SHORT FICTION #MARKBAM

ตอนที่ 12 : VioletRed|2|100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 480
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    23 ม.ค. 61


Horizontal Line & Diagonal Line
มาร์คชอบความมั่นคง ราบเรียบ แต่ในบางครั้งแบมแบมก็พุ่งทะยานเกินไป

มาร์คไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นคนประเภทไหน ไม่ได้ใส่ใจที่จะระบุนิสัยตัวเอง แต่ทุกคนก็เอาแต่ตัดสินใจแทนกันแล้วว่ามาร์คควรมีนิสัยอย่างไร ความจริงเขาก็เป็นแค่คนคนหนึ่งที่ซื่อตรงกับความรู้สึกตัวเองมาก

นิสัยมาร์คก็มีอยู่แค่นี้

มาร์คเอนตัวนอนราบไปกับผืนทราย ปลายเท้าสัมผัสคลื่นทะเลที่ซัดเข้ามาหยอกล้อแผ่วเบาแต่ในบางครั้งกลับทำให้มาร์คเปียกมาถึงหัวเข่า แสงแดดในตอนบ่ายของฤดูร้อนที่ลอสแอนเจลิสกำลังทำให้มาร์คปวดหัวไหนจะเสียงพูดคุยรอบตัวของนักท่องเที่ยว

บรรยากาศแบบนี้ทำให้มาร์คไม่สบายตัว แต่มาร์คก็ยังชอบมัน

สุดท้ายก่อนที่ผิวของเขาจะแสบไปมากกว่านี้ เงาไม่ใหญ่มากก็เคลื่อนมาบังสายตามาร์คไว้ " กลับกันเถอะ" เสียงนุ่มเรียก พร้อมกันกับที่มาร์คลืมตาขึ้น สบเข้ากับเจ้าของเงาที่บังแสงแดดให้ รอยยิ้มน้อยๆกับแววตาเป็นประกายนั้น ทำให้มาร์คอดไม่ได้ที่จะยกมุมปากขึ้น ตอบรับคำชวนของอีกฝ่ายไป 
ร่างโปร่งทรุดกายลงนั่งข้างกันกับมาร์คก่อนที่มือเรียวนั้นจะช่วยฉุดมาร์คให้ลุกขึ้นนั้ง ก่อนเจ้าตัวจะถามย้ำจุดประสงค์อีกครั้ง " กลับกันเถอะ "
.
.


มาร์คเดินตามร่างโปร่งออกมา ย่ำเท้าเปล่ากลับไปที่รถเพราะลืมว่าเผลอถอดรองเท้าทิ้งไว้ตรงไหน ไอแดดจากพื้นทำให้มาร์ครู้สึกเหมือนเดินบนกองถ่านที่ไฟเพิ่งดับลง มันร้อนแต่มาร์คกลับชอบที่ตัวเองรู้สึกแบบนั้น

ชอบที่จะทรมานร่างกายตัวเอง เพื่อให้ยังรู้สึกว่ามันไม่ได้ด้านชาไปทั้งร่าง  

" รีบเดินจัง " มาร์คเรียกอีกคนที่หันกลับมาทำหน้ายู่ใส่กันเล็กน้อย " เดินช้าๆหน่อยก็ได้ " เอื้อมมือคว้ามืออีกคนมากุมไว้หลวมๆก่อนจะเดินไปที่รถพร้อมกัน 

" ไปงานแต่งน้องมา เป็นไงบ้าง "

นั่นสิ.... 
มาร์คก็สงสัยเหมือนกัน ว่าตอนนี้เขาเป็นอย่างไรบ้าง 

" ......... "

" ......... "

" ก็ดี " และนี่คงเป็นคำตอบที่ดีที่สุดที่มาร์คจะตอบคนข้างๆได้ นึกแปลกใจที่ตัวเองพูดด้วยน้ำเสียงแบบนั้นแต่มันกลับตรงข้ามกับทุกอย่างที่มาร์ครู้สึกในตอนนี้ มือของมาร์คบีบเข้าหากันอย่างลืมตัวจนทำให้คนข้างๆรู้สึก แต่มาร์คก็ไม่คิดที่จะคลายออก เหมือนควันกลุ่มหนากำลังรวมตัวจนหายใจได้ยาก มาร์คไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าคนข้างๆกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่ หรือว่าเขาเดินมาถึงรถได้อย่างไร 
จนมารู้ตัวอีกที มาร์คในตอนนี้กำลังนั่งประจำตำแหน่งคนขับพร้อมกับที่อีกคนเอื้อมมือไปหยิบรองเท้าอีกคู่ที่เบาะหลังมาให้

