FIRST SPRING [SHINee Fiction OnKey x 2Min]

ตอนที่ 5 : When i see your face

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 160
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    3 ก.พ. 59

Everytime I see your face, My heart smiles.

 

อายสิ กับการสารภาพรักอย่างกล้าหาญกับ ผู้ชาย ที่มีคำนำหน้าว่า อาจารย์ แถมยังถูกหักอกในทันทีอีกต่างหาก ทำไมเขาจะไม่อาย อุตส่าห์แบกหน้าหลบฉากหนีออกมาได้เนียนๆ แล้วเชียวนะ ใครจะไปคิดว่าในไม่กี่สัปดาห์ถัดมา เขาจะต้องเผชิญหน้ากับจินกิอีกหน รู้อยู่หรอกว่าตอนปีสามต้องเรียนวิชาโภชนาการกับจินกิอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่นั่นมันอีกสามปีใช่ไหมเล่า อย่างน้อยก็มีเวลาให้เขาเตรียมใจตั้งสามปี  

จุดประสงค์สูงสุดของคิวโด คือการยิงให้โดนทั้งเป้าและตนเอง

เพราะลาออกจากชมรมยิงธนูมากลางคันจึงยังไม่ทันได้เข้าใจถึงแก่นแท้ กระนั้น คีย์สามารถจดจำคำสอนแรกๆ ของจินกิได้แม่นยำ ไม่ใช่เพราะตั้งใจเรียนหรือความจำดีอะไรหรอกนะ ในเมื่อมันเป็นคำพูดของคนที่ชอบ ใครจะลืมได้ลงละ      

ชมรมเชียร์ก็เช่นกันครับ เราต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนและทำให้ได้ตามนั้น

บนฟลอร์สีฟ้าที่ใช้แข่งยิมนาสติกลีลากลางยิมเนเซียมสีขาว ท่ามกลางสมาชิกชมรมหลายสิบคน คีย์นั่งก้มหน้ากอดเข่า เฝ้าฟังคำแนะนำของอาจารย์ที่ปรึกษาชมรมคนใหม่ ได้ยินคำว่า เป้าหมาย ทีไร รู้สึกกระดากจนไม่อยากเงยหน้าขึ้นมาสบตาใครๆ โดยเฉพาะกับ...

คุณคิบอมครับ

เมื่อถูกเรียก คีย์สบถในใจ ก่อนจะเงยหน้ามาสบตาอาจารย์อีจินกิ ผู้ชายคนที่ถูกเขาจู่โจมอย่างหนักเมื่อสองสัปดาห์ก่อน แล้วอยู่ดีๆ ก็มาปรากฏตัวต่อหน้าเขาด้วยรอยยิ้มใจดีเป็นปกติ พร้อมกับประกาศว่าจะเข้ามาเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาชมรมเชียร์แทนอาจารย์คนเก่าที่เพิ่งลาคลอดไป จินกิกำลังคิดอะไร ในฐานะลูกศิษย์คนหนึ่ง เขาไม่มีวันรู้และไม่มีสิทธิ์สงสัย แต่ในฐานะคนแอบชอบและยังไม่สามารถตัดใจ เขามีคำถามที่มีแต่จินกิเท่านั้นที่สามารถให้คำตอบ เขาต้องทนอยู่กับความรู้สึกหดหู่และความหวังลมๆ แล้งๆ นี้อีกนานเท่าไร    

ครับ เขาตอบรับสั้นๆ พยายามทำตัวเป็นปกติ ไม่ปั่นป่วนไปตามจังหวะเต้นของหัวใจ       

จินกิส่งยิ้มให้เขา รอยยิ้มแสนสุภาพที่ครูแสนดีมีไว้ให้นักเรียนทุกคนไม่สามารถทำให้เขารู้สึกหลงใหลได้ปลื้มเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว เขาจึงไม่ยิ้มตอบ รอฟังคำบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉย

เป้าหมายของคุณคืออะไรครับ?”

เมื่อได้ยินคำถาม เป้าหมายที่แท้จริงของผม...ไม่ใช่คิวโด...แต่เป็นอาจารย์ฮะ เสียงตัวเองในอดีตพลันดังขึ้นหลอกหลอน และเป็นเขาเองที่ร้อนตัวไปก่อน เป้าหมายของผมอะนะ!?!” โพล่งทวนคำถามซะเสียงดัง ทำให้สมาชิกในชมรมพากันหันมองมาเป็นตาเดียว   

ครับ เป้าหมายของคุณในชมรมเชียร์น่ะครับ

คีย์ได้ยินแล้วหน้าแดงก่ำ ดีที่จินกิเพียงทำสีหน้าประหลาดใจ ไม่หัวเราะขบขัน แต่ในเวลาเดียวกัน มันก็น่าปวดใจที่ต้องมารับรู้ว่าจินกิไม่เคยเห็นว่าคำสารภาพรักของเขาควรค่าแก่การจดจำ คงจะลืมไปหมดแล้วสินะ คีย์คิดด้วยสีหน้าสลดลง และยอมให้ตัวเองจมอยู่กับความรู้สึกหดหู่พริบตาเดียวเท่านั้น...   

ชมรมใหม่ เป้าหมายใหม่ ผมอยากเป็นคนนำเชียร์ครับ คีย์ตอบเสียงดังฟังชัด เขาไม่ได้เข้าชมรมเชียร์เพื่อมาถือพู่เชียร์ใครๆ เขาเข้ามาเพราะเขาต้องการเป็นผู้นำ

 

คำตอบของคิบอมทำให้จินกิประหลาดใจ ตามธรรมเนียม ตำแหน่งคนนำเชียร์มักตกเป็นของนักศึกษาปีสี่ผู้มีอาวุโสสูงสุด คิบอมเป็นเด็กปีหนึ่งคนแรกที่กล้าเอ่ยความต้องการของตัวเองออกมาตรงๆ ต่อหน้าสมาชิกทุกคนในชมรมโดยไร้ซึ่งท่าทียโสหรืออวดเก่ง จินกิอมยิ้มกับความมั่นใจเกินร้อยเปอร์เซ็นต์ที่เขาเคยเห็นมาแล้วในสวนญี่ปุ่น ทั้งท่าทางเอาจริงเอาจังและเสียงที่ดังฉะฉานฟังเฉียบขาดจนไม่มีรุ่นพี่คนใดกล้าท้วงติง ตัวตนที่แท้จริงของคิบอม

ครูเชื่อว่าคุณทำได้ หลังเอาแต่นั่งทำหน้าบึ้งมาตั้งแต่ต้นชั่วโมง รอยยิ้มแรกของคิบอมทำให้จินกิมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก เพียงแต่คุณต้องพิสูจน์ให้รุ่นพี่และเพื่อนๆ ของคุณเห็น

