(end) Summer back again คิมหันต์หวนคืน l JAETEN

ตอนที่ 2 : - 100 ปี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,341
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 208 ครั้ง
    24 เม.ย. 62





100 ปีก่อน ค..


ตำหนักหยางกวาง สุดขอบชายแดนทางเหนือของรัฐฉิน


เสียงฝีเท้าของเหล่าข้ารับใช้ทั้งชายหญิงดังขึ้นไม่ขาดสายตั้งแต่เช้า แม้ตอนนี้จะเป็นเวลาที่พระอาทิตย์ใกล้ลับฟ้าแต่เสียงเซ็งแซ่แสดงความวุ่นวายก็ยังไม่เลิกรา เนื่องจากตำหนักกลางทะเลทรายแห่งนี้เพิ่งจัดสร้างเสร็จไปหมาดๆ ทำให้ภายในอาจจะยังไม่เรียบร้อยดีนัก


แม้ตำหนักแห่งนี้จะกว้างใหญ่ขนาดไหน แต่ข้ารับใช้ก็ต้องจัดการความเรียบร้อยให้เสร็จทันการ เพราะเป็นรับสั่งขององค์จักพรรดิที่มอบหมายให้ตกแต่งให้พร้อม เพื่อเป็นของรางวัลพระราชทานให้แก่แม่ทัพ ไจ้เสวียน ผู้ซึ่งได้รับความดีความชอบจากการขับไล่กบฏกลางเมืองจนสิ้นซาก ทั้งยังปราบศัตรูจากแคว้นอื่นจนหนีหัวซุกหัวซุน ทำให้จักรพรรดิทรงพอพระทัยมากถึงขั้นรับสั่งให้สร้างตำหนักขนาดใหญ่พร้อมกับมอบข้าราชบริพารมากมายให้แก่แม่ทัพไจ้เสวียน


วันรุ่งขึ้น กองทัพขนาดใหญ่ที่นำโดยแม่ทัพผู้เกรียงไกรก็เดินทางมาถึง ข้ารับใช้ไม่ต่ำกว่าร้อยคนรีบกุลีกุจอเข้าไปรับใช้บรรดาทหารที่เดินทางไกลฝ่าลมร้อนจากไอแดดจ้ากลางทะเลทรายมา


ท่านแม่ทัพ ข้าชื่อไป๋หูเป็นหัวหน้าข้ารับใช้ที่นี่ จากนี้ไปข้าจะขอรับใช้ดูแลปรนนิบัติท่านจนสิ้นชีพด้วยความภักดีชายร่างท้วมค้อมตัวจนแทบติดพื้นให้แก่ชายผิวขาวที่ดูสง่างามแม้กระทั่งการตวัดกายลงจากหลังม้าก็ดูดีราวองค์ชายที่ถูกอบรมมาอย่างดี


ขอบใจเจ้ามากเสียงทุ้มเอ่ยเรียบๆแต่กลับทำให้ไป๋หูแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เขาทำงานรับใช้นายท่านหรือคุณหนูผู้รากมากดีมามากมายแต่ไม่เคยมีใครจะให้เกียรติเอ่ยคำขอบคุณเช่นนี้เลย


จริงอย่างที่เขาเล่าลือ แม่ทัพไจ้เสวียนแห่งราชสำนัก ไม่ได้เป็นเพียงบุรุษที่รูปงามเพียงภายนอก หากแต่ยังมีไมตรีจิตที่ทำให้ทุกคนยอมสยบได้อย่างเต็มใจ


ข้าได้เตรียมอาหารรสเลิศให้ท่านเรียบร้อยแล้ว เชิญทางนี้ไป๋หูเอ่ยอย่างน้อมนอบ


ยังก่อน ข้าต้องการอาบน้ำไจ้เสวียนพูดพลางหันไปมองด้านหลังของตน กองทัพของเขาเดินทางมาหลายวันแต่ละคนล้วนเหนื่อยล้าจากการกรำศึก แต่พอมาถึงตำหนักแห่งนี้ หน้าตาของแต่ละคนก็ดูสดชื่นขึ้น นับว่าเป็นเรื่องดี


พวกเจ้ารีบไปเตรียมน้ำให้ท่านแม่ทัพไป๋หูหันไปสั่งลูกน้อง


ท่านแม่ทัพ ด้านหลังของตำหนักมีน้ำตกไหลวนอยู่ ท่านอยากไปอาบที่นั่นหรือไม่ไป๋หูนึกขึ้นได้เลยรีบทูล เขาเรียนรู้การเอาอกเอาใจเจ้านายมาตั้งแต่เด็กจนเคยชินเป็นนิสัย


น้ำตก กลางทะเลทรายเนี่ยนะไจ้เสวียนถามขึ้นอย่างสงสัย คิ้วหนาเลิกขึ้นเล็กน้อย


มีถ้ำขนาดไม่ใหญ่มากอยู่ด้วย หากท่านสนใจข้าจะนำทาง…”


เจ้าอยากไปดูไหม?”


ยังไม่ทันที่ไป๋หูจะพูดจบ แม่ทัพไจ้เสวียนก็หันกลับไปถามชายอีกคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง ชายคนนั้นร่างเล็กกว่าแม่ทัพไจ้เสวียนมาก อันที่จริง รูปร่างแบบนี้ไม่สมควรได้รับเลือกให้เป็นทหารศึกได้เลยด้วยซ้ำ เหมาะจะเป็นขันทีรับใช้ในวังเสียมากกว่า ยิ่งไป๋หูพินิจดูใบหน้าชายร่างเล็กชัดๆก็ยิ่งคิดย้ำว่าเหมาะจะเป็นขันทีรูปงามมากกว่าขุนศึกจริงๆ


ข้ายังไม่ได้ตรวจดูที่นี่ให้ถ้วนทั่ว เกรงว่าจะไม่ปลอดภัยชายร่างเล็กกวาดสายตามองรอบๆอย่างหวาดระแวงเป็นนิสัยส่วนตัวที่แก้ไม่หายเสียที


ถ้าเช่นนั้นก็อาบในห้องไจ้เสวียนสรุปทันที


ท่านแม่ทัพเชิญตามข้ามาไป๋หูผายมือเพื่อจะนำทางไปยังห้องอาบน้ำส่วนตัวที่เตรียมไว้ให้


พาข้าไปดูก่อน ข้าต้องตรวจตราเพื่อความปลอดภัยของท่านแม่ทัพชายร่างเล็กเอ่ยขัด เขาจ้องหน้าไป๋หูนิ่งๆ แววตาดูเยือกเย็นขึ้นเมื่อเห็นความไม่พอใจในสายตาของไป๋หู แม้จะมีเพียงชั่วครู่แต่เขาก็จับสังเกตได้


ไป๋หูค้อมศีรษะให้ แม้จะรู้สึกไม่ชอบใจคนตรงหน้าแต่เขาที่เป็นเพียงคนรับใช้จะไปขัดอะไรได้ และยิ่งเห็นว่ามุมปากของท่านแม่ทัพรูปงามยกขึ้นเล็กน้อยก็ยิ่งรู้ตัวว่าไม่ควรไปขัดใจชายร่างเล็กที่แสนหยิ่งยโสคนนี้


ดูท่าจะเป็นคนสนิทของท่านแม่ทัพ


ไป๋หูลอบสังเกตชายร่างบางที่เดินตามมา สายตาของชายคนนี้กวาดมองไปรอบๆอย่างระวังภัย ชุดเกราะที่สวมใส่ก็ดูหรูหราว่านายทหารคนอื่น คนๆนี้คงมีตำแหน่งใหญ่โตในกองทัพ