รองเท้าอีกคู่ที่แทนรองเท้าคู่เดิมที่มาร์คถอดทิ้งไว้จนมันหายไป
น่าแปลกที่ทั้งสองคู่เหมือนกันอย่างเหลือเชื่อ เป็นเรื่องตลกร้ายที่มาร์คจงใจให้มันเป็นแบบนั้น

" มาวิน......จะแวะที่ไหนก่อนรึเปล่า " เอ่ยถามคนที่นั่งข้างๆก่อนจะได้รับคำตอบเป็นการโคลงหัวส่ายหน้าเบาๆ
" วันนี้วันเกิดพี่หนะคงต้องไปทานข้าวกับครอบครัว " เจ้าตัวเม้มปากเข้าหากันแน่น ก่อนเลือกที่จะถามคำถามต่อมา   " พี่มาร์คอยากไปด้วยกันไหม "
" ไม่หละ พี่คงอยู่ทำงานที่บ้าน " มาร์คตอบทั้งที่สายตายังไม่ละไปจากถนนในยามบ่ายเบื้องหน้า ใช้เวลาไม่นานในการตัดสินใจ ราวกับว่ามาร์คไม่ได้ลองพิจารณามันด้วยซ้ำ

เขาก็เป็นคนแบบนี้ สุดท้ายก็เว้นช่องว่างไว้เสมอ

มาวินพยักหน้าเข้าใจก่อนที่สายตาจะเบนออกนอกรถ นึกภาวนาให้อะไรบางอย่างเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นคำตอบของมาร์คหรือว่าจะเป็นเขาเอง มาวินไม่รู้ว่าที่งานแต่งเมื่อสามเดือนก่อนเกิดอะไรขึ้น แต่เขารู้สึกได้ว่าช่องว่างระหว่างเขากับมาร์คที่มันเคยมี ตอนนี้ขนาดของมันกำลังขยายใหญ่ขึ้นจนเขานึกกลัว

" พี่มาร์ค....... " เบนสายตากลับมา มองเสี้ยวหน้าของคนขับที่ตอนนี้ไม่ได้ละความสนใจมาจากท้องถนนเลย " มีอะไรก็คุยกับผมได้นะ"

" อืม " มาร์คตอบรับเพียงเท่านั้นก็ดูเหมือนบทสนทนาของทั้งสองฝ่ายจะยุติลง ต่างฝ่ายต่างเงียบราวกับในหัวมีเรื่องราววิ่งวนให้ต่างคนต่างได้คิด น่าแปลกที่ในความเป็นจริงมาร์คกลับคิดเพียงแค่ว่าไอแดดจากท้องถนนทำให้เขารู้สึกตาพร่า คิดเพียงว่าเมื่อก่อนต้นไม้เยอะกว่านี้ คิดเพียงว่ากลับบ้านไปวันนี้เขาจะนอนเวลาไหนดี หรือว่ามื้อเย็นควรทานอะไร 

คิดให้มากเท่าความสามารถที่เขามี ทำให้ระบบความคิดยุ่งเหยิงจนกลับไปคิดเรื่องเดิมๆไม่ได้อีก
สิ่งที่มาร์คทำ มีเพียงการไม่คิดถึงแบมแบม

พยายามไม่คิดถึงแบมแบมก็แค่นั้นเอ








" ทำไอ้นั้นให้กินหน่อยสิ " มาร์คหลุบตาลงต่ำ มองคนที่พาดหัวอยู่บนตักของตนพร้อมกับเข่าที่ตั้งฉากขึ้นและเท้าที่กระดิกไปมาตามจังหวะเสียงเพลงของเกมส์ที่เจ้าตัวกำลังเล่นอยู่  สายหูฟังสีแดงที่ตอนนี้ข้างหนึ่งตกอยู่บนหัวไหล่เปลือยนั่นซึ่งเกิดจากเสื้อยืดคอกว้างที่แหวกออก 

" ไอ้นั้นอะไร " คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันละสายตาจากเกมส์ในมือก่อนที่เจ้าตัวจะเงยหน้าสบเข้ากับแววตาสีเข้มที่มองมาอยู่ก่อนแล้ว  

" ที่เป็นเส้นๆสีน้ำตาลไง " ตอบเสียงเรียบ พร้อมกับมือเรียวที่ลูบวนทั่วบริเวณของหัวไหล่ที่โผล่พ้นเนื้อผ้าสีขาวออกมา ไล่ไปตามผิวเรียบก่อนจบลงที่ไหปลาร้าทรงสวยอย่างที่มาร์คนึกชอบ " นะ.....ทำให้กินหน่อย "

