SHORT FICTION #MARKBAM

ตอนที่ 5 : [OS] Cigarette #Markbam

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,118
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    24 มี.ค. 59



Cigarette 




เรื่องราวของผมช่างเรียบง่าย
ไม่มีอะไรซับซ้อน

เรียบยิ่งกว่าถนนลาดยางที่ผมกำลังขับรถผ่าน การจราจรที่ติดขัดไม่ได้สร้างความรำคาญใจให้ผมมากนัก ในบางครั้งก็มีวันที่ผมอยากถึงคอนโดให้ช้าลงเหมือนกัน 

ฤดูฝนเป็นฤดูที่ผมเกลียด แต่ฤดูร้อนเป็นฤดูที่ผมเกลียดยิ่งกว่า 
ความเย็นและเพลงเบาๆที่เปิดคลอในรถยนต์ช่วยให้ผมผ่อนคลายยิ่งขึ้นในช่วงเวลาสี่โมงเย็นนรกแบบนี้ รถเคลื่อนตัวอีกพักใหญ่ก่อนจะเลี้ยวเข้าชั้นใต้ดินเพื่อจอดรถใต้ตึกคอนโด 

ปิดประตูล็อครถ พร้อมกับหยิบกองเอกสารและกระเป๋าทำงาน เดินห่างออกมาโดยมีจุดมุ่งหมายคือห้องพักชั้นสิบสองของตนเอง 

ยี่สิบสี่ชั่วโมงในชีวิตผม งานมักได้พื้นที่ส่วนใหญ่นั้นไป ครอบครัวจะได้มันในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว 
ส่วนเพื่อนแค่หาเวลาว่างให้ตรงกันยังแทบไม่ได้  ไม่ต้องพูดถึงเพื่อนร่วมงานที่ไม่ได้ให้ความสนิทสนมกันในระดับนั้น 
ส่วนแฟน....................เหยียบไว้เถอะ   ผมไม่ได้จีบใครนานจนตอนนี้เริ่มไม่แน่ใจว่ายังจีบเป็นอยู่รึเปล่า


เพื่อนชอบบอกว่าผมรักตัวเองและหวงชีวิตอิสระเกินไป
แต่เปล่าหรอก
ผมแค่รู้สึกเหนื่อยกับการที่ต้องแบ่งพื้นที่ให้ใครเข้ามา อยู่คนเดียวมันดีกว่ามากในความรู้สึกของผม 
แต่ผมก็ไม่ได้ปิดกั้นตัวเอง 
ถ้ามีใครสักคนผ่านเข้ามา ผมก็ไม่ได้ผลักไส แต่สุดท้ายก็จบแบบเดิม
ไม่จบแค่คืนนั้น ก็ไม่เกินสามเดือน
พวกเขาเหล่านั้นก็หวงตัวตนไม่ต่างจากผม

และผมรู้ว่าผมเป็นแค่มนุษย์คนนึงที่คิดว่าตัวเองในตอนนี้นั้นดีแล้ว
แต่ก็อดไม่ได้ที่จะขวนขวายหาใครสักคน
สุดท้ายก็เป็นคนขี้เหงาคนนึงในโลกใบนี้




**********************




JB      : Defjeffb
Mark : Mark_Tuan



                                                                                         M :  คืนนี่มึงว่างปะ ไปหาไรแดกกัน 

                                                                                    

JB :  ว่างก็เหี้ยละ
        มึงดูงานกูด้วยครับ 
        ถ้ามึงว่างก็มานี่มา มาช่วยกูเคลียงานนี่
        5555555555555555555555555
 
                                                                                                                                 M :  
                                                                                                                                          
        




Jackson : Jacksonwangjy
Mark     : Mark_tuan


                                                                                                     M : วันนี้อยากเมาวะ ไปปะ 


JS : เมาห่าไรละ วันนี้ป๊ากูมา
                                                                                       
                                                                                                     
                                                                                                                                         M : เอ้า 
                                                                                                                                               ไหมมึงบอกมาทิดหน้า
                                                                                                         
                                                                                                                                          

JS : คือกูก็ไม่รู้ไง 
       พอกลับมาห้อง 
       อ้าวสัส 
       ป๊ากับม๊าแม่งนั่งดูหนังอยู่
       กูหนิซีด
       ถ้าแม่งเห็นถุงยางที่กูยังไม่เก็บนะมึง.................
       พรุ่งนี้มารับศพกูด้วย
       สวัสดี
     

                                                                                                                                  M : ................................
                                                                                                                    





