SHORT FICTION #MARKBAM

ตอนที่ 37 : 30 Seconds

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 344
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    27 ม.ค. 60



เรากำลังต่อสู้กับอะไรอยู่ เพื่ออะไรอยู่

ผมกับพี่มาร์ค  - ดูเหมือนสงครามโง่ๆ  เราใช้คำพูดร้ายๆเป็นกระสุนปืน การทำลายข้าวของคือการทำลายกำแพง ป้อมปราการ ประตูเหล็กแผ่นหนาขนาดมหึมาที่ผมพังมันลงภายในหมัดเดียว 

เผื่อจะอยากรู้

ตอนนี้ ผมเกลียดพี่มาร์คสุดๆ

และถ้าเผื่อจะอยากรู้เพิ่ม

พี่มาร์คก็เกลียดผมไม่ต่างจากที่ผมจะเกลียดเขา

แรงผลักไม่เบานักถูกผมส่งออกไป แผ่นหลังหนาของพี่มาร์คกระแทกเข้ากับผนังห้อง -เสียงดัง
แต่พี่มาร์คกลับยั่วโมโหผม เขาไม่เจ็บ หรือถ้าเจ็บ ผมก็ไม่สามารถอ่านผ่านสีหน้านี้ได้เลย

เขาหัวเราะ เสียงนั้นทุ้ม ซึ่งผมเกลียด 
ทั้งหมดมันก็มีแค่ว่า พี่มาร์คมันบ้า ร่างกายหนาๆนั้นก็บ้า หางคิ้วที่เลือดซึมนั้น -มันเป็นเรื่องบ้าๆ ที่พี่มาร์คยังคงยิ้มอยู่  ราวกับชอบนักหนาที่จะมองเห็นผมโมโหและทำลายมัน 

รอยยิ้ม แต่แววตานั้นไม่ได้ยิ้ม
พี่มาร์คกำลังโมโหเช่นกัน และใช่ พี่มาร์คดูจะสนุกด้วย
สนุกไปพร้อมๆกับที่โมโห

30   29            28    ....

ผมรู้ว่าพี่มาร์คกำลังนับเลขในใจ
ผมคงเหลือเวลาได้อีกประมาณสามสิบวิ

เพราะฉะนั้น ผมจึงกัด กัดบ่าแกร่งจนจมเขี้ยว ออกแรงทุบไปบนกล้ามเนื้อหน้าาอกนั้น อยากต่อยพี่มาร์คอีกสักหมัด แต่ตอนนี้ข้อนิ้วผมแดงเป็นรอยช้ำจนน่ากลัว ซึ่งนั่นหละ ผมเจ็บ

25    24           23 ......

" พี่มันบ้า "  บ้าเหมือนสุนัขหวงเจ้าของที่ไล่กัดทุกคน

22

" ห่วย "  แค่อารมณ์ของตัวเองยังจัดการมันไม่ได้ 

21

" ห่วย ชะมัด "

.
.

เสียงพูดในประโยคสุดท้ายเบาบาง ผมหอบเหนื่อย หัวไหล่ที่ขยับขึ้นลงเบาๆตามจังหวะการหายใจที่ถี่มากนัก ลมหายใจร้อนผ่าวปัดเป่าอยู่บริเวณขอบเสื้อยืดของพี่มาร์ค ใกล้ ทั้งผมและพี่มาร์ค เชื่อว่าร่างกายของเราทั้งคู่กำลังร้อนขึ้น ศรีษะที่หนักอึ้ง ผมโหยหาที่พักพิง เอนหัวซบลงที่บ่าของพี่มาร์ค แก้มแนบไปกับกล้ามเนื้อนั่น และผมได้ยินเสียงหัวใจชัดเจน 

เต้นถี่ เหมือนวิ่งมาราธอน ไม่ได้ตื่นเต้นเหมือนสกายไดรฟ์วิ่ง แต่ผมว่ามันก็ถี่ไม่ต่างกัน

4    3   ...

