The butterfly รักวุ่นวายคุณชายฮันซอง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 143 Views

  • 1 Comments

  • 7 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    34

    Overall
    143

ตอนที่ 2 : คำทำนายของซอกฮันซอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    8 ม.ค. 62

 ผมพยายามที่จะลุกขึ้นยืนแต่ด้วยความไม่คุ้นชินทำให้ผมล้มลงไปอยู่หลายครั้ง นี่เป็นครั้งแรกที่ผมจะเดินตั้งแต่เกิดมาฝันว่าอยากจะเดินได้เหมือนคนปรกติ อยากจะวิ่งเล่นกับพี่จินตอนนี้ผมทำมันได้แล้วผมสามารถเดินได้แล้ว ตอนนี้ผมต้องกลับไปที่บ้านของตระกูลพัคในฐานะทายาทเลือดบริสุทธิ์คนที่สามของตระกูลพัค พัคจองชาน เพื่อตามหาคนที่มันฆ่าผม!

ผมเดินเกาะต้นไม้ตามทางไปเรื่อยๆตามที่ความทรงจำอันเลือนลางนั่นบอกกับผมจนเข้าถึงเขตพระราชวัง พระราชวังชิลลาอันงดงามนั่นทำเอาผมขนลุกไปหมดผู้คนที่แต่งตัวด้วยชุดฮันบกต่างจับจ้องมาที่ผมด้วยความตกใจพร้อมกับพูดถึงเรื่องราวของผีเสื้อสีแดงที่หญิงชราคนนั้นได้พูดถึง กลุ่มชายฉกรรจ์หลายคนกรูเข้ามาพยุงร่างของผมเอาไว้ก่อนที่จะทรุดลงไปกับพื้น

"ท่านจองชานขอรับท่านยังมีชีวิตอยู่จริงๆด้วย นายหญิงจะต้องดีใจมาแน่ๆ พวกข้าจะพาท่านกลับไปที่บ้าน"

"พวกเจ้า..เป็นใคร"

"พวกข้าน้อยเป็นคนของใต้เท้าพัคขอรับ"

"รีบพาข้าไป"

จะได้เจอแล้วสินะใต้เท้าพัค ปู่ของพัค จองชาน คนพวกนั้นแบกผมที่หมดแรงไว้บนหลังก่อนที่จะรีบเดินทางไปที่บ้านของตระกูลพัค ใต้เท้าพัครีบกลับมาที่บ้านเพื่อมารอรับผมชุดขุนนางสีม่วงบ่งบอกว่าเป็นขุนนางระดับสูงนั้นดูสง่างามน่าเกรงขามผมยาวสีดำปนขาวถูกมัดรวบอย่างเรียบร้อยสวมทับด้วยหมวกขุนนางหนวดเคราที่ยาวและหงอกขาวบ่งบอกถึงอายุที่มากกำลังจ้องมองมาที่ผมด้วยความดีใจ ข้างกันคือแม่ของจองชานที่รีบวิ่งออกมารับลูกชายชุดฮันบกสีดำและคราบน้ำตาของเธอราวกับคนตรอมใจใกล้ตายที่ได้พรจากสวรรค์

"จองชานหลานข้า เจ้ายังไม่ตาย"

"ข้าคิดว่าเจ้าจะถูกฆ่าตายไปแล้ว ลูกชายของข้า"

ความดีใจอันเอ่อล้นที่ปิดไม่อยู่ของสองคนนั้นทำให้ผมถึงกับรู้สึกสะอึกเล็กน้อยที่คนที่กลับมาไม่ใช่จองชานอย่างที่คิด ชายอีกสองคนในชุดบัญฑิตต่างวิ่งมาด้วยท่าทางดีใจ พัค จองชิน และพัค จินฮเว พี่ชายของจองชานทั้งสองคนต่างวิ่งเข้ามากอดผมด้วยความดีใจ 

