FIRST SPRING [SHINee Fiction OnKey x 2Min]

ตอนที่ 2 : The smallest thing

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 198
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    21 ธ.ค. 58

  

Sometimes the smallest things take up the most room in your HEART.

-Winnie the pooh

 

หลังคล้อยหลับไปโดยไม่ตั้งใจ ทันทีที่รู้สึกตัวตื่น คีย์รีบหันมองยังนาฬิกาบนโต๊ะข้างเตียง...

“Oh x!” คีย์เผลอสบถเมื่อตระหนักว่ากำลังจะถึงเวลานัดพบท่านผู้อำนวยการมหาวิทยาลัยในอีกสามสิบนาที   

พี่จินกิตื่น! ตื่นเดี๋ยวนี้!คีย์หันไปจับบ่าและเขย่าร่างคนรักที่ยังคงนอนหลับพริ้มอยู่ด้านข้าง แรงพอให้คนขี้เซาปรือตาขึ้นมองอย่างงุนงง ก่อนคีย์จะรีบถลันลงจากเตียงอย่างร้อนรน

จินกิเหลือบมองนาฬิกาแล้วบิดขี้เกียจอย่างเกียจคร้าน ก่อนพลิกกายเปลี่ยนเป็นนอนกอดหมอน เฝ้ามองคนรักหน้าสวยก้มหยิบเสื้อเชิ้ตพื้นขาวลายทางสีชมพูอ่อนและกางเกงขายาวสีเทาที่ถูกถอดกองไว้บนพื้นเมื่อสี่สิบนาทีก่อนมาสวมใส่อย่างรีบเร่ง สีหน้าท่าทางเวลาหงุดหงิดของคีย์ยังสามารถทำให้จินกิอมยิ้มได้เสมอไป

คีย์ไม่ต้องรีบหรอกครับ พี่โทรไปคุยกับคุณลุงให้ได้นะ จินกิเสนอความช่วยเหลือแล้วอมยิ้มละไม

ถึงรู้อยู่ว่าผู้อำนวยการของมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และการกีฬาแห่งชาติคนปัจจุบัน คือหนึ่งในศิษย์ของสำนักคิวโด (KYUDOหรือธนูญี่ปุ่น) ชื่อดังในเกาหลีใต้ ที่ดำเนินการโดยครอบครัวของจินกิ จินกิซึ่งอยู่ในฐานะอาจารย์คนหนึ่งในสำนักย่อมรู้จักมักคุ้นกับผู้อำนวยการปาร์คเป็นอย่างดี กระนั้น...

พี่รีบแต่งตัวแล้วพาผมไปมหาวิทยาลัยเดี๋ยวนี้เลย!” คีย์กลับตอบแทนน้ำใจของจินกิด้วยการถลึงตาใส่ แล้วออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่ทำให้จินกิต้องรีบปฏิบัติตามทันทีทันใด

คีย์เป็นคนตรงต่อเวลาและเกลียดคนไม่ตรงต่อเวลายิ่งกว่าอะไร จินกิรู้ซึ้งดีและมั่นใจว่าอุปนิสัยเจ้าระเบียบและเที่ยงตรงอย่างไม่มีคดงอนี้ คีย์ได้รับมาจากพ่อผู้เป็นหนึ่งในนักธุรกิจชั้นนำของโลก ขณะขับรถ จินกิลอบเหลือบมองคีย์ที่กำลังนั่งนิ่งอยู่บนเบาะรถด้านข้างเป็นระยะ ค่อยๆ เหยียบคันเร่งเร่งความเร็วอีกหน่อย เพราะหากไม่สามารถพาคีย์ไปตามนัดทันเวลา ตัวเขาที่เป็นคนชักนำทำให้คีย์ออกนอกลู่นอกทางเมื่อเช้าคงได้ชะตาขาดในวันนี้แน่

แม้เห็นจากหางตาว่าจินกิชำเลืองมองมาบ่อยๆ คีย์ยังคงนั่งกอดอกมองตรงไปข้างหน้า แกล้งทำเป็นขรึมให้ต้นเหตุของปัญหาร้อนใจเล่น และเกือบหลุดขำเมื่อตระหนักว่าจินกิกำลังพยายามเร่งความเร็ว มันน่าขันตรงที่ไม่ว่าจะรีบเร่งเท่าไหร่ เข็มบนหน้าปัดบอกความเร็วยังคงไม่เคยได้ปัดไปถึงหลักร้อยสักที

หลังคบกับคุณชายโลกสวยเช่นจินกิมาหลายปี กฎระเบียบที่คีย์เคยยึดถือและปฏิบัติอย่างเคร่งครัดหลายข้อเริ่มหย่อนยานอย่างเลี่ยงไม่ได้ คีย์ไม่ใช่...คิม คิบอม...คนเถรตรงและเข้มงวดเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้น ถึงรู้ว่าในฐานะคนสนิทของจินกิ ผู้อำนวยการปาร์คจะไม่ตำหนิที่เขามาสายสองสามนาที แต่ไม่ว่าอย่างไร การปล่อยให้ผู้ใหญ่รอนั้นถือว่าเสียมารยาทมาก คีย์จึงไม่สามารถรู้สึกเป็นสุขได้เต็มร้อยแม้ว่ากำลังมีคนรักอยู่เคียงข้าง

เอี๊ยด!!!

เสียงยางรถยนต์เบียดพื้นถนนสั้นๆที่เกิดจากการเหยียบเบรกหยุดรถกะทันหันทำให้คีย์ใจหายวาบ นึกขอบคุณเข็มขัดนิรภัยที่ช่วยรั้งตัวไว้ไม่ให้พุ่งไปข้างหน้า     

เมื่อตั้งสติได้ คีย์รีบหันไปถามจินกิที่กำลังนั่งนิ่งอยู่บนเบาะคนขับ เกิดอะไรขึ้น!?!” ครั้นจินกิไม่ตอบ คีย์รีบหันมองรอบๆ รถ เห็นเพียงถนนว่างเปล่าที่มีต้นซากุระเกาหลีออกดอกสีขาวอมชมพูบานสะพรั่งตลอดสองข้างทาง คงมีแต่รถคันสีชมพูของพวกเขาที่กำลังจอดนิ่งอยู่บนถนนเพียงลำพัง  

พี่ไม่สบายตรงไหนรึเปล่า?” เมื่อนอกรถไม่มีอะไรน่าวิตก คีย์หันกลับมาถามคนรักอย่างเป็นกังวล

จินกิที่ยังไม่ยอมตอบคำถามใดๆ กดเปิดกระจกรถข้างตัวลง คีย์เฝ้ามองด้วยสีหน้างุนงง ถึงจะคบกันมานาน คีย์ยอมรับว่ายังไม่สามารถเข้าใจความคิดอ่านแปลกๆ ของคุณชายคนนี้ได้ทั้งหมด

ก้าบ...ก้าบ...ก้าบ...

เสียงร้องของสิ่งมีชีวิตที่ลอดเข้ามาทางช่องหน้าต่างชวนให้คีย์รีบชะเง้อหน้ามองลงบนถนนลาดยางหน้ารถ เห็นแม่เป็ดหัวเขียวขนสีน้ำตาลกำลังเดินนำลูกเป็ดตัวเล็กๆ เจ็ดตัวข้ามถนน

“Damn it” คีย์สบถเบาๆ แล้วเอนหลังพิงเบาะรถสีขาวอย่างเหนื่อยใจ

แม้ทุกวินาทีที่เสียไปล้วนมีค่า สีหน้าอ่อนโยนของจินกิขณะเฝ้ามองฝูงเป็ดเดินข้ามถนนจนปลอดภัยทำให้คีย์ไม่มีแก่ใจจะเอ่ยตำหนิ คีย์เหลือบมองนาฬิกาข้อมือเร็วๆ แล้วทำได้แต่ถอนใจสั้นๆ ก่อนหันมองทัศนียภาพของฤดูใบไม้ผลินอกหน้าต่าง ปล่อยให้จินกิเริ่มออกรถอีกครั้ง มุ่งตรงไปยังมหาวิทยาลัยด้วยความเร็วที่ไม่ต่างไปจากเดิมเท่าไร

เบื้องหลังป่าไม้เขียวชอุ่ม ทิวเขาหลายลูกถูกปกคลุมด้วยพุ่มดอกอาซาเลีย(กุหลาบพันปี)สีชมพูอมม่วงสวยหวาน คีย์พยายามใช้ความสวยงามของธรรมชาติรอบด้านมาข่มความรู้สึกผิดกับสิบนาทีที่เขากำลังทำให้ท่านผู้อำนวยการต้องรอ ลองกดเปิดหน้าต่างให้ลมเย็นผ่านเข้ามาปะทะหน้าหวังให้ช่วยดับความร้อนใจก็แล้ว สุดท้ายคีย์ก็เริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอยู่ดี

