THE DOLL'ess Memory

ตอนที่ 71 : RITCHMON CHAPTER ZERO : RITCHMON

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 838
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 118 ครั้ง
    24 ก.ค. 62

RITCHMON CHAPTER ZERO : RITCHMON 


JUST SURVIVE IN THE STAINED WORLD.


                  กาลครั้งครึ่งนานมาแล้ว คำกล่าวพื้นฐานที่พบได้ทั่วไปตามหน้าหนังสือนิทาน มีเจ้าชายที่เพียบพร้อมกับเจ้าหญิงที่งดงาม ซึ่งในตอบจบทั้งคู่ก็ได้ แต่งงานกันและอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไป

 

                  น่าเสียดายที่มันไม่ได้สวยหรูแบบนั้น เรื่องราวที่ถูกจารึกไว้บนหน้าประวัติศาสตร์ที่ไม่ได้ต่างอะไรกับนิทานเพ้อฝันแท้จริงแล้วเริ่มต้นมาจากเด็กหนุ่มผู้ซึ่งได้ชื่อว่า สวะ

                 

 

                  เติบโตมาจากสถานที่ยากเค้น รู้จักแต่การแก่งแย่งเพื่อมีชีวิตรอด

                  ถ้าหากใสซื่อก็จะโดนหลอกใช้

                  ถ้าหากอ่อนแอก็จะโดนฆ่าทิ้ง

                  เป็นชีวิตแบบนั้น

 

 

                 

 

 

 

                  ตั้งแต่จำความได้ทุกสิ่งรอบตัวก็เป็นเหมือนดั่งศัตรู ไม่มีมิตรหรือสหาย มีเพียงผลประโยชน์และการแย่งชิงเท่านั้น การที่จะอยู่รอดบนโลกใบนี้ได้มีเพียงจะต้องแข็งแกร่งขึ้น

                  เพื่อที่จะไม่ต้องหวาดกลัวสิ่งใด

                  เพื่อที่จะไม่ต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆ

                  เพื่อที่จะมีชีวิต

                 

 

                  ดวงตาสีควันเทาบุหรี่หรี่มองไปยังเป้าหมายด้านหน้าจากนั้นเมื่ออีกฝ่ายพลั้งเผลอ เร็วกว่าความคิดขาทั้งสองก็วิ่งออกไปพร้อมกับใช้มีดแหลมคมในมือแทงเข้าที่คอหอยอย่างแม่นยำ

                  ฉึก!

                  “อั่ก...!

                  เลือดสีแดงกระเด็นไปทั่วร่างกาย เด็กชายที่อายุดูแล้วไม่น่าเกิน 12 ปีมองภาพนั้นด้วยสายตาว่างเปล่า เขาใช้เท้าเขี่ยศพที่นอนอยู่ตรงพื้นอย่างไม่ยีระพร้อมกับเลียเลือดที่ติดอยู่ที่ปลายดาแล้วก็สบถออกมาด้วยเสียงไม่เบานัก

                  “แหวะ...รสชาติเห่ยชะมัด”

                  เด็กชายมองไปยังสถานที่ห่างไกลออกไปไม่มากซึ่งเต็มไปด้วยเพลิงสีแดงชาด การต่อสู้ที่ยืดเยื้อมานานกว่าเกือบ 100 ปีระหว่างแต่ละเผ่าพันธุ์นั้นยังคงดำเนินต่อไปอย่างไร้จุดจบ

                  ทุกสารทิศเต็มไปด้วยร่องรอยของการต่อสู้ ทั้งเลือดและศพมากมายเกลื่อนกลาด จุดที่เขายืนอยู่นี้จะเรียกว่าปลอดภัยก็พูดไม่ได้เต็มปากนักเพราะนอกจากบริเวณสงครามก็เต็มไปด้วยความยากเค้นอดอยากกันทั้งนั้น

                  ไม่มีแม้กระทั่งบ้าน ไม่มีแม้กระทั่งอาหาร ไม่มีแม้กระทั่งครอบครัวหรือญาติมิตรสหาย

                 

 

                  ในระหว่างที่กำลังคิดอยู่นั้นก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่างของมวลอากาศแต่มันก็ยังไม่เพียงพอให้หลบการโจมตีขนาดใหญ่ที่พุ่งมาจากทางด้านหลังได้

                  ความเจ็บปวดพุ่งพล่านไปทั่วร่างกาย ทันใดนั้นร่างก็ทรุดลงไปดิ้นอยู่กับพื้นอย่างรวดเร็ว