"น้องข้า ข้าคิดว่าเจ้าตายแล้ว เจ้ารู้มั้ยว่าเจ้าทำข้ากับพี่ใหญ่ร้องไห้เกือบตาย ไอ้เด็กบ้า"

ผมพยายามแกะจองชินกับจินฮเวที่รัดผมอย่างเอาเป็นเอาตายเหมือนงูเขียวเจอตุ๊กแกออกอย่างยากลำบาก หายใจไม่ออกเว้ย พี่ใจเย็นๆ จะตายเพราะพี่นี่แหละ

"ปล่อยข้าก่อนได้มั้ย"

"น้องข้าาา ~T_T~ อะฮือออ"

"ข้าจะตายเพราะท่านนี่แหละ ข้าหายใจไม่ออก π_π"

"โทษทีข้าดีใจมากไปหน่อย แสดงว่าเรื่องที่เจอเจ้ากับผีเสื้อสีแดงของภูเขาจินเซนั่นน่ะเป็นเรื่องจริง ข้า..ข้า..น้องข้าาาาา ฮืออออ ~T_T~"

"ข้าไม่เป็นอะไร"

"จองชาน..เส้นผมของเจ้ามันถูกตัดออกไป ใครกันที่กล้าทำเรื่องหยาบช้าเช่นนี้"

ผมยกมือขึ้นลูบผมที่ตัดสั้นเหมือนตอนที่อยู่ในยุคปัจจุบันด้วยความมึนงงที่ทั้งจองชิน จินฮเว และใต้เท้าพัค บ่งบอกถึงความไม่พอใจอย่างรุนแรงนั่น ผมสั้นแล้วไงอ่ะ ผมเหลือบมองไปรอบๆทั้งคนรับใช้ ขุนนางและบัญฑิตชายและหญิงต่างก็ไว้ผมยาวกันหมด 

"ผู้ใดที่มันกล้าตัดผมเจ้า เท่ากับมันผู้นั้นได้หยามเกรียติและศักดิ์ศรีของเจ้าข้าจะจับมันมาตัดนิ้วซะให้หมด ให้มันสาสมกับสิ่งที่มันทำกับเจ้า"

อวสานช่างตัดผม -_-

"ท่านพี่ทั้งสอง ท่านแม่ ท่านปู่ ข้าอยากจะพัก ขาข้ามันล้าไปหมดแล้ว"

"พรุ่งนี้เจ้ามาหาข้า ข้ามีเรื่องที่จะคุยกับเจ้า"

ใต้เท้าพัคเดินออกไปพร้อมกับท่านแม่ที่เดินตามออกไปอย่างจำยอม 

"ข้าจะไปส่งเจ้าถึงเตียงนอนเลยน้องรักของข้าา"

อ่าา..จริงๆเลย นี่เขาต้องเป็นพี่ชายผมจริงๆใช่มั้ยเนี่ย

คิดแล้วเศร้าใจชะมัด...แต่มันก็ดูอบอุ่นดีนะ ยิ่งผู้หญิงคนนั้นน่ะแม่ของจองชานเธอหน้าเหมือนแม่ของผมมากเลยต่างกันแค่นิสัยและแววตาของเธอ...อ่อนโยนจริงๆ



[ตัวละครและเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องราวที่แต่งขึ้น]
..........

(จองกุก)