และข้อสันนิษฐานของไป๋หูก็ได้รับการยืนยัน เมื่อตรวจตราทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ชายร่างเล็กผู้นี้ก็เดินกลับไปยังห้องของตนเองบ้าง โดยไม่ลืมที่จะถืออาวุธประจำกายติดไปด้วย


ทวนยาวที่มีพู่สีแดงเลือดนกติดอยู่



นั่นเป็นอาวุธของขุนศึกคนสำคัญอีกคนในกองทัพของแม่ทัพไจ้เสวียน


หลี่หย่งชิน ทหารคนสนิทที่ฝีมือการรบนั้นเลื่องลือพอๆกับแม่ทัพไจ้เสวียน นิสัยของชายคนนี้ที่ได้ยินมาคือเก่งกาจ เย็นชา และไร้ปราณี เป็นทั้งนายทหารและองครักษ์ของท่านแม่ทัพ ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาหลายต่อหลายศึก


ไม่คิดเลยว่า ตัวจริงจะดูเป็นหนุ่มน้อยรูปงามเหมือนบันฑิตหน้าอ่อนในเมืองหลวงขนาดนี้

 






ถ้าไม่นับเรื่องอากาศที่ร้อนกว่าในเมืองหลวง ที่นี่ก็จัดว่าสะดวกสบายและน่าพึงพอใจไม่น้อย ในแต่ละวันของไจ้เสวียนหมดไปกับการฝึกทหาร แม้ช่วงนี้ไม่มีศึกสงคราม แต่เขาก็ไม่ประมาท กองทัพของเขาต้องเตรียมพร้อมไว้เสมอ ยิ่งตอนนี้ถูกย้ายมาอยู่ติดชายแดนก็ยิ่งต้องตื่นตัว


แม้องค์จักรพรรดิจะบอกว่าการสร้างตำหนักขนาดใหญ่พร้อมไพร่พลมากมายให้เขานี้เป็นรางวัล แต่ไจ้เสวียนรู้ดีว่ามันมีอะไรซ่อนอยู่ในรางวัลชิ้นงามนี้


การที่เขาต้องถูกพามาอยู่ห่างไกลจากเมืองหลวง เขามั่นใจว่าเพราะจักรพรรดิไม่อยากให้กองกำลังของเขาอยู่ใกล้ราชวังมากไป เพราะอาจเกิดกบฏ ซึ่งผู้นำก็คงเป็นเขาเอง


ไจ้เสวียนเป็นคนถ่อมตน ไม่ได้ชอบข่มใคร แต่ก็รู้ดีแก่ใจว่าความเก่งกาจของเขานั้น มันทำให้จักรพรรดิหวั่นใจไม่น้อย อีกทั้งยังมีกองทหารมากฝีมือดีที่จงรักภักดีกับเขาอีก ไม่แปลกใจที่พระองค์จะสั่งย้ายเขามาสุดชายแดนนี้


อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นสาเหตุหลักก็คงเป็นเรื่อง พวกโจรทะเลทราย


พวกกองโจรนี้ซ่องสุมกำลังมาช้านาน ปล้นสะดมตามแนวชายแดนนี้มาหลายปี การให้เขามาอยู่ที่นี่ก็เพื่อตามกำจัดพวกมันนั่นเอง


ไจ้เสวียนถอนหายใจ การรบกลางทะเลทรายไม่ใช่เรื่องที่เขาชำนาญนี่เป็นข้อเสียเปรียบของกองทัพ


ท่านแม่ทัพ ถึงตาท่านแล้วเสียงของคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามเรียกสติให้ไจ้เสวียนกลับมาสนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้า


เจ้าดักข้าทุกทางเลยไจ้เสวียนหัวเราะเบาๆเมื่อมองตัวหมากสีขาวของตนที่ถูกล้อมด้วยหมากสีดำของฝ่ายตรงข้าม แทบไม่มีทางที่จะหนีไปได้เลย


ท่านไม่มีสมาธิเองหย่งชินพูดเหมือนไม่ยินดียินร้าย ใบหน้ายังคงเรียบเฉยเสียจนคนที่ได้เห็นนึกเสียดายว่าหากยอมเผยรอยยิ้มเสียหน่อย คงจะดูดีไม่หยอก


ไม่เคยชนะเจ้าได้เลยไจ้เสวียนถอดใจเมื่อมองไม่เห็นหนทางที่ตนจะชนะในการเล่นหมากล้อมกับหย่งชิน


ก็แค่เรื่องนี้เท่านั้นหย่งชินกระตุกยิ้มเพียงนิดเมื่อเห็นว่าไจ้เสวียนยอมแพ้ แต่ในชีวิตนี้มันก็มีแค่เรื่องหมากล้อมเท่านั้นแหล่ะที่ตนอยู่เหนือแม่ทัพไจ้เสวียน นอกจากนั้นตนก็เป็นรองอีกฝ่ายเสมอ


หย่งชินยื่นจอกของตนส่งให้ข้ารับใช้รินสุราไผ่เขียว ก่อนจะยกดื่มรวดเดียวจนหมด สายตาสังเกตเห็นว่าท่านแม่ทัพมองตนยกจอกเหล้าดื่มไม่วางตา


อยากได้สักจอกไหม เหล้าไผ่เขียวที่นี่รสชาติดีนักหย่งชินเอ่ยถามสิ่งที่ตนก็รู้คำตอบดีอยู่แล้ว


ข้าไม่ดื่มสุรา เจ้าก็รู้ แต่หากเป็นชา ข้าก็ยินดีแม่ทัพไจ้เสวียนเอ่ยแค่นั้น นางกำนัลที่ได้ยินก็รีบจัดหามาให้โดยไม่ต้องสั่ง


พวกเจ้าทั้งหมด ออกไปก่อนหย่งชินเอ่ยไล่ทุกคนให้ออกห่าง ไจ้เสวียนเห็นท่าทางแบบนั้นก็อดชื่นชมไม่ได้ หย่งชินรู้ใจเขาเสมอ เช่นเดียวกับที่เขาเองก็รู้ว่าหย่งชินจะต้องถามเขาแน่


ท่านดูมีอะไรในใจ อยากเล่าให้ข้าฟังไหมหย่งชินจ้องมองชายตรงหน้าไม่ละสายตาเหมือนต้องการค้นหาความจริงในดวงตาคู่นั้น


เรามาอยู่ที่นี่ได้หนึ่งฤดูกาลแล้ว ยังไม่ได้ข่าวการเคลื่อนไหวของพวกโจรเลยไจ้เสวียนพูดจบหย่งชินก็คิ้วขมวด


ข้าก็คิดว่ามันน่าแปลกเช่นกัน มันเป็นเรื่องดีที่ไม่มีการปล้นสะดมเกิดขึ้น แต่ข้าส่งคนของเราไปตามหารังโจรหลายต่อหลายครั้งก็ยังไม่พบ เราคงยังนิ่งนอนใจไม่ได้หย่งชินเองก็แปลกใจไม่น้อย ก่อนหน้าที่กองทัพจะย้ายมาตั้งตำหนักที่นี่ มีข่าวการปล้นสะดมตามเขตชายแดนบ่อยครั้ง แต่ตอนนี้กลับเงียบหายไปเลย


พรุ่งนี้ข้าจะไปสำรวจในตลาดเสียหน่อย จะไปถามข่าวจากชาวบ้านแถวนั้นเผื่อจะได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติม


