The MOON 'N The CHANBAEK

ตอนที่ 4 : OS - มิอาจหยั่งรู้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 มิ.ย. 63

มิอาจหยั่งรู้

ข้าเดินทางมาที่นี่ด้วยหัวใจอันหนักอึ้ง

หน้าผาสูงชันกว้างใหญ่อยู่ตรงหน้าข้า ตรงลึกไปในความมืด ณ ร่องแยกหน้าผา ข้ามิอาจรู้ได้เลยว่าสิ่งใดรอข้าอยู่ ข้าเอ่ยกับท่านอาจารย์ว่าตัวข้านั้นยังด้อยประสบการณ์นัก ภารกิจสำคัญเช่นนี้ ดีแล้วหรือมอบให้ข้า ท่านกลับหาฟังไม่ เวลานั้นข้าฉุนเฉียวแต่ก็มิอาจทัดทานสายตาคมกริบแฝงไว้ด้วยความกดดันคู่นั้นได้

ยอมรับด้วยสัตย์จริงว่าข้าขลาดเพียงใด หากมองในแง่ร้าย กำลังภายในและวิชากระบี่ของข้ายังไม่บรรลุขั้นที่จะสร้างรอยขีดข่วนให้ปีศาจระดับต่ำในถ้ำนี้ได้เลยด้วยซ้ำ มองในแง่ดีหน่อยข้าก็อาจจะสร้าง เอ่อ สร้างบาดแผล.. อือ ข้าว่าพวกท่านลืมมันเถอะ...

ดังนั้นไม่ต้องเอ่ยไปถึงการปราบมันลงเลย ข้าขึ้นไปเฝ้าเง็กเซียนฮ่องเต้ก่อนได้ตวัดกระบี่กระบวนท่าที่สองเป็นแน่ ยิ่งคิดข้ายิ่งโมโหท่านอาจารย์ หากข้ารักชีวิตมากกว่านี้เพียงนิด กลั้นใจทัดทานท่านอีกหน่อย คงไม่ต้องมายืนกลั้นน้ำตาอยู่หน้าถ้ำอย่างเช่นนี้

รอบตัวข้ารายล้อมด้วยความมืดราวอนันตกาล รู้สึกได้ว่าตัวข้าสั่น เพราะไอเย็นที่แฝงตัวอยู่ในทุกอณูก้าวย่าง หรือเพราะความกลัวที่กำลังกัดกินจิตใจข้า ข้ามิอาจรู้ได้เลย เวลานั้นเองที่หูของข้าได้ยินเสียงบางอย่างตรงหน้า เสียงแผ่วเบาเช่นเหล็กขูดแก้ว จะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อถ้ำแห่งนี้เป็นหิน หินชัด ๆ ไม่ต้องเปลืองแรงพิสูจน์ ข้าก้าวถอยหลังเตรียมจะวิ่งออกจากถ้ำ แต่อีกใจก็เต้นรัวราวกลองศึกด้วยความใคร่ที่จะรู้

บางทีท่านอาจารย์อาจหลอกข้า แน่นอนข้าควรรู้สิ ท่านอาจารย์ไม่มีทางมอบภารกิจสำคัญให้ศิษย์ปลายแถวเช่นข้า บางทีอาจไม่มีแม้แต่ปีศาจ บางทีท่านอาจารย์อาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าถ้ำแห่งนี้มีอะไร มันอาจเป็นเต่าศักดิ์สิทธิ์ ต่อให้หลังจากนี้จะปะทะหน้ากับปีศาจหรือสัตว์อสูร พบสัตว์วิเศษหายากแม้ต้องตายในถ้ำนี้อย่างพลับนิ่มถูกบี้ก็นับว่าเป็นกำไรมหาศาล ข้าสูดลมหายใจลึก เก็บรวบรวมความกล้าอันน้อยนิดแล้วก้าวไปข้างหน้า

แสงเรือง ๆ ตรงหน้าทำให้ใจของข้าเต้นแรงขึ้นกว่าเดิม หากความเจ็บบริเวณสะโพกย้ำให้ข้ารู้สึกตัวว่าเจอกับอะไรบางอย่างเข้าแล้ว ข้ามิสามารถมองเห็นตัวมัน แต่รับรู้ได้ว่าพละกำลังคนละขั้นกับภารกิจของข้า และคนละขั้นกับอะไรบางอย่างที่ส่งเสียงอยู่ตรงหน้า ข้าหลับตาลง เพ่งสมาธิไว้ที่กระบี่ ตวัดครั้งหนึ่งข้าได้ยินเสียงร้องน่าขนลุก กลิ่นเหม็นหืนโชยออกมาแทบทันที ข้าล้วงคออาเจียน เจ้ากลิ่นนี่เหม็นสุดจะบรรยายจริงๆ

