FIRST SPRING [SHINee Fiction OnKey x 2Min]

ตอนที่ 3 : In His Eyes

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 127
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    11 ม.ค. 59

When a girl is in love, you can see it in her smile.

When a Guy is in love, you can see it in his eyes.

 


อา...

หลังนั่งอมยิ้ม เฝ้ามองคิบอมก้าวฉับๆ ผ่านประตูกระจกอัตโนมัติเข้าไปในตัวอาคาร มุ่งตรงไปยังห้องของท่านผู้อำนวยการปาร์คอย่างรีบเร่ง

ผ่านไปเพียงสิบนาที...

นานจัง

จินกิทิ้งตัวไปข้างหน้า เอาคางเกยกับพวงมาลัยรถแล้วเริ่มบ่น ถึงรู้ทั้งรู้ว่าการเข้าพบผู้อำนวยการเพื่อรายงานแผนงานประจำปีของสภานักศึกษาแต่ละครั้งต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าชั่วโมง จินกิยังงอแงเหมือนทุกครั้ง

คิดถึง

ครั้นหยิบมือถือมาเตรียมส่งข้อความหา จินกิกลับต้องรีบยั้งมือ

ถ้าจะรอก็รออยู่ในรถดีๆ อย่าก่อปัญหาอีก เข้าใจนะ

เมื่อนึกถึงน้ำเสียงเฉียบขาดของคิบอมก่อนจะก้าวออกจากรถ จินกิจำต้องสอดมือถือเก็บเข้ากระเป๋าเชิ้ตอย่างเลี่ยงไม่ได้ ถ้าเขาทำตัววุ่นวายอีก มีหวังได้ถูกคิบอมทิ้งให้ดินเนอร์คนเดียวแล้วหนีไปหาแทมินอีกแน่ๆ

เฮ้อออออออออ

จินกิถอนใจยาวๆ แล้วเอนหลังพิงเบาะรถสีขาวอย่างอ่อนเปลี้ย ยังไม่หายเพลียจากการขับรถข้ามเมืองดี แต่ที่หนักหนากว่าคือความรู้สึกโหยหา ไม่อยากอยู่ไกลคิบอมสักวินาที

ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้

เมื่อหันมองไปยังบันไดหินอ่อนแต่ละขั้นที่คิบอมเพิ่งก้าวผ่าน หวนนึกไปถึงช่วงเวลาหวานๆ ในอดีตแล้วแย้มยิ้มอย่างเป็นสุข จินกิยังจดจำเหตุการณ์แรกที่ทำให้ตัวเองรับรู้ถึงความรักของศิษย์ได้ดีอย่างไม่มีวันลืม ทั้งความอบอุ่นจากผืนเสื่อทาทามิขณะถูกกดให้นอนราบกับพื้น และสัมผัสร้อนแรงที่ริมฝีปากที่ยังคงพันธนาการหัวใจของเขาไว้จนถึงทุกวันนี้

 

XXXXXXXXXXXXXXXXXXXX

 

ต้นฤดูใบไม้ผลิเมื่อสามปีก่อน เข้าปีที่สามของการทำงานในฐานะอาจารย์ประจำภาควิชาโภชนาการกีฬาของมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และการกีฬาแห่งชาติ จากครูฝึกสอนหน้าละอ่อนได้เลื่อนขั้นเป็นอาจารย์ผู้เป็นที่เคารพรักของศิษย์เต็มตัว อี จินกิ ผู้มาจากตระกูลสูงศักดิ์ อีกทั้งจบการศึกษาขั้นสูงมาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในกรุงโตเกียวยังคงสุภาพอ่อนน้อม สมถะ และไม่ถือตัว

ด้วยทุกย่างก้าวในชีวิตล้วนโรยด้วยกลีบกุหลาบ จินกิจึงเติบใหญ่มาเป็นชายหนุ่มวัยยี่สิบเจ็ดผู้อ่อนโยน มองโลกในแง่ดีและรักธรรมชาติ จินกิไม่เคยมีโอกาสได้รู้จักกับความลำบาก คิวโดหรือธนูญี่ปุ่นที่ร่ำเรียนมาตั้งแต่เจ็ดขวบคงเป็นสิ่งเดียวที่จินกิต้องใช้ความเพียรพยายามอย่างมาก และสุดท้าย มันก็ไม่ยากเกินไปสำหรับคุณชายผู้มีพรสวรรค์   

ทั้งนี้ คิวโด มิใช่ศาสตร์เดียวที่จินกิชำนิชำนาญ ในฐานะสายเลือดหนึ่งเดียวของนักกีฬายิงธนูชื่อดัง บุตรคนนี้มีฝีมือในการยิงธนูทัดเทียมบิดาหรืออาจจะเหนือกว่าด้วยซ้ำ เพียงแต่จินกิเลือกเข้าสู่สายงานวิชาการ ไม่ได้รับใช้ชาติด้วยการเป็นนักกีฬาเช่นบิดาเคยทำ

ดังนั้น แลกเปลี่ยนกับเส้นทางที่ตรงข้ามกับอนาคตที่บิดามุ่งหวัง จินกิจึงยอมรับตำแหน่งอาจารย์พิเศษประจำชมรมยิงธนูของมหาวิทยาลัย เพื่อแสดงให้บิดาเห็นว่าตัวเขายังคงฝึกซ้อมอยู่เสมอ ไม่ได้วางมือไปจากวงการยิงธนูเสียทีเดียว       

ทำได้ดีเช่นเคย

จินกิน้อมรับคำชมจากนักคิวโดชั้นครูผู้เข้ามาดูเขาสาธิตการยิงธนูญี่ปุ่นอย่างนอบน้อม จากจำนวนผู้เข้าร่วมงานทั้งจากภายในและนอกมหาวิทยาลัยที่มีมากขึ้นทุกๆ ปี เห็นได้ชัดว่ากิจกรรมพิเศษที่มีเพียงปีละหนในช่วงสัปดาห์เลือกชมรมของนักศึกษาปีหนึ่งนี้ สามารถเรียกแขกได้ตามวัตถุประสงค์ของผู้จัดงาน

คุณพ่อสบายดีไหม?”