ทว่าไม่ทันได้นิ่วหน้า คีย์ คีย์หันมองไปตามเสียงเรียกหา สบตากับจินกิที่หันมาส่งยิ้มให้เร็วๆ คิดไว้นะว่าเย็นนี้จะกินอะไร

คีย์นั่งจ้องใบหน้ายิ้มแย้มของจินกิอยู่ชั่วขณะ ก่อนชำเลืองมองยังมืออุ่นที่เลื่อนมากุมมือซ้ายของตนเร็วๆ ความรู้สึกหงุดหงิดทั้งหลายพลันเลือนหายเป็นปลิดทิ้ง คีย์หันมองออกนอกหน้าต่างรถอีกครั้งแล้วเริ่มอมยิ้ม หัวใจเบิกบานเมื่อหวนนึกไปถึงฤดูใบไม้ผลิแรกที่เขากับคุณชายจอมเปิ่นได้พบกัน

 

XXXXXXXXXXXXXXXXXXXX

 

วันหนึ่งในฤดูใบไม้ผลิเมื่อสามปีก่อน ต้นแมกโนเลียตามทางเดินในมหาวิทยาลัยพร้อมใจกันผลิดอกสีม่วงอ่อนส่งกลิ่นหอมเย็น นักศึกษาพากันจับกลุ่มปูเสื่อกินมื้อเที่ยงกันใต้ต้น อากาศเย็นสบายกำลังดี สวมเพียงสเวตเตอร์ไหมพรมสักตัวก็สามารถทำให้รู้สึกอุ่นไปทั้งวัน

เข้าเดือนที่สองของชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย ล้อมรอบอาคารเรียนของนักศึกษาปีหนึ่งดูเหลืองอร่ามด้วยพุ่มดอกฟอร์ซิเทีย(Forsythia)สูงราวสิบฟุตที่ถูกปลูกเรียงเป็นแถวยาวและตัดแต่งกิ่งก้านเป็นอย่างดี นอกจากให้ความสดใสสวยงามยังทำหน้าที่เป็นเสมือนรั้วกั้น มากไปกว่านั้น...มันคือที่ซ่อนตัวชั้นดี

หายไปไหนแล้วล่ะ เมื่อกี้ยังเห็นอยู่ตรงนี้นี่หว่า

เสียงอื้ออึงจากกลุ่มรุ่นพี่หกเจ็ดคนที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่ถึงเมตร ทำให้คีย์ต้องรีบคุกเข่าลงกับพื้นดินเพื่อย่อตัวลงอีกหน่อย

แยกย้ายกันตามหาแล้วพาตัวน้องเขามาให้ได้ รีบไปสิ!”

คีย์กลอกตาอย่างเบื่อหน่ายเมื่อได้ยินคำสั่งของรุ่นพี่คนหนึ่ง นิ่งรอกระทั่งไร้เสียงอึกทึก ถึงค่อยๆ โผล่ออกมาจากพุ่มดอกไม้ มีกลีบดอกฟอร์ซิเทียติดผมติดเสื้อเต็มไปหมด

สมองของรุ่นพี่พวกนี้ผิดปกติหรือไงนะ บอกว่าไม่ก็คือไม่ยังไงล่ะ ยังจะมาตามตื้ออยู่ได้ คีย์บ่นพึมพำขณะก้มปัดกลีบดอกไม้สีเหลืองสดออกจากตัว

เพราะนายคือ คิม คิบอม หัวหน้าชั้นปีคนใหม่ของนักศึกษาปีหนึ่งยังไงล่ะ คำพูดของใครบางคนที่ยืนอยู่ข้างหลังทำให้คีย์สะดุ้งโหยง ก่อนจะรีบหันกลับไปมองทันทีทันควัน

คิม จงฮยอนคีย์ขานชื่อเพื่อนร่วมชั้นเสียงเรียบ รีบสะกดความรู้สึกประหลาดใจไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย นายมายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?” ถามแล้วรีบหันมองซ้ายขวา เกรงว่ากลุ่มรุ่นพี่ที่เขากำลังหลบจะหวนกลับมาพบเขาเข้าอีก

จงฮยอนจงใจไม่ตอบ เพียงแต่หัวเราะครึ้มแล้วยื่นมือออกมาหยิบกลีบดอกไม้เล็กๆ ออกจากเส้นผมสีน้ำตาลเข้มของเพื่อนใหม่ คนที่หยิ่งทะนงและไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ แล้วก็เป็นไปตามคาด จงฮยอนถูกคีย์ปัดมือออกอย่างไม่เกรงใจ  

ถ้าไม่ตอบก็หลีกไป คีย์สบตาจงฮยอนที่ยืนขวางทางอยู่ตรงหน้าแล้วสั่งเสียงห้วน เขาไม่ชอบให้ใครเล่นหัวมาแต่ไหนแต่ไร ไม่ว่ากับเพื่อนเก่าหรือเพื่อนใหม่

เราก็แค่อยากจะช่วย จงฮยอนยักไหล่แล้วยอมให้ความร่วมมือด้วยการถอยหนึ่งก้าว คีย์มองตามอย่างไม่ไว้ใจ ใครๆ เขาก็รู้ว่าตอนนี้นายกำลังเนื้อหอมแค่ไหน จงฮยอนยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน

เนื้อหอม...ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ต่างจากเมื่อตอนที่คีย์เป็นนักเรียนมัธยมปลายเนื้อหอมที่มีแต่สาวๆ มารุมล้อมสิ้นเชิง เพราะผู้หญิงเหล่านั้นทำเพียงแต่ส่งของขวัญให้และเฝ้ามองเขาอยู่ห่างๆ ไม่เหมือนกับรุ่นพี่นักกีฬาในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ที่คอยตามตื้อเขาไปทุกแห่งหนด้วยพละกำลังที่มีอยู่เหลือล้น

สืบเนื่องมาจากการเลือกตั้งหัวหน้าชั้นปีของนักศึกษาปีหนึ่งเมื่อสองสัปดาห์ก่อน ด้วยคำพูดอันคมคาย รูปลักษณ์และความสามารถอันหลากหลายทำให้คีย์ได้รับเลือกด้วยคะแนนเป็นเอกฉันท์ และหลังจากวันนั้น ประธานคิมคิบอมคนเก่งก็ไม่สามารถใช้ชีวิตน้องใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัยได้อย่างเป็นสุขสักวัน  

ช่วยยังไง?” คีย์เชิดหน้าขึ้นน้อยๆ เหล่มองจงฮยอนแล้วเอ่ยถาม คำแนะนำของนักหมากล้อมผู้เฉลียวฉลาดอย่างจงฮยอนน่าจะพอมีประโยชน์กับเขาอยู่บ้าง

คิม จงฮยอน...หนุ่มเสเพลเจ้าเสน่ห์ผู้ได้ชื่อว่าเป็นแชมป์หมากล้อมระดับมัธยมปลาย คือคนที่ได้รับคะแนนเลือกตั้งตามคีย์มาเป็นอันดับสอง แต่กลับไม่ยอมรับตำแหน่งรองประธาน เพราะจงฮยอนลงสมัครเพียงเพราะอยากวัดเรตติ้งตัวเอง  

เรามีวิธี จงฮยอนสบตาคีย์แล้วตอบคำถามด้วยรอยยิ้ม

วิธีอะไร?” คีย์ถามกลับพร้อมกับยักคิ้วขวาอย่างสงสัย ต่อหน้าคิมจงฮยอนผู้ไม่เคยหยุดบริหารเสน่ห์ของตัวเองสักวินาที คีย์จำเป็นต้องตั้งสติให้ดี ไม่ใช่ปล่อยให้จงฮยอนก้าวเข้ามาใกล้ง่ายๆ จนรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่กำลังเป่ารดข้างหูอยู่นี้...