" พี่จะทำแบบนี้ไม่ได้ ..... "


2


" พี่จะทำแบบนี้ไม่ได้ พี่รู้ใช่มั้ย "



" พี่จะทำแบบนี้ใส่เพื่อนผมทุกคนไม่ได้ "

1

" พี่มะ.. "

-หมดเวลา- 
นั้นหมายถึงคำพูดประโยคสุดท้ายที่ยังเอ่ยไม่จบ ถูกพี่มาร์คช่วงชิงไป ลมหายใจที่พี่มาร์คชอบขโมย

มือที่เคยทุบไหล่ตอนนี้กำเสื้อยืดสีดำตัวโปรดของพี่มาร์คจนยับย่น ผมผลักออก 

" คุยกันก่อน "

" ยังไม่ใช่ตอนนี้ "

ออกแรงทุบประท้วง แต่กลับถูกกุมข้อมือไว้แน่น รัดจนเริ่มเป็นรอยแดง เป็นฝ่ายถูกกักขังและดันแผ่นหลังจนแนบไปกับผนังที่ยังคงเหลือไออุ่นจากพี่มาร์คจางๆ ริมฝีปากล่างและบนถูกขบกัด ผมเบี่ยงหนี และพี่มาร์คที่เข้าหา เบียดริมฝีปากและร่างกาย เสียดสีจนเริ่มแสบผิว

ไม่เลย พี่มาร์คไม่ใช่คนโรแมนติก

" ...ยะ...อย่า " ออกปากห้ามแต่กลับถูกริมฝีปากนั้นตามล่าอีกครั้ง พี่มาร์คกระหายเหมือนริมฝีปากผมคืออาหารจานโปรด ละเมียดละไมในบางครั้ง จูบย้ำ สอดลิ้นแล้วเริ่มกัดกินทีละนิด ทีละนิด 

ร่างกายที่ผมคุ้นชิน มันเริ่มทำให้ผมลังเล ผมรู้ว่าพี่มาร์คสักที่ไหน ผมสัมผัส ผมรู้ รู้ดีหมดทุกอย่าง ความคุ้นเคยกำลังเล่นงานผมช้าๆ  ผมว้าวุ่นและเกลียดที่จะต้องทะเลาะ ต้องโมโห ต้องทำลาย เราไม่เคยประณีประนอม มันเป็นแบบนั้น

แบบนั้นเสมอ

แต่ผมไม่เบื่อจูบนี้ ไม่เบื่อแววตาที่พร้อมจะทำร้ายทุกคน ไม่เบื่อความขี้โมโห ไม่เบื่อที่จะฟังคำพูดร้ายๆในบางครั้ง 
พี่มาร์คและผมไม่เคยคิดที่จะไตร่ตรอง 

กับเรื่องความรัก พวกเราเหมือนเด็กเพิ่งหัดคลาน

" ช่วยปลดตะขอหน่อย " เสียงแหบพร่า ร้องขอ หลังจากสัมผัสที่ริมฝีปากผละออกไปไม่ห่างนัก

" คุยกันก่อนไม่ได้หรอ " มันดูตลกนิดหน่อยที่เราพยายามพูดคุยกันด้วยน้ำเสียงแบบนั้น ด้วยแววตาที่ต่อให้ใครมาเห็นก็คงรู้ว่าจุดจบจะเป็นอย่างไร ลอบมองเห็นลูกกระเดือกขยับลงเมื่อพี่มาร์คกลืนน้ำลาย เหงื่อที่ซึมตามผิวลำคอ
พี่มาร์คมองไล่สายตา หยุดลงที่ริมฝีปากผม และกลืนน้ำลายอีกครั้ง 

" ไม่ได้....ให้คุยด้วยตอนนี้ ไม่ไหวหรอก " สิ้นเสียงพี่มาร์ค ผมก้มหน้าลงโขกศรีษะใส่หน้าอกนั้น ทนมองพี่มาร์คที่กำลังพูดประโยคนี้ไม่ได้จริงๆ 

ถ้ามากกว่านี้ 
มากไปกว่านี้

ผมคงหายใจลำบาก

ละมือลงต่ำ พร้อมกับปลายนิ้วที่สัมผัสลงบนโลหะเย็นทรงกลม พี่มาร์คก้มหน้าลงอีก ต่ำกว่าศรีษะผมเล็กน้อย ก่อนเริ่มจูบผมอีกครั้ง ดันหน้าผมขึ้นด้วยทิศทางการจูบนั้น นวดคลึง และจูบอีกซ้ำๆ ซ้ำๆ 