คำพูดของเขาไม่เคยมีอิทธิพลกับใครมากมายจนสามารถสะท้อนกลับมาทำให้หัวใจเขาพองโตแบบนี้ ถึงคิบอมจะนั่งอยู่ไกลจากเขาหลายแถวตอน เขายังสามารถสัมผัสได้ถึงหัวใจอันฮึกเหิมและคลื่นพลังงานที่แผ่ออกมาจากหัวหน้านักศึกษาปีหนึ่งผู้กระตือรือร้น นอกจากดวงหน้าสวยเด่นและคอสตูมแปลกแหวกแนวที่ทำให้เขาประหลาดใจทุกครั้งที่ได้เห็น คงเป็นอุปนิสัยตรงไปตรงมาที่เป็นเสน่ห์ของคิบอม เสน่ห์ที่ทำให้เขาอยากรู้จักศิษย์คนนี้มากขึ้นอีกสักนิด แม้รู้แก่ใจว่าไม่สมควร   

 

สำเร็จ หลังพยายามพิสูจน์ความสามารถของตัวเองให้ทุกคนในชมรมเห็นมาหลายสัปดาห์ ในที่สุดคีย์ก็ได้รับเลือกเป็นคนนำเชียร์ของมหาวิทยาลัยโดยไร้ข้อครหา

หลังเดินออกจากชมรมได้ไม่นาน คีย์กำหมัดงอศอกดึงเข้าหาตัวแล้วร้อง “YES!” ด้วยความดีใจ ยังไม่หายตื่นเต้นกับผลการคัดเลือกดี 

ซูโฮหันมองรูมเมทแล้วยิ้มละไม ไม่มีอะไรที่ประธาน คิม คิบอม ทำไม่ได้จริงๆ

คีย์หันไปยักคิ้วขวาให้เลขาชั้นปีเร็วๆ แน่นอนอยู่แล้ว น้อมรับคำชมอย่างมั่นใจ

แล้วอาจารย์จินกิล่ะ เป็นยังไงบ้าง ทันทีที่มีชื่อจินกิเข้ามาเกี่ยว ความมั่นใจของคีย์มีอันหดหาย คีย์รีบหันขวับกลับมามองทางเดินปูด้วยแผ่นอิฐบล็อกทรงห้าเหลี่ยมสีแดงตรงหน้าอย่างเก่า น่าเศร้าที่เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคนที่ชอบเลย กระทั่งคำถามเบสิกสุดๆ เขายังไม่รู้จะตอบว่าอะไร  

สบายดี คีย์ตอบสั้นๆ และภาวนาให้เพื่อนไม่ถามอะไรมากกว่านั้น   

สบายดี?” แต่ดูเหมือนคำภาวนาของเขาจะไม่เป็นผล แค่นั้นเองเหรอ?” ซูโฮยังไม่พอใจกับคำตอบ อีกทั้งพยายามยื่นหน้าเข้ามาสบตาเขาเพื่อเค้นหาความจริง

เขาให้ความร่วมมือด้วยการตวัดสายตามาสบตาเพื่อนกลับอย่างดุดัน เรารู้แค่นั้น พอใจหรือยังเล่า!” ตัดบทอย่างหงุดหงิด โชคดีที่ซูโฮสนิทกับเขาพอที่จะไม่ถือสาและถอยห่างออกมาแทนที่จะซักไซ้ไล่เรียงต่อ

แหม อาจารย์เขายอมทิ้งคิวโดเพื่อไปหานายเลยนะ น่าจะมีอะไรมากกว่าสบายดีสิ รึว่านายไม่ได้สังเกต?”

คีย์ปั้นปึ่งใส่คำถามน่าโมโหของซูโฮอย่างไม่ปิดบัง เขาน่ะหรือจะไม่สังเกต ให้ตาย นับตั้งแต่วินาทีแรกที่จินกิก้าวเข้ามาในยิมเนเซียมสีขาวด้วยชุดกิโมโนสีดำปักลายน้ำไหลสีเงินตรงชายแขน ตัวที่เขาคิดว่าจินกิใส่แล้วดูดีสุดๆ จนถึงวันนี้ วันที่เขาได้รับเลือกเป็นคนนำเชียร์สมใจ ไม่มีสักวันที่เขาจะละสายตาไปจากอาจารย์ที่ปรึกษาคนใหม่ เขาเฝ้ามอง ไม่ว่าจินกิเดินไปไหน ทำอะไร หรือคุยกับใคร เป็นการแสดงออกที่ชัดเจนมากจนใกล้จะเข้าข่ายคนโรคจิตเข้าไปทุกวัน และคงมีแต่คนตาบอดเท่านั้นที่ไม่สังเกตเห็น

แน่ละ จินกิแค่ตาตี่ไม่ได้ตาบอด เขามั่นใจว่าจินกิรู้ตัวดีว่าถูกเขามองอยู่ตลอดและรู้ว่าเขากำลังคิดอะไร และเพราะมั่นใจมากนี้เองเขาถึงยิ่งช้ำใจ เมื่อจินกิให้เขากลับมาได้เพียงรอยยิ้มแสนสุภาพ ให้ได้มากเท่าที่อาจารย์คนหนึ่งสามารถมอบให้ศิษย์ของตน    

นี่เขากำลังทำหน้าเศร้าอยู่หรือเปล่า นายชอบอาจารย์จริงๆ สินะ ซูโฮถึงยื่นมือออกบีบไหล่เขาเพื่อปลอบ

ไม่รู้สิ เขาสบตาเพื่อนเร็วๆ ก่อนจะเงยหน้ามองท้องฟ้ายามเย็นแล้วแย้มยิ้มอย่างเหนื่อยอ่อน แค่ได้เห็นหน้าก็รู้สึกดี เราไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน สารภาพตรงๆ ไม่เคยสับสนกับความรู้สึกที่ชัดเจนของตัวเองตั้งแต่ต้น

นายรู้แล้วใช่ไหมว่าอาจารย์เคยมีคู่หมั้น?” ซูโฮเรียบๆ เคียงๆ ถาม

คู่หมั้นที่เป็นผู้หญิงด้วยใช่มะ ทำไมเขาจะไม่รู้ เพียงแต่ทำใจยอมรับความเสี่ยงที่จินกิจะเป็นชายแท้ไว้เรียบร้อย เขาพร้อมจะถอยให้ผู้หญิงที่คู่ควรกับจินกิทุกเมื่อ ไม่เคยมีเจตนารมณ์ที่จะเปลี่ยนจินกิให้เป็นไบ (Bisexual) เหมือนตัวเองอยู่แล้ว