จงฮยอน เสียงเรียกที่ดังขึ้นมาขัดจังหวะทำให้จงฮยอนสบถเบาๆ คีย์รีบหันมองไปยังเจ้าของเสียงทุ้มร่างสูง หนุ่มเนื้อหอมมากอีกคนของชั้นปีผู้ที่กำลังมองตรงมายังเขาทั้งสองด้วยสีหน้าเรียบเฉย คีย์มองไม่ออกเลยว่าเขาคนนี้กำลังคิดอะไร  

ชเว มินโฮ...นักบาสเกตบอลดาวรุ่งวัยสิบแปด ผู้มีผมหยักศกสั้นสีน้ำตาลเข้มเฉกเช่นสีของนัยน์ตาที่คีย์เคยเห็นหน้าตั้งแต่ยังไม่เข้ามหาวิทยาลัย เนื่องจากมินโฮคนนี้เคยออกทีวีและลงนิตยสารกีฬามาตั้งแต่เป็นแค่เด็กมัธยมต้น มินโฮเป็นคนสุขุมและมุ่งมั่นอยู่กับกีฬาที่ตัวเองรักอย่างเอาเป็นเอาตาย ถึงจะเป็นคนดังแต่แฟนคลับกลับทำได้แต่เฝ้ามองอยู่ห่างๆ ยังไม่มีใครสามารถเข้าถึงตัวมินโฮได้สักคน  

มินโฮพลิกข้อมือดูนาฬิกาเร็วๆ แล้วสบตารูมเมทผมเทาผู้ที่ปล่อยให้ตนยืนรอมากว่าห้านาทีโดยไม่มีเหตุผล

ตอนบ่ายเรามีซ้อม ขอตัวก่อนแล้วกัน มินโฮเอ่ยบอกจงฮยอนเสียงเรียบ ยกมือทักทายคีย์เร็วๆ แล้วออกเดินไปโรงอาหารทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา  

เฮ้ย! มินโฮ รอด้วย!” จงฮยอนเห็นแล้วเตรียมจะวิ่งตามแต่กลับถูกคีย์คว้าแขนห้ามไว้

เดี๋ยว อย่าเพิ่งไป บอกวิธีของนายมาก่อน คีย์ทักท้วง

ได้ยินดังนั้น จงฮยอนหันกลับมาฉวยจับมือคีย์แล้วก้าวเข้าประชิดตัวทันทีเพื่อไม่ให้เสียโอกาส คีย์ขยับห่างจากใบหน้าหล่อเหลาแกมโกงของจงฮยอนด้วยความตกใจ แต่เนื่องจากติดพุ่มฟอร์ซิเทียด้านหลัง จึงถอยไปไหนไม่ได้ไกล

จงฮยอนหยักยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วโน้มเข้าเอ่ยข้างหูหัวหน้าชั้นปีคนสวยผู้มีกรุ่นกายหอมเสียยิ่งกว่าดอกไม้...

จะไม่มีรุ่นพี่ชมรมไหนมากวนใจนายอีก ทันทีที่นายตอบตกลงว่าจะเข้าชมรมหมากกระดานของเรา

ชิ!เมื่อได้ยินเช่นนั้น คีย์ผลักให้จงฮยอนถอยอย่างหัวเสียไม่คิดเลยว่านายก็บ้าบอพอๆ กับรุ่นพี่พวกนั้น!”

จงฮยอนหัวเราะหึแล้วแย้มยิ้มมุมปาก นายหมายถึง... เหลือบมองไปทางขวามือเร็วๆ รุ่นพี่พวกนั้นปะ?” คีย์หันมองตามแล้วถึงกับหน้าถอดสี

นั่นไง น้องคิบอมอยู่ตรงนั้น!”

เมื่อเห็นรุ่นพี่กลุ่มเดิมกำลังวิ่งกรูมาทางตน คีย์รีบวิ่งหนีไปอีกทางทันที ถึงเจ็บใจแต่คีย์จำต้องปล่อยให้จงฮยอนยืนหัวเราะไปก่อน ค่อยมาแก้แค้นคืนวันหลัง

หลังวิ่งเลาะมาตามพุ่มดอกไม้สีเหลืองกระทั่งสุดทาง ผ่านหอนาฬิกาและห้องสมุดรวมเป็นระยะทางหลายร้อยเมตร คีย์จำเป็นต้องหยุดพัก ยืนหอบฮักอยู่หน้าสนามเบสบอล

เข้าชมรมเบสบอลให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยดีไหม คีย์เงยหน้ามองไปยังประตูทางเข้าสเตเดี้ยมสีเขียวอย่างครุ่นคิด ถ้าไม่อยากวิ่งหนีไปเรื่อยแบบนี้ คีย์ต้องตัดสินใจเลือกเข้าชมรมใดชมรมหนึ่งให้ได้สักที แต่สุดท้าย...

ถ้าต้องตากแดดจนหน้าดำ มันก็ไม่ไหวนา ยังคงมีข้อแม้เสมอ   

เดิมที คีย์ต้องการใช้เวลาที่มหาวิทยาลัยให้มาสองสัปดาห์ ศึกษารายละเอียดของแต่ละชมรมให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจ แต่ทุกสิ่งกลับพลิกผัน เมื่อเขากลายเป็นบุคคลที่หลายๆ ชมรมหมายตาและพยายามช่วงชิงให้ได้มา ส่งผลให้ต้องมาคอยหลบคอยหนีเช่นที่กำลังทำอยู่ในปัจจุบัน

เมื่อได้ยินเสียงโหวกเหวกดังใกล้เข้ามา คีย์กัดฟันเริ่มออกวิ่งไปข้างหน้าอีกหน ติดกับรั้วเหล็กสีเขียวของสนามเบสบอลคือกำแพงก่อจากหินภูเขาที่มีหลังคากระเบื้องแคบๆ ด้านบน คีย์เงยหน้ามองไปยังป้ายชมรมเหนือประตูหลังใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลแล้วเหลียวมองรุ่นพี่สองคนที่กำลังไล่ตามหลังมาเร็วๆ ก่อนตัดสินใจวิ่งเลี้ยวเข้าประตูที่บังเอิญเปิดอยู่พอดีนั้นเพื่อหลบภัย

ทัศนียภาพแปลกตาหลังบานประตูทำให้คีย์ชะลอฝีเท้าเล็กน้อย ก่อนเริ่มวิ่งต่อไปตามแผ่นหินที่ถูกนำมาวางเรียงเป็นเส้นทางคดโค้งผ่านสวนสวยสไตล์ญี่ปุ่นที่หน้าดินถูกปกคลุมด้วยมอสเขียวชอุ่ม ใกล้โขดหินริมน้ำตกจำลองขนาดย่อมมีต้นอาซาเลียผลิดอกสีชมพูอ่อนเข้มตัดแต่งจนเป็นพุ่มกลม บรรยากาศร่มรื่นด้วยร่มไม้จากต้นสนหลายสายพันธุ์

เมื่อมาถึงบันไดขึ้นโรงฝึกที่ก่อสร้างจากไม้หลังใหญ่ คีย์กลับวิ่งอ้อมไปอีกทาง ขึ้นสะพานหินข้ามสระน้ำใสที่มีปลาแฟนซีคาร์พสีสันสดใสหลายสิบตัวแหวกว่ายเวียนวน จนสิ้นสุดทางเดิน คีย์หันมองรอบๆ จนมั่นใจว่าไม่มีใครตามมาถึงค่อยๆ ย่างเหยียบไปบนสนามหญ้าเรียบเตียนตรงไปหยุดยืนอยู่ใต้ต้นโอ๊กต้นใหญ่ ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนแผ่กับพื้นหญ้าอย่างหมดเรี่ยวหมดแรง

หลังนอนพักใต้ร่มไม้จนหายเหนื่อย คีย์พึงตระหนักว่าตัวเองกำลังอยู่ในอาณาเขตของชมรมยิงธนู ชมรมที่ได้รับอภิสิทธิ์พิเศษเหนือชมรมใดในมหาวิทยาลัย อนึ่ง ด้วยชมรมแห่งนี้สามารถผลิตนักกีฬายิงธนูเข้าแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในทุกปีการศึกษา ร่วมกับท่านผู้อำนวยการสนิทสนมกับผู้อุปการคุณหลักของชมรมมานาน ชมรมยิงธนูจึงเป็นชมรมเดียวที่สามารถบริหารจัดการเรื่องภายในชมรม โดยไม่จำเป็นต้องผ่านความเห็นชอบจากสภามหาวิทยาลัย

พิเศษเหมือนที่เขาลือกันจริงๆ แฮะ

คีย์กระดกศีรษะขึ้นมองสวนสวยที่ตนเพิ่งวิ่งผ่านมาอีกครั้ง เคยได้ยินมาว่าสวนแห่งนี้ถูกรังสรรค์ด้วยฝีมือของนักจัดสวนชาวญี่ปุ่นชื่อดัง ผู้ถูกว่าจ้างมาด้วยราคาค่าตัวเฉียดล้านวอน  

