The butterfly รักวุ่นวายคุณชายฮันซอง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 146 Views

  • 1 Comments

  • 7 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    37

    Overall
    146

ตอนที่ 1 : เรื่องเล่าของชายคนนั้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 34
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    3 ม.ค. 62

       ใจกลางป่าลึกแห่งหนึ่งคืนเดือนเพ็ญในอาณาจักรชิลลา

ร่างของชายวัยแรกรุ่นได้ทรุดลงอย่างเหนื่อยล้าข้างดงไม้เพื่ออำพรางร่างกายจากการถูกตามล่าโดยชายชุดดำที่ลักพาตัวของเขามา ดวงตากลมสวยเหลียวมองซ้ายขวาอย่างไม่ไว้วางใจ

หยดน้ำตาของเขาหลั่งออกมาอย่างไม่ขาดสายด้วยความหวาดกลัวจับใจแต่ถึงจะหวาดกลัวแค่ไหนก็แทบจะไม่มีเสียงใดๆหลุดออกมาจากปากของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว

ขาที่สั่นเทาแทบหมดแรงลุกขึ้นยืนนั้นขดเข้ากับตัวเพราะกลัวว่าจะถูกมองเห็น เสื้อผ้าราคาแพงที่ปกคลุมร่างกายของเขานั้นถูกหนามและตอไม้เกี่ยวขาดรุ่งริ่งหมดราคา

ซ้ำทั้งเนื้อทั้งตัวต่างเปื้อนดินเปื้อนโคลนจนมอมแมมไปหมด ผิวขาวเนียนก็แดงเขียวมีรอยช้ำเพราะล้มลุกคลุกคลานจากการหนี ตอนนี้เขาหวังอย่างเดียวว่าอย่าให้ชายชุดดำที่ลักพาตัวเขาคนนั้นหาตัวเจอก็พอจนเวลาผ่านไปซักพักบรรยากาศก็เริ่มเงียบผิดปรกติ แม้แต่สิงสาราสัตว์ก็ไม่มีแม้แต่เสียงจิ้งหรีดที่ออกมาร้องดังเช่นทุกวัน เสียงของรองเท้าเหยียบใบไม้แห้งดังเข้ามาใกล้เข้าทุกทีเขาถึงกับใช้มืออันสั่นเทาเพราะความหวาดกลัวสุดขีดนั่นปิดปากของตัวเองแน่นเพราะกลัวว่าเสียงแม้แต่น้อยนิดของตัวเองจะหลุดลอดออกไปในใจที่หวาดกลัวนั้นเฝ้าคิดถึงแต่ผู้เป็นบิดามารดาอย่างสิ้นหวัง

เสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามานั้นได้หยุดลงพร้อมกับปลายดาบที่เย็นยะเยือกที่สัมผัสผิวเนื้อบริเวณลำคอของเขา

"ท่านหนีความตายไม่พ้นหรอก นายน้อยจองชาน"

"เจ้าเป็นใคร ต้องการอะไร"

"ชีวิตของท่าน มันเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ข้าต้องการ"

"ใครส่งเจ้ามา"

"ข้าไม่ได้มีหน้าที่ที่จะต้องมาตอบคำถามของท่าน"

ชายชุดดำโพกผ้าปิดใบหน้าได้คว้าเข้ากับคอเสื้อของจองชานแล้วลากลงไปที่โขดหินข้างลำธารอย่างทุลักทุเลร่างกายของลูกชายขุนนางชั้นผู้ใหญ่เต็มไปด้วยรอยแผลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

จองชานร้องไห้จนแทบจะหมดสิ้นเสียงพร้อมกับอ้อนวอนขอชีวิตอย่างน่าเวทนาแต่ก็ไร้ผล

คมดาบได้ตวัดลงที่กลางหลังของเขาอย่างรวดเร็วเกิดรอยแผลลึกเป็นทางยาว

ชายชุดดำกระหน่ำใช้ดาบที่แหลมคมนั่นฟันไปที่ร่างกายของเขาอีกหลายสิบครั้งอย่างไร้ความปราณีแม้ว่าจองชานจะแน่นิ่งไปแล้วก่อนที่จะใช้คมดาบปาดเข้าที่ลำคอของเขาตัดหลอดลมเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีทางฟื้นขึ้นมาได้อีก