เอาทหารไปไม่ต้องมาก เตรียมม้าให้ข้าด้วยไจ้เสวียนนึกขึ้นได้ว่าตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ตนยังไม่เคยเข้าไปในเมืองเลย แม้จะเป็นทะเลทรายแต่ก็ยังมีหมู่บ้านเล็กๆที่มีของขายอยู่ เขาควรจะไปเยี่ยมชมสักหน่อย


ท่านแม่ทัพ ข้าว่าท่านควรอยู่ในตำหนัก ออกไปข้างนอกอาจเกิดอันตราย หากมีคนลอบทำร้ายท่านจะทำ…”


หย่งชินแม่ทัพหนุ่มเอ่ยชื่อทหารคนสนิท


ที่ข้าพูดไป เจ้าคิดว่าเป็นคำขอร้องหรือเป็นคำสั่งไจ้เสวียนพูดเสียงเรียบพร้อมจ้องมองคนตรงหน้าที่เริ่มหน้าเสีย


ข้าจะเตรียมม้าให้ท่าน เราจะออกเดินทางกันยามอาทิตย์ขึ้นหย่งชินพูดด้วยเสียงที่เบากว่าเดิม ดวงตาหลุบมองต่ำลงไม่กล้าสบสายตาอีกคน เขาเผลอทำนิสัยแย่ๆออกไปอีกแล้ว เผลอตัวทำแบบเมื่อก่อน เมื่อตอนที่เราสองคนยังไม่ได้เข้ารับตำแหน่งให้องค์จักรพรรดิ


แม่ทัพไจ้เสวียนพยักหน้ารับเพียงนิด


ด้านหย่งชินก็เตรียมจะออกจากบริเวณนี้ไปเพราะรู้ว่าตนได้ทำให้ท่านแม่ทัพไม่พอใจหากแต่ว่ากลับถูกเสียงทุ้มรั้งไว้


ทำไมเจ้าจึงไม่อยากให้ข้าไปไจ้เสวียนถามพร้อมกับจ้องตาของนายทหารคู่ใจ เขาเห็นนัยน์ตาของหย่งชินมันวูบไหวเพียงนิดก่อนที่เจ้าตัวจะปรับให้มันกลับมานิ่งสงบเช่นเดิม


เพราะมันอันตราย ในตลาดมีผู้คนชุกชม พวกโจรอาจแฝงตัวเข้ามาลอบทำร้ายท่านได้หย่งชินตอบคำถาม เหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นที่หน้าผากเมื่อรู้สึกว่าใบหน้าของแม่ทัพมันแข็งกระด้างขึ้น


แค่นั้นรึไจ้เสวียนถามย้ำ ยังคงจ้องชายร่างโปร่งบางตรงหน้าแบบไม่กระพริบตาราวกับกำลังเค้นหาความจริงอะไรบางอย่าง


เอ่อ…”หย่งชินไม่รู้จะตอบอย่างไร อันที่จริงเขาไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่ท่านแม่ทัพต้องการจะบอกนัก


หย่งชินเจ้าไม่อยากให้ข้าไป เพราะอะไรกันคราวนี้น้ำเสียงที่ถามดูอ่อนลง แต่นัยน์ตาคมยังไม่ยอมละจากดวงตารียาวของหย่งชิน


หย่งชินพยายามทำใจให้สงบนิ่ง จ้องมองประสานสายตาตอบโต้ท่านแม่ทัพหนุ่มกลับไป


หรือท่านคิดว่าข้ามีแผนร้ายซ่อนอยู่ ท่านคิดว่าข้าเป็นไส้ศึกของพวกกองโจรรึหย่งชินถามกลับ นี่เป็นสิ่งเดียวที่เขาคิดได้ ไม่อย่างนั้นไจ้เสวียนคงไม่ถามอะไรแปลกๆเช่นนี้หรอก


แต่แทนที่ไจ้เสวียนจะออกคำสั่งลงโทษเขาที่บังอาจพูดจาเช่นนี้กลับหลุดหัวเราะออกมาจนแก้มทั้งสองข้างมีรอยบุ๋มลึกลงไป


นางกำนัลที่แอบมองจากที่ไกลๆเมื่อได้เห็นว่าท่านแม่ทัพรูปงามมีลักยิ้มน่ามองก็ยิ่งอดชื่นชมจนแทบเก็บอาการสำรวมไว้ไม่อยู่


ท่านหัวเราะอะไรหย่งชินเริ่มหัวเสียนิดๆเมื่อเห็นว่าท่านแม่ทัพยังคงเผยยิ้มกว้างทำราวกับเขาเป็นตัวตลก เขาไม่ขำด้วยหรอกนะ หากไจ้เสวียนคิดว่าเขาปองร้ายเป็นไส้ศึกจริงๆเขาก็อดน้อยใจไม่ได้


เราโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก เหตุใดจึงคิดว่าเขาจะทรยศ


หลี่หย่งชินไจ้เสวียนฝืนกลั้นหัวเราะเพราะเห็นว่าคนตัวเล็กตรงหน้าเริ่มหน้าหงิกจนเสียอาการแล้ว


หย่งชินมองกิริยาของอีกฝ่ายก็ยังไม่เข้าใจ แม้แต่ตอนที่ท่านแม่ทัพเดินมาใกล้พร้อมยื่นมือมาหาเขา ตอนแรกเขานึกว่าไจ้เสวียนจะบีบคอเขาเสียแล้ว แต่ที่ไหนได้ ท่านแม่ทัพกลับเลื่อนมือผ่านคอของเขาไปจับปอยผมแทน ไม่เพียงเท่านั้น ไจ้เสวียนยังยกปอยผมของเขาขึ้นมามองแล้วลูบไล้ไปจนถึงปลายเส้นผมที่ถูกปล่อยสยายยาวจนถึงกลางหลัง


การกระทำเช่นนี้หากเป็นคนอื่นคงได้โดนเขาใช้ทวนฟันมันจนคอขาดไปแล้ว แต่นี่เป็นไจ้เสวียนที่เป็นถึงแม่ทัพใหญ่เขาจึงได้แต่ยืนนิ่ง หัวใจสั่นรัวคงเป็นเพราะความโกรธ เขาเบนหน้าหลบไปทางอื่น ไม่อยากเห็นว่าสายตาของไจ้เสวียนที่กำลังมองปอยผมในมือหนานั้นมันเหมือนกับสายตาที่กำลังมองเด็กทารก หรือสุนัขตัวน้อยที่น่าเอ็นดูอย่างไรอย่างนั้น


ยิ่งคำพูดที่ไจ้เสวียนโน้มมากระซิบใกล้หูเขานั้น ยิ่งทำให้หย่งชินแทบควันออกหู ใบหน้าแดงก่ำเหมือนถูกต้อนให้จนมุม


แค่พูดว่าเป็นห่วง มันไม่ได้ยากเลย หย่งชิน…”




................. 50 % .......................