แสงแดดยามเช้าที่ส่องผ่านรอยแตกของไม้บนผนังกระทบเข้าที่ใบหน้าของผมจนต้องจำยอมลุกขึ้นมาหลังจากที่พลิกตัวหนีไปเรื่อยๆอยู่นาน
ผ้าม่านสีม่วงพัดปลิวไสวไปตามแรงลมอ่อนๆท่ามกลางอากาศที่เย็นสบาย ผมลุกขึ้นนั่งบนเตียงแล้วมองไปรอบๆห้องที่กว้างขวางพอตัวตกแต่งอย่างสวยงามตามยุคสมัยโบราณแจกันเครื่องหยกและสิ่งของล้ำค่าต่างๆต่างถูกจัดวางไว้อย่างดีบนพนังประดับด้วยภาพวาดของธรรมชาติที่ดูบรรจงเขียนกำกับด้วยภาษาเกาหลีโบราณที่คล้ายคลึงกับภาษาจีนเป็นข้อความปรัชญาในการใช้ชีวิต
มันเป็นเรื่องจริงสินะที่ผมต้องมาโผล่ที่นี่เพราะคำอธิษฐานของจองชานซึ่งมันก็คือตัวของผมเองในยุคนี้แถมยังเอาความทรงจำบางส่วนในชาตินี้เข้ามาอยู่ในหัวของผมด้วย
คิดถึงพี่จินจังแต่ตอนนี้คงกลับไปไม่ได้สินะ ผมจ้องมองขาของตัวเองแล้วถอนหายใจเบาๆ อย่างน้อยในชาตินี้ก็มีขาไว้เดินแหละวะ ถึงจะไม่มีเกมออนไลน์ให้เล่นก็เถอะ..ให้ตายสิคิดแล้วเศร้าชะมัด ~T_T~
ครืดด!!!

"จองชานน้องข้าาาาาาาาาาาา~~~ ข้ามาหาเจ้าแล้วน้องรักของข้า >3<"

พัค จองชิน เปิดประตูเข้ามาในห้องพร้อมกับวิ่งแปดคูณร้อยพุ่งเข้ามากอดผมที่นั่งอยู่บนเตียงด้วยความคิดถึงจนผมแทบหายใจไม่ออก วงแขนหนาของคนตัวใหญ่รัดผมแน่นพร้อมกับส่ายไปมา อะ..ไอ้บ้าฉันจะตายเพราะพี่นี่แหละ

"เจ้าคนโง่ ่ข้าเป็นห่วงเจ้าแทบแย่น่ะรู้มั้ย ตอนที่เจ้าถูกลักพาตัวไปพวกข้าต่างระดมไพร่พลออกตามหากันจนแทบพลิกแผ่นดิน เจ้าหายไปตั้งสามวันข้าคิดว่าเจ้าจะตายซะแล้วน้องพี่ ท่านแม่กับท่านปู่เองก็ตรอมใจจนซูบผอมเฝ้ารอการกลับมาของเจ้า ทุกคนหมดหวังคิดว่าเจ้าคงจะตายแล้ว แต่เจ้าก็กลับมา ขอบคุณจริงๆที่เจ้ารอดกลับมาหาข้า"

ผมเผลอเอามือจับที่คอของตัวเองเพราะเรื่องราวการตายของจองชานได้ผุดขึ้นมาในหัวความรู้สึกเจ็บปวดนั่นผมจำได้ดีราวกับมันฝังรากลึกลงไปในสมอง รอยแผลที่ลำคอจากการถูกดาบเฉือนจนตัดหลอดลมนั่นมันช่างน่ากลัว
จองชินเงยหน้าขึ้นมามองหน้าผมที่นิ่งไปสักพักด้วยความเป็นห่วงใบหน้าที่ดูหล่อเหลาของเขามีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าด้วยความรู้สึกดีใจที่เปี่ยมล้นออกมาจนปิดไม่อยู่

"ท่านปู่ต้องการพบเจ้า"
"อ่ะ...ผม..ข้างั้นหรอ"
"มากับข้าเถอะ"

