SHORT FICTION #MARKBAM

ตอนที่ 44 : ใจกลางพายุ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 562
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    17 ธ.ค. 60



ความบิดเบี้ยวของโลกใบนี้ ไม่ได้สอนอะไรผมมากนัก มีเพียงความรู้สึกของความผิดหวัง ชิงชัง หรือในบางครั้งก็หวาดกลัว

ผมหวาดกลัวในความคาดหวัง เมื่อคาดหวังแล้วผิดหวังย่อมสิ้นหวัง

ผมไม่ได้คาดหวังให้ชีวิตตัวเองเดินทางมาอย่างถูกต้องมากนัก ผมเดินผ่านสิ่งเหล่านั้นที่ในบางครั้งไม่ได้ให้ประสบการณ์ที่ดีกับผม ไม่ได้สอน แต่ดันสั่งสอน แต่ดันทำให้รวดร้าว
ที่ผมพูดมาทั้งหมดนั้นล้วนเป็นบาดแผลที่คนบนโลกได้ฝากให้แก่ผม เด็กชายวัยสิบสี่ที่ดันถูกความคาดหวังทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ครั้งแรกคงเป็นตอนที่หมาของผมตาย ความรู้สึกนี้แปลกใหม่ และรับมือไม่ทัน ผมร้องไห้ในวันนั้นและเริ่มตั้งคำถาม ผมสำรวจความคิดตัวเอง แต่ปรากฎว่าไม่เจอ 

ผมไม่รู้สาเหตุของน้ำตา

ครั้งต่อๆมาคงเป็นสังคมที่ขัดเกลาผม ในบางครั้งก็รุนแรงจนรู้สึกแสบคันไปกับคำพูดเหล่านั้น 

ผมไม่ได้ร้องไห้ - ผมคิดแบบนั้น

ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ความบิดเบี้ยวนี้บิดเบือนความคิดของผม ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ผมอยากถูกโอบอุ้มไว้ ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ชิ้นส่วนของผมนั้นแตกกระจาย ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ผมร่วงหล่น ดำดิ่งลงไป ลงไป จนใครก็ไม่อาจตามหาเจอ

จนในวันนั้น วันที่สายตาของเขาคนนั้นมองตรงมาที่ผม เป็นสายตาที่ผมรู้สึกหวาดกลัว ผมหลบสายตา ผมหลบสายตานั้น 

เด็กชายที่ตัวสูงกว่าผม เด็กชายที่อันที่จริงควรเรียกว่าพี่ชาย -แต่เขาไม่ใช่พี่ชายของผม

ผมที่ถูกคาดหวังและเขาที่ดูจะไม่มีอะไรฉุดรั้งให้รู้สึกเจ็บปวด

นานวันที่ผมเฝ้ามองแผ่นหลังนั้น มองอริยาบท แต่ทุกครั้งที่ถูกมองกลับมา ดันเป็นผมที่รู้สึกอึดอัด 
เขาที่เป็นที่รักใคร่ ไม่รู้สิ ผมรู้สึกแบบนั้น เขาที่ดี ที่ดีจนใครๆก็รัก เขาดีจนคิดไปว่าคนคนหนึ่งจะดีได้มากขนาดไหน อาจจะมากเท่าๆกับเขาคนนี้ล่ะมั้ง

เขาที่อ่อนโยน โมโหบ้างในบางครั้งแต่ไม่ไร้เหตุผล เขาที่เป็นทั้งผู้ใหญ่และเป็นทั้งเด็กชาย เขาที่ผู้คนต่างเข้าหา แต่ผมกลับรู้สึกจะเป็นบ้าทุกครั้ง ที่คิดว่าในโลกนี้คงไม่มีใครแตะได้ถึงจิตวิญญาณของเขาคนนั้นเลยแม้แต่น้อย