ในเมื่อนายเป็นไบ ทำไมไม่ลองจีบอาจารย์สาวๆ สวยๆ บ้างล่ะ ดูจะง่ายกว่าไหม ซูโฮแนะนำ

คีย์ได้ยินแล้วนึกขำ หันมองยังหอนาฬิกาตรงหน้าที่มีสี่หน้าปัด ก่อจากอิฐบุด้วยหินสีน้ำตาลอ่อน ส่วนยอดแหลมทำด้วยเหล็กหล่อที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก บิ๊กเบน หรือหอนาฬิกาประจำพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ในประเทศอังกฤษ หากแต่ย่อขนาดลงมาเหลือเพียงสองในสาม ส่วนฐานสี่เหลี่ยมประดับด้วยกระถางดอกไม้ล้อมรอบ ชนิดของดอกไม้เปลี่ยนไปตามฤดูกาล ซึ่งตลอดเดือนนี้เป็นคิวของดอกทิวลิปสีแดง

เมื่อลองไตร่ตรองข้อเสนอของเพื่อน คีย์ที่รู้จักหัวใจของตัวเองดีเริ่มส่ายหน้า สำหรับเขา การจะตัดใจจากใครคนหนึ่งที่เห็นหน้ากันอยู่ทุกวันไม่ใช่เรื่องง่าย เขาต้องใช้เวลา คงต้องรอจนกว่าจะถึงวันจบการศึกษา วันสุดท้ายที่เขากับจินกิจะได้พบกัน

ตราบใดที่เรายังตัดใจจากอาจารย์ไม่ได้ การจะเริ่มต้นใหม่...มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

 

เกือบแล้ว จินกิหวุดหวิดจะสะดุดขาตัวเองล้มเมื่อได้ยินคำตอบสุดท้ายของคิบอม เพราะมันหมายความว่าเขายังคงเป็นเป้าหมายของศิษย์ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ อย่างไม่มีวี่แววว่าจะเปลี่ยนแปลงเสียด้วย คำสารภาพที่เขาเพิ่งได้ยินจากการพูดคุยอย่างเปิดอกระหว่างเพื่อนสนิททำให้หัวใจเขาเต้นแรงแปลกๆ ไม่ต่างจากในชั่วขณะที่ถูกคิบอมขโมยจูบแรก จุดยืนของเขากำลังถูกสั่นคลอนอย่างหนัก ความมั่นคงของคิบอมกำลังทำให้ใจเขาหวั่นไหวยิ่งกว่าเดิม ดูท่าจะไม่ดีซะแล้ว 

ย้อนกลับไปยี่สิบนาทีก่อน ครั้นสิ้นเสียงระฆังดังหมดเวลา สมาชิกชมรมส่วนใหญ่เริ่มแยกย้ายกลับหอพักของตน หลังจากสาวเท้าตรงไปหยิบกระเป๋าใส่เอกสารที่วางไว้บนโต๊ะทำงานมาสะพาย จินกิรีบเดินย้อนออกประตูห้องพักครูแล้วเริ่มหันมองหาคนนำเชียร์คนใหม่ของมหาวิทยาลัย ถึงเขาจะเป็นคนประกาศผลและได้เอ่ยยินดีกับคิบอมต่อหน้าสมาชิกคนอื่นๆ ไปแล้ว เขายังมีความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะแสดงความยินดีกับศิษย์คนโปรดเป็นการส่วนตัวอีกสักหน

ทว่าเมื่อสิ้นเสียงประตูปิด จินกิกลับยืนจับกลอนประตูนิ่งอยู่หน้าห้อง นึกตรึกตรองถึงหัวใจอันร้อนรนที่เป็นผลจากความรีบเร่งจนผิดวิสัยของตัวเอง กับแค่การเอ่ยคำว่ายินดีคำเดียว เขาไม่จำเป็นต้องรีบ วันนี้วันศุกร์ อีกไม่นานก็วันจันทร์ และมันไม่ได้เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ทำไมเขาจะรอให้ผ่านวันหยุดสุดสัปดาห์ไปก่อนไม่ได้

ไม่ ไม่ใช่ว่าเขารอไม่ได้ แต่เขาไม่อยากรอต่างหาก วันนี้เป็นวันสำคัญของคิบอมและเขาต้องการทำอะไรพิเศษๆ ให้คิบอมบ้าง นี่คือความตั้งใจของเขา เขาเริ่มกวาดตามองหาคิบอมอีกครั้งและเห็นศิษย์ร่างเพรียวกำลังเดินถือคลัทช์ (clutch) ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีขาวดำตรงไปยังประตูทางออก เขายิ้มกว้างแล้วรีบออกเดินตาม จนจวนจะถึงตัวในอีกไม่กี่ก้าว เขากลับชะลอฝีเท้าเมื่อเหลือบไปเห็นศิษย์อีกคนกำลังยืนรอคิบอมอยู่หน้าโรงยิม

ซูโฮยังอยู่ในเสื้อยืดกางเกงวอร์มสีขาว ชุดกีฬาของเด็กปีหนึ่ง แตกต่างจากคิบอมที่เปลี่ยนเป็นชุดไปรเวทก่อนออกจากชมรม ผ้าพันคอหลากสีดูสดใสสะดุดตาเมื่อคล้องอยู่บนสเวตเตอร์ไหมพรมสีเทาตัวหลวมที่คิบอมสวมใส่

ไง ท่านประธาน ซูโฮเป็นฝ่ายโบกมือทักทายก่อนด้วยรอยยิ้มสดใส และเมื่อคิบอมเดินเข้าไปใกล้พอสมควร ยินดีด้วยนะเพื่อน ข่าวภายในถูกเผยแพร่ออกนอกชมรมเร็วไว หรือเป็นคิบอมเองที่รีบแจ้งข่าวดีกับซูโฮก่อนใครๆ จินกิคาดเดาด้วยรอยยิ้มที่ค่อยๆ เลือนหายไปจากใบหน้า     

คิบอมยิ้มแป้นแล้วเดินเข้าไปโอบไหล่ “Thank you” ก่อนจะเกี่ยวคอซูโฮพาออกเดินไปตามทางอย่างอารมณ์ดี

ขณะยืนมองรอยยิ้มและสกินชิพระหว่างศิษย์ทั้งสอง จินกิค่อนข้างประหลาดใจกับความรู้สึกขุ่นเคืองน้อยๆ ของตัวเอง เขาซึ่งเป็นคนมองโลกในแง่ดีกลับกำลังมีอคติกับความใกล้ชิดสนิทสนมที่เขาเคยเห็นมาก่อนแล้วเมื่อครั้งคิบอมยังอยู่ชมรมยิงธนู ในตอนนั้น เขาเห็นดีเห็นงามกับมิตรภาพของศิษย์ทั้งสองด้วยซ้ำ แตกต่างจากในวินาทีนี้ที่พฤติกรรมแบบเดียวกันกลับกำลังกวนใจเขามาก จนเขาต้องเบือนหน้าหนี

แล้วอาจารย์จินกิล่ะ เป็นยังไงบ้าง แต่เมื่อได้ยินชื่อตัวเองแว่วเข้าหู เขาหันขวับกลับมาตั้งใจฟังบทสนทนาระหว่างคิบอมและซูโฮต่อทันที สองขาเริ่มก้าวตามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

คิบอมนิ่งไปชั่วอึดใจ ก่อนจะตอบด้วยเสียงที่เบาลง จินกิรู้สึกกังวลเมื่อเห็นว่าคำถามง่ายๆ เกี่ยวกับตัวเขากำลังทำให้หัวหน้านักศึกษาคนเก่งขาดความมั่นใจอย่างไม่เคยเป็น  

แหม อาจารย์เขายอมทิ้งคิวโดเพื่อไปหานายเลยนะ น่าจะมีอะไรมากกว่าสบายดีสิ รึว่านายไม่ได้สังเกต?”