 

หลังจากเดินตรวจตราความเรียบร้อยและจัดการมอบหมายงานให้บรรดาข้ารับใช้เสร็จแล้ว ไป๋หูก็กลับมายังห้องนอนของตน บรรจงวาดปลายพู่กันลงบนกระดาษไขแผ่นบางเพื่อจดบันทึกอย่างที่ตนเคยทำทุกวัน นี่เป็นเวลาดึกมากแล้ว ทั่วทั้งตำหนักจึงเงียบสงัดไม่มีเสียงจอแจเช่นตอนกลางวัน แต่พลันในหูกลับได้ยินเสียงอึกทึกบางอย่างแว่วมา ฟังดูคล้ายเสียงฝีเท้าของม้า


ไป๋หูชะงักมือที่กำลังจับพู่กันเพื่อเงี่ยหูฟัง หลังจากมั่นใจแล้วว่าตนไม่ได้หูฝาดจึงเดินลุกไปเปิดประตูเพื่อมองหาต้นเสียง


ทหารที่ออกไปสำรวจในเมืองเมื่อเช้ากลับมาแล้วนั่นเอง นำโดยท่านแม่ทัพไจ้เสวียนที่ควบม้าเข้ามาในตำหนักโดยไม่ชะลอฝีเท้า ไป๋หูจึงต้องรีบหลบเข้าด้านข้างไม่เช่นนั้นคงจำถูกม้าเหยียบตายแน่


ตามหมอมาเดี๋ยวนี้!!”ไจ้เสวียนแผดเสียงดังลั่นก้องไปทั่วตำหนัก


ท่ะ ท่านแม่ทัพ เกิดอะไรขึ้นไป๋หูถามเสียงสั่น ไม่เคยเห็นแม่ทัพไจ้เสวียนโกรธเกรี้ยวขนาดนี้ สายตาของผู้ต่ำต้อยเพิ่งลอบเห็นว่าบนหลังม้าไม่ได้มีแค่แม่ทัพไจ้เสวียนเพียงคนเดียว ท่านแม่ทัพประครองกอดร่างคนๆหนึ่งไว้ด้านหน้าและชายคนนั้นเลือดท่วมตัว


ไปตามหมอมา!”ไจ้เสวียนตะคอกซ้ำจนคนถูกตะคอกผวาวิ่งหนี


แม่ทัพหนุ่มตวัดร่างลงจากหลังม้าพร้อมกับอุ้มร่างที่ได้รับบาดเจ็บลงมาด้วย ทหารที่ตามมาด้านหลังล้วนหน้าซีดเผือด เพราะตั้งแต่ร่วมรบมา นี่เป็นครั้งแรกที่ทหารคนสนิทของท่านแม่ทัพได้รับบาดเจ็บแทบปางตายขนาดนี้


เมื่อยามเช้า ทหารยี่สิบนายนำโดยแม่ทัพไจ้เสวียนและหลี่หย่งชิน เดินทางไปยังในตัวเมืองเพื่อสืบหาเบาะแสจากชาวบ้านเกี่ยวกับโจรทะเลทราย แต่ก็ได้ข้อมูลมาไม่มาก เพราะส่วนใหญ่ไม่รู้ หรือไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้นัก


ทุกคนเดินวนในตลาดขนาดย่อมแทบทั้งวันโดยที่ไม่มีอะไรผิดสังเกต จนคล้อยเย็นที่ฟ้าใกล้มืด พวกเราถูกลอบโจมตีจากกองโจรทะเลทราย พวกมันอาศัยจังหวะที่แม่ทัพไจ้เสวียนกำลังเลือกซื้อภาพวาดกับหย่งชินบุกเข้าโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว


มันเป็นการต่อสู้ที่ทุลักทุเลมาก เพราะทหารไม่ชินพื้นที่ และพวกโจรทะเลทรายก็มีฝีมือ พวกเราได้รับบาดเจ็บหลายคน แต่ยังโชคดีที่แม่ทัพไจ้เสวียนมีฝีมือเหนือพวกมัน สุดท้ายพวกมันจึงเลือกจะล่าถอย แต่ท่านแม่ทัพไม่ยอมปล่อยโอกาสที่จะจับกุมตัวพวกโจร จึงรีบตามพวกมันไป ซึ่งตอนนั้นมันก็มืดมากแล้ว ทำให้ฝ่ายได้เปรียบกลับเป็นฝ่ายเสียเปรียบ


แม่ทัพไจ้เสวียนถูกกองโจรต้อนจนมุม ในวินาทีที่กำลังจะถูกปลิดชีพ นายทหารคนสนิทกลับเอาตัวเองปกป้อง ทำให้คมดาบของศัตรูแทงเข้าท้องจนเกือบทะลุ


ร่างของหย่งชินล้มไปกองกับพื้นทราย เลือดสีแดงไหลทะลัก


หลังจากนั้น ท่านแม่ทัพก็ขาดสติ พละกำลังมากมายคืนกลับมาในฉับพลัน เพียงแค่พริบตา โจรทะเลทรายกว่าสิบคนก็นอนตายแทบเท้า ไม่มีโอกาสได้พูดอะไรและไม่เหลือแม้แต่เบาะแสที่จะสืบหาต้นตอของรังโจรได้


หย่งชิน หย่งชินแม่ทัพไจ้เสวียนพร่ำเรียกชื่อคนในอ้อมกอดที่เปลือกตาปิดสนิท เสียงที่เคยทรงอำนาจมันสั่นเครือเหมือนกับแก้วที่กำลังจะแตกสลาย


กลับมาหย่งชิน กลับมาหาข้าไจ้เสวียนเติบโตในตระกูลอันสูงศักดิ์ ชั่วชีวิตไม่เคยต้องขอร้องใคร แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าจะยอมทุกอย่าง จะให้คุกเข่าอ้อนวอนเขาก็ยินดีจะทำ


ใจของแม่ทัพหนุ่มเหมือนถูกกระชากเมื่อคนในอ้อมกอดสั่นผวากระตุกเฮือกพร้อมกับลมหายใจที่แผ่วลงเรื่อยๆ

 

 






 

 

               งานเลี้ยงฉลองจัดขึ้นในคืนพระจันทร์เต็มดวง เหล่าทหารหาญเริ่มมึนเมาเพราะฤทธิ์สุรา เสียงดนตรีบรรเลงไพเราะโดยมีนางรำที่งามราวกับนางสวรรค์คอยร่ายรำให้ความสำราญกับทุกคนยิ่งทำให้ค่ำคืนนี้ครึกครื้นยิ่งนัก


               ท่านหย่งชิน ข้าขอดื่มให้ท่านสักจอก ข้านับถือความกล้าหาญของท่านนักนายทหารคนหนึ่งเดินเซเข้ามารินเหล้ารสเลิศให้แก่หย่งชินที่นั่งดื่มเงียบๆไม่เข้าไปร่วมสังสรรค์กับคนอื่น


               ข้าด้วย ข้าด้วย ดื่มเยอะๆแผลจะได้หายดี ฮ่าๆๆนายทหารอีกคนเข้ามาร่วมวง


หลี่หย่งชินแม้จะไม่เห็นด้วยเรื่องที่ว่าดื่มเหล้าแล้วทำให้แผลหาย แต่เขาก็ไม่ขัดที่จะยกจอกเหล้าขึ้นดื่มจอกแล้วจอกเล่า สิ่งที่เขาอยากทำตอนนี้มีเพียงดื่มสุราเท่านั้น


วีรกรรมการเอาตัวเข้าปกป้องแม่ทัพไจ้เสวียนจนเกือบตาย ทำให้นายทหารในกองทัพต่างชื่นชมและยกย่องความกล้าหาญของเขานัก แต่ถามว่าดีใจไหม บอกตรงๆว่าไม่


จริงอยู่ว่าเขายอมตายแทนไจ้เสวียนได้ อันที่จริงเขาอยากให้ตนเองไม่ต้องฟื้นขึ้นมาด้วยซ้ำ ถ้าไม่ตายแต่ต้องมารับรู้สาเหตุที่ทุกคนจัดงานฉลองในคืนนี้ เขาขอเลือกให้ตัวเองหลับต่อไปดีกว่า


ดื่มให้กับท่านแม่ทัพไจ้เสวียนที่กำลังจะได้เป็นราชบุตรเขยนายทหารยกจอกเหล้าให้แก่ชายที่นั่งตีหน้าเรียบเฉยอยู่บนบัลลังก์ไม้


