อุบัติการณ์ไวรัสถล่มโลก

ตอนที่ 2 : ผู้รอดชีวิต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 701
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 101 ครั้ง
    19 ต.ค. 62

กลิ่นควันไฟเริ่มหนักขึ้นเมื่อเริ่มเข้าใกล้ต้นตอของแหล่งระเบิด ผมเบาฝีเท้าลง...พุ่งตัวหลบอยู่ตามมุมของตึกแถวที่เคยเป็นย่านอาศัยหลักใจกลางเมือง

แสงสว่างจากเพลิงไหม้ส่องสว่างมากพอ จนผมไม่จำเป็นจะต้องใช้ไฟฉายที่ติดอยู่ที่ปากกระบอกปืน

ยิ่งวิ่งเข้าไปใกล้จุดเกิดเหตุ ภาพต่างๆ ก็ยิ่งชัดเจนขึ้น ขาของผมเตะโดนบางสิ่ง ผมก้มลงมองอย่างเร็วจนพบว่านั่นคือมือของมนุษย์ที่โผล่ออกมาจากซากปรักหักพังที่เกิดจากการระเบิด ข้อมือของเขาบิดงอราวกับโดนสัตว์กัดแทะ ที่ปลายแขนเสื้อมีสัญลักษณ์ของเขตผู้รอดชีวิตที่ 3

“หรือว่า พวกเขามาจากเขต 3”

กรี๊ดดดดด!!!

เสียงกรีดร้องจากเด็กผู้หญิงดังขึ้นที่มุมตึก ผมมองไปยังต้นเสียงพบว่ามันอยู่ไม่ไกล พร้อมกับเสียงปืนที่ดังตามขึ้นมาติดๆ ยังมีคนรอดชีวิตอยู่! สมองของผมสั่งการ เท้าทั้งสองข้างวิ่งไปยังปลายเสียงอย่างรวดเร็ว

วิ่งจนพ้นจากมุมตึก ภาพที่เห็นคือสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายมนุษย์กำลังจ้วงแทงชายในชุดทหารที่กำลังปกป้องเด็กวัยรุ่นสองคนที่อยู่ด้านหลัง พวกมันมีมากกว่าหนึ่งตัว...แม้จะถูกยิงล้มไปตัวหนึ่ง แต่อีกหลายตัวต่างพุ่งเข้าใส่หวังหมายเอาชีวิตของทั้งสามคน

ทหารหนุ่มยิงกระสุนจนหมด สถานการณ์เลวร้ายเมื่อเจ้าสัตว์ประหลาดกำลังพุ่งเข้าใส่เค้า

ปัง!!

กระสุนปืนแหวกอากาศพุ่งเข้าเจาะหัวพวกมันไปหนึ่งตัว เลือดสีดำข้นของมันพุ่งกระจายออกตามแนวปืนที่พุ่งออกจากกะโหลกศีรษะ ผมทอดสายตามองผ่านศูนย์เล็งแล้วกระหน่ำยิงพวกมันตัวละหนึ่งนัด จนเหลือพวกมันอยู่ตัวนึง ผมวิ่งเข้าประชิดคว้าแขนของเจ้าสัตว์ประหลาดนั้นแล้วยัดปากกระบอกปืนอัดเข้าที่ปลายคาง

ปัง!!!

สิ้นเสียงปืนนัดสุดท้าย ร่างของมันก็ล้มลงนอนกองกับพื้น

“คุณคือ...” ทหารหนุ่มคนนั้นเอ่ยทัก น้ำเสียงของเขาหอบและสั่น ผมเห็นสายตาของเขามองมายังผ้าพันแขนของผมที่มีตราสัญลักษณ์เป็นรูปนกอินทรีย์ขยายปีก “...ใช่จริงๆ ด้วย คุณเป็น...” ยังไม่ทันได้พูดจบประโยค ร่างของทหารหนุ่มก็ทรุดลงนั่งกับพื้น

“เฮ้ เป็นอะไรมากรึป่าว” ผมรีบวิ่งเข้าไปประคองเค้า แล้วพามานั่งพิงกำแพงในที่ปลอดภัยจนผมสังเกตได้ว่ามือของผมเปื้อนเลือดขณะช่วยพยุงร่าง “เจ็บหนักขนาดนี้ ฉันว่าพักก่อนเถอะ”

“ผมไม่เป็นอะไร”

“พวกนายมาจากเขตสามสินะ เกิดอะไรขึ้นกับที่นั่น”

“แอ่กๆๆ” แม้จะไม่ได้คำตอบจากคำถามที่ผมถามไป เนื่องด้วยอาการของเขานั้นหนักมาก ผมสังเกตเห็นบาดแผลขนาดใหญ่ที่บริเวณท้องด้านซ้าย แม้จะมีเสื้อเกราะกันกระสุนแต่มันก็ไม่อาจต้านทานกรงเล็บอันแหลมคมของพวกออร์กาได้