" ขอจบตานี้ก่อน " ลากเสียงใส่อีกคนก่อนร่างโปร่งจะพลิกตัว นอนแนบแก้มไปกับเนื้อผ้ายีนของกางเกงที่มาร์คสวมอยู่ ดึงหูฟังออกจากหูของตนปล่อยให้สายสีแดงนั้นวางพาดอยู่บนโซฟาสีเข้มในหอพัก พร้อมกับเสียงเพลงเบาๆที่ได้ยินไม่ชัดเจนนักลอดผ่านออกมา " จบตานี้หมายถึงอีกหนึ่งชั่วโมงค่อยทำ? " มาร์คละมือออก ก่อนจะลูบหลังหูของอีกคนพร้อมกับออกแรงบีบและดึงเบาๆ จนอีกฝ่ายอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงฮึมฮำอย่างขัดใจในลำคอ ปัดมือคนอายุมากกว่าออก 

แบมแบมรวบโทรศัพท์กับหูฟังก่อนจะวางทิ้งไว้กับซอกของโซฟา โดยไม่วายยกหัวโขกไปกับหน้าตักของอีกคนหนักๆก่อนลุกขึ้นนั่ง เพื่อที่จะพบว่าอีกคนไม่ได้เดือดร้อนหรือรู้สึกอะไรเลยกับการกระทำนั้น มีเพียงเสียงหัวเราะที่เหมือนจะปลุกยองแจฮยองให้ตื่นจากนอนกลางวันขึ้นมา " พี่แม่ง......ทุกทีเลย " กระแทกเสียงใส่อีกคนที่ยังคงมีรอยยิ้มประดับอยู่ พร้อมกับลากเท้าพาตัวเองไปที่ห้องครัวเพื่อลงมือทำผัดไทยให้คนที่กำลังเดินตามเข้ามาได้ทาน

เรื่องมันยุ่งขึ้นเป็นเพราะแบมแบมเคยลองทำให้ใครอีกคนชิม
และผิดที่ใครอีกคนที่ได้ลิ้มรสเกิดเสพติดมัน

" คราวหลังพี่ก็ทำกินเองสิ " บ่นใส่พี่ใหญ่ของวงที่ยืนเท้าแขนอยู่บนโต๊ะหย่อนขาอีกข้างให้ยืนได้สบายขึ้น และพักสายตาไว้ที่ปากสีสดนั้นที่ขยับจนเห็นฟันขาว " หรือไม่ก็ให้พี่เจบีทำให้กิน บอกไว้เลยว่าทำอร่อยกว่าผมอีก "

มาร์คได้แต่มองคนช่างบ่นที่ก้มหาของในตู้เย็นพร้อมกับหยิบออกมาวางด้านนอกบนพื้นข้างๆ

มุมปากที่ยกยิ้มอย่างลืมตัว 
หรือหัวใจที่เต้นช้าๆตามเสียงเครื่องปรับกากาศด้านนอก
มาร์ครู้สึกชอบมันทั้งหมด
บางครั้งมาร์คก็รู้สึกมีความสุขจนน่ากลัว

แต่เชื่อเถอะว่าผัดไทยในตอนนี้ที่มาร์คทำอยู่จะไม่เละเหมือนกับที่เคยทานจากฝีมือแบมแบมอีกแล้ว

ไม่มีใครเคยคิดว่าในวันหนึ่งมาร์คจะลุกขึ้นมาทำอาหารแต่ก็ต้องคิดเพราะตอนนี้มาร์คกำลังทำอย่างที่ว่ามาอยู่  มือหนายกกระทะขึ้นวางใส่ไว้ที่อ่างล่างจาน ก่อนหันตัวหยิบจานใส่ผัดไทยที่ช่วงนี้ทำทานเองบ่อยพร้อมกับหยิบช้อนและซ้อมตามมา เดินออกมาจากห้องครัวก่อนวางอาหารมื้อเย็นในวันนี้ไว้บนโต๊ะทรงเตี้ยหน้าโซฟาสีน้ำตาลเทา หยิบรีโมทขึ้นเปิดทีวีก่อนจะเดินกลับครัวเพื่อหยิบน้ำดื่มติดตัวออกมาหนึ่งขวด