ความจริงในคำพูดของซูโฮทำให้จินกิกระแอมเบาๆ อย่างขัดเขิน ใช่ เขาตัดสินใจเข้าชมรมเชียร์เพียงเพราะได้ยินว่าคิบอมอยู่ที่นั่น เจ้าของคำสารภาพรักที่ยังคงดังกระหึ่มอยู่ในหัวใจอันสับสน ในเวลานั้น เขาไม่พร้อมจะเผชิญหน้ากับคิบอมหรอกแต่ก็ไม่อาจยอมรับคำบอกลาของคิบอมเช่นกัน และเมื่อจำเป็นต้องเลือกเอาสักอย่าง เขากลับเลือกได้อย่างไม่ลังเล รู้ตัวอีกที เขาก็มายืนอยู่ตรงหน้าคิบอมแล้วเรียบร้อย

ทว่าหลายสัปดาห์หลังจากนั้น ถึงได้เห็นหน้ากันห้าวันต่อสัปดาห์ เขากลับไม่สนิทกับคิบอมเหมือนแต่ก่อน ในบทบาทอาจารย์ที่ปรึกษาใจดีที่มีศิษย์คอยล้อมหน้าล้อมหลังตลอดเวลากำลังทำให้เขากับคิบอมยิ่งห่างเหิน ต่างจากตอนฝึกคิวโดกันตัวต่อตัว เขาแทบไม่มีโอกาสได้อยู่กับคิบอมสองต่อสอง

แต่อีกนั่นแหละ พอมีโอกาสเข้าจริง เขามักสรรหาข้ออ้างต่างๆ นาๆ มาห้ามใจตัวเอง ไม่ให้คิดไปไกลกว่าเส้นศีลธรรมที่เขาขีดขั้น เขาเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าสายตาที่คอยมองมาคู่นั้นเป็นของศิษย์ เขาจะไม่ทำผิดจรรยาบรรณ หากแต่ยิ่งปิดกั้น เขากลับฝันถึงจุมพิตวาบหวามของเจ้าของริมฝีปากเป็นกระจับสวยไม่เว้นวัน        

ซื่อบื้อ!...เป็นโชคดีของเขาที่ไม่ถูกคิบอมโบกมือลาอีกหน เพียงเพราะความหวังดีจนเกินเหตุของตนกำลังบั่นทอนความรู้สึกรักของอีกคนโดยไม่รู้ตัว  

หัวช้า!...สมแล้วที่คิบอมเคยว่า ต้องให้รู้สึกอิจฉาสักครั้ง เขาถึงเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร ความอดทนอดกลั้นตลอดหลายสัปดาห์สอนให้เขารู้ว่าถึงจะพยายามซ่อนความรู้สึกของตัวเองไว้ลึกสุดใจ ท้ายที่สุด มันไม่ได้หายไปไหน ความรู้สึกเดียวกันนั้นก็ยังคงอยู่ในใจเราอยู่ดี

แล้วต่อจากนี้เล่า หัวใจของเขา...กับเด็กผู้ชายคนนี้ ลูกศิษย์ที่อายุน้อยกว่าเกือบสิบปี เขาควรทำอย่างไรต่อไปกับความรู้สึกลึกซึ้งที่มี...  

ผมสีน้ำตาลเข้มของคิบอมดูอ่อนลงยามกระทบกับแสงแดดสีแสดเวลาอาทิตย์ใกล้อัสดง เส้นผมที่หยักยาวลงมาจวนถึงติ่งหูดูแปลกตาในสายตาของผู้ชายอย่างเขา ช่วงคอขาวแลเรียวยาวเฉกเช่นสองมือที่ลอดออกมาจากแขนเสื้อไหมพรมตัวใหญ่ ไหล่ของคิบอมไม่กว้างเฉกเช่นนักกีฬาทั่วไป สอดรับกับช่วงเอวเล็กๆ ที่ทำให้เขารู้สึกกังวลได้ทุกครั้งไป ดังนั้น...

คุณคิบอมครับ

คีย์สะดุ้งโหยง เมื่อได้ยินเสียงเรียกจากบุคคลหนึ่งเดียวในโลก ที่ยังคงขานเรียกเขาด้วยถ้อยคำแสนสุภาพต่อหน้าสาธารณชนได้อย่างเป็นธรรมชาติ  

ซวยแล้ว คิบอม กู่ร้องในใจ ได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อ ทำอะไรไม่ถูก จะหันกลับไปเผชิญหน้าก็ไม่กล้า จะทำเป็นไม่ได้ยินแล้วเดินต่อ มันก็ยังไงๆ อยู่    

โอ๋ อาจารย์จินกิ บังเอิญจังนะครับ ซูโฮเหล่มองท่าทีสติแตกของเพื่อนแล้วรีบหันกลับไปช่วยรับหน้า แต่เมื่อจินกิเอาแต่จับจ้องมายังคีย์ไม่วางตา ซูโฮจำต้องรีบงอศอกถองเอวคีย์เบาๆ เพื่อกระตุ้นเตือน

คีย์เงยหน้าขึ้นมองเข็มวินาทีบนหน้าปัดหอนาฬิกาฝั่งทิศตะวันตกค่อยๆ ขยับบอกเวลา ดูเนิบช้ากว่าที่ควรจะเป็น สายลมเย็นสบายของฤดูใบไม้ผลิกลับทำให้คีย์สะท้านวาบ รู้สึกหนาวราวกับกำลังยืนอยู่ท่ามกลางหิมะขาวโพลน เขากำลังต้องหันไปเผชิญหน้ากับอะไร มีความเป็นไปได้หลายอย่างเกินไปจนเขาเตรียมตัวรับมือไม่ถูก จินกิอาจไม่ได้ยินอะไรเลย หรือได้ยินครึ่งๆ กลางๆ จับใจความไม่ได้ ซึ่งจะถือว่าเขาโชคดีมากๆ แต่หากจินกิได้ยินบทสนทนาที่เข้าข่ายคำนินทา อีกทั้งส่อถึงรสนิยมทางเพศอันแปลกประหลาดของเขาทั้งหมด เขาอาจต้องหันไปพบกับสีหน้าขยะแขยงและสายตาที่มองมาอย่างเดียดฉันท์...ไม่นะ ไม่ไหว คิดๆ แล้วน้ำตาจะไหล ไม่รักไม่ว่า ขอแค่อย่าให้ถึงกับเกลียดกัน   