                  นี่มัน...อะไร

                 

 

 

เหนือฟ้าย่อมมีฟ้า

 

 

 

                  “ว้าว เผ่าแวมไพร์เสียด้วย”

                  “น่าจะใช้การได้นะ”

                  เสียงเจื้อยแจ้วชวนปวดหูของเอลฟ์สองตนซึ่งกำลังภาคภูมิใจกับเหยื่อตรงหน้าไม่ค่อยเข้าไปยังหูของแวมไพร์น้อยเท่าไหร่นัก ร่างกายของตัวเองที่ไม่ยอมขยับไปตามความคิดพร้อมกับความเจ็บปวดที่ราวกับมีคนมาบีบคอเอาไว้เพื่อที่จะตัดลมหายใจนั้นทำให้ทุกอย่างเกือบจะมืดบอดลงไปเสียแล้ว

                  เด็กชายรู้ดีว่าถ้าหากตอนนี้ตัวเองหมดสติไปทุกอย่างจะต้องจบดังนั้นเขาจะไม่ยอมให้จบลงไปเด็ดขาด

                  “ดื้อด้านเสียจริงนะ”

                  “อั่ก...!

                  เอลฟ์สาวใช้เท้าของตัวเองบดขยี้ลงไปกลางอกของเด็กชาย เลือดสีแดงสดไหลออกมาจากริมฝีปาก มือเกร็งหักเบี้ยวบิดงอไปหมด ดวงตาเบิ่งกว้างเนื่องจากฤทธิ์ของพิษที่เริ่มทวีความรุนแรงขึ้น

                  “คริสตัลในเมื่อทนได้ขนาดนี้เลี้ยงได้ก็น่าจะมีประโยชน์นะ”

                  “เอางั้นเหรอ”

                  “ฉันน่ะนะ...อยากมีสัตว์เลี้ยงมานานแล้วล่ะ”

                 

 

                 

                 

 

                 

                  “เอาใครกลับมาด้วยน่ะคริสตัล คาน่อน” เอลฟ์เฒ่าซึ่งกำลังอยู่ที่ถ้ำไม่ใกล้ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุมากนักเอ่ยถามหลานทั้งสองของตนที่บอกว่าจะไปดูสถานการณ์สงครามกลับมีร่างของเด็กหนุ่มเผ่าอื่นติดไม้ติดมือกลับมาด้วย

                  “สัตว์เลี้ยงใหม่ของคาน่อนน่ะค่ะปู่”

                  “น่ารักใช่ไหมคะปู่ ผิวขาว ผมสีแพลตทินัม ไม่ได้หาง่ายๆนะคะ”

                  “ทำอะไรไร้สาระ”

                  “โถ่ ปู่ล่ะก็”

                  “รู้ใช่ไหมว่าเราอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน แม้ว่าบริเวณรอบนอกจากปลอดภัยกว่าด้านในนักแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีพวกเก่งๆอยู่หรอกนะ”

                  “เรื่องนั้นพวกเรารู้ดีค่ะปู่” คาน่อนพูดออกมาอย่างไม่จริงจังนัก ตอนนี้ทั้งสามคนกำลังฟื้นฟูพลังเวทย์ของตัวเองเพื่อที่จะใช้ชีวิตอยู่ในภาวะสงครามให้รอด แม้ว่าเผ่าเอลฟ์จะแข่งแกร็งและมีพลังมากขนาดไหนก็ยังไม่เป็นเรื่องยากในสถานการณ์แบบนี้

                  “แล้วนี่กระแสไปทางไหนล่ะ”

                  “พวกภูติกำลังได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัดค่ะ ตอนนี้กำลังก่อสู้กับเผ่ามังกรอยู่” คริสตัลอธิบายคร่าวๆด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล ทั้งเผ่ามังกรทั้งเผ่าภูติต่างเป็นเผ่าที่ยากในการต่อกรทั้งนั้น

                  “แสดงว่าอย่างน้อยตอนนี้ก็พอจะยืดเวลาหลบหนีไปได้อีกสักพักหนึ่ง”

                  เมื่อสองเผ่าใหญ่ทำการต่อสู้กันเผ่าเล็กๆต่างก็ต้องป้องกันตัวเองหรือไม่ก็วางแผนเพื่อรอโอกาสแต่จะเรียกว่าโชคดีก็ไม่ได้เต็มปากเพราะถ้าหากมีเผ่าใดเผ่าหนึ่งเผ่าแพ้ล่ะก็ผลที่ตามมานั้นอาจจะเปลี่ยนทุกอย่างได้เลย