นั่งทานอาหารเงียบๆพร้อมกับความคิดในหัวที่ตอนนี้กำลังจัดตารางชีวิตให้ตนเอง ซึ่งพอมาคิดดูแล้วมาร์คแลดูจะเป็นนักธุรกิจที่ทำตัวว่างเหลือเกิน อาจจะเพราะเป็นธุรกิจกับเพื่อนและค่อนข้างอยู่ตัว พักนี้มาร์คเลยรู้สึกไม่มีอะไรทำ

ไม่มีอะไรทำจนบางทีก็เริ่มเหงา...       หรือว่ามาร์คควรหาลูกหมามาเลี้ยงสักตัว 
ถ้าเป็นแบมแบม รายนั้นคงบอกให้เขาเลือกซื้อสุนัขพันธ์เล็กมาเพราะมาร์คชอบ
แต่สุดท้ายมาร์คจะเลือกสุนัขพันธ์ใหญ่มาเพราะแบมแบมชอบอยู่ดี

ผละสายตาออกจากจานผัดไทยที่ตอนนี้ทานได้ไม่เท่าไหร่ พร้อมกับพักสายตาไว้กับแสงสว่างและภาพเคลื่อนไหวของจอทีวี ลำแสงที่จดจ้องนานๆก็อาจทำให้ตาพร่าจนต้องกระพริบตา มือของมาร์คยังคงม้วนเส้นเข้าปาก เคี้ยวผักที่ผัดไม่ค่อยสุกเท่าไหร่ก่อนจะคิดได้ว่ามื้อหน้าควรหาอาหารจากด้านนอกทานก่อนกลับเข้าบ้าน 

มาร์คตัดสินใจวางช้อนกับซ้อมในมือลงเมื่อรู้สึกสู้ไม่ไหวกับอาหารมื้อนี้ ในตอนนี้เขาคงต้องเลือกว่าจะออกไปหาอะไรทานด้านนอกหรือคืนนี้ควรกลับไปนอนบ้านพ่อแล้วฝากท้องไว้ที่นั่นดี แต่ก่อนที่เจ้าตัวจะได้ตัดสินใจเสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่ใกล้ตัวก็ดังขึ้นพร้อมกับหน้าจอที่โชว์รายชื่อที่ทำให้มาร์คนึกประหลาดใจเล็กน้อย 

" มารับที่สนามบินหน่อย " เสียงนุ่มบอกกับมาร์คแค่นั้นหลังจากที่เขากดรับโทรศัพท์ เป็นอันว่าประโยคคำสั่งนั้นกำลังบอกให้เขาออกจากบ้าน
แต่คงเป็นเรื่องดีที่วันนี้อาจจะมีเพื่อนทานข้าวเพิ่มอีกคน


















เสียงดังที่ปลุกมาร์คให้ตื่นที่ลานหน้าบ้าน ทำให้เจ้าตัวต้องอาบน้ำเปลี่ยนชุดก่อนเดินออกมาเพื่อที่จะพบว่าบ้านของตัวเองเต็มไปด้วยผู้คนที่คุ้นตาดี 

มีใครบอกไหม ว่าแจ็คสันกับยูคยอมควรเงียบเสียงหน่อย

" พี่มาช่วยยกเตาย่างหน่อยสิ " เป็นเสียงจินยองที่เรียกมาร์คให้เดินไปหา เขาช่วยตามคำขอของจินยองก่อนกวาดสายตาไปทั่วบริเวณสนามหญ้า เห็นว่าแจ็คสันกำลังวุ่นวายกับอาหารทะเลที่ออกไปซื้อกันมาพร้อมกับยูคยอมที่กำลังยืนเถียงกับใครคนหนึ่ง " ไปรับมาวินมาด้วย? "

" อืม.....ไปรับมาให้ช่วยเลือกซื้อของ " จินยองสบเข้ากับนัยตาสีน้ำตาลเข้มขณะตอบ ก่อนเบนสายตาไปที่ยูคยอมและมาวิน " สองคนนั้นสนิทกันเร็วจนผมตกใจ " พูดประโยคต่อมาพร้อมเสียงกลั้วหัวเราะ 

มาร์คยิ้มน้อยๆพร้อมกับความรู้สึกที่ว่าเรื่องของเขากับมาวินจากที่คนรู้มีแค่จินยองกับเจบีตอนนี้อีกสี่คนที่เหลือคงรู้ไปตามๆกัน เขาละสายตากลับมา วางเตาย่างไว้ใกล้สระน้ำปัดมือนิดหน่อยก่อนจะเดินไปช่วยแจ็คสันพร้อมกับจินยอง วันนี้เป็นวันเสาร์ที่ค่อนข้างวุ่นวายเลยทีเดียว จากตอนแรกที่ได้ยินเสียงจินยองโทรให้ไปรับตอนนี้กลายเป็นว่ายูคยอมกับแจ็คสันก็มาด้วยเหมือนกัน  