คุณคิบอม

น้ำเสียงที่ฟังอ่อนโยนเหมือนเก่าทำให้เขาเบาใจประมาณหนึ่ง ด้วยน้ำตารื้นเต็มเบ้า เขาค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับเจ้าของดวงตาเรียวเล็กที่กำลังหยักยิ้มให้เขาอย่างอบอุ่น เขาดีใจที่มองไม่เห็นความโกรธหรือเกลียด เพียงแต่เผลอกระพริบตาครั้งเดียว น้ำตาก็เริ่มรินไหลลงอาบแก้มอย่างหยุดไม่ได้ ตัวเขาเริ่มสั่น เขากำลังสติแตกและควบคุมตัวเองไม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ปกติแล้วเขาไม่ใช่คนขี้แง เขาจึงไม่รู้ว่าจะหยุดร้องไห้ยังไง

เมื่อร่างกายถูกโอบล้อมด้วยอ้อมแขนอุ่น กรุ่นกายหอมละมุนเยี่ยงรอยยิ้มของผู้เป็นเจ้าของทำให้เขายิ่งร่ำไห้หนัก แรงกดเบาๆ ตรงกระหม่อมชวนให้เขาโน้มลงซบอกกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตสีครีมและสูทสีกากีเรียบหรู จินกิค่อยๆ ลูบศีรษะเขาช้าๆ อ่อนโยนเฉกเช่นที่เขาเคยจินตนาการไว้ไม่ผิดเพี้ยน หัวใจเขาสั่นระรัวด้วยความตื่นเต้นและตื่นกลัว ไม่มีใครรู้ว่าความสุขจะอยู่กับเราไปอีกนานเท่าไร แต่เมื่อความสุขจากไป เขารู้ว่าเขาต้องโศกเศร้าเป็นเท่าทวีแน่นอน         

ไปดินเนอร์กับครูสักมื้อนะครับ

หา!” เขารีบผละห่างจากอ้อมกอดอบอุ่นแล้วจ้องหน้าจินกิเขม็ง เป็นปฏิกิริยาตอบรับที่ไม่น่ารักเอาเสียเลย แต่นี่ล่ะคือตัวเขา ดินเนอร์!?!” เขาอ้าปากค้างกับคำขอที่ไม่เคยคิดว่าชาตินี้จะมีโอกาสได้ยิน น้ำตาพลันเหือดแห้งไปกับความรู้สึกประหลาดใจ เขารีบมองหาความรู้สึกสมเพชเวทนาในดวงตาของอีกฝ่าย ทว่ากลับมองเห็นเพียงความขบขันอันจริงใจ ไร้ซึ่งเล่ห์เหลี่ยมใดๆ   

หลายมื้อก็ได้ครับอาจารย์ ครั้นเห็นเขาเอาแต่ตั้งการ์ดสู้ ซูโฮทำการรวบรัดตัดความด้วยการออกแรงผลักให้เขาถลาเข้าสู่อ้อมกอดของจินกิอีกหน ผมฝากเพื่อนด้วยนะครับ ว่าแล้ว ซูโฮโค้งคำนับผู้เป็นครู อมยิ้มน้อยๆ แล้วรีบสาวเท้าเดินจากไป

เมื่อมีฝ่ามือใหญ่ๆ ของจินกิคอยจับต้นแขนไว้ เขาได้แต่หันมองตามพร้อมกับทำตาเขียวส่งให้รูมเมทตัวแสบ

ไม่เป็นอะไรนะครับ เขาสบตาจินกิแล้วส่ายหน้า หวังว่าคำตอบจะทำให้เจ้าของมืออุ่นถอยห่าง หากแต่ผลลัพธ์กลับตรงกันข้าม เขาทั้งตกใจทั้งนึกสงสัยว่าจินกิจะรู้ตัวหรือไม่ว่าตัวเองกำลังโน้มลงมาใกล้ใบหน้าของเขาช้าๆ ใกล้...เสียจนเขาไม่กล้าหายใจ

อาจารย์ เสียงของเขาทำให้จินกิผงะแล้วรีบปล่อยแขนเขาให้เป็นอิสระ เห็นได้ชัดว่าคำว่าอาจารย์กับศิษย์ยังคงเป็นกำแพงใหญ่ยักษ์ที่จินกิยังข้ามผ่านไปไม่ได้

สัมผัสอุ่นตรงต้นแขนทั้งสองยังไม่เลือนหาย คีย์เหลียวมองแขนเสื้อสเวตเตอร์สีเทาของตัวเอง พลางนึกถึงความสุขอันแสนสั้นที่เขาจะจดจำไปชั่วชีวิตด้วยแววตาเศร้าหมอง ดีเท่าไหร่แล้วที่ไม่ถูกผลักไส ในเวลานี้เขาควรตื้นตันใจกับความใกล้ชิดที่จินกิมีให้ ไม่ใช่มายืนทำหน้างอแบบนี้

ยินดีด้วยนะครับ คนนำเชียร์คนใหม่ คำกล่าวยินดีคือตัวล่อทำให้เขาติดกับ พอได้สบตากัน จินกิทำร้ายเขาซ้ำด้วยรอยยิ้มสดใส และ... ใจเต้นระส่ำ ขณะเฝ้ามองจินกิค่อยๆ โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้เขาอีกครั้ง ขอบคุณนะครับ

ขอบคุณทำไม คีย์สบตาจินกิกลับอย่างไม่เข้าใจ และได้คำอธิบายเป็นรอยยิ้มละไมส่งกลับมาก็เท่านั้น ช่างปะไร เปิดช่องว่างไว้แบบนี้ ไม่กลัวโดนจูบอีกเหรอฮะ ครั้นถูกเขาหยอกเข้า จินกิถึงยอมถอยกลับไปหยักยิ้มเขินๆ

อาจารย์ ความกระตือรือร้นต่อเสียงเรียกอย่างมากมายของจินกิเกือบทำให้เขาหลุดขำ อาจารย์แน่ใจนะฮะ รู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังทำอะไรอยู่ เขาสบตาจินกิแล้วถามออกไปตรงๆ รู้ใช่ไหม...ว่าผมต้องการอะไร ถึงจะกระดากปากอยู่บ้าง เขาจำเป็นต้องพูดชัดๆ ให้เข้าใจตรงกัน      

จินกินิ่งคิดอยู่ไม่ถึงวินาที ครับ ก่อนจะตอบเขาเสียงใส

ขณะตัวเองกำลังกังวลแทบตาย คีย์จึงค่อนข้างผิดหวังกับท่าทีสบายๆ ของจินกิ ความรักของเด็กเมื่อวานซืนอย่างเขาคงดูไม่จีรังยั่งยืนในสายตาของพวกผู้ใหญ่กระมัง คีย์คิดด้วยมุมปากที่หยักงุ้มลงอย่างเบื่อหน่าย ช่องว่างระหว่างวัยเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่เขาลืมนึกถึง

แต่แล้วจู่ๆ จินกิขยับปลายนิ้วมาปัดถูกปลายนิ้วเขาอย่างตั้งใจ และในทันทีที่ได้สบตากันอีกครั้ง...     

