LOVELY SHINee 2

ตอนที่ 9 : New Dome New Leader?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 266
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 พ.ย. 53






ทงเฮฮยอง..อึนฮยอกฮยอง ผมกลับก่อนล่ะครับ บาย ครั้นเสร็จสิ้นภารกิจประจำวัน ด้วยสีหน้าสุขสดชื่นและท่าทีกระตือรือร้นจนน่าหมั่นไส้ ร่างสูงรุ่นน้องเร่งรีบสาวเท้ายาวๆตรงมาทางเขากับเพื่อนเพื่อบอกลา ก่อนสับขาวิ่งร้อยเมตรไปยังรถตู้ของตนว่องไว

ป๊าดดดโธ่..เจ้ามินโฮ เรายังไม่ทันได้อ้าปากเอ่ยถาม ดันรีบวิ่งไปก่อน..อีกละ ในช่วงสองอาทิตย์ให้หลัง ได้ฟังอึนฮยอกบ่นพึมพำแทบทุกวัน สงสัยนัก เพื่อนรักของเขาไม่รู้สึกเบื่อบ้างหรือไงนะ?

ยังไม่ชินอีกรึ? หึหึ เขาเอ่ยแซวพลางส่งเสียงหัวเราะครึ้ม

เราแค่อยากรู้สาเหตุ มันค้างคาใจชอบกล อึนฮยอกหันมองมาทางเขาตัดพ้อ พลางพร่ำรำพึงรำพันตามใจคิด

สอดรู้เรื่องชาวบ้านไปเรื่อย ครั้นสังเกตเห็นท่าทางหงุดหงิดงุ่นง่านของเพื่อนซี้แล้ว เขาอดเอ่ยตำหนิติติงไม่ได้

ทงเฮ นายไม่อยากรู้เหรอว่าทำไมน้องถึงเปลี่ยนไป อ๊ะ!..หรือว่า..นายรู้อยู่แล้วแต่ไม่บอกเรา แม้นน้ำเสียงจะฟังอ่อยลงอยู่ชั่วครู่ ทว่าไม่นานนักหรอก อึนฮยอกก็เริ่มหันมาโหวกเหวกใส่เขาอีกหน

“ … ” เอาเป็นว่า..เพราะขี้เกียจต่อความยาวสาวความยืด เขาจึงปิดปากเงียบและส่ายหน้าไปมาเบื่อหน่าย

อืม..แต่ SHINee จะ comeback อาทิตย์หน้าแล้วนี่หว่า? หรือว่าเรื่องผู้หญิง? เฮ้ย!เป็นไปไม่ได้เด็ดๆ ครั้นเขาไม่ตอบ เจ้าเพื่อนลิงกลับพร่ำถามตอบตัวเองไปเรื่อย ยิ่งน่ารำคาญพิลึก

ไม่ว่าเป็นใครหรืออะไรก็ตามแต่ ในเมื่อสิ่งนั้นทำให้เจ้ามินโฮมีความสุข พวกเราจะไปใส่ใจมากมายทำไมเล่า สุดท้าย เขาตัดสินใจเอ่ยปลอบเพื่อนซี้เสียงเรียบ ก่อนเริ่มย่างก้าวมุ่งไปยังประตูทางออกเชื่องช้า

จริงสิ..เจ้ารุ่นน้องคนนี้ มีเรื่องอะไรดีๆไม่เคยบอกพี่ๆ ได้ผล อึนฮยอกยอมปิดปากสนิทอยู่ชั่วครู่เพื่อครุ่นคิด ก่อนเร่งรีบวิ่งตามติดและเริ่มเอื้อนเอ่ยไร้สาระอีกครั้ง ไม่เคยรู้สึกเหน็ดเหนื่อย

เฮ้อออ..แววตาคมกล้าไม่เคยปิดบังความรู้สึกของตนสักนิด จนบางครั้งเขาสามารถสัมผัสไอร้อนจากไฟรักอันท่วมท้นของน้องเสียด้วยซ้ำ..ใครกันนะ?..บุคคลผู้ทำให้คาริสมามินโฮหลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้น ขอเพียงแต่อย่าได้อยู่ใกล้ตัวน้องชายของเขามากนัก..เขาขอแค่นั้น  ใบหน้าหล่อเหลาแหงนมองหมู่เมฆหนาตาเบื้องบน พลางพร่ำภาวนาในใจด้วยสีหน้าเป็นกังวล

.

.

.

ไง..กลับมาตั้งแต่หัววันเชียวนะ อิอิ ขณะกำลังเลื่อนปิดประตูรถตู้กระฉับกระเฉง สองหูได้ยินเสียงพี่ใหญ่ตะโกนแซว ดังแว่วมาแต่ไกล

ส่วนฮยองก็รีบออกไปทำงานแต่เช้าตรู่เลยนะครับ หึหึ เขาโต้ตอบกลับฉับพลัน ระยะหลัง..หกโมงเย็น..เสมือนเป็นเวลาก้าวเข้าบ้านของเขา หากแต่ตรงกันข้าม..หกโมงเย็น..นับเป็นจุดเริ่มต้นการทำหน้าที่พิธีกรของพี่ใหญ่ใจดี ผู้คอยส่งยิ้มเริงร่าต้อนรับเขากลับบ้าน พร้อมกับเอ่ยคำร่ำลา ณ ห้วงหนึ่งของช่วงเวลา ซึ่งจำต้องดำรงชีวิตสวนทางกันนั้นเอง

ฝากดูแลคนในบ้านด้วยล่ะ พี่ไปก่อนนะ อนยูผู้อ่อนโยนเอ่ยบอกพลางโบกไม้โบกมือลาเขาไวๆ ก่อนเร่งก้าวขึ้นรถตู้ว่องไว

บาย เขาหยักยิ้มละไมไล่ท้าย ก่อนหันกลับมาหมุนลูกบิดเปิดประตู เพื่อเริ่มต้นดำเนินชีวิตของตนต่อไป

เบื้องหลังบานประตูไม้สีน้ำตาลอ่อนดูมีราคา ทางเดินภายในบ้านพักหลังใหม่ ถือว่ามิได้ใหญ่โตกว่าเดิมมากมาย ใต้ฝ่าเท้าปูด้วยแผ่นไม้ขัดมันให้ความรู้สึกเย็นสบายยามได้เหยียบย่ำ ตัวบ้านสองชั้นก่อด้วยอิฐและปูนเฉกเช่นเคหะสถานทั่วไป ผนังแต่ละด้านถูกปะติดด้วย wallpaper สีไข่ไก่แลเรียบง่าย บนเพดานสีขาวติดตั้งหลอดไฟสีเหลืองนวล ฝังเรียงเป็นหนึ่งแถวตอนยาวตลอดเส้นทาง

เรียบหรูมากอยู่ เพียงแต่..มันวังเวงยังไงพิลึก ครั้นเหยียบย่างได้ประมาณห้าหกก้าว เขาเหลือบมองห้องรับแขกด้านขวามือของตนเร็วๆ..ว่างเปล่า..และในเมื่อปราศจากวี่แววของเหล่าสมาชิก สองขายาวเร่งจังหวะสาวเท้าดิ่งลึกเข้าไปข้างในตัวบ้านอีกนิด ผ่านห้องอาหารทางซ้ายมืออย่างไม่ใส่ใจ เพราะเป้าหมายแท้จริงคือ..ห้องครัว..ซึ่งอยู่ถัดออกไปไม่ไกล

คิกคิก ตามคาดการณ์มิมีผิดเพี้ยน ยินสัญญาณเสียงของสิ่งมีชีวิตเจื้อยแจ้วเข้าหูแผ่วเบา