ข้าสาวเท้ารีบเร่งตรงไป แสงจ้าทำให้ข้าต้องหรี่ตา คาดเดาจากแสงนี้ได้ว่าห้องโถงคริสตัลอยู่ตรงหน้าข้าแล้ว หัวใจของข้าพองโต ลิงโลดด้วยความตื้นใจสุดประมาณ เต่าศักดิ์สิทธิ์คงรอข้าอยู่ที่นี่แน่

จินตนาการและหัวใจของข้าพังทลายลง ทันทีที่สายตาปะทะกับร่างของเจ้างูตัวใหญ่ ตอนนั้นเองเหมือนข้าได้พบกับเพชฌฆาตที่พร้อมปลิดชีวิตใครก็ตามที่รบกวนนิทราอันแสนสุข เกล็ดของมันเป็นเหล็กเงาวับสะท้อนตัวข้าที่ยืนอยู่ ข้าสำเหนียกว่าตัวข้าแสนกระจ้อยร่อยเมื่อหาญกล้าเทียบกับมัน

ข้าเหงื่อแตก

พยายามอย่างยิ่งที่จะวิ่งกลับไปทางเดิมให้เงียบทีสุด แต่เสียงแหบต่ำก้องกังวาน ดึงให้ข้าก้าวเท้าไม่ออก วินาทีนั้นอุณหภูมิภายในโถงคริสตัลลดต่ำลงฉับพลัน ใครคนหนึ่งก้าวออกมาจากอีกฝั่งของห้องโถง ข้าไม่คุ้นหน้า แต่พลังที่แผ่ออกมาทำให้ข้ารู้ได้ทันทีว่ามันนั่นเองคือภารกิจของข้า

จ้าวปีศาจโลหิตราตรี พู่ชานเลี่ย

ข้าเปี้ยนป๋ายเซียน ศิษย์ขั้นเจ็ดจากตำหนักดับทมิฬ มิเคยเข้าใกล้ความตายเท่านี้มาก่อน ตัวข้าเย็นเชียบ เหงื่อไหลลงมาตามกรอบหน้า ข้าอยากสู้อย่างน้อยไม่ให้ดูน่าสมเพช หากมือกลับไร้เรี่ยวแรง แม้แต่จะยกขึ้นมากำรอบกระบี่ยังทำไม่ได้ มันหัวเราะก้อง และก้าวมาหาข้า ขนาดตัวมันใหญ่กว่าข้ามาก นี่คือการข่มข้าทางอ้อมหรือไม่ ข้าเองก็ไม่รู้

มันเอื้อมมือมาเช็ดเหงื่อตามกรอบหน้าของจอมยุทธ์ตัวน้อย แสยะยิ้มพอใจกับท่าทางหวาดกลัวที่แสดงออกมา มันนึกสนุก จึงก้มลงกระซิบข้างหู ข้าชอบสีหน้าของเจ้า

จอมยุทธ์ตัวน้อยหมดสติอย่างที่คาด

 

 

ข้าตื่นขึ้นมาในวันอันแสนสดใส แสงอาทิตย์ร้อนจ้าส่องผ่านเข้ามายังเรือนนอน หัวข้าปวดตุบ จำไม่ได้ว่ากลับมาเรือนนอนของตนเองได้อย่างไร เหตุใดมันจึงปล่อยให้ข้ารอดชีวิตกลับมา ข้าสะดุ้งเพราะเสียงเคาะประตู

“ศิษย์น้องเปี้ยน ข้ามาเยี่ยมเจ้า”

ข้าถอนใจ เอ่ยให้เขาเข้ามา “ข้าตื่นอยู่ ศิษย์พี่อวี้”

ประตูถูกผลักออก ศิษย์พี่ถือของพะรุงพะรัง คาดว่าเป็นของเยี่ยมข้า เขาวางของลง ข้ากำลังเอื้อมมือหยิบแป้งทอดเข้าปาก แต่กลับถูกตีมือดังเพี้ยะ เขาถลึงตาใส่ข้า “เจ้าเด็กบ้า นี่มันของท่านอาจารย์” ข้าลูบมือที่ถูกตี ท้องข้ามิรู้ว่าไร้อาหารตกถึงท้องมานานเท่าใด พาลอารมณ์เสียอย่างช่วยไม่ได้

หมั่นโถวขาวนวลแลดูอวบนุ่มหนึ่งถุงถูกยื่นมาตรงหน้าข้า

“อันนี้ของเจ้า” ข้าน้ำตาซึม

จากที่ศิษย์พี่กล่าวได้ความว่า ข้ามาถึงที่นี่เมื่อห้าราตรีก่อน มิมีผู้ใดรู้ว่าข้ามาได้อย่างไร เขากล่าวอีกว่าอารมณ์ของท่านอาจารย์ตอนนั้นยากจะอธิบาย ข้ายักไหล่ ปกติท่านอาจารย์ก็อ่านยากอยู่แล้ว ในใจข้ายังเต็มไปด้วยความโกรธที่มีต่อท่านอาจารย์ เพราะท่านส่งข้าไปตาย ! ตาย !! โชคดีของข้าที่ทำอย่างไรก็ไม่รู้ถึงรอดกลับมาได้ ก่อนที่จอมดาบทะเลบ้าจะออกจากห้องและเลยเอาของไปให้ท่านอาจารย์ ยังมิวายสำทับข้าอีก