หย่งชินนอนสลบไปหลายต่อหลายคืน เพราะความสาหัสของบาดแผล ระหว่างนั้นเอง แม่ทัพไจ้เสวียนสั่งทหารให้ออกค้นหารังโจรอย่างหนัก แทบทั้งวันทั้งคืน จนไปเจอพวกโจรจนได้ เกิดการปะทะกันรุนแรง แต่พวกโจรถ่อยไม่มีทางเอาชนะแรงโทสะของไจ้เสวียนได้เลย


โจรทะเลทรายหลายร้อยชีวิตสิ้นชีพโดยน้ำมือของกองทัพของไจ้เสวียน


ข่าวการปราบปรามกองโจรรู้ถึงพระเนตรพระกรรณขององค์จักรพรรดิ พระองค์จึงมีรับสั่งให้แม่ทัพเดินทางไปเข้าเฝ้าในวังหลวงในอีกสามวันข้างหน้าเพื่อตกรางวัลใหญ่ ซึ่งจากข่าวลือที่แพร่ออกมา รางวัลชิ้นงามคือองค์หญิงของแคว้นฉินนั่นเอง


หลี่หย่งชินลอบมองไปทางแม่ทัพหนุ่มและพบว่าไจ้เสวียนเองก็กำลังมองมาทางเขาเช่นกัน


มันก็สมควรแล้ว ไจ้เสวียนทำความดีความชอบขนาดนี้ ก็ต้องได้รับรางวัลอย่างงาม


หย่งชินยกจอกเหล้าในมือจ่อริมฝีปาก ก้มศีรษะลงเพียงนิดให้ท่านแม่ทัพเพื่อสื่อความหมายถึงการร่วมยินดีแก่ไจ้เสวียน ก่อนจะยกดื่มจนหมด เหล้ารสชาติดีวันนี้ช่างขมเฝื่อนคอยิ่งนัก


 หย่งชินยังคงยกเหล้าขึ้นดื่มไม่หยุด เสียงดนตรียังบรรเลงไม่ขาดสายแต่แทนที่จะฟังรื่นหู เขากลับรู้สึกรำคาญจนอยากจะเดินไปพังเครื่องสายทั้งหลายทิ้ง สายตาเรียวเหลือบมองไปยังบัลลังก์ซึ่งตอนนี้มันว่างเปล่า ผู้ที่ควรจะอยู่ หายไปเสียแล้ว


ท่านแม่ทัพไปไหน หย่งชินถามเสร็จก็ยกจอกเหล้าดื่ม ดวงตาแดงก่ำเพราะฤทธิ์สุรา


ท่านแม่ทัพเดินไปด้านใน น่าจะไปอาบน้ำนางกำนัลที่คอยปรนนิบัติเขา ตอบเสียงเบา


หย่งชินยื่นจอกเหล้าที่ว่างเปล่าให้นาง มือของชายหนุ่มสั่นเล็กน้อยเพราะอาการมึนเมา


ท่านหย่งชิน ท่านเมามากแล้ว ร่างกายก็ยังไม่ฟื้นเต็มที่ ข้าว่า พอก่อนดีกว่า…”นางกำนัลสาวยังไม่ทันจะพูดจบหย่งชินก็ถือวิสาสะหยิบไหสุราที่นางถืออยู่เอาไปครอบครองเสียเอง


ท่านหย่งชินจะไปไหนเจ้าคะนางรีบเข้าไปประครองแขนของหย่งชิน เพราะเห็นว่าชายหนุ่มกำลังเดินเซเหมือนจะล้ม


ไปนอนหย่งชินตอบสั้นๆ สะบัดหัวไล่ความมึนงงแล้วมองตรงไปข้างหน้า


ให้ข้าอยู่รับใช้ท่านคืนนี้นะเจ้าคะหญิงงามข้างกายเอ่ยเสียงแผ่วเบา ใบหน้างามขึ้นสีเล็กน้อย หย่งชินมองหญิงสาวข้างกายแล้วต้องลอบถอนใจ ไม่ใช่ว่าไม่รู้เจตนาของนาง แต่วันนี้เขามีเรื่องที่ต้องทำให้สำเร็จ ทำให้มันจบสิ้น แล้วหลังจากนั้น เขาอาจกลับมาคิดเรื่องของนางอีกครั้ง


เจ้าไม่ต้องไปรับใช้ใครทั้งนั้น คืนนี้กลับไปพักได้แล้ว และไม่ต้องตามข้ามาหย่งชินนึกสงสารเมื่อเห็นนางหน้าหมองลง


หย่งชินกระดกเหล้าในมือขึ้นดื่มอึกใหญ่ ก่อนจะพยายามประครองร่างกายให้เดินได้ตรงทางและไม่ล้มไปเสียก่อนจะถึงที่หมาย





 

 

 

บ่อน้ำขนาดย่อมด้านหลังของตำหนักหยางกวางคือที่ที่เขาโปรดปรานที่สุด กลางทะเลทรายที่แสนจะแห้งแล้ง กลับยังมีน้ำตกที่ไหลรินมาจากถ้ำหินเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติโดยแท้


ไจ้เสวียนยืนนิ่งกลางบ่อน้ำมาพักใหญ่ น้ำกลางบ่อนั้นค่อนข้างลึก ขนาดตัวเขาที่สูงร้อยแปดสิบยังโผล่พ้นน้ำมาแค่บริเวณปลายคางเท่านั้น สายน้ำที่ไหลวนรอบกายเย็นเยือกก็จริงแต่กลับทำให้รู้สึกสบายตัวแทนที่จะหนาวเหน็บ ชายหน่มดำผุดดำว่ายอยู่หลายครั้ง คิดถึงยามเด็กที่เคยว่ายน้ำเล่นกับสหายในเมือง พอมาอยู่ท่ามกลางทะเลทรายเช่นนี้ก็แทบไม่มีโอกาสแบบนั้นอีก


เมื่อคิดถึงเรื่องราวยามเด็ก สหายคนที่อยู่ในความทรงจำก็เดินมาทางเขาพอดี


ไจ้เสวียนมองชายหนุ่มที่โตกว่าเขาเพียงหนึ่งปีที่กำลังเดินเซมาทางนี้ ในมือถือไหสุรามาด้วย และจากที่ดูดวงตาที่แดงก่ำหวานฉ่ำนั้น ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าหย่งชินกำลังเมา


แผลยังไม่ทันจะหายดีก็ริอาจดื่มน้ำเมาเสียเยอะแยะ ช่างดื้อด้านเหลือทน


สายตาของไจ้เสวียนที่แข็งกร้าวขึ้นปะทะกับดวงตาเรียวที่หวานฉ่ำด้วยฤทธิ์สุรา ดูท่าคนขี้เมาจะรู้สึกได้ถึงความไม่พอใจ แต่แทนที่จะสำรวมและก้มหน้าหลบไปเพราะตนเป็นทหารรับใช้กลับส่งสายตาต่อต้านท้าทายมาให้แทน


ไจ้เสวียนยังคงยืนนิ่งเพื่อรอดูว่าอีกคนต้องการอะไร เขาจ้องมองหย่งชินที่เดินมาใกล้ขอบบ่อแล้วทิ้งตัวนั่งขัดสมาธิ มือเล็กๆสองข้างวักน้ำในบ่อขึ้นมาลูบหน้าหลายต่อหลายครั้ง


จ้องข้าขนาดนี้จะลงมาอาบด้วยกันไหมล่ะไจ้เสวียนเป็นคนทำลายความเงียบเพราะขืนไม่พูดอะไร หย่งชินก็คงนั่งนิ่งจ้องเขาแบบนี้ทั้งคืนโดยไม่ยอมบอกสิ่งที่อยู่ในใจเสียที