แล้วโยนร่างของจองชานลงไปในลำธารลึกแล้วจ้องมองผลงานของตัวเองอย่างพอใจด้วยความเลือดเย็น

"อภัยให้ข้าด้วยท่านจองชาน ท่านช่างรูปโฉมงดงามนักแต่ช่างไร้บุญเหลือเกิน"

พอพูดจบชายชุดดำก็ได้เดินออกไปแล้วหายเข้าไปในความมืด

'จองชานอา..เจ้าเคยได้ยินตำนานของผีเสื้อสีแดงของยอดเขาจินเซรึไม่'

'ข้ายังไม่เคยฟังเลยท่านปู่'

'เด็กน้อยเอ๊ย มานั่งตักข้าแล้วข้าจะเล่าให้ฟัง...'

'ผีเสื้อสีแดงของภูเขาจินเซนั้นคือผีเสื้อวิเศษว่ากันว่าถ้าใครพบเจอมันจะสามารถขอพรได้หนึ่งอย่างแต่ก็ต้องแลกที่จะสูญเสียอีกหนึ่งอย่าง ผีเสื้อนั้นจะปรากฏให้พบได้แค่ครั้งเดียวในห้าร้อยปี ถ้าเจ้าเจอมันเจ้าจะอธิฐานขอสิ่งใดกันรึหลานข้า..'

ตอนนี้เสียงในหัวของเขามันผุดขึ้นมาราวกับกำลังฝัน

ร่างกายที่หนักอึ้งของเขานั้นกลับเบาราวกับขนนกข้าไม่สามารถรับรู้ถึงความเย็นยะเยือกของผิวน้ำนี้ได้เลย..

... นี่ข้ากำลังจะตายใช่รึเนี่ย น่าสมเพชนัก

ท่านปู่ถ้าข้าจะอธิฐานต่อผีเสื้อสีแดงจริงๆ

'ข้าขอความยุติธรรมให้ข้าและปกป้องตระกูลของเราแทนข้าสืบต่อไป'

ข้าคงกำลังจะตายสินะ เลยพร่ำเพ้อถึงเพียงนี้ ข้าไม่ได้เจอผีเสื้อสีแดงซักหน่อย...

ทุกอย่างได้ดับวูบลงพร้อมกับร่างไร้วิญญาณของจองชานที่จมลงสู่ใต้ลำธารอันหนาวเย็น

.........

"จองกุกนายเหม่ออะไรอยู่"

เสียงของพี่จินที่ดังขึ้นข้างหูของผมทำให้ผมสะดุ้งเล็กน้อย ใบหน้าที่บ่งบอกถึงความสงสัยนั่นทำเอาผมยิ้มแห้งๆตอบไปทำนองว่าไม่มีอะไร มือหนาเข็นรถเข็นที่ผมนั่งอยู่เดินชมวิวทะเลบนเรือสำราญลำใหญ่อย่างระมัดระวังบนเรือมีการจัดงานสังสรรค์อย่างครึกครื้นผู้คนนับร้อยต่างดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน

ผมเหลือบมองพี่ชายคนต้องมาคอยเข็นรถให้คนพิการอย่างผมด้วยความรู้สึกผิด

"พี่น่าจะปล่อยให้ผมอยู่ที่บ้านมากกว่านะพี่จิน ผมมาที่นี่ก็มีแต่จะสร้างความลำบาก แถมยังต้องอายคนอื่นด้วยที่ครอบครัวนี้ต้องมีลูกพิการ"

"รู้ไว้ก็ดีล่ะ"

เสียงของแม่ดังขึ้นมาพร้อมกับร่างหญิงสาววัยกลางคนที่ดูสง่างามขัดกับอายุที่ย่างจะเข้าเลขห้า

ใบหน้าเย็นชาของเธอจ้องมองผมด้วยความขุ่นเคืองนิดๆที่ผมมาทำให้เธอขายหน้าเพราะความพิการของผมแถมยังมาสร้างความลำบากให้กับพี่จินอีก

"แม่อย่าพูดแบบนั้นสิครับ"

"ก็มันจริงนี่ ถ้าน้องแกไม่มาแกก็คงยอมไปพบท่านทูตกับลูกสาวแล้วล่ะ มันทำให้แกพลาดโอกาศดีๆแบบนี้เห็นมั้ย จองกุกถ้าแกไม่พิการล่ะก็คงจะดีกว่านี้ จะได้ใช้หน้าตาของแกให้เป็นประโยชน์กับบริษัทซะบ้าง แต่นี่อะไรสร้างแต่ความลำบากให้พี่แก"

"พอเถอะครับแม่ แล้วที่น้องมันต้องพิการไม่ใช่เพราะแม่หรอครับ ที่คิดจะฆ่าลูกตัวเอง!"