ผมทิ้งโทรศัพท์ลงบนพื้นที่ว่างข้างๆก่อนจะไหลตัวลงไปเล็กน้อยอยู่ในท่ากึ่งนั้งกึ่งนอนบนโซฟา
ดึงเนคไทที่คลายออก โยนไว้บนโต๊ะ
ปลดกระดุมเสื้อเพื่อคลายความอึดอัด
เอนตัวพิงผนัก แหงนหน้ามองเพดานห้องอย่างไม่รู้ว่าควรจะเอาสายตาไปลงไว้ตรงไหน เสียงหนังที่ยังคงฉายอยู่ในทีวี ไม่อาจดึงความสนใจจากผม

ในบางครั้งผมก็คิด
ผนังห้องอาจใช้ชีวิตได้ดีกว่า อย่างน้อยก็มีสีอยู่เป็นเพื่อน กว่าปูนจะผุกร่อนสีที่ลอกก็ยังอยู่กับมัน.....

แต่ผนังห้องไม่ใช่ผม

บางทีผมคงเป็นคนประเภทที่เจบีบอก
ทำตัวเหมือนชอบอยู่คนเดียวแต่จริงๆแล้วขี้เหงา
.
.
.





สุดท้ายผมก็พาตัวเองมาที่นี่จนได้ นั่งบนเก้าอี้ทรงสูง พร้อมกับแก้วเหล้าในมือ 
เพลงที่เปิดเพื่อเต้นในคลับและเสียงดีเจยังคงทำหน้าที่กระตุ้นผู้คนได้ดี วันนี้เหมือนที่นี่ดูแออัดเป็นพิเศษ อาจจะเพราะว่านี่คือวันศุกร์  แต่มันก็แค่การคาดเดา 

สายตาของผมกวาดมองบรรยากาศรอบๆที่ช่วงนี้ผมมาบ่อยเหลือเกิน นั่งมองดูสาวสวยกลุ่มนั้นซึ่งดูเหมือนกำลังสนุกกับการเต้นมากมาย ส่วนวัยรุ่นอีกกลุ่มก็ไม่แพ้กัน ท่าเต้นที่ดูเหมือนจะใกล้กันเกินพอดีของบางคู่ ก็สร้างสีสันได้ไม่น้อย ผมยกยิ้มจางๆให้กับแก้วเหล้าในมือของตน

กูมาทำอะไรที่นี่วะ..........
เหอะ

ตลกดีนะ 
ผู้ชายอายุยี่สิบแปดที่จัดการกับความรู้สึกตัวเองไม่ได้ 

ผมยกแก้วเหล้าที่คิดว่าน่าจะเป็นแก้วสุดท้ายของวันขึ้นดื่ม ก่อนสายตาจะเห็นผู้ชายคนนึงกับผู้หญิงอีกคนนึง ความจริงเป็นเรื่องปรกติมากที่บางคนเจอกันและจบที่ห้องน้ำของคลับ แต่คู่นี้แปลกหน่อย....
ตรงที่ดูเหมือนผู้ชายกำลังโดนลาก

มีอะไรให้ต้องขัดขืน ในเมื่อผู้หญิงคนนั้นก็ออกจะดู.................เป็นผู้หญิงประเภทที่ถ้าได้ก็ไม่เสียดายเหงื่อเลย 
สเปคเจบีกับผมชัดๆ

ผู้ชายคนนั้นที่อายุดูจะต่ำกว่าเกณฑ์ในการเข้าสถานที่แบบนี้ดูอิดออด แสงในคลับและระยะทางไม่ได้ช่วยให้ผมมองเห็นสีหน้าของเด็กคนนั้นเท่าไหร่นัก แต่เรื่องน่าสนใจเล็กๆน้อยๆแบบนี้ก็กระตุ้นความรู้สึกอยากรู้อยากเห็นของผมได้ดี เลือกที่จะวางแก้วเหล้าลงบนบาร์ และเดินตามคนสองคนไปทางห้องน้ำด้านหลัง 

แต่ดูเหมือนว่าผมจะช้าเกินไป เพราะตอนนี้เห็นเพียงเด็กผู้ชายคนนั้นที่ยืนพิงผนังควักบุหรี่ออกจากกระเป๋ากางเกงเพื่อจุดสูบ ส่วนผู้หญิงอีกคนหายไปแล้ว เสี้ยวหน้าที่กระทบกับแสงไฟด้านบน ให้พอมองเห็นแก้มที่ออกจะสีชัดถ้าไม่เมาก็น่าจะโดนผู้หญิงคนเมื่อครู่ตบ ซึ่งผมว่าน่าจะเป็นอย่างหลัง 
ดวงตาคู่นั้นหันมา จ้องมอง ก่อนจะเดินตรงเข้าใกล้กันมากขึ้น  ถามคำถามที่ออกจะแปลกๆไปสักหน่อย " ผมขอยืมไฟแช็กหน่อยดิ "

หน้าผมเหมือนคนสูบหรอ??

