(end) Summer back again คิมหันต์หวนคืน l JAETEN

ตอนที่ 4 : บทสุดท้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,339
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 225 ครั้ง
    14 ก.ค. 62



ชนบททางตอนใต้ของเมืองหลวง


รวงข้าวสีทองยามต้องสายลมอ่อนนั้นพลิ้วไหวโอนเอนไปในระนาบเดียวกัน ช่างเป็นภาพที่น่ามองนัก ไม่มีสิ่งใดรบกวน ไม่มีความวุ่นวาย มีเพียงความสงบจากธรรมชาติที่ช่วยปลอบประโลมจิตใจของผู้ที่มีบาดแผล

ชายหนุ่มรูปงามสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอด อาภรณ์สีขาวที่บางจุดมีรอยด่างสีน้ำตาลบ้างดำบ้างเพราะเป็นผ้าเก่าไม่ได้ทำให้ความสง่างามของเจ้าตัวลดน้อยลงเลย

ท่านอาจารย์หยาง ท่านอาจารย์มาอยู่นี่เอง ข้าตามหาเสียทั่วเสียงเจื้อยแจ้วดังเข้ามาใกล้ ทำให้คนที่กำลังทอดอารมณ์ชมธรรมชาติต้องหันกลับไปดู

ตามหาข้าทำไม วันนี้ไม่มีสอนหรือเจ้าอยากได้บทเรียนเพิ่มชายผู้เป็นอาจารย์หยอกล้อลูกศิษย์ตัวน้อยที่ยังไม่เป็นชายหนุ่มเต็มตัว

ไม่นะ คือ ท่านพ่อของข้าจับตัวโจรขโมยซาลาเปาได้ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไรกับมันดีเลยให้มาถามท่านเด็กชายรีบบอกจุดประสงค์ของตน

อืม ไม่มีใครบาดเจ็บใช่ไหม

ไม่มี ท่านอาจารย์ ท่านรีบไปดูเถอะ

ไปสิชายหนุ่มเดินตามเด็กชายไปโดยง่าย เขาไม่แปลกใจที่ชาวบ้านอยากให้เขาเป็นคนตัดสินใจนักแทนที่จะจับตัวส่งทางการ เพราะที่หมู่บ้านอันห่างไกลนี้ เขาเปรียบเสมือนเสาหลักที่คอยดูแลผู้คนมาโดยตลอด

ใช้เวลาเดินเท้าไม่นานจากทุ่งนามายังหมู่บ้าน เมื่อมาถึงก็พบผู้คนล้อมวงมุงดูขโมยอยู่ พอเห็นว่าเขาเดินมาก็รีบแหวกทางให้เขาเข้าใกล้เจ้าโจรโดยง่าย

เจ้าโจรนี่มาขโมยซาลาเปาจากร้านข้า อาจารย์หยางว่าเราควรทำอย่างไรกับมันดีหญิงสูงวัยรีบฟ้อง

อย่าทำร้ายเขา เดี๋ยวข้าจะพาเขาไปส่งให้ทางการเป็นคนตัดสินอาจารย์หยางบอกแค่นั้นทุกคนก็เห็นด้วยยกเว้นตัวขโมยที่รีบก้มกราบข้อร้อง

อย่า! อย่าพาข้าไปส่งทางการเลย! จะลงโทษข้าอย่างไรก็ได้ ให้ข้าทำงานชดใช้ก็ได้ ได้โปรด!”ชายที่เป็นขโมยก้มกราบอาจารย์หยางหลายครั้ง จนกระทั่งสายตาปะทะเข้ากับใบหน้าได้รูปสง่างามที่ยืนมองอยู่


ท่าน ท่านหย่งชินโจรขโมยซาลาเปาพูดเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่เพราะตนเคยฝึกทหารมาเป็นเวลานานจึงทำให้ประสาทหูไวกว่าคนทั่วไป

เจ้าเองรึไม่ใช่เพียงแค่ไป๋หูที่ตกใจ หย่งชินเองก็ประหลาดใจเช่นกัน เขาจำได้ว่าชายคนนี้เป็นหัวหน้าคนรับใช้ในตำหนักหยางกวาง แต่ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้

ทำไมท่าน…”ไป๋หูจำต้องหุบปากลงเพราะถูกสายตาของชายที่ตนเคยรับใช้สั่งให้เงียบลงโดยไม่ต้องเอ่ยออกมา

ท่านอาอาจารย์หยางรู้จักเจ้าขโมยผู้นี้งั้นรึหนึ่งในชาวบ้านถามขึ้นตามประสาคนอยากรู้อยากเห็น หย่งชินที่บัดนี้เป็นที่รู้จักกันในนามหยางกวางไม่ตอบคำถามนั้น ทำเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อยอย่างสำรวม

ถ้าหากเจ้าขโมย เอ่อ ชายผู้นี้เป็นสหายของอาจารย์หยาง เช่นนั้นข้าก็ไม่ถือสาแล้วกัน ถือว่าตอบแทนที่ท่านอาจารย์สั่งสอนอบรมบุตรหลานของข้าเป็นอย่างดีเจ้าของร้านซาลาเปาพูดอย่างนอบน้อม

ข้าขอเป็นคนชดใช้ให้ท่านแทนเขาเอง เถ้าแก่หย่งชินให้เงินจำนวนหนึ่งแก่เถ้าแก่ที่ตอนแรกจะไม่ยอมรับ แต่เมื่อเห็นว่าท่านอาจารย์คะยั้นคะยอเลยต้องจำยอม

จากนี้ข้าจะเป็นคนดูแลชายผู้นี้ไม่ให้ทำเรื่องเดือดร้อนแก่พวกท่านอีก ต้องขอภัยแทนสหายของข้าด้วยหย่งชินค้อมศีรษะเล็กน้อยให้เหล่าชาวบ้านที่ยืนมุงดู เมื่อเหตุคลี่คลายทุกคนจึงสลายตัวกลับไปทำหน้าที่ของตนเองต่อ

หย่งชินถอนหายใจเล็กน้อยเมื่อมองชายร่างผอมโซที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้า ไม่นึกฝันว่าจะต้องกลับมาเจอกันอีก

การปรากฏตัวของไป๋หูเป็นเหมือนสิ่งย้ำเตือนให้ระลึกถึงความเจ็บปวดที่เขาพยายามกดทับไว้ในใจมาตลอด

