(end) Summer back again คิมหันต์หวนคืน l JAETEN

ตอนที่ 1 : 2018

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,675
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 220 ครั้ง
    20 เม.ย. 62











ทะเลทรายโกบี 2018



หลังจากทิ้งร่างนอนหงายลงบนพื้นทรายละเอียดที่ร้อนระอุของสถานที่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นทะเลทรายที่ร้อนและแห้งแล้งติดอันดับต้นๆของโลก คิมหันต์ หลับตาลงเพียงเพื่อต้องการพักสักครู่ แต่ไม่ถึงหนึ่งนาทีเขาก็ต้องถอดใจ เพราะแสงอาทิตย์บนท้องฟ้าไร้เมฆ มันสาดเข้ามากระทบร่างพอดี ผนวกกับไอความร้อนบนพื้น ยิ่งทำให้ชายหนุ่มรู้สึกว่า หากเขาเผลอหลับไป ร่างของเขาคงหลอมละลายกลายเป็นของเหลวไหลลงไปรวมกับเม็ดทรายพวกนี้แน่ๆ


เขาผุดลุกขึ้นนั่งแล้วกวาดสายตามองไปรอบกาย ทุกด้านมีเพียงเม็ดทรายที่ทับถมกันจนบางจุดเป็นเนินสูงชัน สายลมกรรโชกแรงพัดมาไม่ขาดสาย แต่ไม่ได้ช่วยขับไล่ความร้อนออกไปแม้แต่น้อย เพราะกลางทะเลทราย สายลมที่พัดผ่านย่อมต้องเป็นลมร้อนที่ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย


คิมหันต์ใช้แขนเสื้อยกขึ้นปาดเหงื่อเม็ดใหญ่ที่ไหลย้อยจากหน้าผากไหลมาสู่ดวงตา เขาถอดแว่นกันแดดออกเพื่อนำมาเช็ด เพราะกระจกแว่นมันมัวจากละอองฝุ่นจนแทบมองไม่เห็น


เฮ่อ


นี่เขาคิดถูกแล้วใช่มั้ยที่มาที่นี่?


ชายหนุ่มรำพึงในใจอย่างเหนื่อยล้า ไม่ใช่เพียงแค่ร่างกายที่ล้าจากการเดินบนพื้นทรายร้อนๆมาค่อนวัน แต่รวมถึงอาการเหนื่อยล้าทางใจจากเหตุการณ์แย่ๆที่พึ่งเกิดขึ้นไม่นานนี้ด้วย


เขาเปิดกระเป๋าสะพายสีน้ำตาลแล้วล้วงมือเข้าไปหยิบขวดน้ำขึ้นมาดื่มเพื่อแก้กระหาย เมื่อเก็บขวดน้ำใส่กลับเข้าไปในกระเป๋าตามเดิม พลันฝ่ามือแตะเข้ากับวัตถุบางอย่าง ซึ่งไม่ต้องเดาเขาก็รู้ว่ามันคืออะไร


กำไลหยกราคาแพงเพราะเป็นของเก่าแก่ยุคโบราณซึ่งคนรักของเขาเป็นคนมอบให้


ไม่สิ ตอนนี้ต้องเรียกว่าคนรักเก่าต่างหาก


ภาพชายหนุ่มผิวสีแทนผู้มีหน้ามีตาในสังคมไฮโซผุดขึ้นมาในหัวโดยที่เขาไม่ต้องพยายามนึกถึงด้วยซ้ำ


ตัวต้นเหตุที่ทำให้เขาต้องระหกระเหินมาเดินร่อนอยู่กลางทะเลทรายโกบีซึ่งตั้งอยู่ระหว่างรอยต่อประเทศมองโกเลียและจีนก็คือชายคนนี้แหล่ะ


เขากับอดีตคนรักคบหากันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัย เมื่อเรียนจบเขาก็ตัดสินใจยึดอาชีพฟรีแลนซ์ตามที่ใจตนรัก ต่างจากแฟนเก่าของเขาที่เกิดมาในครอบครัวคนรวยที่ต้องเข้าบริหารงานตามที่ทางผู้ใหญ่เห็นควร


แฟนเก่าเขาเป็นคนเจ้าชู้ ตั้งแต่คบกันมาก็มีเรื่องนอกกายเข้ามาไม่ขาด แต่ด้วยความที่เขาเป็นคนไม่ค่อยเก็บอะไรมาใส่ใจและยอมรับว่ารักคนๆนั้นมากกว่ารักตัวเอง จึงยอมให้อภัยมาเสมอ


จนกระทั่งครั้งล่าสุด ซึ่งมันร้ายแรงเกินกว่าเขาจะรับได้


หมอนั่นพาเด็กผู้ชายซึ่งไม่น่าจะอายุเกิน18ปีมานอนที่คอนโดของเขา ห้องนอนของเขา เตียงนอนของเขา


มันไม่ใช่การนอกกายอย่างเดียว แต่ครั้งนี้มันคือการหยามเกียรติและไม่ไว้หน้ากันเกินไป

เขารับไม่ได้ เมื่อต้องมาเห็นภาพอุบาทนั้นด้วยตาตัวเอง 


แฟนเก่าพยายามง้องอนขอคืนดีอย่างที่เคยเป็นทุกครั้ง แต่ครั้งนี้มันต่างจากครั้งก่อนๆ

เขามองอนาคตของเราสองคนว่าจะเป็นอย่างไรต่อจากนี้ และพบว่าคำตอบคือ เป็นเหมือนเดิม หากเขาใจอ่อนให้อภัย เราก็คงคบกันต่อไปเรื่อยๆ อีกไม่นานแฟนเก่าเขาก็ต้องทำเรื่องเลวๆนี้ซ้ำแบบเดิม วนลูปอยู่อย่างนั้น