จองชินคว้ามือของผมเดินลงจากเตียงแล้วพาเดินไปที่บ้านพักของขุนนางชั้นผู้ใหญ่อย่างใต้เท้าพัค ระหว่างทางผู้คนต่างแอบมองผมด้วยแววตาสงสัยแต่ไม่มีใครกล้าพูดอะไรเพราะเกรงในอำนาจของจองชิน
ประตูไม้ของบ้านถูกเลื่อนออกพร้อมกับจองชินที่พาผมเข้าไปในนั้น จินฮเว พี่ชายคนโต ท่านแม่ และใต้เท้าพัค พร้อมกับคนรับใช้อีกสองคนนั่งรออยู่ภายในนั้นแล้ว
ผมกับจองชินที่นั่งอยู่ตรงกลางห้องคำนับใต้เท้าพัคกับท่านแม่ด้วยความนอบน้อม

"พัคจองชาน เจ้านี่ช่างมีวาสนานัก"

เสียงของใต้เท้าพัคพูดขึ้นพร้อมกับยกน้ำชาขึ้นมาจิบอย่างใจเย็น ท่านแม่แล้วก็พี่ชายอีกสองคนต่างนั่งเงียบไม่พูดไม่จาเฝ้าดูเหตุการณ์อย่างใจจดใจจ่อ ผมก้มลงมองพื้นด้วยความประหม่าพยายามข่มความกลัวแล้วมองหน้าใต้เท้าพัคที่จ้องมองมาที่ผมด้วยแววตาที่ไม่สามารถแปลความหมายนั้นได้ภายใต้ท่าทางที่สงบเยือกเย็น

"ข้าจำเหตุการณ์วันนั้นได้ดี วันที่เจ้าถูกลักพาตัวหลังกลับมาจากการแสดงในราชวัง ผู้ติดตามเจ้าถูกฆ่าตายจนหมดพร้อมกับเจ้าที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ข้ากับพี่เจ้าต่างนำไพร่พลและกองกำลังทหารตามหาเจ้าแทบพลิกแผ่นดินชิลลา แม่ของเจ้าหลั่งน้ำตาราวกับจะสิ้นใจ จนพวกข้าหมดความหวังว่าจะได้เจอเจ้าที่ยังมีชีวิตอยู่แล้ว จนเมื่อวานนี้หญิงชราที่เป็นแม่ค้าโสมได้ป่าวประกาศว่าพบเจ้าพร้อมกับผีเสื้อสีแดงของภูเขาจินเซ ข่าวนี้ได้แพร่สะพัดไปทั่วเมืองจนแม่แต่พระราชาจินฮึงยังทรงทราบเรื่อง เจ้าที่เดินกลับมาสภาพที่ไร้รอยบาดแผลแต่เสื้อผ้ากลับเปื้อนไปด้วยเลือดและผมของเจ้าที่ถูกตัดจนสั้นทำให้ข้ารู้สึกดีใจแล้วก็แค้นใจยิ่งนัก ใครกันที่มันบังอาจจับเจ้าไปบอกข้าได้หรือไม่"
"ข้าจำได้เพียงว่าข้าวิ่งหนีชายชุดดำที่ไล่สังหารข้าอยู่ภายในป่าแล้วถูกจับได้ข้าได้อ้อนวอนขอชีวิตจากมันแต่ก็โดนดาบฟันจนตกลงไปในลำธาร มารู้สึกตัวเมื่อหญิงชรามาปลุกข้าที่นอนอยู่บนโขดหินข้างลำธารในป่าหลังพระราชวัง จึงเดินทางกลับมาในเมืองจนพบคนของท่านพามาที่นี่"
"แล้วเส้นผมของเจ้าล่ะถูกตัดไปตั้งแต่เมื่อใด"

เอ่ออออ... จะตอบว่าไงดีล่ะ -O-
ตอบว่าช่างตัดผมตัดให้จะถูกจับได้มั้ยวะ ที่ชิลลามีช่างตัดผมรึเปล่าผมก็ยังไม่รู้เลยให้ตายสิพับผ่า T_T

"ข้าเองก็ไม่รู้ตัวว่าถูกตัดออกไปเมื่อใดตอนข้าฟื้นขึ้นมาผมของข้าก็ถูกตัดออกไปแล้ว"
"มันผู้นั้นช่างบังอาจนัก เส้นผมนับเป็นของศักดิ์สิทธ์เป็นเกรียติและเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงชนชั้นและอำนาจ การตัดผมของเจ้าจนสั้นหมายถึงการเนรเทศและเหยียดหยามเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเจ้าและตระกูลพัค ข้าจะต้องนำเลือดของมันผู้นั้นมาล้างอายให้เจ้าและตระกูลให้ได้หลานข้า"
"ขอรับ.."