จินกิสบตาเจ้าของคำถามแล้วยิ้มละไม ถึงจะย้ายมาอยู่เกาหลีกว่ายี่สิบปีแล้ว คุณครูสอนยิงธนูชาวญี่ปุ่นของเขายังพูดเกาหลีได้ไม่ชัดสักที

สบายดีครับ จินกิตอบอย่างสุภาพ ไม่มีปีใดที่ไม่มีใครถามถึงบิดาผู้มีชื่อเสียงของเขา

แล้วคุณชายล่ะ... จินกิสบตาผู้เป็นทั้งครูและเพื่อนสนิทของบิดาเร็วๆ ยังไม่พร้อมสืบทอดกิจการของครอบครัวอีกหรือ?” จินกิหยักยิ้มน้อยๆ กับคำถามที่เขาเตรียมรับมือไว้แล้ว

แม้จะดั้งแปดสายดำเหมือนกัน ฝีมือผมยังห่างชั้นจากเซนเซย์ (SENSEI) มากนัก จินกิปฏิเสธอย่างอ้อมค้อม

ชายสูงวัยผู้มีหนวดและเส้นผมสีขาวหัวเราะครึ้ม คุณชายยังถ่อมตัวเสมอ ก่อนจะเอ่ยกับจินกิเป็นภาษาญี่ปุ่น ภาษาที่จินกิใช้สื่อสารกับครูมาตั้งแต่เจ็ดขวบ

เอาเถอะ ครูจะรอจนกว่าคุณชายจะพร้อม ทั้งร่างกาย...และหัวใจ

จินกิโค้งลาผู้เป็นครูอย่างอ่อนน้อม ก่อนค่อยๆ ขยับตัวยืนตรง เฝ้ามองผู้อาวุโสผมขาวในชุดกิโมโนสีเทาค่อยๆ เดินออกจากโรงฝึกในความเงียบ คำว่ารอของผู้ใหญ่ที่เคารพรักกำลังทำให้หัวใจของจินกิหนักอึ้งขึ้นมาอีกหนจนลืมน้ำหนักของคันธนูในมือสิ้น รู้สึกละอายที่ถูกผู้เป็นครูมองออกอย่างทะลุปรุโปร่ง ไม่อาจแอบซ่อนหัวใจอันสับสน เมื่อครู่ แม้ลูกธนูของเขาจะพุ่งปักกลางเป้าอย่างแม่นยำ ในความเป็นจริง หัวใจของเขากลับยังโลเลไร้จุดหมาย มิได้เที่ยงตรงเช่นวิถีของธนู      

เอ๋ เด็กคนนั้น

จากหดหู่พลันเปลี่ยนเป็นประหลาดใจ เมื่อจินกิสังเกตเห็นนักศึกษาผิวขาวคนที่เพิ่งมีเรื่องกับกระรอกในสวนกำลังนั่งทับส้นเท้าอยู่บนเบาะ หันมองไปยังเป้ายิงของเขานิ่ง

ยังอยู่อีกเหรอ?’

เพราะเจ้าของสเวตเตอร์สีขาว เข็มขัดสีแดงเด่น และกางเกงยีนส์ขาบานผู้นี้เพิ่งบอกกับเขาเองว่าธนูเป็นกีฬาที่น่าเบื่อ จินกิจึงแปลกใจที่เด็กคนนี้ยังไม่ไปไหน แม้ว่าการสาธิตยิงธนูญี่ปุ่นของเขาจะเสร็จสิ้นไปหลายนาทีแล้วก็ตาม

เมื่อเหลือบเห็นซูโฮ สมาชิกใหม่ของชมรมนั่งอยู่ข้างๆ จินกิถึงเพิ่งนึกออก เขาเคยได้ยินเรื่องราวของหัวหน้าชั้นปีคนใหม่ของนักศึกษาปีหนึ่ง ผู้ยังไม่สามารถตัดสินใจเข้าชมรมใดได้จากซูโฮบ่อยครั้ง  

คิบอม...คนเดียวกันจริงๆ ด้วยสินะ

ไม่ใช่จากซูโฮเท่านั้น จินกิเคยได้ยินชื่อของคิบอมแว่วๆ จากอาจารย์ท่านอื่นเช่นกัน น่าเสียดายที่เขาไม่ได้เข้าร่วมพิธีปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่เนื่องจากติดภารกิจทางบ้าน จึงไม่มีโอกาสได้เห็นและได้ฟังสุนทรพจน์ของคิบอมผู้โด่งดังซึ่งเป็นที่กล่าวขวัญทั่วทั้งมหาวิทยาลัย

ทันทีที่เห็นว่าจินกิว่างจากการทักทายอาจารย์อาวุโสท่านอื่น ซูโฮรีบพาเพื่อนเดินเข้ามาหา

อาจารย์จินกิ สวัสดีครับ ซูโฮเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มกว้างที่จินกิรู้สึกได้ทันทีว่ามีอะไรดีๆ เบื้องหลังรอยยิ้มสดใสของศิษย์ที่ปกติเป็นคนสุภาพเรียบร้อย ไม่ค่อยแสดงออกทางสีหน้าสักเท่าไหร่

จินกิยิ้มแล้วทักทายซูโฮกลับ ก่อนจะหันไปมองนักศึกษาคนดัง ผู้ที่กำลังถูกซูโฮเกี่ยวแขนลากเข้ามาเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง อย่างไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่  

อาจารย์ ผมพาสมาชิกชมรมคนใหม่มาแนะนำตัวครับ ซูโฮเกี่ยวแขนเพื่อนที่ยังคงพยายามจะเดินหนีไว้แน่น

สมาชิกใหม่?’ จินกิสบตาซูโฮด้วยความประหลาดใจ หมายถึงเด็กคนนี้น่ะเหรอ? ไม่น่าจะใช่?’