"คิม ซอกจิน! กล้าดียังไงถึงมาขึ้นเสียงใส่ฉันฮะ!!"

"ผมไม่อยากทะเลาะกับแม่ แม่กลับเข้าไปหาพ่อในงานเถอะครับ"

"แล้วแกล่ะ!"

"ผมจะพาน้องไปดูวิว"

"ไม่ได้แกต้องเข้าไปในงานกับฉัน ท่านทูตกับลูกสาวรอแกอยู่ จองกุกเดี๋ยวฉันจะส่งคนมาดูแลเอง"

"ผมไม่ไป"

"จิน!"

"พอเถอะคุณ...ซอกจินพาน้องออกไปก่อน"

เสียงทุ้มต่ำดูหนักแน่นของพ่อทำให้แม่สงบสติอารมณ์ลง พ่อมองหน้าผมพร้อมกับจับลงบนหัวเบาๆอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน ดวงตาที่ดูเย็นชานั่นที่ผมไม่กล้าเเม้แต่สบตาคู่นั้นกลับกลายเป็นว่าอ่อนโยนกว่าครั้งไหนๆ

"โตขนาดนี้แล้วสินะ จองกุก"

"อ่า..ครับ"

"ขอโทษ"

"ผมไม่เป็นไรครับ"

พี่จินเข็นรถเข็นของผมออกไปจากตรงนี้ พยายามหาเรื่องต่างๆนาๆมาคุยเพื่อให้ผมรู้สึกดีขึ้น ซึ่งพี่เองก็รู้ดีแก่ใจว่ามันไม่ช่วยอะไรเลย

"พี่น่าจะปล่อยให้ผมอยู่ที่โรงพยาบาลนะ"

"ฉันจะปล่อยนายอยู่ที่นั่นได้ยังไงล่ะจองกุกเขาเชิญครอบครัวของพวกเราทุกคนนะ แล้วนายก็เป็นน้องเพียงคนเดียวของฉันด้วย"

"แต่สำหรับแม่แล้วผม.."

พี่จินสวมกอดรอบคอของผมจากทางด้านหลังแล้วซบใบหน้าลงบนไหล่ของผมอย่างอ่อนโยน

"จองกุกนายไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น มันไม่ใช่ความผิดนาย ที่นายต้องพิการมันไม่ใช่ความผิดนาย อย่าพูดมันออกมาอีกเลยนะ ถึงใครจะไม่รักนายแต่ให้รู้ไว้ว่าฉันรักนายก็พอ"

"พี่จินทำไมแม่ถึงบอกว่าผมไม่สมควรเป็นน้องพี่..."

ผมมองใบหน้าพี่ชายที่ก้มหน้าอยู่อย่างไม่ชัดเจนแต่ก็รับรู้ถึงความเจ็บปวดนั้นได้ พี่จินน่ะเป็นลูกชายที่แม่กับพ่อรักมากที่สุดส่วนผมแม่กับพ่อน่ะไม่ได้ต้องการตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

แม่น่ะ...พยายามจะทำแท้งผมแต่ก็ไม่สำเร็จการทำแท้งครั้งนั้นมันทำให้ขาของผมใช้งานไม่ได้ พี่จินรู้ข้อนั้นดีเลยทำดีกับผมมาตลอด ความเจ็บปวดของพี่จินน่ะผมรับรู้ถึงมันได้

"เฮ้ พี่อย่าร้องดิ"

"ไม่ได้ร้องซะหน่อย"

"ขอบคุณนะ"

"อย่าพูดอีกนะว่าไม่ใช่น้องฉัน ถ้านายพูดอีกฉันจะจูบปากแดงๆของนายให้พังเลยคอยดู"