เขาร้องไห้สลับกับหัวเราะกับความอ่อนแอของตัวเองอยู่หลายวัน จนแม่ของเขาพูดกับเขาคำหนึ่ง


แม่เลี้ยงลูกมาอย่างดี มอบความรักให้ลูกทั้งหมด อย่าเอาชีวิตที่พ่อกับแม่ดูแลห่วงใยไปให้ใครทำร้ายอีกเลย…”

คำพูดนั้นทำให้เขาตัดสินใจเด็ดขาดที่จะก้าวเดินไปข้างหน้า


เขาพยายามตัดใจ ตัดขาดทุกช่องทางการติดต่อ แต่มันทำไม่ได้ง่ายๆ เพราะแฟนเก่าเขายังคงดื้อด้านตามตื้อไม่หยุด ทั้งมาเฝ้าที่คอนโด มาดักรอเวลาเขาจะออกไปทำงาน ฝากข้อความมาทางเพื่อน ซึ่งเขาก็ยอมรับว่าตนหวั่นไหวไม่น้อย เพราะใจจริงก็ยังรักยังห่วงอยู่


เขาจึงนำเรื่องนี้ไปปรึกษาญาติคนหนึ่งซึ่งสนิทกับเขามาก เพราะญาติของเขาก็เคยมีประสบการณ์รักคุดเหมือนกัน แถมยังร้ายแรงสาหัสกว่าเขามาก แต่ญาติของเขาก็ผ่านมาได้ จนตอนนี้เริ่มต้นชีวิตใหม่กับคนใหม่แบบแฮปปี้สุดๆไปแล้ว


และเขาก็ได้คำแนะนำดีๆมาจนได้ ญาติของเขาเล่าว่า


การตัดใจมันโคตรยากเลยใช่มั้ย ตอนนั้นพี่ก็ทำใจไม่ได้แบบนายแหล่ะ พี่ก็เลยตัดสินใจไปปีนเขาที่อินโดนีเซีย ตอนนั้นมันโคตรลำบากเลย กว่าจะพิชิตเขาลูกนั้นได้ พี่ไม่เก่งเรื่องใช้ร่างกายนายก็รู้ แต่พี่หยุดไม่ได้ มันเหนื่อยแล้วก็ท้อมากนะ แต่พี่ตั้งใจว่าจะทำให้ได้ แล้วพอพี่ทำได้นะน้อง มันรู้สึกว่า เฮ้ย! เรื่องยากขนาดนี้กูยังทำได้กูยังผ่านมาได้ กะอีแค่ถูกทิ้งมันโคตรกระจอกสำหรับพี่เลย!”


นั่นล่ะ คือวิธีที่ญาติของเขาผ่านเรื่องเลวร้ายมาได้ เขานับถือพี่เค้ามากนะที่ทำสำเร็จ เพราะญาติคนนี้แกเป็นผู้ชายที่ค่อนข้างไม่ถนัดกีฬาทุกประเภท เป็นคนขี้โรคที่ทุกคนประคบประหงม แต่แกก็พิชิตยอดเขาปุนจักจายา ยอดเขาที่มีธารน้ำแข็งปกคลุมและสูงที่สุดในอินโดนีเซียสำเร็จจนได้ เขาโคตรจะทึ่ง


ตอนแรกญาติก็แนะนำให้คิมหันต์ไปปีนเขาเหมือนกับแกนั่นแหล่ะ แต่เขาขอผ่านเพราะมั่นใจว่าตัวเองไม่ชอบแน่ๆ แกก็เลยแนะให้ไปเดินป่า เขาก็ค่อนข้างเห็นด้วยนะ แต่ไปๆมาๆแกก็ค้านว่า มันง่ายไปหน่อย(เหรอ?) เลยเสนอให้ลองพิชิตทะเลทรายดูมั้ย ซึ่งน่าแปลกที่คิมหันต์กลับรู้สึกสนใจข้อเสนอนี้มากๆ


ญาติผู้พี่เลยเอาข้อมูลทะเลทรายของหลายๆประเทศมาให้เลือก แล้วแกจะเป็นคนจัดการเรื่องการเดินทาง คนนำทาง ผู้เชี่ยวชาญมาให้ รวมถึงออกค่าใช้จ่ายให้ด้วย (แฟนคนใหม่แกเป็นมหาเศรษฐีติดอันดับโลกเชียวนะ


สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจเลือกทะเลทรายโกบี หลังจากที่เห็นเพียงภาพถ่ายสองสามภาพเท่านั้น ไม่ได้ศึกษาก่อนด้วยว่ากว้างเท่าไร เป็นอย่างไร ตาของเขามันไปสะดุดกับทะเลทรายแห่งนี้ชนิดที่ว่า ไม่ยอมละสายตาไปมองอย่างอื่นเลย


นั่นคือเรื่องราวทั้งหมดที่ทำให้เขาต้องมานั่งเหงื่อท่วมอยู่กลางทะเลทรายตอนนี้


เป้าหมายการเดินทางครั้งนี้ คือการเดินเท้าฝ่าทะเลทรายร้อนๆเพื่อไปยังจุดหมายที่เป็นโอเอซิสเก่าแก่อันโด่งดังของทะเลทรายโกบี ที่มีชื่อว่า ทะเลสาบเย่ว์เฉยาเฉวียน(พระจันเสี้ยว) หากไปถึงที่นั่นได้ภารกิจก็สำเร็จ