ผมนั่งฟังใต้เท้าพัคพูดด้วยความรู้สึกเป็นกังวลนิดหน่อย ใครกันที่ส่งคนมาฆ่าจองชานผมจะต้องตามหาตัวมันมาลงโทษให้ได้เพราะนั่นคือคำขอของจองชานที่พาผมมาที่นี่ ตัวผมในชาตินี้ผมจะต้องทวงความยุติธรรมให้ตัวเองให้ได้ จนกว่าจะถึงเวลาที่ผมได้กลับไปหาพี่จินอีกครั้งนึง ตอนนี้พี่จินจะเป็นยังไงบ้างนะ...
.
.
.
.
ณ บ้านของขุนนางตระกูลซอก มีหมอดูกำลังทำนายชะตาของคนในตระกูลหลังจากที่เมื่อคืนใต้เท้าซอกได้ฝันประหลาดราวกับเป็นลางร้าง
เพราะใต้เท้าซอกนั้นเชื่อเรื่องดวงชะตาเป็นอย่างมากจึงนำหมอดูเข้ามาเพื่อตรวจดวงชะตาของคนภายในบ้าน

"บัดนี้พระเจ้าจินฮึงองค์ราชาต่างปกครองไพร่ฟ้ามาอย่างยาวนานและสงบสุขได้แผ่อำนาจของชิลลาไปทั้วฟ้าทั่วแผ่นดินตระกูลซอกตระกูลคิมและตระกูลพัคที่เป็นสายเลือดเชื้อกษัตริย์ต่างถูกปกครองภายใต้ระบอบของราชา ถึงแม้จะถูกลดจากการเป็นสายเลือดศักดิ์สิทธ์แต่ก็เปี่ยมไปด้วยสายเลือดบริสุทธิ์ ตระกูลซอกของท่านนั้นบัดนี้ได้มีหลานชายเลือดบริสุทธิ์อยู่เพียงสองคนถึงแม้ว่าจะมีเลือดผสมอยู่ถึงสองคนก็ตาม น่าเสียดายที่หลานชายสายเลือดบริสุทธิ์ของท่านคนนึงกำลังจะสิ้นใจ"
"เจ้าหมายความว่ายังไง"

เสียงที่บ่งบอกถึงความวิตกกังวลของใต้เท้าซอกและความกังวลของตระกูลซอกแผ่ออกมาจากเห็นได้ชัดหมอดูเฒ่าก้มหน้าลงกับพื้นด้วยความเกรงต่ออำนาจของใต้เท้าผู้ยิ่งใหญ่