 ทำไมหัวหน้าข้ารับใช้ของตำหนักหยางกวาง ถึงกลายมาเป็นหัวขโมยต่ำต้อยเช่นนี้น้ำเสียงของหย่งชินที่เอ่ยออกมา ทำให้คนฟังเริ่มสั่น แม้ตอนนี้หย่งชินจะดูเปลี่ยนไปบ้างแต่ความเข้มงวดและเด็ดขาดต่อผู้กระทำผิดนั้นยังเหมือนเดิม

ท่านหย่งชิน ข้ามีความจำเป็น ได้โปรด อย่าลงโทษข้าเลยไป๋หูก้มกราบอีกหลายต่อหลายครั้ง

ข้าเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาไม่ได้เป็นนายทหารเช่นแต่ก่อน ไม่มีสิทธิ์ไปลงโทษเจ้าได้หรอกหย่งชินมองไป๋หูอย่างเวทนา สภาพของหัวหน้าข้ารับใช้ในตอนนี้เหมือนคนจรจัด เสื้อผ้าขาดวิ่น เนื้อตัวผอมแห้งต่างจากแต่ก่อนที่เคยเป็นบุรุษร่างท้วม ความเป็นอยู่ของไป๋หูคงย่ำแย่อย่างหนักจนถึงขั้นต้องขโมยของกินจากผู้อื่น

ท่านหย่งชิน ช่วยข้าด้วย ข้าไม่มีเงินติดตัวเลย ข้าจำเป็นต้องได้อาหาร ได้โปรดเถอะไป๋หูน้ำตาคลอรู้สึกอับจนหนทาง แม้ในอดีตเขาจะเคยไม่ชอบหน้านายทหารคนสนิทของท่านแม่ทัพแค่ไหน แต่ตอนนี้ มีสิ่งที่สำคัญมากกว่าทิฐิรอเขาอยู่

รอข้าอยู่ตรงนี้หย่งชินพูดแค่นั้นแล้วเดินกลับเข้าไปในตลาด เขาซื้อซาลาเปาและของกินอีกสองสามอย่างเพื่อนำกลับมาให้ไป๋หู อย่างน้อยก็ขอให้อิ่มท้องก่อนจากนั้นค่อยมาว่าเรื่องราวกันทีหลัง

แต่ไป๋หูยังไม่ยอมกินสิ่งที่เขาซื้อมา กลับกระซิบอ้อนวอนขอให้เขาเดินตามไปยังที่ๆหนึ่งแทน

แม้หย่งชินจะแปลกใจ แต่เมื่อเห็นท่าทีร้อนรนของไป๋หูเขาก็ยินยอมที่จะเดินตามชายผู้นี้ไปยังนอกเขตเมือง


ไป๋หูพาหย่งชินลัดเลาะไปตามแนวป่าที่ติดกับด้านหลังหมู่บ้าน สายตาของอดีตนายทหารจับจ้องไปที่หลังของไป๋หูไม่คลาดสายตา

ไป๋หู รู้ใช่ไหม หากเจ้าคิดร้ายกับข้า ชีวิตเจ้าจะพบจุดจบเช่นไรหย่งชินเอ่ยเตือน เขายังระแวดระวังภัยในทุกฝีเก้าที่เดินลึกเข้าไปในป่า

ท่านหย่งชิน ข้าไม่ได้คิดร้ายกับท่านอย่างแน่นอน หากท่านสงสัยจะฆ่าข้าก็ได้ แต่ได้โปรด ไปให้ถึงที่หมายก่อน …”ไป๋หูละล่ำละลักบอก เขาเห็นแววตาของหย่งชินฉายแววอำมหิตมาวูบหนึ่งก่อนจะกลับไปนิ่งสงบเช่นเดิม

นำไปหย่งชินยอมรับฟัง ถึงแม้จะเป็นกัปดักแต่เขาก็มั่นใจในฝีมือตนเองว่าจะเอาตัวรอดได้ เขาได้ยินเสียงไป๋หูบ่นพึมพำว่า รออีกนิด อีกนิดเดียว ซึ่งเขาก็ไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร พลันในใจกลับวูบโหวงในใจว่าบางทีไป๋หูอาจจะพาเขาไปพบคนๆนั้น

เท้าที่ก้าวเดินหยุดชะงัก ทำให้คนที่เดินนำหน้าหันกลับมามองอย่างสงสัย

ท่านหย่งชิน รีบเดินสิท่าน นางรอนานกว่านี้ไม่ได้แล้ว

นาง? ผู้หญิงรึ เจ้าไม่ได้จะพาข้าไปพบ…”หย่งชินไม่อาจเอ่ยชื่อคนผู้นั้นได้ เขาไม่พูดชื่อนั้นมานานมากแล้ว

ใช่ๆ เมียข้าเอง…”

 

สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจที่สุดไม่ใช่เรื่องที่ไป๋หูมีภรรยา เพราะตนเคยเข้าใจมาตลอดว่าไป๋หูนั้นน่าจะเหมือนพวกขันทีในวัง ซึ่งไม่นิยมชมชอบสตรี แต่สิ่งที่ทำให้เขาตกใจยิ่งกว่านั้น คือภรรยาของไป๋หูเป็นคนที่เขารู้จักดี



แม้กาลเวลาจะล่วงไปหกปีจนทำให้ร่างของเด็กสาวรูปงามแปรเปลี่ยนเป็นหญิงสาวโตเต็มวัย แต่เขาก็จำหญิงผู้นี้ได้ เพราะนางคือ ฮูหยินของตระกูลเจิ้ง ซึ่งมีศักดิ์เป็นถึงองค์หญิงแห่งแคว้นฉิน!