แม่ลูกคู่นั้นกำลังทำอะไรกันอยู่นะ เขาลองคิดเล่นๆ ขณะเขย่งปลายเท้า ค่อยๆย่างย่องเงียบเชียบ

อย่าน่า..แทมินอา ครั้นเคลื่อนที่เข้าใกล้จุดหมายอีกนิด พอถอดความเนื้อเสียงแหบแห้งของเพื่อนสนิท มันติดใจชายหนุ่มตงิดๆ และโดยไม่รอช้า สองขาขี้สงสัยรีบเร่งจังหวะย่างก้าวอัตโนมัติ ด้วยรู้สึกคลางแคลงในหัวใจ

หลายสิ่งหลายอย่างย่อมแปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลา เขารู้ดี เพียงแต่ในกรณีของเขา..แค่สองเดือนกว่าๆ..ทว่าให้ความรู้สึกเสมือนผันผ่านนานนับ..สองศตวรรษ..เนื่องด้วยสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตรอบด้าน ล้วนผิดแผกไปจากเดิมจนเกือบเรียกได้ว่ากลับตาละปัตร กอบกับปฏิสัมพันธ์แสลงสายตา กระทั่งเสียงหัวร่อต่อกระซิกระหว่างเหล่าสมาชิกซึ่งมักดังแว่วมาจากทั่วทุกสารทิศ มันทำให้เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นพวกโรคจิต คอยแต่เคลือบแคลงใจ คิดระแวงสงสัยใครต่อใครอยู่เพียงผู้เดียว

จ๊ะเอ๋! ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ ^^ มินโฮฮยอง การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของร่างเล็กทำให้หัวใจมั่นคงขยับเพิ่มจังหวะเร็วขึ้นอีกระดับ คาดว่าเป็นเพราะเขาพลาดครุ่นคิดซะเสียงดังกระมัง แทมินจึงหยั่งรู้ถึงการมาของเขาได้ทันควัน

ทำอะไรกันอยู่รึ? ” ขณะริมฝีปากแสร้งขยับไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบ ใบหน้าคมพยายามชะเง้อมอง พลางสอดส่ายสายตาหมายสำรวจภายในห้องหับเบื้องหน้ายกใหญ่

อาหารฝีมือผม อิอิ ฮยองไปนั่งรอที่โต๊ะเลยดีกว่า เดี๋ยวผมเอาออกไปให้ น้องเล็กยืดอกบอกเล่าอย่างภาคภูมิ ก่อนรีบจับเขาหมุนตัวกลับหลังหัน แล้วออกแรงผลักดันกระทั่งมาหยุดยืนอยู่หน้าห้องอาหาร

ไม่ต้องการผู้ช่วยเลยรึ? เขาเร่งเหลียวหลังเอ่ยถาม

ฮยองแค่ช่วยกินก็พอครับ ^^ ริมฝีปากอิ่มหยักยิ้มหวานหยดส่งให้ ก่อนรีบวิ่งหายเข้าไปในห้องครัวว่องไว

เฮ้อออ! สุดท้าย..เหมือนเดิม..ไม่มีอะไรก้าวหน้า ข้อกังขายังคงอยู่ และแวะเวียนมาสะกิดหัวใจดวงนี้ร่ำไป

ถอนใจซะเสียงดังเชียวนะ มินโฮ ถ้าแทมินได้ยิน คงน้อยใจนายน่าดู ครั้นได้ยินเสียงหวานใสดังกระทบแก้วหู เขาถึงตัดสินใจเหยียบย่างเข้ามาในห้อง เขาพยักหน้าทักทายพี่ชายเร็วๆ ก่อนลากเก้าอี้ออกเพื่อหย่อนกายเหนื่อยอ่อนลงนั่ง

จงฮยอนฮยองกลับมานานแล้วเหรอครับ? เขาไถ่ถามเพื่อนร่วมห้องคนใหม่ล่าสุด อืม..ประมาณหนึ่งสัปดาห์ได้แล้วกระมัง

อืม พี่ชายตอบคำถามนั้นสั้นๆ ก่อนก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือพิมพ์ในมือต่อ มิได้ใส่ใจกับการมาของเขามากมาย

สองคนนั้น..เอ่อ..เข้าไปในครัวนานเท่าไหร่แล้วเหรอครับ? อาหารใกล้เสร็จรึยังนะ? ภายหลังนั่งเงียบงันได้ชั่วครู่ หัวใจอันร้อนรนทำให้ตัวตนไม่อาจทนอยู่นิ่งเฉยอีกต่อไป ด้วยไหวพริบเขาลองส่งเสียงเรียบๆเคียงๆซักถาม ยินตะกุกตะกัก

หิวแล้วรึ? ” พี่ชายไม่แม้แต่ชม้ายตามอง จงฮยอนเพียงแค่เปล่งเสียงถามกลับเท่านั้น

ครับ วินาทีนี้ เขาจำใจต้องตอบรับ

ฮาฮา..บะหมี่ในน้ำเชื่อมของน้องทำให้นายอยากอาหารขนาดนั้นเลยรึ..ฮาฮาฮา ทว่าคำตอบของเขากลับทำให้จงฮยอนฮาตรึม ครึ้มอกครึ้มใจ

น้ำผึ้งครับ จงฮยอนฮยอง เขารีบท้วงติง จริงแท้..เขาหลงลืมเส้นบะหมี่ในน้ำซุปรสชาติหวานแปล่มๆฝีมือแทมินไปเสียสนิทใจ ครั้นนึกขึ้นมาได้ทำให้หายหิวเป็นปลิดทิ้ง

ฮาฮาฮา ให้ตายดิ..พี่ชายของเขาหัวเราะไม่หยุดจริงๆนะนั่น ขำอะไรมากมาย หรือแค่แสร้งมายาหมายหลีกเลี่ยงบทสนทนา..น่าสงสัยนัก?

มาแล้ว มาแล้ว ทว่าในทันทีที่ได้ยินเสียงเล็กป่าวประกาศ สังเกตเห็นผู้พี่รีบปิดปากเงียบฉับพลัน

ดังนั้นเขาเร่งเหลียวมองต้นเสียงอัตโนมัติ แลเห็นร่างเล็กกำลังประคองถาดอาหารขนาดใหญ่ พร้อมชามบะหมี่จำนวนสี่ใบ ค่อยๆย่างก้าวระมัดระวัง

ขอบคุณครับ แหะๆ แทมินส่งยิ้มเฝื่อนๆ ครั้นเขารีบถลาเข้าไปช่วยยกถาดอาหารหนักอึ้ง พร้อมช่วยนำมาจัดวางบนโต๊ะอาหารเสียเสร็จสรรพ

คีย์ล่ะ? ” เขาถามหาสมาชิกอีกคนทันที น้ำเสียงค่อนข้างหงุดหงิด เบื้องต้น..เขานึกตำหนิเพื่อนซี้ที่ปล่อยให้คนรักของเขาต้องรับภาระลำบากลำบน แต่หากลองคิดให้ดีอีกหน พฤติกรรมสะเพร่าของออมม่าคีย์ ถือว่าเป็นเรื่องแปลกพิกล

คีย์ฮยอง ล้างจานอยู่น่ะครับ อีกเดี๋ยวคงตามมา แทมินเอ่ยตอบเสียงใส สีหน้าช่างไร้เดียงสา

“ … ” จังหวะเดียวกันนั้นเอง แลเห็นผู้พี่วางหนังสือพิมพ์และเลื่อนเก้าอี้ ทำท่าทีเสมือนกำลังจะลุกออกจากโต๊ะ...