โดยทั้งหมดให้เหตุผลเดียวกันคืออยากมาเที่ยวที่นี่

" แล้วพรุ่งนี้จะไปเที่ยวที่ไหนกัน " มาร์คถามพร้อมกับทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ 

" ไม่แน่ใจ.... " เป็นแจ็คสันที่เงยหน้าขึ้นมาตอบ " แต่อยากไปหลายๆที่ นายน่าจะไปด้วยกัน "

" ไม่หละ " ฉันโตที่นี่นะแจ็คสัน คงอยากเที่ยวอยู่หรอก 
มาร์คนึกอยากต่อประโยคให้จบ แต่มีเพียงคำตอบสั้นๆพร้อมกับโคลงหัวส่ายหน้าส่งให้อีกคน มีเพียงแจ็คสันกับจินยองที่แอบสบตากัน ก่อนจะเป็นแจ็คสันที่เลิกคิ้วส่งให้จินยองประมาณว่า 'นั่นไง ว่าละ' 

หลังจากนั้นพวกเราก็พูดคุยเกี่ยวกับชีวิตประจำวันและงานที่ทำอยู่ ดูเหมือนทุกคนจะไปได้ดีในทางของตัวเอง และประเด็นสุดท้ายก็ถูกยกขึ้นมาด้วยฝีมือของแจ็คสันก็ไม่พ้นประเด็นของมาร์คกับมาวิน
เขาเลือกที่จะไม่อธิบายอะไรมากนัก ไม่ได้ปิดบังแต่เล่าแบบกระชับอย่างที่มาร์คถนัด

ยูคยอมเดินเข้ามาจากทางด้านหลัง ก่อนนั่งลงข้างๆมาร์ค โดยมีมาวินที่ยืนอยู่ตำแหน่งหัวโต๊ะกำลังช่วยแจ็คสันเตรียมของต่อ  หลังจากที่เตรียมของเสร็จโดยใช้เวลานานพอสมควรอาหารมื้อเช้าพ่วงมื้อเที่ยงก็เริ่มขึ้น มาร์คเอาแต่นั่งทานแล้วมองทุกคนไปเรื่อยๆร่วมวงพูดคุยบ้างเป็นบางครั้ง แต่หน้าที่สร้างสีสันคงต้องยกให้กับยูคยอมและแจ็คสันเขานึกแปลกใจเล็กน้อยที่มาวินดูจะเข้าได้ดีกับแจ็คสันแต่กลับดูเหมือนจะกัดกันให้ได้กับยูคยอม

ภาพนั้นทำให้ลมหายใจของมาร์คสะดุด

มาวินในตอนนี้ช่างเหมือนกับแบมแบมในตอนนั้น
เหมือนจนมาร์ครู้สึกว่าหัวของเขากำลังถูกค้อนทุบ

สุดท้ายก็เป็นเขาที่เบนสายตาออกมา ก่อนจะสบเข้ากับนัยตาของจินยองที่ส่งยิ้มน้อยๆมาให้กัน ฝ่ายนั้นโน้มตัวมาหามาร์คเล็กน้อยก่อนเอ่ย " ไปหาที่คุยกันหน่อยไหม "  



.



จินยองหย่อนเท้าลงในสระว่ายน้ำขนาดพอดีเหมาะกับพื้นที่และตัวบ้าน ก่อนจะพยักหน้าให้มาร์คนั่งลงข้างๆกัน ในตอนนี้พวกเขาสองคนทิ้งเสียงพูดคุยไม่เบานักไว้ด้านหลัง " พี่ว่ามาวินดู....เป็นไงบ้าง " 

" ก็โอเค  เข้ากับอีกสองคนเร็วมากเลย " มาร์คทิ้งน้ำหนักเท้าแขนไปด้านหลังเพื่อความสบายตัว 

" ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น ผมหมายถึงพี่กับมาวิน "

" ........ "

" ........ "

" มาวินเป็นคนน่ารัก.... " ทอดสายตามองแสงแดดที่ส่องผ่านใบไม้ลงมากระทบต้นแขนของมาร์คจนรู้สึกอุ่น " แต่เหมาะจะเป็นน้องมากกว่า " 