นักบินปล่อยเขาลงกลางทะเลทราย และให้เข็มทิศพร้อมกับจีพีเอสซึ่งระบุปลายทางไว้ให้แล้ว ที่ต้องทำก็แค่เดินตามคำสั่งของจีพีเอส และจากการคำนวณ เขาต้องเดินประมาณ1วันครึ่งกว่าจะไปถึง เขาจึงพกเต็นท์ขนาดพกพามาด้วย เพราะมั่นใจว่าคงต้องค้างคืนกลางทะเลทรายนี่แหล่ะ


เขาเดินมาตั้งแต่เช้าโดยไม่หยุดพัก จนตอนนี้พระอาทิตย์เริ่มจะคล้อยลงต่ำแล้ว ร่างกายที่ไม่เคยทำงานหนักอ่อนแรงจนแทบจะเดินไม่ไหว จึงตัดสินใจว่าจะหยุดพักกางเต็นท์ตรงนี้ นอนเอาแรงก่อน พรุ่งนี้ค่อยเริ่มเดินทางใหม่


คิมหันต์กางเต็นท์อย่างทุลักทุเล เรียวปากบางปิดสนิทไม่มีแรงแม้แต่จะบ่นอะไรสักคำ


กว่าทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทาง ดวงอาทิตย์ก็ตกดินเรียบร้อย ชายหนุ่มเปลื้องเสื้อผ้าออกแล้วใช้ทิชชู่เปียกที่พกติดตัวมาเช็ดทำความสะอาดร่างกาย ก่อนจะแต่งกายด้วยชุดที่หนากว่าตอนกลางวัน


ในยามค่ำคืน กลางทะเลทรายอากาศจะเย็นต่างจากตอนกลางวันแบบสุดขั้ว เขาจามออกมาสองสามครั้งเนื่องด้วยร่างกายคงปรับสภาพไม่ทัน


ชายหนุ่มจุดเทียนเล่มใหญ่ที่อุตส่าห์พกติดตัวมาด้วย เขาก่อกองไฟแบบในหนังในละครไม่เป็น จึงต้องอาศัยเทียนและไฟฉายเพื่อให้แสงสว่าง


แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้าจนตาแทบจะปิดแต่คิมหันต์ก็ยังฝืนออกมานั่งนอกเต็นท์ ก่อนจะเหม่อมองไปบนท้องฟ้าสีดำขลับ


ดาวเต็มฟ้าเลย….


เขาชอบดูดาวมาก หากเป็นปกติ เขาคงจะรีบหยิบกล้องถ่ายภาพขึ้นมารัวชัตเตอร์ไม่หยุด แต่ทริปนี้เขาไม่ได้พกกล้องคู่ใจมาด้วย เพราะลำพังสัมภาระที่เขาแบกมาด้วยนี่ก็เยอะมากมายแล้ว


ยามค่ำคืนที่ทุกอย่างมันเงียบสงบจนเกินไปทำให้จิตใจของคนเราฟุ้งซ่านได้ง่ายกว่าปกติ


เมื่อตอนกลางวันที่เขาเดินฝ่าทะเลทรายกลางแดดเปรี้ยง เขาเหนื่อยจนในหัวไม่มีเรื่องของแฟนเก่าเข้ามากวนใจเลยสักนิด


แต่ในตอนนี้ พอทุกอย่างมันเงียบเกินไป ก็อดไม่ได้ที่จะหวนคิดถึง


เขาไม่ได้พกโทรศัพท์มาจึงไม่ต้องกังวลว่าคนๆนั้นจะติดต่อมา มีเพียงวิทยุดาวเทียมเอาไว้เรียกคนมาช่วยเวลามีเหตุฉุกเฉินเท่านั้น


เขาหยิบกำไลในกระเป๋าขึ้นมาดูอย่างลืมตัว นี่เป็นของขวัญครบรอบ1ปีที่แฟนเก่ามอบให้เขา เขารักษามันเป็นอย่างดีเพราะเป็นของขวัญชิ้นแรก หลังจากนั้น แม้จะพาเขาไปทานข้าว พาเขาไปเที่ยวทั่วโลก แต่เขาก็ไม่เคยได้รับของขวัญซึ่งเป็นของแทนใจเช่นกำไลหยกชิ้นนี้อีกเลย


กำไลนี้สำคัญกับเขามาก มันเป็นของแทนใจของแฟนเก่าที่เขารักมาก และเขาตั้งใจจะนำมาฝังที่ทะเลทรายแห่งนี้ ฝังไปพร้อมกับความรักที่เขามี ให้ผืนทรายกลืนทุกสิ่งที่ทำร้ายเขาลงไป


เขาแค่นหัวเราะให้หยกสีเขียวในมืออีกครั้งเป็นการส่งท้าย จากนั้นจึงคลานกลับเข้าไปในในเต็นท์นอน เพราะฝืนทนความง่วงไม่ไหว


 เจ้าของความสูงร้อยเจ็ดสิบกว่าเอนกายนอนขดใต้ผ้าห่มผืนเล็กที่พกติดตัวมาด้วย ผ่านไปไม่ถึงห้านาทีก็เข้าสู่นิทรา แม้ด้านนอกจะมีเสียงลมพัดผ่านที่ดังหวีดหวิวเสียดหูเป็นระยะ แต่ก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับคนที่นอนหลับลึกได้เลย

 

 




 

อือ


คิมหันต์ครางแผ่วเบาเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสนุ่มนวลบนศีรษะ มันเหมือนมีขนนกนิ่มๆปัดผ่านลูบไล้กลุ่มผมสีดำขลับของเขาเชื่องช้าราวกับต้องการเอาใจ