ผมเกลียดพี่มาร์ค มากกว่าที่พี่มาร์คจะรู้ซะอีก

เสียงรูดซิบดังขึ้นพร้อมกับพี่มาร์คที่เริ่มซุกริมฝีปากไปทั่วใบหน้า กกหู ลมหายใจอุ่นร้อน และเริ่มกัดลำคอและบ่าของผมเหมือนลูกสุนัขคันเขี้ยว 

พี่มาร์คในตอนนี้กำลังเอาคืนความโมโหร้ายของผม
เอาคืนที่ผมทุบอกนั้น เอาคืนรอยแตกที่หางคิ้ว 
เอาคืนอารมณ์ทั้งหมดด้วยอารมณ์ทั้งหมดที่อีกฝ่ายมี

ริมฝีปากกดลงบนแอ่งไหปลาร้า เลียไปตามสันกระดูกสวย ขบเบาๆพอให้เสียงครางหลุดรอดจากริมฝีปาก

" พี่มันบ้า "

" อืม "

" พี่โมโหใส่ทุกคนที่เข้าใกล้ผม "

" .... "

" พี่ทำให้เพื่อนผมกลัวที่จะรู้จักผม นั่นมันทำผมโมโหมาก พี่ก็รู้ แต่พี่ก็ยังทำ "

กางเกงผมถูกปลดลง หน้าท้องแบนราบและต้นขาขาวถูกปิดไว้ด้วยชายเสื้อยืด 

" ผมเจ็บ เวลาที่พี่กำลังทำลายสังคมของผมออกไป "

บั้นเอวถูกรวบไว้ด้วยมือหนา ขย้ำ ฉุดรั้งไม่ให้ร่วงหล่น แต่ผมกำลังร่วงหล่น

" พี่มันหมาบ้า "

พี่มาร์คคุกเข่าลงต่ำ ริมฝีปากอ้าออกและกัดที่หน้าท้อง เขี้ยวที่กำลังเกี่ยวเนื้อ พร้อมกับสายตาที่ยังคงประสาน ผมละมือที่กดลงบ่าแกร่งนั้น ลูบขึ้น ผ่านลำคอหนา ริมฝีปาก จมูก เปลือกตาก่อนหยุดที่เส้นผม ลูบแผ่วเบา อ่อนโยนอย่างที่พี่มาร์คจะทำกับผม " เมื่อไหร่พี่จะปล่อยผมสักที " 

" ไม่ปล่อย " พี่มาร์คเอียงหัวเข้าหาฝ่ามือผมอย่างเคยชิน ชอบเสมอเวลาผมลูบหัวให้ มันคงน่าตลกถ้าใครรู้เข้าว่าพี่ใหญ่ในวงอย่างพี่มาร์ค ทำตัวไม่ต่างจากเด็กเล็กที่อ้อนขอความรัก 

ความรักที่มากจนบางทีก็รัดเราไว้จนหายใจไม่ออก
หวาดกลัวความเปลี่ยนแปลง

" พี่ปล่อยเราไม่ได้แบมแบม " พูดพร้อมกับลุกขึ้นเต็มความสูงช้าๆ อุ้มผมขึ้นสูง ก่อนวางลงบนเตียง ล้มลงและตามมากกกอดไว้จนแน่น 

" พี่ทำผมกลัวรู้ไหม "
.

" บางครั้งพี่รักจนผมกลัว " สบตาที่แน่วแน่นั้น พี่มาร์คไม่ได้หลบตา ไม่ได้สั่นไหว มั่นคงจนผมอยากร้องไห้

พี่มาร์คกดจูบลงอีกครั้ง มือหนาที่กอบกุมผมทั้งหมดไว้เริ่มขยับช้าๆ เสียงหอบของผมเริ่มขาดห้วง " เห็นใจกันหน่อยเถอะแบม "


เห็นใจมาร์คหน่อย -เหมือนผมได้ยินคำพูดนี้ผ่านแววตาที่สบมา ใจเต้นเร็วเหมือนที่เป็นมาเสมอ และกอดพี่มาร์คแน่นขึ้น 