"ท่านชายฮันซอง ตามชะตาของหลานท่านตอนนี้กำลังจะถึงฆาต ท่านจะต้องสูญเสียสายเลือดบริสุทธิ์ไปขอรับ มีทางที่จะแก้เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น แต่ข้าเกรงว่า...."
"เจ้ามีอะไรก็พูดมา อย่าชักช้าให้ข้ากังวลใจ"
"ชะตาของท่านชายฮันซองนั้นถูกขีดชะตาเป็นคู่กับชายที่ได้รับพรวิเศษจากเทพเจ้าแห่งภูเขาจินเซ คนที่เปรียบราวกับดอกไม้งามที่แสนบริสุทธิ์แต่กลับเข้มแข็งและกล้าหาญมากกว่าผู้ใด ท่านจะต้องแต่งคนผู้นั้นเข้ามาในบ้านในฐานะของคู่ชีวิตของท่านฮันซองเพื่อแก้ชะตา"
"เจ้าหมายถึงผู้ใด"
"พัค จองชาน หลานชายของใต้เท้าพัคผู้ที่ชาวเมืองได้กล่าวขานว่าปรากฏตัวพร้อมกับผีเสื้อสีแดงผู้นั้น หลังจากที่ถูกลักพาตัวเพื่อสังหารชาวเมืองและก็ผู้คนทั้งเมืองต่างก็คิดว่าคงจะถูกสังหารตายไปแล้วแต่คนผู้นั้นเองก็ได้กลับมาที่บ้านราวกับปฎิหารย์ผู้คนเชื่อว่าชายผู้นั้นได้รับพรจากผีเสื้อสีแดงของภูเขาจินเซในรอบห้าร้อยปีขอรับ"
"นี่หมายความว่าจะให้ข้าแต่งงานกับผู้ที่เป็นชายงั้นหรือ!! เจ้าเสียสติไปแล้วหรือไงกัน!"

เสียงทุ้มต่ำของซอกฮันซองตะคอกหมอดูเฒ่าด้วยความไม่พอใจที่กล่าวคำทำนายแบบนี้ให้แก่ใต้เท้าซอกผู้เป็นปู่ของเขาฟังทุกคนล้วนตกใจกับคำทำนายประหลาดนี้เป็นอย่างมาก ท่านชายผู้สูงศักดิ์กัดฟันด้วยความโมโหที่จะต้องแต่งงานกับคนตระกูลพัค ใบหน้าที่ดูงดงามราวกับดอกไม้นั่นบ่งบอกถึงความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
ใต้เท้าซอกมองหลานชายที่กำลังโมโหพร้อมกับจ้องมองให้สงบสติอารมณ์ลง

"ได้ ข้าจะสู่ขอพัคจองชานจากใต้เท้าพัคมาเป็นคู่ชีวิตให้ฮันซอง"
"ท่านปู่! ท่านจะทำแบบนี้กับข้าไม่ได้นะ"
"สายเลือดบริสุทธิ์ของเจ้าสำคัญกว่าสิ่งใดเข้าใจมั้ย ซอกฮันซอง!"

ฮันซองถึงกับนิ่งไปพยายามข่มความไม่พอใจเอาไว้ จนกระทั่งหมอดูกลับออกไปพร้อมกับเขาที่เดินหัวเสียออกมาตามทางในเมืองเรื่อยๆเพราะหวังว่าจะบรรเทาความไม่พอใจลงได้บ้าง

"เจ้าอย่าหัวเสียไปเลยฮันซอง เจ้าก็แค่แต่งพอเป็นพิธีการก็แค่นั้นไม่เห็นจะต้องมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับหลานชายตระกูลนั้นก็ได้"
"ท่านไม่คิดว่าคำทำนายนั้นมันประหลาดบ้างหรอท่านพี่ มีอย่างที่ไหนจะให้ชายแต่งชาย"
"ขันทีเป็นสนมได้ฉันใด เจ้าก็แต่งกับชายได้ฉันนั้นแหละน้องพี่ หรือเจ้ามีหญิงงามใดในใจแล้วบอกข้าได้หรือไม่"