มาร์คเบนสายตากลับมาที่จินยองซึ่งตอนนี้กำลังมองไปที่ลานหญ้า ทอดสายตาผ่านหน้าไปก่อนจะพบว่าจินยองคงกำลังเฝ้ามองมาวินอยู่ เวลาผ่านไปชั่วครู่ก็เป็นจินยองที่เป็นฝ่ายทนไม่ได้ ฝ่ายนั้นถอนหายใจให้ร่างกายรู้สึกโล่ง พร้อมเอ่ย " พี่จะทำแบบนี้ไปตลอดไม่ได้หรอกนะ " 

" ผมไม่เห็นว่ามันจะทำให้ใครมีความสุข....  " จินยองพูดต่อเบนสายตากลับมา พร้อมทั้งขยับเท้าใต้น้ำจนเกิดคลื่นขนาดย่อมขึ้นมา ก่อนจะส่งแรงจนขยายขนาดเป็นวงกว้าง  

มาร์ครู้ 
รู้ดีที่สุด แต่ปัญหาอย่างเดียวที่เขามีคือ แบมแบม

" ถ้าอย่างนั้นก็หาแบมแบมให้สักคนสิ "

" พี่มาร์ค " คิ้วเรียวของจินยองขมวดเข้าหากัน พร้อมสายตาคู่นั้นที่มองมายังมาร์คอย่างเหลือทน " แล้วที่พี่ทำอยู่ตอนนี้ มันไม่ใช่หรือไง "

มาร์คไม่ปฏิเศษ ในเมื่อเขากำลังทำแบบนั้นจริงๆ
เขากำลังมองหาเศษเสี้ยวของแบมแบมในตัวคนอื่น

" ผมรู้นะ ว่าที่พี่เลือกมาวินเพราะเขาเป็นคนไทยแล้วอายุเท่าแบมแบมใช่ไหมล่ะ คราวนี้จะแบบไหนอีก พี่จะเดินไปบอกเลิกกับน้องเหมือนคนก่อนๆ แล้วก็ขอโทษ....แบบนั้นใช่ไหม " 

" ........... "
 
" พี่อย่าเงียบสิ.... "

ในตอนนี้มีเพียงเสียงถอนหายใจหนักๆของจินยองที่ช่วยให้บรรยากาศไม่เงียบจนเกินไป เสียงพูดคุยด้านหลังเหมือนหายไปทั้งๆที่ยังอยู่ เสียงอื้ออึงในหูที่มาร์คได้ยินมันคนเดียวทำให้เขารู้สึกประหลาด

มาร์คเบนสายตาจดจ้องกลับไปที่จินยองในตอนนี้ซึ่งมองมา สายตาที่เขาใช้มันกับคนอื่นตลอดเมื่อพูดถึงแบมแบม 

มาร์คซื่อตรงและเก็บความรู้สึกไม่เก่งเลย
ไม่เคยเก่ง

สุดท้ายก็เป็นจินยองที่ทนความเงียบนี้ไม่ไหว ถอนหายใจให้กับชีวิตคนคนหนึ่งที่เขาทั้งรู้สึกเห็นใจและเหนื่อยใจ  มือเรียวยกขึ้นพาดบ่าคนอายุมากกว่าก่อนแตะลง " ผมเป็นห่วงพี่นะ ทุกคนเขาก็เป็นห่วง " ละมือลงพร้อมกับเบนสายตาออกห่างนัยตาสีเข้มคู่นั้นก่อนมองไปที่พื้นหญ้าสีเขียว 

มาร์คก้มลงมองข้อเท้าของตัวเองก่อนยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย " ขอบคุณ "

เขารับรู้มาตลอดทุกอย่างที่คนอื่นใส่มาที่เขา แต่เรื่องบางเรื่องความสามารถที่มีก็ช่วยเหลืออะไรไม่ได้ ยิ่งคนอื่นที่เป็นคนกลาง แบมแบมก็คือน้องส่วนเขาก็คือพี่ 

ในตอนนี้มีเพียงเขาที่เยียวยาความรู้สึกของตัวเองและรักษามัน
สิ่งที่มาร์คสามารถบอกคนอื่นได้คือ เขาไม่เป็นไรและรู้สึกขอบคุณ
แต่เชื่อเถอะในบางครั้งมาร์คก็รู้สึกอยากปีนออกจากำแพงนี้เหมือนกัน 
เพียงแค่ทุกครั้งแบมแบมจะเรียกเขาลงมา


.