ทั้งนี้ คีย์ไม่เคยมีอคติกับสิทธิ์พิเศษที่ใครต่อใครมักพูดถึงด้วยความอิจฉา เป็นธรรมดาที่คนพิเศษมักได้รับสิ่งที่พิเศษกว่า จะเรียกว่าเป็นสัจธรรมของสังคมยุคปัจจุบันไปแล้วคงไม่ผิด แต่ที่คีย์ไม่เคยคิดจะเข้าชมรมยิงธนู เพราะรู้ว่าตัวเองไม่มีสมาธิและความอดทนมากพอจะยิงธนูให้เข้าเป้าอย่างแม่นยำ เมื่อคิดว่าไม่สามารถเอาดีกับกีฬาชนิดนี้แน่ คีย์ก็ไม่อยากลงแรงให้เสียเวลา   

คีย์ค่อยๆ ตั้งศอกยันตัวขึ้นหันมองพื้นที่กว้างขวางของชมรม ที่กินพื้นที่เข้าไปในผืนป่าทิศตะวันออกยาวไปถึงเนินเขาลูกใกล้ๆ ใต้ร่มเงาครึ้มของต้นโอ๊กต้นใหญ่ตรงชายป่า คีย์เอนตัวลงนอนราบกับพื้นหญ้าอีกครั้งโดยไม่กลัวว่าผมที่เซทมาอย่างดีจะยุ่งเหยิง สองมือวางแผ่ข้างลำตัวอย่างอิสระ ก่อนจะหลับตาลงปล่อยให้สายลมเอื่อยๆ พัดปะทะใบหน้า เฝ้าฟังเสียงธรรมชาติเงียบสงบที่หาไม่ได้ภายนอกกำแพงหิน

โครก คราก...

แต่แล้วเสียงท้องร้องลั่นพลันทำลายความเงียบสงบ คีย์รีบเอามือกดท้องตัวเองไว้ รู้สึกอายแม้ว่าไม่มีใครเห็น  

เอาไงดีล่ะทีนี้ ที่โรงอาหารต้องมีรุ่นพี่ดักรออยู่แน่ๆ

คีย์พยายามคิดหาหนทาง มือขวาลูบหน้าท้องแบนราบของตัวเองไปมาด้วยความหิว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คีย์ต้องคอยหนีรุ่นพี่จนลืมกินข้าวกลางวัน แต่มันจะเป็นครั้งสุดท้ายที่คีย์จะอดทนอดกลั้นในฐานะน้องใหม่แสนดี 

โธ่เว้ย!” คีย์แผดเสียงออกมาอย่างหงุดหงิด การตัดสินใจแสร้งทำเป็นเด็กไม่มีปากไม่มีเสียงมาตลอดสองอาทิตย์ ไม่ใช่ความคิดที่ดีเอาเสียเลย หิวชะมัด! หิว หิว หิว หิว หิว!...หลับหูหลับตาตะโกนใส่ต้นโอ๊กอย่างหัวเสีย

ฉับพลัน...

โป๊ก!...มีบางสิ่งตกลงมากระแทกกลางหน้าผาก

โอ๊ย!”

คีย์รีบดันตัวเองลุกนั่งแล้วหันไปก้มมองผลเอคอร์น (ACORN) ผลของต้นโอ๊กที่เพิ่งกระเด้งกระดอนจากหน้าผากหล่นลงมาหยุดนิ่งอยู่บนพื้นหญ้าข้างตัวงงๆ   

หล่นลงมาได้ไง?” ใช้สันมือคลึงหน้าผากตัวเองเบาๆ ขณะเงยหน้ามองหาคำตอบตามกิ่งก้านของต้นไม้ใหญ่ และเมื่อมองไม่เห็นอะไรนอกจากใบไม้เขียวชอุ่ม คีย์ได้แต่ส่ายหน้าให้กับความโชคร้ายของตัวเอง   

โป๊ก!

แต่แล้วจู่ๆ ผลเอคอร์นก็ร่วงหล่นลงมาอีกหน แย่หน่อย เมื่อผลไม้เนื้อแข็งดิ่งตรงลงกระแทกกลางกระหม่อมพอดี

เอ้ อะไรกันนักหนา! ด้วยกำลังหิวจนไส้กิ่วเป็นทุนเดิม แค่ความเจ็บเพียงนิดก็สามารถทำให้คีย์หงุดหงิดมหาศาล

คีย์สะบัดหน้ามองไปบนกิ่งไม้เหนือศีรษะอีกครั้ง และต้องขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ทันทีที่เงยหน้าไปเห็นผู้ร้ายตัวจ้อยกับหลักฐานมัดตัวในมือเล็กๆ ของมัน

อยู่ดีไม่ว่าดีแล้วไง เจ้ากระรอก!”

คีย์ชี้นิ้วไปยังกระรอกตัวสีเทาท้องขาวที่มีขนหูสีดำยาวตั้งตรงและมีหางเป็นพวงสีดำ พร้อมกับส่งเสียงดังตั้งใจจะทำให้กระรอกน้อยหวาดกลัว แต่ตรงกันข้าม...

โป๊ก!

ขู่จบ กระรอกตัวเดิมกลับโยนผลเอคอร์นลงกระแทกหัวคีย์อีกครั้ง คีย์กัดฟันกรอดโมโหที่ตัวเองมัวแต่โวยวายจนหลบผลโอ๊กไม่ทัน   

ไอ้กระรอกบ้า แกหาเรื่องผิดคนแล้ว!”

คีย์ถลันลุกยืนต่อว่ากระรอกหางดำอย่างหัวเสีย จ้องเข้าไปในนัยน์ตากลมโตสีดำขลับของมันอย่างเอาเรื่อง จนไม่ทันสังเกตเห็นว่าบนกิ่งไม้ใกล้ๆ กัน มีกระรอกหางดำอีกตัวกำลังจะ...

โป๊ก!

กระรอกตัวที่สองใช้โอกาสทีเผลอบรรจงหย่อนลูกเอคอร์นให้ตกลงกลางหัวคีย์เต็มๆ    

พอกันที! คีย์โมโหจนหน้าแดงก่ำ ก้มเก็บผลเอคอร์นที่ตกอยู่บนสนามหญ้ามากำแน่น เงยหน้าขึ้นมามองหาตัวร้ายทั้งสองอีกครั้ง เล็งแล้วเตรียมปาผลโอ๊กกลับ ตั้งใจจะทำโทษให้หลาบจำ

แต่แล้ว...  

อย่าทำเลยนะครับ คีย์จำต้องหยุดเมื่อถูกใครบางคนฉวยจับมือห้ามไว้   

ด้วยสัญชาตญาณ คีย์สะบัดมือคนแปลกหน้าออกแล้วรีบหันกลับมาจ้องอย่างไม่เป็นมิตร ประหลาดใจนิดหน่อยกับชุดกิโมโนสีดำและกางเกงฮากามะสีเทาเข้มที่ชายผู้นี้สวมใส่   

คนญี่ปุ่นเหรอ?’

คีย์กลอกตามองบุรุษผิวขาวผู้มีดวงตาเรียวเล็กตรงหน้าอย่างพิจารณา มั่นใจมากว่าไม่เคยเห็นใครคนนี้มาก่อน เจ้าของรอยยิ้มไร้พิษภัยสูงกว่าเขานิดหน่อย ผมสั้นสีน้ำตาลอ่อนถูกหวีเป็นทรงสุภาพ ทำให้ดูเป็นผู้ใหญ่ กิโมโนสีพื้นตัดเย็บจากผ้าไหมเนื้อดี บ่งบอกว่าชายผู้นี้ไม่น่าเป็นแค่ภารโรงหรือคนสวนธรรมดาทั่วไป   

รึจะเป็นนักจัดสวนค่าตัวแพงคนนั้น? ทำไมพูดเกาหลีชัดจังล่ะ?’