                  “เด็กนี่อาจจะพอมีประโยชน์อยู่บ้างก็ได้” คนที่อายุมากที่สุดมองไปยังร่างของเด็กชายที่นอนอยู่ที่พื้น เขาสร้างปลอกคอพันธะสัญญาขึ้นมาจากนั้นก็เรียกน้ำเย็นจัดออกมาราดเพื่อเรียกสติอีกฝ่าย “ตื่นได้แล้ว”

                  เด็กชายสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับสายตาไม่เป็นมิตร ผละถอยห่างออกเพื่อรักษาระยะห่างจากนั้นเชือกที่มองไม่เห็นจากมือของเอลฟ์เฒ่าเชื่อมต่อไปยังปลอกคอของเขา เพียงแค่ดึงเบาๆร่างเล็กก็ถลาขูดกับพื้นจนเกิดเป็นรอยแผลขนาดใหญ่

                  “เจ้าสัตว์เลี้ยง อย่าคิดพยศ พวกเราไม่ได้ใจดีขนาดนั้น” เอลฟ์เฒ่าพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นราบและเด็กชายก็เข้าใจเป็นอย่างดีด้วยประสบการณ์ที่เสี่ยงตายมานับไม่ถ้วน

                  เอลฟ์ตรงหน้าตนนั้นแข็งแกร่ง

                  “สัญญาจะเลี้ยงดูอย่างดีเลยล่ะหนุ่มน้อย” คาน่อนพูดทิ้งท้ายจากนั้นก็จุมพิตเบาๆเข้าที่หน้าผากขาวของเด็กชายและมองข้ามสายตาของอีกฝ่ายไป

 

                  สายตาที่พร้อมเต็มไปด้วยความไม่เชื่อง

                  สัตว์เลี้ยงที่เหมือนกับสัตว์ป่าดุร้าย

                  ถ้าหากพลั้งเผลอเขี้ยวคมแหลมคงจะฝังลงที่คอซึ่งไร้ที่ป้องกัน

 

 

 

 

 

 

                  “ดีมากๆเลียแบบนั้นแหละ” คาน่อนพูดอย่างอารมณ์ดีพร้อมกับยกยิ้มกว้างเมื่อมองไปยังร่างของเด็กหนุ่มที่ตอนนี้กำลังทำความสะอาดขาเรียวสวยของตนด้วยลิ้นเล็กๆนั้น

                  “ขยะแขยงน่าคาน่อน” คริสตัลพูดด้วยความรู้สึกรังเกียจเมื่อนึกถึงลิ้นสกปรกยามมาสัมผัสกับร่างกายของตน

                  “หุบปากน่าคริสตัล เชื่องดีจังเลยนะแกน่ะ”

                  “จะทำตัวแบบนั้นไปถึงไหนคาน่อน เรากำลังจะออกเดินทางกันแล้วนะ”

                  “ปู่กับคริสตัลที่ไม่เข้าใจอะไรเอาเสียเลย” คาน่อนเบ้ปากอย่างไม่พอใจ เธอใช้มือดึงเชือกของปลอกคอเล็กน้อยทำให้เด็กหนุ่มที่กำลังจะเดินตามนั้นโดนขาเรียวสวยเดียวกับเมื่อกี้เตะเข้าที่ท้องน้อยอย่างจัง

                  “อั่ก...!

                  “เป็นสัตว์เลี้ยงกล้าเดินเสมอเจ้านายได้ยังไง!

                  “...”

                  “คลานไป!

                  เด็กชายไม่ตอบได้แต่นอนกุมท้องอยู่แบบนั้น คาน่อนจิ๊ปากเล็กน้อยจากนั้นก็กระชากเชือกที่ถืออยู่อย่างแรงจนมันทำให้ร่างของอีกฝ่ายถลากับพื้นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้

                  ขาเรียวสวยยันร่างของเด็กชายขึ้นเพื่อให้พออยู่ในท่าคลานสี่ขาเมื่อพอใจแล้วก็เดินนำอย่างรวดเร็วโดยไม่สนสภาพสะบักสะบอมของสัตว์เลี้ยงตัวเองแม้แต่น้อย