วันถัดมาบ้านของมาร์คก็เงียบลงเช่นเดิม สามคนที่ตัดสินใจมาเที่ยวก็ได้เที่ยวสมใจพร้อมกับมาวินที่ร่วมเดินทางด้วยอีกคน หลังจากนั้นเกือบสัปดาห์ทุกคนก็กลับมาพร้อมคำสั่งที่ว่า เขาจะต้องขับไปส่งพวกนั้นที่สนามบิน 
ซึ่งมาร์คก็ไม่ได้ขัดเรื่องนี้ ส่วนตอนก่อนกลับจินยองนำของฝากจากเกาหลีที่ลืมให้มาร์คไว้สองอย่าง เป็นรองเท้าที่เจบีฝากมา

และจิวต่างหูจากแบมแบม

มาร์ครู้สึกเหมือนเขาใกล้บ้า เพราะทันทีที่เห็นกล่องเล็กๆนั้น หัวใจที่ไม่เคยคิดว่าจะเต้นแรงได้มากขนาดนี้กลับเต้นจนมาร์ครู้สึกเจ็บหน้าอก

ในความเป็นความจริง
มันเต้นแรงตั้งแต่คำพูดที่ว่า แบมแบมฝากมา ของจินยองแล้ว



" แบม......ใส่จิวให้พี่หน่อยสิ " มาร์คเดินเข้าหาร่างโปร่งที่นอนเล่นโทรศัพท์อยู่กับยูคยอมบนเตียงขาวในห้องพักของโรงแรม 
" นั่งสิ " น้องคนเล็กเกือบสุดของวงวางโทรศัพท์ลงข้างตัวก่อนลุกขึ้นนั่งทิ้งขาลงบนพื้นเย็น ยูคยอมที่นอนพาดอยู่บนเตียงกว้างเหลือบมองเล็กน้อยก่อนกลับไปสนใจการ์ตูนที่ดูค้างไว้ต่อ 
มาร์คย่อตัวลงทิ้งเข่าข้างนึงลงบนพื้น หันข้างด้านที่ต้องการใส่จิวนั้นให้คนน้อง แบมแบมขยับตัวเล็กน้อยก่อนยื่นมือมาที่หน้าของอีกคนเพื่อขอจิวที่เจ้าตัวจะใส่ 

สัมผัสอุ่นๆของมือแบมแบมที่แตะลงบนใบหูของมาร์คทำให้เขานึกอยากหันมองหน้าของอีกคน ความเย็นของจิวที่สอดผ่านเนื้อหูและน้ำหนักเล็กน้อยที่เกิดขึ้นทำให้มาร์ครู้สึกคุ้นชิน

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเพราะแบมแบม ทำให้มาร์ครับเอาความรู้สึกเหล่านั้นเข้ามามากจนคิดว่านั่นคือชีวิตประะจำวัน
แต่ตอนนี้กลับมีเพียงความเงียบและตัวบ้านที่ว่างเปล่าเท่านั้นที่เริ่มจะกลายเป็นชีวิตประจำวันใหม่ของมาร์ค

เขาในเสื้อสีเทาลดมือของตัวเองลงพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถือ ทิ้งความอุ่นจางๆไว้ที่ใบหูข้างขวาและจิวสีดำอันใหม่ที่เพิ่งได้รับมาไม่นาน 
สิ่งของที่คนซื้อฝากไว้ ยิ่งทำให้นึกถึงเจ้าของที่แท้จริงของมัน

สายตาของมาร์คยังคงจับจ้องไปยังหน้าจอโทรทัศน์ในบ่ายแก่ๆของวันธรรมดาวันหนึ่ง เสียงคลุกคลักหน้าประตูพร้อมกับเสียงเห่าของเจ้าโจ ทำให้มาร์คต้องผละออกจากโซฟาสีเข้มนึกในใจว่าเพื่อนที่นัดกันไว้ทำไมถึงมากันเร็วนัก
ร่างของเขาเดินผ่านประตูที่เปิดออกกว้างก่อนเดินออกไปที่ลานหน้าบ้านเพื่อที่จะเห็นว่าเจ้าโจหมาตัวผู้ได้ทำการทรยศเจ้าของเสียแล้ว

ภาพนั้นทำให้มาร์ครู้สึกเหมือนโดนทุบที่หัวแล้วสาดน้ำใส่ ใจที่คิดว่าควรเต้นแรงกว่านี้กลับแผ่วจนเหมือนไม่มีอยู่

มีเพียงเจ้าหมาขนฟูสีเทาที่ผูกมิตรกับผู้มาใหม่ได้เร็วจนผิดนิสัย ทั้งๆที่ใครก็เข้าใกล้ไม่ได้ ราวกับว่าเจ้าโจจะรู้ตัวว่าใครคนนั้นที่เล่นกับมันอยู่ ควรได้เป็นเจ้าของของมันร่วมกับเขา
.
.
.
.