เออ

เหมือนก็ได้


ยื่นไฟแช็กให้คนตรงหน้าที่ตัวเตี้ยกว่าผมไม่มากนัก  แต่ดูท่าทางจะเป็นคนตัวบางใช้ได้เลย
ปฏิเศษไม่ได้หรอกว่านี่ก็ตรงสเปคผมอีกคน
ตรงมาก
ตรงมากมาก.........

เผลอมองนานจนเจ้าตัวรู้เงยหน้ามองผมก่อนจะยื่นของที่ยืมจากผมคืนให้ พร้อมกับควันสีเทาจางๆที่ลอยอบอวลออกจากริมฝีปากซีดของคนตรงหน้า 

เป็นเด็กกวนตีนสินะ...........

ผมเบนหน้าหลบควันบุหรี่ที่ดูเหมือนจงใจบดบังสายตากัน  ก่อนที่ควันจะลอยขึ้นสูงและจางลงผสมกับควันจากคนอื่นๆที่ยืนสูบอยู่ไม่ต่างกัน  มองไปที่คนแปลกหน้าที่ยืมของกันตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ 
ควันสีขุ่นกับรัมฝีปากนั่น 
ตาที่ปิดลงราวกับกำลังนอนฝัน 
จมูกทรงสวยรับรูปหน้า 
ผมสีน้ำตาลอ่อนไม่เป็นทรงที่เอนพิงผนังอยู่ 
ทุกอย่างมันดีจนผมรู้สึกสนใจ นานนานทีจะเจอคนที่ตรงขนาดนี้ 

บางทีที่ผมเลือกเดินตามออกมาอาจเป็นเพราะคนที่สวมเสื้อยืดสีเทา

ดูท่าทางแล้วน่าจะเป็นเด็กฝึกสักค่ายแถวนี้ เพราะคลับที่ผมมา อยู่ใกล้ๆกับค่ายเพลงใหญ่และพวกค่ายเล็กๆที่มีอยู่ค่อนข้างเยอะ อะไรบางอย่างบอกผมว่าเด็กนี่น่าจะเป็นหนึ่งในนั้น 
อาจจะเป็นหน้าตาที่ดูไม่เหมือนคนเกาหลีสักเท่าไหร่ 
และความมั่นใจที่เด็กคนนี้แสดงออกมา

" ค่ายืมของ " 
ผมยืนมองบุหรี่ที่ถูกยื่นให้ เจ้าตัวเพียงแค่เบนหน้ามาหากันเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม ทำหน้าประมาณว่า  ถ้าไม่หยิบไปตอนนี้ภายในสี่วินาทีจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว 

แต่ไม่เลย
บุหรี่ที่ถูกคาบไว้ด้วยมุมปากของใครบางคนน่าสูบกว่าเยอะ

ไวเท่าความคิด  
โน้มหน้าเข้าไปใกล้พร้อมคว้าไหล่คนตรงหน้าเข้ามา บุหรี่ที่คาบไว้ ถูกมือของผมดึงออกอย่างเสียมารยาท

แต่ใครจะสน

แค่ควันสีเทากลิ่นชวนเมาถูกปล่อยออกมาตามจังหวะลมหายใจ ผมก็สูดเอากลิ่นเข้มๆเข้าไปอย่างไม่กลัวจะสำลักควันตาย จมูกที่เฉียดไปมา กับริมฝีปากที่ใกล้เกินพอดี ทำให้ผมใจเต้นแรง.........

ไม่รู้ว่าดวงตาสีน้ำตาลเข้มแบบคนเอเชียที่เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเป็นเพราะอะไร อาจจะเพราะผมรุกเร็วเกินไป หรือแค่ตกใจกับการกระทำเมื่อครู่ แต่ดูเหมือนริมฝีปากของคนร่างบางจะไม่สนใจ มือที่โน้มคอผมลงกับหน้าที่ปรับองศาให้พอเหมาะ ทำให้ผมรู้ 

ว่าคนตรงหน้า ก็ใจเต้นแรงไม่ต่างกัน




เสียงหอบหนักๆ กับหน้าขึ้นสีชื้นเหงื่อ

ผมขอสาบานด้วยเงินในบัญชีทั้งหมดที่มี

ต่อให้ตายก็ไม่มีวันลืม





02.00 น.