หย่งชินจ้องมองหญิงสาวร่างกายซูบเซียวที่สวมเสื้อผ้ามอซอกำลังกัดกินซาลาเปาอย่างเอร็ดอร่อย ดูก็รู้ว่านางคงหิวมาก และที่น่าเห็นใจยิ่งกว่านั้น คือลูกในท้องของนางซึ่งตอนนี้มันกลมนูนใหญ่โตก็คงจะหิวโซเช่นเดียวกับมารดา

ค่อยๆกินนะ เดี๋ยวสำลัก เหวออออออไป๋หูร้องเสียงหลงเมื่อมือที่กำลังลูบหลังภรรยาถูกหลี่หย่งชินกระชากออกแล้วเหวี่ยงร่างของเขาจนกระเด็นไปกองกับพื้น

เจ้า! บังอาจนัก! เป็นแค่คนรับใช้แต่กลับกล้าลักพาตัวเจิ้งฮูหยินเชียวรึ! ความตายยังน้อยไปสำหรับคนต่ำช้าเช่นเจ้า!”หย่งชินเลือดขึ้นหน้า ควักมีดสั้นของตนหมายจะปลิดชีพชายที่บังอาจลบหลู่ดูหมิ่นผู้นำตระกูลเจิ้ง แม้เขากับไจ้เสวียนจะลาจากกันแล้วแต่ตนก็ยังคงภักดีและปกป้องเกียรติของชายคนรักเสมอ

หยุดนะ!”

มือที่กำลังเงื้อมีดจำต้องหยุดชะงักเพราะเจิ้งฮูหยินถลาตัวเข้ามาบังเจ้าคนรับใช้ต่ำต้อยนั้นไว้

ฮูหยิน ท่านไม่ควรทำเช่นนี้หย่งชินมองหญิงที่เป็นภรรยาของคนที่เขารักไม่วางตา สองแขนของนางโอบกอดไป๋หูไว้แน่น ดวงตาเว้าวอนให้เชายั้งมือ

ไม่ใช่การลักพาตัว แต่นี่เป็นการสมคบคิดพากันหนี น่าโมโหเสียยิ่งกว่า!

ท่านเป็นฮูหยินของท่านแม่ทัพ เหตุใดจึงกล้าทำเรื่องเช่นนี้หย่งชินกัดฟันถาม เขาโกรธจนตัวสั่น เขายอมละทิ้งหัวใจของตนเดินหนีออกมาเพื่อให้ครอบครัวของไจ้เสวียนสมบูรณ์ไร้ข้อครหา แต่นางผู้นี้กลับประพฤติตนต่ำช้าลักลอบคบชู้กับคนรับใช้สวมเขาให้ไจ้เสวียน

ท่านหย่งชิน! ให้ข้าได้อธิบายก่อน!”ไป๋หูรีบพูด

หุบปาก!”หย่งชินตะคอกเสียงกร้าว

ท่านหย่งชิน โปรดฟังสิ่งที่ข้าจะเล่าให้จบก่อนแล้วค่อยจะตัดสินโทษเราสองคนก็ยังไม่สายเจิ้งฮูหยินพยายามรวบรวมสติแม้ในใจจะหวาดกลัวแค่ไหน

แม้จะโกรธแค้นเพียงใด แต่ยังไงสตรีผู้นี้ก็เป็นถึงองค์หญิงแห่งแคว้น หย่งชินจึงจำใจลดมีดในมือลงแต่ดวงตายังคงจดจ้องชายหญิงคู่นี้อย่างอาฆาต

องค์หญิงฉินชิงกลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อเห็นว่าชายตรงหน้ายอมลดมีดลง สองมือของนางบรรจงลูบท้องกลมนูนของตนเพื่อปลอบขวัญลูกน้อยในท้อง ก่อนจะเผยเรื่องราวทุกอย่างตั้งแต่ต้น

เริ่มจากคืนเข้าหอของนาง

 

……………………………

 

ความร้อนของไอแดดกลางทะเลทรายเทียบไม่ได้กับความร้อนในใจเขา

หลี่หย่งชินกระชับเชือกในมือแน่นยิ่งกว่าเดิม สองเท้ากระตุ้นม้าหนุ่มสีน้ำตาลที่ตนขี่ให้วิ่งทะยานไปข้างหน้าไม่หยุด

เขาออกเดินทางไม่ได้พักมาตลอดสิบกว่าวันในที่สุดก็ใกล้จะถึงปลายทางแล้ว

จากหมู่บ้านที่เขาอยู่จนมาถึงที่นี่ หย่งชินต้องแวะเปลี่ยนม้าไปหลายตัว เนื่องจากเขาไม่มีเวลาให้พาหนะที่เป็นสัตว์สี่เท้านี้ได้หยุดพักหายเหนื่อย

เขาต้องรีบไป ต้องรีบกลับไป

 


ข้ากับท่านพี่ไจ้เสวียนเราไม่ได้ร่วมหอกัน ตอนนั้นข้าอายุเพียงสิบสองเท่านั้น แม้เราจะสมรสกันแต่ท่านพี่ไม่เคยล่วงเกินข้า มองข้าเป็นเพียงน้องสาวเพราะในใจของท่านแม่ทัพมีเจ้าของอยู่แล้ว ท่านหย่งชิน ข้าคงไม่ต้องบอกว่าคนผู้นั้นคือใคร

 

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ท่านพี่เอาแต่หมกมุ่นกับการฝึกทหารและท่องตำรา ผู้ที่คอยดูแลข้าคือหัวหน้าข้ารับใช้ในตำหนัก ข้าผิดที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อสามี แต่ว่าความรักมันห้ามกันได้ที่ไหน!”

 



หย่งชินเม้มปากแน่นเมื่อนึกถึงคำพูดขององค์หญิงฉินชิงที่พูดกับตนในป่า เขาเข้าใจดี เพราะตัวเขาเองก็หลีกหนีความจริงข้อนี้ไม่ได้เช่นกัน

หย่งชินกลั้นสะอื้นเมื่อนึกถึงเรื่องราวที่ไป๋หูและองค์หญิงฉินชิงเล่าให้ฟังต่อจากนั้น

 



ท่านแม่ทัพไจ้เสวียนรอคอยท่านกลับไป ไม่ออกตามหาอย่างที่ท่านร้องขอและไม่เคยสิ้นหวังในคำสัญญาของท่าน

 



ใช่ เขาสัญญาไว้ เขาอยากทำตามสัญญานั้น อยากจะกลับไป เพียงแต่เขาทำไม่ได้ ใจของเขาไม่เข้มแข็งพอจะทำใจยอมรับได้ ไม่อาจฝืนบังคับใจให้เลิกรักได้ สุดท้ายแล้วจึงเลือกจะอยู่ห่างไกลเช่นเดิม โดยไม่เคยคิดเลยว่า ไจ้เสวียนจะรอเขา ในเมื่อข้างกายของท่านแม่ทัพมีภรรยาคอยดูแลอยู่แล้ว

เขาขี้ขลาดจนทุกอย่างมันสายเกินไป



ไม่!