                  ทั้งสามรวมถึงเด็กชายเดินทางออกมาจากถ้ำหลบภัยเพื่อไปรวมกับพวกพ้องเผ่าเอลฟ์ที่อยู่ในบริเวณสงครามเพื่อแย่งชิงความใหญ่หนึ่งเดียวแม้ว่าบางเผ่าจะเข้าร่วมเพราะความสนุกส่วนตัวก็ตามแต่เพราะเหตุผลนั้นทำให้กลายเป็นความยาวนานที่ไม่มีจุดจบ

 

 

 

 

                  “อ้าวพาสัตว์เลี้ยงมาด้วยงั้นเหรอ” ทันทีที่มาถึงเหล่าเอลฟ์ก็หัวเราะร่วนด้วยความยินดีเมื่อพวกพ้องของตัวเองกลับมาจากด้านนอกบริเวณ

                  บ้างก็เข้ามาทักทายบ้างก็เข้ามากอดยินดี

                  สำหรับตัวเด็กชายแล้วไม่ใช่เรื่องที่ควรจะใส่ใจเท่าไหร่นักหากไม่ใช่ว่าร่างของเขากำลังกลายเป็นกระสอบทรายให้พวกเอลฟ์เตะต่อยเล่นอย่างสำราญใจอยู่

                  “อั่ก...!

                  “ดูสิ เลือดไหลใหญ่เลย”

                  “ลงไปนอนเสียแล้ว อ่อนแอจังเลยนะ”

                  “เอ้า เข้มแข็งหน่อย!

                  “ลุกขึ้นสิ สัตว์เลี้ยง!

                 

                  เสียงหัวเราะสรวลเฮฮาตลบอบอวลไปทั่ว บรรยากาศครื้นเครงที่ไม่น่าจะพบเห็นได้บ่อยๆในสงครามเริ่มสนุกขึ้นเรื่อยๆตามเวลาที่เริ่มหมุนเวียนไปในค่ำคืนนี้

 

 

 

 

                  เพี้ยะ!

                  “เพราะแกคริสตัลถึงต้องตาย!

                  เพี้ยะ!

                  “เพราะแกมันตัวโชคร้ายพวกฉันถึงได้โดนฆ่ากันหมด!

                  เพี้ยะ!

                  “เพราะแกคนเดียว!

                  เพี้ยะ!

 

 

 

 

                  หลังจากที่ลืมตาตื่นขึ้นมาทุกอย่างก็เหมือนกับฝันร้าย แหล่งกกดาลถูกเผาเรียบเป็นหน้ากอง ทุกคนถูกไฟเผาไหม้เป็นจุลไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันเว้นจังหวะให้หายใจ รวมถึงเหตุการณ์เมื่อสักครู่ก็ทำให้คาน่อนต้องสูญเสียทั้งเอลฟ์เฒ่าและคริสตัลไป

 

                 

                  เหตุการณ์ที่ว่าก็คงไม่พ้นไฟนรกจากพวกมังกร

 

 

 

                  อย่าหลงระเริงเพียงเพราะสามารถอยู่ในสงครามมานาน

                  สงครามไม่ใช่สนามเด็กเล่น ความประมาทแม้เพียงนิดเดียวก็จะนำพาไปสู่ความตาย

 

                  คาน่อนกระหน่ำตบตีและกระถืบร่างเล็กที่ตอนนี้กำลังนอนอยู่ใต้เท้าของเธอ ความเสียใจและความโกรธแค้นที่พวยพุ่งขึ้นมานั้นทำให้เธออยากจะฆ่าสัตว์เลี้ยงไปให้พ้นๆเพื่อระบายความรู้สึกของตัวเอง

                  คาน่อนแสยะยิ้มออกมา สองมือบีบรัดเข้าไปที่ลำคอของเด็กชาย

                  สิ่งที่อยู่ในหัวมีเพียงอย่างเดียว

 

                  ฆ่า

 

                 

 

 

 

 

 

 

                  ฉึก!