ผมไม่สนใจ ไม่ว่ายังไงผมก็จะไม่เข้าชมรมยิงธนู! คำบอกของเด็กหนุ่มเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนยังดังก้องอยู่ในหูจินกิไม่หายด้วยซ้ำ ดังนั้น...

ถ้าเพื่อนไม่เต็มใจ ครูก็ไม่เห็นด้วยนะ ซูโฮ จินกิเอ่ยติงตามรูปการณ์ที่เห็น  

ทว่า แทนที่จะได้ยินซูโฮแก้ต่าง ผมเต็มใจครับ กลับกลายเป็นเสียงของเด็กหนุ่มด้านข้าง ฟังดังชัดเสียจนจินกิตกใจ ผมอยากเข้าชมรมยิงธนู คราวนี้ จินกิถูกศิษย์หน้าสวยจ้องตาเขม็ง 

แต่คุณเคยบอกว่าคุณไม่ชอบ... ถามย้ำได้ไม่ทันขาดคำ...

ชอบครับ!” เสียงที่โพล่งดังขึ้นมาของคิบอมทำให้จินกิผงะ ชอบ เอ่อ ผมหมายถึงชอบ...ชอบธนูน่ะฮะ ดูๆ ไปก็น่าสนใจดีเหมือนกัน

แหม ชอบอาจารย์ก็บอกมาตามตรงเถอะ คีย์ ครั้นถูกเพื่อนหยอก คิบอมหน้าแดงก่ำ จินกิอมยิ้มน้อยๆ ดีใจที่คิบอมเริ่มมีทัศนคติที่ดีกับกีฬาที่เขารัก   

ซูโฮ พาเพื่อนไปกรอกใบสมัครให้เรียบร้อย แล้วอย่าลืมพาไปแนะนำตัวกับประธานชมรมล่ะ จินกิหันไปบอกซูโฮอย่างเป็นการเป็นงาน ก่อนจะเริ่มเดินจากไป

แต่แล้ว...

คีย์! นายทำอะไรน่ะ!?!” ครั้นเห็นเพื่อนยื่นมือออกไปคว้าจับคันธนูราคาแพงของผู้เป็นครูไว้ ซูโอตกใจสุดขีด

จินกิเองหันกลับมามองด้วยสีหน้าประหลาดใจ ไม่ใช่เพราะหวงของที่มีมูลค่ามหาศาล แต่เป็นเพราะฝ่ามือที่กำคันธนูของเขาไว้แน่นของศิษย์ กำลังสั่นไหวจนเขารู้สึกได้  

อาจารย์จะเป็นคนสอนผมใช่ไหม?” ทันทีที่ได้สบตากันอีกครั้ง คิบอมถามจินกิเสียงดัง  

อาจารย์จินกิเป็นอาจารย์พิเศษ ไม่ได้เข้าชมรมทุกวันหรอกนะคีย์ ซูโฮชิงอธิบาย เพราะไม่อยากให้ผู้เป็นครูรู้สึกลำบากใจที่จะปฏิเสธ

สีหน้าที่สลดหดหู่ในทันใดของคิบอมทำให้จินกิไม่อาจวางเฉย จินกิไม่มีวันยอมให้ถุงไก่ทอดในมือที่กำลังดูอ่อนแรงของศิษย์ตกพื้นต่อหน้าต่อตาแน่    

ครับ

จินกิรีบตอบตกลงทันที ประกายแห่งความหวังในแววตาและฝ่ามือศิษย์ที่จับกำถุงไก่ทอดแสนอร่อยไว้แน่นอีกครั้งทำให้จินกิปลื้มปริ่ม ส่งยิ้มให้ศิษย์คนใหม่อย่างสดใส

ผมจะสอนคุณเอง

.

.

นับจากวันที่จินกิให้คำมั่น เมื่อได้ยินเสียงระฆังตีบอกเวลาเลิกเรียน คิบอมจะวางมือจากงานตรงหน้า รีบดิ่งตรงมาเข้าชมรมทันที และเนื่องจากศิษย์คนขยันไม่เคยมาสายสักครั้ง ส่งผลให้จินกิผู้เป็นครูไม่สามารถไปเตร็ดเตร่อยู่แถวร้านไก่ทอดร้านประจำได้เหมือนแต่ก่อน

จากวันเป็นสัปดาห์ ด้วยความตั้งใจอย่างแรงกล้า คิบอมสามารถปฏิบัติตามแบบแผนของคิวโดได้อย่างไร้ที่ติ ทุกทักษะพัฒนาไปแบบก้าวกระโดด จากคนธรรมดาที่ไม่เคยจับคันธนู ปัจจุบันคิบอมสามารถลงสนามสู้กับนักคิวโดดั้งสามได้สบายๆ

ในตอนต้น การเรียนการสอนเป็นไปด้วยความราบรื่นอย่างน่าอัศจรรย์ คิบอมเป็นนักเรียนดีเด่นที่ว่านอนสอนง่ายเสียจนสามารถลบภาพของเด็กหนุ่มขี้โมโหในสวนญี่ปุ่นไปจากความทรงจำของจินกิสิ้น แต่แล้วต่อมา หลังได้คลุกคลีจนสนิทสนมกันระดับหนึ่ง ถึงเริ่มมีคำถามแปลกๆ จากศิษย์ให้จินกิขมวดคิ้วก่อนตอบเป็นประจำ ตัวอย่างเช่น...