มันยังไม่สาย เขาจะต้องไปทัน ไจ้เสวียนรอเขาอยู่!



หย่งชินกระตุ้นม้าหนุ่มให้ออกวิ่งไวกว่าเดิม อีกแค่นิดเดียว อีกไม่ไกลก็ถึงตำหนักหยางกวางแล้ว

ความทรงจำเก่าๆที่เขาพยายามจะลืมมันย้อนกลับมาในหัวราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้น

ตอนวัยเด็ก เขารำคาญเจิ้งไจ้เสวียน ศิษย์น้องคนใหม่ของสำนักที่คอยจะเดินตามเขา พูดจ้อไม่หยุด จนเขาเอือมระอา ไม่ว่าเขาจะเอ่ยปากไล่อย่างไรไจ้เสวียนก็ไม่เคยเดินหนีไปจากเขา

ไจ้เสวียนไม่เคยผลักไสเขาเลย สักครั้งก็ไม่เคย

แต่เขาเองกลับเลือกที่จะทิ้งทุกอย่าง เลือกที่จะใช้ชีวิตโดยไม่มีไจ้เสวียน ทั้งที่อีกคนไม่เคยปล่อยมือจากเขาสักครั้ง

คิดแค่ว่าตัวเองเจ็บ แต่ไม่เคยคิดเลยว่าไจ้เสวียนที่เป็นคนต้องถูกทิ้งให้ยืนอยู่ที่เดิมคนเดียว จะเจ็บปวดสักแค่ไหน



……………………………

 

 

หลี่หย่งชินตวัดตัวลงจากหลังม้า ทั่วทั้งกายปวดร้าวเพราะเดินทางโดยไม่ได้หยุดพัก เขาก้าวเดินไปยังเนินทรายสูงชัดเทียมเท่าภูเขาใหญ่จนกระทั่งอยู่บนจุดสูงสุด

หลี่หย่งชินทิ้งร่างลงคุกเข่ากับพื้นทรายร้อนระอุ เงยหน้าขึ้นมองไปยังดวงอาทิตย์ที่ขึ้นตรงศีรษะ หัวใจบีบรัดเหมือนกำลังจะระเบิด เขากัดปาดตัวเองจนเลือดซิบแล้วเปล่งเสียงตะโกนกรีดร้องดังก้องฟังดูคล้ายเสียงของสัตว์ป่าที่ร้องโหยหวนยามต้องอาวุธ

 



ท่านหย่งชิน จะกลับไปตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว เมื่อปีก่อน ตำหนักหยางกวางถูกอาเพศ พายุทรายลูกใหญ่โหมกระหน่ำสลับกับห่าฝน ทำให้เสาของตำหนักทานแรงกดไม่ไหว ค่อยๆถล่มลงมา ยังดีที่ท่านแม่ทัพสั่งอพยพผู้คนออกมาได้ทัน แต่ว่าตัวท่านแม่ทัพ ไม่ยอมออกมาด้วย




ข้าไปไม่ได้ หย่งชินสัญญาว่าจะกลับมา ข้าต้องอยู่รอ…”




นั่นคือคำพูดสุดท้ายที่ไจ้เสวียนบอกกับไป๋หู

 




ฮึก ไจ้เสวียน ไจ้เสวียนข้า กลับมา แล้วหย่งชินทิ้งร่างลงกลางเนินทราย ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ตั้งของตำหนักหยางกวาง ทั่วทั้งร่างสั่นสะท้านเหมือนจะแตกสลายแสงสว่างรอบกายพลันดับวูบเหลือไว้เพียงความมืดมิด



…………………………………………….……

 

 

 



คิมหันต์ คิม ตื่นสิวะ บ้าเอ๊ย! คิมหันต์!!”

เฮือก!!!

คิมหันต์ตาเบิกโพลงแล้วสะดุ้งสุดตัวทำเอาคนที่ยืนอยู่ข้างเตียงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

ฟื้นแล้ว เป็นไงบ้าง! คิม มองพี่!”

เสียงคุ้นหูดังข้างตัวแต่คิมหันต์ไม่อาจส่งเสียงตอบอะไรออกไป ตอนนี้ในใจเขาถูกบีบอัดไปด้วยแรงอารมณ์สิ้นหวังจนแทบหายใจไม่ออก

เฮ้ย! ร้องไห้ทำไม เจ็บตรงไหน ไอ้คิม!”

คิมหันต์ปล่อยโฮออกมาโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง มือข้างขวายกขึ้นกุมหัวใจที่เต้นถี่รัวซ้ำยังมีอาการเจ็บจนพูดไม่ออก

คิม พี่ใจไม่ดีแล้วนะ เป็นไรวะ พี่จะไปตามหมอมาให้ นายอดทนไว้นะ!”เหมันต์รีบวิ่งออกจากห้องพักไปเพราะเห็นว่าน้องชายมีอาการผิดปกติ

คิมหันต์ลุกขึ้นนั่งชันเข่า แล้วซบหน้าลงร้องไห้โฮ เรียวปากส่งเสียงสะอื้นสลับกับเรียกชื่อไจ้เสวียนอยู่อย่างนั้น ยิ่งเรียกใจก็ยิ่งร้าว เพราะรู้ดีว่าเจ้าของชื่อไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว

 

 

 

 

ต้องใช้เวลาพักใหญ่กว่าที่คิมหันต์จะยอมหยุดร้องไห้ แพทย์ที่เข้ามาดูได้ให้ยาคลายเครียดไว้เพื่อให้คิมหันต์ได้พักอย่างเต็มที่

เหมันต์มองดูน้องชายที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงด้วยความหนักใจ เมื่อสองวันก่อน คิมหันต์กดส่งสัญญาณเรียกคนไปรับหลังกลางทะเลทรายโกบีที่ตนเป็นคนแนะนำให้น้องชายมา ทีมช่วยเหลือรายงานว่าไปพบคิมหันต์นอนสลบอยู่กลางเนินทรายในสภาพอิดโรยเพราะขาดน้ำ ตัวเขาจึงรีบบินตรงมาที่นี่ทันที