ถัดไปข้างๆ คือเด็กผู้ชายอายุน่าจะสิบหกปี ซึ่งกำลังถือปืนพกเล็งมาที่ผม กับเด็กผู้หญิงอีกคนวัยเท่าๆ กันหลบอยู่ด้านหลังด้วยอาการหวาดกลัวสุดขีด

“พวกเธอไม่เป็นอะไรนะ” ผมหันไปถามอาการของเด็กทั้งสอง พวกเธอพยักหน้าตอบผมอย่างช้าๆ “เอาล่ะ เรารีบออกไปจากที่นี้ก่อนที่ไฟจะดับ” ถึงแม้เจ้าพวกออร์กาจะไม่แพ้แสงสว่างที่เกิดจากการระเบิด แต่แสงสว่างก็ทำให้ตาของพวกมันพร่ามัว แต่หากอยู่ในที่มืดละก็...คนที่จะเป็นฝ่ายถูกล่าก็คือพวกเรา

ยังไม่ทันจะได้ถามอะไรเพิ่มเติม ก็เกิดเสียงประหลาดขึ้น

ครืนนนนน...!!

จู่ๆ เสียงผนังอาคารตรงหน้าก็ดังราวกับจะถล่ม ไม่ทันไรกรงเล็บขนาดใหญ่กว่ามือคนปกติสามเท่าก็พุ่งออกมาจากกำแพง กรงเล็บนั้นคว้าเข้าที่ตัวผมอย่างกับว่ามันสามารถมองทะลุกำแพงได้

“หนีไปเร็ว!!!” ผมบอกกับทั้งสามคนให้วิ่งหนีไป ขณะที่ผมพยายามเล็งปืนไปยังเจ้าของกรงเล็บใหญ่ตรงหน้า เจ้าออร์กาตัวนี้มีขนาดใหญ่กว่าตัวปกติถึงสามเท่า สูงราวสามเมตรได้แถมร่างกายของมันใหญ่โตราวกับนักเพาะกาย

แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้เหนี่ยวไก เจ้าสัตว์ประหลาดร่างยักษ์ก็โยนผมไปอัดกับรถยนต์ที่จอดนิ่งอยู่ด้านข้าง แรงอัดกับโครงเหล็กแผ่ซ่านผ่านชั้นเกราะจนร่างของผมสะท้านไปหมด

สายตาของผมยังคงมองเห็นร่างของทหารหนุ่มปกป้องเด็กทั้งสองอย่างสุดกำลัง แม้ว่าพวกเขาจะเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาเท่านั้น ขณะที่สัตว์ประหลาดร่างยักษ์ค่อยๆ เดินเข้าหาพวกเค้า

ผมรวบรวมสติ เอื้อมมือไปคว้าประตูรถแล้วดึงมันออกมาจากโครงเหล็ก ก่อนจะพุ่งตัวเข้าใส่ออร์การ่างยักษ์แล้วฟาดมันด้วยประตูรถหนาเข้าเต็มแรง ร่างของมันเซไปเล็กน้อยก่อนจะหันมาคำรามเสียงดังน่าเกรงขาม แต่นั่นไม่ทำให้ผมรู้สึกกลัวสักนิด

ผมพุ่งตัวเข้าประชิดตัวมันที่สุดเท่าที่จะทำได้ ง้างหมัดขวาต่อยไปที่กลางลำตัวของมัน ด้วยแรงทั้งหมดที่ผมส่งออกไป ร่างของมันเซจนเกือบจะล้ม ผมจึงใช้โอกาสนั้นง้างหมัดที่สองเตรียมเผด็จศึก แต่เจ้านั้นฟื้นตัวได้ไวอย่างน่าเหลือเชื่อ มันคว้ามือของผมไว้แล้วลากร่างของผมขึ้นเหนือพื้นแล้วฟาดลงกระแทกกับพื้นเสียงดังสนั่น

ผมรีบรวบรวมสติ เตะตัดขาด้านซ้ายจนตัวของมันทรุดลงกับพื้น มันยังคงฟาดผมด้วยมือขนาดใหญ่มหึมานั้น แต่ผมรวบมือของมันไว้กับตัวแล้วใช้มืออีกข้างหยิบปืนพกที่เหน็บไว้ที่ข้างเอวออกมา ผมออกแรงดึงมือขณะที่มันคล่อมร่างของผมไว้อยู่ เพื่อให้ใกล้กับใบหน้าของมันที่สุดก่อนที่จะง้างปืนจ่อไว้ที่ปลายคาง

“ตายซะ!” ผมเหนี่ยวไกปืน ร่างของสัตว์ประหลาดร่างยักษ์ค่อยๆ ล้มลงมาก่อนที่ผมจะผลักมันให้ล้มลงข้างๆ ตัว