ส่วนเรื่องความต้องการของคุณ เราคงจะต้องตกลงกันใหม่...วันหลังนะครับ ด้วยใบหน้าแดงก่ำ จินกิค่อยๆ เอ่ยประนีประนอมอย่างตะกุกตะกัก เมื่อเข้าใจถึงความนัยที่จินกิพยายามบอกแล้วคีย์หัวเราะคิกคัก หากเป็นเรื่องอย่างว่า เขาพอจะยืดหยุ่นให้จินกิได้หรอกน่า        

แล้วอาจารย์รู้หรือเปล่าว่าปกติผมไม่กินข้าวเย็น คีย์เชิดหน้าขึ้นน้อยๆ ความมั่นใจเริ่มหวนกลับมา

จินกิสบตาเขากลับแล้วกระพริบตาปริบๆ ก่อนจะยื่นมือมาคว้าปลายสายเข็มขัดหนังสีน้ำตาลของเขาไว้ เขาก้มลงมองแล้วแย้มยิ้มมีเลศนัย จับไว้แล้ว ห้ามปล่อยนะฮะ ออกคำสั่งด้วยรอยยิ้ม

ถึงคิบอมกำลังยิ้ม จินกิสัมผัสได้ถึงความเอาจริงในน้ำเสียง ครับ จินกิตอบรับด้วยเสียงที่หนักแน่นกว่าเคย ก่อนจะเริ่มออกเดินไปข้างหน้าอย่างเขินๆ พร้อมกับดึงสายเข็ดขัดพาศิษย์คนโปรดที่เอาแต่ก้มหน้าอมยิ้มตลอดทาง เดินตรงไปยังที่จอดรถเบนท์ลี่ย์คันงามของตน   

.

.

.

ตกลงเย็นวันนั้น พี่ได้ยินที่ผมพูดรึเปล่านะ?”

หลังจากหวนนึกไปถึงเดทแรกเพลินๆ คีย์พลั้งปากถามคำถามที่สงสัยมาตลอดอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย จะว่าไป เพราะเขากับจินกิไม่ค่อยได้พูดถึงเรื่องเก่าๆ ในอดีตสักเท่าไหร่ เขาจึงไม่แน่ใจว่าจินกินับอาหารค่ำที่ร้านไก่ทอดมื้อนั้นเป็นการเดทเหมือนกับเขาหรือไม่  

เย็นวันนั้น?”

ไม่ผิดจากที่คาดไว้ จินกิหันมาสบตาเขางงๆ คงจะประหลาดใจ ไอ้เขาก็บ้าถามออกไปได้ ภายในสามปีที่คบกันมา จินกิจะรู้ไหมเล่าว่าเขาหมายถึงเย็นวันไหน

ช่างเถอะครับ ไม่มีอะไร

คีย์โบกมือไหวๆ ให้จินกิลืมคำถามไร้สาระนั้นไป แล้วหันกลับมาสนใจทางเดินตรงหน้าที่ถูกขนาบข้างด้วยแมกโนเลียสีม่วงต้นใหญ่ บรรยากาศสวยงามและกลิ่นหอมของดอกไม้ไม่อาจช่วยบรรเทาความตึงเครียดในจิตใจ ทั้งเรื่องของแทมินกับสมาชิกชมรมหนังสือพิมพ์ การสอบที่กำลังใกล้เข้ามา งานนำเชียร์ในมหกรรมกีฬาต่างๆ และความรับผิดชอบสูงสุดในฐานะประธานชั้นปี หัวคิ้วคีย์เริ่มขมวดเข้าหากันเป็นครั้งที่ร้อยของเช้านี้ ชีวิตนักศึกษาปีสี่ของเขาชักจะยุ่งเหยิงเกินไปแล้ว

ครั้นเห็นหอนาฬิกาตั้งตระหง่านตรงหน้า หมายว่าจุดหมายปลายทางอยู่ห่างออกไปไม่ไกล เมื่อมองขึ้นไปบนชั้นสี่ของหอสมุด เห็นม่านหน้าต่างสีแดงกำมะหยี่ของห้องของสภานักศึกษาเปิดอยู่ คีย์มั่นใจมากว่าเป็นฝีมือของซูโฮ เลขาสภาผู้ขยันขันแข็งและทำงานเข้าขากับเขาได้ดีกว่าใครๆ

คีย์เหลือบมองแฟ้มเอกสารสีชมพูช็อคกิ้งพิงค์ของตัวเองในมือของจินกิ แล้วเริ่มคิดทบทวนถึงเนื้อหาการประชุมกับผู้อำนวยการปาร์คเมื่อเช้า หน้าที่ของเขาต่อจากนี้คือรีบสรุปสาระสำคัญแล้วนำไปให้ซูโฮจัดทำเอกสารการประชุมให้เสร็จก่อนเลิกเรียนให้ได้ เขาจำเป็นต้องรีบ เพราะพรุ่งนี้เขามีสอบเก็บคะแนนแต่เช้า ค่ำคืนก่อนสอบสมควรเป็นเวลาของการทบทวนบทเรียนมากกว่ามานั่งทำงานของสภา และที่สำคัญกว่าคือเขาต้องรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับตาแก่ขี้งอน คนที่กำลังเดินอยู่ข้างๆ เขานี่ไง      

แต่แล้วอยู่ดีๆ จินกิก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ราวกับอ่านใจเขาออก เขาเห็นแล้วรีบผงะถอยแทบไม่ทัน เกือบได้จูบกันบนลานหน้าหอสมุดแล้วไง พี่จินกิ อย่ามาเล่นเป็นเด็กแถวนี้นะ!” เขารีบดุด้วยเสียงอันเบา บนลานแห่งนี้มีนักศึกษาปีหนึ่งปีสองเดินผ่านไปมาพลุกพล่าน ถูกเม้าท์มอยแค่ในกลุ่มปีสามปีสี่ก็เกินพอ เขาไม่อยากให้จินกิตกเป็นขี้ปากของเด็กรุ่นน้องไปด้วย