แพทย์วินิจฉัยว่าคิมหันต์ไม่ได้รับอันตรายอะไรเพียงแค่ร่างกายอิดโรยพักสักหน่อยก็หาย เขาจึงตัดสินใจพาน้องมาค้างที่โรงแรมในเมืองตุนหวงซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด รอให้น้องฟื้นค่อยพากลับไทย

คิมหันต์สลบไปเกือบสองวัน เขาให้แพทย์คอยดูแลอยู่ตลอด กังวลเหลือเกินว่าน้องจะเป็นอะไร จนเมื่อเช้า อยู่ๆคิมหันต์ก็กรีดร้องเหมือนเจ็บปวด เขารีบวิ่งมาดูพบว่าน้องกำลังดิ้นอยู่บนเตียงเหมือนคนกำลังชัก และในที่สุดคิมหันต์ก็ลืมตาขึ้นและร้องไห้อย่างหนัก

ไม่เพียงเท่านั้น คิมหันต์ยังพูดเรื่องบ้าบอบางอย่างที่เขาฟังแล้วขนลุกขนชันขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ น้องเล่าทั้งน้ำตาว่าหล่นลงไปในทรายดูด ข้างล่างเป็นเมืองโบราณของจีน ชื่อตำหนักหยางกวาง

เขารีบอธิบายว่าตอนที่ทีมช่วยเหลือไปพบ คิมหันต์นอนสลบอยู่บนพื้นทรายไม่ได้โดนทรายดูดที่ไหน เมืองโบราณอะไรนั่นก็ไม่มี น้องคงจะฝัน แต่คิมหันต์กลับเอาแต่ส่ายหน้าร้องไห้และพูดเรื่องตำหนักโบราณอะไรนั่นต่อ

เขาไม่รู้ว่าน้องเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้นตอนเดินทางพิชิตทะเลทรายหรือเปล่า แต่ร่างกายของน้องก็ปกติดีเพียงแค่อ่อนแรงเท่านั้น


เหมันต์คิดไม่ตกกังวลไปทุกอย่างและเริ่มหงุดหงิดเพราะความหิว จึงเดินลงมาด้านล่างของโรงแรม แล้วสั่งอาหารสองสามอย่างมากิน ในสมองยังคงคิดเรื่องของน้องจนแทบกินอะไรไม่ลงพอเริ่มเครียดจึงรีบยกโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาหมายเลขทางไกลที่คุยกันอยู่ทุกวัน

ยุ่งอยู่หรือเปล่าครับ น้องฟื้นแล้ว อืม ไม่ค่อยดีเท่าไร น้องดู…”เหมันต์เม้มปากแน่นไม่รู้จะพูดอย่างไรดี เขานึกคำภาษาอังกฤษที่อธิบายอาการของน้องไม่ถูก คนปลายสายจึงบอกให้ใจเย็นๆแล้วค่อยๆเล่า

น้องบอกว่าหล่นลงไปในทรายไปโผล่เมืองโบราณ ตำหนักหยางกวาง คุณพอจะคุ้นมั้ย


เคล้ง!


เสียงบางอย่างดังขึ้นใกล้ตัว เหมันต์ตกใจรีบหันไปดู พบว่ากลุ่มคนที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆทำแก้วน้ำหล่น

ขอโทษครับผู้ชายที่ทำแก้วน้ำหล่นเอ่ยขอโทษเป็นภาษาจีน เหมันต์ผงกหัวให้นิดนึงเป็นเชิงว่าไม่เป็นไร

ผมก็ไม่เคยได้ยินชื่อตำหนักหยางกวางอะไรนั่นนะ น้องเพ้อเยอะมากว่าเคยอยู่ที่นั่นแล้วก็ร้องไห้ไปด้วย ผมเลยฟังไม่ค่อยรู้เรื่องเหมันต์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาได้ยินเสียงเก้าอี้ถูกลากดังใกล้ๆ คิดไปเองหรือเปล่าว่าผู้ชายที่ทำแก้วน้ำหกเมื่อครู่ขยับเข้ามา ดูท่าคงอยากจะเข้ามาทำความรู้จักกับเขาอีกล่ะสิ

ถ้าเขาไม่มีแฟนก็อาจจะยอมเล่นด้วยหรอกนะ เพราะก็หล่อเข้าตาอยู่เหมือนกัน มีลักยิ้มซะด้วย แต่ขอโทษนะ ถ้าแฟนเขารู้รับลองเละทั้งเขาทั้งคนที่มาจีบแน่

หมอบอกว่าคิมอาจจะฝัน หรือเห็นภาพหลอนเพราะร้อนจัดอะไรประมาณนั้น ครับ ผมจะให้น้องพักอีกสักคืนสองคืนแล้วจะพากลับไทย คุณจองตั๋วเครื่องบินให้หน่อยได้มั้ยเอางั้นเหรอครับ ก็ได้ ไปเครื่องส่วนตัวของคุณก็ได้ ดีเหมือนกัน ขอบคุณนะครับ เหมันต์ยกยิ้มขณะกดวางสายแล้วลุกขึ้นเพื่อเดินกลับไปยังห้องพักของน้องชายตน

 


……………………………

 


ผ้าชุบน้ำเย็นถูกประคบที่ดวงตาบวมปูดของคิมหันต์อย่างเบามือ

ขอบคุณครับพี่ พอแล้วคิมหันต์พยายามฝืนยิ้มให้ญาติคนสนิทที่เข้ามาช่วยประคบดวงตาให้หายช้ำเพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก

ดีขึ้นรึยังเหมันต์ลูบหัวน้องชายคนสนิทที่หน้าตาละม้ายคล้ายเขาราวกับพี่น้องท้องเดียวกัน

ไม่ดีเลยครับคิมหันต์ตอบตามตรง

ยังคิดถึงมันอยู่เหรอเหมันต์ชี้ไปยังกำไลหยกในมือของน้องชาย เพราะตั้งแต่เช้า คิมหันต์ก็เอาแต่นั่งจ้องกำไลหยกชิ้นนี้ที่ได้รับมาจากไอ้แฟนเก่าเฮงซวยของน้อง