จงฮยอนฮยอง! อย่าหนีผมไปแบบนี้สิครับ ลองชิมก่อนนะ..นะ ครั้นได้ยินเสียงหวานตวาดกร้าว เขาคิดว่าตัวเองหูฝาด ไม่มั่นใจนัก แต่เมื่อเหลือบไปเห็นเจ้าของนามเมื่อสักครู่หยุดชะงัก แลรีบเร่งหย่อนกายลงนั่งประจำที่อย่างว่าง่าย เขาเริ่มสงสัย แม้นประโยคต่อมาฟังออดอ้อนเป็นปกติ ทั้งนี้เขายังมิอาจลบเลือนความรู้สึกหวาดหวั่นไปจากใจ วินาทีนี้คงทำได้เพียงก้มหน้าก้มตาคีบเส้นบะหมี่รสชาติแปร่งปร่าเข้าปาก ด้วยสีหน้าเป็นกังวล

ขณะเคี้ยวบะหมี่คำที่สี่ไม่เสร็จดี สองหูรับรู้ถึงจังหวะย่างก้าวของร่างเพรียวผู้มาใหม่ สองตาลอบชำเลืองมองใบหน้าสวยเร็วๆ พลางเร่งเคี้ยวแล้วกลืนในทันใด

เพิ่งล้างจานเสร็จรึ? ” เขาเหลือบมองเพื่อนซี้หน้าสวย ผู้ยังคงอยู่ในชุดนักศึกษาทว่าปล่อยชายเสื้อเชิ้ตสีขาวแลรุ่มร่ามยับย่น ค่อยๆหย่อนกายนั่งลงบนเก้าอี้ด้านตรงข้ามเงียบเชียบ ขณะนิ้วเรียวจับชามบะหมี่เลื่อนเข้าหาตัวนั้นเอง เขาตัดสินใจเปล่งถาม พร้อมแสร้งแสดงสีหน้าเรียบเฉย

“ …อืม วูบหนึ่ง..ดวงตาเรียวสวยเบื้องหน้าฉายแววหวาดวิตกอย่างเห็นได้ชัด และเพียงเสี้ยววินาที หากไม่ตั้งใจสังเกตคงมิอาจหยั่งรู้ถึงการสอดประสานสายตาระหว่างคู่แม่และลูกเจ้าปัญหา ก่อนเขาจะได้ยินคำตอบรับอ้ำอึ้ง หมายว่าความจริงยังคงเป็นปริศนา..เขาค่อนข้างมั่นใจ

มินโฮฮยอง..อิอิ..ฝีมือผม..เป็นยังไงบ้าง? ^^ เสมือนจงใจตัดบทสนทนากันซึ่งหน้า ครั้นจู่ๆน้องน้อยขยับเข้ามากระซิบถามเสียชิดติดใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวผสานกลิ่นหอมวะนิลาจากแชมพู ทำให้สติสะตังของผู้พี่กระเจิดกระเจิงภายในไม่กี่วินาทีนั้นเอง

อยากรู้..จริงรึเปล่า? ด้วยกำลังขนลุกซู่ไปทั้งร่าง เขาหยักยิ้มกรุ้มกริ่มขณะเอ่ยถามเจ้าของกลีบปากอิ่ม คลั่งไคล้  

ครับ? ” น้องหน้าหวานยิ้มแย้มตอบรับแลใสซื่อ

งั้น..คืนนี้ พี่ขอแลกห้องกับคีย์ได้มะ? เขาเลื่อนใบหน้าทะลึ่งทะเล้นเข้าใกล้น้องเล็กอีกนิดเพื่อไถ่ถาม

คิกคิก ^^ เรื่องนี้..ผมคงต้องปล่อยให้พวกฮยองตัดสินใจกันเองแล้วล่ะ คำขอของเขาทำให้เสียงเล็กหัวเราะครึ้ม ก่อนจะเอื้อนเอ่ยอารมณ์ดีพร้อมกับปรายตามองสมาชิกอีกสองคน ซึ่งกำลังจ้องมองมาทางเขาไม่วางตา

.

.

Next early morning : SM building

“ (หาวววว)โฮ! ทำไมแทมินแต่งหน้าทำผมนานจังอะ ต่อเนื่องจากหน้าที่พิธีกรเมื่อคืนจวบจนวินาทีนี้ ถือว่าพี่ใหญ่ใจดีมีเวลาหลับฝันหวานเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น กอบกับความจำเป็นต้องตื่นแต่เช้าตรู่ เพื่อถ่ายทำ music video เพลงใหม่ล่าสุด การได้หยุดนิ่งแม้เพียงชั่วครู่เทียบเท่ากับการเข้าสู่นิทราในทันทีทันใดเช่นกัน

ผมเสกกลางของฮยอง ก็ทำนานใช่เล่นนา หึหึ ขณะเดินสำรวจสิ่งแวดล้อมแปลกใหม่กระตือรือร้น ครั้นได้ฟังคำบ่น จงฮยอนจึงเวียนวนเข้ามาเอ่ยแซวพี่ชาย ผู้กำลังนอนหนุนตักเพื่อนคีย์ แลเหยียดกายยืดสองขายาวไปกับโซฟาสบายใจ

เร็วที่สุดน่าจะเป็นนายนะ มินโฮ ฮาฮาฮา ยินเพื่อนซี้เอ่ยแซวพร้อมส่งเสียงหัวเราะเริงร่า พลางลูบสางเส้นผมสีน้ำตาลของเต้าหู้ผู้พี่ซึ่งกำลังนอนหนุนหน้าตักตัวเองแผ่วเบา

พอเอาเข้าจริง มันโหวงเหวงเหมือนกันแฮะ คงเพราะไว้ผมยาวมาเนิ่นนาน พอถูกตัดฉับซะโล่งเตียน พาลทำให้รู้สึกเย็นหนังหัวชอบกล

คิกคิก จู่ๆเพื่อนซี้เริ่มหัวเราะคิกคักอย่างไม่มีเหตุผล

คีย์ นายหัวเราะอะไรอ่ะ? ” สองตาจับจ้องไปยังใบหน้าสวยผู้เป็นเจ้าของทรงผมแหวกแนวอย่างสงสัย

ไม่ยักจะรู้ อิอิ นางเอก MV หน้าตาน่ารักดีแฮะ ฮาฮา วินาทีต่อมา เพื่อนคีย์ถึงกับกลั้นหัวเราะไม่อยู่

มั่วไปเรื่อยนะนาย นางเอก MV อะไร มีซะที่ไหน ฟังถ้อยคำไร้สาระจากเพื่อนแล้วนึกขำ

นั่นไง..ฮาฮา..หน้ามุ่ยมาเชียว ท่าทางจะหงุดหงิดน่าดู..ฮาฮาฮา เพื่อนซี้ละสายตาจากเขาเพื่อจ้องมองไปด้านหลัง ก่อนระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่น จนทำให้อนยูสะดุ้งตื่น แลจำต้องค่อยๆพยุงกายลุกนั่งโอนเอน ท่าทางงัวเงียเสียเหลือเกิน

หืม? ” โดยไม่รอช้า เขารีบเหลียวหลังหันมองบ้าง...