อินกุกพี่ชายสายเลือดผสมที่เกิดจากแม่ที่เป็นคนรับใช้ของฮันซองพูดขึ้นพร้อมกับเดินเคียงคู่น้องออกมาตามทางเดิน ฮันซองหัวเราะเบาๆพร้อมกับส่ายหัวปฏิเสธ เขาแค่รู้สึกไม่พอใจที่จะต้องแต่งงานกับคนตระกูลพัคก็แค่นั้น ยิ่งเขาคิดถึงความร้ายกาจของพัคจองชินและพัคจินฮเวที่เป็นพี่ชายของคนๆนั้นแล้วก็แทบรู้สึกขยาด ทั้งที่รู้มาก่อนว่าทั้งสองคนนั้นมีน้องชายอีกคนแต่ก็กลับไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลย ทั้งๆที่ก็เข้ารับการฝึกเป็นฮวารังพร้อมๆกันกับสองคนนั้นแต่พัคจองชานผู้เป็นน้องกับไม่เคยโผล่หน้ามาหาพี่ชายแม้แต่ครั้งเดียว ฮันซองคิดในใจพร้อมกับครุ่นคิดไปมาถึงความลึกลับของพัคจองชาน ร่างสูงโปร่งของคนทั้งสองดูงดงามและโดดเด่นกว่าคนชนชั้นสามัญภายในเมืองทั่วไปชุดสีน้ำเงินที่สวมใส่ดูสะอาดตาและสวมเครื่องประดับล้ำค่านั้นบ่งบอกถึงการเป็นคนร่ำรวยเหล่านางรำที่สร้างความบันเทิงในร้านสุราและหญิงสาวนางคณิกาต่างจับจ้องสายตาไปที่คุณชายหนุ่มด้วยความเสน่ห์หา พลันสายตาของเขาก็ได้สะดุดกับชายคนนึง พัคจองชิน ที่กำลังพาชายอีกคนที่ใช้ผ้าคลุมศีรษะกำลังเลือกซื้อของอยู่ตรงร้านขายเครื่องประดับด้านหน้าของเขา


....................

สาระน่ารู้ประเทศเกาหลี

พระเจ้าจินฮึงแห่งซิลลา (ครองราชย์ ค.ศ. 540 - ค.ศ. 576) เป็นพระราชาแห่งอาณาจักรซิลลา หนึ่งในสามก๊กแห่งเกาหลี ทรงเป็นกษัตริย์ลำดับที่ 24 สืบต่อจากพระเจ้าบอบฮึง เป็นหนึ่งในกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ของชิลลาและเป็นผู้ขยายดินแดนของให้ชิลลากว้างใหญ่ขึ้นและได้ทำสงครามกับพระเจ้าซอง กษัตริย์ที่ 26 ของแพคเจ ที่สมรภูมิเหนือแม่น้ำฮัน พระองค์ทรงชนะการต่อสู้นี้และขยายอาณาเขตของชิลลาอย่างกว้างขวาง

[ชนชั้นสายเลือดศักดิ์สิทธ์]

ชั้นกระดูกซองโกล หรือ สายเลือดศักดิ์สิทธิ์ จะมีแค่พระราชา พระมเหสี โอรสธิดาที่เกิดแด่พระราชากับพระมเหสีหรือพระสนมเท่านั้น
สิทธิของชั้นซองโกล คือ ไม่มีข้อจำกัดด้านทรัพย์สิน ทุกอย่างในชิลลาถือเป็นของพระราชา สามารถยึดคืนจากชนชั้นอื่นๆเมื่อปลดตำแหน่งออกไปแล้ว จากการกระทำอันผิดกฎหมาย หรือการก่อกบฎ

ชั้นกระดูกจินโกล หรือ สายเลือดแท้ คือ พระญาติสายที่ห่างออกไป และขุนนางที่เป็นชาวชิลลาแท้ที่ต้นตระกูลได้สร้างผลงานไว้มาก มีสิทธิในการครอบครองทรัพย์มากกว่าชนชั้นอื่น

ความเชื่อเรื่องการตัดผมสั้นในสมัยก่อน

ผมเขาไม่ตัดกัน ถือว่าเป็นของล้ำค่า ที่พ่อแม่ให้มา เป็นของศักดิ์สิทธิ์ และถือว่าเป็นเกรียติเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นการตัดผมสั้นในยุคสมัยของชิลลาจึงเป็นเรื่องเหยียดหยามร้ายแรงมาก
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

0 ความคิดเห็น