คีย์เหลือบมองฝ่ามือไร้ความหยาบด้านของชายตรงหน้าที่ดูนุ่มนิ่มเกินกว่าจะเป็นของนักจัดสวน อาชีพที่ต้องใช้สองมือรังสรรค์พันธุ์ไม้ น้ำและหินให้กลายเป็นงานศิลปะบนดิน       

นายเป็นใคร?” คีย์ถามเสียงดังชัด   

นอกจากไม่ได้คำตอบ คีย์กลับต้องตกใจเมื่อเห็นชายแปลกหน้าก้าวเข้าหาพร้อมกับยื่นมือมาปิดปาก กรุ่นกายหอมละมุนของน้ำหอมยี่ห้อหรูที่แทรกออกมาจากคอเสื้อสีดำทำให้คีย์ลืมขัดขืนไปชั่วขณะ    

เบาเสียงลงหน่อยครับ กระรอกในสวนนี้ไม่ชอบคนเสียงดัง ชายแปลกหน้าให้เหตุผล

เมื่อตั้งสติได้ โอเค โอเค คีย์รีบเปล่งเสียงอู้อี้รับทราบ   

ทันทีที่ได้รับอิสระ คีย์รีบถอยห่างออกมาตั้งหลัก ตกลงว่านายเป็นใคร มาทำอะไรในสวนของชมรมยิงธนู?” ถามจบแล้วถึงเริ่มรู้สึกกระดากปาก เพราะตัวคีย์เองก็ลอบเข้ามาในเขตหวงห้ามโดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตเหมือนกัน

และอีกครั้ง ชายตาเล็กเพียงแต่ยิ้มละไม ไม่ยอมตอบคำถาม คุณกำลังหิวมากใช่ไหมครับ ถามกลับด้วยคำถามที่ทำให้คีย์พูดไม่ออก นี่ของผมเอง เพิ่งซื้อมาใหม่ๆ เลยครับ

คีย์เหลือบมองถุงกระดาษสีน้ำตาลที่ใช้บรรจุไก่ทอดร้านดังประจำเมืองที่ชายแปลกหน้ายื่นส่งให้เร็วๆ กลิ่นหอมที่ลอยขึ้นมาพร้อมกับไอร้อนจากปากถุงชวนให้คีย์เผลอกลืนน้ำลายด้วยความหิว กระนั้น...

ไม่ล่ะ นายเก็บไว้กินเองเถอะ

คีย์บอกปัดแล้วหันหลังกลับเตรียมจะเดินหนี แต่แล้วในย่างก้าวแรก...โครกคราก...ท้องดันร้องขึ้นมาเสียงดังลั่นอย่างไม่ปราณี คีย์อายจนหน้าแดงก่ำ รีบเร่งฝีเท้า หากแต่ไปได้ไม่กี่ก้าวเพราะถูกอีกฝ่ายวิ่งตามมาคว้ามือไว้ได้ทัน    

โมโหนะ แต่ครั้นหันขวับกลับมาเห็นรอยยิ้มใจดีของชายตาตี่ คีย์กลับไม่มีแก่ใจจะตวาด ถ้างั้น...เรามาแลกกันนะ ชายในชุดกิโมโนเอ่ย

แลกกัน? แลกอะไร?” คีย์ถามกลับงงๆ

รู้สึกเขินนิดหน่อย ขณะเฝ้ามองชายแปลกหน้าค่อยๆ คลี่นิ้วมือที่กำลังกำแน่นของตนออกทีละนิ้วอย่างสุภาพ ก่อนจะหยิบลูกโอ๊กในมือออกแล้วแทนที่ด้วยถุงไก่ทอดที่มีกลิ่นหอมชวนให้รับประทาน   

ลูกโอ๊กสองผลนี้ ผมขอคืนนะครับ เป็นคำขอแสนสุภาพที่คีย์ไม่สามารถปฏิเสธ

และอีกครั้ง คีย์เผลอมองตามทุกอิริยาบถของบุรุษตรงหน้าตาไม่กระพริบ ชายผู้มีรอยยิ้มเปื้อนใบหน้าตลอดเวลาก้มลงวางผลเอคอร์นบนสนามหญ้าตามเดิม แล้วเฝ้ามองกระรอกหางฟูวิ่งลงจากต้นโอ๊กมาเก็บผลเอคอร์นคืน สีหน้าและแววตาช่างอ่อนโยน

นานทีปีหนที่คีย์จะเฝ้ามองใครสักคนอย่างเผลอไผล นอกเสียจาก...อี แทมิน...ลูกพี่ลูกน้องคนสนิท คีย์ไม่เคยมองใคร ดังนั้น คีย์จำต้องรีบสั่งให้ตัวเองละสายตาจากชายแปลกหน้า ทันทีที่ตระหนักว่าตัวเองกำลังให้ความสนใจมากเกินไป    

อารมณ์เกือบดีแล้วเชียว ทว่าเมื่อเหลียวไปเห็นคู่ปรับตัวแสบอีกครั้ง คีย์กลับยิ่งโกรธจัดกว่าเก่า คีย์กำถุงไก่ทอดแน่นแม้ว่าไก่ที่เพิ่งทอดมาใหม่ๆ จะทำให้รู้สึกร้อนจนไม่อยากทน ก่อนจะฉวยคว้าข้อมือคนตรงหน้าดึงมารับถุงไก่ทอดคืน  

เอาคืนไป!” คีย์เอ่ยอย่างใส่อารมณ์

แต่ในทันทีที่คิดจะก้าวหนี แรงกระตุกที่เอวทำให้คีย์ต้องรีบก้มลงมองอย่างสงสัย

นายกำลังทำบ้าอะไรของนายเนี่ย!?!” คีย์ถามเสียงดัง เมื่อเห็นว่าชายแปลกหน้ากำลังดึงปลายสายเข็มขัดสีแดงของเขาไว้

คุณผอมเกินไปแล้วนะครับ ชายตาตี่มองไปยังเข็มขัดรัดรอบเอวเล็กๆ แล้วเอ่ยด้วยสีหน้าเป็นกังวล เห็นเช่นนั้นคีย์กระแอมเบาๆ ดูเหมือนว่าความพยายามในการลดน้ำหนักของเขาจะประสบผล

ฉันสบายดี คีย์หันกลับมาเผชิญหน้ากับสุภาพบุรุษผู้ที่กำลังทำตัววุ่นวายมากเกินพอดี แต่ต่อจากนี้ไป ขอให้นายเข้าใจอะไรไว้อย่าง ไม่ว่านายจะเป็นใคร ฉันจะกินหรือไม่กินอะไร มันไม่ใช่ธุระกงการอะไรของนาย เพราะฉะนั้นปล่อยเข็มขัดของฉันซะ ฉันไม่อยากไปเข้าเรียนสาย

คีย์พูดตรงๆ โดยไม่กลัวว่าจะทำให้คนฟังเสียน้ำใจ และเมื่ออีกฝ่ายยังทำหน้าตาซื่อบื้อไม่เปลี่ยน คีย์เริ่มไม่แน่ใจว่าชายตาตี่เข้าใจที่เขาพูดหรือไม่  

ฟอร์ซิเทียคีย์สะดุ้งเบาๆ เมื่อคนตรงหน้ายื่นมือมาหยิบกลีบดอกไม้สีเหลืองออกจากเสื้อไหมพรมคอเต่าสีขาวของเขา อยู่ปีหนึ่งสินะครับ ได้ยินเช่นนั้น คีย์ตวัดตามองเจ้าของรอยยิ้มสดใสอย่างไม่ไว้ใจ

อย่าบอกนะว่านายเป็นหนึ่งในรุ่นพี่โรคจิตพวกนั้น!” คีย์เอ่ยเสียงดัง ตั้งท่าเตรียมหนี

รุ่นพี่โรคจิต?” ชายตาตี่ชี้นิ้วมาที่ตัวเองงงๆ ผมน่ะเหรอ?”

ใช่!” คีย์ขึ้นเสียงเกรียวกราด ประธานชมรมยิงธนูส่งรุ่นพี่มาจับตัวผมเข้าชมรมใช่ไหมล่ะ นี่สินะ เหตุผลที่คนคนนี้พยายามยื้อตัวเขาไว้   

ใจเย็นก่อนได้ไหมครับ เป็นคำขอที่ทำให้คีย์ยิ่งร้อนใจ

ฝากไปบอกประธานของรุ่นพี่เลยนะว่าผมไม่สนใจ ไม่ว่ายังไงผมก็จะไม่เข้าชมรมยิงธนู! คีย์เอ่ยดังชัด

คำพูดของคีย์ทำให้ชายตาตี่ตาโตด้วยความประหลาดใจ ทำไมครับ ทำไมถึงไม่สนใจ?” ถามคีย์กลับทันที

ความจริงจังในสีหน้าของคนที่คีย์เข้าใจว่าเป็นรุ่นพี่ทำให้คีย์นิ่งไปสามวิ เพราะมันน่าเบื่อและไม่เท่เลยสักนิด ปากไม่ตรงกับใจ เพียงเพื่อตัดความรำคาญ

โอ้ ชายในชุดกิโมโนอุทานเบาๆ ก้มหน้าลงครุ่นคิดชั่วครู่ ก่อนเงยหน้ามาสบตาคีย์อีกครั้ง ไม่เคยมีใครพูดกับผมแบบนี้มาก่อนเลยครับ  

คีย์กลอกตามองบนอย่างเบื่อหน่าย ผู้ชายคนนี้คงเคยได้ยินแต่คำอ้อล้อเยินยอจนเข้าใจว่าชมรมยิงธนูของตนสูงส่งจนหาที่เปรียบไม่ได้   

ถ้ารุ่นพี่เข้าใจแล้ว ผมไปก่อนนะ

คีย์อาศัยจังหวะทีเผลอรีบบอกลาแล้วเดินหนี แต่กลับเสียทีถูกอีกฝ่ายดึงเข็มขัดรั้งตัวไว้ได้ในทันทีเช่นกัน และเมื่อคีย์จะหันกลับไปต่อว่าอีกครั้ง...