ผิวเผิน..ร่างเพรียวบางเบื้องหน้า มิได้แตกต่างจากสาวสวยผู้นึกสนุกหยิบชุดบุรุษมาลองสวมใส่ แต่เมื่อสังเกตเห็นลูกประคำศักดิ์สิทธิ์ที่ข้อมือบอบบางเสมือนเป็นสัญลักษณ์ประจำกาย ช่วยให้หยั่งรู้ในทันใดว่ารูปงามผู้มีสีหน้าบึ้งตึง คือ น้องชายของเขานั่นเอง

แทมิน!?! ” ไม่ผิดใช่ไหมที่เขาพลั้งอุทานเรียกขานนามนั้นซะดังลั่น

หยุดมองกันซะทีเถอะครับ ผมอายจะแย่ แทมินบ่นอุบ ขณะย่างก้าวเข้ามาใกล้ด้วยท่าทางแสนเบื่อหน่าย

แทมิน นายสวยมาก..อื้อ อื้อ..คิบอม ทำไมอะ? ครั้นเต้าหู้ผู้อ่อนโยนเบิ่งตาตี่จดจ้องน้องเล็กเต็มตา ความสะสวยผิดคาดกระตุ้นให้ริมฝีปากได้รูปอ้าเอ่ยคำชมเชยอัตโนมัติ

ชูว์..ใช้คำว่า..สวย..คงไม่เหมาะกับแทมินสักเท่าไหร่..เนอะ เพื่อนคีย์รีบยกมือประกบปิดปากพี่ใหญ่พลัน พร้อมเร่งแก้คำผิดเป็นถูกอย่างรู้เท่าทันความคิดของใครอีกคน

หึหึ ในวินาทีนั้น..ยากลอบสังเกตสายตาโฉบเฉี่ยวภายใต้ผมหน้าม้ายาวปกปิด แลเห็นแต่ริมฝีปากอิ่มอมยิ้มนิดหน่อย..ก็เท่านั้น

นับว่าเวลาผันผ่านไปไม่นาน ทว่าบรรยากาศรอบด้านมันเงียบงันเสียจนเขาเริ่มอึดอัด เนื่องจากสามารถทำได้แต่เฝ้ามองร่างเพรียวบางในชุดเสื้อกั๊กหนังสีดำขลับ เยื้องย่างคล่องแคล่วเข้ามานั่งข้างเพื่อนซี้สนิทสนม และขอยอมรับตามตรงว่ารู้สึกหงุดหงิดสุดๆ เมื่อเห็นนิ้วเรียวเกี่ยวเชยคางผู้พี่บังคับให้หันมาเผชิญหน้า พลางโน้มกายาเข้ากระซิบบอกข้อความลับเสียชิดติดใบหู

เอ่อ.. ใบหน้าสวยผละถอยห่างนิดหน่อย พลางเร่งหลบสายตาน้องน้อยทว่าดันเผอิญประสบพบกับเขา คงเหมือนหนีเสือปะจระเข้ เพื่อนซี้ถึงกับทำหน้าตาบอกไม่ถูก ก่อนรีบก้มลงมองพื้น หลบหน้าหลบตา 

แม่ลูกคู่นี้ เมื่อคืนยังคุยกันไม่พออีกหรือไงฮึ พี่หึงนะ สืบต่อจากการถูกเพื่อนคีย์ปฏิเสธคำขอในค่ำคืนที่ผ่านมา เมื่อคิดเหมารวมกับพฤติกรรมสนิทชิดเชื้อออกนอกหน้า มันขัดเคืองใจเขาไม่น้อย แต่แล้ว..โดยไม่ต้องเสียแรงห้ามปราม อนยูผู้พี่ชิงโอบรอบเอวเพื่อนซี้พร้อมดึงรั้ง กระทั่งร่างเพรียวเสียหลักหงายหลังอิงกระทบอกกว้างเข้าอย่างจัง

อนยูฮยอง อย่าดุน้องผมอย่างนี้สิ แหม..โดยไม่ต้องเรียกหา เจ้าชายจงฮยอนในชุดเสื้อหนังเปิดโชว์แผ่นหลัง เร่งก้าวเข้ามาปกป้องน้องน้อยทันควัน

ขณะพี่ชายทั้งสามเฝ้าถกเถียงสลับหยอกล้อกันเมามัน น้องน้อยหน้าหวานได้แต่นั่งท้าวคางเฝ้ามอง พลางส่ายหน้าไปมาอย่างเหนื่อยหน่าย เห็นนิ้วเรียวคอยเสยเกี่ยวผมม้าเผยดวงตากลมกรีดอายลายเนอร์เสียคมกริบ สะบัดเส้นผมสีน้ำตาลยาวสลวยเป็นพักๆ ท่าทางจะรำคาญไม่ใช่เล่น เสื้อกั๊กหนังสีดำขลับขับวงแขนผอมบางยิ่งขาวผ่อง ขณะสองขาเรียวยาวภายใต้กางเกงสีแดงสดและรองเท้าบูทสีดำ ไม่เคยหยุดอยู่นิ่งสักวินาที         

OK..ชายนี่..พร้อมหรือยัง? ยินเสียงพี่โปรดิวเซอร์ประกาศเรียกดังลั่น ทำให้สมาชิกทั้งห้าต้องปรับเปลี่ยนเข้าสู่โหมดจริงจังอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ภาพลักษณ์แปลกใหม่ของน้องรัก ชวนให้หวนคิดไปถึงใครคนหนึ่งในอดีต ครั้งนั้น..แม้นมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนบทสนทนาเพียงชั่วครู่ ทว่าสะเทือนใจมากพอทำให้จดจำภาพเหตุการณ์สยดสยองนั้นติดตา..เด็กคนนั้น?..เด็กหนุ่ม ผู้มีรูปร่างหน้าตาถอดแบบจากน้องเล็กของเขา ไม่มีผิดเพี้ยน..ผม คือ ลี แทมิน..คำแอบอ้างจากฝันร้ายเริ่มหวนกลับมาหลอกหลอนเขาอีกครั้ง..เป็นไปไม่ได้!..เขาพร่ำตะโกนคัดค้านมโนภาพไร้ตัวตน มันเป็นแค่ฝันร้ายเท่านั้น ไม่มีวันเป็นจริง..สัญญา!?!..ครั้นฉุกคิดถึงคำสัตย์เมื่อนานนม สัญญานั้นยังคงดำรง หรือจบสิ้นลงโดยเขาเป็นฝ่ายปราชัย..เขาแพ้แล้วรึ?..สองขาชะงักงัน กายาหยุดเคลื่อนไหว สมองอันมึนชาอ่อนแอเกินออกคำสั่งหลอกตัวตนต่อไป คงถึงเวลาต้องทำใจยอมรับความจริงให้ได้เสียที

หึหึ ขืนยังมัวชักช้า ฮยองจะตามคนอื่นไม่ทันนะครับ ครั้นยินเสียงหัวเราะครึ้มนำมาก่อนไม่ถึงสองวิ..เพี๊ยะ!..ตามติดด้วยสัมผัสหยอกเย้าจากฝ่ามือบอบบาง ซึ่งจงใจเหวี่ยงมากระทบแผ่นหลังของเขาโดยไม่คิดออมแรงกำลัง

คล้ายสัมผัสแสบสันบนแผ่นหลัง มันแผ่ซ่านเข้าเผาผลาญกำจัดความด้านชาออกไปหมดสิ้น รู้สึกกระปรี้กระเปร่าดีจริง ดวงตาอันหมองหม่นบัดนี้กลับมาฉายแววคมกล้าอีกหน สองขามุ่งมั่นเริ่มขยับย่างก้าวว่องไว หมายไล่ตามสิ่งมีชีวิตเล็กๆผู้กำลังวิ่งนำอยู่ไม่ไกลให้ทัน แต่แล้ว..ปรากฏรอยยิ้มท้าทายและสายตาเปี่ยมเลศนัยจากน้องน้อยผู้เป็นเจ้าของเรือนผมยาวสลวยโบกสะบัดพลิ้วไหว แม้ว่าแทมินเหลียวหลังหันมาสบสายตาเขาเพียงชั่วอึดใจ ทั้งนี้คงจงใจช่วยให้เขารู้แจ้งและเลิกโง่งมจมอยู่กับอดีตซึ่งเขาเหินห่างมาแสนนาน  

ไม่ว่านายจะเป็นใครก็ตามแต่..อี แทมิน..สุดท้าย นายต้องเป็นของพี่วันยันค่ำ สายตาคมจดจ้องร่างผอมบางผู้เป็นจุดหมายเดิม และเป้าหมายเดียวของตนเขม็ง พลางประกาศผ่านกระแสจิตชัดถ้อยชัดคำ และมั่นใจอย่างยิ่งว่าใครคนนั้นได้รับฟังคำเขาแน่นอน...