รู้สึกเกลียดกรงที่พี่มาร์คกำลังสร้างครอบผมอย่างช้าๆ แต่ผมคงบ้าไม่ต่างกันที่ทั้งรู้สึกอึดอัดและขาดมันไม่ได้

ผมปลอดภัยในนี้ หัวใจผมจะไม่พังแน่ๆถ้าพี่มาร์คดูแลมันไว้
แต่ผมกลัวที่จะทำพี่มาร์คพัง

ผมกลัวความรักจางๆของผม จะทำให้พี่มาร์คแตกสลาย

ผมแคร์เขา เกลียดเขา มากพอๆกับที่จะรัก
และเช่นกัน พี่มาร์คแคร์ผม เกลียดผมมากพอๆกับที่จะรักผม
รักจนผมจินตนาการไม่ออก

สุดท้ายมันก็แค่สงครามของเด็กที่หัดจับปืนพลาสติก เรายิงใส่กัน รักษาแผลให้กัน ครั้งแล้วครั้งเล่า

หวาดกลัว แต่สุดท้ายก็ยังกลับมา อีกครั้งและอีกครั้ง 
กลับมาหากรงที่ผมยินยอม  

พี่มาร์คผูกติดเราไว้จนแน่น ในที่สุดผมและพี่มาร์ค เราก็ยังคงถูกเชือกเส้นนั้นกระชากกลับมาหากัน อีกครั้ง และอีกครั้ง














ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

477 ความคิดเห็น

  1. #469 ปาปัว?นิ?วกินี? (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 01:34

    อ่อย

    ฉากอิโรมากเลย

    #469
    0
  2. #406 คนแมนซังนัมจา~ (@arada_jsm) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 15:25
    ชอบตอนนี้ที่สุดเลย ชอบอารมณ์ ชอบการบรรยาย ชอบทุกอย่าง
    #406
    0
  3. #331 LightRock (@nalinnalar) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 24 มีนาคม 2560 / 13:32
    อ่านได้ความรู้สึกถูกบีบคั้นมาก
    #331
    0
  4. #327 St.tripleJ (@pimploy651) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 24 มีนาคม 2560 / 09:56
    ชอบมากก ฮืออ
    #327
    0
  5. #318 witchberry (@witchberry) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 23:20
    อึดอัดแต่ขาดไม่ได้ อืมมมม ช่างซับซ้อน
    #318
    0
  6. #312 karishmakira (@karishmakira) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:28
    ชอบอะ ดีหมด ทั้งเนื้อเรื่อง ภาษาดี ขอบคุณนะคะที่เขียนดีจริงๆ ความรักนี่ซับซ้อนจัง
    #312
    0
  7. #310 Kaka1m (@Kaka1m) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 28 มกราคม 2560 / 22:43
    ภาษาดีมากเลยค่ะ เราหลงมากเลย แม้มันจะไม่ใช่เรื่องยาว แล้วก็ไม่บรรยายทุกอย่างตรงๆ อ่านจบเราต้องลองคิดว่ากำลังอยู่ในเหตุการณ์อะไร แต่ถ้าพูดถึงการบรรยายความรู้สึก เราว่าบรรยายชัดเจนนะ แบบเราชอบอ่ะ มาร์คทะเลาะกับแบมเพราะหึงเลย แต่สุดท้ายเวลาผ่านไปไม่นานก็กลับมาหากันอีก คู่ลิ้นกับฟันจริงๆ^^ แบมรักไปเอาแต่ใจไปเปล่างี้ ส่วนมาร์คก็แอบเผด็จการ5555 ยังไม่ยอมคุยกันก่อนเลยย หลัง30วิเคลียร์ยังไงกันไม่อยากจะคิดเลย>///< นี่เสน่ห์ของชชใช่ไหม ดุเดือดแต่มีเสน่ห์ แบมทำมาร์คเจ็บ เดี๋ยวมาร์คจะทำแบมเจ็บ..แบบอื่น5555
    #310
    0
  8. #309 fah*cassiopeia*- tvxq (@skyandstar) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 09:22
    อันนี้ดีมากฮืออออ
    #309
    0
  9. #308 namemy_jung (@namemejung) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 23:23
    เราชอบบบบบ ฮือออออ
    #308
    0