คนเมาไม่พูดตอบโต้อะไรแต่กลับยกไหสุราในมือขึ้นกรอกปากแทน นั่นทำให้อารมณ์ขุ่นมัวของไจ้เสวียนยิ่งเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม


หยุดดื่มได้แล้วแม่ทัพหนุ่มกดเสียงต่ำแต่คนถูกดุก็ยังทำเหมือนไม่ได้ยินอะไร ตีหน้าเรียบแล้วจ้องมองคนในน้ำนิ่งๆเช่นเดิม


หลี่หย่งชิน เจ้าเป็นอะไร ทำไมเจ้าถึง…”ไจ้เสวียนเม้มปากแน่น คำถามมากมายแล่นขึ้นมาจนจุกอก แต่ไม่รู้จะเอ่ยออกไปอย่างไร


ทำไมเจ้าถึงทำเหมือนไม่อยากอยู่ใกล้ข้า


ตั้งแต่หย่งชินฟื้นขึ้นมาก็แทบไม่พูดกับเขาเลย จะพูดก็ต่อเมื่อเขาถาม รึหากไม่จำเป็น หย่งชินก็พยายามหลีกหนีเจา ทำเหมือนไม่อยากอยู่ใกล้ ไม่อยากเจอหน้า เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น


รึหย่งชินไม่พอใจที่ต้องมาเกือบตายแทนเขา ไม่เข้าใจจริงๆ


เลิกดื่มเสียที!”ไจ้เสวียนตะคอกคนที่อยู่บนบกเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กกว่ากระดกเหล้าเข้าปากอีกครั้ง แต่หย่งชินไม่เพียงแต่จะไม่สลดกลับหัวเราะนิดๆ พร้อมกับยกชายเสื้อเช็ดสุราที่รินไหลอยู่มุมปาก


ข้าเพียงแค่อยากดื่มเพื่อแสดงความยินดีกับเจ้า ศิษย์น้องเจิ้ง ใยเจ้าต้องโมโหขนาดนี้ด้วย


หย่งชินกำลังเมามาก ไจ้เสวียนมั่นใจ เพราะหากไม่เมาจริงๆ หย่งชินคงไม่เรียกเขาแบบนี้


ไจ้เสวียนแววตาอ่อนลง แม้จะไม่พอใจกิริยาหลายอย่างของร่างเล็กที่แสดงออกมา แต่พอถูกเรียกด้วยชื่อที่คุ้นเคย ก็อดยินดีไม่ได้


ศิษย์พี่หลี่…”ไจ้เสวียนมั่นใจว่าตนไม่ใช่คนเดียวที่ใจสั่น เมื่อเห็นแววตาวูบไหวของคนตรงหน้าเขาก็ยิ่งมั่นใจ


นานเหลือเกินที่เราสองคนไม่ได้เรียกหากันแบบนี้


ชายทั้งสองจ้องมองกันเนิ่นนาน ไม่มีใครยอมหลบสายตา เพราะเกรงว่า หากพลาดเวลานี้ไปคงจะไม่มีวันได้เห็นความอบอุ่นที่ซ่อนอยู่เบื้องลึกนี้ได้อีกแล้ว


ศิษย์พี่หลี่…”ไจ้เสวียนตกใจ เมื่อจู่ๆนัยน์ตาของคนตรงหน้าก็เอ่อล้นด้วยน้ำสีใส หย่งชินไม่พยายามที่จะปิดกลั้นน้ำตาที่ไหลรินออกมา ยังคงจ้องหน้าแม่ทัพไจ้เสวียนอยู่อย่างนั้น ใบหน้าของหย่งชินแดงก่ำเพราะกลั้นเสียงสะอื้นในลำคอไว้เพื่อไม่ให้ตนเองฟูมฟายออกมา


ข้าข้า ยินดี ฮึก กับเจ้าด้วยยินดีหย่งชินพูดได้แค่นั้นก็ต้องหยุดลงเพราะบางอย่างจุกแน่นอยู่ในอก ร่างเล็กก้มหน้าลงหลับตาแน่นแต่น้ำตาก็ยังเล็ดรอดออกมาจนได้


ไจ้เสวียนไม่พูดอะไร แต่เลือกที่จะเดินเข้าไปใกล้คนที่นั่งก้มหน้าอยู่ริมขอบบ่อ ฝ่ามือแกร่งที่จับแต่ดาบมาทั้งชีวิตยกขึ้นเชยคางคนที่กำลังร้องไห้ให้เงยขึ้นมาประจันหน้ากัน


เจ้าท่านเป็นอะไร ร้องไห้ทำไม เจ็บแผลรึเปล่าน้ำเสียงนั้นอ่อนโยนไม่ต่างจากนิ้วเรียวที่กำลังเกลี่ยน้ำตาให้พ้นใบหน้าของชายที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องกันมาก่อน


เจ็บเกิดมาไม่เคยต้องเจ็บขนาดนี้เลยหย่งชินไม่ได้โกหกแม้แต่คำเดียว เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชายตรงหน้าจะเข้าใจหรือไม่ว่าที่เขาเจ็บมันไม่ใช่ที่แผล ไม่เลยสักนิด


เขาผ่านศึกสงครามมาตั้งกี่ครั้ง รับบาดเจ็บมาไม่รู้ต่อกี่หน แต่ความเจ็บปวดที่เคยรับมันเทียบไม่ได้เลยกับตอนที่เขารู้ข่าวว่าไจ้เสวียนกำลังจะได้อภิเษกกับองค์หญิงของแคว้น


เขาอิจฉาองค์หญิงจนแทบกระอักเลือดและเขาเกลียดตัวเองที่ร่วมยินดีกับความก้าวหน้าของไจ้เสวียนจากใจจริงไม่ได้ เขามันคนเห็นแก่ตัว


ตอนนี้ไจ้เสวียนคงจะรู้แล้วว่าเขารู้สึกอย่างไร ท่านแม่ทัพจะรังเกียจเขาไหม จะยอมให้เขาคอยอยู่ข้างกายอีกหรือไม่ เขาคงได้แต่ยอมรับ หากสวรรค์ยังเห็นใจเขาอยู่ ท่านคงจะช่วยดลใจให้ไจ้เสวียนยังเมตตาไม่ขับไล่เขาที่มีใจคิดไม่ซื่อ


หลี่หย่งชินไม่ได้ร้องไห้แบบนี้มานานแล้วครั้งสุดท้ายคือตอนที่เสียท่านพ่อท่านแม่ไป และในตอนนั้นคนที่อยู่ข้างๆก็คือชายตรงหน้านี่เอง


ไจ้เสวียนเป็นเด็กใจดี เป็นคุณชายที่มีเมตตาไม่รังเกียจที่เขาเป็นเด็กกำพร้า ยอมก้มหัวคำนับเขาในฐานะศิษย์พี่ด้วยความเต็มใจ เราอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก มิตรภาพเหนียวแน่นขึ้นเรื่อยๆจนมันแปรเปลี่ยนความรัก คนอย่างไจ้เสวียนใครอยู่ใกล้ก็ย่อมห้ามใจไม่ให้รักไม่ได้ ตัวเขาเองก็เช่นกัน


แต่ในเมื่อวันนี้มาถึง เขาเองก็ต้องยอมรับได้แล้ว อีกไม่นานไจ้เสวียนจะได้อภิเษกกับองค์หญิง มีบุตรมากมายเพื่อสืบทอดวงศ์ตระกูล ส่วนตัวเขาเองก็ต้องมีทางเดินชีวิตของตนเช่นกัน