แทมิน! ” ยินเสียงพี่และเพื่อนประสานเสียงร้องเรียกน้องน้อย ผู้เพิ่งวิ่งสะดุดขาตัวเองล้มอย่างไร้เหตุผล

เฮ้อออ..ซุ่มซ่ามไม่เปลี่ยน ด้วยจังหวะย่างก้าวประมาณเดิม เขาเดินผ่านกลุ่มคนเฝ้ารุมประคบประงมร่างเล็กผู้น่ารักเสียดูวุ่นวาย โดยไม่ลืมถอนหายใจดังๆ และเอ่ยทิ้งท้ายด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย

มินโฮฮยอง! หยุดเดี๋ยวนี้นะ..ชิ!..บ้าจริง!!! ยินเสียงเล็กตะโกนโหวกเหวกไล่ท้ายแล้วนึกขำ

ชายหนุ่มหน้าคมหัวเราะร่วนเพียงชั่วขณะหนึ่ง เพราะเมื่อคิดคำนึงถึงความเป็นจริง ยังไม่อาจละทิ้งปัจจุบันอันเศร้าหมอง หากลองมองในแง่ดี สัญญานั้นอาจยังคงมี รักแท้ของเขาเพียงแต่ตั้งใจหนีหาย..มิได้ถูกทำลาย..ดังนั้น เพื่อปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมด เขาจำต้องเร่งสืบค้นจุดเริ่มต้นเพื่อแก้ไขปัญหา ซึ่งถือกำเนิดในช่วงเวลาสองเดือนก่อนหน้า..สองเดือนแห่งฝันร้าย..ที่เขาพลาดพลั้งละเลย

.

.

.

สองสามวันหลังจากนั้น

แผนกศัลยกรรมกระดูกและข้อ โรงพยาบาลใหญ่ใจกลางกรุงโซล

ซวยล่ะสิ..อืม..แต่คิดอีกที ก็ดีเหมือนกันแฮะ ^^ สองตาเฝ้ามองโครงกระดูกจำลองภายในห้องตรวจเหม่อลอย ความรู้สึกปวดระบมที่ข้อเท้าข้างถนัดทำให้หวนคิดถึงอุบัติเหตุเล็กน้อยระหว่างการทำงานเป็นพักๆ ด้วยเป็นคนมีความรับผิดชอบสูงส่ง การเจ็บปวดฉุกเฉินนี้ทำให้เขารู้สึกผิดมากพอดู เพราะเสมือนเป็นอุปสรรคชิ้นโตขัดขวางกิจกรรมสำคัญในช่วงปลายสัปดาห์ ทว่าเมื่อมองมุมตรงกันข้าม หมายความว่าเขาจะมีเวลาว่างเหลือเฟือเพื่อเฝ้าจับตามองน้องรัก ผู้มีพฤติกรรมผิดแปลกไปจากเดิม

มินโฮ..มินโฮเลิกเหม่อเสียที ตั้งใจฟังหน่อย นายต้องทำกายภาพก่อน แล้วค่อยกลับบ้าน ระหว่างนี้..ห้ามเดินมาก ห้ามวิ่ง ห้ามกระโดด ห้ามทำอะไรแผลงๆอีก เข้าใจนะ ..ว่าแต่ ถ้าเสร็จแล้วนายจะให้คนรถขับไปส่งที่ไหนล่ะ พี่ผู้จัดการคนสนิทพร่ำสั่งการชุดใหญ่ ด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดเป็นปกติวิสัย ไม่ใช่เขาไม่ใส่ใจ เพียงแต่คิดใคร่ครวญมากหน่อยแค่ตรงคำถามสุดท้าย..ก็เท่านั้น

บ้าน..เอ่อ..ผมหมายถึงบ้านของพวกเราน่ะครับ ^^ ” เขาหยักยิ้มกว้างขวางส่งให้ผู้จัดการส่วนตัวอย่างอารมณ์ดี

.

.

.

โห!..มิโน..นี่นายเป็นมากขนาดต้องใส่เฝือกเลยเหรอ? เพื่อนซี้ปรี่เข้ามาพยุงร่างเขาในทันทีที่เหลือบเห็นเขาถือไม้เท้าช่วยย่างก้าวเข้าบ้าน แลทุลักทุเล

ลดเสียงของนายลงหน่อยเถอะ คีย์ เราไม่ได้สึกหรออะไรมากมาย ส่วนเฝือกอ่อนนี่..หมอให้ใส่ไว้ชั่วคราวเท่านั้น เขาอธิบายให้ออมม่าผู้ตื่นตระหนกฟังอย่างใจเย็น

แปลว่า..นายต้อง off งานหมดเลยงั้นสิ? อนยูเอ่ยถามอย่างเป็นกังวล ขณะรีบเข้ามาช่วยน้องชายประคองเขาอีกแรง กระทั่งสามารถพาเขามาหย่อนกายลงนั่งบนโซฟาหนังสีขาว ณ กึ่งกลางห้องรับแขก

ขอโทษครับ วินาทีนี้ เขาได้แต่นั่งก้มหน้ายอมรับผิดแต่โดยดี

เอาเถอะ..ได้ชื่อว่าอุบัติเหตุ ห้ามกันได้ซะที่ไหน พี่จงฮยอนผู้ยืนพิงขอบโซฟาด้านหนึ่ง ยื่นมือเข้ามาตบบ่าเขาเบาๆเพื่อกำลังใจ

อุบัติเหตุกับการหาเรื่องใส่ตัว มันแตกต่างกันนะครับ จงฮยอนฮยอง ภายหลังนั่งนิ่งเงียบ ทำเสมือนไม่ใส่ใจการมาของเขาอยู่นานนม สุดท้ายสองหูก็มีโอกาสได้ฟังน้ำคำรสขมจากริมฝีปากอิ่มตามคาด

แทมิน! ครั้นสิ้นเสียงเล็ก เพื่อนคีย์ถึงกับรีบหันไปคำรามใส่น้องน้อยหมายต่อว่า ทว่ากลับพลาดพลั้งเสียท่าให้เจ้าของแก้วตากลมโตในทันทีเช่นกัน

ผมรับไม่ได้ เพราะมันไม่ใช่อุบัติเหตุครั้งแรก ปัจจุบัน..ควรแตกต่างและดีกว่าเดิม..ออมม่า..วิธีคิดของผมถือว่าใจร้ายเกินไปเหรอครับ ร่างเล็กในชุดเสื้อกล้ามสีแดงก่ำสวมกางเกงสามส่วนสีดำขยับลุกขึ้นจากเก้าอี้โยกแสนสบายอย่างเกียจคร้าน นิ้วเรียวยกรวบรัดเส้นผมยาวสลวยของตน ค่อนข้างรำคาญ พลางย่างก้าวเชื่องช้าโดยไม่ยอมละสายตาไปจากใบหน้าสวยผู้พี่สักวินาที

เอ่อ..ไม่..ไม่ใจร้ายหรอก แทมิน พี่ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ท่าทางกระสับกระส่ายของเพื่อนซี้ทำให้บรรยากาศรอบด้านน่าอึดอัดพิลึก

การพูดออกมาตามใจคิด ไม่ถือเป็นความผิดจริงอยู่ แทมิน แต่นายควรรู้สึกเห็นอกเห็นใจ มากกว่ามาคอยตอกย้ำซ้ำเติมพี่เค้าแบบนี้ เมื่อตระหนักว่าพฤติกรรมของน้องเล็กเริ่มลามปามเกินกว่าเหตุ พาลทำให้น้ำเสียงของพี่ใหญ่ฟังเรียบเฉยอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