คิดถึงคนให้ครับคิมหันต์ยอมรับ

มันทำไม่ดีกับเราขนาดนั้นเลิกคิดถึงมันได้แล้วเหมันต์พูดอย่างไม่สบอารมณ์

ผมไม่ได้คิดถึงธัน ผมคิดถึงคนให้กำไลหยกครับ

เหมันต์ทำหน้างง ก็คนให้กำไลหยกนี่มันก็ไอ้ธันแฟนเก่าน้องไม่ใช่เหรอ คิมมันสับสนอะไร

พี่เหมันต์ ผมมีเรื่องจะขอร้องอยู่ๆคิมหันต์ก็พูดขึ้น

อะไรล่ะ ให้ได้ก็จะให้เหมันต์ลูบหัวน้องชายอย่างเอ็นดู

ผมขอไปที่ทะเลทรายตรงจุดที่ผมตกลงไปได้มั้ยครับ

สิ่งที่คิมหันต์ขอทำให้เหมันต์ถอนใจเฮือกใหญ่

ไม่ได้หรอกคิม เราไม่รู้ตำแหน่งเดิมแล้ว ทะเลทรายมันก็เหมือนกันหมด ทีมช่วยเหลือเขาบอกว่าเผลอลบตำแหน่งที่คิมส่งสัญญาณมาให้แล้ว ยังไงก็กลับไปที่นั่นไม่ถูกหรอกเหมันต์เลือกที่จะโกหกเพราะไม่อยากให้น้องกลับไปอีก

และอีกอย่างนะ พี่บอกแล้วนี่ว่าคิมไม่ได้หล่นลงไป มันไม่มีทรายดูดรึเมืองอะไรพวกนั้น คิมคงฝัน

คิมหันต์รู้อยู่แล้วว่าเหมันต์ต้องปฏิเสธ เขาไม่โทษพี่ชายหรอก เพราะรู้ว่าเหมันต์ห่วงเขาจริงๆ แต่ก็เหมือนเดิม เขามั่นใจว่าตนไม่ได้ฝัน

ทุกอย่างเป็นเรื่องจริง

ความเจ็บปวดนั้นเป็นเรื่องจริง

ความรักของหย่งชินกับไจ้เสวียนก็เป็นเรื่องจริงเช่นกัน

ครับ ผมขอนอนหน่อยนะพี่ ไม่ไหวแล้ว ง่วงคิมหันต์ใช้ข้ออ้างนี้เพื่อไล่พี่ชายให้ออกจากห้องไป

คิมหันต์จ้องมองกำไลหยกในมืออีกครั้ง ในฝัน ไม่สิ ในชาติก่อน เขาได้มอบกำไลหยกชิ้นนี้ให้ไป๋หูและองค์หญิงฉินชิงไปเพื่อให้ทั้งสองนำไปขายแล้วเอาเงินไปประทังชีวิต เพราะสองคนนั้นยังต้องหลบหนีจากองค์จักรพรรดิไปอีกนาน สุดท้าย ของขวัญชิ้นนี้ก็กลับมาอยู่ในมือเขาจนได้

แม้จะสายไปแล้วก็ตาม

คิมหันต์ร้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะไหล เขาไม่เข้าใจ และไม่รู้จะโทษใคร

ทำไมต้องให้เขาเห็นเหตุการณ์ในชาติที่แล้ว ทำไมต้องถ่ายทอดความเจ็บปวดของหย่งชินให้เขาต้องรับรู้ไปด้วย ทำไปเพื่ออะไร

เขาถูกแฟนเก่านอกใจว่าเจ็บแล้ว ยังไม่เท่าความเจ็บที่ได้รับผ่านความทรงจำของหย่งชิน

แล้วเขาจะใช้ชีวิตต่อจากนี้อย่างไร

หลี่หย่งชินรักแม่ทัพไจ้เสวียนมากขนาดไหน ตัวเขาเองเข้าใจดี เพราะเขาก็รักไจ้เสวียนเช่นกัน

เขารักผู้ชายที่ตายไปเป็นพันๆปีแล้ว

มันยิ่งกว่าความทรมานเมื่อต้องนึกถึงว่าต่อจากนี้ทุกวันเขาจะต้องตื่นมาพร้อมกับความรู้สึกโหยหาคนที่ไม่สามารถไขว่คว้ามาได้

ฮึก ไจ้ เสวียน อึ่ก!”สองมือปิดปากกลั้นสะอื้น เมื่อต้องพร่ำเรียกชื่อนั้น สัมผัสของไจ้เสวียนที่เคยโอบกอดเขา จนตอนนี้เขายังรู้สึกถึงและดูเหมือนจะไม่มีวันจางหายไป

 

 

ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองสามครั้ง คิมหันต์รีบเช็ดน้ำตาเพราะไม่อยากให้เหมันต์ต้องคิดมากอีก เขานั่งรอที่เตียงเช่นเดิมแต่เหมันต์ก็ยังไม่เปิดเข้ามา จนกระทั่งเสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกรอบ คิมหันต์จึงมั่นใจว่าคนที่อยู่หน้าห้องคงไม่ใช่พี่ชายตนเอง

ชายหนุ่มยกผ้าห่มขึ้นเช็ดน้ำตาที่เปรอะหน้าแล้วเดินลากเท้าไปเปิดประตู

ครับ คิมหันต์เลิกคิ้วขึ้นสูง เมื่อพบว่าคนที่อยู่หน้าประตูเป็นคนที่ตนไม่รู้จัก

ผู้ชายคนนี้ตัวสูงกว่าเขาเป็นคืบ หน้าก็ยังเห็นไม่ชัดเพราะใส่แว่นกันแดดบังไว้ ซึ่งคิมหันต์ก็ไม่ค่อยเข้าใจว่าอยู่ในโรงแรมจะใส่แว่นกันแดดไปเพื่ออะไร

มีอะไรครับคิมหันต์ถามขึ้นเมื่อผู้ชายตรงหน้ายังยืนนิ่งไม่พูดไม่จา ในใจเริ่มกลัวว่าจะเป็นคนร้ายเข้ามาทำอันตรายหรือเปล่า จึงมองไปนอกห้องก็พบว่ามีคนเดินอยู่ประปราย หากมีอันตรายเขาคงต้องร้องให้คนพวกนั้นช่วย