รู้สึกดีจัง


ชายหนุ่มหลับตาพริ้มปล่อยกายเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสอ่อนโยนที่เลื่อนต่ำลงมาที่พวงแก้มขาว แม้จะอยู่ในอาการกึ่งหลับกึ่งตื่น แต่เขาก็แน่ใจว่าสิ่งที่ลูบไล้วนเวียนอยู่ที่แก้มและเรียวปากของเขาคือนิ้วมือของมนุษย์


แม้จะมีเศษเสี้ยวความคิดที่รู้สึกพะวงและหวาดหวั่นว่าตนกำลังถูกคุกคาม แต่ลมหายใจที่เจือด้วยไอร้อนและกลิ่นหอมอ่อนของอีกคนกลับทำให้คิมหันต์เลือกที่จะทิ้งความระแวงนั้นไปได้โดยง่าย


คิมหันต์พยายามปรือตาอย่างยากลำบาก หนังตามันหนักอึ้งเหมือนถูกหินถ่วงเอาไว้


ภาพตรงหน้าที่เห็นเพียงเลือนราง คือดวงตาของอีกฝ่ายที่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์


นัยน์ตาของคนผู้นั้นเจือด้วยความหวานล้ำยิ่งกว่าน้ำผึ้งขณะพินิจมองหน้าเขาถ้วนทั่ว ริมฝีปากของอีกฝ่ายมีรอยยิ้มบางๆประดับไว้ ทำราวกับว่ากำลังเอ็นดูเขาเสียเต็มประดา


ใคร…” คิมหันต์พยายามเปล่งเสียงถามด้วยความยากลำบาก ทั่วทุกอณูที่ถูกชายแปลกหน้าสัมผัสมันร้อนผ่าวราวเปลวไฟ เหมือนเขากำลังยืนอยู่กลางแดดจ้าก็ไม่ปาน


ชายแปลกหน้ารูปงามไม่ตอบคำถามนั้น แต่กลับโน้มลงประทับจุมพิตที่หน้าผากของคิมหันต์แผ่วเบา ขณะที่ฝ่ามือก็ยังคงวนเวียนลูบไล้ทั่วเรือนกายเพื่อแกล้งให้คนใต้ร่างทรมานราวกับจะขาดใจ


อย่านะ คิมหันต์รีบห้ามเมื่อรู้สึกว่ามือของอีกฝ่ายมันไล้ต่ำลงมากเกินไป แต่เสียงของเขาถูกกลืนหายเพราะถูกเรียวปากของอีกฝ่ายบดคลึงยั่วเย้าให้เขาคล้อยตาม


ผู้ชายคนนี้จูบเก่งชะมัด


คิมหันต์แม้สมองจะเบลอแค่ไหน แต่ก็อดเปรียบเทียบรสจูบของชายแปลกหน้ากับอดีตคนรักเก่าไม่ได้ แฟนเก่าของเขานั้นเป็นพวกเอาแต่ใจ การร่วมรักแต่ละครั้งก็เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองอารมณ์ตนเองให้เสร็จสม


ต่างจากชายคนนี้ ที่ทุกสัมผัสบ่งบอกได้ทันทีว่าต้องการปรนเปรอเขามากแค่ไหน มือหนาที่ลูบไล้แผ่วเบาสลับกับการบีบคลึงให้ทั้งร่างสะท้าน จุมพิตที่หยอกเหย้ากลีบปากบางให้คนถูกจูบทนไม่ไหวต้องเป็นฝ่ายเผยอขึ้นเพื่อต้อนรับลิ้นร้อนให้แทรกเข้ามาได้ถนัดถนี่


เหมือนกับดักที่ลวงล่อให้คิมหันต์ยินยอมที่จะเดินเข้าไปหาอย่างเต็มใจ


เขาเริ่มไม่แน่ใจว่านี่คือความฝันหรือไม่ แต่หากเป็นฝัน มันก็ช่างเป็นความฝันที่ดีจนไม่อยากตื่น


ในตอนที่เรียวนิ้วยาวแทรกเข้ามาในกาย เขารู้ดีว่าตนควรต่อต้าน


หรือในตอนที่ปลายอกสีเรื่อถูกความชื้นของเรียวลิ้นลากไล้ เขาก็รู้ดีว่าตนควรจะต้านทาน


เขารู้ดีทุกอย่างว่าตนไม่ควรเผลอไผล


แต่นี่มันเป็นเพียงความฝันไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมเขาต้องคำนึงเหตุผลอะไรด้วย?


คิมหันต์หลับตาแน่นปล่อยกายปล่อยอารมณ์ให้อีกฝ่ายเป็นคนควบคุม ไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดทางกายเกิดขึ้นแม้แต่น้อย เขารับรู้ได้เพียงว่าร่างกายของตนกำลังสุขสม ได้ยินเพียงเสียงหอบหายใจและเสียงครางทุ้มต่ำของคนด้านบนที่บรรจงมอบความสุขให้เขาไม่หยุด


ท้องน้อยปวดหนึบเมื่อความอุ่นร้อนอาบเข้ามาในร่าง มือเรียวจิกทึ้งกลุ่มผมของชายรูปงามที่ยาวเหยียดถึงกลางหลัง


ภาพสุดท้ายของความฝัน เขาเห็นเพียงเสื้อคลุมของอีกฝ่ายที่ดูคุ้นตา เหมือนในหนังจีนกำลังภายในหลายเรื่องที่เคยดู ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบท่ามกลางทะเลทรายยามค่ำคืน





 

 

 

ปกติแล้วเขาจะถูกปลุกด้วยเสียงนาฬิกาปลุกที่ตั้งเอาไว้ทุกวัน แต่ในวันนี้เขากลับตื่นได้เองเพราะลำคอที่แห้งเป็นผงทำให้ระคายเคืองจนต้องไอออกมาหลายครั้งติดต่อกัน