" แบมแบม "











:: มาแล้วค่ะ รู้สึกคอตีบเลย5555555555555555 มันยาวมั้ยไม่รู้ที่รู้คือสุดของนี่แล้ว แต่งนิยายมันยากจริงๆค่ะ55555555555555555 ขอโทษด้วยที่มาเอื่อยๆช้าๆ สุดท้ายก็ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน ขอบคุณค่ะ /ภาษาตรงไหนขัดเขียนคำผิดบอกได้นะ/ /คุยมากไม่ได้เดี๋ยวหลุดภาพลักษณ์หม่นๆ/ #REDMB ::



 




















 
















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

477 ความคิดเห็น

  1. #475 eye_au (@eye_au) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 13:11
    โอ้ยยยย หน่วงมากแม่!~ ฉันอึดอัน ฉันสงสารมาร์ค และฉันกำลังร้องไห้
    ก็คนมันรักอ่ะ ให้ทำไงวะ แงงงงงง
    #475
    0
  2. #388 ~AnNiE~ (@whitetiar) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 12:01
    ง่ะ โดนไรท์ทิ้งไว้กลางทาง
    เปิดเถอะนะ พลีสส
    #388
    0
  3. #373 AK_DEM (@AK_DEM) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 23:28
    อ่านไม่ได้ง่าาา
    #373
    0
  4. #313 karishmakira (@karishmakira) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:43
    อยากอ่านต่อค่า TT
    #313
    0
  5. #139 bbboobb (@bbboobb) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 17:11
    ไปไหนมาแบม ปล่อยพี่มาค พร่ำเพ้อทุกเวลา
    #139
    0
  6. #136 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 / 23:00
    งื่อออออ ตอนแบมแบมมาหานี้แบบ ยินดีด้วยนะพี่มาร์ค เราจะเชียร์พี่เอง งื้อออ
    #136
    0
  7. #134 Kaka1m (@Kaka1m) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 เมษายน 2559 / 15:53
    ภาษาไรท์มันโดนใจมาก ดีมาก โรแมนติกบนความเศร้า ไม่ว่าจะจบสุขหรือเศร้าจะรออ่านค่ะ สงสารมาร์คค ความหล่อรวยไม่ช่วยอะไร5555
    #134
    0
  8. #133 Patcha YJ (@patchayj35) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 เมษายน 2559 / 10:26
    สงสารมาร์คมาก ฮือออ เราชอบประโยคที่ว่ามาร์คกำลังมองหาเศษเสี้ยวแบมแบมในตัวคนอื่น มันใช่จริงๆ มันใช่มาก โอ๊ยยย จะร้องไห้ รออยู่นะคะ จะรออ่านจนจบ
    #133
    0
  9. #132 tipsuda (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 เมษายน 2559 / 03:01
    รู้สึกอึ้งไปเลยค่ะ อ่านแล้วคิดตามนะอีก 10 ปีข้างหน้าพวกเค้าก็ต้องแยกย้ายกันไปมีครอบครัว น่าคิดนะว่าตอนนั้นมาร์คแบมจะมีความสัมพันธ์กันแบบไหน หน่วงจนเกรงเลยค่ะไรท์ รอเลยนะค่ะ
    #132
    0
  10. #130 zwuuwz (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 16:12
    มาร์ค.......เฮ้ออ....... หนักหน่วง ความหวังมัคริบหรี่มาก ฮา.
    #130
    0
  11. #129 peonypink2 (@PeonyPink) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 เมษายน 2559 / 22:08
    สงสารพิม้าคคค
    #129
    0
  12. #128 BloodA93 (@BE-LIDA08) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 เมษายน 2559 / 13:33
    แต่งต่อเรื่องยาวนะๆๆๆๆ ชอบความรู้สึกหน่วงๆแบบนี้มากTT
    #128
    0
  13. #124 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 เมษายน 2559 / 11:08
    หืม มาร์คหลังงานแต่งมาก็เอาแต่คิดถึงเรื่องของแบมหรอ
    #124
    0
  14. #119 Kaka1m (@Kaka1m) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 เมษายน 2559 / 09:36
    รอนะคะ มาอัพไวๆน้า สงสารมาร์ค เข้าใจอารมณ์เลย TT แบมแบมแต่งงานกับคนอื่น
    #119
    0
  15. #118 Kaka1m (@Kaka1m) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 เมษายน 2559 / 09:35
    สำนวนภาษาดีมากๆ อ่านแล้วชอบ555 มาร์ครู้สึกเหงานะรู้ตัวไหม ><
    #118
    0