เขาที่มีสายตาอบอุ่น เขาแสนดีจริงๆ กับทุกคน กับผม แต่ทั้งหมดนั้นดูจะได้รับความสำคัญเท่าๆกัน อาจจะเท่ากับสุนัขตัวเล็กประจำบริษัทเจวายพีที่เขาชอบให้อาหารมันก็ได้ 

ผมหลบสายตาเขาอีกครั้งในหอพัก ผมเกลียดมันจริงๆ เกลียดที่มันดูแปลกตาขนาดนั้น นั่นเป็นสายตาอะไรกันผมอ่านไม่ออก เกลียดที่เสียงทุ้มๆเอ่ยทอดอย่างใจเย็น เกลียดที่ชอบโน้มตัวมาใกล้เพราะผมตัวเล็กกว่า เกลียดที่ผมเองก็คาดหวังว่าสักวัน จะเป็นเขาหรือเปล่า ที่สัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่ปริแตกของผม เก็บซากที่ร่วงหล่ง เก็บทีละชิ้นอย่างทะนุถนอม ประกอบรวมกันเป็นผมอีกครั้ง

แต่ผมไม่อยากจะต้องเผื่อใจ ในเมื่อเขาดูจะให้ใครต่อใครได้อย่างเท่าเทียม ผมเลยยิ่งเกลียดที่สายตานั้นที่ดูเหมือนจะทะลวงเข้ามา ที่ดูมองผมทะลุปุโปร่ง ผมเกลียดที่ตัวเองถูกทำให้เปลือยกายทางความคิด ผมเกลียดสายตาที่มองเหมือนผมล้ำค่า ทั้งๆที่ไม่ใช่ ไม่เคยเป็น

ผมชังพี่ชายคนนี้สุดหัวใจ พอๆกับที่รักสายตานั้นจนคิดว่าต่อให้หลับตา เขาก็ยังคงมองผมอยู่

ผมกลัวทุกครั้งที่ตัวเองร้องไห้เพราะเขาคนนั้นชอบที่จะมองออก ชอบที่จะเข้ามานั่งข้างๆผม อย่างเช่นในวันนี้ 
ผมรู้สึกบางอย่างในร่างกายหลุดลอกกลายเป็นเศษเล็กเศษน้อยอีกครั้ง ปลิวออกไปไกล 
ผมที่ถูกกอดไว้ร้องไห้มากกว่าเดิม ผมไม่กล้าที่จะเล่าสิ่งเหล่านั้นให้ใครฟังเพราะอันที่จริงผมไม่รู้ว่าอะไรกันที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้

เขาคนนั้นเอาแต่วิ่งตาม วิ่งให้เร็วกว่าพายุไต้ฝุ่นลูกนั้น ร่วงหล่นให้มากกว่าเดิมเพื่อคอยเก็บเศษซากที่หักพังของผม 

เมื่อเดินทางมาถึงใจกลางพายุ
ณ ที่แห่งนั้น 
ผมก็รับรู้ได้สักที ว่าเขาคนนั้นไล่ตามผมจนทันแล้ว

ผมเผยทุกอย่างที่มันพังจนไม่เหลือชิ้นดี อะไรที่มันพัง ถ้าเขาคนนั้นจะทำมันพังอีกครั้งผมอาจไม่ยินดี -แต่ผมในตอนนี้นั้นขี้แพ้  และได้แต่หวังว่าผมที่พังๆจะยังสามารถถูกซ่อมแซมได้ หวังว่าเขาคนนั้นจะยังถนอมและไม่ทำมันพังอีกครั้ง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

---

ผมในตอนนี้ได้แต่โอบกอดเด็กชายคนหนึ่งไว้ ผมวิ่งตามเข้าไปถึงใจกลางไต้ฝุ่น ท่ามกลางพื้นหลังสีเทานั้น ผมมองเห็นเขาร้องไห้ เขายืนอยู่ท่ามกลางเศษซากของความรู้สึกที่ถาโถม ผมในตอนนี้ไม่รู้เลยว่าเด็กอายุเท่านี้จะเก็บสิ่งเหล่านั้นไว้ตลอดทางของการใช้ชีวิต