บ่ายวันหนึ่ง ขณะกำลังน้าวสายยิงธนูให้คิบอมดูเป็นตัวอย่าง อาจารย์มีแฟนหรือยังครับ?” เมื่อได้ยินคำถาม ลูกธนูของผู้เป็นครูพลันพุ่งไปปักโคนต้นสนริมรั้ว ห่างจากเป้าไปไกล

ไม่มีครับ ไม่มี จินกิรีบหันมาโบกไม้โบกมือปฏิเสธ ทำไมคุณคิบอมถึงถามล่ะครับ มีอะไรหรือเปล่า?” ไม่เคยมีใครถามเขาตรงๆ แบบนี้มาก่อน

คิบอมสบตาครูผู้ตื่นตกใจง่ายไม่ต่างจากกระต่ายแล้วอมยิ้ม พอใจกับคำตอบที่ได้ยิน ผมเห็นอาจารย์กลับบ้านทุกเสาร์อาทิตย์ก็เลยคิดว่า...อาจจะมีใครรอให้อาจารย์กลับไปอยู่น่ะฮะ

อา...อย่างนี้เองเหรอครับ ได้ฟังเหตุผลของศิษย์แล้วจินกิก็โล่งอก จะว่าไป...ก็มีสาวสวยรออยู่จริงๆ ล่ะครับ นึกถึงหญิงผู้เป็นที่รักแล้วยิ้มละไม

สาวสวย!?!” เสียงของคิบอมทำให้จินกิสะดุ้งโหยง ใครครับ ไหนอาจารย์บอกว่ายังไม่มีแฟนไง?”

เมื่อถูกคาดคั้นด้วยท่าทีเป็นเดือดเป็นร้อน จินกิจึงต้องรีบอธิบายให้คิบอมเข้าใจ ครูหมายถึงคุณยองแอ แม่นมของครูครับ

ออ...แม่นม คิบอมเบาเสียงลงพลางครุ่นคิด สวยแบบไหน สวยยังไงครับ การถามตอบยังไม่จบลงง่ายๆ

จินกินิ่งนึกถึงแม่นมคนเก่งครู่หนึ่ง ก่อนตอบออกไปตามความเป็นจริง คุณยองแอเป็นคนสวยเรียบๆ แต่มีหลายบุคลิก มองแล้วไม่เบื่อเลยครับ

บทสนทนาของวันจันทร์จบลงตรงคำชื่นชมจากใจจริงของคุณชายจินกิ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับศิษย์ยังคงเป็นปกติ คิบอมหันกลับมาใส่ใจกับการฝึกตรงหน้าดั่งเก่า ไม่ถามอะไรอีกเลยนับจากนั้น

กระทั่งในวันถัดไป คิบอมทำให้จินกิประหลาดใจอีกครั้ง ด้วยการเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวจากนำสมัยล้ำโลกเป็นเด็กเรียนในแว่นตากรอบหนา กระดุมเชิ้ตสีเบจถูกติดถึงเม็ดบนสุด ผมสั้นสีน้ำตาลเข้มหวีเสยไปด้านหลังเรียบร้อย วันต่อมา คิบอมเปลี่ยนจากแว่นเป็นหมวกถักและชุดกางเกงลายดอกสีชมพูพาสเทลฟรุ้งฟริ้ง แถมยังตัวหอมฟุ้งจนจินกิเผลอจามใส่อยู่หลายครั้ง วันพฤหัสบดี ผมคิบอมดูยุ่งฟูผิดสังเกต กระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวบางถูกปลดลงถึงกลางอกเผยให้เห็นผิวขาวราวน้ำนมที่จินกิเห็นแล้วรู้สึกหนาวแทน รีบถอดเสื้อคลุมของตัวเองมาสวมให้ศิษย์ แถมช่วยติดกระดุมให้จนมิดชิด วันศุกร์ แรกหันไปเห็นคิบอม จินกิถึงกับผงะ ตกใจกับไอเทมปลอกคอตอกหมุดหนาม แจ็คเก็ต กางเกงหนังสีดำรัดรูปและรองเท้าบูทส้นเข็ม โดยรวมแล้วดูฮอร์ดคอร์ไปนิด จินกิไม่กล้าเข้าใกล้ศิษย์ทั้งคาบเรียน

ทุกการกระทำย่อมมีสาเหตุ เพียงแต่จินกิคิดไม่ออกจริงๆ ว่าคิบอมกำลังต้องการอะไรกันแน่ แต่แม้ว่าสไตล์การแต่งตัวจะเปลี่ยนไป ยังคงมีหนึ่งสิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง นั่นคือสายตาที่คอยมองมาอย่างไม่รู้เบื่อของศิษย์หน้าสวย ที่จินกิยังไม่สามารถทำใจให้คุ้นเคยได้สักที

.

.        

วันหยุดสุดสัปดาห์ ขณะรับประทานอาหารมื้อค่ำ ในคฤหาสน์ของตระกูล...

วันนี้เหนื่อยหน่อยนะคะคุณหนู จินกิยิ้มกว้างเมื่อเห็นแม่นมคนดีเดินเข้ามาเสิร์ฟไอศกรีมรสโปรดตบท้ายมื้ออาหาร

ผมไม่เหนื่อยหรอกครับ คุณยองแอ งานแต่งงานของน้องฮาร่าทั้งที ผมเต็มใจช่วยเต็มที่ จินกิเอ่ยแล้วตักไอศกรีมเข้าปากอย่างอารมณ์ดี

อย่ามาทำเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาวแบบนี้สิค่ะ คุณหนูฮาร่าเป็นอดีตคู่หมั้นของคุณหนูนะคะ ดิฉันล่ะเสียดายแทนคุณผู้หญิงคุณผู้ชายจริงๆ เมื่อได้ยินยองแอยืนบ่นอยู่ข้างๆ จินกิหัวเราะครึ้ม กับหญิงสาวที่ถูกหมั้นหมายกับเขาตั้งแต่เราทั้งสองยังไม่ลืมตาดูโลก เป็นโชคของทั้งเขาและเธอที่สามารถหลุดพ้นจากการคลุมถุงชนของพวกผู้ใหญ่ได้และจบลงด้วยดี

ได้เห็นน้องฮาร่ามีความสุข ผมก็มีความสุขไปด้วยแล้วครับ คุณยองแอ น้องยิ้มไม่หุบเลยล่ะครับ จินกิเล่าถึงเจ้าสาวที่เขารักประหนึ่งน้องสาวแท้ๆ แล้วตักไอศกรีมเข้าปากอีกคำ