หย่งชินลืมตาขึ้นเพื่อมองคนตรงหน้าชัดๆ ใบหน้าของไจ้เสวียนนั้นงดงามสมบูรณ์แบบ ดวงตาของท่านแม่ทัพมันอ่อนโยนยามมองมาที่เขาเสมอ


ศิษย์น้องเจิ้งหย่งชินเรียกอีกคนด้วยเสียงที่เบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบ ริมฝีปากแห้งผากพอๆกับหัวใจที่แห้งแล้ง


ข้าฟังอยู่ไจ้เสวียนมองย้ำเข้าไปในดวงตาของคนที่กำลังสับสน หย่งชินที่เคยปกปิดการแสดงสีหน้านั้นหายไปแล้ว มีเพียงศิษย์พี่หลี่ที่กำลังทำหน้าเหมือนตอนนั้น ตอนที่ถูกอาจารย์จับได้ว่าแอบขโมยตำรามาให้เขาฝึก


หย่งชินสูดหายใจเข้าปอดลึกๆติดกันหลายครั้ง ภายในใจสั่นรัวเหมือนมันจะหลุดออกมาจากอก เขาชั่งใจหลายตลบว่าจะพูดดีไหม แต่สุดท้าย ฤทธิ์สุราก็ทำให้เขามีความกล้ามากพอ


ในเมื่อไจ้เสวียนกำลังจะกลายเป็นของคนอื่นจริงๆ ตัวเขาเองก็ต้องเลิกหวังลมๆแล้งๆ


แต่สักครั้ง แค่เสี้ยวเดียวก็ได้ ให้เขาได้อยู่ในความทรงจำของไจ้เสวียนไม่ใช่ในฐานะ ศิษย์พี่ รึทหารคนสนิท แต่เป็นหลี่หย่งชิน ชายที่รักไจ้เสวียนหมดหัวใจ


ข้าปกป้องเจ้าโดยเอาชีวิตตัวเองเข้าแลก เจ้าจะหาว่าข้าลำเลิกบุญคุณก็ได้ แต่ข้าข้าอยากขอรางวัล จากเจ้า


หย่งชินมองเห็นความประหลาดใจบนสีหน้าของไจ้เสวียน แต่ท่านแม่ทัพก็ยังไม่พูดอะไรต่อ นั่นหมายความว่าไจ้เสวียนยอมรับฟังคำขอของเขา


หย่งชินก้มหน้าลงก่อนจะเอ่ยสิ่งที่ตนปรารถนา


ข้าขอให้เจ้าจูบข้า เช่นเดียวกับที่คนรักจะมอบให้กัน…”หย่งชินกลั้นหายใจในตอนที่พูดออกไป เขาได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นถี่รัวและไม่แน่ใจว่าเป็นของตนหรือของชายตรงหน้า เพราะตอนนี้เราทั้งสองอยู่ใกล้ชิดกันมาก มากจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆของท่านแม่ทัพที่กำลังเป่ารดหน้าผากเขา


ความเงียบเข้าครอบงำบรรยากาศ ทั้งสองนิ่งกันอยู่นาน จนหย่งชินตัดสินใจเงยหน้าขึ้นมอง หัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นแววตาของไจ้เสวียน แววตาที่มองเขามันดูล้ำลึก เดาไม่ออกว่าไจ้เสวียนกำลังโกรธเขาอยู่หรือเปล่า


เขาไม่น่าพูดเลย ไจ้เสวียนคงจะเกลียดเขาแล้ว


หย่งชินน้ำตารื้นเตรียมจะลุกขึ้นยืนหากแต่ถูกฝ่ามือใหญ่คว้าเขาที่ท้ายทอยให้กล้าเผชิญหน้ากัน เพียงเสี้ยววินาทีเรียวปากอุ่นร้อนก็ถูกทาบทับแผ่วเบา ในตอนแรกหย่งชินไม่ทันตั้งตัวเตรียมจะผละออกไปหากแต่ถูกท่อนแขนแกร่งโอบรอบเอวไว้แน่นไม่ให้หลีกหนี


หย่งชินหอบหายใจถี่รัว เมื่อท่านแม่ทัพถอนเรียวปากออกไป ทั้งสองจ้องหน้ากันนิ่ง ดวงตาลึกล้ำของไจ้เสวียนไม่ยอมละจากเรียวปากบางที่ขึ้นสีของหย่งชินแม้แต่วินาทีเดียว


หย่งชินไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองแต่เมื่อก้มหน้าลงก็ยิ่งอับอายยิ่งกว่าเดิม เพราะเขากำลังจ้องเรือนกายของท่านแม่ทัพที่ยืนโผล่พ้นน้ำมาครึ่งตัว และน้ำในบ่อก็ใสเสียจนแทบจะมองเห็นสิ่งที่อยู่ใต้น้ำ


ศิษย์พี่หลี่มองข้าสิเสียงทุ้มเรียกชื่อคนที่หน้าแดงเรื่อให้กล้าเงยหน้าขึ้นมา


ทันทีที่สายตาของทั้งสองประสานกัน หย่งชินก็รู้แล้วว่าตนต้านทานชายคนนี้ไม่ได้


หย่งชินหลับตาลงเมื่อเห็นว่าใบหน้าของท่านแม่ทัพเคลื่อนมาใกล้ เรียวปากหยักที่เย็นนิดๆเพราะแช่น้ำมานานโน้มมาบดคลึงริมฝีปากร้อนผ่าวเพราะฤทธิ์เหล้าแผ่วเบา ไม่เร่งรีบ จูบที่มุมปากสลับกับการดูดเม้มริมฝีปากทั้งบนล่าง เชื่องช้าแต่กลับทำให้คนถูกจูบแทบจะกลายเป็นขี้ผึ้งที่ถูกลนไฟ


ร่างเล็กหายใจติดขัดเมื่อลิ้นชื้นของอีกคนสอดเข้าในปาก เกี่ยวกระหวัดดูดดึงลิ้นของตนราวกับเป็นของหวานที่น่าฉกชิม


ไจ้เสวียนจุมพิตเขาอย่างอ่อนโยน บรรจงจูบเนิ่นนานและยอมถอนเรียวปากออกเพียงนิดเพื่อให้เขาได้พักหายใจจากนั้นจึงกลับมาครอบครองเรียวปากรสหวานไม่หยุดจนคนถูกจูบที่กำลังมึนเมาแทบหลอมละลาย


เราจูบกันนานมาก


เมื่อถอนริมฝีปากออกห่าง เขาเห็นไจ้เสวียนลอบยิ้มอ่อนโยน ดวงตาของแม่ทัพหนุ่มมองหน้าเขาทุไล่จากดวงตา จมูกโด่งรั้น และมาหยุดที่เรียวปากบางอีกครั้ง


พอ พอแล้วหย่งชินกระแอมติดกันหลายครั้งกว่าจะหาเสียงตัวเองเจอ เขาแทบไม่กล้ามองหน้าไจ้เสวียนเพราะรู้ดีว่าสิ่งที่ตนร้องขอมันน่าอายขนาดไหน


คนตรงหน้าไม่พูดอะไรสักคำจนหย่งชินนึกแปลกใจ แต่พอมองสายตาของไจ้เสวียนหย่งชินก็รู้สึกร้อนวูบขึ้นมาดื้อๆ