                  เลือดสีแดงสดไหลออกจากร่างบาง ลำคอเรียวที่เคยสวยงามตอนนี้แต่งแต้มไปด้วยรอยบาดขนาดใหญ่ ใบหน้าที่ยังคงฉายแววเคียดแค้นนั่นค้างราวกับถูกแช่แข็ง ช่างเป็นภาพที่ดูไม่งดงามเท่าไหร่นักเมื่อมองดูทำให้มือเล็กดึงหัวที่ไร้ซึ่งความจำเป็นออกจากนั้นก็โยนออกไปแทบจะในทันที

                  เป็นอีกครั้งที่ดวงตาสีควันบุหรี่มองไปยังซากศพไร้ซึ่งชีวิตด้วยสายตาว่างเปล่า ถ้าหากถามว่าเกิดอะไรขึ้นน่ะเหรอ ก็แค่เพียงใช้จังหวะที่อีกฝ่ายพลาดพลั้งเท่านั้นเอง

                  เมื่อถูกความโกรธเข้าครอบงำสติปัญญาจะก็ต่ำลง

                  วิสัยทัศน์และสัมผัสต่างๆก็จะช้าลงตามไปด้วย

                 

                  “สัตว์เลี้ยงงั้นเหรอ...” ลิ้นเล็กเลียไปยังบริเวณคมมีด รสหวานอ่อนๆของเลือดเผ่าเอลฟ์ทำให้รู้สึกกระชุ่มกระชวยไม่น้อย เขาไม่แน่ใจว่าครั้งล่าสุดที่กลิ่นเลือดเอลฟ์คือตอนไหนแต่เท่าที่จำได้มันเคยอร่อยกว่านี้หรือเปล่า

                  ช่างมันเถอะ

 

 

                 

                 

                  ใบหน้าที่งดงามราวกับภาพพิมพ์กำลังยกยิ้มออกมาเผยให้เห็นคมเขี้ยวอย่างชัดเจน

 

 

 

                  สัตว์เลี้ยงที่แสนเชื่อง...?

                  อย่ามาพูดให้ขำไปหน่อยเลย

                 

                 

 

                  ไม่จำเป็นต้องแข็งแกร่ง ไม่จำเป็นต้องมีพลังเหลือล้น การแข่งขันด้วยชีวิตซึ่งมีโอกาสเพียงครั้งเดียวเท่านั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือผลลัพธ์โดยไม่สนวิธีการ

                  ความประมาทเพียงเล็กน้อยก็สามารถกำหนดบทสรุปได้อย่างง่ายดาย ยกตัวอย่างเช่นเหตุการณ์ในคราวนี้

                 

 

 

                  ความสามารถของเขาไม่ได้เก่งเกินไปกว่าเอลฟ์สามตนหรือเอลฟ์ทั้งฝูงอย่างแน่นอนดังนั้นสิ่งที่ทำได้มีเพียงการรอ

                  รอโอกาสที่เหมาะสม

                  รอโอกาสที่อีกฝ่ายจะเผยช่องโหว่

                  แล้วถ้าหากโอกาสที่ว่านั่นไม่โผล่ออกมาล่ะ สิ่งที่ต้องทำคือรอไปเรื่อยๆอย่างนั้นหรือ แน่นอนว่าไม่ใช่หรอก ก็ในเมื่อเราสามารถสร้างโอกาสเองได้

 

                  การจะฆ่าล้างเผ่าเอลฟ์ทั้งฝูงโดยไม่ต้องเปลืองแรง

                  การจะหลอกล่อให้อีกฝ่ายตายใจและยืมพลังของสิ่งที่แข็งแกร่งกว่าเพื่อทำลาย

 

 

                 

 

                  ถ้าคิดที่จะมีชีวิตอยู่ก็ต้องดิ้นรน ต้องรู้จักใช้สิ่งที่อยู่รอบตัวให้เกิดประโยชน์สูงสุด

                  นี่เป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มที่ใช้ชีวิตอยู่บนโลกแบบนั้นแหละ

 

                  เด็กหนุ่มนามว่า ริชมอนด์


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 118 ครั้ง

1,498 ความคิดเห็น

  1. #1466 lythim (@lythim) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 20:24
    หูววววว
    #1466
    0
  2. #1465 ToRaRaaa (@torao-torao) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 19:55

    อ๊ายยยยย ท่านพ่อออ เลิฟฟฟ
    #1465
    0
  3. #1464 Abซินthe (@torao-d-water) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 19:37
    อ่านตอนนี้แล้วภาพท่านพ่อแสนใจดี อบอุ่นและรัก(ขี้หวง)ลูกมาก ปลิวหายไปเลย......
    #1464
    0
  4. #1463 หนูเรย์ (@sweet-raisin) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 19:25

    มาแล้วจ้าาบทพิเศษของท่านพ่อตามที่สัญญา

    #1463
    0