ผมชื่อจินกิครับ อี จินกิ ยินดีที่ได้รู้จัก

เมื่อชายที่ชื่อจินกิส่งยิ้มมา คีย์พยักหน้าเออออรับส่งๆ

แล้วคุณชื่อ?”   

คำถามของจินกิทำให้คีย์คิ้วขมวด มั่นใจมากว่าในนาทีนี้ไม่มีรุ่นพี่คนใดในมหาวิทยาลัยไม่รู้จักเขา

คิบอม คีย์ตอบเร็วๆ และเมื่อจินกิยังเอาแต่ยืนยิ้ม ไม่ปล่อยเข็มขัดเขา ปล่อยได้หรือยัง ผมต้องรีบไปเข้าเรียน คีย์เร่งอย่างหงุดหงิด

คิบอม?” จินกิขานทวนเบาๆ มองหน้าคีย์ชัดๆ อีกครั้งแล้วหัวเราะครึ้ม ดูอารมณ์ดีไม่น้อย   

สัปดาห์นี้ ช่วงบ่ายของนักศึกษาปีหนึ่งเป็นเวลาของการเลือกชมรม ไม่มีวิชาเรียนไม่ใช่เหรอครับ

เมื่อถูกจับโกหกได้ คีย์เองก็ไปต่อไม่ถูก แต่กระอักกระอ่วนอยู่ไม่นานนัก อยู่ดีๆ จินกิก็ยอมปล่อยมือจากสายเข็มขัดสีแดงของเขา คีย์เหลือบมองเร็วๆ อย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะสบตาจินกิอีกครั้ง   

คุณคิบอมอยู่ชมรมอะไรครับ?”

จากหลายๆ คำถามที่ผ่านมา คีย์เริ่มตระหนักว่าจินกิคนนี้อาจไม่ใช่รุ่นพี่อย่างที่เขาเคยเข้าใจ

ในเมื่อคุณเองยังไม่ยอมตอบผมว่าคุณคือใคร ผมก็ไม่จำเป็นต้องตอบคำถามของคุณเช่นกัน” ด้วยอีกฝ่ายดูมีอายุมากกว่า คีย์จึงเลือกใช้ภาษาที่ฟังสุภาพขึ้นมาหน่อย

จินกิหัวเราะ คุณไม่จำเป็นต้องรู้จักผมตอนนี้หรอกครับ มองนักศึกษาตรงหน้าอย่างเอ็นดู เริ่มเดินเข้าหาอีกครั้ง

เมื่อจินกิก้าวเข้ามาใกล้ คีย์หวั่นใจนิดหน่อยแต่ก็ไม่ถอยหนี ไก่ทอดร้านนี้อร่อยมากๆ คุณรับไว้เถอะนะครับ ด้วยความอ่อนโยนของจินกิกระมัง ครั้งนี้คีย์ถึงยอมรับถุงกระดาษมาถือแต่โดยดี

พลันได้ยินเสียงระฆังดังจากหอนาฬิกา ราวกับว่าจินกิเพิ่งคิดอะไรออก ผมต้องไปแล้วล่ะครับ ทำตัวหยั่งกับเป็นซินเดอเรลล่า แต่เปลี่ยนจากรองเท้าแก้วเป็นให้ไก่ทอดไว้ดูต่างหน้า

เมื่อจากคนจะไป กลายเป็นถูกบอกลา คีย์ยืนทำหน้างง ขณะเฝ้ามองจินกิก้มหน้าก้มตาจัดกิโมโนและฮากามะให้เป็นระเบียบ ครั้นจินกิเงยหน้าขึ้นมา สบตากันเข้าพอดี หน้าคีย์พลันร้อนเห่อ

จินกิเห็นแล้วยิ้มละไม คุณสามารถมาพบผมได้ที่นี่เสมอนะครับ จินกิเอ่ย ก่อนโน้มศีรษะน้อยๆ แล้วเดินจากไป

คำบอกราวกับอ่านใจออกของจินกิทำให้คีย์อึ้งไปอีกครั้ง ก่อนจะส่ายหน้าเร็วๆ พยายามสลัดทุกความรู้สึกดีๆ ออกไปจากหัวใจ จ้างให้ฉันก็จะไม่มาเหยียบที่นี่อีก หลงตัวเอง! คีย์ตะโกนไล่หลังอย่างหัวเสีย

หลังหลับหูหลับตาด่าเสร็จ คีย์เพิ่งสังเกตเห็นตราสัญลักษณ์ทรงกลมด้านหลังตัวเสื้อสีดำเข้ม ปักด้วยไหมสีขาว ข้างในวงกลมเป็นรูปคันธนูโบราณไขว้กับลูกศรเป็นรูปกากบาท คุ้นตามาก หากแต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก จนจินกิเดินข้ามสะพานหินเลี้ยวขึ้นไปบนโรงฝึกแล้ว คีย์ก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้

ช่างเถอะ มันใช่เรื่องที่เราต้องรู้ซะเมื่อไหร่ สุดท้าย คีย์ถอดใจ ในเมื่อไม่คิดจะเข้าชมรมยิงธนูอยู่แล้ว จะมัวคิดมากทำไม

แล้วเราจะทำยังไงกับไก่ถุงนี้ดี คีย์ยกถุงไก่ในมือขึ้นมองอย่างตรึกตรอง

เพราะถูกสอนมาแต่เด็กว่าไม่ให้กินของของคนแปลกหน้า คีย์จึงดิ่งตรงไปยังถังขยะใกล้ๆ ตั้งใจจะทิ้ง แต่พอเอาเข้าจริง...

ทิ้งไม่ลง ไม่ใช่เพราะอยากกิน แต่เป็นเพราะความรู้สึกดีเล็กๆ ที่คีย์สลัดทิ้งไปไม่หมดและจะไม่มีวันยอมรับง่ายๆ ด้วย   

เมื่อไม่อยากคิดมากไปกว่านี้ คีย์ตัดสินใจเดินถือถุงไก่ย้อนกลับทางเดิม ค่อยๆ เดินไปตามแผ่นหินอย่างระมัดระวัง หยุดยืนชมปลาแฟนซีคาล์พหลากสีบนสะพานหินเพื่อฆ่าเวลาก็เท่านั้น

คีย์?” เสียงเรียกระคนความประหลาดใจของคนรู้จักทำให้คีย์สะดุ้ง รีบหันไปสบตาเลขาชั้นปีผู้เป็นแชมป์ยิงธนูระดับมัธยม

เฮ้ ซูโฮ เอ่ยทักแล้วหยักยิ้มเจื่อนส่งให้ และโดยไม่เปิดโอกาสให้ซูโฮได้ถาม...

เราหลงทางน่ะ

เหตุผลฟังไม่เข้าท่าของคีย์ทำให้ซูโฮคิ้วขมวด คีย์หัวเราะแหะๆ แก้เขินแล้วรีบเดินลงจากสะพานหิน แต่เราหาทางออกเจอละ ไปก่อนนะ บาย โบกมือลาได้ คีย์รีบจ้ำหนี แต่ก็ถูกขวางไว้ด้วยกระเป๋าใส่คันธนูใบใหญ่ของเพื่อนแทบในทันที

นายอุตส่าห์หลงเข้ามาทั้งที เข้าไปดูข้างในหน่อยดีกว่าไหม ซูโฮซึ่งเป็นทั้งเลขาและรูมเมทในหอพักรีบเกี่ยวแขนคีย์ไว้อย่างรู้ทัน

กระนั้น ซูโฮยา เราเคยบอกแล้วไงว่าเรายิงธนูไม่เป็น คีย์ยังไม่ยอมเดินตามแรงดึงง่ายๆ

“Impossible is nothing” ซูโฮเอ่ยแล้วหันมายิ้มกว้างโชว์ฟันสวย  

คีย์ยักไหล่กับวลีเด็ดที่ตนนำมาใช้หาเสียง สำหรับคีย์...ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้...ถ้าไม่มั่นใจ คีย์ไม่มีวันพูดออกมา