"พี่จะบ้าหรอ555"

"อยากพูดว่าไม่ใช่น้องฉันดีนัก ถ้านายไม่ใช่น้องฉัน ฉันลากนายไปปู้ยี่ปู้ยำนานแล้วไอ้เด็กบ้า"

หมดกันพี่ชายผู้แสนดี..  ̄ˍ ̄

พี่จินหัวเราะคิกคักก่อนที่จะเข็นผมไปเรื่อยๆตามทางเดินชมวิวทะเลไปเรื่อย นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมได้มาทะเล ครั้งแรกที่ผมได้มางานสังคมด้วยซ้ำ

เสียงหัวเราะของพี่จินได้หยุดลงทันทีที่ชายแปลกหน้าปรากฏตัวขึ้นดวงตาที่แข็งกร้าวของเขาจ้องมองผมกับพี่จินด้วยความรู้สึกโกรธแค้นราวกับจะกลืนกิน

"คุณอามาทำอะไรที่นี่ครับ"

"ยังมีหน้ามาเรียกฉันว่าอาอีกหรอไอ้ลูกพวกขี้โกง!"

"คุณอาต่างหากที่ยักยอกเงินใบบริษัทจนถูกคุณพ่อไล่ออก!"

"แกไม่รู้อะไรก็หุบปากไป! อย่ามาทำเป็นรู้ดี พ่อกับแม่แกน่ะพวกคนสารเลวนั่นมันทำอะไรกับครอบครัวของฉันบ้าง!!"

"ผมจะไปรู้ได้ไงล่ะครับ คุณอาก็ไปคุยกับคุณพ่อเองสิครับผมจะพาน้องเข้าไปพักข้างในแล้ว!"

"คิม ซอกจิน!! ถ้าแกเดินอีกก้าวเดียวฉันยิงน้องแกทิ้งแน่!"

ปืนสั้นสีเงินวาววับของชายคนนั้นถูกจ่อมาที่ผมอย่างหมายมั่นเอาชีวิตพี่จินหน้าซีดด้วยความตกใจ

"แกสองคนต้องตายเพื่อชดใช้สิ่งที่พ่อกับแม่แกทำกับครอบครัวฉัน!"

พี่จินพุ่งเข้าไปแย่งปืนของคนนั้นที่กำลังจะยิงผมผมมองสองคนนั้นที่กำลังยื้อแย่งปืนในมือกันด้วยความหวาดกลัวเสียงร้องขอความช่วยเหลือของผมดังไม่พอที่จะส่งเข้าไปถึงข้างในได้เลย จะทำยังไงดี จะทำยังไงดี

ปังง!!!!!

ปัง!!!!

เสียงปืนสองนัดดังขึ้นพร้อมกับร่างชายคนนั้นที่ร่วงลงตายกองกับพื้นระหว่างที่ยื้อแย่งปืนกับพี่จินนั้นปืนนั่นดันลั่นขึ้นมา พี่จินรีบปล่อยมือจากแขนชายคนนั้นแล้วทรุดลงกับพื้นเพราะความช็อค

"นี่ฉันฆ่าคนไปหรอ ฉันฆ่าเขาหรอ"

เสียงคนในเรือที่กำลังแตกตื่นจากเสียงปืนกำลังมุ่งมาทางนี้ พี่จิน..

ก่อนที่คนจะแห่กันออกมาผมเข็นรถเข็นเข้าไปก้มลงคว้าปืนที่ศพเอามาไว้กับมือของตัวเองแล้วจ่อไปที่คนพวกนั้น

"ถอยไปถ้าไม่อยากตาย"

"จองกุกทำบ้าอะไรของนายน่ะ วางลงเดี๋ยวนี้นะ"

"ผมไม่อยากฆ่าพี่เหมือนกับที่ฆ่าไอ้เวรนี่"

"นายพูดอะไรวะ ฉันต่างหากที่เป็นคนฆ่า"

ขอโทษนะพี่จินผมยอมให้พี่เป็นฆาตกรไม่ได้หรอก บาปนี้ผมจะรับไว้เอง..

"จองกุกแกทำบ้าอะไรของแกไอ้ลูกสารเลว! ไอ้ฆาตกร!"