สายตาที่ไจ้เสวียนมองเขานั้นมันเหมือนดวงตาของราชสีห์ที่กำลังจะตะครุบเหยื่อ


ท่านแม่ทัพ!!”หย่งชินร้องเสียงหลงเมื่อถูกอุ้มลงน้ำโดยไม่ทันตั้งตัว ร่างเล็กไอออกมาหลายครั้ง น้ำในบ่อเย็นเฉียบจนทั้งร่างหนาวสั่น เขาผวากอดไจ้เสวียนไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว แม้น้ำตรงข้างขอบบ่อจะลึกไม่มาก แต่ขาทั้งสองข้างแทบทรงตัวไม่อยู่เนื่องจากดื่มเหล้ามาเสียเยอะ


แม่ทัพไจ้เสวียนรั้งเอวคนตัวเล็กเข้าไปกอด ทั้งสองร่างแนบชิดจนไม่มีที่ว่าง


แม่ทัพหนุ่มกระตุกยิ้มเมื่อเห็นคนในอ้อมกอดพยายามดิ้นรน เขาไม่สนว่าคนตัวเล็กจะอยากหนีแค่ไหน ก่อนจะกดจมูกหอมแก้มนิ่มไปฟอดใหญ่


แต่ข้ายังไม่พอ…”

 






รู้ใช่มั้ยคะว่าตอนหน้าจะเกิดอะไรขึ้น อรุ่ม ><

เม้นเยอะจะอัพให้ไวๆเลยจ่ะ 

ปล.ที่เห็นว่าหย่งชินบางทีก็เรียกไจ้เสวียนว่าท่าน บางทีก็เรียกเจ้า อันนี้ไรท์ไม่ได้เขียนผิดนะคะ ตั้งใจจ้า



เรื่องนี้ไรท์ยำหลายๆยุคของประเทศจีนมารวมกัน เพราะฉะนั้นอย่าเอาไปอ้างอิงอะไรนะคะ

Ref.คือภาพยนต์เรื่อง HERO ของคุณจางอี้โหมวค่ะ 

 


อย่าลืมฟอลทวิตกันด้วยเน้อ เพราะเวลามีฉากร้อนๆ ไรท์จะลงไว้ที่bioจร่ะ

@sweet_sister23

            

         มีคำถามหรืออยากคุยกัน อ่ะ อันนี้askของไรท์

               @sweetsister23


แท็กนี้น๊า ถ้าชอบก็โปรโมทให้กันหน่อยได้มั้ย >< 

#คิมหันต์หวนคืน




ตอบคอมเม้นท์กันหน่อย :) 

(เดะตอบเม้นในตอนหน้าเพิ่มเติมนะคะ)


ตัวเม้นไวมาก ไรท์ลงแป๊บเดียวเอง เก่งมาก ขอบคุณนะคะ 5555555




ขอบคุณนะคะ จะพยายามให้ลุ้นกว่านี้นะ ><





น่าสงสารเนอะ เดะไรท์หาคนมาโอ๋ๆน้องให้ค่ะ






ขอบคุณนะคะ อยู่กับน้องคิมหันต์ไปจนจบเลยนะคะ^^






ขอบคุณที่ติดตามนะคะ รักๆ^^






แฟนเก่าน้องน่าบีบคอให้หักเลยค่ะ แต่มปร.นะคะ น้องคิมหันต์แกน่ารัก เดะก็มีคนมาดามใจ??

ขอบคุณที่เป็นห่วงไรท์นะคะ (เราจำคุณได้ ตั้งแต่เรื่องเจ้าชายเตนล์เลย 555)






ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์นะคะ^^ 






อยู่ด้วยกันจนจบเรื่องเลยน๊า^^




ขอบคุณสำหรับคอมเม้น

ขอบคุณสำหรับหัวใจที่กดให้

และขอบคุณที่เข้ามาอ่านจ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 208 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

179 ความคิดเห็น

  1. #175 AlwaysJ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 10:48
    ท่านแม่ทัพหย่งชินขอแค่จูบจะทำอะไร!!!!
    #175
    0
  2. #155 Pezonah (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 18:52
    ท่านแม่ทัพดีมากๆๆๆ แอแง
    #155
    0
  3. #150 ShixSMk (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 20:13
    Omgๆๆๆๆ
    #150
    0
  4. #146 FUTA HAYATO (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 16:25
    ดีมากเลยค่ะ น้ำตาไหลเลยน้องหย่งชินบาดเจ็บ
    #146
    0
  5. #143 b2utyth (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 15:50
    ฉันเขินนนนนนนนน
    #143
    0
  6. #139 กินดุ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มกราคม 2563 / 23:20
    ท่านแม่ทัพพพพ กี้สๆ
    #139
    0
  7. #135 april1958 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มกราคม 2563 / 18:49
    งื้ออออออออออ
    #135
    0
  8. #133 ซซซ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มกราคม 2563 / 14:25

    วี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด เขิงอ่ะ

    #133
    0
  9. #128 KOMALLANG (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 23:18
    เงงงเขินนนน
    #128
    0
  10. #125 ggooll (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 06:45
    หัวใจจะวายเขินอะ55555
    #125
    0
  11. #121 ..N.. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 10:28
    กี้ดดดดดดด เขินนนนนน
    #121
    0
  12. #119 lovenongten (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 15:13
    แงงงเป็นเขินเลย
    #119
    0
  13. #117 choyu9 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 01:57
    สงสารอ่าฮือออ ความรักที่เปนไปไม่ได้ แต่ฉากสระน้ำคือแซบมากนะคะ อรุ่ม
    #117
    0
  14. #110 shnoona (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 23:27
    เป็นเขินๆนะแหะๆๆๆ
    #110
    0
  15. #105 lilshi__ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 15:42
    ท่านแม่ทัพข้าขอรางวัลให้หย่งชิน ท่านไม่แต่งกับนางองค์หญิงได้รึไม่
    #105
    0
  16. #99 Ppamkie (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 22:21
    แงงเอ็นดูน้องร้องไห้ ท่านแม่ทัพโอ๋ๆเร็ววว
    #99
    0
  17. #93 indyR. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 / 15:55
    เขาจูบกันแล้วววววว! แง้ ตอนหน้าจะมีม่าไหมน้าาาาา
    #93
    0
  18. #83 :meyme (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 23:01
    ฮือ จะดราม่ามั้ย ถึงจะมีความสุขแต่ก็นั่นแหละ สงสารน้องมากเลยตอนรู้ข่าวต้องเจ็บมากแน่ๆ แล้วแม่ทัพนี่คือรู้สึกกับน้องรึปะ ถ้าไม่ชั้นจะเอาไม้เรียวตีๆ
    #83
    0
  19. #81 Wrn Js (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 21:22
    จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ฮือออ
    #81
    0
  20. #76 aplicot. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 11:19
    จะสุขก็ไม่สุดเนาะเรา ฮื่อ เจ็บปวดแทนหย่งชิน
    #76
    0
  21. #72 Beam9404 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 00:38
    อ่ยยยยย สุขไม่สุดด มันจะต้องเกิดไรขึ้น!
    #72
    0
  22. #54 cocozyrup (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 09:48
    มันต้องมีเหตุการณ์ใหญ่แน่เลย สารทั้งสอง แต่ไว้มาเริ่มกันใหม่ที่น้องคิมหันต์เนอะ
    #54
    0
  23. #40 _10tenshi (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 16:33

    สุขปนหน่วง ๆ ในใจ กลัวเกิดอะไรกับพวกเค้าในอนาคต
    #40
    0
  24. #39 WellV (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 20:01
    น้ำตาฉันไหลเป็นสายรุ้ง
    #39
    0
  25. #38 KanunChonlatorn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 22:33
    ดีต่อใจมาก นิยายไรท์สนุกทุกเรื่องเลย ชอบบบบ
    #38
    0