เวลาหญิงสาวมีความรัก เราสามารถเห็นได้จากรอยยิ้มของเธอยังไงล่ะคะ ยองแอสนับสนุน

แล้วชายหนุ่มที่กำลังอินเลิฟล่ะครับ จินกิถามยองแอขำๆ ก่อนจะตักไอศกรีมเข้าปากคำโต ยองแอเห็นแล้วยิ้มละไม

ดวงตา

คำตอบของยองแอทำให้จินกิชะงัก ลืมรสสัมผัสเย็นเฉียบในปากไปชั่วขณะ  

คุณหนูจะสามารถเห็นความรักของชายหนุ่ม...ในดวงตาของเขา  

เกือบแล้ว ในวินาทีนั้น จินกิเกือบคิดอะไรออก “!!!” หากไม่มีความรู้สึกเสียวฟันจี๊ดที่เป็นผลจากไอศกรีมในปากลบคำตอบทั้งหมดไปจากสมอง จินกิคงตาสว่างตั้งแต่ตอนนั้น   

สายวันจันทร์ จินกิขับรถยุโรปคันหรูจากคฤหาสน์ที่อยู่ต่างเมืองกลับมามหาวิทยาลัยอย่างไม่รีบเร่ง เนื่องจากไม่มีตารางสอนเลคเชอร์ในตอนเช้า จึงมีเวลาเหลือเฟือในการชื่นชมสีสันสดสวยของดอกไม้บานตลอดสองข้างถนน เมื่อเห็นว่าพอมีเวลา จินกิตัดสินใจแวะซื้อไก่ทอดร้านโปรดหลังจากไม่มีโอกาสได้อุดหนุนมานาน และขณะต่อแถวเตรียมออร์เดอร์นั้นเอง ความทรงจำในสวนญี่ปุ่นที่จินกิเกือบลืมไปแล้วพลันหวนกลับมาชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

จินกิหัวเราะครึ้มเมื่อนึกถึงท่าทีฉุนเฉียวของคิบอม เด็กกำลังโตคงจะโมโหหิวล่ะนะ จินกิให้เหตุผล ใครจะไปถือโทษโกรธคิบอมคนที่แสนสุภาพเรียบร้อย หัวดี อีกทั้งว่านอนสอนง่ายกว่าใครๆ ได้ลง

รับอะไรดีครับ เมื่อถึงคิวสั่งอาหาร จินกิยิ้มละไม

ไก่ทอดชุดพิเศษ เหลือบมองไปยังไก่ทอดชุดใหญ่ แล้วชูสองนิ้ว 2ชุดครับ สั่งอาหารเผื่อลูกศิษย์คนโปรดด้วยรอยยิ้มสดใส

เบนท์ลี่ย์สีเงินเคลื่อนไปตามถนนในมหาวิทยาลัยช้าๆ จินกิลดกระจกรถลงครึ่งหนึ่งให้กลิ่นหอมจากดอกแมกโนเลียสีม่วงอ่อนสองข้างทางโชยผ่านเข้ามา รั้วต้นฟอร์ซิเทียรอบอาคารเรียนนักศึกษาปีหนึ่งยังคงออกดอกเหลืองอร่ามบานสะพรั่ง หลายกลีบหลุดร่วงลงแต่งแต้มทางเท้า บ้างปลิวว่อนไปตามสายลม

แต่แล้วหลังปล่อยให้รถไหลไปตามทางช้าๆ จนมาถึงหอนาฬิกา พลันได้ยินเสียงระฆังดังเหง่งหง่าง เท้าเริ่มขยับเหยียบคันเร่งโดยไม่รู้ตัว จินกิรีบพาตัวเองกลับเข้าชมรมอย่างไว

ก้าวลงจากรถ ไม่ทันได้ปิดประตู จินกิก็ถูกเอ่ยทัก สวัสดีครับ อาจารย์ จินกิรีบหันมองไปยังซูโฮและเพื่อนร่วมชั้นปีที่ยืนอยู่ข้างๆ เมื่อได้สบตากัน คิบอมโค้งทักทายจินกิอย่างอ่อนน้อมแล้วเฝ้ามอง...ไม่ต่างจากทุกครั้ง 

หลังเอ่ยทักศิษย์ทั้งสองกลับด้วยรอยยิ้ม จินกินิ่งมองศิษย์หน้าสวยอย่างพินิจพิจารณาชั่วครู่ ก่อนจะเริ่มเดินเข้าไปหาแล้วยื่นถุงกระดาษในมือส่งให้ คิบอมรีบยื่นมือออกไปรับ สบตาจินกิกลับด้วยความประหลาดใจ 

คุณคิบอม วันนี้คุณลืมกินข้าวเที่ยงอีกแล้วใช่ไหมครับ คำถามของจินกิทำให้หัวหน้าชั้นปีผู้ขยันขันแข็งอย่างคิบอมเพิ่งนึกได้

เอ่อ...ครับ คิบอมยอมรับว่าตัวเองมัววุ่นอยู่กับการทำรายงานการประชุมส่งสภานักศึกษาจนเลยเวลาพักกลางวันจริงๆ

เมื่อได้เห็นสีหน้าอิดโรยของศิษย์แล้วทำไมจินกิจะดูไม่ออก กินก่อนแล้วค่อยเริ่มฝึกนะครับ คิบอมได้ยินแล้วพยักหน้ารับปากเร็วๆ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความยินดี

อาจารย์คร้าบ ผมก็กำลังหิวเหมือนกันนะครับ เมื่อได้กลิ่นไก่ทอดหอมกรุ่น ซูโฮเริ่มร้องขอ

ครูซื้อมาเผื่อถุงเดียวซะด้วยสิ จินกิรีบคิดหาทางแก้ ก่อนจะหันไปสบตาคิบอมอีกครั้ง คุณคิบอมแบ่งให้เพื่อนกินด้วยแล้วกันนะครับ

แต่แล้ว จินกิพูดจบไม่ทันถึงสองวิ คิบอมคนดีทำการยัดถุงไก่ทอดในมือใส่กระเป๋าสะพายของเพื่อนอย่างไม่ใยดี

เริ่มฝึกได้หรือยัง เสียเวลา!” เอ่ยจบ คิบอมสะบัดหน้าเดินนำเข้าโรงฝึกไปก่อน ปล่อยให้ทั้งจินกิและซูโฮยืนอึ้งต่อไปอีกหลายนาที

.