ผมในวัยสิบแปดปีนั้นเข้มแข็ง ผมในวัยสิบแปดปีนั้นถูกรุมล้อมด้วยความรัก 
ผมในวัยสิบแปดปีนั้น.. อันที่จริง
อันที่จริง ไม่มีใครด้วยซ้ำที่แตะเข้ามาได้ถึงใจกลางจิตวิญญาณอย่างที่เด็กชายวันสิบสี่คนนี้กำลังทำ

ผมมองความเป็นไป ผมสุภาพและใจดี นั้นเป็นสิ่งที่ได้รับจากครอบครัว ผมส่งต่อสิ่งเหล่านั้นให้แก่คนรอบข้าง ผมทำเพราะคิดว่าควรทำ แม้ไม่ได้อยากทำ

ผมอยากโวยวายบ้างในบ้างครั้ง แต่สุดท้ายก็ขวนขวายหาเหตุผมเพื่อรองรับการกระทำนั้น ซึ่งนั่นไม่มี

จนวันที่ผมเริ่มจะมองเห็นความแตกต่าง สายตาที่ไม่ได้มีแต่คำชื่นชม สายตาเฉยเมยที่มองมาของเด็กชายคนนั้น นั่นทำให้ผมอยากจะมองเขาให้ลึกขึ้น ให้กว้างขึ้น ให้ชัดขึ้น

จนเมื่อเดินทางมาถึงใจกลางพายุ ผมถึงได้รู้ ว่าอันที่จริงแล้วยังมีสิ่งที่เปราะบางยิ่งกว่าเกล็ดหิมะอยู่

ผมแตกสลายไปพร้อมๆกับเขา เพื่อที่จะเรียกคืนเศษซากนั้นกลับมา
ผมเช็ดน้ำตาที่หยดจนเปื้อนเสื้อนั้น ผมรอรับความเปราะบาง ผมค่อยๆประกอบกลับคืน ผมทะนุถนอมแม้บางครั้งมันจะคมจนบาดให้ได้เลือด 

ถึงแม้สุดท้ายรอยแผลจะยังคงอยู่ แต่ก็ไม่เป็นอะไร ไม่เป็นอะไรเลยจริงๆ

เด็กชายคนนั้นมักจะถามผมในหลายๆครั้ง ว่าผมเป็นซาตานหรือเทวดา
ถามผมว่ามีใครบ้างที่ได้แตะต้องจิตวิญญาณของผม

อันที่จริง เด็กชายคนนั้นอาจจะกระชากมันออกและเปิดอ่านเหมือนหนังสือเล่มบางไปตั้งนานแล้วก็ได้ ไอ้สิ่งที่เรียกว่าจิตวิญญาณของผมน่ะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

477 ความคิดเห็น

  1. #421 Sky-dawn (@Sky-dawn) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 18:40
    อารมณ์ฟิคกำลังดีเลยถ้าเหลาอีกนิดจะคมเสียดแทงได้มากกว่านี้ ชอบๆพัฒนาต่อไป
    #421
    0
  2. #420 _ppobb (@_ppobb) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 17:11
    ประทับใจมากค่ะ
    #420
    0
  3. #419 witchberry (@witchberry) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 16:33
    ในความหม่นๆ ยังมีสีชมพูววว :)
    #419
    0
  4. #418 namemy_jung (@namemejung) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 16:53
    ชอบบบบบบ
    #418
    0
  5. #417 Crownn (@Thawornporm-tan) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 08:14
    ชอบมากๆเลยค่ะ
    #417
    0
  6. #414 LightRock (@nalinnalar) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 06:44
    เหมือนจะไม่เข้าใจ
    แต้รู้สึกว่าโรแมนติก
    #414
    0
  7. #413 คนแมนซังนัมจา~ (@arada_jsm) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 00:55
    ชอบการเปรียบเปรย ลึกซึ้งมากเลยค่ะ
    #413
    0