คีย์ไม่ชอบหน้าพี่แล้วเหรอครับ จินกิใช้นิ้วชี้จิ้มแก้มตัวเองแล้วถามอย่างผิดหวัง

อะไร ยังไงฮะ ผมกำลังรีบ ไม่มีเวลามาโอ๋พี่หรอกนะ คีย์เริ่มหงุดหงิด เมื่อเห็นว่าจินกิกำลังงอแงผิดที่ผิดเวลา    

ครั้นเห็นเด็กขี้โมโหยืนท้าวสะเอวมองมาอย่างไม่พอใจ จินกิยิ้มกริ่ม ก่อนจะเริ่มตีหน้าซื่อแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้อย่างไม่เกรงกลัวอีกครั้ง แค่ได้เห็นหน้าก็รู้สึกดี คีย์เป็นคนพูดเองไม่ใช่เหรอครับ

คีย์ได้ยินแล้วแน่นิ่งไปสามวิ ก่อนจะชี้นิ้วมาที่ตัวเอง ผมพูด?” แล้วค่อยๆ เปลี่ยนไปชี้อาจารย์ตาตี่ตรงหน้า หมายความว่าเย็นวันนั้น พี่...พี่...

พี่ได้ยินตั้งแต่ต้นจนจบเลยครับ เมื่อเห็นคีย์อ้ำๆ อึ้งๆ จินกิจึงช่วยตอบคำถามให้อย่างฉะฉาน

จบ ก่อนตาแก่ความจำดีจะเริ่มขุดคุ้ยอดีตน่าอายของเขาขึ้นมาทั้งหมด คีย์จำเป็นต้องจบบทสนทนากับจินกิไว้เพียงเท่านี้ คีย์รีบกลอกตาหาทางหนี โชคดีที่ประตูหอสมุดอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าวนี่เอง

ถึงแล้วฮะ ผมไปก่อนนะ คีย์สบตาจินกิแล้วบอกลาหน้าตาเฉย ฉีกยิ้มพอเป็นพิธี แล้วรีบจ้ำหนีเข้าตึกอย่างไว

จินกิเฝ้ามองผ่านหน้าต่างกระจกของหอสมุด เห็นคีย์ก้าวฉับๆ ตรงไปยังลิฟต์ตัวที่อยู่ใกล้ที่สุด ครั้นหันกลับมาเห็นจินกิเข้า คีย์สะดุ้งด้วยความตกใจแล้วรีบหันหลังหลบทันที ปล่อยให้จินกิยืนอมยิ้มอยู่คนเดียว แม้ว่าประตูลิฟต์จะเลื่อนปิดไปนานแล้วก็ตาม    

พี่ก็ไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อนเหมือนกันครับ เมื่อหยุดยิ้มได้ จินกิเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา ความในใจที่เขาไม่สามารถเอ่ยบอกศิษย์ในเย็นวันนั้น ยังคงติดค้างอยู่ในหัวใจมากว่าสามปี

เอ๋ ฉับพลัน จินกิพึงตระหนักถึงน้ำหนักของแฟ้มสีชมพูในมือแล้วยกขึ้นเปิดดู ข้างในมีเอกสารการประชุมที่คีย์จำเป็นต้องใช้อย่างด่วนซะด้วย จินกิยิ้มกริ่มเมื่อคิดว่าตอนนี้คีย์คงกำลังโกรธตัวเองหัวฟัดหัวเหวี่ยงที่ลืมของสำคัญไว้กับเขา ขณะเดียวกันก็คงกำลังอายเขามากจนไม่กล้าเดินย้อนกลับมาเผชิญหน้ากัน

ยังไงดีน้า จินกิยืนชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเลือกทำตามหัวใจตัวเองอีกครั้ง ไม่กี่นาทีต่อมา จินกิก็มายืนอยู่หน้าห้องสภานักศึกษาอันทรงเกียรติเรียบร้อย

ประตูไม้บานใหญ่ยังคงปิดสนิท หากแต่ไม่แน่นหนาพอสกัดกั้นเสียงดังโหวกเหวกของเด็กขี้โมโหข้างในได้ จินกิเงี่ยหูฟังแล้วตระหนักว่าคีย์กำลังหงุดหงิดสุดขีดเหมือนที่คาดการณ์ไว้ไม่ผิด ถ้าโผล่หน้าเข้าไปเดี๋ยวนี้ มีโอกาสถูกคีย์ไล่ตะเพิดออกมาสูงทีเดียว

แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น จินกิกลับยื่นมือออกไปเคาะประตูสามครั้งโดยไม่รอช้า เสียงของคนในห้องพลันเงียบกริบ จินกิยิ้มละไมมั่นใจว่าคีย์รู้ว่าเขามาหา ไม่นานนัก ประตูตรงหน้าเริ่มขยับเปิดออกช้าๆ เขายอมรับว่ากำลังรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยไปกว่าคนรักที่กำลังเปิดประตูออกมาเผชิญหน้า และแม้ว่าจะถูกคีย์ทำหน้ามุ่ยใส่ ทั้งหัวใจและริมฝีปากของเขากลับไม่อาจหยุดยิ้มได้เลย ไม่รู้สิ คงเป็นอย่างที่คีย์ว่าไว้นั่นล่ะ...

แค่ได้เห็นหน้า...ก็รู้สึกดี






 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

58 ความคิดเห็น

  1. #58 4318 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 10:40
    ยังอยากให้ไรท์กลับมาแต่งต่อนะคะ มันดีมากจริงๆค่ะㅠㅠ
    #58
    0
  2. #57 Love_ONKEY ^_^ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:43
    คงต้องไปเช็คระดับน้ำตาลในเลือดแล้วล่ะค่ะ
    เพราะว่ารู้สึกสำลักความหวาน

    แต่น่าเสียดายอ่ะ ไรท์ทิ้งฟิคเรื่องนี้ไปอีกแล้ว 
    ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ก็ยังรอให้ไรท์กลับมานะคะ 
    รอค่ะ 

    #57
    0
  3. #53 wanwan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 15:39
    ไม่มีต่อแล้วเหรอคะ เนื้อเรื่องน่าติดตามมากคะเขียนได้น่าสนใจ มาต่อนะคะ กำลังลุ้น
    #53
    0
  4. #49 Black_jack9 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 เมษายน 2559 / 10:34
    ตายๆๆๆๆๆๆๆๆ