ทอดสายตาไปข้างหน้า ฝากไว้กับตึกในยามค่ำคืน นั่งทิ้งขาลงบนพื้นเอนกายเท้ามือลงบนเตียง แสงจากข้างนอกสาดส่องเข้ามาผ่านกระจกที่ม่านเปิดอ้ากว้างทิ้งไว้ มีคนเคยบอกว่าคนเราจะรู้สึกเหงาที่สุดเวลาตีสาม

แต่เปล่าหรอก

คนเราจะรู้สึกเหงาที่สุดเมื่ออยู่คนเดียว

และเหงายิ่งกว่าเมื่ออยู่กับคนที่สามารถพูดคุยได้ แต่เลือกจะทิ้งเราไว้กับความเงียบ
ท่ามกลางเสียงหัวเราะที่ไม่คุ้นเคยเวลานั้นรู้สึกเหงาเหมือนจะตาย


" ผมอยู่ได้ถึงกี่โมง " คนที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงถามขึ้น  เรียกให้ผมละสายตาจากแสงตอนกลางคืนหันเข้าหาอีกคน
" แล้วแต่นายสิ "  ผมตอบกลับไป

ทุกคนชอบคิดว่าผมหวงพื้นที่ส่วนตัว
แต่ไม่ ในทางวัตถุ
ผมหวงพื้นที่ทางความคิดมากกว่า
ผมรู้สึกไม่ชอบใจทุกครั้งที่พื้นที่ในหัวคิดถึงเรื่องคนอื่นมากกว่าตัวเอง

" เออ ว่าแต่เราชื่ออะไรหละ ลืมถาม "

" พี่จะรู้ไปทำไมอะ "  สรรพนามที่ถูกบังคับให้พูดก่อนหน้านี้ ถูกใช้กับผมอีกครั้ง

แต่เชื่อเถอะ

คำว่า ' พี่ ' ก่อนหน้านี้น่าฟังกว่าเยอะ

" ก็เผื่อเจอกัน "

" ครั้งเดียวก็พอแล้ว เราคงไม่เจอกันบ่อยหรอก..... " กำลังจะถามคำถามต่อ แต่ดูเหมือนคนร่างบางที่ซุกหน้าลงบนหมอนไม่มีความสามารถในการตอบคำถามได้อีกแล้ว ลมหายใจเสม่ำเสมอ บ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังหลับอีกรอบ
นั่งมองคนขี้เกียจที่แม้แต่จะสวมเสื้อนอนสักชิ้นยังไม่ทำ บางทีผ้านวมอุ่นๆที่สัมผัสผิวอาจให้ความรู้สึกที่สบายกว่า

ผมหันหน้ากลับมาให้ความสนใจวิวยามค่ำคืน ก่อนที่ลำคอจะเรียกร้องขอน้ำผลไม้สักกล่อง ลุกขึ้นพาตัวเองไปยังห้องครัว ก่อนจะเปิดตู้เย็นหยิบของที่ต้องการ ก่อนเจาะหลอดดูด กลับมานั่งข้างเตียงเอนตัวไปด้านหลังเท้ามือเพื่อความสบายเช่นเดิม แรงดึงที่เสื้อยืดและลมหายใจเบาๆ ทำให้ผมรู้ว่าใครบางคนที่นอนอยู่กำลังทำให้เอวผมกลายเป็นหมอนเอาไว้แนบหน้าซุกหลบความเย็น 

แต่ช่างเถอะ......

แบบนี้ก็ทำให้ห้องอุ่นขึ้นไม่น้อย






ตื่นมาในเวลาที่สายกว่าปรกติ ทิ้งเท้าลงบนพื้นเย็น หยิบผ้าเช็ดตัวก่อนจะพาตัวเองไปที่ห้องน้ำ 
ผมที่ในตอนนี้อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ กำลังเดินตรงมายังเตียงจัดการกับผ้าที่ยับและถุงยางที่ถูกทิ้งไว้ ถ้าไม่มีมันบางทีผมอาจลืมว่าเมื่อคืนมีคนอีกคนที่อยู่กับผม....