คิมหันต์รีบควานหาขวดน้ำเปล่าข้างตัวแล้วยกขึ้นมาดื่มไปหลายอึกจนแทบจะหมดขวด อาการแสบคอดีขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังรู้สึกเจ็บอยู่ดี


เจ็บคอชิบ แค่ก! แค่ก! โอ๊ย!”คิมหันต์ไอออกมาอีกระลอก


เขารีบสะบัดผ้าห่มให้ห่างตัวเพราะรู้สึกร้อนจนอยากจะบ้า ยามสายกลางทะเลทรายก็ไม่ต่างจากการไปยืนใกล้เตาไฟดีๆนั่นเอง


คิมหันต์ลุกไปล้างหน้าล้างตาด้วยน้ำสะอาดที่เหลือเพียงน้อยนิด เขาเก็บสัมภาระอย่างไวเพราะอยากจะเดินทางไปถึงที่หมายเต็มแก่


พอกันทีกับทะเลทราย!


ผิวเขาที่เคยขาวเนียนตอนนี้มันทั้งไหม้ทั้งแสบและคันไปหมด อยากกลับบ้านใจจะขาดแล้ว!


ชายหนุ่มร่างโปร่งบางเดินลากเท้าเหมือนจะหมดแรงอยู่รอมร่อ สมองพาลคิดถึงเรื่องเมื่อคืน เรื่องความฝัน


เขาสรุปให้ตัวเองได้แล้วว่ามันคือความฝัน เพราะตอนที่เขาตื่นขึ้นมา เสื้อผ้าเขายังอยู่ครบชุด ร่างกายไม่มีร่องรอยถูกลุกล้ำใดๆ จะมีผิดแปลกไปก็แค่รอยขาวๆตรงเป้ากางเกงเท่านั้น ซึ่งมันเป็นรอยจากร่างกายเขาเอง ถ้าไปเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนฟังพวกมันคงขำกันใหญ่ โตป่านนี้ยังจะฝันเปียกอีก สงสัยเขาจะของขาดนานไปหน่อย


ว่าแต่ผู้ชายในฝันเมื่อคืน งานดีสุดๆเลยนะ


คิมหันต์เผลอยกยิ้มอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อนึกถึงเรื่องชวนหวิว แม้จะเป็นฝันแต่ก็ทำเขาฟินยิ่งกว่าเรื่องจริงซะอีก


ปกติแล้วเวลาเราตื่น ภาพในความฝันจะค่อยๆเลือนรางจนมันจางหายไปจากความทรงจำ แต่จนถึงตอนนี้เขายังจำหน้าผู้ชายในความฝันได้อยู่เลย


ชายคนนั้นหน้าหวานมาก ปากนิดจมูกหน่อย แต่ไม่ได้ดูสวยเหมือนผู้หญิง ร่างกายก็สูงใหญ่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ผมก็นิ่มสลวยยาวตรงน่าสัมผัส


แต่ทำไมเป็นผู้ชายแล้วไว้ผมยาวขนาดนั้นนะ?


 ช่างมันสิ มันก็แค่ความฝัน เขาจะไปใส่ใจรายละเอียดทำไม


คิมหันต์สะบัดหัวนิดๆเพื่อไล่ความคิดฟุ้งซ่าน แต่ภายในใจกลับรู้สึกแปลกๆเมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อคืน มันเป็นความรู้สึกโหยหาอยู่ลึกๆ


สายตาของชายคนนั้นที่มองเขา มันบ่งบอกถึงความรักที่ท่วมท้นแต่ก็เจือไปด้วยความเศร้าจนเขาอดเสียใจไปด้วย


คุณเป็นใครกันนะ? คุณมีตัวตนหรือเปล่า? หรือคุณเป็นเพียงสิ่งที่ผมสร้างขึ้นมาเท่านั้น?”


คำถามนั้นปลิวหายไปกับละอองทราย


คิมหันต์สูดไอร้อนเข้าปอดก่อนจะตัดสินใจยกผ้าผืนบางมาปิดจมูกแล้วก้าวไปข้างหน้า เขาคิดถึงมื้ออาหารหรูๆและอ่างอาบน้ำที่คอนโดตนเองเหลือเกิน

 





 

 

ยามบ่ายของที่นี่มันไม่ต่างจากการอยู่ในนรก


คิมหันต์ปาดเหงื่อที่ยังไหลไม่หยุด มันร้อนมากจนรู้สึกว่าผิวหนังกำลังจะละลาย


ทำไมยังไม่ถึงซักที


ชายหนุ่มคิดในใจ ไม่มีแรงแม้แต่จะพูดออกมา เขาดูหน้าจอจีพีเอชที่คอยนำทางให้หลายต่อหลายครั้ง ความจริงเขาควรจะถึงทะเลสาบเย่ว์เฉยาเฉวียนได้แล้ว แต่มองไปรอบๆตัวก็เจอแต่กองทราย ไม่มีทีท่าว่าจะเห็นโอเอซิสแห่งนั้นเลย


เขาจึงได้ข้อสรุปว่า จีพีเอชมันคงเสีย


คิมหันต์ปาเจ้าเครื่องนำทางลงพื้นทรายอย่างหัวเสีย เขาทิ้งตัวหมดแรงนั่งลงกับพื้น ยกขวดน้ำขึ้นดื่มแต่ปรากฏว่าไม่เหลือน้ำแม้แต่หยดเดียว