    อย่างสงบ ชีวิตช้านนนนน

    แค่เห็นหน้า ... ก็ตายได้มากกว่า

    ชีวิตประหนึ่งอยากเป็นคีย์กันเลยทีเดียว

    ขอบ้าง ได้เห็นหน้าได้ลูบได้คลำ *ไม่ใช่ละ*

    ขอบคุณคำบรรยายที่เหมือนมาจากใจของติ่งตัวน้อยๆ



    พาทนี้น่ารักฝุดๆๆๆๆ. ม๊วฟฟฟฟฟ
    #49
    0
  5. #48 TAEMINHO (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 / 01:53
    หวานไปอีกกกก น่ารักจังเลยค่ะ XD
    #48
    0
  6. #43 P'phu (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559 / 14:26
    อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก

    ตายแป๊บ

    กัดหมอนกระจุยแล้ววววววว
    #43
    0
  7. #42 lee nijinki (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:43
    โอ๊ยยย ตายคาที่ เรื่องนี้อ่านแล้วละมุนมากๆเลย ชอบมาก
    #42
    0
  8. #41 psnwmt:-) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 / 12:29
    ละมุนมาก ชอบประโยคนี้จัง
    'แค่ได้เห็นหน้า...ก็รู้สึกดี' ><
    อาจารย์จินกิเป็นคนที่อบอุ่นมากอ่ะ
    เวลาพูดถึงอดีตคีย์คงอายน่าดู
    ก็เล่นไปจีบอาจารย์ก่อนรุกจินกิสุด
    จนสุดท้ายอาจารย์ก็ตามติดคีย์มา
    555555555 น่ารักจริงๆเลย
    #41
    0
  9. #40 SWTOK.WZ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:48
    โถ่ ตอนแรกที่อาจารย์วิ่งมาตอนนั้น เราก็นึกว่าอาจารย์จินกิจะมาหาคิบอมบอกว่ารู้ใจตัวเองแล้วซะอีก หรืออย่างน้อยก็ปรับความเข้าใจอะไรก็ว่าไป

    ที่ไหนได้ลาออกจากชมรมธนูมาเป็นที่ปรึกษาของชมรมเชียร์แทน ลงทุนกว่าที่คิดไว้ไปอีกกก 555555



    จะว่าไป ท่าทางไม่แคร์สื่อ ไม่แคร์สายตาคนอื่นของจินกิที่เห็นจากตอนที่แล้ว นี่เริ่มจากตรงนี้ใช่มั้ยคะ

    แบบว่า แค่เห็นลูกศิษย์ตัวเองร้องไห้ ก็รีบคว้ามากอดเลยน้า หนำซ้ำยังกอดเขาต่อหน้าคนอื่นอีก เขินนนน

    เพื่อนสนิทเขายังไม่ออกตัวทำอย่างนี้เลย หรือจินกิดันไวกว่า ซูโฮที่จริงๆ อาจจะตั้งใจจะปลอบอยู่แล้ว เลยปลอบไม่ทันคะ 5555555



    แต่ยังไงตอนนี้ต้องยกความดีความชอบให้ซูโฮเลยจริงๆ ชอบมากตอนที่จินกิชวนคีย์ไปดินเนอร์

    แล้วซูโฮตบให้ว่าหลายมื้อก็ได้ แถมฝากฝังเพื่อนพร้อม 55555555555 ทำดีมากๆ ค่ะ เอาไปสิบบาททททท



    พอมาอ่านตอนปัจจุบันแล้วนี่แทบไม่อยากจะเชื่อว่า อาจารย์จินกิคนปัจจุบัน ที่ดูจะฉวยโอกาสกับคิบอมได้ทุกเมื่อนี่

    เคยมีโมเมนท์พูดจาตะกุกตะกักหน้าแดงก่ำด้วยเลย 555555

    เราชอบตอนที่คิบอมที่เดินหนีจินกิจะไปขึ้นลิฟท์ แล้วสะดุ้งตอนหันมาเจอจินกิมากๆ เลย ไม่รู้ทำไม

    แบบนึกภาพออกเลยว่าเป็นยังไง ฮืออออออ น่ารักกกกกกกก



    แล้วก็โอ้ยยยย ฟหกดเาสว ตอนที่เอาแฟ้มขึ้นไปให้ก็ด้วย อ่านแล้วรู้สึกว่าโลกของจินกิเมื่อมีคิบอมนี่สีชมพูมากๆ

    และเรารู้สึกว่า ไม่ว่าคิบอมจะอยู่ในอารมณ์แบบไหนก็ยังคงน่ารักเสมอสำหรับจินกิแน่ๆ ฮือ

    แต่เอาจริงๆ มันก็ไม่ค้านสายตาเราเท่าไหร่ เพราะเวลาคีย์ทำหน้ามุ่ย คีย์ก็ยังน่ารักในสายตาเราอยู่ดีเหมือนกัน XD



    เราชอบที่ขยี้ประโยค "แค่เห็นหน้าก็รู้สึกดี" จังเลยค่ะ อ่านตอนที่คิบอมพูดประโยคนี้กับซูโฮก็ยังไม่อะไรเท่าไหร่ ก็แค่รับรู้ว่า อืม คิบอมรู้สึกอย่างนี้นะ

    แต่พอมาขยี้ตอนท้าย โดยให้จินกิเป็นคนนึกคิดถึงประโยคนี้แล้วมันแบบหัวใจพองโตอย่างบอกไม่ถูก :D
    #40
    0
  10. #39 Yok_BlackHole (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:22
    ฟินมากกก "เเค่ได้เห็นหน้าก็รูสึกดี"อ่าาา
    เเต่ขำตรง'จินกิเเค่ตาตี่ไม่ได้ตาบอด'ลั่นหนักมาก
    สนุกมากค่ะ สู้ๆ รออ่านอยู่นะค่ะ????
    #39
    0
  11. #38 Black_jack9 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:22
    เอามีดมาเสียบกันเลยดีกว่า



    "แค่ได้เห็นหน้า...ก็รู้สึกดี"



    มันตรงใจฝุดๆ แต่ไม่ใช่แค่เจอหน้าแล้วละ



    คงป๊ะทั้งหน้าทั้งหลังไปหลายรอบแล้ว



    5555555555



    ปล. งานมโนไม่แพ้ใคร



    #38
    0
  12. #37 MyBum (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:04
    คีย์อุตส่าห์ลาออกจากชมรมนั้น จินก็ก็ตามออกมา ก็แปลว่าคิดอะไรกับคีย์แล้วแหละ
    ได้ยินที่คีย์คุยหมดแล้วด้วย ดีนะจินกิไม่รู้สึกไม่ดี ชอบคีย์อ่ะ ตรงต่อความรู้สึกดี เป็นคนที่เก่งมาก
    อาจารย์ออกปากชวนเองด้วย แต่ไปเดทในร้านไก่ทอดนี่สิ
    พอเวลาผ่านไปหลายปี จินกิเป็นคนติดคีย์ซะงั้น รักเด็กก็งี้
    #37
    0