คิกคิก เอาเป็นว่า..ผมจะเอ่ยขอโทษมินโฮฮยองทันที ถ้าคีย์ฮยองต้องการ..ดีมั้ย ^^ ดวงตากลมโตช่างวาววับ ยามจับจ้องไปยังอนยูผู้เพิ่งประกาศตนอยู่ฝ่ายตรงกันข้าม กระนั้น..ยังสามารถแลเห็นรอยยิ้มไร้เดียงสาเปรอะเปื้อนบนใบหน้าสวยสม่ำเสมอ

มันมากเกินไปแล้วนะ! ลำพังแค่แทมินโน้มใบหน้าเข้าใกล้พร้อมโปรยรอยยิ้มหวานหยด พี่ใหญ่ยังเริ่มกำหมัด ทว่าทันทีที่เหลือบมาเห็นสีหน้าเคลิบเคลิ้มของคนรัก ในฐานะคนใกล้ชิดสนิทสนม..มีหรือ..จะไม่รู้สึกหึงหวงจนไม่อาจควบคุมตน

ฮยอง! ” จงฮยอนรีบคว้าข้อมือพี่ใหญ่ไว้อย่างรู้ทัน พร้อมทั้งออกแรงฉุดรั้ง ยับยั้งการทะเลาะเบาะแว้ง

ไม่จำเป็นต้องขอโทษพี่หรอก แทมิน ถูกของนาย ทั้งหมดล้วนเกิดจากตัวพี่ พี่ยอมรับ ตัวเขา..ซึ่งนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างเหตุการณ์วุ่นวายสองฝากฝั่ง ตัวเขา..ผู้เป็นต้นตอของความปั่นป่วนชวนตีทั้งหลายแหล่..เบื่อเหลือเกิน..จากปัญหาขี้ปะติ๋วเกี่ยวกับตัวเขา กลับลุกลามบานปลายกลายเป็นข้อพิพาทระหว่างรักหลายเส้า..ไร้สาระสิ้นดี

แต่นายควรขอโทษอนยูฮยองมากกว่า นายไม่ควรหยอกฮยองแรงขนาดนั้น เขาหันไปสบตาน้องชายคนเล็กพลางเอ่ยด้วยสีหน้านิ่งเฉย

ขอโทษครับ อนยูฮยอง ขอโทษครับ มินโฮฮยอง..ผมซีเรียสจริงๆนะครับ ใกล้ comeback เข้ามาทุกที แต่ผมกลับไม่มีความมั่นใจเลยอะ ให้ตาย..แปรเปลี่ยนจากดำสนิทเป็นขาวบริสุทธิ์ได้อย่างแนบเนียน น่าอัศจรรย์ใจ..น้องน้อยรับต่อบทสนทนาของเขาเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย โดยไม่ต้องขยิบตาบอกเสียด้วยซ้ำ ครั้นได้เห็นสีหน้าและแววตา(แสร้ง)ใสซื่อคู่นั้นแล้วนึกอยากจับตีก้นนัก พอพูดจบแทมินผู้น่ารักสามารถกระโดดโหยงเหยงไปหาพี่ใหญ่ได้โดยไม่มีท่าทีกลัวเกรง อีกทั้งโอบกอดออดอ้อนได้อย่างเป็นธรรมชาติ จนเขาอยากลุกขึ้นโค้งคำนับและปรบมือให้

โธ่เอ๋ย! แทมินนี่..อย่าเครียดเลยน้า พวกเราต้องประสบความสำเร็จแน่นอน พี่มั่นใจ ส่วนตัวเต้าหู้ผู้อ่อนโยนเอง เมื่อได้เห็นเห็ดน้อยแสนดีกลับมาเป็นเหมือนเก่า แค่นี้พี่ใหญ่ของเขาก็ดีใจจนแทบน้ำตาซึม

ระยะเวลาล่วงเลยผ่านประมาณสองสัปดาห์ แม้สู้อุตส่าห์ทุ่มเทและใส่ใจในสัมพันธภาพดั่งเก่าก่อน กระนั้น..นอกจากไม่ก้าวหน้าดั่งใจหวัง ยังถดถอยเสียจนเริ่มรู้สึกอ่อนใจ เขาต้องคอยย้ำเตือนตัวตนสม่ำเสมอ มิให้หวั่นไหวมากมายกับเหตุการณ์แสลงตาตรงหน้า พยายามมีสติคิดแยกดวงจิตร้ายกาจออกจากเรือนร่างผุดผ่องของน้องรักตลอดเวลา ตราบใดยังไม่สามารถเปิดเผยโฉมหน้าแท้จริงภายใต้หน้ากากไร้เดียงสา เขาจะไม่ถอดใจ

.

.

.

พี่ว่า..แทมินต้องเป็นคนสองบุคลิกแน่ๆ ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจซักซ้อมท่าเต้นอันหนักหน่วง พี่ใหญ่เดินซวนเซกระทั่งหยุดทิ้งน้ำหนักลงนั่งพักบนพื้นที่ว่างด้านข้างเขา สองตาเรียวเล็กเฝ้าจดจ้องไปยังร่างผอมบาง ณ อีกมุมหนึ่งของห้อง ผู้ยังคงฝึกซ้อมอยู่กับพี่ชายอีกสองคน แลตั้งอกตั้งใจ อนยูนิ่งเงียบเพื่อครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ ก่อนตัดสินใจเอ่ยบอกข้อสันนิษฐานใหม่เอี่ยมอ่องของตนให้เขารับฟัง ค่อนข้างมั่นใจ

สองบุคลิก? ’ เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน...อืม น่าสนใจ  

ตอนแรก..พี่เดาว่าเป็นผลจากฮอร์โมนเหมือนพวกเด็กวัยรุ่นทั่วไป แต่ไม่รู้สิ..พี่ว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น อนยูเอ่ยขยายความตามใจคิด

หรือน้องถูกผีเข้า ฮาฮา แม้ฟังตลกขบขัน ในวินาทีนี้..เขาดันคิดว่ามีความเป็นไปได้ซะงั้น

อนยูฮยอง น้องดูแปลกไปตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอครับ? ละอายใจมากอยู่ แต่เขาจำเป็นต้องรู้

อืม..หลังจากย้ายบ้านได้สักพัก บนพื้นกระดานนั้นเอง แลเห็นพี่ใหญ่ค่อยๆเหยียดขายืดออกไปด้านหน้าช้าๆ พลางแหงนหน้ามองเพดานเพื่อครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่

ช่วงนั้นแทมินนอนห้องเดียวกับใครครับ? เอาเหอะ แม้นอาจฟังดูไม่มีสาระสำคัญ กระนั้น..ทุกเบาะแสล้วนมีประโยชน์

คิบอม..ทำไมอะ นายคิดว่าเกี่ยวกับคิบอมด้วยเหรอ?” ครั้นเรื่องราวเริ่มเกี่ยวดองมาถึงเพื่อนคีย์ (ตามคาด) ทำให้พี่ใหญ่หน้านิ่วคิ้วขมวดพลัน

ออ..ผมถามไปอย่างนั้นเองครับ อนยูฮยอง ไม่มีอะไร เขาโกหก เขากำลังโป้ปดคำโต

เฮ้อออ.. ด้วยรู้สึกโล่งอก อนยูเผลอถอนหายใจออกมาเสียยืดยาว

เล่าให้ผมฟังได้นะครับ..ช่วงนี้ผมว่างงาน ^^ ” เขาชักชวนติดตลก

หึหึ อันดับแรก..พี่ขอขอบคุณที่นายกลับมาเป็นคนเดิม น้องรัก ด้วยสีหน้าแสนอ่อนโยน พี่ใหญ่หยักยิ้มละไม พลางยกมือตบบ่าเขาเบาๆ