พูดจีนได้มั้ย อังกฤษก็ได้ผู้ชายคนนั้นพูดภาษาอังกฤษใส่เขา คิมหันต์จึงพึ่งรู้ตัวว่าตนกำลังพูดภาษาไทยอยู่ คนตรงหน้าคงไม่เข้าใจ

มีอะไรหรือเปล่าคิมหันต์ถามอีกครั้ง รู้สึกอึดอัดเมื่อรู้ว่าดวงตาใต้แว่นกันแดดแบรนด์เนมนั้นกำลังจ้องมาที่เขา

คุณชื่ออะไรครับชายคนนั้นถามขึ้น คิมหันต์ขมวดคิ้วเป็นปม คนไม่รู้จักกัน อยู่ๆมาเคาะห้องแล้วมาถามชื่อแบบนี้ ท่าทางไม่ดีแน่

คุณมีธุระอะไรกับผมเสียงของคิมหันต์แข็งขึ้นชัดเจน แต่ผู้ชายแปลกหน้ากลับยกยิ้มมุมปากนิดๆซึ่งสายตาของคิมหันต์สังเกตได้

นี่คุณ! มากไปแล้วนะ!”คิมหันต์ตวาดพร้อมกับปัดมือที่ถือวิสาสะยกขึ้นมาเหมือนจะจับหน้าเขา

ร้องไห้ทำไมครับ

น้ำเสียงที่พูดขึ้นเหมือนกับห่วงใยเขามากมายทำให้คิมหันต์ใจกระตุก ร่างบางไม่ตอบอะไรซ้ำยังปิดประตูใส่หน้าผู้มาเยือนอย่างแรงจนเกิดเสียงดังปัง!

คิมหันต์จ้องมองประตูห้องของตนที่ปิดสนิทอีกครั้ง รอดูว่าคนข้างนอกจะเคาะห้องอีกมั้ย ถ้าเคาะ เขาจะได้โทรบอกให้พี่เหมันต์เรียกผู้ดูแลโรงแรมมาพาตัวออกไป

บ้าอะไรของเค้า ไม่รู้จักกันซะหน่อย อยู่ๆมาเคาะห้องมาถามชื่อแล้วยังจะ

คิมหันต์หน้าร้อนวูบเมื่อคิดถึงน้ำเสียงที่ถามเขาอย่างห่วงใย

ร้องไห้ทำไมครับ?

บ้าเอ๊ย! เลิกคิดเลยนะ

คิมหันต์ตีหน้าผากตัวเองเบาๆ นาทีนี้เขาต้องโมโหและก็กลัวสิ หมอนั่นเป็นใครก็ไม่รู้ น่ากลัวจะตาย

พลันสายตาของคิมหันต์เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างตรงด้านล่างของประตู ลองเดินเข้าไปใกล้พบว่ามันเป็นกระดาษใบเล็กๆถูกสอดเข้ามาในห้อง

เขาจ้องประตูอยู่พักใหญ่เพื่อรอดูว่าคนข้างนอกจะทำอะไรอีกมั้ย จนแน่ใจว่าคนๆนั้นไปแล้วจึงเดินไปหยิบกระดาษแผ่นเล็กที่ถูกสอดเข้ามา

คิมหันต์ยกขึ้นมาดูพบว่ามันเป็นนามบัตรที่มีภาษาจีนแทบทั้งนั้น มีภาษาอังกฤษแค่คำเดียวคือตำแหน่งงาน

นักโบราณคดี

ผู้ชายคนนั้นเป็นนักโบราณคดีงั้นเหรอ? คือดูจากการแต่งตัวไม่ได้เหมาะกับทางนี้เลย น่าจะเป็นพวกดารานักแสดงที่มาถ่ายหนังกันมากกว่า

คิมหันต์พลิกนามบัตรไปด้านหลังแล้วหัวใจก็หล่นวูบเมื่อเห็นข้อความบนนั้น

 



ผมเป็นนักโบราณคดี กำลังศึกษาเรื่องตำหนักเก่าที่หายสาบสูญกลางทะเลทรายอยู่ ซึ่งคุณอาจจะช่วยผมได้ หากไม่รบกวน เย็นนี้ผมขอเลี้ยงข้าวคุณนะครับ

Ps.ผมไม่ดื่มเหล้า หวังว่าคุณคงจะไม่รังเกียจชา





คิมหันต์อ่านข้อความบนกระดาษจนครบสิบรอบแล้วรีบโทรไปหาพี่เหมันต์ทันที


พี่เหมันต์ คือผมมีเรื่องให้ช่วย ไม่ ไม่ใช่ครับ ไม่ได้จะให้พาไปที่นั่น คือผมผมขอยืมชุดพี่หน่อยครับ แบบชุดที่มันดูดีอ่ะครับ ผมไม่มีมาเลยเปล่าๆ ไม่ได้จะไปไหน  พอดีผมเจอคนรู้จักน่ะครับ

คิมหันต์กดวางสาย เขาฉีกยิ้มกว้างให้ภาพสะท้อนตัวเองในกระจกเงา น้ำตาที่ไหลออกมาตอนนี้ เขาไม่รู้เลยว่ามันมาจากความรู้สึกไหน

ชายหนุ่มมองกำไลหยกที่วางอยู่ข้างเตียงอีกครั้งก่อนจะเดินไปหยิบมันมาสวมใส่ที่ข้อมือโดยไม่ลังเล

เขามองไปที่หน้าต่างซึ่งเปิดกว้าง พลางคิดในใจว่าอยากให้พระอาทิตย์โน้มตัวลงในทิศตะวันตกให้ไวกว่านี้จัง….








...............................................................................