เขาพยายามสุดๆแล้วนะ แต่ว่าถ้าฝืนไปต่อ รับรองว่าการเดินทางเพื่อเอาชนะตัวเองของเขามันคงสูญเปล่า เขาต้องกลายเป็นศพกลางทะเลทรายเพราะขาดน้ำขาดอาหารและหมดแรงแน่ๆ


คิมหันต์เลยเลือกวิธีที่คนฉลาดจะทำกัน คือยอมแพ้


เขาลุกขึ้นยืนโงนเงนเกือบจะหมดแรง สายตามองกวาดไปรอบๆเห็นเนินทรายขนาดใหญ่ที่สูงกว่าเนินอื่นจึงฝืนร่างกายก้าวเท้าเดินขึ้นไป มันเหมือนกับการเดินขึ้นเนินเขาขนาดย่อมๆก็ว่าได้


ด้วยความพยายามเฮือกสุดท้าย เขาก็เดินมาอยู่บนยอดเนินทรายจนได้


คิมหันต์หยิบวิทยุดาวเทียมขึ้นมาเพื่อส่งสัญญาณเรียกคนมาช่วยเหลือ จากนั้นเขาก็แค่รอให้มีเจ้าหน้าที่มาพาเขากลับไป


แม้จะไม่บรรลุเป้าหมายแต่เขาก็ไม่ลืมเจตนาที่ตนเดินทางมาที่นี่

เขาตั้งใจจะทิ้งเรื่องแย่ๆเอาไว้ เขาก็ต้องทำให้ได้


ชายหนุ่มหยิบกำไลหยกขึ้นมามองอย่างถี่ถ้วนเป็นครั้งสุดท้าย มันมีรอยตำหนิตามกาลเวลาเนื่องจากเป็นสมบัติจากยุคโบราณที่แฟนเก่าเขาไปประมูลมาให้ เขาตัดสินใจจะฝังมันไว้ตรงนี้ ให้ผืนทรายกลบมันเอาไว้ และจากนี้จนชั่วชีวิตเขาจะไม่หวนกลับมาหามันอีกเลย


ขณะที่เขานั่งลงขุดทรายให้เป็นหลุมลึกเพื่อจะฝังเครื่องประดับในมือ พลันสายตากลับเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างซึ่งอยู่ห่างไปไม่ถึงเมตร


เม็ดทรายมันค่อยๆยุบตัวลงไป มันเหมือนกับเขายืนอยู่บนทรายด้านบนของนาฬิกาทรายที่กำลังไหลไปด้านล่าง


ชิบหายแล้ว!

คิมหันต์ตาเหลือกเมื่อรู้แล้วว่าตรงหน้าจะเกิดอะไรขึ้น


ทรายดูด!

เขายัดกำไลหยกใส่กระเป๋าแล้วรีบหันหลังวิ่งหนีเพื่อจะลงจากเนินทรายให้ไวที่สุด แต่ก้าวเพียงไม่กี่ก้าวก็ต้องร้องเสียงหลง เมื่อเท้าที่เหยียบพื้นทรายกลับยุบตัวลงรวดเร็วจนทั้งร่างถูกเม็ดทรายร้อนระอุดูดกลืนหายวับไปในเสี้ยววินาที



 

 

 

แรงจากการตกกระแทกพื้นดินแข็งๆเล่นเอาคิมหันต์จุกจนน้ำตาเล็ด เขานอนนิ่งเพราะเจ็บจนขยับตัวแทบไม่ได้


ชายหนุ่มส่งเสียงโอดโอยและก่นด่าในใจว่านี่มันเรื่องบ้าอะไร เขาถูกแฟนนอกใจ ถูกทิ้งให้เดินกลางทะเลทรายที่โคตรจะร้อนนรกแตกยังไม่พออีกเหรอ ทำไมเขาต้องมาเจ็บตัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า


อย่างน้อยก็ไม่ตายล่ะวะคิมหันต์ปลอบใจตัวเอง พยายามลุกขึ้นนั่งช้าๆ เขาสำรวจร่างกายว่ามีตรงไหนหักรึมีแผลหรือเปล่า แต่โชคยังเข้าข้างเขาอยู่บ้างที่ไม่มีอาการเหล่านั้น


ที่ไหนวะ?”ชายหนุ่มกวาดตามองรอบๆแล้วต้องอ้าปากค้าง


ที่ๆเขาอยู่มันเหมือนซากเมืองโบราณซึ่งน่าจะเป็นของประเทศจีน


เหมือนราชวังของจักรพรรดิในหนังจีนหลายเรื่องที่เขาเคยดู เพียงแต่ที่นี่มันทั้งเก่าและทรุดโทรมราวกับถูกทิ้งมาหลายร้อยปีแล้ว


คิมหันต์แหงนหน้ามองด้านบนซึ่งเป็นช่องที่เคยหล่นลงมา มันมีแสงแดดสาดส่องเข้ามาถึงด้านล่างทำให้เห็นบรรยากาศรอบๆ แต่ปัญหาก็คือจากพื้นดินที่เขายืนอยู่กับด้านบนมันห่างกันมาก ไม่มีทางที่เขาจะปีนกลับขึ้นไปได้เลย


หนุ่มไทยจึงได้แต่รอความช่วยเหลือ โชคดีที่เมื่อครู่เขากดส่งสัญญาณเรียกคนมารับก่อนที่จะตกลงมา อีกไม่นานทีมช่วยเหลือคงจะมาพบเขา


คิมหันต์มองรอบๆอีกครั้ง ใจหนึ่งก็เหนื่อยจนอยากจะนั่งเฉยๆ แต่อีกใจก็อดตื่นเต้นไม่ได้ว่าตนเองอาจเป็นผู้ค้นพบเมืองโบราณแห่งใหม่ของจีนเป็นคนแรก ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง เขาคงกลายเป็นมหาเศรษฐีในพริบตา เพราะรัฐบาลจีนต้องมอบรางวัลส่วนแบ่งจากสมบัติซากอารยธรรมเหล่านี้ให้เขาบ้าง