เอาน่า เล่นไม่เป็น เราสอนนายได้ เอ่ยจบ ซูโฮรีบพลิกข้อมือดูนาฬิกา รีบเข้าไปกันเถอะ เดี๋ยวไม่ทันพิธี ว่าแล้วออกแรงลากคีย์ขึ้นบันไดพาเข้าโรงฝึกทันที

ห้องโถงด้านหน้าเป็นห้องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าก่อสร้างจากไม้ กว้างขวางโอ่อ่าทว่าเรียบง่าย ไม่มีข้าวของตกแต่งรกตา ทันทีที่ก้าวผ่านประตู เตะตาเข้ากับกรอบรูปใบใหญ่ ข้างในกรอบไม้สีน้ำตาลเข้มเป็นข้อความยาวหกบรรทัดที่ถูกพิมพ์ออกมาเป็นทั้งภาษาญี่ปุ่น อังกฤษและภาษาเกาหลี  


“When shooting, sometimes we will hit the target but miss the self…”


เมื่อเห็นคีย์สนใจ ซูโฮจึงหยุดให้คีย์ยืนอ่านอยู่ชั่วขณะ ก่อนหันไปกระซิบบอก อีกไม่นาน นายก็จะเข้าใจ หยักยิ้มละไม แล้วเริ่มพาคีย์ออกเดินต่ออย่างเงียบเสียง   

ระหว่างทาง บรรยากาศเงียบสงบจนได้ยินเสียงฝีเท้าตัวเองเหยียบย่างไปตามพื้นไม้กระดาน อันความขลังของสถานที่กำลังทำให้คีย์อึดอัด หากจะขัดขืน เขาต้องลงมือเสียตอนนี้ ก่อนจะไม่มีโอกาสอีกต่อไป   

พิธีที่นายพูดถึงน่ะ พิธีอะไร? อยู่ดีๆ คีย์โพล่งถามเสียงดังจนซูโฮต้องรีบหันมาจุ๊ปากเตือนให้เงียบเสียง ถ้าเป็นพิธีรับน้องใหม่ เราขอผ่านนะเพื่อน คีย์รีบปฏิเสธด้วยเสียงที่เบาลง    

ไม่ใช่พิธีรับน้องแน่ เราสาบาน เมื่อซูโฮยกมือสาบาน คีย์ค่อยวางใจพอหันมองความเป็นไปรอบๆ ตัว    

ขณะเดินผ่านโรงฝึกที่ถูกกั้นเป็นห้องๆ ตามลำดับฝีมือ คีย์ตั้งข้อสังเกต คนหายไปไหนกันหมด ได้เวลาเข้าชมรมแล้ว ทำไมยังไม่มีนักกีฬาลงซ้อมสักคน

คิวโด (KYUDO) วิถีแห่งคันธนู

คำบอกของซูโฮชวนให้คีย์ต้องหันกลับมามอง

คิวโดเป็นศิลปะที่เกี่ยวข้องกับการยิงธนูของญี่ปุ่น เป็นการยิงธนูที่มีแบบแผน ท่าทาง และขั้นตอนที่พิถีพิถัน ต้องให้เหมือน ต้องให้ได้ตามรูปแบบอย่างเข้มงวด จนเหมือนพิธีกรรม ซูโฮขยายความ คีย์มองเห็นความภาคภูมิใจในสีหน้าท่าทางของนักยิงธนูร่างเล็กผู้มีผิวขาวราวหิมะ   

คนนอกเข้ามาดูได้เหรอ?”

คีย์ถามเผื่อตัวเอง เมื่อเดินมาเห็นนักกีฬายิงธนูและคนจากชมรมอื่นๆ ร่วมหลายสิบคนกำลังยืนรวมกลุ่มตรงสุดทางเดิน หน้าประตูโรงฝึกห้องสุดท้าย

ได้สิซูโฮตอบแล้วยิ้มละไม นายจำเป็นต้องได้เห็น

คีย์สบตา ซูโฮ หรือ คิม จุนมยอน บุตรชายคนเดียวของมหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยทั้งเงินทองและความอ่อนน้อมเร็วๆ

จำเป็นต้องได้เห็น น้อยครั้งนักที่เลขาชั้นปีผู้สงบเสงี่ยมคนนี้จะออกความคิดเห็น อะไรทำให้ซูโฮมั่นใจมากขนาดนั้น คีย์ย่อมสงสัย    

ไม่รู้ว่าดีหรือร้าย คีย์ฝืนฉีกยิ้มตอบเพื่อน ก่อนหันไปมองคนอื่นๆ บ้าง คิวโดคืออะไรนะ?’ ดูเหมือนทุกคนจะตื่นเต้นกับกีฬาของต่างชาติที่ซูโฮกำลังพูดถึงมากทีเดียว

ไม่นานนัก ซูโฮก็พาคีย์เดินฝ่ากลุ่มคนก้าวเข้ามาในโรงฝึก นายนั่งรอตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวเรามา ตำแหน่งที่นั่งตรงเบาะหน้า เป็นสิทธิพิเศษที่คีย์ไม่เคยอยากได้มาสักนิด

คีย์รีบนั่งลงเพราะไม่อยากทำตัวเป็นจุดเด่น ได้แต่หันมองตามเพื่อนผิวขาวที่กำลังเดินเข้าไปคำนับเหล่าคณาจารย์อาวุโสผู้ล้วนแล้วแต่เป็นอดีตนักกีฬายิงธนูชั้นเซียนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้าม ครั้นเหลียวมองข้างหลังตัวเห็นนักกีฬายิงธนูชั้นปีอื่นๆ ในเสื้อ (gi) สีขาวและกางเกง (hakama) สีดำนั่งเรียงกันเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบ คีย์ที่แต่งตัวไม่เข้าพวกย่อมรู้สึกเขิน รีบหันกลับมานั่งก้มหน้าสงบเสงี่ยม เปลี่ยนเป็นนั่งทับส้นเท้าให้เหมือนคนอื่นเขาทันที

ผ่านไปไม่ถึงห้านาที ซูโฮถึงเดินกลับมานั่งเรียบร้อยอยู่ข้างๆ อีกเดี๋ยวเดียว อาจารย์ก็จะออกมาละ ซูโฮกระซิบ

คีย์พยักหน้าตอบรับตามมารยาท กำลังเบื่อมาก ใช่ว่าเขาอยากรู้จัก อาจารย์ คนนี้ของเพื่อนเสียเมื่อไหร่ ความเงียบและการเคลื่อนไหวอย่างเฉื่อยช้าของคนรอบข้าง กำลังทำให้คีย์ผู้กระฉับกระเฉงเริ่มหาวหวอด หากหลับตาลงคงได้หลับสนิทจริงๆ โดยไม่ต้องสงสัย

แต่เพื่อไม่ให้ขายขี้หน้า ประธานชั้นปีอย่างคีย์ต้องวางตัวให้ดี คีย์พยายามฝืนความรู้สึกง่วงหันมองยังลานยิงธนูที่มีลักษณะเหมือนสวนญี่ปุ่นทางขวามือ รอบล้อมด้วยต้นไม้เขียวชอุ่ม เป้าทรงกลมสีขาวขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 36 เซนติเมตร ตั้งห่างจากจุดยิงราว 28 เมตร ถือว่าไกลมากสำหรับเขา

เมื่อได้ยินเสียงเลื่อนเปิดประตูเบาๆ คีย์ถึงหันกลับมามองด้านหน้า เอ๋?’ และต้องประหลาดใจจนเกือบส่งเสียงร้องออกมา เมื่อชายหนุ่มในกิโมโนสีดำและฮากามะสีเทาเข้มผู้ที่กำลังเดินเข้ามาพร้อมกับลูกศรที่ปีกธนูทำจากขนนกและคันธนูไม้ที่มีความยาวกว่า 2 เมตร ด้วยท่วงท่าเนิบช้าตามระเบียบแบบแผนอย่างไม่มีที่ติคนนี้ คือ...

เจ้าของไก่!?!’ คีย์ตกใจจนลืมชื่อ จ้องมองไปที่นักยิงธนูตรงหน้าตาไม่กระพริบ    

คีย์รีบเอนตัวเข้าหาเพื่อนแล้วกระซิบ ซูโฮ คนคนนี้...          