ฟิคเรื่องนี้เป็นเซตฤดูกาลนะคะ โดยจะมีทั้งหมดสามเรื่อง

คิมหันต์หวนคืน(ฤดูร้อน)

ฟื้นรักเหมันต์(ฤดูหนาว)

วสันต์ที่หายไป(ฤดูฝน)

ฝากติดตามด้วยนะคะ^^


ขอบคุณที่ติดตามมาจนบทสุดท้ายนะคะ

ขอติดค้างตอบคอมเม้นท์เอาไว้ก่อนนะคะ 

หมดแรงแล้วจริงๆ

ใครมีคำถามอะไรถามมาได้เลยจ้า 

จะถามในเม้นรึในaskก็ได้

อย่าลืมเม้นให้กันบ้างน๊าคะ ขอบคุณค่า


#คิมหันต์หวนคืน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 225 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

179 ความคิดเห็น

  1. #177 AlwaysJ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 11:18
    ดีมากเลยค่ะดีมากกกกก
    #177
    0
  2. #174 PRH98 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 13:26
    สนุกมากเลยค่ะภาษาคุณไรท์ดีมากอ่านลื่นไม่สะดุดเลยขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆแบบนี้ขึ้นมานะคะ
    #174
    0
  3. #172 Kaem (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 20:03

    สนุกคะ อยากให้มีต่อมากๆ

    #172
    0
  4. #171 staywithleemje (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 07:42
    เราร้องไห้ไปกับทั้งหย่งชินแล้วก็คิมหันต์ทุกครั้งเลยค่ะ เขียนไ้ด้ดีมากๆ ความรู้สึกเจ็บปวดมันส่งมาถึงเราเลย ประโยคสุดท้ายที่ไจ้เสวียนพูดทำเอาเราตกลงไปเลย เจ็บมาก เสียใจสุดๆ หย่งชินมีโอกาสทำตามสัญญา แต่ไจ้เสวียนไม่มีโอกาสได้เห็น ดีใจที่เขาทั้งคู่ได้เจอกัน ขอบคุณสำหรับงานเขียนที่ดีมากๆแบบนี้นะคะ
    #171
    0
  5. #170 staywithleemje (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 07:41
    เราร้องไห้ไปกับทั้งหย่งชินแล้วก็คิมหันต์ทุกครั้งเลยค่ะ เขียนไ้ด้ดีมากๆ ความรู้สึกเจ็บปวดมันส่งมาถึงเราเลย ประโยคสุดท้ายที่ไจ้เสวียนพูดทำเอาเราตกลงไปเลย เจ็บมาก เสียใจสุดๆ หย่งชินมีโอกาสทำตามสัญญา แต่ไจ้เสวียนไม่มีโอกาสได้เห็น ดีใจที่เขาทั้งคู่ได้เจอกัน ขอบคุณสำหรับงานเขียนที่ดีมากๆแบบนี้นะคะ
    #170
    0
  6. #168 nooniez (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 07:32
    เราดีใจที่ได้อ่านเรื่องนี้ ภาษาสวยมาก อ่านแล้วน้ำตาจะไหลตาม รู้สึกเจ็บไปกับคิมหันต์
    #168
    0
  7. #167 nooniez (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 07:32
    ชอบมากๆๆๆๆๆๆ ค้า
    #167
    0
  8. #166 fren_lovesjm (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 19:58
    ฮื่อออออ ดีมากเลยค่ะ ขอบคุณคุณไรต์ที่แต่งฟ้คดีๆแบบนี้นะคะ
    #166
    0
  9. #165 Maya24 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 21:20
    ขอบคุณ​คุณ​ไร​ท์ที่แต่งคิมหันต์​หวนคืน​มากนะคะเราชอบมากจริงๆค่ะหวังว่าจะมีสักวันที่คุณไรท์จะกลับมาเปิดให้อ่านอีกครั้งนะคะ
    #165
    0
  10. #159 Ibviewrgn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 13:31
    คุณไรท์บอกจะปิดวันนี้ เลยรีบเคลียร์ทุกอย่างเพื่อมาอ่านเลยค่ะ! ชอบมากๆๆๆ แต่งได้ดีมากๆเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้ในทุกๆเรื่องนะคะ????🌷💖✨
    #159
    0
  11. #157 Pezonah (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 19:33
    ดีมากๆ เลยอะคุณไรท์เก่งมากเลย อยากหอมหัวๆๆ
    #157
    0
  12. #153 aftermoon2 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 15:09
    ฮืออออออออ ตอนแรกคิดว่าจะจบเศร้า ชอบมาก ๆ ๆ ๆ ๆ มีต่อไหมคะ อยากทำความรู้จักนักโบราณคดี
    #153
    0
  13. #152 hihihiw (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 20:47
    มาแล้วๆ เจอกันแล้ว;-;
    #152
    0
  14. #148 FUTA HAYATO (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 16:58
    ดีมาก ดีมากๆๆ ดีที่าด ทำให้เราอินจนน้ำตาแตกไปเลย
    #148
    0
  15. #145 b2utyth (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 16:20
    อยากจะร้องไห้
    #145
    0
  16. #137 april1958 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มกราคม 2563 / 19:58
    แงงงงงงงงงงงงง น้ำตาแตกๆๆๆ เค้ากลับมาเจอกันๆๆๆๆ
    #137
    0
  17. #131 KOMALLANG (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 23:33

    แงงงอยากให้มีสเปต่อ อยากรู้ว่าหลังจากนี้จะเป็นยังไงต่อ
    #131
    0
  18. #126 ggooll (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 07:26
    อย่างน้อยก็ได้เจอกันอีกครั้งตอนอ่านคือเกร็งท้องมาก5555555
    #126
    0
  19. #123 ..N.. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 16:57
    เจ็บมากตรงตายจากกันไปทั้งๆที่ยังรัก ฮือออ ดีนะที่ชาติปัจจุบันได้เจอกัน ;-;
    #123
    0
  20. #118 choyu9 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 02:56
    ฮื่ออออออ สนุก แบบตอนแรกก้ร้องไห้ตาแฉะเลยที่เค้าแยกกัน แต่พอมาชาตินี้.. ฮื่อออจบประทับใจมากค่ะ
    #118
    0
  21. #115 RealNee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 13:21
    แงงงง อยากรู้เรื่องต่อจากนี้ว่าเป็นยังไง;-;
    #115
    0
  22. #114 Maya (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 08:12

    แง อยากให้มีต่อ

    #114
    0
  23. #113 Jochey_7x (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 02:17
    นั่งน้องไห้อยู่ดีๆตอนนี้ฉันนั่งเหมืนครบ้า กริ๊ดเลยแก ยิ้มไม่หยุด ฮือออ
    #113
    0
  24. #112 shnoona (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 23:54
    กว่าจะเจอกันอะ ดีใจมากๆๆๆๆๆๆ ขอบคุณไรต์มากๆด้วยนะคะ รัก
    #112
    0
  25. #108 Maya (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 22:09

    ขอบคุณ​นะ​คะ​ที่ให้เค้ากลับมาเจอกัน

    #108
    0