊ดๆๆๆๆ
    #427
    0
  11. #421 EvaChan (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 24 เมษายน 2554 / 14:54
    บุนบุนน่าร้ากกกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    เจ้าแกะก็น่ารักเหมือนกันน..!!!!!
    โอยย มะมือสั่นนนนนน ชอบฟิคนี้สุดๆเลยยยยยยยยยย
    โย่บ้าไปแล้วววว =[]=!!!!! รักคู่นี้ทีุ่สุดๆๆ
    ดิ้นไปดิ้นมาอย่างสุดกำลังงงง!!
    บุนตะคือสุดยอดดดด >O
    #421
    0
  12. #417 Sushi_Burger (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 24 เมษายน 2554 / 14:32
    เพิ่งเคยอ่านน้องหมูเมะเเบบจังๆ...
    ...
    ...
    ...
    อร๊ายยยยยยย น่ารักมากอ่ะค่ะคุณพี่!!!!!!!!!!!!!!!~
    เเบบ ไม่รู้ว่าจะเม้นว่ายังไงนอกจากน่ารัก หมูน่ารัก เเกะน่ารัก อยู่ด้วยกันมันเลยน่ารัก กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    เเต่...ไวไฟกันเกินไปไหมคะบุนๆขราาาาา เเอร๊ยยยยยยยยยยยยยยย

    //นอนฟัดหมูฟัดเเกะ กร๊ากกกกกกกกกกกกกก//

    (ขอละเว้นชิระซังเคะไว้ในฐานะที่สำลักความน่ารัก พุดไม่ออก//โโนพี่ซีเตะออกนอกโลก)
    #417
    0
  13. #413 Zeran (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 24 เมษายน 2554 / 13:15

    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    น่ารักกกกกกก >                <

    #413
    0
  14. #411 Yuki &Fuyu (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 24 เมษายน 2554 / 12:42
    หวานสุดๆ เจ้าแกะน่ารักมาก
    #411
    0
  15. #408 The.wolF (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 24 เมษายน 2554 / 12:20
    //เข้ามาสำลักความหวานตาย ทำร้ายดิฉันได้ทุกตอนจริงๆ บทความนี้ 55+

    จิโร่อ๊าาาาาาา น้องแกะจะน่ารักไปไหนคะเนี่ย! ไม่ไหวแล้ว น้องแกะน่ารักที่สุดในสามโลกอ้ะ! *ฟัดแกะ*

    โอ๊ย บุนตะ ไวไฟมากค่ะที่รัก! ประทับใจ๊ แต่อ่านไปแล้วแบบ...เออะ นี่นายตัดสินตัวจริงจากอะไรคะลูก ความเมะเรอะ? หน้าตาเรอะ? กร๊ากกกกกกกก

    เห็นเนื้อเพลงแล้วแอบเขิน ไปหาฟังมั่งดีกว่า *อุฮิ*
    #408
    0
  16. #405 Alcobaleno_Luce (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 24 เมษายน 2554 / 09:36
    หวานซะ

    รักไม่ต้องการเวลาสินะ น่ารักอ่ะค่า
    #405
    0
  17. #403 ,,STORM_SURGE ★ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 24 เมษายน 2554 / 07:56
    หวานซึ้งงงง >////<
    น่ารักดีมากๆๆๆอ่ะคู่นี้ ชอบการบรรยายสไตล์นี้จัง :D
    สุโค่ยยยมั่กๆ
    #403
    0