เสียงของแม่ผมดังขึ้นมาด้วยความโกรธเกรี้ยวใบหน้าที่บ่งบอกถึงความเกลียดชังนั่นมันทำให้ผมถึงกับสะอึก

"แม่! หยุดพูดแบบนั้นกับน้องผมซักที!! จองกุกอย่าถอยรถไปตรงนั้นมันอันตราย!! กลับมาหาฉันเดี๋ยวนี้"

"พี่จิน..ผมรักพี่นะ.. "

ครึกๆๆ!!! คลื่นที่ซัดเข้าที่เรืออย่างแรงทำให้รถเข็ญของผมไหลไปกระแทกกับขอบเรืออย่างแรง

สิ่งที่ผมเห็นในตอนสุดท้ายคือพี่จินที่พยายามคว้าตัวผมเอาไว้ก่อนที่ร่างของผมจะตกลงสู่ท้องทะเล

'จองกุกอา ฉันรักนาย'

'จองกุกนายเป็นน้องชายของฉันนะ'

'ไอ้ลูกเวรแกไม่น่าเกิดมาเลย'

'น่าจะตายๆไปตั้งแต่ตอนนั้น'

'ไอ้คนไร้ประโยชน์! แกมันเป็นพาระ เป็นเสนียดของตระกูลฉัน!'

แม่ครับ.. ขอบคุณสำหรับเลือดเนื้อที่คุณให้ผมมา ..

แม่ครับขอบคุณที่ให้วิญญาณให้ผมได้เกิดมา..

แม่ครับ ขอบคุณหยดน้ำตาที่คุณได้มอบให้กับผม ..

แค่นี้ก็ขอบคุณมากจริงๆ

'ผมเองก็อยากที่จะได้รับความรักจากแม่บ้างก็แค่นั้นเอง...'

ผีเสื้อหรอ.. นี่ผมกำลังเห็นผีเสื้อกำลังบินอยู่ในน้ำทะเลหรอเนี่ย ผมคงใกล้จะตายแล้วสินะ คงจะตายแล้วจริงๆ...

'จอน จองกุก เจ้ายังไม่สมควรตาย ข้าจะมอบชีวิตให้แก่เจ้าจงอยู่เพื่อปกป้องครอบครัวของข้าได้หรือไม่'

'คุณเป็นใครครับ'

'มากับข้าสิแล้วเจ้าจะได้คำตอบเอง'

สิ้นเสียงประหลาดที่ผุดมาในหัวของผมนั้นแสงสีขาวก็ได้แผ่เข้ามาแทนที่ มันขาวโพลนไปหมดหรือนี่จะเป็นสวรรค์ที่ใครเขาพูดกัน...

......

"เจ้าหนุ่ม เจ้าหนุ่มเจ้ามานอนอะไรที่นี่"

เสียงของหญิงชราดังขึ้นมาพร้อมกับมือของเธอตบหน้าผมแปะๆอยู่หลายครั้งผมลืมตาขึ้นมาพร้อมกับความสงสัยนี่ผมอยู่ที่ไหนเนี่ย ป่า?

จะบ้าหรอในเมื่อผมจำได้ว่าตัวเองตกลงไปตายในทะเล

ผมนั่งงงอยู่หลายนาทีก่อนที่จะมองคุณยายที่สะพายกระบุงอยู่บนหลังด้วยความสงสัย

"ที่นี่ที่ไหนครับ"

"เจ้ามาจากที่ไหนถึงไม่รู้จักน้ำตก หลังวัง"

อ้าว..ทะเลนั่นมันเชื่อมน้ำตกด้วยหรอวะ

"เจ้าไปทำยังไงถึงได้ไปนอนแช่น้ำอยู่เช่นนั้น ลุกขึ้นมาก่อนที่จะเป็นหวัด ข้าไม่มีแรงที่จะเอาเจ้าขึ้นมาจากน้ำหรอกนะ"

"แต่ขา.."

"ขาเจ้าเป็นอะไร"

ขา..ผมมันพิการนี่ แต่นี่มัน..