อาจารย์ อี จินกิ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการการกีฬา และเป็นผู้สืบทอดสำนักคิวโดสำนักใหญ่ที่สุดในเกาหลีซูโฮกระซิบตอบด้วยรอยยิ้ม ท่านพ่อของอาจารย์เป็นทั้งผู้ก่อตั้งและอุปถัมชมรมยิงธนูของมหาวิทยาลัยมาอย่างยาวนาน แม้แต่ท่านผู้อำนวยการยังมาขอเป็นศิษย์อาจารย์จินกิเลย เจ๋งใช่ไหมล่ะ

ตายล่ะหว่า เมื่อนึกถึงท่าทีก้าวร้าวที่ตนเพิ่งใช้กับอาจารย์คนสำคัญของมหาวิทยาลัย คีย์เริ่มหน้าซีด นี่เราจะถูกไล่ออกไหม?’ เสียวสันหลังวาบเมื่อคิดถึงความเป็นไปได้ หากแต่ในพริบตาเดียวที่ได้สบตากับจินกิอีกครั้ง ความรู้สึกของคีย์ก็เปลี่ยนไป

ทุกท่วงท่าขับเคลื่อนด้วยสติ เนิบช้าทว่ามั่นคง รูปตาเรียวเล็กจนเป็นขีดเดียวมองตรงไปยังจุดหมายหนึ่งเดียว แน่วแน่ มือซ้ายถือคันธนูไว้มั่น ไร้การสั่นไหว มือขวาค่อยๆ น้าวสายธนูมาด้านหลังช้าๆ กำหนดลมหายใจเข้าออก ก่อนจะปล่อยให้ลูกธนูพุ่งปักเข้ากลางเป้าที่ตั้งอยู่ไกลออกไปนั้นอย่างแม่นยำ

ราวกับลูกธนูดอกเดียวกันได้หวนกลับมาปักเข้ากลางใจ ถุงไก่ทอดหลุดจากมือลงนอนนิ่งบนผืนเสื่อ ผ่านไปสองนาที คีย์ยังคงจับจ้องไปยังหัวลูกศรปักกลางเป้ากลมๆ ไม่กล้าพอหันกลับมามองเจ้าของลูกธนูดอกนั้น

เป็นไงมั่ง เริ่มสนใจชมรมเราบ้างหรือยัง

เมื่อได้ยินเพื่อนถาม คีย์ถึงเริ่มขยับ ค่อยๆ หันกลับมาสบตากับใครคนนั้นที่กำลังมองตรงมาทางเขา บุรุษผู้อยู่ในสถานะอาจารย์ หนึ่งเดียวผู้สามารถทำให้หัวใจเต้นระส่ำ

ตกลง

เมื่อได้ยินคำพูดที่ฟังเหมือนหลุดออกจากปากโดยไม่ตั้งใจของเพื่อน ซูโฮมองหน้าคีย์งงๆ ยังตามความคิดของหัวหน้าชั้นปีไม่ทัน

ด้วยหัวใจที่ยังคงเต้นตึกตักตอกย้ำความรู้สึกในใจที่ชัดเจนเสียจนไม่สามารถปฏิเสธ คีย์ฝืนละสายตาจากอาจารย์คิวโดผู้มีรอยยิ้มเปื้อนใบหน้าตลอดเวลาคนนั้น เพื่อหันมาสบตาเพื่อนของตน    

เราจะเข้าชมรมยิงธนู





ปล:ทูมินในเรื่องนี้ก็มี ตั้งใจอ่านดีๆนะคะ ฮ่าาาา

SUPER NOONA

   
 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

58 ความคิดเห็น

  1. #55 Love_ONKEY ^_^ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:05
    ไม่ใช่แค่คิบอมแล้วล่ะที่หลงอาจารย์จินกิ เค้าที่นั่งอานอยู่นี่ก็หลงค่ะ
    ทำไมไรท์เขียนบรรยายซะเห็นภาพ จินกิหล่อมากเลย 
    เรื่องนี้จินกิหล่อมากเลย จินกิหล่อ โอ๊ยยย ใจบาง 
    #55
    0
  2. #45 TAEMINHO (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:39
    มนตร์รักไก่ทอดหรอ 555555 จินกิอบอุ่นแต่ไหนแต่ไรเลยนะ
    #45
    0
  3. #34 ❤MINGTAEM (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มกราคม 2559 / 02:06
    คีย์ก็คือคีย์จริงๆเลยยย อ่านไปนึกถึงสีหน้าท่าทางได้เลยอะค่ะ บรรยายได้ดีมากๆเลย ชอบคุณจินกิมากกกกกก ฮือออออ ทำไมอ่อนโยน สุภาพ ขนาดนี้อ้ะ บทจะเท่ก็เท่ได้เหมือนกัน ฉากยิงธนูนี่แบบ >< // มีไก่ทอดด้วย สมกับเป็นคุณจินกิมากๆเลยค่ะ 5555
    #34
    0
  4. #28 Black_jack9 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มกราคม 2559 / 15:02
    บรรยายความแตกต่างจินกิแรกกับจินกิสองได้แตกต่างกันดีจุง ทำให้รู้สึกได้เลยว่าทำไมคิบอมถึงตกหลุมอันใหญ่โตของจินกิ



    อยากเห็นจินกิยิงธนูกับคีย์จัง #ไม่ใช่แหละ
    #28
    0
  5. #20 psnwmt:-) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มกราคม 2559 / 22:24
    คีย์นี่เนื้อหอมมากอ่า ตลกตอนที่คีย์เถียงจินกิสุดท้ายมารู้ว่าเขาเป็นอาจารย์ดันเพิ่งกลัวซะงั้น 55555555 ที่คีย์ตัดสินใจเข้าชมรมยิงธนูนี่เพราะติดใจอาจารย์จินกิสินะ
    #20
    0
  6. #16 SWTOK.WZ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มกราคม 2559 / 23:17
    นั่นไง สมใจจินกิจริงๆ ด้วย 55555555555

    เราชอบทุกครั้งเลยที่เวลาจินกิเหยียบเบรคกะทันหัน แล้วคำถามแรกที่คีย์จะถามคือถามว่าจินกิเป็นอะไรหรือเปล่า

    แบบ ฮือออ ดูเขาเป็นห่วงกันจังเลยค่ะ ;;





    จินกินี่ดูสุภาพมากเลยตอนครั้งแรกที่เจอกัน ต่างกับคีย์ที่ดูโผงผาง พูดจาห้วนๆ ดี 55555

    แล้วยิ่งโมเมนท์ที่จินกิผู้หวังดีโดนคีย์เหวี่ยงนี่แบบบ .. คีย์อย่าพาลลลล จินกิทำผิดอัลไลลลล

    แต่ถึงอย่างนั้นแล้ว จินกิก็ยังคงความสุภาพไว้ แถมดูไม่ได้โกรธ หรือหัวเสียอะไรเลย

    โหววววว นี่จะพ่อพระเกินไปแล้ว 555555



    จะว่าไปก็แอบเขินแทนคีย์เหมือนกัน โชคดูไม่เข้าข้างเลย ตั้งแต่ที่ปากปฏิเสธของกินจากจินกิ แต่ท้องไม่เห็นด้วย

    ไปจนถึงตอนที่อุตส่าห์โกหกว่ามีเรียน แต่โดนจับได้เนี่ยะ รวมถึงตอนที่กล่าวหาว่าอีกฝ่ายเป็นรุ่นพี่ สุดท้ายกลับเป็นอาจารย์ด้วย 555555



    ว่าแต่ตอนท้ายนี่ .. หลงเสน่ห์อาจารย์ผู้แสนสุภาพคนนี้แล้วใช่มั้ยคะ คีย์บอม อิ____อิ
    #16
    0
  7. #13 Yok_BlackHole (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มกราคม 2559 / 19:06
    ชุมนุมนี้อยู่ไหนขณะ?
    น่ารักมากกกกกกคือดีงามค่ะ(-.,-)

    ปูลู.รักไรท์มากมายยยย????
    #13
    0
  8. #8 MyBum (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2558 / 12:10
    คีย์นี่เป็นคนมีวินัยมากเลย อนดูมุ้งมิ้ง
    คีย์นี่วิ่งทั้งเรื่องเลย เหนื่อยล่ะสิ
    อนยูมาพร้อมไก่อีกแล้วคีย์เข้าใจผิดว่าเป็นรุ่นพี่ด้วยแถมบอกชมรมน่าเบื่อ
    อนยูเป็นอาจารย์ด้วย คีย์นี่ตัดสินใจเข้าชมรมไปแล้ว เพราะอาจารย์ล่ะสิ555
    ฟิคสนุกค่ะ ติดตาม
    #8
    0
  9. #7 feiFei (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2558 / 14:32
    2minnnnnnnnnnnnnnnnnn



    คู่นี้ก้อน่ารักกก จะตามอ่านเสมอนะคะ ^^
    #7
    0