“พี่คะ!” ยังไม่ทันที่ผมจะได้หยุดพัก เสียงร้องจากเด็กหญิงที่รอดชีวิตปลุกผมให้ตื่นขึ้น ผมค่อยๆ เดินไปหาเธอ ก่อนจะเห็นว่านายทหารคนนั้นได้เสียชีวิตลงแล้ว

“เราช่วยเขาไม่ได้แล้ว รีบไปกันเถอะ” ในสถานการณ์แบบนี้ สิ่งที่ผมทำได้มีเพียงก้าวต่อไป

“แต่... คุณช่วยพี่หนูได้นิ ใช่มั้ย” เด็กสาวหันมาสบตาผม สายตาของเธอเออล้นไปด้วยความโศกเศร้า มือของเธอกำเสื้อของพี่ชายไว้ไม่มีปล่อย

ผมได้แต่ส่ายหน้า “ฉันช่วยอะไรไม่ได้” ผมจ้องตาเธอ “เราต้องรีบไป พวกมันกำลังมา”

“ทำตามที่เขาบอกเหอะหยก ฉันยังไม่อยากตายอยู่ที่นี่” เด็กผู้ชายพูดขึ้นมาขณะก้มลงหยิบปืนออกจากมือของทหารคนนั้น ส่วนเด็กผู้หญิงปาดน้ำตารวบรวมความกล้าและสติเดินตามผม

ผมพาเด็กทั้งสองวิ่งลัดไปตามซอกซอยขนาดเล็ก ความมืดเริ่มเข้ามาเยือนเมื่อพวกเราออกห่างจากเขตไฟไหม้ ยิ่งพวกเราวิ่งออกห่างจากแสงไฟมากเท่าไหร่ เสียงแปลกๆ ก็ยิ่งดังตามหลังพวกเรามากขึ้น ผมสัมผัสได้ว่าพวกมันล้อมเราอยู่

“เร็วเข้า อีกนิดเดียว” ผมเร่งเด็กทั้งสอง ขณะวิ่งพาพวกเขามายังโรงเรียนแห่งหนึ่งซึ่งติดอยู่กับแม่น้ำ ผมเปิดประตูรั้วเหล็กเข้าไปภายในโรงเรียน หลังจากนั้นหยิบรีโมทขึ้นมากดปุ่มสีแดงที่อยู่ตรงกลาง ไฟยูวีที่ติดอยู่ตามรั้วของโรงเรียนได้สว่างขึ้น

แสงสว่างนั้นสว่างพอจะสาดส่องให้เห็นเหล่าออร์กาจำนวนมากที่วิ่งตามพวกเรามา แต่เมื่อมันก้าวมาถึงบริเวณที่มีแสงยูวี ร่างกายของพวกมันก็เริ่มโดนเผา พวกมันจึงค่อยๆ ถอยกลับไปอยู่ในเงามืด ได้แต่เพียงส่งเสียงคำรามข่มขู่พวกเราท่ามกลางความมืดเท่านั้น

ที่ซ่อนลับของผมอยู่ที่ห้องแลปในโรงเรียนแห่งนี้ เดิมทีเมื่อก่อนห้องแห่งนี้ใช้เป็นที่เก็บสารอันตราย จึงมีประตูและห้องนิรภัยป้องกัน มันจึงเหมาะที่จะใช้เป็นที่ซ่อนตัว ผมค่อยๆ ปิดประตูเหล็กหนา แล้วเปิดไฟโชว์ห้องขนาดกว้างเท่ากับตู้คอนเทนเนอร์

“เราปลอดภัยแล้ว” ผมหันไปมองกับเด็กทั้งสองคน ที่ตอนนี้ทั้งคู่ต่างนั่งอยู่คนละมุมห้อง สายตาของพวกเขาเหนื่อยล้า ก็นะ...เจอกับเรื่องเลวร้ายมาตลอดทั้งวัน ผมเองก็ทรุดตัวลงนั่งพิงผนัง ถอนหายใจลากยาวด้วยความคลายกังวล ก่อนที่ผมจะเผลอหลับไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 101 ครั้ง

68 ความคิดเห็น

  1. #47 mirror image (@abnormality) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 22:47
    ดึงประตูมือเปล่า
    โดนจับเหวี่ยงฟาดพื้นไม่สะทกสะท้าน
    ต่อยสัปหลาดสูงสามเมตรเกือบล้ม
    พระเอกนี่ยังเป็นคนปกติไหม หรือกลายพันธุ์ไปแล้ว
    #47
    1
    • #47-1 sutanainight (@sutanainight) (จากตอนที่ 2)
      16 พฤศจิกายน 2562 / 23:08
      ต้องติดตามต่อไปเลยค้าบบ > <
      #47-1
  2. #33 A Turtle (@shiro-) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 22:56
    พระเอกบ้าเลือดอยู่นะ เอาประตูรถฟาดออร์ก้าอ่ะ555
    #33
    0