"เจ้าหนุ่มอย่าพึ่งขยับ"

"ทำไมครับ"

"ผีเสื้อสีแดงกำลังเกาะอยู่บนไหล่ของเจ้า มันช่างเป็นบุญตาของข้ายิ่งนัก"

"มันแค่ผีเสื้อ"

"เจ้านี่มันโง่เง่าซะจริง ผีเสื้อสีแดงของภูเขาจินเซจะปรากฏแค่เพียงหนึ่งตัวในห้าร้อยปี เชื่อกันว่าเป็นผีเสื้อวิเศษสามารถขอพรได้หนึ่งอย่าแต่ต้องแลกด้วยการสูญเสียหนึ่งอย่าง ข้าอยู่จนอายุปูนนี้แล้วพึ่งจะได้เห็นตัวเป็นๆก็วันนี้แหละ"

'ขอหนึ่งอย่าง แลกหนึ่งอย่าง'

เสียงที่แว่วมากับสายลมทำเอาผมรู้สึกขนลุกพร้อมกับหันหาต้นทางของเสียงที่ราวกับว่ามันกำลังดังก้องอยู่ในหัวของผมเอง เสียงที่เหมือนกับเสียงของผมแต่ผมกลับไม่ได้พูดมันออกมาแม้แต่คำเดียว

'ข้าจะมอบความทรงจำของข้าบางส่วนให้กับเจ้า รับมันไว้ซะสิ'

เสียงนั่นดังขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับความเจ็บปวดที่หัวราวกับจะระเบิดออกมาความทรงจำประหลาดถูกฉายขึ้นมาในหัวของผมราวกับจอหนังที่ฉายเรื่องราวต่างๆภาพเหตุการณ์ สถานที่ ผู้คน ทุกอย่างล้วนประเดประดังเข้ามาราวกับถูกผูกเข้ากับร่างกายนี้ หญิงชราเห็นท่าไม่ดีเลยรีบเก็บของวิ่งหนีเข้าไปในป่า ชุดฮันบกสมัยโบราณของเธอนั้นได้ตอบย้ำว่าความทรงจำที่มาอยู่ในหัวของผมนั้นมันคือเรื่องจริง

ผีเสื้อที่ผมเห็นบินในทะเลวันนั้น

มันนำผมมาที่นี่เพราะคำอธิษฐานของจองชานตัวของผมในยุคนี้งั้นหรอ แล้วจองชานล่ะเขายังจมอยู่ใต้น้ำรึร่างได้สลายไปแล้ว พี่จินล่ะผมจะกลับไปหาพี่จินยังไง โถ่เว้ยนี่มันเรื่องบ้าอะไรวะเนี่ย!

ผมนั่งจูนสติพยายามประติประต่อเรื่องราวความทรงจำของจองชานที่ประเดประดังเข้ามาในหัวอยู่หลายชั่วโมงจนแดดเริ่มซา

ผมจะต้องหาทางกลับไปให้ได้แต่ถ้าผมกลับไปพี่จินจะต้องติดคุกเพราะฆ่าคน

ถึงจะไม่เจตนาก็เถอะ ผมไม่อยากเห็นพี่จินต้องติดคุกแต่ถ้าอยู่ที่นี่แล้วพี่จินล่ะ!!

ยิ่งคิดยิ่งปวดหัว

ผมเหลือบมองขาของตัวเองที่ไม่มีความพิการแล้วพร้อมกับขยับไปมาอย่างไม่คุ้นชิน เสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ก็เป็นชุดฮันบกโบราณสีน้ำเงินเข้มแทนที่จะเป็นชุดสูทอย่างที่ใส่ตอนตกน้ำ คงไม่มีทางเลือกแล้วสินะ

คงต้องอยู่ที่นี่ไปก่อน ความทรงจำของจองชานคงจะทำให้ผมปรับตัวได้ไม่ยากนัก

'ข้าขอความยุติธรรมธรรมให้กับข้าและปกป้องตระกูลของเราแทนข้าสืบไป'

ผมในตอนนี้ยังกลับไปหาครอบครัวของตัวเองไม่ได้แต่ผมเองจะปกป้องตระกูลและทวงความยุติธรรมให้กับตัวเองในชาตินี้ให้ได้

' ในปีที่ผมอายุ 17 ปีบริบูรณ์..

คำอธิษฐานของพัคจองชาน

้ได้นำพาผมย้อนเวลากลับมา 5000 ปี ในอาณาจักรชิลลาแห่งนี้ ..'

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

0 ความคิดเห็น