ว่าแต่กลางทะเลทรายโกบีทำไมมีเมืองโบราณมาตั้งอยู่? เขาไม่ได้เก่งรึมีความรู้เรื่องประวัติศาสตร์จีนเท่าไร เท่าที่รู้คร่าวๆ ทะเลทรายโกบีก็เหมือนสุดชายแดนชองจีน ไม่น่าจะมีตำหนักใหญ่โตขนาดนี้มาตั้งที่นี่


คิมหันต์เดินสำรวจห้องใหญ่ที่ตนตกลงมา มันดูเหมือนห้องโถงขนาดใหญ่ ซึ่งสุดปลายทางมีบัลลังก์ตั้งอยู่


เหมือนในหนังจีนเลยคิมหันต์นึกสนุก เขาจำฉากหนึ่งจากเรื่องเปาบุ้นจิ้นได้ ที่ตัวเอกยืนอยู่ด้านล่างเพื่อเข้าเฝ้าจักรพรรดิที่นั่งอยู่บนบัลลังก์


ที่แห่งนี้ดูมีมนต์ขลังแปลกๆ


คิมหันต์จ้องมองบัลลังก์ที่ตนเองก็ไม่รู้ว่าเป็นของใคร เขาเฝ้ามองอยู่อย่างนั้นเพราะละสายตาไม่ได้ รู้ตัวอีกทีขาทั้งสองข้างก็มาหยุดอยู่ใกล้บัลลังก์แปลกตาซะแล้ว


คราบฝุ่นจากดินและทรายทับถมกันจนมองไม่เห็นลวดลายที่แกะสลักอย่างประณีต คิมหันต์เผลอวางมือบนเก้าอี้อันสูงศักดิ์ เขาห้ามตนเองไม่ได้ อยากจะสัมผัสทุกส่วนของที่แห่งนี้


มันคล้ายกับความรู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน ทั้งที่เขาก็ไม่เคยมาที่นี่เลย    

        

พลันสายตาเหลือไปเห็นตรงแท่นพนักพิงของบัลลังก์ซึ่งสลักลวดลายสวยงามน่ามองไว้

คุ้นตา? เหมือนเคยเห็นที่ไหน?


เคร้ง!

เสียงบางอย่างดังขึ้นข้างตัวท่ามกลางความเงียบ คิมหันต์สะดุ้งสุดตัวเพราะถูกดึงสติกลับมาจากอาการเหม่อลอย


เป็นกำไลหยกที่เขาพกติดตัวมาด้วยนี่เองที่เป็นต้นตอของเสียง


มันหล่นจากกระเป๋าตกลงบนพื้นที่ทำจากวัสดุคล้ายเหล็ก


เขาหยิบมันขึ้นมาเพื่อจะเก็บแต่พลันสายตากลับมองเห็นอะไรบางอย่างที่ดูน่าสงสัย


ลวดลายของกำไลหยกชิ้นนี้มันดูคล้ายกับลายที่อยู่บนบัลลังก์ตรงหน้าเขาเลย


คิมหันต์เพ่งมองกำไลหยกในมือสลับกับลวดลายบนบัลลังก์ตรงหน้า ไม่ว่าจะมองยังไงก็เป็นลายเดียวกัน


ลายดวงอาทิตย์คู่กับจันทร์เสี้ยว


เหมือนกันเปี๊ยบชายหนุ่มรำพึงเบาๆ กำไลหยกชิ้นนี้แฟนเก่าของเขาก็ประมูลมาจากงานประมูลของโบราณ บางทีกำไลหยกนี้อาจถูกสร้างขึ้นที่นี่ก็ได้


ชายหนุ่มทิ้งตัวนั่งบนบัลลังก์เพื่อคิดทบทวน การที่เขาต้องเดินทางข้ามฟ้ามาพบสถานที่แห่งนี้ ซ้ำยังมีกำไลหยกที่ดูยังไงก็น่าจะเกี่ยวข้องกับที่นี่ มันจะบังเอิญเกินไปหรือเปล่า


เสียงอะไร?”คิมหันต์เงยหน้ามองไปรอบๆ เขาได้ยินเสียงผิดปกติบางอย่างดังใกล้เข้ามาทุกที มันเหมือนเสียงฟ้าร้องคลืนๆก่อนจะมีพายุกระหน่ำ


ตายห่า!”ชายหนุ่มสบถเสียงลั่น ใจตกไปอยู่ที่เท้าเมื่อภาพตรงหน้าที่เคยสงบถูกปกคลุมด้วยพายุทรายรอบทิศ!


เม็ดทรายจำนวนมหาศาลลอยวนเหมือนพายุทรายคลั่ง คิมหันต์หลับตาแน่นในหัวกรีดร้องเพราะความกลัว


นี่เขากำลังจะตายใช่ไหม? ทำยังไงดี! เขายังไม่อยากตาย!


ชายหนุ่มค้อมตัวคุดคู้อยู่บนบัลลังก์โบราณ รอบข้างได้ยินเพียงเสียงลมพายุ ผิวหนังเจ็บแสบเพราะถูกเม็ดทรายบาดไปทั่ว


คิมหันต์ไม่มีศาสนา เขาไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ แต่ตอนนี้สิ่งที่เขาทำได้มีเพียงการสวดอ้อนวอนต่อพระเจ้าองค์ใดก็ตามที่ได้ยินเสียงนี้


ขอโอกาสให้เขาอีกครั้ง! ขอให้เรื่องนี้เป็นเพียงฝันร้ายเท่านั้น! อย่าให้มันเป็นเรื่องจริงเลย!