“ท่านอาจารย์เอ่ยว่าถ้าเจ้าตื่นแล้วให้รีบไปพบ”

“ตอนนี้หรือ ?” ศิษย์พี่ทำหน้าเหม็นเบื่อ

“เจ้าโง่ นอนอีกหน่อยเถอะ” ข้าล้มตัวลงและเข้าสู่ห้วงฝันแสนสุขต่อ

ดวงจันทร์ขึ้นแทนดวงอาทิตย์ ตอนนี้ค่ำแล้ว ข้าเตรียมไปพบท่านอาจารย์ เรียกให้ไปทันทีเช่นนี้เห็นทีคงไม่พ้นให้รับบทลงโทษ ข้าก้าวออกจากห้อง ตรงไปเรือนใหญ่ของท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์ของข้าอายุเพียงสามสิบปีมนุษย์ น้อยกว่าอาจารย์เจ้าสำนักทั้งหมดที่ตำหนักดับทมิฬเคยมี ตอนข้ามาที่นี่ครั้งแรก ข้ายังนึกทึ่งและนับถือกับความเก่งกาจของท่าน ใต้หล้าในรุ่นอายุเพียงเท่านี้ถือว่าท่านเป็นอันดับหนึ่ง

ข้าคิดถึงเรื่องที่ศิษย์พี่อวี้กล่าวถึงอีกเรื่อง บางทีเขาอาจจะหยอกข้า มันเป็นไปไม่ได้เลยไม่ใช่หรือ อะไรที่เป็นไปไม่ได้สำหรับข้าคือเป็นไปไม่ได้จริงๆ จะเป็นไปได้อย่างไร ที่ท่านอาจารย์จะรู้จักมักจี้กับจ้าวปีศาจโลหิตราตรี ข้าส่ายหัว ครั้งนี้ศิษย์พี่คงจินตนาการมากเกินไปหน่อย

ในเรือนใหญ่ข้าพบว่าทุกส่วนมืดทั้งสิ้น แสงสว่างออกมาจากห้องนอนของท่านอาจารย์เพียงส่วนเดียว ข้าก้าวอย่างเงียบเชียบไปที่ห้องนั้น เสียงกุกกักดังขึ้น ข้าแง้มประตูออก แผ่นหลังของท่านอาจารย์ปรากฏให้เห็น ข้าเตรียมจะก้าวเข้าไป อะไรบางอย่างสะกิดใจให้ข้าหยุดรอต่ออีกหน่อย ผมยาวสีดำสนิทนั้นดูคุ้นตา แต่ในยุทธภพบุรุษผมยาวมีทั่วไป ข้านึกไม่ออกว่าไปคุ้นกับใคร

เสี้ยวหน้าส่วนหนึ่งทำให้ตัวข้าตัวเย็นเชียบยิ่งกว่าคราวในถ้ำ ความรู้สึกน่าขนลุกกลับมาอีกครั้ง ครานี้มันเย็นไปถึงเลือดและไขกระดูกทุกส่วนในร่างกาย มันมาทำอะไรที่นี่ ท่านอาจารย์หายไปที่ใด พลันข้าสบกับนัยน์ตาสีแดงลึกล้ำดั่งห้วงอเวจี

“เข้ามาสิ เข้ามาหาท่านอาจารย์ของเจ้า” มันเอ่ยกับข้า

ตั้งแต่นั้น ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ชีวิตของข้าก็ตกเป็นของเล่นของมันไปตลอดกาล

 

 

 

 

 

 

เรื่องนี้เคยเขียนไปประกวคเรื่องสั้นค่ะ แต่ไม่ติด 5555555 เลยเอามาแปลงเป็นโอเอสซะเลย ไม่แน่ใจว่าจะโอเอสมั้ย อยากแต่งต่อนะคะ แต่มีแพลนปักเรื่องอื่นไว้เเล้ว อยากแต่งจริง ๆ ค่ะ แต่มีร่างเดียว ฮืออออ เอ้อ เผื่อใครยังไม่รู้เราขอฝากฟิค Midnight หน่อยนะคะ ! จะเริ่มอัพเดตแล้วค่ะ !!

สกรีมแท็ก #ดวงจันทร์และคำอธิษฐาน ได้นะคะ

ไว้เจอกันใหม่ ขอให้สนุกกับการอ่านค่ะ อย่าลืมรักษาสุขภาพ รักนะคะ !

 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น