.

สายลมพัดแผ่วและกลิ่นอายของใบไผ่ใบสนรอบโรงฝึกไม่อาจช่วยคลายความอึดอัด การฝึกเริ่มต้นขึ้นโดยไร้ซึ่งบทสนทนาใดๆ คงมีเพียงเสียงธนูลูกแล้วลูกเล่าพุ่งตัดอากาศเข้าปักเป้าที่ตั้งอยู่ไกลออกไป และดูเหมือนจะไกลออกไปเรื่อยๆ ตามความรู้สึกที่ยังไม่นิ่งของผู้ยิง

และแล้ว ฉึก ลูกธนูของคิบอมก็พุ่งออกนอกเป้าไปไกลอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน  

จินกิหันกลับมามองศิษย์พลางตรึกตรอง เมื่อการเคลื่อนไหวในแต่ละท่วงท่าล้วนถูกต้องตามแบบแผนดีแล้ว ต้นเหตุของวิถีที่เบี่ยงเบนย่อมเกิดจากจิตใจของผู้น้าวสายธนู ซึ่งผู้เป็นครูมีหน้าที่ต้องแก้ไข

ความผิดพลาดทำให้คิบอมยิ่งหงุดหงิด กระนั้น คุณคิบอม ดื่มชาเป็นเพื่อนครูสักครู่นะครับ จินกิขอสู้กับท่าทีที่ยังดูน่ากลัวของศิษย์ด้วยรอยยิ้ม       

คำชวนของจินกิทำให้ใบหน้าศิษย์ระเรื่อสีเลือดฝาด เวลาผิวขาวของคิบอมเปลี่ยนเป็นสีแดงนั้นสังเกตเห็นได้ง่ายมาก ซึ่งจินกิเข้าใจว่าเกิดจากอารมณ์โกรธ หาใช่ความรู้สึกลึกซึ้งอื่นใด

ภายห้องดื่มชาทรงสี่เหลี่ยมขนาดแปดเสื่อทาทามิ ประตูเลื่อนทำจากไม้มีโครงสร้างเป็นตาข่ายปิดด้วยกระดาษสาญี่ปุ่นถูกเปิดออกกว้างให้สายลมเอื่อยแห่งฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านเข้ามา คิบอมค่อยๆ นั่งลงบนเบาะตามคำเชื้อเชิญของผู้เป็นครูแล้วเริ่มหันมองรอบๆ ตรงหน้าคือโต๊ะทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสเตี้ยๆ ที่ทำจากไม้สีอ่อน มองข้ามโต๊ะไกลออกไปตรงมุมห้องด้านหนึ่ง เห็นภาพวาดแขวนผนังของหญิงสาวในชุดกิโมโนลายนกกระสาสีขาวพิสุทธิ์กำลังยื่นชมซากุระอยู่ในสวน สีสันสวยหวานเหมาะเจาะกับสวนกุหลาบพันปีนอกห้องที่กำลังผลิบาน

ขณะยกถาดชาเดินกลับเข้ามาในห้อง จินกิรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไป ไม่มีออร่าชวนขนหัวลุกแผ่ออกมาจากลูกศิษย์คนโปรดอีกแล้ว จินกิค่อยโล่งใจไปเปราะหนึ่ง  

ที่เขาพูดกันว่าอาจารย์เป็นลูกครึ่ง...เป็นความจริงสินะครับ จินกิสบตาเจ้าของคำถามเร็วๆ อมยิ้ม แล้วค่อยๆ รินชาใส่ถ้วย     

เรียกว่าลูกเสี้ยวจะถูกต้องกว่านะครับ จินกิเต็มใจให้คำตอบ แม้ว่าสังคมปัจจุบันยังไม่เปิดใจรับบุคคลที่มีหลายเชื้อชาติสักเท่าไหร่

คือ ผมไม่ได้ตั้งใจจะดูถูกอาจารย์นะฮะ!” คิบอมรีบอธิบาย ไม่ว่าเชื้อชาติใดก็มีวัฒนธรรมที่สวยงามในแบบของตัวเองทั้งนั้น พูดมาซะมากมาย ใจจริง แค่อยากจะบอกว่า ผมชอบในแบบที่อาจารย์เป็นครับ สารภาพด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ ใจเต้นระส่ำ 

จินกิได้ยินแล้วยิ้มกว้าง เพราะอย่างนี้นี่เอง คุณคิบอมถึงชอบคิวโดใช่ไหมครับ คิบอมรับฟังแล้วอยากจะร้องไห้ คุณชายผู้ใสซื่อยังคงไม่เข้าใจในทุกสิ่งที่เขาพยายามทำ ทุกถ้อยคำที่เขาพยายามสื่อ

ดื่มล่ะครับ คิบอมเอ่ยอย่างเอือมระอาแล้วยกถ้วยกระดกดื่มชาจนหมดในครั้งเดียว หากเปลี่ยนจากชาเป็นโซจูได้คงดีไม่น้อย    

จินกิค่อยๆ ยกชาขึ้นจิบบ้าง เหลือบมองท่าทางเนือยๆ ของศิษย์เร็วๆ คุณคิบอม วันนี้คุณดูเหนื่อยๆ นะครับ อยากกลับไปพักก่อนไหม ถามด้วยความหวังดีล้วนๆ

หากแต่คำตอบจากศิษย์กลับเป็นการตวัดสายตามาจ้องมองอย่างไม่พอใจ จินกิเห็นแล้วกระพริบตาปริบๆ ไม่เข้าใจ เออ ครูพูดอะไรผิดไปหรือเปล่าครับ จินกิเริ่มหน้าเสียเมื่อท่าทีของศิษย์เปลี่ยนไป