สวัสดีค่ะ มาเปิดเรื่องใหม่อีกแล้ว

แต่เรื่องนี้ไรท์ขอแจ้งนะคะว่าเป็นฟิคสั้น มีประมาณสองหรือสามตอนเท่านั้นค่ะ 

อ่านกันเพลินๆฆ่าเวลาไปก่อนเนอะ 

ขอโทษสำหรับคนที่รอฟิคเรื่องอื่นที่ไรท์ยังดองเอาไว้ไม่มาต่อให้

คือไรท์มีปัญหาเรื่องสุขภาพและกำลังรักษาตัวและใจอยู่เลยไม่สะดวกจะแต่งต่อตอนนี้ แต่จะพยายามฮีลตัวเองแล้วมาต่อให้นะคะ ขอบคุณทุกคนที่ยังรอยังอยู่กับไรท์นะ

ถ้าไม่มากไปก็อยากอ้อนขอคอมเม้นท์จากทุกคนหน่อยนะคะ ทุกๆข้อความมันมีค่าสำหรับเรามากจริงๆค่ะ พอได้อ่านแล้วเราจะมีแรงฮึดที่จะแต่งต่อ จริงๆนะ


อย่าลืมฟอลทวิตกันด้วยเน้อ เพราะเวลามีฉากร้อนๆ ไรท์จะลงไว้ที่bioจร่ะ

@sweet_sister23

            

         มีคำถามหรืออยากคุยกัน อ่ะ อันนี้askของไรท์

               @sweetsister23



#คิมหันต์หวนคืน



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 220 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

179 ความคิดเห็น

  1. #161 Febboys (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 16:48
    เพิ่งเห็นในทวิตตะกี้ว่าไรท์เตอร์กำลังจะปิด เลยรีบเข้ามาอ่านเลยยย จะทันมั้ย;—;
    #161
    0
  2. #154 Pezonah (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 18:25
    ภาษาสวยมาก เนื้อเรื่องดีเหมือนเจอโอเอซิส​กลางทะเลทรายเลยค่ะ
    #154
    0
  3. #149 hihihiw (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 18:30
    ภาษาเนื้อเรื่องสวยไปหมด ชอบบบบ
    #149
    0
  4. #142 FUTA HAYATO (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 15:49
    ชอบจังเลยค่ะ
    #142
    0
  5. #141 carbuszjaja (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 10:39
    เปิดมาตอนแรกคือพีคมากๆ
    #141
    0
  6. #138 กินดุ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 มกราคม 2563 / 23:03
    พลอตมหัศจรรย์​มากกกกก
    #138
    0
  7. #134 april1958 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 มกราคม 2563 / 15:22
    แงงงงงงงง ตื่นเต้ว
    #134
    0
  8. #132 ซซซ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 มกราคม 2563 / 14:10

    ว้าวมากเลยค่ะ พล็อตนี้

    #132
    0
  9. #127 KOMALLANG (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 22:58
    พล็อตคือดีมากก
    #127
    0
  10. #124 ggooll (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 06:16
    คนในฝันคือใครกันนะ
    #124
    0
  11. #120 ..N.. (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 09:03
    สนุกมาก ><
    #120
    0
  12. #109 shnoona (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 23:01
    น้องคือสุดยอดมาก
    #109
    0
  13. #104 lilshi__ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 15:33
    คนในฝันเขาคือใครรร
    #104
    0
  14. #100 maaanniyay (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 00:32
    โง้ยยย ชอบมาแแแ
    #100
    0
  15. #98 Ppamkie (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 20:06
    สนุกมากกกกกกก ลุ้นๆ
    #98
    0
  16. #97 FAIRXXXYYY (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 09:36
    ลุ้นมากเลย ตื่นเต้นด้วย ผู้ชายในฝันคือใครรรร
    #97
    0
  17. #94 Melonmallow (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 08:18
    คือดีย์อะะะะะะ ทำไมเรามาเจอเรื่องนี้ข้าไป แอบเศร้าที่ตอนน้อย แต่ไม่เป็นไรค่ะ อ่านและเมนท์อยู่ดี55555
    #94
    0
  18. #90 Nookser (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 23:32
    พล็อตดีงามอีกแล้ว TT
    #90
    0
  19. #89 indyR. (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 22:18
    ผู้ชายในฝันของคิมหันต์คือใคร เขาต้องเป็นนำพาให้คิทหันต์มาเจอเรื่องพวกนี้แน่นอนเลย
    #89
    0
  20. #82 :meyme (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 21:21
    มันไม่ใช่ความบังเอิญแน่ๆ ลุ้นมาก แง
    #82
    0
  21. #80 Wrn Js (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 21:01
    น่าติดตามมากเลยค่ะ ตื่นเต้นมาก
    #80
    0
  22. #75 aplicot. (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 11:04
    อ่านแค่ตอนแรกก็น่าติดตามมากเลยค่ะ สนุกมากกกกกก
    #75
    0
  23. #64 Beam9404 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 09:12
    อมก อัลไลกันน น่าติดตามมากค่าา
    #64
    0
  24. #53 cocozyrup (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 09:30
    น่าตื่นเต้นนนน ขอบคุณมากๆ นะคะ ลุ้นไปกับน้อง
    #53
    0
  25. #37 KanunChonlatorn (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 22:07
    สนุกมากค่ะ เนื้อเรื่องน่าติดตาม ทำให้ลุ้นไปด้วยเลย
    #37
    0