และต้องขอโทษนายจากใจ มินโฮ พี่..เอ่อ ทว่าประโยคถัดไป น้ำเสียงของพี่ฟังสลดหดหู่บอกไม่ถูก

“ ? ” แต่เพราะไม่ต้องการบีบบังคับพี่ชายมากมาย เขาจึงยังคงปิดปากเงียบ แลเฝ้ารอรับฟัง

พี่เคยโกรธนาย มินโฮ..นึกโมโหทุกทีเวลาแทมินเปลี่ยนไป พี่คอยแต่คาดโทษนายเสมอที่ทำตัวเหินห่าง ไม่ผิดใช่ไหม..หากหลงคิดไปว่าความรักระหว่างนายกับน้องเริ่มจืดจาง มินโฮ พี่ขอโทษ พี่คิดเช่นนั้นจริงๆ เต้าหู้ผู้อ่อนโยนถอนหายใจสั้นๆ ก่อนก้มหน้าลงคอตก ยินเสียงนุ่มค่อยๆระบายบอกความอัดอั้นในหัวใจออกมาทีละน้อย

แต่..เพียงแต่..สายตาของนายมักทำให้พี่สับสนเสมอ..ความรัก..มันคอยป่าวประกาศว่านายยังรักแทมินสุดหัวใจ จวบจนถึงนาทีนี้ สุ้มเสียงแผ่วเบาของพี่ฟังลังเลอย่างชัดเจน

การเข้าใจผิดทำให้พี่รู้สึกแย่ หากแต่เลวร้ายที่สุด คือพฤติกรรมก้าวร้าว..อย่างเช่น..วันนี้ เขาเอื้อมโอบไหล่พี่ชายใจดี ทันทีที่เนื้อเสียงอบอุ่นเริ่มสั่นเครือ

อย่าคิดมากน่า อนยูฮยอง เขาเขย่าตัวพี่นิดหน่อยพลางเอ่ยปลอบ

แทมินยังเด็กนัก พี่รู้อยู่แก่ใจ พี่ควรควบคุมโทสะของตัวเองได้..มินโฮ..พี่เคยทำได้..ทำได้เสมอ..อึก.. ขณะผู้เป็นพี่นั่งกอดเข่าสะอื้นไห้ น้องชายเช่นเขาควรทำตัวอย่างไรเล่า..ช่วยบอกที

ทั้งที่เมื่อก่อน..พี่ไม่เคยคิดตะขิดตะขวง แต่ตอนนี้กลับหึงหวงจนหน้ามืด ช่างไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย แม้เสียงร่ำไห้เริ่มสงบลง แต่ความรู้สึกสับสนและงุนงงยังคงมีอยู่เต็มเปี่ยม

มีสิ..ต้องมีสาเหตุแน่นอน ฉับพลัน เขาเปล่งบอกมุ่งมั่น สีหน้าท่าทางช่างขึงขัง

ฮึ?..นายรู้เหรอ? ” ได้ผล..อนยูผู้พี่รีบเงยหน้าขึ้นไถ่ถาม กระตือรือร้น

เพราะเดี๋ยวนี้ เห็ดน้อยของพี่แปลงร่างเป็นชายหนุ่มรูปงามซะแล้ว ผมรู้นะ..ฮยองอิจฉาน้องอะดิ..อิอิ เขาแกล้งหยอกพี่ขำขัน

บ้าสิ พูดเป็นเล่น ฮาฮา ตัวนายเองก็คอยเฝ้าแทมินไว้ให้ดีเถอะ ถ้าถูกใครแย่งไปจะหาว่าพี่ไม่เตือน ฮาฮาฮา  ท่ามกลางเสียงหัวเราะเริงร่าสอดประสานคล้ายสนุกสนาน ทว่าหัวใจของทั้งสองกลับร้าวรานด้วยเหตุปัจจัยแตกต่าง เพียงแต่อย่างน้อยการได้แลกเปลี่ยนทัศนคติพอช่วยทวงคืนความสมัครสมาน และกระตุ้นเตือนว่าเขาควรเร่งรีบจัดการทุกสิ่งอย่างให้กระจ่างชัดเร็วไว

.

.

.

วันต่อมา...

บนโซฟาหนังสีน้ำตาลนุ่มนิ่มภายในห้องพักของบริษัท ชายหนุ่มร่างสูงนั่งเอนหลังพิงพนักพลางยกข้อเท้าเจ้าปัญหาวางพาดกับเก้าอี้เตี้ยๆอีกตัว ซึ่งเพิ่งถูกเพื่อนซี้ยกนำมาจัดวางไว้ให้อย่างรู้ใจ สองตาคมเฝ้ากลอกมองร่างเพรียวย่างก้าวไปมากระฉับกระเฉงในชุดเสื้อยืดสีสันสดใส พยายามหาจังหวะเปล่งคำขอบคุณ ทว่าออมม่าคีย์เอาแต่จ้องมองการบ้านในมือ ไม่ยอมหันมาสนใจ กระทั่งทิ้งน้ำหนักลงนั่งบนโซฟาฝั่งตรงกันข้าม แลยกกระดาษปึกใหญ่ขึ้นบดบังใบหน้าสวยเพื่อจดจำเนื้อเพลง

คีย์ เราขอถามอะไรหน่อยสิ? ขณะอนยูกับจงฮยอนกำลังฝึกสอนแทมินร้องเพลงอยู่อีกห้องขะมักเขม้น นับเป็นโอกาสอันดีและหาได้ยากเย็น..ในที่สุด เขาก็ได้อยู่กับเพื่อนรักตามลำพัง ดังนั้นโดยไม่รอช้า เขาเร่งหันมองซ้ายขวาเร็วๆอีกครั้ง ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกและเปล่งเสียงหยั่งเชิงชัดถ้อยชัดคำ

อืม คีย์ลดปึกกระดาษในมือลงเพื่อชำเลืองมองเขาเร็วๆ ก่อนส่งเสียงอื้ออึงตอบรับส่งๆไม่ใส่ใจคำเขามากมาย     

นายรักอนยูฮยอง..ใช่มะ? นี่..เขากำลังสอดรู้มากเกินไปหรือเปล่าหว่า?

รักสิ..ถามอะไรแปลกๆ เอาดิ..เพื่อนคีย์ดันตอบกลับหน้าตาเฉย ทำเขาไปต่อไม่ถูกเหมือนกันนะ

แล้ว..แทมินล่ะ เออวะ..ไม่อ้อมค้อมล่ะนะ

“ …แทมิน ทำไมรึ? ” ท่าทางนิ่งงันชั่วครู่..ถือว่าเป็นไปตามคาด โดยปราศจากลมหนาวใดๆ หมายว่าคำถามของเขาทำให้ร่างเพรียวสะท้านไหว ขณะปริปากไถ่ถามเขากลับยังอ้ำอึ้ง ยิ่งไม่น่าไว้วางใจ ออมม่าคนดีไม่มีความสามารถในการซ่อนเร้นความคิดอ่านของตนได้เลย  

น้องเปลี่ยนไป นายรู้สึกเหมือนเรามั้ย? เขาแสร้งหลอกถาม ส่วนสองตาคอยแต่เฝ้าจับผิดคนเบื้องหน้าเต็มที่