เฮ้อออออ ได้ยินคำถามของผู้เป็นครูแล้วคิบอมถอนใจอย่างเหนื่อยอ่อน นี่จะเดือนนึงแล้วนะ หัวช้าเกินไปหรือเปล่า คิบอมพึมพำแล้วขยับลุกออกจากเบาะ เบื่อจะแสร้งทำตัวเป็นนักเรียนดีเด่นเพื่อเข้าถึงตัวจินกิแล้ว 

หัวช้า?” ใช่จริงๆ นั่นล่ะ จินกิยอมรับ กระทั่งศิษย์เดินมาคุกเข่าอยู่ตรงหน้า จินกิยังไม่รู้เลยว่ากำลังจะต้องเผชิญกับอะไร

ให้ไวเหมือนตอนช่วยเจ้ากระรอกตัวแสบสองตัวนั่นไม่ได้เหรอฮะ คิบอมหยักยิ้มมุมปาก ก่อนเริ่มเดินเข่าเข้าหาพร้อมกับใช้สองมือผลักให้จินกิหงายนอนลงกับผืนเสื่อ

เหอ!?!” กระทั่งถูกศิษย์ขยับเข้านั่งทับกลางลำตัว จินกิยังได้แต่ทำหน้าเหวอ

ช่วย? กระรอก? หมายความว่าที่ผ่านมาคุณคิบอมเจ็บแค้นเรามาตลอดงั้นเหรอ? ไม่เกี่ยวกับไก่ทอด...เอ หรือว่าเกี่ยว? เมื่อกี้ก็ดูจะโกรธมากนี่นา

ซื่อบื้อ!”

เสียงตวาดของคิบอมทำให้จินกิหวาดผวายิ่งกว่าเก่า ครั้นถูกมือศิษย์สัมผัสแก้ม จินกิหลับตาปี๋ เข้าใจว่ากำลังจะถูกตบหน้า เมื่อได้เห็นท่าทางตลกๆ ของจินกิ คิบอมเกือบหลุดหัวเราะออกมา และโดยไม่รอช้า คิบอมรีบก้มลงขโมยจูบแรกของคุณชายทันที

จินกิลืมตาโพลงกับสัมผัสนุ่มนิ่มบนริมฝีปาก โตมาจนป่านนี้แล้วจินกิย่อมรู้จัก จูบ โดยไม่จำเป็นต้องเคยมีประสบการณ์

คิบอมจำต้องผละจุมพิตออกก่อนที่จินกิจะเผลอกลั้นหายใจจนหน้าเขียว คิบอมหัวเราะหึเมื่อได้มองเข้าไปในดวงตาตื่นตระหนกของกระต่ายใต้ร่างผู้ที่กำลังจ้องเขม็งมายังเขา จินกิคงกำลังตกใจมาก คิบอมตระหนัก แล้วค่อยๆ ประคองใบหน้าตลกๆ ของจินกิไว้อย่างเบามือ  

อ้าปาก

เมื่อเห็นว่าจินกิเม้มปากแน่น คิบอมออกคำสั่งเสียงเข้ม และทันทีที่จินกิเผลอเผยอริมฝีปาก คิบอมอาศัยจังหวะนั้นสอดลิ้นแทรกผ่านริมฝีปากที่แย้มอ้าเข้าหยอกเอิน ก่อนเริ่มต้นกวาดลิ้นกระตุ้นเร้าเชื้อเชิญให้คุณชายผู้ใสซื่อขยับริมฝีปากตอบรับจุมพิตของตนอย่างค่อยเป็นค่อยไป

โดยไม่รู้ตัว ผู้เป็นครูหลงให้ความร่วมมืออย่างกระตือรือร้น คิบอมแย้มยิ้มมุมปาก ปล่อยให้จินกิเพลิดเพลินอยู่กับจุมพิตดื่มด่ำที่ตนกำลังมอบให้จนพอใจ ถึงค่อยๆ ถอนจุมพิตออกช้าๆ

ในสวนญี่ปุ่นนั่น คือตัวตนที่แท้จริงของผม คิบอมสบตาผู้เป็นครูแล้วตัดสินใจสารภาพอีกครั้ง และเป้าหมายที่แท้จริงของผม...ไม่ใช่คิวโด...แต่เป็นอาจารย์ฮะ

เมื่อยังคงมองเห็นเพียงความสับสนในดวงตาของอีกฝ่าย คิบอมหยักยิ้มอย่างปลงตก ค่อยๆ ขยับลุกออกจากตัวจินกิช้าๆ

ผมขอโทษที่ไม่สามารถเป็นศิษย์ที่ดีของอาจารย์ได้

คิบอมเอ่ยเสียงเรียบแล้วก้มลงคำนับกับผืนเสื่อ แสดงความขอโทษจากใจจริง

ลาก่อน

.

.

หลังคำบอกลาสั้นๆ คิบอมทำเรื่องลาออกจากชมรมและไม่หวนกลับมาอีก จากวันเป็นสัปดาห์ ในที่สุดคิบอมก็สามารถเลือกชมรมที่เหมาะกับตัวเขา

ชมรมเชียร์?” จินกิฟังข่าวจากซูโฮแล้วเงียบไป

น่าตกใจใช่ไหมครับ ชมรมเชียร์เป็นชมรมที่ไม่มีอะไรโดดเด่นและอยู่นอกสายตาทุกคนมาโดยตลอด แต่คีย์กลับลาออกจากชมรมเราแล้วเดินเข้าไปสมัคร ไม่รู้กำลังคิดอะไรของเขา ซูโฮบ่นอุบ ยังอดเสียดายฝีมือยิงธนูของเพื่อนไม่ได้

ซูโฮคนเป็นศิษย์งงเป็นไก่ตาแตกเมื่อจู่ๆ ถูกผู้เป็นครูรวบสองมือมาจับไว้แน่น ครูฝากชมรมด้วยนะ