ทำความสะอาดตู้หนังสืออย่างที่ตั้งใจว่าจะทำในวันหยุดงาน พองานเสร็จ ก็เปิดทีวีโทรสั่งอาหารมื้อแรกของวันในเวลาเกือบเที่ยงขึ้นมา นั่งกินข้าวพร้อมกับตัวละครในหนังที่อยู่เป็นเพื่อน

ทุกอย่างเหมือนเดิม

เมื่อคิดว่าใครบางคนอาจแตกต่าง
แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร

คงเป็นเรื่องตลก กับการที่จะเจอใครสักคนที่สามารถแบ่งพื้นที่ทางความคิดของเราไปได้อย่างสะดวกใจ ผ่านคืนเพียงหนึ่งคืน
แต่บางที

แค่บางที.............

ผมอาจปราถนาให้เรื่องตลกเกิดขึ้นกับผมบ้าง













เรื่องนี้แต่งเสร็จรอบนึงแล้วลืมเซฟ..........................เป็นเรื่องที่สร้างความสะเทือนใจให้เรามาก หืดขึ้นคอสุด แต่ก็ยังสั้นอยู่ดี555555555555555 แล้วยิ่งเพิ่งสอบโอเน็ตมา อันความมหาปลัยของข้อสอบนั้นเราขอไม่พูดถึง55555555555555 และขอย้ำนะคะ ว่านี้มาร์คแบม ไม่มีชื่อแบม แต่มาร์คแบมค่ะ ขอยืนยัน
// ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ เมนท์ติชมได้ เหมือนเป็นการให้ทองคำทางอ้อมเลยก็ว่าได้55555555555555555555 //นี่ก็เวอร์55555


























































ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

477 ความคิดเห็น

  1. #455 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 06:53
    สงสารพี่มั๊คคค
    #455
    0
  2. #437 lovelyMB (@beautyndbeat) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 23:09
    เรื่องสั้นที่ไม่อยากให้สั้น55
    #437
    0
  3. #382 toki226 (@toki226) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 09:55
    เขาควรจะได้เจอกันอีกรอบสิ 5555555 สนใจแต่วเป็นเรื่อวยาวไหมคะ
    #382
    0
  4. #249 namemy_jung (@namemejung) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 10:15
    ภาษาสวยดีค่ะ อยากให้เจอกันอีด
    #249
    0
  5. #108 ringgle (@nilnil) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 เมษายน 2559 / 13:08
    มาร์คคือผชวัยยี่แปดที่เลื่นอลอยสุด โอย ใจสั่นจัง แบมคือเด็กที่ยังไงดี55555555555555 คว้าไว้สิม้าค!!!!!!!! สนใจแต่งเรื่องยาวไหมคะ แหม่ // ชอบตอนเปรียบเทียบกับผนัง อินมาก
    #108
    0
  6. #100 Kaka1m (@Kaka1m) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 เมษายน 2559 / 11:03
    เรารู้สึกจริงๆว่า OS ของไรท์เหมือนจะเพิ่งเริ่มต้นมากกว่า5555 แต่พล็อตครบนะไม่ค้าง>< ภาษาสวยมากเลยค่ะ
    #100
    0
  7. #82 patvip (@patvip03) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 22:53
    เราก็ปราถนาให้ไรท์แต่งฟิคเรื่องต่อบ้าง
    #82
    0
  8. #70 BB1a_38 (@golf_ryoma) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 / 14:01
    อิพี่น่าสงสารล่ะเกินขี้เหงาอ่ะ
    #70
    0
  9. #53 Patcha YJ (@patchayj35) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2559 / 10:41
    ไรท์ไม่แต่งต่อหรอคะ ฮือออ อยากให้ทุกเรื่องมีต่อ
    #53
    0
  10. #52 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:59
    เดี๋ยวเค้าต้องได้เจอกันอีกใช่ไหม พรหมลิขิตเกิดขึ้นได้เสมอแหละ
    #52
    0
  11. #29 newvy550775 (@sataangg) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:19
    ต้องได้รู้จักกันสิ
    #29
    0
  12. #23 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559 / 15:38
    มาร์คต้องเจอแบมอีกครั้งสินะ เนอะ น่าจะเจอกันได้อีกแหละ
    พึ่งสอบโอเน็ตเสร็จเหมือนกัน หวังพึ่งดวงและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ค่ะ 65555
    #23
    0
  13. #22 dada0627 (@dada0627) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559 / 12:20
    จะมีต่อใช่มั้ยคะ
    #22
    0
  14. #21 crazy markbam (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559 / 12:04
    ชอบค่ะ มาต่อน้า ลุ้นๆ ^^
    #21
    0