หึหึ นายแคร์ด้วยเหรอ มิโน? ” สมควรแล้วล่ะ เขาน้อมรับคำเย้ยหยันนั้นแต่โดยดี

คีย์..อนยูฮยองรักนายมากนะ หากคีย์ยังไม่ยอมสบสายตา อีกทั้งจงใจเบี่ยงเบนออกนอกประเด็นไปเรื่อย รังแต่ทำให้เสียเวลาอันมีค่าเปล่าเปลี้ย ดังนั้น..ไม่มีความจำเป็นต้องอ้อมค้อมอีกต่อไปแล้วกระมัง

มินโฮ นายต้องการอะไรกันแน่!?! ผลลัพธ์นับว่าน่าสนใจกว่าคาดคิด ปฏิกิริยาตอบกลับช่างรุนแรงและฉับไวทันใจเขา ประโยคสั้นๆทว่าคงจี้ใจดำเพื่อนรักเข้าอย่างจัง เนื้อเสียงและน้ำคำถึงได้ฟังเกรียดกราด นาทีนี้คีย์คงนึกอยากหักคอเขาใจจะขาด อะไรประมาณนั้น

นายหลงรักน้อง..ใช่มั้ย? คีย์ นายรักแทมิน..ถูกต้องรึเปล่า? สองตาคมกริบจงใจสบตาชายหนุ่มเบื้องหน้ากลับเขม็ง มิใช่เพ่งเล็งจับผิดเพื่อหาเรื่อง ไม่ได้โกรธเคือง เพียงแต่อยากรู้เรื่องราวแท้จริง

พูดอะไรของนาย ไร้สาระ! ทว่าดวงตาเรียวเล็กเร่งกลอกมองทางอื่นพลัน ขณะแผ่นกระดาษในมือบัดนี้แลยับย่น เนื่องจากถูกขย้ำกำแน่น ไม่รู้เนื้อรู้ตัว

ระหว่าง เอ็นดู กับ หลงใหล..ง่ายๆแค่นี้ นายแยกแยะไม่ออกหรือไง? ” เขาเอ่ยท้าทาย

หึ..จนป่านนี้แล้ว มันสายเกินมานั่งคิดแยกแยะ คีย์หยักยิ้มมุมปากนิดหน่อย พลางเอื้อนเอ่ยฟังปลดปลง

นายกำลังนอกใจอนยูฮยองชัดๆ คำตอบอ้อมแม่น้ำเมื่อสักครู่ มิได้แตกต่างจากการยอมรับกลายๆ เขาตีความได้เช่นนั้น และถึงแม้พยายามสะกดกลั้นโทสะของตนเต็มที่ พอเอาเข้าจริง..ตอนนี้เขากลับรู้สึกหงุดหงิดไม่ใช่เล่น

อย่างน้อย เราก็ไม่เคยละเลยคนรักเหมือนใครบางคน ฮาฮาฮา ยินเพื่อนซี้ถกเถียงกลับทันควัน ถ้อยคำเหล่านั้นมันกัดกร่อนหัวใจของเขาเสียจนรู้สึกแสบสันไปทั้งทรวง...หนอย!

ไม่รู้สึกละอายใจบ้างหรือไง? ” ด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง ทำให้สายตาเอาเรื่องฉาบฉายประกายแห่งความหยามเหยียดชัดเจน

ละอายใจงั้นรึ!?! หึหึ..นายเคยรู้อะไรบ้าง เพื่อนรัก..เวลาเราทนทุกข์ทรมานอยู่กับความรู้สึกที่นายแอบอ้าง นายหายหัวไปอยู่ที่ไหน! มินโฮ! วันนั้น..นายหายไปไหน! แม้นเห็นเขานั่งรับฟังด้วยท่าทีเรียบเฉย แท้จริงแสนเจ็บปวด เสียใจอย่างยิ่งยวดกับความผิดพลาดในอดีต..วันนั้น วันไหนล่ะ? วันนั้น มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

คีย์..ได้โปรด บอกเล่าให้เรารับรู้บ้าง บางที..อาจยังพอมีหนทางแก้ไข ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเสมือนแปรเปลี่ยนเป็นคนละคน เขาพยายามเอ่ยโน้มน้าวเจ้าของแววตาทุกข์ระทม รู้สึกปวดร้าวในหัวใจ เขาต้องอธิบายหรืออ้างเอ่ยสิ่งใด เพื่อนซี้ถึงจะยอมเชื่อว่าเด็กคนนั้น ไม่ใช่น้องน้อยคนเดิม

แก้ไขเรอะ! ฮาฮา แก้ไขอะไร มิโน เราไม่ต้องการแก้ไขอะไรทั้งสิ้น พอเถอะ เลิกยุ่งกับเรื่องส่วนตัวของเราซะที ทั้งนี้..ตรงกันข้ามกับความรู้สึกหมองหม่นถึงขีดสุดของเขาโดยสิ้นเชิง เมื่อคีย์ส่งเสียงหัวเราะร่าตอบสนอง ก่อนรีบเอ่ยตัดบทอย่างไม่ใส่ใจ

ได้!..ถ้านายต้องการอย่างนั้น แต่อย่าลืมนะ ออมม่าคีย์..ว่าเรายังมีสิทธิ์ในตัวลูกของนายเต็มที่ ครั้นตระหนักว่าเพื่อนคนนี้ไม่มีทีท่าจะยอมให้ความร่วมมือโดยง่าย แม้มิได้โกรธเคืองแต่เขาก็รู้สึกหึงหวงร่างกายสวยงามนั่นเหมือนกันนะ

หนอย... เมื่อได้เห็นรอยยิ้มกวนประสาท เพื่อนคีย์เตรียมง้างแขนขว้างแผ่นกระดาษในมือใส่เขาทันใด

ก๊อก ก๊อก ก๊อก อิอิ..อย่างน้อย วินาทีนี้สวรรค์ยังเข้าข้างเขาบ้างอะนะ

ครับ เขารีบขานรับเสียงใส

กลับบ้านกันเถอะ พี่ใหญ่ชะเง้อหน้าเข้ามาในห้อง พลางหยักยิ้มละไม

จะว่าไป..อนยูฮยอง..ก็น่ารักดีเหมือนกันแฮะ ครั้นถูกปล่อยให้อยู่กันตามลำพังอีกหน ยินเสียงเจ้าของรอยยิ้มกรุ้มกริ่มจงใจเปล่งเปรยออกมาขำขัน และโดยไม่ต้องรอคอยเนิ่นนาน..ป้าบ!..ในที่สุดปึกกระดาษยับย่นในมืออีกคน มีโอกาสได้เริ่มต้นทำหน้าที่ของตนจริงจังเสียที   







SHINee ตื่นเต้นๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ตื่นเต้นสิจ๊ะ

นับถอยหลังอีกแค่สองวัน สองวันเท่าน้านนนนนน >w<

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

100 ความคิดเห็น

  1. #93 [[Oo..~*VaLyn_KH*~..oO]] (@valyn-kh) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2558 / 03:40
    อะไรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร???????????

    ยังไงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง????????

    คีย์หลงน้อง????????????????????????

    เฮ้ยยยยยยยยยยยยย???????? ตายห่า เดี๋ยวฟ้าผ่านะ
    #93
    0
  2. #77 TAEMINHO (@taeminhoshawol) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2558 / 00:51
    โอ้ วุ่นวายไปใหญ่แล้ว
    #77
    0
  3. #36 Fern Nee (@mymelody-tame) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2553 / 13:28
    มันชักจะไปกันใหญ่แล้วนะเนี่ย

    ทำไมออมม่าทำงี้ แล้วดวงจิตที่ว่านั่นคืออะไร โอ้ย งง

    พี่มุกหนูตื่นเต้นสุดๆ
    #36
    0
  4. #35 ลูซิเฟอร์ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2553 / 15:32
    อนคีย์ 2มิน อย่านอกใจกานนน



    ไรเตอร์อัพต่อๆ
    #35
    0