ในเวลานั้น ซูโฮทำได้แต่พยักหน้ารับปากงงๆ แล้วปล่อยให้อาจารย์ของตนวิ่งออกจากโรงฝึกไป เพิ่งมารู้ความจริงทีหลังว่าคำฝากฝังนั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่นก็เมื่อสายเกินแก้ไข   

สองขาวิ่งตรงไปตามทาง แม้ไม่รวดเร็วดั่งลูกธนูที่พุ่งออกไป แต่แน่วแน่และมั่นคงเสียยิ่งกว่าตอนสอบเลื่อนขั้นหรือแข่งขันรายการใหญ่ หน้าประตูทางเข้ายิมเนเซียมทรงแปดเหลี่ยมบุกระเบื้องสีขาววาววับ จินกิยืนหอบอยู่พักใหญ่ ก่อนจะก้มลงจัดกิโมโนของตัวเองให้เข้าที่เข้าทาง อมยิ้มละไม แล้วเริ่มต้นเดินเข้าไปด้านในตามที่หัวใจชี้นำ...

 

 

สวัสดีปี 2559 ค่า (^3^)

SUPER NOONA

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

58 ความคิดเห็น

  1. #56 Love_ONKEY ^_^ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:23
    มาถึงโรงยิมแปดเหลี่ยมแล้ว 

    ทำไมเรื่องนี้จินกิหล่ออย่างนี้คะ?
    ไม่ไหวแล้วค่ะ  ผลงานของไรท์ไม่เคยผิดหวังจริงๆ 
    #56
    0
  2. #46 TAEMINHO (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:57
    จินกิอย่างใส 555555555 คิบอมร้ายนะคะรุกก่อนเลย ฮาาาาา
    #46
    0
  3. #35 ❤MINGTAEM (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มกราคม 2559 / 02:15
    กรี๊ดดดดดดด คีย์บอมรุกอาจารย์จินกิจังเลย จับจูบซะงั้น >\\\\< ฟิคน่ารักมากเลยค่ะ
    #35
    0
  4. #29 Black_jack9 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มกราคม 2559 / 16:24
    ถ้าให้หัวใจจินกิชี้นำ ต้องวิ่งมาหาเราใช่ไหม



    รออยู่น๊า เมื่อไรจะมา #ไม่ใช่ละ



    ปล เปนเราจะจับกดปล้ำเลยไม่แค่จูบ (จริงจัง)



    #29
    0
  5. #21 psnwmt:-) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มกราคม 2559 / 23:02
    อ่านแล้วเขินแรงมากค่าาา คุณชายผู้ใสซื่อไม่ได้รู้ตัวเลยว่าโดนจีบ คีย์รุกอาจารย์ได้ร้อนแรงมากค่าาา >< หุบยิ้มไม่ได้เลยค่ะอ่านแล้วยิ้มเขินหนักมาก 55555555
    #21
    0
  6. #17 SWTOK.WZ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มกราคม 2559 / 00:05
    โอ้ย น่ารักกกก ชอบที่จินกิดูโหยหายคิบอมมากขนาดนี้

    แต่ถึงอย่างนั้น น้องเพิ่งห่างจากตัวเองไปแค่ 10 นาทีเอง กลับบ่นคิดถึงแล้ว ฮือ u____u

    ก็เข้าใจว่าห่างกันไปตั้งสามวันนะ แต่ได้ข่าวว่าเมื่อเช้าจากตอนที่แล้วเพิ่งได้ใกล้ชิดแนบแน่นไปหรือเปล่าคะ จินกิ

    หรือว่าเพราะแบบนั้นเลยยิ่งรู้สึกว่าอยากอยู่ใกล้เรื่อยๆ คล้ายๆ ว่าเสพติดความหอมหวาน 5555555



    อ่านช่วงแฟลชแบ็คแล้วไม่รู้จะรู้สึกยังไงดีเลย 5555555

    จะสงสารคิบอมก็สงสาร แอบเพลียในความใสๆ (?) ของอาจารย์จินกิด้วย

    คิบอมทั้งอ่อย ทั้งเข้าหาก่อนจนไม่รู้จะยังไงละ อีกอย่างคุณลูกศิษย์ก็ดูอาการชัดเจนขนาดนั้น ยังไม่รู้ตัวอีก

    ขนาดแอบมีโมเมนท์ที่คุณยองแอพูดให้คิด ก็ดั๊นเจอพิษไอศกรีมทำให้ลืมไปอีกซะได้ 5555



    มารู้ตัวอีกทีก็ต้องให้เขามาบอก แล้วเขาก็ออกจากชมรมเลย เป็นไงเล่า 555555

    แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ตอนนี้ทำเอาอยากรู้เลยว่าอะไรที่ทำให้อาจารย์จินกิผู้ไม่ประสีประสา เดือดร้อนคิบอมต้องเป็นฝ่ายเริ่มก่อนเนี่ย

    กลายมาเป็นอาจารย์จินกิแบบที่อยู่บนรถในตอนแรกได้ 555555555 ./////////.
    #17
    0
  7. #14 Yok_BlackHole (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มกราคม 2559 / 19:24
    ไรท์ค่ะ หน้าหนูเดิมก็บานพออยู่เเล้วนะค่ะ
    อ่านเรื่องนี้เเล้วก็บานขึ้นไปอีกค่ะ น่ารักมากกหนูยิ้มไม่หุบเลยค่ะ//รักเหมือนเดิม
    #14
    0
  8. #11 MyBum (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มกราคม 2559 / 17:14
    อนยูนี่ห่างจากคีย์ไม่ได้เลยนะ
    ที่แท้คีย์เข้าชมรมอนยูก็เพราะชอบอาจารย์แผนสูงมากเลยนายเอกเราแต่ฝีมือก็ดีซะด้วย
    น้องคีย์หนูเป็นสาวเป็นนางไปจูบไปหอมแก้มผู้ชายก่อนได้ไง
    จินกินี่เอ๋อไปเลย ตกลงใครเคะใครเมะ55
    #11
    0